Mag-log inดาราขาลงอย่างเธอ รับงานกินข้าวครั้งแรกก็ซวยต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาด แต่สำหรับเขาเธอเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของการแก้แค้น พราวฟ้า เขมิทัต หรือ พราว ดาราสาวที่น่าจับตาในฐานะนางเอกชื่อดังของช่อง แค่ระยะเวลาเพียงสองปี จากดาราสมทบก็ก้าวขึ้นสู่นางเอกเบอร์ต้นๆ ของประเทศ กลายเป็นดาวจรัสฟ้าเพียงไม่ถึงปีอยู่ๆ เธอก็กลายเป็นดาราขาลง เมื่อมีข่าวฉาวว่าเธอแย่งสามีลูกสาวเจ้าของช่อง และนั่นเท่ากับเป็นการปิดฉากดาราสาวแสนสวยที่กำลังรุ่งโรจน์ลงทันที และเพื่อความอยู่รอดทำให้เธอต้องรับงานกินข้าว ...และครั้งแรกที่รับงาน ก็ต้องเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดของตัวเองอย่าง ฟาริส โยธาทรัพย์สกุล มาเฟียหนุ่มลูกครึ่ง ภาพที่ทุกคนเคยเห็นและได้ยินคือนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง โปรไฟล์ดี ใจบุญชอบช่วยเหลือสังคม แต่น้อยคนนักที่จะรู้เบื้องหลังของเขา และที่เขาเข้าหาเธอ ก็เพียงเพราะรักแรกของเขาอย่าง อลินา ลูกสาวเจ้าของช่องที่เคยมีข่าวกับเธอ - มีการใช้เซ็กทอยส์ นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นเพียงจินตนาการของผู้เขียน ไม่ได้มีส่วนพาดพิงถึงบุคคล สถานที่ หรืออาชีพใด
view moreตอนเด็กชายราฟฟา อายุได้เกือบสองขวบ วงการบันเทิงก็มีข่าวใหญ่อีกครั้ง เมื่อสาธรประกาศแต่งงานรอบสองกับภรรยาคนเดิมอย่างอลินา ไม่ได้สร้างความแปลกใจให้ทั้งเธอและฟาริส สื่อต่างๆ อวยพรกันอย่างคับคั่งในวันแถลงข่าว แต่ก็มีสื่อบางสำนักที่ยังจำเรื่องราวในอดีตได้เป็นอย่างดี เอ่ยถามถึงเรื่องราวในครั้งนั้นทำนองว่าที่เลิกกันเป็นเพราะดาราสาวอย่างพราวฟ้า "สำหรับน้องพราว เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันครับ จริงๆ เธอเป็นน้องสาวของผม ลูกพี่ลูกน้องกันครับ พ่อผมกับแม่เธอเป็นพี่น้องคนละแม่ แต่ที่ตอนนั้นเราต้องปิดข่าวเพราะย่าผมไม่สบาย ท่านไม่เคยทราบเรื่องนี้มาก่อน" คำตอบของสาธร สร้างเสียงฮือฮาให้สื่อทุกสำนัก จากนั้นก็ยังมีคำถามอีกมากมายที่ตามมา (ถ้าอย่างนั้นเรื่องที่คุณพราวเป็นมือที่สามก็ไม่ใช่เรื่องจริง) "ครับ" (คุณอลินาไม่เคยทราบเรื่องนี้มาก่อนใช่ไหมคะ) "ใช่ครับ คุณอลินาไม่เคยทราบเรื่องนี้ เธอรู้เรื่องตอนงานศพย่าผมนั่นแหละครับ ได้เจอน้องพราวกันโดยบังเอิญในงาน" (คุณสาธรกับคุณอลินาเลยได้มีโอกาสกลับมาดีกันใช่ไหมคะ) "ครับ หลังจากนั้นผมกับอลินาก็ได้มีโอกาสกลับมาคุยกันอีกครั้ง จนถึงวันนี้ครับ
"คุณพ่อคะ คุณพ่อคะ ไหวใช่ไหมคะ" เสียงร้อนรนของพยาบาลที่เอ่ยถาม ชายหนุ่มรูปหล่อที่อยู่ในชุดปลอดเชื้อสีฟ้าเช่นเดียวกับคนท้องที่นอนอยู่บนเตียงผ่าตัด ฟาริสรับแอมโมเนียมาแล้วก็ขยับตัวมานั่งที่เก้าอี้สำหรับคุณพ่อ บริเวณหัวเตียงอย่างเดิม "ไหวไหมคะ ฟาริส" พราวฟ้าเอ่ยถามสามี ที่มีใบหน้าขาวซีดราวกับไก่ต้ม "วะ..ไหว พราวเจ็บหรือเปล่า" เอ่ยถามคุณแม่ที่นอนยิ้มหวานอยู่บนเตียง ได้ยินเพียงเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ยังไม่เจ็บหรอกค่ะ" ตอนนี้ยังไม่เจ็บ แต่ไม่รู้ว่าหลังจากยาหมดฤทธิ์แล้วจะเป็นอย่างไร ตอนนี้รู้สึกเพียงเย็นๆ อยู่ที่หน้าท้อง เหมือนมีมือหลายมืออยู่ที่นั่น "ถ้ากลัวเลือดก็อย่าไปมองซิคะ" "ไม่ได้กลัวเลือด แต่กลัวพราวเจ็บ" เพราะภาพที่เขาเห็นเมื่อครู่หลังจากที่หมอกรีดมีดอันเล็กลงที่ผิวหนังหน้าท้องของภรรยา เลือดก็ค่อยๆ ซึมออกมาจากเล็กน้อยกลายเป็นแดงเถือก ความกลัวในชีวิตแทบไม่เคยเกิดขึ้นอยู่ๆ เขาก็แทบเข่าทรุดอยู่ตรงนั้น ไม่ใช่กลัวเลือด แต่กลัวว่าคนที่นอนท้องโตให้หมอกรีดมีดลงไปจะเจ็บ เธอต้องอดทนขนาดไหน แพ้ท้องก็แสนทรมาน ยิ่งภาพเมื่อครู่ทำเขารู้สึกสงสารเธอขึ้นมาจับใ
เธอสวยกว่าทุกคนที่เขาเคยควง เธอน่ารักสดใสจนไม่อยากทำร้ายแต่ในขณะเดียวกันความเซ็กซี่ของเธอมันกลับเป็นตัวอันตรายที่ทำเขาอดใจไม่อยู่ไปพร้อมๆ กัน "อยากนอนกับฉันไหม" ใบหน้าหวานตื่นตกใจไม่น้อย แต่ตอนที่เขาจ้องมองเธอ ดวงตาคู่สวยกลับไม่ยอมหลบสายตา "เอ่อ..." เสียงครางในลำคออย่างคนที่ใช้ความคิด เธอคงกำลังตัดสินใจกับเรื่องตรงหน้า อย่างน้อยเขาก็ควรบอก "วันไนต์สแตนด์นะ" "เอ่อ..." เธอยังหาเสียงตัวเองไม่เจอ ไม่รู้ว่าตัดสินใจอย่างไร แต่ใบหน้านั้นหม่นลงเล็กน้อย "พอเดินได้ไหม เดี๋ยวฉันไปส่ง พักอยู่ที่ไหน" เห็นหน้าตื่นๆ ลังเลของเธอ เขาก็เลยยอมตัดใจ แต่พอคนตัวสูงลุกขึ้นยืน ข้อมือเขาก็กลับถูกรั้งเอาไว้ "ที่นี่หรือคะ" คำถามกล้าๆ กลัวของคนตัวเล็ก ทำความอดทนเขาขาดลงตรงนั้น ฟาริสนั่งลงที่โซฟาอย่างเดิม รั้งเอวบางของคนตรงหน้าให้ขยับตัวมาแนบชิด ฝ่ามืออีกข้างประคองท้ายทอยรั้งเข้าหา เขาจูบเธออยู่นาน จูบที่รู้ว่านั่นเป็นจูบแรกของเธอด้วยซ้ำ คนตัวเล็กที่จูบตอบกลับอย่างไม่ประสามันชวนให้อารมณ์แห่งความต้องการแสนดิบเถื่อนพลุกพล่าน ในคืนนั้นเขาจึงแทบจะไม่ได้อ่อนโยนกับเธอสักเท่าไร แต่กระนั้
"พราว แกไปไหนมาอ่ะ หายไปตั้งนาน" น้ำขิงเอ่ยทักเพื่อน แต่พอมองแก้วกาแฟในมือพราวฟ้าก็ได้แต่ร้องอ๋อ "ไปซื้อกาแฟที่ตึกบริหารอีกแล้วซิ" น้ำเสียงล้อเลียน พลางหลิ่วตาใส่เพื่อนอย่างรู้ทัน "ก็เราชอบกาแฟร้านนี้ มันอร่อยดี" "แล้วได้เจอไหมล่ะ" "อื้อ" คนตอบได้แต่ทำเสียงในลำคอ ใบหน้าหวานเห่อแดงขึ้นทันตา คนที่อยากเจอก็ได้เจอ เพียงแต่เขาไม่เคยเห็นเธอก็เท่านั้นเอง ในทุกวันจันทร์เธอจะสามารถเห็นฟาริสได้ที่โต๊ะหินอ่อนใต้อาคารบริหาร ซึ่งร้านกาแฟร้านโปรดของเธอก็อยู่ใกล้ๆ ตรงนั้น ในทุกวันอังคารช่วงเที่ยงเธอจะเจอเขาได้ที่ห้องสมุดของมหาวิทยาลัย แอบรู้ทีหลังจากพี่สาวน้ำขิงว่า ฟาริสจะมีชั่วโมงว่างตอนเที่ยงซึ่งจะต้องเข้าคลาสอีกทีก็เกือบบ่ายสอง หลังจากกินข้าวเสร็จเธอก็จะเจอเขาได้ที่ห้องสมุดบ่อยๆ แต่เขาก็ไม่เห็นเธออีกเช่นเคย เพราะคนที่มาห้องสมุดก็แค่เพื่อพักสายตาเท่านั้น บนโต๊ะมุมด้านในไม่มีหนังสือสักเล่ม มีเพียงใบหน้าหล่อเหลาที่ฟุบลงบนแขนของตัวเอง หลับตาตากแอร์เย็นฉ่ำอยู่ด้านใน เธอมีโอกาสเจอเขาครั้งแรกที่นี่เมื่อเดือนก่อน เพราะต้องมายืมหนังสือเพื่อทำรายงาน ขณะกำลังเขย่งปลายเท้าเพื่อห
พราวฟ้าถูกอุ้มขึ้นในท่าที่เธอยังคร่อมเขาอยู่ แต่ดูท่าฟาริสคงจะไม่ได้จับเธออุ้มแตงอยู่ตรงนี้ เมื่อเขาเดินไปทางชั้นลอยของเพนต์เฮ้าส์ เธอจึงได้รู้ว่าห้องนอนเขาอยู่ด้านบน เธอถูกวางลงที่เตียงใหญ่ ฟาริสก็จัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเอง ก่อนจะจับชุดเดรสตัวสวยของเธอถอดออกทางศีรษะ บราเซียเกาะอกไร้สายก็
"คุณอธิปคะ พราวอยากเจอคุณฟาริสได้ไหมคะ" พราวฟ้าเอ่ยถามตอนที่ขึ้นมานั่งบนรถ "ได้ครับ เดี๋ยวผมจะไปส่งคุณพราวที่เพนต์เฮ้าส์นะครับ" "ขอบคุณค่ะ" ตึกสูงกลางกรุงกว่าห้าสิบชั้น คุณอธิปส่งเธอขึ้นมาถึงหน้าห้องแล้วก็หายไป เหลือเธอเพียงคนเดียวที่กำลังยืนเคาะประตูใหญ่อยู่หน้าห้อง ฟาริสออกมาเปิดประตู
พราวฟ้าหยิบกระปุกคุกกี้ออกมาจากถุงกระดาษที่เหลืออยู่ในรถ "คุณจะลองชิมไหมคะ" ฟาริสหยิบคุกกี้ธัญพืชออกมาหนึ่งชิ้น ส่งเข้าปากไปแล้ว ก็รีบคว้าแก้วกาแฟขึ้นมาดื่มตาม "ถ้าคุณไม่ชอบก็อย่าฝืนเลยค่ะ มันก็ไม่ได้อร่อยขนาดนั้น" ปิดกระปุกคุกกี้แล้วก็เก็บเข้าถุงกระดาษอย่างเดิม คนที่ดูดกาแฟเข้าไปอึกใหญ่ทำ
พราวฟ้ามองซองจดหมายสีขาวตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจ "เงินเดือนของเธอ ที่เหลือจากหักใช้หนี้" "มีเหลือด้วยหรือคะ" "จะได้ไม่ต้องไปขออธิปอีก" "ค่ะ ขอบคุณค่ะ" พราวฟ้าเบะปากขึ้นนิดๆ พยักหน้าน้อย ได้ก็ดี "เห็นบอกว่าพรุ่งนี้เธอต้องไปงานเปิดตัวเพลงที่แสดงใช่ไหม" "ค่ะ" "อืม เข้าใจแล้ว เดี๋ย