แชร์

เสพติดอ้อมกอดพี่เขย
เสพติดอ้อมกอดพี่เขย
ผู้แต่ง: ลังกิต ปรมา

บทที่ 1

ผู้เขียน: ลังกิต ปรมา
“ไปหาผู้ชายคนอื่นมาทำให้เธอท้องซะ ดนัย”

คำพูดของมนูในเช้าวันนั้น ราวกับค้อนหนัก ๆ ที่ฟาดลงกลางอกของดนัย หญิงสาวที่ยังคงบริสุทธิ์ถึงกับเบิกตากว้างในทันที

เป็นไปได้ยังไง สามีของเธอเองถึงได้พูดอย่างใจเย็นว่าให้เธอไปตั้งท้องกับผู้ชายคนอื่น?

“พะ-พี่... พูดจริงเหรอคะ?” ดนัยกระซิบถามอย่างไม่อยากเชื่อ เสียงของเธอติดอยู่ในลำคอ “พี่ไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหมคะ? ทำไมดนัยต้องท้องกับผู้ชายคนอื่นด้วย?”

มนูถอนหายใจหนัก ๆ “ฉันเบื่อเต็มทีแล้ว! คุณแม่เอาแต่กดดันเรื่องทายาทไม่หยุด ฉันเบื่อแรงกดดันพวกนั้นเต็มทน แล้วท่านก็เอาแต่ถามว่าเมื่อไหร่เธอจะท้อง”

ดนัยกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก “ถ้าอย่างนั้น... ทำไมไม่เป็นลูกของพี่ล่ะคะ? ดนัยมีสามีทำไมดนัยต้องไปท้องกับผู้ชายคนอื่นด้วย?” เธอถามด้วยความสับสน

“เธอน่ะเหรอ? อย่ามาล้อเล่น! ฉันไม่มีวันเอาค่ำคืนของฉันไปเสี่ยงกับเธอหรอก!”

คำพูดของมนูครั้งนี้กรีดหัวใจของดนัยอย่างแท้จริง ริมฝีปากของดนัยเผยอออก แต่กลับไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา

“ถ้าเป็นไปได้ก็หาผู้ชายที่มีหน้ามีตาหน่อย ถ้าหาไม่ได้ ฉันจะหาให้เธอเอง”มนูพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาเหมือนทุกอย่างที่เขาพูดคือคำตัดสินสุดท้าย “ฉันไม่ได้กำลังต่อรองกับเธอ”

อกของดนัยอึดอัดแน่น ราวกับถูกบีบจากข้างใน มือทั้งสองข้างกำแน่นอยู่ข้างลำตัว จนข้อนิ้วซีดขาว

ปากของเธออ้าออก เตรียมจะคัดค้าน แต่มนูกลับเร็วกว่า เสียงของเขาฟาดอากาศขึ้นมาก่อน

“เธอต้องท้อง ฉันไม่สน! แค่แต่งงานกับเธอก็ทำให้ฉันอับอายต่อหน้าพี่ชายทั้งสองคนมากพอแล้ว นี่ยังจะทำให้ฉันขายหน้าด้วยการไม่มีทายาทให้อีกเหรอ?”

มนูกอดอก สายตาราบเรียบแต่กดดัน “เพราะฉะนั้นก็ทำซะ—ไม่งั้นฉันจะตัดค่ารักษาพยาบาลของปู่เธอ!”

ดนัยรีบส่ายหน้า ไม่อาจยอมรับคำขู่นั้นได้ “ไม่ค่ะ พี่ อย่าทำแบบนั้นกับคุณปู่เลย ดนัยขอร้อง! คุณปู่ต้องใช้เงินรักษาตัวจำนวนมากจนกว่าจะหายนะคะ”

เสียงถอนหายใจของมนูหนักขึ้น แต่ไม่ใช่เพราะลังเล “ถ้าอย่างนั้น วันนี้เธอต้องตัดสินใจ เพื่อที่ฉันจะได้ไม่ตัดค่ารักษาพยาบาลของปู่เธอ”

ตกลงหรือปฏิเสธ นั่นคือทางเลือกที่ยากที่สุดสำหรับดนัย โดยเฉพาะเมื่อมันเกี่ยวข้องกับชีวิตของคุณปู่

ทั้งที่การแต่งงานของพวกเขาเพิ่งครบหนึ่งปีเท่านั้น และตลอดเวลานั้น ดนัยเพิ่งได้รู้ว่าสามีของเธอไม่เคยรักเธอเลย

จำใจ ใช่แล้วมนูจำใจต้องแต่งงานกับเธอเพราะพินัยกรรมของคุณปู่ เนื่องจากปู่ของเขาเคยเป็นเพื่อนสนิทกับปู่ของดนัย และตัดสินใจหมั้นหมายหลานของทั้งสองฝ่ายไว้ด้วยกัน

ถ้าดนัยรู้เรื่องนี้ตั้งแต่แรก สาบานได้เลยว่า ไม่ว่าจะยังไงดนัยก็ไม่มีวันยอมแต่งงานกับมนูเด็ดขาด ทั้งที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอพยายามรักสามีของตัวเองมาโดยตลอด

แต่ผู้ชายคนนั้นไม่เคยตอบรับความพยายามของเธอเลยแม้แต่น้อย

“ว่าไง?”มนูเลิกคิ้วข้างหนึ่ง รอคำตอบจากภรรยา

ดนัยกลืนน้ำลายอย่างหนัก “ดนัย...ดนัยขอคิดดูก่อนนะคะ”

สายตาของมนูยังคงเย็นชา “ก็ได้ ฉันให้เวลาเธอสามวันนับจากวันนี้” พูดจบมนูก็เดินออกจากห้องของพวกเขาไป

ส่วนดนัยยังคงยืนนิ่งอยู่กลางห้องนั้น ขาของเธออ่อนแรงลงทันทีหลังจากได้รับรู้ความจริงที่น่าตกใจนี้

ไม่ใช่แค่นั้น แต่ยังรวมถึงคำขอที่ไร้เหตุผลของสามีอีกด้วย

ดนัยถอนหายใจเบา ๆ

“แล้วฉันจะไปหาผู้ชายดี ๆ จากที่ไหน... แถมเด็กคนนั้นยังต้องกลายเป็นทายาทของตระกูลเกียรติอีก” เธอพึมพำอย่างสับสนและสิ้นหวัง

ดนัยสะดุ้งเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นนาฬิกาบนผนัง ตอนนี้หกโมงครึ่งแล้ว อีกไม่นานก็ถึงเวลาอาหารเช้า

“พระเจ้า!”

ความตื่นตระหนกเล็กๆ แทงขึ้นในอกดนัยรีบออกจากห้อง แทบจะวิ่งไปยังห้องครัว

กิจวัตรประจำวันของเธอกำลังรออยู่ นั่นคือการเตรียมอาหารเช้าให้ครอบครัวใหญ่ตระกูลเกียรติ ซึ่งประกอบด้วยแม่สามี พี่เขย พี่สะใภ้ และหลาน ๆ

ตระกูลเกียรติ เป็นตระกูลมหาเศรษฐีที่ยึดถือธรรมเนียมสายสกุลฝ่ายชายอย่างเคร่งครัด ทุกคนอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน ทั้งแม่สามี ลูกชาย ลูกสะใภ้ ลำดับชั้นที่อาจมองไม่เห็นชัดเจน แต่กลับกดทับอยู่เสมอ

และดนัยในฐานะลูกสะใภ้คนเล็กที่ไม่ได้ทำงานเหมือนลูกสะใภ้อีกสองคน จึงกลายเป็นคนหลักของบ้านโดยอัตโนมัติ ทำอาหาร เก็บกวาด ตรวจดูให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างสมบูรณ์แบบ

เธอไม่ได้อยู่คนเดียว ยังมีคนรับใช้อีกหลายคนคอยช่วย การดูแลบ้านหรูหราและกว้างใหญ่แบบนี้อาจง่ายขึ้นเมื่อมีคนช่วย แต่สำหรับดนัยที่ถูกคาดหวังให้ทำทุกอย่างโดยไม่มีข้อผิดพลาด มันไม่ง่ายเลย

ห้องแล้วห้องเล่าราวกับไม่มีที่สิ้นสุด และทุกมุมล้วนเรียกร้องความสมบูรณ์แบบ

ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมาดนัยกับคนรับใช้อีกสองคนก็เตรียมอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย และตอนนี้หน้าที่ของดนัยคือคอยดูแลรับใช้แม่สามีและมนูสามีของเธอ

“นี่ชาเขียวของคุณแม่ค่ะ” ดนัยวางชาร้อนของแม่สามีลงตรงหน้าเธอ

“ขอบใจ” ชมพูนุทพูดเสียงเรียบโดยไม่หันมามอง

คราวนี้ถึงตาของดนัยที่ต้องดูแลสามี แต่ตอนที่เธอกำลังจะวางขนมปังปิ้งให้มนู ชายหนุ่มกลับดึงจานของตัวเองออกทันที

“ฉันทำเองได้ เธอไปนั่งเถอะ” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ดนัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ด้านซ้ายของสามี

มือของเธอเพิ่งจะเอื้อมไปหยิบขนมปังปิ้ง เสียงแหลมคมของแม่สามีก็ทำลายความเงียบบนโต๊ะอาหารขึ้นมา

“หนึ่งปี ครบหนึ่งปีแล้วที่ดนัยมาเป็นลูกสะใภ้ตระกูลเกียรติ” ชมพูนุทหันมามอง สายตาพุ่งตรงไปยังลูกสะใภ้คนเล็ก “แต่เธอก็ยังไม่ท้องสักที”

มือของดนัยที่ยื่นออกไปค่อย ๆ ค้างอยู่กลางอากาศ ก่อนจะลดลงกลับมาวางบนตัก

เธอก้มหน้าลงลึก นิ้วมือประสานกันแน่น ไม่กล้าสบตาใคร โดยเฉพาะแม่สามี

แม้แต่สายตาเยาะเย้ยของพี่สะใภ้ทั้งสองจากสองฝั่งโต๊ะอาหาร เธอก็ยังรู้สึกได้ จนทำให้หน้าอกอึดอัด

อายไหม? แน่นอนอยู่แล้ว ครอบครัวของสามีเธอเป็นครอบครัวผู้ดีมีเกียรติจากชนชั้นสูง มีสายเลือดชวา และ เนเธอร์แลนด์อย่างแท้จริง

ชมพูนุทมีเชื้อสายชวา ส่วนสามีผู้ล่วงลับของเธอ เอกวิทย์ เป็นมหาเศรษฐีเชื้อสาเนเธอร์แลนด์

เขาเป็นเจ้าของ บริษัทเมอลาตี ซึ่งดำเนินธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังมีบริษัทลูกมากมาย ตั้งแต่อุตสาหกรรม โรงแรม ไปจนถึงโรงพยาบาล

ความมั่งคั่งเหล่านั้นถูกส่งต่อให้ลูกๆ ทั้งสามคน อิทธิพล ลูกชายคนโต กมล ลูกชายคนที่สอง และมนูลูกชายคนเล็ก

“ฉันนัดหมอสูตินรีเวชที่ดีที่สุดไว้ให้แล้ว” ชมพูนุทพูดต่อ พร้อมผลักนามบัตรไปทางมนูที่นั่งอยู่ข้างซ้ายของเธอ เพื่อให้เขาส่งต่อให้ดนัย

ชายหนุ่มหยิบนามบัตรนั้นขึ้นมาอย่างเกียจคร้าน ก่อนจะส่งให้ภรรยาโดยไม่หันมามอง ท่าทางของเขาเฉื่อยชาอย่างมาก ราวกับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย

แล้วชมพูนุทก็พูดเพิ่มเติม “ฉันไม่สนว่าเธอจะคิดยังไง! เธอต้องไปตรวจเดี๋ยวนี้”

“บางทีดนัยอาจจะเป็นหมันก็ได้นะคะ คุณแม่!” อินทิรา ภรรยาของอิทธิพล ลูกชายคนโต พูดแทรกขึ้นมา ทำให้ทุกคนบนโต๊ะอาหารหันไปมองเธอ ส่วนอิทธิพลผู้เป็นสามี เพียงแค่ปรายตามองเธอเล็กน้อย

“อาจจะใช่ก็ได้นะคะ พี่อินทิรา จริง ๆ แล้วดนัยอาจจะเป็นหมัน แต่ตั้งใจไม่บอกคุณแม่กับพี่มนูเพราะกลัวถูกหย่า!” กนก ภรรยาของกมล ลูกชายคนที่สอง รีบเสริมเพื่อเติมไฟ

ภรรยาของพี่ชายสามีทั้งสองคนของดนัยมักจะดูถูกเธอเสมอ เพราะความแตกต่างทางฐานะของพวกเธอราวฟ้ากับเหว

อินทิราจบปริญญาโทสาขาออกแบบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในอเมริกา ไม่เพียงเท่านั้น อินทิรายังเป็นลูกสาวของนักธุรกิจร่ำรวย และตอนนี้เธอก็บริหารบูติกขนาดใหญ่

ส่วนภรรยาของกมลอย่างกนก จบปริญญาโทด้านกฎหมาย และตอนนี้ทำงานเป็นทนายความ อีกทั้งยังเป็นลูกสาวของเจ้าของสำนักงานกฎหมายขนาดใหญ่ที่สุด

แล้วดนัยล่ะ? ก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่บังเอิญโชคดีได้เป็นตัวเลือกของลูกสะใภ้ตระกูลนี้ เพราะปู่ของเธอเป็นเพื่อนเก่าของพ่อของชมพูนุทซึ่งก็คือปู่ของมนู

การแต่งงานของพวกเขาเกิดขึ้นเพราะพินัยกรรมของผู้ใหญ่ที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อประมาณหนึ่งปีก่อน ก่อนที่ดนัยและมนูจะจดทะเบียนแต่งงานกันอย่างเป็นทางการ

คำว่า ‘เป็นหมัน’ เหมือนฝ่ามือที่ตบลงบนแก้มของดนัยอย่างแรง ข้อกล่าวหานั้นทิ่มแทงศักดิ์ศรีของเธอที่เปราะบางอยู่แล้ว เพราะมนูไม่เคยแตะต้องเธอเลย

ดนัยรู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองซีดเผือด เธอเหลือบมองมนูที่อยู่ข้างกาย แต่ชายหนุ่มกลับจ้องจานอาหารของตัวเองด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย ราวกับกำลังฟังคำพูดที่เขาท่องจำได้อยู่แล้ว

เหมือนเช่นเคยมนูไม่มีทางปกป้องเธอต่อหน้าแม่สามี เขาไม่พูดอะไรเลย ปล่อยให้ดนัยถูกต่อว่าและดูถูกต่อหน้าครอบครัวของเขา

ดนัยเงยหน้าขึ้นมองแม่สามี “คุณแม่คะ ดนัย... มดลูกของดนัยปกติดีค่ะ” เธอพยายามปกป้องตัวเอง เสียงสั่นเครือ

ปัง!

ชมพูนุทกระแทกโต๊ะด้วยปลายมีดทาแยมในมือ ทำให้ทุกคนบนโต๊ะอาหารสะดุ้งตกใจ ส่วนสายตาของชมพูนุทเย็นชาและคมกริบ

“ไม่มีคำว่า ‘ปกติดี’ หรอกดนัย! ทำตามที่ฉันสั่ง แล้วส่งผลตรวจมาให้ฉัน ฉันต้องการตรวจดูด้วยตัวเอง!”

“ทำไปเถอะ... ตามที่คุณแม่บอก” ในที่สุดมนูก็เปิดปากพูด หลังจากเงียบมานานตั้งแต่เมื่อกี้ แต่ไม่ใช่เพื่อปกป้องเธอ กลับเป็นการร่วมกดดันภรรยาของตัวเอง

ดนัยกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ดวงตาที่แดงก่ำอยู่แล้วเริ่มมีน้ำตาคลอ หลังจากผู้ชายที่ควรจะปกป้องเธอ กลับช่วยกันผลักเธอเข้ามุม

“อีกอย่าง”มนูพูดต่อ “ฉันมั่นใจว่าคนที่มีปัญหาคือเธอ ตรวจหมอมันเสียหายตรงไหน จะได้รู้ไงว่าเธอเป็นหมันหรือไม่เป็นหมัน”

มือของดนัยที่วางอยู่บนตักเริ่มสั่นเพราะพยายามกลั้นอารมณ์ เธอกำแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว

สามีของเธอพูดแบบนั้นบนโต๊ะอาหาร ต่อหน้าคนทั้งครอบครัวได้ยังไง?

“ฟังให้ดี” ชมพูนุทเปิดปากอีกครั้ง น้ำเสียงหนักแน่นเต็มไปด้วยคำสั่ง “ฉันให้เวลาเธอสามเดือนนับจากวันนี้ เธอต้องท้อง”

ทุกคำพูดเต็มไปด้วยแรงกดดันและการบังคับ ทำให้ดนัยหายใจได้ลำบาก แต่ยังไม่จบเพียงเท่านั้น ชมพูนุทยังพูดต่อด้วยน้ำเสียงห้วนจัด

“ถ้าไม่อย่างนั้น ฉันจะเป็นคนสั่งให้มนูหย่ากับเธอเอง” น้ำเสียงของชมพูนุทกดต่ำอย่างดูแคลน ทิ่มแทงอย่างไร้ความปรานี “หลังจากนั้นเธอก็กลับไปอยู่กระต๊อบของเธอ แล้วใช้ชีวิตที่เหลือดูแลปู่ขี้โรคของเธอไปซะ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เสพติดอ้อมกอดพี่เขย   บทที่ 30

    อิทธิพลเพิ่งมาถึงห้องทำงานของเขา พร้อมกับถือบันทึกสัดส่วนร่างกายของดนัยมาอย่างครบถ้วนฝีเท้าของเขาเชื่องช้า แต่ยังคงหนักแน่นขณะเดินไปยังโต๊ะทำงาน วางบันทึกนั้นลงบนโต๊ะ ก่อนจะเปิดไอแพดของตัวเองเขาเปิดแอปดูกล้องวงจรปิดทุกมุมในคฤหาสน์ รวมถึงห้องที่ก่อนหน้านี้เขาใช้ร่วมกับดนัยด้วยจุดประสงค์ของเขาคือการลบภาพบันทึกในนั้น ลบสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาสองคนแม้ความจริงแล้ว จะมีเพียงเขาคนเดียวที่เข้าดูกล้องวงจรปิดพวกนั้นได้ สมาชิกครอบครัวคนอื่นก็ไม่ได้สนใจภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดเท่าไรนัก รวมถึงตัวเขาเองด้วยภาพจากกล้องวงจรปิดอาจถูกเปิดดูในกรณีที่มีขโมย หรือมีเรื่องเร่งด่วนอื่น ๆ แต่ครั้งนั้นที่เขาเปิดดู ก็เพียงเพราะอยากจับตาดูดนัยเท่านั้นครืดดโทรศัพท์ของอิทธิพลสั่น มีสายเรียกเข้า ชายหนุ่มรีบหยิบของบาง ๆ นั้นออกจากกระเป๋ากางเกง และเห็นชื่อ ‘จูเลียน’ ปรากฏอยู่บนหน้าจอในฐานะคนโทรเข้าโดยไม่รอนาน เขาก็เลื่อนไอคอนสีเขียวบนหน้าจอ ก่อนจะแนบโทรศัพท์เข้ากับข้างหู“เมื่อกี้นายส่งอะไรมาให้ฉัน อิทธิพล?” จูเลียนถามจากปลายสาย“นายอ่านหนังสือไม่ออกหรือไง?” อิทธิพล

  • เสพติดอ้อมกอดพี่เขย   บทที่ 29

    “พี่มาทำอะไรที่นี่คะ?” เสียงของดนัยแผ่วเบาอิทธิพลไม่พูดอะไร ตรงกันข้าม ชายหนุ่มก้าวเข้าไปหาหญิงสาว แล้วยืนอยู่ตรงหน้าเธอพอดี“ถ้าต้องการให้ช่วยก็บอกมา” ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปที่โต๊ะแล้วหยิบของบางอย่างจากตรงนั้น ของของเขาเอง เป็นแหวนแต่งงานที่ลืมไว้ตั้งใจลืมไว้เหรอ? ใช่ เพราะเขาคาดไว้แล้วว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นพอเขาหันกลับมาอีกครั้ง สายตาของเขาก็สบเข้ากับดวงตากลมโตของดนัย“พี่ทำได้เหรอคะ?” หญิงสาวถามอย่างไม่อยากเชื่ออิทธิพลยิ้มมุมปาก “เธอดูถูกฉันเหรอ?”นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อิทธิพลตัดเย็บเสื้อผ้าเอง และก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเห็นคนในครอบครัวถูกภรรยาของเขาวัดตัว รวมถึงตัวเขาเองด้วยเพราะงั้น อิทธิพลจึงพอรู้ไม่มากก็น้อยว่าต้องทำยังไงเขาก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่พูดอะไร ท่าทางของเขาสงบนิ่ง แต่วิธีที่เขามองกลับทำให้อากาศในห้องเหมือนบางลงมือของอิทธิพลยื่นออกไป คว้าสายวัดจากมือดนัย“พี่... จะทำอะไรคะ?” ดนัยถามเสียงเบา ฟังดูกังวล“วัดตัว” อิทธิพลตอบสบาย ๆ ราวกับมันเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดในโลกเขาเอียงศีรษะเล็กน้อย มองดนัยลึก ๆ ก่อนจะพูดต่อ “เธอบอกว่าทำไม่ได้ใช่ไหม? งั้นให

  • เสพติดอ้อมกอดพี่เขย   บทที่ 28

    “ขอบคุณที่ต้อนรับผมอย่างดีนะครับ คุณอิทธิพล” ตรัยพูดอย่างจริงใจ พลางจับมืออิทธิพล ก่อนจะขอตัวกลับหลังจากคุยเรื่องโปรเจกต์งานของพวกเขาเสร็จ“ยินดีครับ ผมดีใจมากที่ได้ร่วมงานกับคุณ” อิทธิพลตอบ จากนั้นเขาก็ดึงมือขวากลับมา แล้วสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงทั้งสองคนหันกลับไปมองผู้หญิงสองคนที่ถูกย้ายไปนั่งโซฟาอีกตัว เพื่อให้คุยกันสองคนได้สบายขึ้น“เธอเป็นเลขาส่วนตัวของคุณเหรอครับ?” ตรัยถามอย่างสงสัยอิทธิพลพยักหน้าเร็ว ๆ “ใช่ เธอยังใหม่อยู่ ทำงานมาเกือบสามสัปดาห์เอง”“ว้าว ดีมากเลยนะครับ เธอเพิ่งเป็นเลขาได้สามสัปดาห์ แต่ดูเป็นมืออาชีพมาก เป็นไปได้ไหมว่าเธอจบจากมหาวิทยาลัยดัง หรือก่อนหน้านี้มีประสบการณ์ในสายงานนี้อยู่แล้ว?” ตรัยถามต่ออิทธิพลยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหน้าเล็กน้อย “ไม่ใช่ เธอเพิ่งทำงานครั้งแรก และได้ตำแหน่งเลขาเลย บังเอิญด้วยว่าเธอจบแค่ระดับ D3”ดวงตาของตรัยเบิกกว้างด้วยความตกใจ “ว้าว ผมนึกว่าพื้นฐานการศึกษาและประสบการณ์ของเธอสูงมากซะอีก สำหรับเลขาใหม่ เธอถือว่าทำได้ดีมากจริง ๆ”“จริงครับ” อิทธิพลตอบ ยิ้มบาง ๆ โดยไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม “ผมเองก็ยอมรับเรื่องนั้น”

  • เสพติดอ้อมกอดพี่เขย   บทที่ 27

    บ่ายวันนั้น ช่วงพักกลางวัน อิทธิพลอยู่ในห้องทำงานเพียงลำพัง ดนัยออกไปก่อนแล้ว เพื่อไปกินมื้อกลางวันที่โรงอาหารของออฟฟิศตั้งแต่เหตุการณ์บนถนนเมื่อเช้า ความคิดของเขาก็ไม่สงบเลย คำพูดของดนัยที่ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเธอรักสามีของตัวเอง ยังคงก้องอยู่ในหัวของอิทธิพลไม่หยุดมีบางอย่างทิ่มแทงอีโก้ของเขา ทรมานเสียด้วยซ้ำเป็นไปได้ยังไง หลังจากคืนเร่าร้อนที่พวกเขาใช้ร่วมกัน ดนัยยังพูดได้อีกว่าเธอรักมนู?ผู้ชายที่ไม่เคยรักเธอเลย ผู้ชายที่ถูกบังคับให้แต่งงานกับเธอและที่แย่ยิ่งกว่านั้น คำขอไร้เหตุผลของมนูที่ให้ดนัยตั้งท้องกับผู้ชายคนอื่น ควรจะมากพอที่จะทำให้ใครก็ตามตาสว่าง แต่ไม่ใช่กับดนัยความรักของเธอมันลึกซึ้งขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงทำให้เธอตาบอด? หรือผู้หญิงคนนั้นชินกับการเจ็บปวดมากเกินไป จนลืมวิธีเลือกตัวเองไปแล้ว?ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูจากด้านนอกทำให้ภวังค์ของอิทธิพลสะดุดลงชั่วขณะเมื่อประตูเปิดออก เขาก็เห็นรัตน์ปรากฏตัวพร้อมไอแพดในมือ เพื่อรายงานตารางงานล่าสุดของอิทธิพลในวันนี้ที่แน่นเอี๊ยด“วันนี้มีนัดประชุมกับผู้อำนวยการเลนฟอร์ดครับ ท่านจะมาถึงตอนบ่ายสาม และผมเตรียมห้องรับรองไว้

  • เสพติดอ้อมกอดพี่เขย   บทที่ 26

    “ทะ-ทำไมพี่อิทธิพลถึงถามแบบนั้นคะ?” ดนัยกำกระโปรงที่ตัวเองใส่อยู่แน่น“ฉันแค่ถามเฉย ๆ แต่ถ้าเธอไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไร” อิทธิพลตอบอย่างใจเย็น แล้วกลับไปจดจ่อกับถนนตรงหน้าดนัยก้มหน้าลง ถ้าเธอไม่ตอบคำถามของพี่เขย บางทีต่อไปอาจเกิดความเข้าใจผิดก็ได้ เพราะงั้นตอบไปน่าจะดีกว่า“ตอนแรกอาจจะไม่ค่ะ เพราะนี่เป็นการแต่งงานที่เกิดจากการคลุมถุงชน แล้วก็เป็นพินัยกรรมของคุณปู่เกียรติด้วย” หญิงสาวพูดช้า ๆ อย่างควบคุมอารมณ์อิทธิพลฟังโดยไม่ขัดแม้แต่น้อย พอไฟแดงข้างหน้าสว่างขึ้น เขาจึงต้องหยุดรถ ระหว่างรอคำตอบของดนัยและรอไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว“แล้วตอนนี้ล่ะ?” อิทธิพลมองดนัยเต็มตา ขณะที่สายตาของเธอยังคงมองตรงไปข้างหน้า“ตั้งแต่ได้เป็นภรรยาของพี่มนูอย่างถูกต้อง ฉันก็พยายามมาตลอดที่จะรักสามีของตัวเอง จนกระทั่งความรู้สึกนั้นมันเติบโตขึ้นจริง ๆ” ดนัยพูดต่อ ก่อนจะยิ้มอย่างขมขื่น“ฉันเคยจินตนาการด้วยซ้ำค่ะ ถึงขั้นเคยอยากมีลูกกับพี่มนู ฉันเคยคิดไว้แล้วว่าลูกของฉันจะหล่อหรือสวยขนาดไหน”มือของอิทธิพลที่จับพวงมาลัยค่อย ๆ กำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว แต่สายตาของชายหนุ่มยังคงมองตรงไปที่ดนัย รอฟังคำตอบต่อไป“จู่ ๆ

  • เสพติดอ้อมกอดพี่เขย   บทที่ 25

    เช้าวันนั้น อาหารเช้าก็เหมือนเดิม เงียบ และค่อนข้างตึงเครียด มีเก้าอี้ว่างอยู่หนึ่งตัว เป็นที่กมลของลูกชายคนรองของครอบครัวนี้“เมื่อคืนกลับมากี่โมง?” ชมพูนุทมองอิทธิพลลูกชายคนโตของเธอ“สี่ทุ่มครับ” อิทธิพลตอบสั้น ๆ โดยไม่หันไปมองสายตาของชมพูนุทจึงเลื่อนไปที่ดนัย “เธอก็ด้วยเหรอ ดนัย?”หญิงสาวพยักหน้าพร้อมยิ้มบาง ๆ “ค่ะแม่”มนูกับกนกหันไปมองดนัยทันที แปลว่าเมื่อคืนตอนที่เขากำลังมีอะไรกับกนก ภรรยาของเขาก็กลับมาแล้วงั้นเหรอ?แต่ทั้งคู่ก็ยังทำตัวเป็นปกติ เพราะเมื่อคืนไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาทำแบบนั้น และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้“เดือนหน้ามีงานใหญ่ของครอบครัว เพราะงั้นแม่อยากให้พวกเธอทุกคนช่วยกันเตรียมงานนี้เหมือนเดิม ตัดชุดให้เข้ากับเดรสโค้ด” ชมพูนุทพูดกับลูก ๆ และลูกสะใภ้“ให้ทำที่บูติกของเธอนะ อินทิรา” ชมพูนุทพูดต่อ พลางมองลูกสะใภ้คนโตของเธออินทิราสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองแม่สามีด้วยรอยยิ้มบาง ๆ “ค่ะแม่ เดี๋ยวอินทิราจะจัดตารางวัดตัวให้ทีหลังนะคะ”กนกกระแอมเบา ๆ “ทำไมไม่ให้แต่งอิสระไปเลยล่ะคะแม่? นาน ๆ ที ขอแค่ยังใส่เป็นคู่กับแฟนตัวเองก็พอ”“แ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status