Se connecter"ราตรี"เสียงเรียกของมินตราดังลั่นหน้าบ้านทันทีเมื่อเธอเห็นร่างสวยของเพื่อนสนิทก้าวขาลงจากรถในยามพลบค่ำ ก่อนร่างสวยของคุณแม่มือใหม่จะรีบวิ่งเข้าไปกอดเพื่อนสนิทด้วยความดีใจ ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำก่อนจะมีหยาดน้ำตาไหลออกมา
"ร้องไห้ทำไมฮะ" "ฮึก ก็คนมันดีใจนี่น่า คิดถึง" "อืม คิดถึงเหมือนกัน"ท่อนแขนของราตรีโอบกอดร่างสวยของมินตราเอาไว้ด้วยความคิดถึงไม่น้อยไปกว่า ดวงตาของสาวชาวใต้แดงก่ำเพียงแต่แค่ไม่มีน้ำตาไหลเพราะเธอไม่อยากร้องไห้ให้เพื่อนสนิทเห็น "เป็นยังไงบ้าง เดินทางมาเหนื่อยไหม แล้วนี่กินอะไรมาแล้วหรือยัง" "ไม่เหนื่อยเท่าไหร่ ขึ้นต้นไม้ตัดทุเรียนยังเหนื่อยมากกว่านี้อีก"ราตรีพูดติดตลกแต่มินตราเธอกลับขมวดคิ้วเข้าหากันยุ่งจนราตรีต้องเอ่ยถามออกมา "เป็นอะไรทำไมทำหน้าแบบนั้น" "ก็ฉันเป็นห่วงแกน่ะสิ แกเป็นผู้หญิงนะ เบา ๆ บ้างเถอะไอ้เรื่องที่ทำแล้วมันอันตราย" "แกนี่พูดเหมือนพ่อกับแม่ของฉันไม่มีผิด ไม่ต้องห่วงไปหรอก ถึงจะเป็นงานที่อันตรายแต่ก็ได้เงินดีนะ" "นี่" "รู้น่าว่าเป็นห่วง แต่เอาเป็นว่าฉันจะพยายามเซฟตัวเองให้ได้มากที่สุดเข้าใจไหม"มินตราถอนหายใจกับความดื้อไม่ยอมฟังใครของเพื่อนสนิทคนนี้ "ว่าแต่นี่หลานฉันไปไหน แล้วยัยโหดมาถึงแล้วหรือยังพ่อแม่ฝากของมาให้มันด้วยอยู่ในรถ" "ลูกกำลังเล่นอยู่กับพี่เลี้ยงข้างใน ส่วนยัยนั่นคงจะมาได้ก็ตอนพรุ่งนี้ โทรไปบอกแล้วว่าแกจะมาแต่อันดามันดันติดคุยงานกับลูกค้าเลยมาไม่ได้"ราตรีพยักหน้าเข้าใจในความยุ่งกับเรื่องงานของเพื่อนอีกคน "ถ้าอย่างนั้น ฉันขอเอาของฝากในส่วนของยายนั่นไว้ที่บ้านแกก็แล้วกันนะ ขี้เกียจขนไปขนมา" "อืม ได้สิ พี่แจ๋วคะ"มินตราพยักหน้า ก่อนจะส่งสัญญาณเรียกแม่บ้านแต่ทว่าราตรีกับค้านเอาไว้เสียก่อน "เรียกผู้ชายมายก ผู้หญิงคนเดียวยกไม่ไหวหรอก" "อะ...อืม"มินตราพยักหน้าเข้าใจกวักมือเรียกบอดี้การ์ดให้เดินเข้ามา ทุเรียนพันธุ์หมอนทองสามตะกร้าใหญ่ลูกขนาดพอดีกับไซซ์ส่งออกถูกยกลงจากท้ายรถกระบะ อีกทั้งยังมีของฝากที่แม่ของเธอแพ็กมาให้อย่างดีที่อยู่ในกล่องกระดาษลังทำเอามินตราถึงกับตาค้างกับสิ่งที่ราตรีหอบมาให้ "นี่แกขนทุเรียนมาหมดทั้งสวนเลยหรือไง" "ตกใจอะไร สามตะกร้านี้ยังไม่ได้ครึ่งของทุเรียนต้นเดียว" "ว่าอะไรนะ"มินตราตะโกนออกมาด้วยความตกใจ ในขณะที่ราตรีโน้มตัวเอื้อมไปในรถหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายข้างรูปทรงสี่เหลี่ยมคล้ายกับของผู้ชายสีดำไม่มีลวดลายมาสะพายไหล่ ยิ่งทำให้มินตราผู้หญิงที่รักสวยรักงามมาตั้งแต่ไหนแต่ไรถึงกับต้องยกนิ้วมือขึ้นมานวดคลึงขมับ มินตราไล่สายตามองการแต่งตัวของเพื่อนในตอนนี้ที่แตกต่างจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิงจนแทบจะร้องไห้ออกมา เสื้อยืดแขนยาวสีดำ มีกระเป๋าเล็ก ๆ ที่ด้านหน้าพร้อมกับตราประทับสัญลักษณ์อะไรบางอย่างสีทอง ท่อนล่างก็คงหนีไม่พ้นกางเกงยีนทรงพอดีขาพร้อมกับรองเท้าผ้าใบที่ดูขาวสะอาดตาแต่ไม่มีส่วนไหนที่ดูน่าดึงดูดสายตาเลยสักนิด มองขึ้นไปไหนจะเป็นทรงผมที่เมื่อก่อนถูกจัดแต่งจนดูสวยแต่ตอนนี้กลับยาวและแตกปลาย มือไม้ทั้งสองข้างไม่ต้องพูดถึงหยาบน้อยกว่ากระดาษทราย สีหน้าของเพื่อนที่คล้ายกับคนกำลังจะร้องไห้แต่ไม่มีแววตาของความรังเกียจทำให้ราตรีหลุดยิ้มหัวเราะออกมาก่อนลูกสาวชาวสวนจะเดินเข้าไปหาอ้าแขนโอบกอดร่างสวยของเพื่อนสนิท "ฉันสวยใช่ไหมล่า" "อืม สวย" "..." "สวยกว่าคนบ้านิดนึง พรุ่งนี้ถ้าไม่มีธุระที่ไหนไปทำธุระเป็นเพื่อนฉันหน่อยนะ" "ธุระอะไร" "ไปถึงแล้วก็จะรู้เอง แต่ตอนนี้เข้าไปข้างในก่อนเถอะอีกเดี๋ยวคุณสิงหาก็จะกลับมาแล้ว" "อืม"มินตราทิ้งสายตาของความเหนื่อยใจในการแต่งตัวของเพื่อนสนิทเป็นการตบท้าย ก่อนทั้งสองจะเดินเคียงคู่เข้าไปในบ้านหลังใหญ่ของสิงหา "แอ่ แบร่" "เล่นน้ำลายอีกแล้วนะคะนายน้อย"เสียงหยอกล้อกันเล่นไปตามภาษาของเด็กน้อยดังสลับกับเสียงของแม่บ้านดังออกมาจากห้องนักเล่นของบ้านหลังใหญ่ที่ตกแต่งไปด้วยเฟอร์นิเจอร์หรูหรา มินตราพาราตรีเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูที่เปิดอ้ามองเห็นเด็กผู้ชายอ้วนจ้ำม่ำตัวน้อยที่กำลังนอนดีดดิ้นเล่นกับเหล่าแม่บ้านที่ต่างพากันช่วยดูแล รอยยิ้มเล็ก ๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าของราตรียามเมื่อมองเห็นริมฝีปากสีชมพูพร้อมกับเหงือกที่ไร้ฟันของเด็กน้อยคนนั้นที่กำลังยิ้มแป้นหยอกล้อกับสาวใช้อย่างสนุก "น่ารักใช่ไหมล่ะ" "อืม น่ารัก"ราตรีพยักหน้า สายตายังคงจ้องมองร่างเล็กของเด็กน้อยไม่ยอมละสายตาไปไหน "อยากเข้าไปอุ้มไหม" "ยังก่อน ยังไม่ถึงเวลา"ราตรีหันไปมองหน้าเพื่อนสนิทก่อนจะรีบอธิบาย "เนื้อตัวของฉันสกปรกมีแต่เชื้อโรค เดินทางมาเหนื่อย ๆ ยังไม่ได้อาบน้ำ เอาไว้พรุ่งนี้ฉันจะมาอุ้มเจ้าก้อนตัวน้อยก็แล้วกัน" "ก็ได้"มินตราเข้าใจว่าเพื่อนของเธอกำลังเป็นห่วงเรื่องอะไร เพราะในสมัยนี้โรคร้ายที่จะสร้างความอันตรายให้กับเด็กน้อยมีตั้งเยอะแยะไปและราตรีก็ไม่อยากที่จะสร้างอันตรายให้กับหลานชายตัวน้อยคนแรกของเธอ "ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเธอไปนั่งพักรอฉันอยู่ในห้องรับแขกก่อนนะ เดี๋ยวฉันขอสั่งงานกับแม่บ้านก่อนเดี๋ยวตามไป" "อืมได้ แต่ก่อนอื่นฉันขอไปเข้าห้องน้ำก่อนได้ไหม" "อืม เดี๋ยวให้แม่บ้านพาไป พี่แจ๋วคะ ช่วยพาเพื่อนของมินไปเข้าห้องน้ำหน่อยค่ะ" "ค่ะ คุณผู้หญิง เชิญทางนี้ค่ะ" สาวใช้ที่ชื่อแจ๋วเดินนำร่างสวยของราตรีไปยังห้องน้ำที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ทันทีเมื่อราตรีพาตัวเองเข้าไปอยู่ในห้องน้ำที่มีขนาดใหญ่ซึ่งมีแต่ตัวของเธอเองที่อยู่ในนั้น น้ำตาที่อัดอั้นมานานหลายนาทีก็ไหลออกมา ในสายตาของเธอยังมีภาพของลูกชายเพื่อนสนิทลอยวนเวียนไปมาเสียงร้องเจื้อยแจ้วยังคงดังอยู่ในหู "ฮึก"ความเศร้าพุ่งเข้ามากัดกินหัวใจพร้อมกับฝ่ามือสั่นเทาของตัวเองที่ค่อย ๆ แนบลงมาบนหน้าท้องที่ครั้งหนึ่งเคยมีสิ่งที่วิเศษถือกำเนิดขึ้นอยู่ในนั้น แต่คงเป็นความโชคร้ายที่เธอไม่สามารถให้กำเนิดอีกชีวิตหนึ่งออกมาได้ ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ราตรีรับรู้ว่าเธอกำลังตั้งท้องอ่อน ๆ กับแฟนหนุ่มหลังจากที่เธอเลิกราทิ้งเขามา ความเจ็บปวดที่ต้องเลิกรากับคนรักก็ยังมีความดีใจที่จะได้กลายเป็นแม่คนแทรกเข้ามาแทนที่ความเจ็บปวดพวกนั้น แต่แล้วสวรรค์ก็ดันไม่เป็นใจ เมื่อเธอตั้งใจเดินเข้าไปในโรงพยาบาลเพื่อต้องการที่จะฝากครรภ์ "ลูกของฉันเป็นยังไงบ้างคะคุณหมอ"ราตรียิ้มออกมาเบา ๆ พลางจ้องใบหน้าของคุณหมอที่กำลังใช้เครื่องมือตรวจครรภ์ให้เธออยู่ "หมอมีเรื่องสำคัญที่จะต้องแจ้งให้คนไข้ได้ทราบนะครับ"หมอที่ตรวจครรภ์ให้เธอถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะหันหน้าจอที่กำลังแสดงผลให้เธอได้ดู "จากผลอัลตราซาวด์ คุณตั้งครรภ์ครับแต่ตัวอ่อนไม่ได้ฝังอยู่ในตัวโพรงมดลูก ทำให้ตำแหน่งที่พบมีลักษณ์สอดคล้องกับการตั้งครรภ์นอกมดลูกครับ" "อะ...อะไรนะคะ"ราตรีนิ่งงันไปชั่วขณะราวกับคำพูดนั้นไม่สามารถเข้าไปถึงความเข้าใจของเธอได้ "ฉะ...ฉันท้องนอกมดลูกอย่างนั้นเหรอคะ" "ใช่ครับ" ท้องฟ้าที่สดใสพังทลายลงไปตรงหน้าก่อนน้ำตาแห่งความสูญเสียจะไหลออกมาราวกับเขื่อนแตก เธอแบกความเจ็บปวดเอาไว้คนเดียวไม่ยอมบอกใครแม้ว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างเธอแทบจะแบกเรื่องราวเลวร้ายพวกนี้เอาไว้ไม่ไหว แต่ราตรีเองก็ไม่คิดที่จะโทษเรื่องทั้งหมดนี้ว่ามันเป็นความผิดของใคร นอกเสียจากได้แต่โทษตัวเองที่ไม่ได้เกิดมาดีพอภูผากับราตรีถึงกับต้องหันมองหน้ากันอย่างไม่ได้นัดหมาย ก่อนทั้งสองจะหันมองไปยังร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคนอีกครั้ง คำพูดเมื่อครู่ของบิดาชายหนุ่มทำให้ทั้งสองต้องขมวดคิ้วเข้าหา"ไม่ต้องมามองหน้าพ่อแบบนั้น นั่งกันก่อนสิ พ่อก็มีเรื่องสำคัญที่จะต้องคุยกับลูกทั้งสองคนเหมือนกัน"เดิมทีภูผาคิดว่าจะพาราตรีมาบอกเรื่องที่ทั้งสองจดทะเบียนสมรสให้พ่อกับแม่ของเขาได้รับรู้แล้วก็กลับไป ชายหนุ่มหันไปมองหน้าของราตรีอย่างชั่งใจ แต่เมื่อเห็นเธอพยักหน้าให้เขาก็จำยอมพาเธอไปนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่ที่ว่างฝั่งตรงข้ามกับบิดามารดา"พ่อมีเรื่องอะไรจะคุยกับเราสองคนอย่างนั้นเหรอ"ศิลาหันไปมองหน้าผู้เป็นภรรยาพลางถอนหายใจออกมา คนเป็นพ่อเองก็รู้สึกอัดอั้นกับความรู้สึกที่ยังคงฝังลึกอยู่ในใจมาตลอดเวลาหลายปีไม่ต่างกัน"พ่ออยากขอโทษแกกับหนูราตรีเกี่ยวกับเรื่องที่พ่อทำไว้เมื่อหลายปีก่อน"คุณศิลาเงยหน้ามองราตรีด้วยแววตาที่แสดงถึงความรู้สึกผิด"พ่อขอโทษนะหนูราตรีที่ตอนนั้นพ่อไปพูดกดดันหนูทำให้หนูต้องจำใจทิ้งลูกชายของพ่อไป""...""ตอนนั้นพ่อคิดน้อย คิดว่าการที่แกเป็นลูกของพ่อก็ควรจะต้องได้รับในสิ่งที่ดี ๆ อนาคตที่ดี มีคู่ชีวิตที่ดี"ศิ
ดวงตากลมโตของราตรีก้มมองใบทะเบียนสมรสที่เธอถืออยู่ในมือทั้งของตัวเธอและของสามีหมาด ๆ ที่กำลังนั่งอยู่ประจำตำแหน่งคนขับ ริมฝีปากของภูผายิ้มกว้าง ความรู้สึกดีใจส่งผ่านแววตา ราตรีซ้อนทับใบทะเบียนก่อนจะวางลงบนหน้าขา เธอหันหน้าไปมองชายหนุ่มซึ่งกำลังนั่งขับรถอย่างอารมณ์ดี"ไม่เมื่อยปากบ้างหรือไงคะ ยิ้มมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว"ราตรีอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซวสามีหมาด ๆ ของเธอ เพราะตั้งแต่ที่ทั้งสองได้จดทะเบียนสมรสกันตั้งแต่เมื่อวานนั้น ภูผาก็เอาแต่ยิ้มไม่หุบ ไม่ใช่แค่เพียงเท่านั้นเขายังขอเบอร์โทรติดต่อพ่อแม่ของเธอไปอีก ทีแรกเธอคิดว่าจะรอให้บอกเรื่องนี้กับพ่อแม่ของเขาก่อน แต่ภูผาก็ไม่ยอม หลังจากที่เขาได้เบอร์โทรพ่อแม่ของเธอไปเขาก็ไม่รอช้ารีบต่อสายหาพ่อแม่ของเธอทันทีเพื่อบอกเรื่องที่น่ายินดีนี้ให้ท่านทั้งสองได้รับรู้ทีแรกเธอก็คิดว่าพ่อกับแม่ของเธอจะดุเรื่องที่ทำอะไรโดยไม่ปรึกษา แต่ทว่าเมื่อท่านทั้งสองรู้ว่าเธอกับภูผาจดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยากันแล้ว สิ่งที่พ่อของราตรีเอ่ยขึ้นมาประโยคแรกนั่นก็คือ'เรื่องสินสอด ผาไม่ต้องเป็นห่วงนะ พ่อกับแม่ไม่ยอมให้ลูกเขยของพ่อต้องน้อยหน้าแน่ จะจัดงานแต่งวันไหนเดี๋ยวพ่อก
ราตรียิ้มออกมาเมื่อเรือของสิงหาซึ่งมีลูกน้องของชายหนุ่มเป็นคนขับเข้ามาจอดเทียบท่า เธอหันหน้าไปมองภูผาซึ่งกำลังสิ่งยิ้มมองมาที่เธอ เขารีบลุกขึ้นยืนเมื่อเรือจอดทรงตัวอยู่กับที่ ท่อนแขนแข็งแกร่งไม่ว่าจะผ่านการอุ้มร่างของเธอมากี่ทีราตรีก็รับประกันได้ว่าชายหนุ่มจะไม่มีทางปล่อยให้เธอตกลงไปชายหนุ่มอุ้มร่างของเธอเดินขึ้นบันได โดยมีบอดี้การ์ดของสิงหาเดินหิ้วกระเป๋าสัมภาระเดินตามขึ้นมาก่อนจะมีเสียงเรียกชื่อของราตรีขึ้นมาพร้อมกับร่างสวยของใครบางคนที่เปิดประตูรถเดินลงมาหาเธอ"ราตรี""มิน"ภูผารีบวางร่างของราตรีก่อนเธอจะรีบเดินปรี่เข้าหาไปมินตราที่กำลังเดินส่งยิ้มมาด้วยความดีใจสายตาของสิงหาและภูผามองร่างของหญิงสาวยืนกอดกันด้วยความคิดถึง ทั้งสองยืนสบตากันโดยไม่พูดอะไร แค่เพียงได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของทั้งสองที่ได้ไปปรับความเข้าใจกันบนเกาะส่วนตัว เพียงเท่านี้สิงหาและมินตราก็รู้ได้ทันทีถึงความสัมพันธ์ที่ดีงามของทั้งคู่ที่กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง"เป็นยังไงบ้าง เดินทางเหนื่อยไหม""ไม่ต้องมาพูดเลย เพราะใครกันล่ะ ตอนนั้นฉันตกใจแทบแย่""แฮ่ ก็คนมันอยากให้เธอได้ปรับความเข้าใจกันนี่ ขอโทษนะที่ทำอะไรแบ
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาตลอดหนึ่งอาทิตย์เต็มที่ภูผาและราตรีได้ใช้ชีวิตอยู่บนเกาะส่วนตัวของสิงหา นับว่าเป็นเรื่องที่ดีเมื่อทั้งสองได้กลับมาเริ่มความสัมพันธ์รักครั้งใหม่อีกครั้งหลังจากที่ทั้งคู่ได้ปรับความเข้าใจกัน แม้ตลอดเวลาห้าปีที่ทั้งคู่ไม่ได้เจอกัน แต่เวลาเหล่านั้นก็ไม่อาจที่จะลบเลือนความรักออกจากหัวใจของทั้งสองคนได้คลื่น ซ่าร่างสวยในชุดว่ายน้ำสีดำดูเซ็กซี่เดินเลียบชายหาด ฟังเสียงคลื่นซัดเข้าหาชายฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่า สายลมเย็นหอบพัดผ่านเอากลิ่นอายของความเค็มจากน้ำทะเลพัดเข้าหาปะทะผิวกาย สายตาของราตรีจ้องมองดวงตะวันที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า แสงสีนวลทองที่อยู่ตรงหน้าตัดกับผิวน้ำทะเลสีครามมันช่างดูสวยงามทำให้เธอหลุดเผยรอยยิ้มออกมา ร่างสูงใหญ่ของภูผาที่พึ่งตื่นจากนอน ตอนนี้บนร่างกายของเขาสวมแค่เพียงกางเกงขาสั้นตัวเดียวแผ่นอกเปลือยเดินตรงดิ่งมาหาหญิงสาวที่กำลังยืนจ้องมองวิวทะเลตรงหน้า พร้อมอ้าแขนทั้งสองข้างที่กอดรัดร่างสวยในชุดว่ายน้ำมาจากทางด้านหลัง คำถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอบอุ่นนั้นมันกลับทำให้หัวใจของราตรีกระเพื่อมไหวขึ้นมาพรึ่บ"ตื่นก่อนแล้วทำไมไม่ปลุกผาล่ะ""ตรีเห็นว่าผากำลังนอนหลับส
ริมฝีปากสั่นระริกของภูผาเปล่งเสียงแหบพร่าออกมา เปลือกตาทั้งสองข้างหลับพริ้มเมื่อริมฝีปากของราตรีอ้าออกกว้างครอบครองลำกายของเขาเข้าไปเกือบถึงครึ่งลำ มือเล็กของเธอขยับขึ้นลงเป็นจังหวะพร้อมกับริมฝีปาก ปลายลิ้นเล็กสัมผัสผิวหนังห่อหุ้มลำกายทำให้ชายหนุ่มถึงกับหายใจติดขัดแผล็บ แผล็บ แผล็บ"อืม"ราตรีเหลือบสายตาเงยมองพลางยกยิ้มตรงมุมปาก ปลายลิ้นของเธอวนเลียส่วนหัววนไปมาก่อนจะลากลงต่ำไปถึงลำโคน ริมฝีปากที่มีคราบน้ำลายติดอยู่ดูดเลยพวกไข่ทั้งสองข้างสลับกันไปมาจนมันกดเกร็งลำกายที่ขายใหญ่อยู่ในอุ้มมืออุ่นร้อนกระตุกหงึกเป็นจังหวะ"ไอติมแท่งนี้ อร่อยจัง"ลำกายที่เต็มไปด้วยคราบน้ำลายถูกส่งเข้าไปในโพรงปากของราตรีอีกครั้ง พลางขยับศีรษะขึ้นลงเป็นจังหวะดูดเลียจนโพรงแก้มทั้งสองข้างตอบเข้าหา จนชายหนุ่มต้องยื่นฝ่ามือมาจับศีรษะออกแรงใช้มือขยุมเส้นผมของราตรีที่กำลังดูเลียแก่นกายของชายหนุ่มอย่างเมามันอ๊อก อ๊อก อ๊อก"ฮ๊าส์ เมียจ๋า โอ้ว"ชายหนุ่มเปล่งเสียงครางออกมา ความเสียวซ่านที่ได้รับทำให้ภูผาเผลอขยับสะโพกกระแทกแก่นกายเข้าใส่ในโพรงปากของหญิงสาวอย่างลืมตัว ทำให้ส่วนหัวบานหยักกระแทกเข้าไปจนเกือบจะถึงลิ้นไก่ แต่ก
ลมหายใจหอบถี่ถูกปล่อยออกมาผ่านทางริมฝีปากของราตรี ทันทีเมื่อแก่นกายของชายหนุ่มกดแทรกเข้ามาในช่องทางรักของเธอนั้นจนสุดโคนความยาวใหญ่ มือเรียวทั้งสองข้างจับท่อนแขนแกร่งของชายหนุ่มเอาไว้ เธอพยายามผ่อนคลายร่างกายของตัวเองแม้ว่าตรงจุดเชื่อมต่อมันจะยังคับแน่นมากอยู่ก็ตาม"ตอดดีเป็นบ้า กว่าผาจะเข้าไปได้หมด"ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมาสายตามองแก่นกายของตัวเองที่แทรกเข้าไปในช่องทางรักของหญิงสาวจนสุดความยาว เขาเอื้อมมือไปปิดก๊อกน้ำให้หยุดไหล สายตาคมมองเรือนกายเย้ายวนของหญิงสาวที่มีหยดน้ำเกาะอยู่พลางกลืนน้ำลายหอบหายใจถี่ "ไหวไหม เจ็บหรือเปล่า""อือ ไหว ไม่เจ็บแต่มันแน่นไปหมด"ราตรีตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่ว สายตาซุกซนกวาดมองร่างกายสูงใหญ่ของอีกฝ่าย บริเวณหน้าท้องมีลอนงามหกลูกเรียงรายเป็นลอนสวย ร่างกายบึกบึนของคนที่ชอบออกกำลังกายทำให้ใบหน้าของราตรีแดงซ่านขึ้นมาภูผาไล่สายตามองตามสายตาของเธอ ก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มตรงมุมปากออกมา เขาปล่อยท่อนขาวางเท้าของเธอที่เกี่ยวไว้ลงยืนกับพื้น ราตรีที่รู้ดีรีบเอนแผ่นหลังส่วนด้านบนพิงกับกำแพง แอ่นท่อนล่างด้านหน้าเข้าหาชายหนุ่มที่เริ่มจะขยับเอวสอบกระแทกเข้าหาเป็นจังหวะ ฝ่า







