Share

-4-

last update Terakhir Diperbarui: 2025-03-05 10:43:57

รุ่งเช้าปิ่นมณีเดินไปด้อมๆ มองๆ อยู่ที่ร้านอาหารขนาดย่อมร้านหนึ่งที่ตั้งอยู่ตรงกลางโดยมีร้านขายดอกไม้และร้านขายยาขนาบอยู่สองข้างซ้ายขวา หน้าร้านสีขาวขนาดสองคูหาสองชั้นตกแต่งด้วยไม้ดอกจำพวกชวนชมหลากสีที่ตัดแต่งเป็นพุ่มสวยงาม ปิ่นมณีจ้องมองอย่างอดที่จะชื่นชมไม่ได้ หญิงสาวมองป้ายประกาศเล็กๆ ที่ติดอยู่บนกระจกหน้าร้านพลางเลยไปยังป้ายขนาดใหญ่ที่เขียนด้วยอักษรนูนสีทองว่า จิ๊กกี๋โภชนา’   อย่างใช้ความคิดสักพักก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูกระจกเข้าไป

“ขอโทษนะคะคุณ ตอนนี้ร้านยังไม่เปิดให้บริการค่ะ” พนักงานสาวที่ไม่สวยเลยสักนิดหันมาบอกอย่างตกใจเมื่อเห็นปิ่นมณีเดินเข้ามาด้วยคิดว่าเป็นลูกค้า

“คือ…ฉะ…หนูมาสมัครงานค่ะ”

ปิ่นมณีพูดอย่างไม่มั่นใจนักว่าจะใช้คำสรรพนามเรียกตัวเองว่าอะไร สุดท้ายก็นึกขึ้นมาได้ว่าเธอกำลังปลอมตัวเป็นเด็กมาหางานพิเศษทำ จึงใช้คำเรียกตัวเองว่า หนู แทน ฉัน อย่างที่ตั้งใจไว้ในตอนแรก

“สมัครงานงั้นเหรอ” เมื่อรู้ว่าปิ่นมณีไม่ใช่แขก หญิงสาวคนเดิมจึงเปลี่ยนท่าทีการพูดในทันใด

“เธออายุเท่าไหร่”

“เอ่อ…17 จ้ะ” ปิ่นมณีตอบทันที เธอรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังมองเธออย่างไม่ค่อยจะเชื่อนัก

“รอเดี๋ยวนะ จะไปตามเถ้าแก่เนี้ยมาให้”

“ขอบคุณจ้ะ”

ไม่นานนักหญิงที่ถูกเรียกว่าเถ้าแก่เนี้ยก็ปรากฏกายขึ้น เธอเป็นหญิงวัยกลางคน ผมหยิกหยองที่จัดตกแต่งทรงได้อย่างไม่มีที่ตินั้นทำให้ปิ่นมณีนึกถึงบรรดาพวกภริยาของนักการเมืองระดับสูงเวลาออกงานสังคม ใบหน้าอวบอูมนั้นดูมีสง่าราศีสมกับเป็นเศรษฐีนีคนหนึ่งทีเดียว ปิ่นมณียกมือไหว้อย่างมีมารยาทพลางนึกถึงป้าไฝหัวฟูเจ้าของตึกที่เธอเช่าอยู่อย่างนึกขัน ทำไมพวกเศรษฐีนีถึงได้มีลักษณะเหมือนกันแบบนี้นะ

“ไหว้พระเถอะ” เถ้าแก่เนี้ยรับไหว้พลางทักทายด้วยสำเนียงลูกครึ่งจีนแผ่นดินใหญ่

“นั่งลงสิ”

“คือ…หนูเห็นป้ายรับสมัครพนักงานเสิร์ฟอยู่หน้าร้านน่ะค่ะ ก็เลยสนใจอยากมาสมัคร” ปิ่นมณีพูดขึ้นหลังทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตามคำบอก หญิงสาวพยายามทำท่าทางให้ดูเด็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ พลางคิดว่าตนเองคงดูไม่แก่เกินไปนัก

“ชื่ออะไรล่ะเรา”

“ปะ…ปิ่น เอ่อ…โบตั๋นค่ะ”

“อายุเท่าไหร่แล้วล่ะ”

“17 ค่ะ”

“อืม…เด็กสมัยนี้โตเร็วกันจริงจริ้ง อายุไม่เท่าไหร่ก็ดูเป็นผู้ใหญ่เสียแล้ว”

เถ้าแก่เนี้ยพูดไปเรื่อยเปื่อยตามประสา โดยไม่ทันได้สังเกตเลยว่าคนฟังเริ่มเบ้ปากอย่างไม่ค่อยพอใจนัก เพราะคิดว่าอีกฝ่ายกำลังแดกดันเธอ

pก็แน่ล่ะ จะไม่ให้โตได้ยังไง ปีนี้ฉันน่ะ 23 ย่าง 24 แล้วต่างหาก”

“หนูว่าอะไรนะ” เถ้าแก่เนี้ยหันมาถามเพราะได้ยินไม่ค่อยถนัดนัก ปิ่นมณีรีบแก้ตัวทันที

“เอ่อ…คือ…หนูบอกว่าหนูมีพี่คนนึงอายุ 23 น่ะค่ะ”

“งั้นเหรอ! แล้วหนูมาจากไหนล่ะ”

“หนูเพิ่งมาจากต่างจังหวัด…เพชรบุรีน่ะค่ะ เพิ่งเข้ามาเรียนม.ปลายปีแรก ตอนนี้เป็นช่วงปิดเทอมก็เลยตั้งใจมาทำงานหารายได้พิเศษจ่ายค่าเทอม”

“อื้ม…ที่นี่เองก็ขาดเด็กเสิร์ฟอยู่เหมือนกัน คนเก่าก็อายุประมาณหนูนี่แหละ ทำงานได้ไม่กี่เดือนก็มาขอลาออก บอกว่าจะไปแต่งงาน ได้หนูมาคงช่วยงานได้มาก”

“เอ่อ…แต่ว่า…หนูคงทำได้แค่ชั่วคราวนะคะ” 

“เอาเถอะ! ชั่วคราวก็ยังดีกว่าไม่มี งานที่นี่ค่อนข้างหนัก รายได้วันละ 200 บาท ค่าทิปต่างหาก แต่เป็นทิปรวม และต้องทำทุกอย่าง ตั้งแต่เสิร์ฟ ทำความสะอาด ทุกๆ วันจันทร์ และวันศุกร์ก็ต้องผลัดเวรกันล้างห้องน้ำ แล้วก็อนุญาตให้ลาหยุดได้ถ้าจำเป็น ร้านจะหยุดทุกวันพุธ เปิดให้บริการตั้งแต่ 5 โมงเย็นถึง 3 ทุ่ม แต่หนูต้องมาทำงานตั้งแต่ 9 โมงเช้า มีอะไรจะถามอีกไหม”

“ไม่มีค่ะ” ปิ่นมณีตอบทั้งๆ ที่ยังไม่หายเบลอกับสิ่งที่เถ้าแก่เนี้ยร่ายยาวมาเป็นชุด

"หนูจะเริ่มงานได้เมื่อไหร่”

“เอ่อ…” ปิ่นมณีนั่งใช้ความคิดสักพัก “ขอเป็นพรุ่ง…” ยังไม่ทันได้พูดจบประโยค เถ้าแก่เนี้ยก็ชิงพูดขึ้นทันที

“เอาเป็นวันนี้เลยเป็นไง ไหนๆ ก็มาแล้ว แถมวันนี้เด็กก็ลาหยุดตั้ง 2 คน กำลังกลุ้มใจอยู่พอดี หนูมาจะได้ช่วยทำงานเล็กๆ น้อยๆ อย่างอื่นได้ เอาตามนี้นะ” เถ้าแก่เนี้ยไม่รอคำตอบรับหรือปฏิเสธจากหญิงสาว เพราะพูดเสร็จก็รีบไปหลังครัวทันที ทิ้งให้ปิ่นมณีนั่งทำหน้าเบ้อยู่คนเดียว

“นี่ฉันคิดผิดหรือเปล่าเนี่ย”

ไม่กี่อึดใจต่อมา ปิ่นมณีก็ถูกแนะนำให้รู้จักกับวราภรณ์ หัวหน้าพนักงานเสิร์ฟที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนกับผู้ช่วยของเถ้าแก่เนี้ย เธอเป็นหญิงไม่สาวร่างบางตัวเล็กที่มารู้ทีหลังว่าโสดสนิทแถมเกาะคานทองนิเวศน์มาหลายปีดีดักจนอายุปาเข้าไปจวนจะห้าสิบอยู่รอมร่อ แถมยังเป็นคู่ทุกข์คู่ยากกับเถ้าแก่เนี้ยมาเนิ่นนาน ประมาณว่าเคยมีบุญคุณต่อกันเอาไว้ วราภรณ์แนะนำให้รู้จักกับหญิงสาวชื่ออ้อย ปิ่นมณีจำได้ว่าเป็นคนคนเดียวกับที่เธอเจอตอนที่เดินเข้าร้านมา อ้อยมองเธออย่างเหยียดๆ เพราะเห็นว่าเป็นเด็กใหม่และเด็กกว่าเธอมาก

“หนูคนนี้ชื่อโบตั๋น เพิ่งเริ่มงานวันนี้เป็นวันแรก ยังไงก็ฝากด้วยนะ หนูโบตั๋น…มีอะไรไม่เข้าใจก็ถามอ้อยเขาได้ อ้อยเขาอยู่ที่นี่มานาน ฉันไปก่อนนะ” วราภรณ์พูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินไปจัดการกับงานที่ค้างไว้

“เคยทำงานแบบนี้มาก่อนหรือเปล่า” อ้อยเอ่ยถามแบบมะนาวไม่มีน้ำ

“ไม่เคยจ้ะ”&nbsp“งั้นก็จำเอาไว้ อยู่ที่นี่ห้ามขี้เกียจ ห้ามเกี่ยงงาน และที่สำคัญเธอต้องมีสัมมาคารวะโดยเฉพาะรุ่นพี่อย่างฉัน”

“จ้ะ! ฉันจะจำไว้”

ปิ่นมณีรับปากพลางคิดว่าพวกเด็กเสิร์ฟก็มีมาเฟียด้วยหรือเนี่ย ก่อนจะถอนหายใจอย่างปลงๆ เมื่อพอจะเดาออกว่าเธอจะต้องเจอกับอะไรต่อไปบ้าง

“เอาเถอะน่ายายปิ่น…อดทนเข้าไว้เพื่องาน…”

“เธอบ่นอะไรอยู่คนเดียวมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว” อ้อยเอ็ดเสียงแข็งเมื่อเห็นปิ่นมณีทำปากขมุบขมิบอยู่คนเดียวเพราะเข้าใจว่าหญิงสาวกำลังไม่พอใจและคิดต่อต้านเธอ

“เปล่าจ้ะ…ว่าแต่พี่มีอะไรให้ฉันช่วยไหม”     

“มีสิ” อ้อยนิ่งไปสักพักก่อนจะยิ้มที่มุมปากอย่างคนนึกอะไรดีๆ ได้

“วันนี้คนเราขาดไปตั้งสองคน เธอช่วยไปล้างห้องน้ำแทนยายมะลิที่ลาหยุดวันนี้หน่อยสิ”

“ล้างห้องน้ำ!” ปิ่นมณีพูดย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ แต่มันกลับดูเหมือนว่าเธอกำลังตะโกนเสียงดังด้วยความไม่พอใจเสียมากกว่า

“ทั้งห้องน้ำหญิงและห้องน้ำชายเลยนะ ตอนดึกๆ ลูกค้าร้านเราจะเยอะมาก คนจะใช้ห้องน้ำเยอะ เพราะงั้นมันเลยค่อนข้างจะสกปรกนิดหน่อย อุปกรณ์อยู่ในห้องเก็บของ เธอเข้าไปเอาเองก็แล้วกัน ฉันต้องไปทำงานอื่นต่อ” พูดเสร็จอ้อยก็เดินเชิดหน้าออกไป ทิ้งให้ปิ่นมณียืนทำหน้าเบ้เหมือนคนใกล้จะร้องไห้อยู่คนเดียว

หญิงสาวเข้ามาเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเป็นชุดทำความสะอาดที่หาได้จากห้องเก็บของเพราะกลัวชุดที่ใส่มาวันนี้จะเปื้อน พลางเตรียมอุปกรณ์ล้างห้องน้ำครบเซ็ทอันประกอบไปด้วยถังน้ำใบใหญ่ แปรงกาบมะพร้าวด้ามสั้นกระชับมือ น้ำยาล้างห้องน้ำสูตรเพอร์เฟ็กต์ขจัดคราบสกปรกภายในเสี้ยววินาที ถุงมือยาง และรองเท้าบูท ปิ่นมณียืนมองสภาพตัวเองผ่านเงาในกระจกห้องน้ำอย่างปลงตกพลางสูดหายใจลึกเพื่อเรียกกำลังใจก่อนจะเริ่มปฏิบัติการนางแจ๋ว

“แหวะ! เหม็นชะมัด”

ปิ่นมณีเริ่มต้นที่ห้องน้ำหญิงก่อน แม้จะเป็นห้องน้ำเล็กๆ แค่ห้องเดียวตามสไตล์ห้องน้ำในร้านอาหารก็ตาม แต่คราบเหลืองๆ ลื่นๆ ที่ปรากฏอยู่ตามซอกพื้น ซอกผนัง และโถส้วมก็ทำให้ปิ่นมณีคลื่นไส้แทบจะอ้วกออกมา แถมกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ยังคลุ้งไปทั่วอีกต่างหาก

“ให้ตายเถอะ! ทำไมมันถึงได้สกปรกอย่างนี้นะ เป็นผู้หญิงแท้ๆ ใช้ห้องน้ำไม่ระวังกันเล้ย” ปิ่นมณีบ่นขณะที่เอามือหนึ่งบีบจมูกเอาไว้ ส่วนอีกมือก็เอาแปรงขัดๆ ถูๆ อย่างขยะแขยง เธอหลับหูหลับตาเอาน้ำยาล้างห้องน้ำเทไปจนทั่วห้อง แล้วก็หลับตาเอามือถูๆ ก่อนจะราดน้ำโครมใหญ่

“เฮ้อ! ค่อยยังชั่วหน่อย หายใจแทบไม่ออก”

ปิ่นมณีรีบวิ่งออกมาหอบหายใจหน้ากระจกทันที อาการของเธอในเวลานี้เหมือนคนใกล้จะขาดใจตายอยู่รอมร่อเพราะขาดอากาศหายใจ ระหว่างนั้นเธอก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นที่หน้าประตูห้องน้ำ เป็นเสียงทุ้มลึกของผู้ชาย

“เป็นอะไรมากไหม” 

ไม่มีเสียงตอบจากอีกฝ่าย

“แต่อาการเธอดูน่าเป็นห่วงนะ บอกเถ้าแก่เนี้ยขอลาหยุดสักวันดีกว่า” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง

ยังคงไม่มีเสียงตอบจากอีกฝ่าย ปิ่นมณีเริ่มสงสัยและอยากรู้ว่าเจ้าของเสียงทุ้มลึกนี้คือใคร แต่แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่าอาจจะเป็นของคนที่เธอกำลังตามหาอยู่ก็ได้ เพราะเธอเองก็ยังไม่ได้เจอหน้าเชฟที่ชื่อพัลลภเลย

“หนูไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ แค่หน้ามืดนิดหน่อย อีกอย่างถ้าหนูหยุด คนก็จะขาดอีก วันนี้ก็ลาหยุดไปแล้วตั้งสองคน”

“แต่เธอไม่สบาย เถ้าแก่เนี้ยคงเข้าใจ วันนี้ฉันได้ยินว่ามีคนมาสมัครใหม่อีกคน คงไม่เป็นไรหรอก”

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูยังทำไหว”

เสียงพูดนั้นหายไป ก่อนจะตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ ห่างออกไป ปิ่นมณีแทบลืมหายใจ เสียงนั้นต้องเป็นเด็กสาวที่ชื่อเปิ้ลกับเชฟพัลลภอย่างแน่นอน เธอบอกกับตัวเองว่าหลังเสร็จงานแล้วอย่าลืมจดบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นเด็ดขาด และอีกอย่างที่สำคัญมากก็คือ เธอต้องเข้าไปตีสนิทกับเด็กสาวที่ชื่อเปิ้ลให้ได้    

หลังจากล้างห้องน้ำทั้งสองห้องเสร็จ ปิ่นมณีก็ตั้งใจว่าจะนั่งพักให้หายเหนื่อยสักครู่ เพราะรู้สึกแสบจมูกกับกลิ่นของน้ำยาล้างห้องน้ำที่สูดดมเข้าไป หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งบนโต๊ะภายในห้องพักพนักงาน พลางหยิบสมุดโน้ตออกมาจากกระเป๋า ยังไม่ทันได้เปิดหน้ากระดาษ เสียงของอ้อยก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

“ล้างห้องน้ำเสร็จแล้วเหรอ” เมื่อเห็นปิ่นมณีพยักหน้าตอบรับ เธอก็พูดขึ้นต่อ “ถ้างั้นก็ไปช่วยทำความสะอาดร้านหน่อยสิ ฉันมีอย่างอื่นอีกมากมายที่ต้องทำต่อ อีกอย่างตอนนี้เถ้าแก่เนี้ยกับเจ๊ภรณ์ก็ไม่อยู่ด้วย”

“เอ่อ…แต่ว่า…”

ปิ่นมณีตั้งท่าจะบอกว่าเธอเพิ่งล้างห้องน้ำเสร็จมาเมื่อกี้ ยังไม่ได้พักเลย แต่ก็พูดไม่ออกเมื่อเห็นสายตาที่จิกกัดของอ้อยส่งมายังเธอ

“ก็ได้จ้ะ” ปิ่นมณีรับคำก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างจำใจ

อ้อยยืนยิ้มอยู่คนเดียวอย่างสะใจที่ได้แกล้งเด็กใหม่อย่างปิ่นมณีได้ ความจริงแล้วงานวันนี้มันไม่ได้ยุ่งยากอะไรนัก เพียงแต่เธอรู้สึกหมั่นไส้ยายเด็กใหม่ก็เลยวางแผนแกล้งเธอโดยการถือโอกาสที่เถ้าแก่เนี้ยออกไปข้างนอกโกหกพนักงานคนอื่นๆ ว่างานทุกอย่างเสร็จแล้ว เหลือแค่รอเปิดร้าน คนอื่นๆ จึงถือโอกาสออกไปเที่ยวเล่นก่อนจะกลับเข้ามาทำงานอีกครั้งในตอนเย็นเมื่อร้านเปิด โดยเธอรับอาสาเฝ้าร้านแทนให้ ซึ่งก็เท่ากับว่ามีเธอกับปิ่นมณีเท่านั้นที่ต้องทำงานด้วยกัน หรือจะพูดให้ถูกก็คือมีปิ่นมณีคนเดียวเท่านั้นที่ทำงาน ส่วนอ้อยก็แค่ยืนใช้เธอพลางทำท่าเป็นคุณนายเจ้าของร้านนั่นเอง

ขณะที่เดินถือไม้ถูพื้นออกมานั้น ปิ่นมณีก็ได้เจอกับเด็กสาวคนหนึ่งที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเพิ่งจะจบ       ม. ปลายมาได้ไม่กี่ปี เมื่อเห็นปิ่นมณี เด็กสาวก็ส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตรก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำความสะอาดโต๊ะนั่งของลูกค้าอย่างขะมักเขม้น ปิ่นมณียิ้มตอบพลางเริ่มต้นถูพื้นอย่างไม่ค่อยตั้งใจนัก เพราะมัวแต่สนใจเด็กสาวตรงหน้า

“เธอเพิ่งมาทำงานวันนี้เป็นวันแรกใช่ไหม” เด็กสาวที่ละมือจากงานหันมาถามเสียงแผ่ว

“เอ่อ…ใช่” ปิ่นมณีตกใจที่อยู่ๆ คนที่เธอมองก็หันมาถามอย่างไม่ทันตั้งตัว เธอจึงตอบออกไปอย่างตะกุกตะกัก

“ได้ยินว่าเธอเพิ่งจะอายุ 17 งั้นก็อ่อนกว่าฉันตั้ง 2 ปี”

“งั้นเหรอ”

“อื้อ! ฉัน…” ยังไม่ทันที่เด็กสาวจะพูดอะไรต่อ อยู่ๆ เธอก็ล้มลงไป ปิ่นมณีตกใจมาก เธอรีบวิ่งไปประคองเด็กสาวได้ทันเวลา

“เป็นอะไรไปน่ะ” ปิ่นมณีถามออกมาอย่างตกใจ เธอมองร่างในมืออย่างเป็นห่วง

“ฉัน…ฉันเวียนหัวจัง”

“เธอ…เป็นลมเหรอเนี่ย เดี๋ยวนะ…ฉันจะพาเธอออกไปข้างนอก อากาศในนี้มันอึดอัดเกินไป”

“ไม่ต้องหรอก ช่วยพาฉันขึ้นไปนั่งที่โต๊ะก็พอ”

“แต่ว่า…”

“เอาเถอะ…ทำตามที่ฉันบอก…นะ” เด็กสาวพูดเสียงแผ่ว

ปิ่นมณีประคองเด็กสาวมานั่งที่โต๊ะ ก่อนจะล้วงหายาดมจากกระเป๋าเสื้อที่เธอเพิ่งยัดลงไปเมื่อตอนล้างห้องน้ำเสร็จใหม่ๆ พลางส่งให้เด็กสาว

“เธอไหวไหม ฉันไปตามพี่อ้อยให้ดีกว่า” ปิ่นมณีตั้งท่าจะเดินออกไป แต่อ้อยเดินเข้ามาพอดีเพราะได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายเมื่อครู่

“มีอะไร!” อ้อยถามเสียงห้วน “แล้วทำไมไปนั่งอยู่ตรงนั้นล่ะเปิ้ล”

“คือ…เปิ้ลไม่สบายน่ะ อยู่ๆ ก็เป็นลม หนูกำลังจะไปตามพี่อยู่พอดี”

“ไม่ไหวก็ไปพักสิ จะฝืนทำไม เมื่อกี้ก็บอกแล้วว่าให้พักได้ ก็ไม่ยอมไป” พูดเสร็จอ้อยก็เดินเข้ามาประคองเด็กสาวที่ชื่อเปิ้ลเข้าไปด้านใน

“เดี๋ยวฉันจะพาเข้าไปพักข้างในนะ เธอก็ช่วยทำแทนหน่อยก็แล้วกัน”

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวตรงนี้ฉันจัดการเอง”

ปิ่นมณีพูดพลางมองตามหลังอ้อยไปอย่างชื่นชมโดยไม่รู้เลยว่าจริงๆ แล้วอ้อยไม่ได้ห่วงอะไรเด็กที่ชื่อเปิ้ลหรอก เพียงแต่เธอต้องการแกล้งปิ่นมณีให้ทำงานคนเดียวก็เท่านั้น

“เด็กคนนั้นสินะที่ชื่อเปิ้ล อืม…ท่าทางเป็นคนซื่อๆ คงจะล้วงความลับได้ไม่ยาก”

ปิ่นมณีพูดอยู่คนเดียวพร้อมรอยยิ้มแห่งชัยชนะพลางคิดว่าผลงานของเธอออกมาได้ดีเกินคาดกว่าที่คิดเอาไว้เยอะทีเดียว

ลีลาวดีมาหาปิ่นมณีที่ห้องเมื่อตอนบ่ายแก่ๆ ขณะที่กำลังเคาะห้องเป็นครั้งที่สิบอย่างไร้เสียงตอบรับอยู่นั้น ก็มีเสียงของใครบางคนดังขึ้นมาจากด้านหลัง

"มาหาปิ่นมณีหรือครับ”        

“เอ่อ…ค่ะ” หญิงสาวหันไปตอบรับทันทีที่ได้ยินเสียง

“ไม่อยู่หรอกครับ ออกไปตั้งแต่เช้าแล้วล่ะ” เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำหน้าแปลกใจ ชายหนุ่มร่างสูงก็หัวเราะกับตัวเองอย่างเขินๆ ก่อนจะพูดขึ้นต่อ

“ผมอยู่ห้องข้างๆ คุณปิ่นมณีน่ะครับ” ไม่พูดเปล่า เขายังชี้มือไปยังห้องของเขาที่อยู่เยื้องไปทางด้านขวามือ

“ผมเจอคุณปิ่นตั้งแต่เช้า เห็นว่าจะออกไปหางานหรือยังไงนี่แหละ”

“หางานเหรอคะ”

ลีลาวดีรู้สึกงงเป็นไก่ตาแตกกับคำตอบของชายหนุ่มแปลกหน้า เพื่อนของเธอน่ะเหรอออกไปหางานทำ…ไม่น่าเป็นไปได้

“คุณพอทราบไหมคะว่าปิ่นไปหางานแถวไหน”

“เรื่องนั้นผมไม่รู้หรอกครับ”

“งั้นหรือคะ”

“มีอะไรหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มถามขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของลีลาวดีมีแววกังวลใจแกมสงสัย

“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร” ลีลาวดีส่ายหน้าปฏิเสธพัลวัน

“ถ้ามีธุระด่วนลองโทรเข้ามือถือเธอดูสิครับ”

“ฉันโทรแล้ว แต่ไม่มีคนรับ…ช่างเถอะค่ะ มันไม่ใช่ธุระสำคัญอะไร เอาไว้ฉันเข้ามาหาใหม่ก็แล้วกัน”

“ถ้ามีอะไรฝากผมไว้ก็ได้นะครับ ผมกับคุณปิ่นสนิทกัน”

ลีลาวดีมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างใช้ความคิด รูปร่างหน้าตาก็ไม่เลว แววตาเป็นประกายเหมือนยิ้มได้ ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน น่าจะไว้ใจได้ แต่ยังไงเขาก็ยังเป็นชายหนุ่มแปลกหน้าสำหรับเธออยู่ดี

“ไม่เป็นไรค่ะ…งั้นฝากบอกปิ่นมณีด้วยนะคะว่าลีลาวดีมาหา” ลีลาวดีพูดทิ้งท้ายก่อนจะขอตัวกลับ ชายหนุ่มพยักหน้าตอบรับ เมื่อเห็นหญิงสาวเดินลับตาไปแล้ว เขาก็ไขกุญแจเข้าห้องไปอย่างอารมณ์ดี  

ลีลาวดีเดินออกจากตึกหอพักของปิ่นมณีด้วยหน้าตาบูดบึ้ง เธออารมณ์ไม่ดีมาตั้งแต่เช้าเพราะเครียดเรื่องสมัครงาน ตั้งใจว่าจะมาชวนเพื่อนรักออกไปเที่ยวให้หายเครียด ก็ดันไม่เจอตัว แถมปิ่นมณียังทำให้เธอโมโหมากขึ้นเมื่อไม่ยอมรับโทรศัพท์อีกต่างหาก ลีลาวดีจึงยิ่งเซ็งเป็นสองเท่า ระหว่างที่เดินมาตามถนนด้วยใบหน้าบอกบุญไม่รับอยู่นั้น โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เบอร์ที่ไม่คุ้นตาโชว์หราอยู่บนหน้าจอ ลีลาวดีกดรับอย่างเซ็งๆ เพราะเข้าใจว่าเป็นของพวกที่ชอบโทรผิด แถมยังชอบโทรมาติดที่เบอร์ของเธออีกต่างหาก

“สวัสดีค่ะ”

“คุณลีลาวดีใช่ไหมคะ”

“ค่ะ”

“ดิฉันวดี โทรมาจากบริษัทดรีมเมค อินเทอร์เรอร์นะคะ คุณผ่านการคัดเลือกให้เป็นพนักงานฝ่ายประสานงานของบริษัท เพราะมีคุณสมบัติตรงตามที่ต้องการ ไม่ทราบว่าคุณจะสะดวกเข้ามาเซ็นสัญญาได้เมื่อไหร่คะ”

“หา! ฉัน…ได้รับคัดเลือกหรือคะ” ลีลาวดีถามอีกฝ่ายอย่างไม่ค่อยเชื่อหูนัก

“ใช่ค่ะ! ยินดีด้วยนะคะ”

“เอ่อ…ถ้าฉันจะเข้าไปวันนี้เลยจะเป็นไรไหมคะ”

“วันนี้เหรอคะ เอ่อ…รบกวนรอสักครู่นะคะ ขอดิฉันเช็คดูก่อนว่าคุณทัดภูมิอยู่ที่บริษัทหรือเปล่า”

สิ้นเสียงหวานๆ ของคนที่ชื่อวดี ลีลาวดีก็ได้ยินเสียงเพลงรอสายดังตามมา เธอยืนยิ้มอยู่คนเดียวชนิดที่ถ้าใครมาเห็นเข้าคงต้องพากันบอกว่าเธอบ้าร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างแน่นอน

“ขอโทษที่ให้รอนะคะ ตกลงคุณเข้ามาวันนี้ได้เลยค่ะ ทางเราจะเตรียมเอกสารสัญญาไว้ให้ ไม่ทราบว่าคุณจะมาถึงตอนกี่โมงคะ”

“อืม…ไม่เกินหนึ่งชั่วโมงแน่นอนค่ะ”

ลีลาวดีพูดอย่างมั่นใจขณะก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือ หญิงสาวยิ้มกับตัวเองอีกครั้งหลังจากที่วางสายไปแล้ว พลางบอกตัวเองว่าเธอช่างเป็นผู้หญิงที่โชคดีเสียจริง ข่าวดีเรื่องงานของเธอในวันนี้ ทำให้หญิงสาวลืมอารมณ์ขุ่นมัวเมื่อครู่ไปเสียสนิท

กว่าปิ่นมณีจะถึงบ้านก็ปาเข้าไปเกือบสองทุ่ม วันนี้เธอทำงานมากเกินกว่าทุกครั้งจนแทบจะไม่มีแรงเดิน ทันทีที่ถึงห้องเธอก็โยนกระเป๋าถือและถุงเป็ดพะโล้น้ำแดงของฝากจากร้านอาหารลงพื้น ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มและหลับตาอย่างหมดแรง แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ทำอะไรบางอย่าง หญิงสาวก็กระโดดลงจากเตียง ก่อนจะเดินมาเปิดโน้ตบุ๊คส์ตัวเก่งและทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทั้งที่ตาทั้งสองข้างหนักอึ้งแทบจะลืมไม่ขึ้น

ปิ่นมณีนึกทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ก่อนจะเริ่มพิมพ์รายละเอียดลงไปในคอมพิวเตอร์  เริ่มตั้งแต่เรื่องที่เธอได้เจอเด็กสาวที่ชื่อเปิ้ลกับเชฟพัลลภ อาการประหลาดของเปิ้ลที่เป็นลมไปโดยไม่รู้สาเหตุถึงสี่ครั้งภายในวันเดียว คำพูดแปลกๆ ของคนทั้งสอง รวมถึงเรื่องที่เธอเจอทั้งสองคนอยู่บนรถคันเดียวกันตอนจะกลับบ้านอีกด้วย เมื่อพิมพ์เสร็จเธอก็ตั้งข้อสันนิษฐานว่าสองคนนี้ต้องมีอะไรกันจริงๆ ตามคำบอกเล่าของคุณวรรณี ส่วนเรื่องที่เด็กสาวชื่อเปิ้ลตั้งท้องนั้นยังคงเป็นปริศนา เธอพิมพ์เครื่องหมายเควกชั่น มาร์คลงไปในช่องที่เขียนว่าท้องด้วยตัวสีแดง พร้อมกับข้อความกำกับด้านล่างว่า รอสืบหาความจริงก่อนจะปิดเครื่อง

ให้ช้านตาย ดีกว่าร้ากเธอ…”

เสียงโทรศัพท์มือถืออันมีเอกลักษณ์ของปิ่นมณีดังขึ้น หญิงสาวกดรับโดยทันทีเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นคนคุ้นเคย

“ยายบ้า! ปิดเครื่องหนีเจ้าหนี้อยู่หรือไงยะ ฉันโทรหาทั้งวันจนปวดมือไปหมดแล้ว” เสียงต่อว่าจากปลายสายดังแหววมา ทำให้ปิ่นมณีเบ้หน้าด้วยความรำคาญ เพราะตอนนี้เธอง่วงเต็มแก่ ถ้าไม่เห็นว่าเป็นเพื่อนสนิท คงตัดสายทิ้งไปแล้ว

“โทษทีนะริน วันนี้ฉันยุ่งไปหน่อย”

“ยุ่งเรื่องอะไรยะแม่สาวโบตั๋น”

“อย่ามาแกล้งฉันเลยริน ตอนนี้ฉันง่วงจะตายอยู่แล้ว เหนื่อยด้วย”

“อะไรกัน พูดอย่างกับไปใช้แรงงานมาทั้งวันงั้นแหละ”

“ก็ทำนองนั้น ถ้าไม่มีอะไรก็แค่นี้นะ”

“เฮ้ย! เดี๋ยวสิ” ลีลาวดีโวยวายขึ้นเมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะวางสาย “ฉันมีเรื่องจะบอกแก”

“เรื่องอะไร”

“ฉันได้งานแล้วนะ”

“ว่าไงนะ” คำพูดของลีลาวดีทำเอาปิ่นมณีตาสว่าง

“บริษัทรับตกแต่งภายในที่ฉันไปสมัครไว้รับฉันเข้าทำงานแล้ว”

“งั้นก็ดีน่ะสิ ดีใจด้วยนะ”

“อื้อ! แกรู้ไหมว่าฉันตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเลยล่ะ ฉันก็เลยจะโทรมาชวนแกไปซื้อชุดทำงานเป็นเพื่อนหน่อย แกพอมีเวลาว่างไหม”

“เมื่อไหร่”

“พรุ่งนี้เป็นไง เพราะว่าอีกสามวันฉันก็จะเริ่มงานแล้ว”

“พรุ่งนี้เหรอ…”

ปิ่นมณีเงียบไปอย่างใช้ความคิด พรุ่งนี้เธอต้องไปทำงานตั้งแต่ 9 โมงเช้า แต่ถ้าปฏิเสธ ลีลาวดีคงโกรธเธอแน่

“ก็ได้!”

“งั้นพรุ่งนี้ฉันไปหาแกที่ห้องแต่เช้าก็แล้วกัน”

“อื้อ!”

ปิ่นมณีรับคำก่อนจะวางสาย เธอนั่งครุ่นคิดถึงเรื่องราวของวันพรุ่งนี้ ก่อนจะตัดสินใจได้ว่าจะโทรไปลางานที่ร้านแต่เช้า และจะเข้าไปทำงานตอนเย็นเมื่อร้านเปิดอีกครั้ง ขณะนึกถึงเรื่องราวที่ร้านอาหาร ปิ่นมณีก็นึกถึงเรื่องของเชฟพัลลภกับเด็กชื่อเปิ้ลขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว

เวณิกา

สวัสดีคุณผู้อ่านทุกท่านนะคะ เสน่ห์รักนักสืบสาวก็มาถึงตอนที่ 4 แล้วค่ะ หวังว่าคุณผู้อ่านทุกท่านคงชอบนะคะ เนื้อเรื่องจะเป็นแนวรักอ่านง่ายๆ ที่อาจจะดูเวิ่นเว้อไปบ้าง แต่รับรองว่าอ่านเพลิน ถ้าเปรียบกับเพลงก็คงจะเป็นแนว Easy listening เน้นความเบาสบาย อ่านเพลินในวันว่างๆ เหมาะกับการพักผ่อนค่ะ ขอบคุุณคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตาม เข้ามาอ่านกันเยอะๆ นะคะ ช่วยเป็นกำลังใจให้นักเขียนมือใหม่ด้วยค่ะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ

| 2
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เสน่ห์รักนักสืบสาว   -8-

    พิมพ์จิตรนั่งหูชาอยู่ที่โต๊ะกินข้าวหลังจากที่โรสวางสายไปแล้ว พลางเสมองเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ขึ้นอืดอยู่ในชาม ต่อให้มันดูน่ากินกว่านี้เธอก็คงกินมันไม่ลงแล้ว เพราะคำสั่งเฉียบขาดแกมขู่บังคับของเจ้านายคนที่สองทำให้เธอเกิดอาการคลื่นเหียน“ให้ตายเถอะ! ยายแคทวอล์คเคลื่อนที่สั่งให้ฉันหานักสืบให้ได้ภายในวันพรุ่งนี้ สั่งเหมือนกับสั่งขี้มูก รู้บ้างไหมเนี่ยว่ามันยากเย็นเข็ญใจขนาดไหน สงสัยจะหวงแฟนจนลืมใช้สมองนึก เจ้านายนะเจ้านาย…ชอบทำให้พิมพ์จิตรลำบากอยู่เรื่อยเลย” เลขาที่ความสาวเริ่มเหลือน้อยโอดครวญพลางเทชามบะหมี่ทิ้งลงอ่างก่อนจะมองอย่างเสียดายหลังเสร็จภารกิจพิมพ์จิตรก็เริ่มเปิดคอมพิวเตอร์ สิ่งแรกที่เธอคิดออกในเวลานี้คือเข้าเว็บกูเกิ้ลก่อนจะพิมพ์คำว่า ‘นักสืบ’ ลงไป ไม่กี่วินาทีหน้าจอของเธอก็ปรากฏเว็บไซต์เกี่ยวกับนักสืบขึ้นมามากกว่าหนึ่งพันเว็บ พิมพ์จิตรกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ก่อนจะคลิกดูทีละเว็บ จนเวลาผ่านไปนานกว่าสองชั่วโมง“โอ๊ย! ทำไมมันถึงได้เยอะอย่างนี้นะ ให้นั่งเปิดแบบนี้รับรองพรุ่งนี้เช้ายังไม่หมดเลย เอาไงดีน้า…” พิมพ์จิตรนั่งมองหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างใช้ความคิดก่อนจะใช้เมาส์สุ่มคลิกไปที่เ

  • เสน่ห์รักนักสืบสาว   -7-

    ยามสายของวันจันทร์มีหญิงสาวแสนสวยมาขอพบทัดภูมิถึงห้องทำงาน สร้างความตกตะลึงให้กับพิมพ์จิตร เลขาฯ หน้าห้องเป็นอย่างมาก“คุณทัดภูมิอยู่ไหมคะ” สาวสวยถามขึ้นพลางส่งยิ้มให้อย่างอ่อนหวาน"อยู่ค่ะ รอสักครู่นะคะ” พิมพ์จิตรยกหูโทรศัพท์หาเจ้านายพลางพูดอะไรสองสามคำก่อนจะวางสาย “เจ้านายอยู่ในห้องค่ะ เชิญเข้าไปได้เลย”“ขอบคุณค่ะ” สาวสวยเอ่ยขอบคุณก่อนจะเดินเข้าห้องของทัดภูมิไปตามคำบอก พิมพ์จิตรมองร่างระหงนั้นไปอย่างไม่วางตา สายตาอยากรู้อยากเห็นคู่นั้นบ่งบอกถึงความคิดบางอย่างในจิตใจ“ใครกันเนี่ย ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ต้องไม่ใช่ลูกค้าแน่ แล้วมาหาเจ้านายทำไม น่าสงสัยว่าจะไม่ใช่ธรรมดาซะแล้ว” คิดได้ดังนั้นพิมพ์จิตรก็ยกหูโทรศัพท์ถึงโรสทันที โรสได้ยินคำพูดของพิมพ์จิตรก็โกรธควันออกหู เธอโวยวายผ่านสายโทรศัพท์เหมือนคนบ้า ก่อนจะสั่งให้พิมพ์จิตรจับตามองเจ้านายของเธอทุกฝีก้าวฝ่ายทัดภูมิเมื่อได้พบผู้มาเยือนก็แปลกใจ เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันทีที่ได้พบหน้า“เฮ้! เกรซ มาได้ไงเนี่ย”“เซอร์ไพรซ์ไหมคะทัด”“เวรี่…เวรี่…เลยล่ะ นั่งก่อนสิ” ทัดภูมิดึงเก้าอี้มาให้นั่งอย่างเอาใจ“แท็งกิ้ว” สาวสวยนามว่าเกรซทรุดตัวลงนั่งตามคำเช

  • เสน่ห์รักนักสืบสาว   -6-

    ทัดภูมิเลี้ยวรถยนต์คันหรูราคาหลายล้านเข้าสู่ถนนแคบๆ ในย่านใจกลางเมืองกรุง ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปยังที่ตั้งของคอนโดมิเนียมดีไซน์หรูสไตล์ยุโรปที่ทำด้วยหินอ่อนสีขาวทั้งหลัง ทันทีที่จอดรถเขาก็คว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์คุ้นมือทันที เสียงอู้อี้ดังมาตามปลายสาย“มีอะไรแต่เช้าวะ”“ป่านนี้แล้วยังไม่ตื่นอีกเหรอ”“ไอ้ห่า…วันนี้วันเสาร์นะโว้ย”“มัวแต่นอนกกสาวอยู่หรือไง ตอนนี้ฉันอยู่หน้าคอนโดนายแล้วนะโว้ยไอ้ชัช กำลังจะขึ้นไปเดี๋ยวนี้แหละ”ทัดภูมิกดสายทิ้งก่อนจะมุ่งหน้าขึ้นไปข้างบนตามคำบอก ชายหนุ่มผู้โชคร้ายอย่างชัชวาลได้แต่มองโทรศัพท์ด้วยสายตาเป็นงง ไม่นานนักเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เขารีบกระเด้งตัวลุกจากที่นอนทันที “มาทำไมแต่เช้าวะ” ชัชวาลเอ่ยทักขณะเปิดประตูให้เพื่อนรัก“อยู่บ้านแล้วเบื่อ ไม่รู้จะไปไหนก็เลยนึกถึงนาย”“ทะเลาะกับพ่อมาอีกล่ะสิ” อีกฝ่ายดักคออย่างรู้ทัน เพราะทุกครั้งที่เพื่อนรักทะเลาะกับใครมาทีไร ก็จะมายึดคอนโดสุดหรูของเขาเป็นที่พึ่งทุกทีไป“คราวนี้เรื่องอะไรอีกล่ะ”“เรื่องไม่เป็นเรื่องน่ะ”“แต่ก็ทำให้นายอยู่ไม่ติดใช่ไหมล่ะ” ชัชวาลพูดยิ้มๆ ก่อนจะส่งแก้วที่มีวิสกี้ออนเดอะร็อคให้อีกฝ่าย“กิน

  • เสน่ห์รักนักสืบสาว   -5-

    ก๊อก…ก๊อก…ก๊อก…เสียงเคาะประตูดังขึ้นที่หน้าห้อง แต่ดูเหมือนว่าเจ้าของห้องจะยังคงหลับไม่รู้เรื่องก๊อก…ก๊อก…ก๊อก…เสียงเคาะประตูดังต่อเนื่องขึ้นมาอีกครั้ง แต่ดูเหมือนจะแรงและเร็วกว่าครั้งแรกมากนัก ได้ผล! เจ้าของห้องเริ่มเกิดปฏิกิริยา เธอลืมตาขึ้นมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าตนเองนอนหลับฟุบคาอยู่ที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ข้างเตียง“เช้าแล้วเหรอเนี่ย เผลอหลับไปได้ยังไงกันนะเรา” ก๊อก…ก๊อก…ก๊อก…เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ปิ่นมณีวิ่งแจ้นไปเปิดประตูทันที“ยายปิ่น! นี่แกไปทำอะไรมาเนี่ย ผมเผ้ามันถึงได้กระเซอะกระเซิงแบบนี้”“ฉันเพิ่งตื่นน่ะ เข้ามาก่อนสิ” ปิ่นมณีพูดพลางเดินหันหลังกลับเข้ามาในห้อง ทิ้งให้เพื่อนสนิทอย่างลีลาวดีเดินตามเข้ามา ลีลาวดีมองเพื่อนรักจากทางด้านหลังพลางทำหน้าบอกบุญไม่รับ“นี่ถามจริงเหอะ…แกไปทำอะไรมากันแน่ สภาพถึงได้ยับเยินแบบนี้”“อื้อ! ฉันไปทำงานมาน่ะ”“งานอะไรของแก”“ก็งานนักสืบน่ะสิ เอาน่า…อย่าเพิ่งมาซักฉันตอนนี้เลย ยังไงฉันก็ต้องเล่าให้แกฟังอยู่ดีนั่นแหละ” ปิ่นมณีพูดตัดบทขณะคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไป“ย่ะ! แม่เพื่อนตัวดี” ลีลาวดีส่งค้อนให้ด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะเดินเ

  • เสน่ห์รักนักสืบสาว   -4-

    รุ่งเช้าปิ่นมณีเดินไปด้อมๆ มองๆ อยู่ที่ร้านอาหารขนาดย่อมร้านหนึ่งที่ตั้งอยู่ตรงกลางโดยมีร้านขายดอกไม้และร้านขายยาขนาบอยู่สองข้างซ้ายขวา หน้าร้านสีขาวขนาดสองคูหาสองชั้นตกแต่งด้วยไม้ดอกจำพวกชวนชมหลากสีที่ตัดแต่งเป็นพุ่มสวยงาม ปิ่นมณีจ้องมองอย่างอดที่จะชื่นชมไม่ได้ หญิงสาวมองป้ายประกาศเล็กๆ ที่ติดอยู่บนกระจกหน้าร้านพลางเลยไปยังป้ายขนาดใหญ่ที่เขียนด้วยอักษรนูนสีทองว่า ‘จิ๊กกี๋โภชนา’ อย่างใช้ความคิดสักพักก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูกระจกเข้าไป“ขอโทษนะคะคุณ ตอนนี้ร้านยังไม่เปิดให้บริการค่ะ” พนักงานสาวที่ไม่สวยเลยสักนิดหันมาบอกอย่างตกใจเมื่อเห็นปิ่นมณีเดินเข้ามาด้วยคิดว่าเป็นลูกค้า“คือ…ฉะ…หนูมาสมัครงานค่ะ”ปิ่นมณีพูดอย่างไม่มั่นใจนักว่าจะใช้คำสรรพนามเรียกตัวเองว่าอะไร สุดท้ายก็นึกขึ้นมาได้ว่าเธอกำลังปลอมตัวเป็นเด็กมาหางานพิเศษทำ จึงใช้คำเรียกตัวเองว่า ‘หนู’ แทน ‘ฉัน’ อย่างที่ตั้งใจไว้ในตอนแรก“สมัครงานงั้นเหรอ” เมื่อรู้ว่าปิ่นมณีไม่ใช่แขก หญิงสาวคนเดิมจึงเปลี่ยนท่าทีการพูดในทันใด“เธออายุเท่าไหร่”“เอ่อ…17 จ้ะ” ปิ่นมณีตอบทันที เธอรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังมองเธออย่างไม่ค่อยจะเชื่อนัก“รอเดี๋ยวนะ จะ

  • เสน่ห์รักนักสืบสาว   -3-

    “ทัดคะ คุณทำแบบนี้กับโรสได้ยังไงกัน ทั้งๆ ที่โรสชวนคุณทานข้าว โรสเป็นห่วงว่าคุณจะเครียดเกินไป แต่คุณก็บอกว่าไม่ว่าง กลับไปนั่งสวีตกับใครก็ไม่รู้ในร้านที่เราไปด้วยกันประจำ แล้วแม่นั่นน่ะเหรอลูกค้า โรสว่ามองยังไงมันก็ไอ้ผู้หญิงที่ชอบแย่งของของชาวบ้านนั่นแหละ ทำไมคุณต้องโกหกโรสด้วยคะ” โรสในชุดสีแดงไวน์โวยวายลั่นห้องพร้อมน้ำตา“ผมว่าคุณเข้าใจผิดไปใหญ่แล้วนะโรส ผมไปทานข้าวกับลูกค้าจริงๆ คุณภาณิณีเป็นลูกค้ารายใหญ่ของผม เธอเป็นลูกสาวของประธานบริษัทสกาย คอนสตัคชั่น บริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ที่คอยสนับสนุนบริษัทของผม จะพูดจะจาอะไรก็หัดให้เกียรติเขาบ้าง”“ถึงกับออกรับแทนกันเลยเหรอคะ ผู้หญิงแพศยาแบบนั้นโรสว่ามันยังน้อยไปด้วยซ้ำ มีอย่างที่ไหน ผู้ชายก็มีตั้งเยอะแยะ ชอบทำตัวเป็นแมวขโมยของของคนอื่น พฤติกรรมแบบนี้ลูกผู้ลากมากดีเขาไม่ทำกันหรอก”“มันจะไปกันใหญ่แล้วนะโรส คุณเองก็เหมือนกัน…หัดมีเหตุผลบ้างสิ เอาแต่พูดจาให้ร้ายคนอื่นแบบเสียๆ หายๆ คุณเองก็เป็นลูกผู้ลากมากดีเหมือนกัน แต่ทำไมยิ่งนับวันก็ยิ่งหยาบคาย พูดจาไม่ให้เกียรติคนอื่นเลย ผมเองก็ไม่อยากพูดจาแบบนี้กับคุณหรอกนะ แต่พฤติกรรมของคุณนับวันผมเริ่มทน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status