Masuk“ฉันจะบอกว่าฉันติดต่อพี่เรย์ได้แล้วนะ” คำพูดของชลธิชา ทำให้วารินดาได้แต่มองอย่างสงสัย เพราะเครื่องมือสื่อสารถูกเก็บจนหมด จนแทบติดต่อคนภายนอกไม่ได้เลย “อะไรนะ” ชลธิชายื่นโทรศัพท์ให้กับวารินดา จนเธอขมวดคิ้วอย่างสงสัยว่าเพื่อนไปเอาโทรศัพท์มาจากที่ไหน “เธอเอามาจากไหน” “ฉันแอบเก็บซ่อนมันเอาไว้ตั้งนานแล้ว”วารินดาหรี่ตามองอย่างสงสัยอย่างไม่เข้าใจ เพราะว่าถ้าชลธิชามีโทรศัพท์มือถือทำไมถึงปล่อยให้ตัวเองโดนจับตัวไปแบบนั้น แต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ถามอะไรต่อ ชลธิชาก็พูดบางอย่างขึ้นมาก่อน “เธอไม่อยากให้พี่เรย์มารับอย่างนั้นเหรอ หรืออยากอยู่กับคุณวิน ไหนบอกว่าเขาเอาเธอมาทรมาน ทำไมเธอถึงอยากอยู่กับเขา” ชลธิชาถามด้วยเสียงแข็งพร้อมมองวารินดาที่กำลังท่าทางกระอักกระอ่วนใจ “คือ...” “โทร. กลับหาพี่เรย์ซะ อีกไม่นานพี่เรย์จะมารับเธอกลับไป!” วารินดารับโทรศัพท์มือถือจากเพื่อนมา ก่อนจะมองชลธิชากำลังหรี่ตามองเธอว่าจะโทร. กลับไปหาเรวัชไหม ตู๊ด!! วารินดารอปลายสายรับแต่เธอกลับรู้สึกกังวลอย่างบ
“กูจะบอกอะไรมึงให้นะ กูไม่เคยคิดร้ายกับใคร พวกมึงคิดแบบนี้กับกูได้ยังไง!” วินเทอร์จ่อปืนไปที่หน้าของคเชนทร์อย่างสั่น ๆ พร้อมมองหน้าเพื่อนอย่างผิดหวัง เขาเคยคิดว่าองค์กรนี้จะเจอแต่คนดี ๆ คนที่จริงใจ “ขนาดเมียมึงยังคิดเลย นับประสาอะไรกับพวกกู วารินดาบอกว่าถ้ามึงไม่รวยเธอก็ไม่คบหรอก ฮา ๆ” คเชนทร์บอกอย่างยั่วยุอารมณ์ของวินเทอร์ มันทำให้เขาทนไม่ไหว เดินเข้าไปกระแทกหมัดหนัก ๆ เข้าที่ใบหน้าของเพื่อนอย่างรวดเร็ว ผัวะ!! วินเทอร์กระโจนเข้าไปต่อยที่ใบหน้าของคเชนทร์อย่างแรงด้วยความโมโห และยิ่งมาพูดเรื่องของวารินดา มันทำให้เขาฟิวส์ขาดจนแทบควบคุมตัวเองแทบไม่ได้ สองหนุ่มสลับกันต่อยจนเกิดรอยแผลทั่วใบหน้า และไม่ทันขาดคำคเชนทร์ก็ทำการหยิบมีดออกมาแล้วแทงเข้าไปที่หน้าอกของวินเทอร์อย่างแรง “อ๊าก...” วินเทอร์ถึงกับล้มลงไปนอนกับพื้น จึงได้ทีของคเชนทร์ในการขึ้นคร่อมเพื่อนแล้วกดปลายมีดลงไปที่อกแกร่งเต็มแรง จนวินเทอร์นิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด “ถ้ามึงไม่แส่เข้าไปยุ่งคดียาเสพติดเมื่อสองอาทิตย์ก่อน ชีวิตมึงก็ไม่ต้องมาเจอจุดจบแบบนี้!!” ดวงตาของค
“ปล่อยเธอไปซะวิน เรื่องพวกนั้นเราค่อยหาทางแก้ อีกอย่างเราไม่ได้ทำอะไรผิด เราไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย” แม้พวกเขาจะเป็นมาเฟีย แต่อะไรที่สร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นพวกเขาไม่คิดที่จะทำ พวกกาสิโนหรือการประมูลเหล่านั้นก็ทำอย่างถูกกฎหมาย การซื้อขายพวกนั้นสามารถทำได้ภายใต้กฎหมายของต่างประเทศ เพียงแต่มันอาจจะยังไม่ใช่ที่ยอมรับในไทยเท่านั้น “ไม่...ผมจะไม่ปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นไปไหนอีกแล้ว” วินเทอร์บอกด้วยเสียงหนักแน่น “ยังรักเขาเหรอ...” “ไม่! ผมไม่มีทางกลับไปรักผู้หญิงเลว ๆ คนนั้นอีกแล้วพ่อ ผมแค่แค้น และอยากให้ผู้หญิงคนนั้นเจ็บปวดอย่างที่ผมเจ็บแค่นั้น” วินเทอร์ว่าพลางกัดกรามของตัวเองแน่นอน เมื่อคิดถึงเรื่องที่วารินดาทำกับเขา “วิน...พ่อว่าเรื่องนี้วินลองสืบให้แน่ชัดก่อนไหม พ่อว่าเรื่องนี้มันแปลก ๆ นะ” วิคเตอร์พยายามเตือนสติลูกชาย เพราะเขารู้ว่าลึก ๆ แล้ววินเทอร์ก็ยังคงรักวารินดา ลูกชายของเขาไม่เคยรักใครมาก่อน เลยทุ่มเททุกอย่างให้กับวารินดา และเมื่อเกิดเรื่องเมื่อสองปีก่อน มันไม่แปลกที่ทำไมวินเทอร์ถึงได้เสียใจและผิดหวังมากขนาดนี้ “ผมเห็นท
เมื่อวินเทอร์กินเหล้าที่ผับของขุนศึกเสร็จ เขาก็เดินทางกลับบ้าน แม้ใจอยากจะกลับระนองตอนนี้ เพราะคิดถึงร่างนุ่มนิ่มของวารินดา แต่ระยะทางที่ไกลทำให้เขาคิดว่าไว้ค่อยกลับไปพรุ่งนี้แทน “วิน...” “แม่...สวัสดีครับ” เสียงทุ้มเรียกพร้อมกับยกมือพนมไหว้ ‘ไอลดา’ แม่ของเขาที่ตอนนี้อยู่ในวัยห้าสิบปี แต่แม่ยังคงสวยสง่าเหมือนเดิม “หายหน้าหายตาเลยนะ ไม่คิดจะมาหาพ่อกับแม่หรือไงลูก” ร่างเล็กของไอลดาเดินเข้าไปหาลูกชายของตัวเอง ซึ่งตอนนี้กำลังมองมาด้วยสีหน้าเศร้าอย่างบอกไม่ถูก “งานเยอะครับแม่ เลยไม่ได้กลับมาหาพ่อกับแม่เลย ว่าแต่พ่อกับวาวาไปไหนครับ” วินเทอร์พูดถึงน้องสาวเพียงคนเดียวของเขาอย่าง ‘วาวา มาดิสัน เวลล์’ “น้องไปทำงานให้พ่อเขานิดหน่อย คงกลับอาทิตย์หน้านั่นแหละ...” ไอลดาส่ายหน้าไปมาอย่างปวดหัวกับวีรกรรมของลูกสาวคนเดียว ที่ไม่ค่อยเหมือนลูกสาวเท่าไร เหมือนเธอได้ลูกชายสองคนมากกว่า “ไปซ่าอะไรอีกครับรอบนี้...” วินเทอร์ยิ้มให้กับแม่ เมื่อพูดถึงน้องสาวเพียงคนเดียว “รอบนี้น้องบินไปทำงานให้พ่อเขาที่ญี่ปุ่นน่ะ อีกสักพักคงกลับ
“เออ!! รักมันให้มาก ๆ แต่ถ้ากูเห็นมึงไปเอามัน กูจะฆ่าทั้งมัน ทั้งมึงให้ตายเลยคอยดู!” เมื่อโดนยั่วยุอารมณ์ทำให้วินเทอร์ฟิวส์ขาดพูดออกไปแบบนั้น วินเทอร์บอกแค่นั้นเขาก็ลุกขึ้นเต็มความสูง แล้วเดินออกจากบ้านไปด้วยความอารมณ์เสีย ปล่อยให้วารินดายืนตัวสั่นด้วยความตกใจ แววตาที่เขามองมาเมื่อครู่มันน่ากลัวมาก เธอไม่รู้ว่าที่พูดเพราะหึง หรือแค่โมโหที่เธอหยามหน้าเขาแบบนั้น เสียงตะโกนดังลั่นของวินเทอร์ทำให้ชลธิชาที่นั่งอีกมุมของบ้านฉีกยิ้มออกมาด้วยความสะใจ เพราะทั้งวินเทอร์และวารินดากำลังจะแตกกันอีกครั้ง “ฉันจะทำให้แกหายไปจากชีวิตคุณวินให้ได้วารินดา” วารินดาปล่อยน้ำตาของตัวเองให้ไหลออกมา เพราะเธอไม่สามารถห้ามความรู้สึกของตัวเองได้อีกต่อไป มันเจ็บเหลือเกิน ความสัมพันธ์ของเธอและเขามันคลุมเครือจนแยกไม่ออกแล้วว่าเป็นแบบไหน วินเทอร์ให้ลูกน้องขับรถพาเขากลับมาที่กรุงเทพฯ เพราะงานคือสิ่งเดียวที่ทำให้เขาหายจากความคิดฟุ้งซ่านพวกนี้ แต่ก่อนจะกลับไปที่กาสิโน ชายหนุ่มก็แวะมาที่ผับของลูกพี่ลูกน้องอย่าง ‘ขุนศึก จรัสจันทร์มนตรี’ “ไปไงมาไงถึงมา
เมื่อล้างจานเสร็จเรียบร้อย วารินดาก็เดินออกมา และก็เจอวินเทอร์ที่นั่งอยู่ตรงโซฟา ซึ่งเธอไม่ได้สนใจเขาจึงเดินจ้ำอ้าวเพื่อขึ้นไปยังชั้นสอง แต่เสียงทุ้มกลับเรียกเธอเอาไว้ก่อน “จะไปไหน” “จะขึ้นห้องแล้ว” “ขึ้นไปทำไม” วินเทอร์ถามอย่างไม่เข้าใจว่าบนห้องมันมีอะไรทำไมเธอถึงอยากขึ้นไปนัก อีกทั้งสีหน้าที่บึ้งตึงของวารินดาทำให้เขาแปลกใจ “ง่วงค่ะ อยากไปนอน” เธอตอบสั้น ๆ ห้วน ๆ จากนั้นก็หันหลังกลับแล้วจะเดินต่อไป “มาตรงนี้ ไม่ต้องขึ้น” “อะไรคะ” “เดินมาหาฉันตรงนี้วารินดา” วินเทอร์บอกอย่างออกคำสั่ง เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กกำลังทำเมินเขาอยู่ “มีอะไรจะคุยเหรอคะ คุยมาเลยก็ได้” เธอบอกด้วยเสียงกระแทกกระทั้น และยิ่งคำพูดของชลธิชาเมื่อครู่มันทำให้เธอเริ่มคิดอะไรบางอย่างได้ “อย่ามาขัดคำสั่งฉัน ฉันบอกให้เดินมาตรงนี้!!” เมื่อเห็นว่าเธอกำลังทำหน้ามุ่ยใส่ วินเทอร์รู้สึกไม่ชอบใจ เพราะว่าเธอกำลังทำเหมือนเมินเขาอยู่ วารินดามองใบหน้าหล่อเหลาอย่างไม่พอใจ แต่สุดท้ายก็จำยอมเดินมาหาเขาที่โซฟา แต่ยังไม่ทัน
“ถ้าเธอเงียบฉันจะปล่อยมือออกจากปาก โอเคไหม” เสียงทุ้มกระซิบแต่ลมหายใจร้อนๆ ของเขามันทำให้ร่างเล็กร้อนวูบวาบ“อื้อ...” ใบหน้าหวานพยักหน้าเป็นการตอบรับเพราะต้องการให้เขาปล่อยเธอไปมือหนาผละออกจากปากจิ้มลิ้มแต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรต่อเสียงหวานก็ตะโกนออกมาจนวิคเตอร์รีบคว้าร่างเล็กเอาไว้เกือบไม่ทัน“ช่วย
ยวนหันไปมองไอลดาและก็ต้องตกตะลึงอีกคนจนหญิงสาวอยากจะเห็นหน้าแม่ของตัวเองเหลือเกินว่าเหมือนกันมากแค่ไหน เพราะดูจากในรูปไม่ได้ชัดขนาดนั้น“หนูไอไม่ต้องกลัวนะ เพราะหลังจากนี้จะไม่มีใครสามารถรังแกหนูได้อีกแล้ว” เซบาสเตียนพูดทิ้งท้ายแล้วปรายตามองลูกชายที่มองไอลดาตาละห้อย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเจ้าลูกชายคิดย
ไอลดาอยากให้แม่ครูฟื้นขึ้นมาเล่าความจริงทั้งหมดให้เธอฟัง ความลับที่แม่ครูปกปิดเอาไว้เกือบยี่สิบปี และเธอก็คือหนึ่งในความลับที่แม่ครูปกปิดเอาไว้ด้วย“เอาตรงๆ นะ หนูเหมือนม่านฟ้ามาก เหมือนจนฉันต้องทักเลยละ” นี่เป็นครั้งแรกที่ไอลดาได้เห็นรอยยิ้มของชายสูงวัยคนนี้ มันยากพอๆ กับการที่ได้เห็นรอยยิ้มของวิค
“ปากบอกให้ปล่อยแต่ร่างกายสั่นขนาดนี้ เอาดีๆ นะไอ ฉันรู้ว่าเธอของขาด” ตลอดระยะเวลาหลายวันที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับเขามันก็มีบ้างที่จะคิดถึงเรื่องนี้แต่ไม่ถึงขั้นโหยหาจนแทบทนไม่ได้“ไม่...ไอไม่ได้คิดแบบนั้น”“จริงเหรอ” เสียงทุ้มถามอย่างแหบพร่าก่อนที่ปลายนิ้วพยายามแยกชั้นในที่ปกปิดกลีบสาวออก แล้วค่อย







