Compartilhar

บทที่ 6

Autor: ลังกิต ปรมา
“พี่คะ” ดนัยเรียกเสียงแผ่ว ตอนที่เธอกับสามีเดินเข้าห้องหลังมื้อค่ำ

มนูหันกลับมาทันที มองดนัยด้วยสายตาเย็นชาและคมกริบ

มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะ “ตอนนี้เก่งขึ้นนี่เธอน่ะ เธอรู้ว่าพี่อิทธิพลเป็นคนที่ทุกคนในบ้านนี้กลัวที่สุด ก็เลยไปขอให้เขาช่วยสินะ”

ดนัยขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจคำพูดของสามี “พะ-พี่หมายความว่ายังไงคะ?”

“ไม่ต้องแกล้งโง่!” มนูตวาดเสียงดัง น้ำเสียงสูงขึ้นอีกระดับ

เขายกมือขึ้น ชี้หน้าดนัยอย่างคมกริบ “เธอไปฟ้องพี่อิทธิพลมาใช่ไหม? เธอต้องไปบ่นกับเขาแน่ ๆ ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอเหนื่อยที่ถูกใช้เหมือนคนรับใช้”

เพราะมนูเองก็รู้ดี ถึงแม้นิสัยของพี่ชายจะเข้มงวด แต่อิทธิพลเป็นคนใจอ่อนไม่ลงกับคนที่มาหาเขาพร้อมคำฟ้องและน้ำตาจริงๆ

มนูมั่นใจว่าดนัยทำแบบนั้น ตามที่เขาคิดไปเอง

“เพราะแบบนั้น เธอก็เลยไปอ้อนวอนขอทำงานกับพี่อิทธิพล เพื่อจะได้หลุดพ้นจากงานบ้านใช่ไหม?” มนูพูดต่อ ดวงตาจ้องภรรยาอย่างดุดัน กรามของเขาขบแน่น

ดนัยรีบส่ายหน้า “ไม่ใช่ค่ะพี่ ดนัยไม่ได้ทำแบบนั้น ดนัย—”

“ดนัย” มนูตัดบทเสียงเย็น “ใครๆ ก็เดาออก เพราะเป็นไปไม่ได้ที่พี่อิทธิพลจะเสนองานให้เธอ ถ้าไม่ใช่เธอเองที่ไปอ้อนวอนขอเขา”

หัวใจของดนัยหล่นวูบ ตัวเธอมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงไม่คู่ควรกับงานดี ๆ นอกจากเป็นคนรับใช้ในบ้านของสามีตัวเอง?

ตอนแรกเธอแค่อยากถามสามีว่ามนูอนุญาตให้เธอไปทำงานกับพี่เขยไหม แต่ความโกรธของมนูเมื่อครู่ก็ตอบทุกอย่างแล้ว

“งั้น พี่มนูไม่เห็นด้วยที่ดนัยไปทำงานกับพี่อิทธิพลเหรอคะ?” หญิงสาวถามเสียงแผ่ว ก้มหน้าลงเพื่อซ่อนความผิดหวังของตัวเอง

ทั้งที่เธอดีใจมาก ๆ ที่จะได้ทำงานในบริษัทใหญ่ในตำแหน่งเลขา ตำแหน่งที่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับคนที่จบมาแบบเธอจะได้มา

ยิ่งไปกว่านั้น เธอไม่มีประสบการณ์ทำงานเลยสักนิด

“พี่...” เสียงของดนัยแทบไม่ได้ยิน เธอมองสามีด้วยแววตาลังเล รอคำตอบว่าเธอจะได้รับอนุญาตให้ทำงานกับอิทธิพลหรือไม่

“ถ้าพี่ไม่อนุญาตให้ดนัยไปทำงานกับพี่อิทธิพลก็ไม่เป็นไรค่ะ ดนัยจะไม่ฝืน”

น้ำเสียงนั้นอ่อนโยน แต่ซ่อนความกังวลไว้อย่างชัดเจน

มนูหลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนพ่นลมหายใจยาวและหยาบกระด้างออกทางจมูก

เขาไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของอิทธิพล จริงๆ ถ้าเขาบอกว่าไม่ พี่ชายของเขาคนนั้นต้องสอบสวนแน่

ไม่ใช่แค่ถามธรรมดา แต่จะขุดคุ้ยเหตุผลทั้งหมดให้ถึงราก ลากเขาเข้าไปอยู่ในแรงกดดันที่เขาไม่อยากเผชิญ ไม่ว่าจะวันนี้หรือพรุ่งนี้

อิทธิพลไม่ใช่คนประเภทที่จะยอมรับการปฏิเสธง่ายๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำพูดของอิทธิพลไม่ใช่แค่คำขอ แต่เป็นคำสั่งของลูกชายคนโต ทายาทหลักของตระกูลเกียรติ ผู้ที่ทำหน้าที่แทนผู้อาวุโสมาตลอด

และไม่มีใครในบ้านหลังนั้นกล้าขัดเขาสักคน

“ฉันไม่สนว่าเธอจะทำงานกับใคร” มนูพูด น้ำเสียงต่ำแต่เย็นชา “สำคัญแค่ว่างานนั้นห้ามรบกวนเป้าหมายหลักของเธอ”

เขาก้าวเข้ามาใกล้อีกหนึ่งก้าว จ้องดนัยโดยไม่กะพริบตา

“เธอยังต้องท้องให้ได้ในเร็ว ๆ นี้ ดนัย ไม่ว่าจะยุ่งหรือไม่ยุ่ง จะทำงานหรือไม่ทำงาน” กรามของเขาขบแน่น “มันไม่ใช่ข้ออ้างให้เธอล้มเหลว”

_____

วันรุ่งขึ้น วันนี้เป็นวันแรกที่ดนัยได้ทำงาน หลังจากหนึ่งปีผ่านไปนับตั้งแต่เธอเรียนจบ และหนึ่งปีที่ใช้ชีวิตในฐานะภรรยาของ มนู

หญิงสาวหน้าตาสวยจะเริ่มบทบาทใหม่ของเธอในฐานะเลขา

ด้วยวุฒิอนุปริญญาสามปี และรูปลักษณ์ที่เธอจัดแต่งอย่างเรียบง่ายที่สุดดนัยยืนอยู่หน้ากระจก

การแต่งหน้าของเธอเรียบง่าย มีเพียงแป้งบาง ๆ บลัชออนนิดหน่อย และลิปสติกสีธรรมชาติ แต่ยังคงเปล่งประกายความงามอ่อนโยนอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ

มนูเดินออกมาจากห้องน้ำ ชายหนุ่มเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ยังมีเพียงผ้าขนหนูสีขาวพันอยู่รอบเอวกว้างของเขา

สายตาเย็นชาของเขาจับจ้องไปยังภรรยาที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง

“ออฟฟิศเข้างานแปดโมง แล้วเธอจะรีบเตรียมตัวเวลานี้ทำไม?” มนูพูดขึ้นขณะเดินไปทางตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบเสื้อผ้า

“พี่คะ” ดนัยหันไปมองแผ่นหลังกว้างของสามี “นี่เป็นวันแรกที่ดนัยทำงานนะคะ ดนัยเลยไม่อยากไปสาย ต่อให้เจ้าของบริษัทจะเป็นครอบครัวเราเองก็เถอะ”

“แต่นี่มันเร็วเกินไป ดนัย” มนูตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา “แล้วเธอไม่คิดจะทำกับข้าวเหรอ? ไม่คิดจะเก็บกวาดบ้านหรือไง?”

ชายหนุ่มหันกลับมา มองดนัยด้วยสายตาเย้ยหยัน ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชาเช่นเดิม

“จำไว้ หน้าที่เก็บกวาดบ้านของเธอมันเป็นสิ่งที่เธอต้องทำอยู่แล้ว อย่าคิดว่าพอได้ทำงานออฟฟิศแล้ว เธอจะเป็นอิสระจากหน้าที่พวกนั้น!”

ดนัยยิ้มบาง ๆ ยังคงดูสงบนิ่ง “ทำแล้วค่ะ พี่ ดนัยตื่นตั้งแต่เช้ามืดมาเก็บกวาดบ้านกับป้าแม่บ้านแล้ว แล้วเมื่อกี้ตอนหกโมงเช้าก็ทำอาหารเช้าไว้เรียบร้อยแล้วด้วยค่ะ”

“ดนัย ไม่มีวันลืมหรอกค่ะ ว่าตำแหน่งของดนัยอยู่แค่ข้างล่าง” เธอถอนหายใจเบา ๆ กลืนความขมขื่นที่ไหลปนมากับปลายเสียง

“ในบ้านก็ถูกมองเป็นคนรับใช้ พอไปออฟฟิศก็คงไม่ต่างกัน ใช่ไหมคะ?”

มนูไม่ตอบ เขาถือเสื้อผ้าที่หยิบจากตู้เดินเข้าห้องน้ำ แล้วเปลี่ยนชุดในนั้นเหมือนที่เขาทำเป็นประจำตั้งแต่แต่งงานกันมา

ดนัยถอนหายใจเบาๆ พร้อมยกมือลูบอก เพราะเมื่อครู่เธอยังกล้าพูดตอบโต้สามี โชคดีที่มนูไม่ระเบิดอารมณ์อีก

_____

ตรงเวลาเจ็ดโมงครึ่ง สมาชิกบางส่วนของครอบครัวเกียรติ ออกไปทำงาน รวมถึงดนัยเป็นครั้งแรกด้วย

ที่บ้านเหลือเพียงชมพูนุทกับหลานสาวคนเล็ก มณิชา รวมถึงคนรับใช้อีกสองคนที่ทำงานอยู่ในบ้านหลังนั้น

เหมือนทุกครั้ง พวกเขามักจะเข้าไปลาผู้เป็นแม่ก่อนออกจากบ้าน

ชมพูนุท นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น หนังสือพิมพ์กางอยู่ในมือ ถึงแม้ตั้งแต่เมื่อกี้ สายตาของเธอจะจับจ้องลูกสะใภ้มากกว่าอ่านหนังสือพิมพ์ก็ตาม

“ผมไปก่อนนะครับ คุณแม่” อิทธิพลเป็นคนแรกที่เอ่ยลา

อินทิราตามมาด้วยรอยยิ้มบาง ๆ “คุณแม่คะ พวกเราไปก่อนนะคะ”

ชมพูนุทพยักหน้าเล็กน้อย ดวงตาอ่อนโยนเมื่อมองคู่สามีภรรยาคู่นั้น

กมลและภรรยาก้าวเข้ามา “แม่ครับ พวกเราไปก่อนนะครับ”

“เดินทางดี ๆ ล่ะ” ชมพูนุทตอบอย่างเป็นมิตร

จากนั้นจึงเป็นมนูกับดนัยที่เป็นคู่สุดท้าย

“พวกเราไปก่อนนะครับ คุณแม่” มนูพูด

“อืม ระวังตัวด้วย” ชมพูนุทตอบลูกชาย

ดนัยก้มหน้าอย่างสุภาพ “ดนัย ขอตัว—”

ยังไม่ทันพูดจบชมพูนุทก็กลับไปมองหนังสือพิมพ์ของตัวเองอีกครั้ง ราวกับเสียงของลูกสะใภ้คนเล็กเป็นเพียงลมพัดผ่าน ราวกับดนัยไม่ได้อยู่ตรงนั้น

มนู เบือนหน้าไปทางอื่น แกล้งทำเป็นไม่เห็นความตึงเครียดนั้นดนัยฝืนยิ้มบางๆ แม้เสียงจะติดอยู่ในลำคอ

“ขอตัวนะคะ คุณแม่”

ไม่มีคำตอบใด ๆ มีเพียงเสียงกระดาษหนังสือพิมพ์ถูกพลิกเบา ๆ

ด้านนอกคฤหาสน์ รถของแต่ละคนจอดเตรียมพร้อมไว้แล้ว

กมลเหลือบมองภรรยาที่เดินอยู่ข้าง ๆ “วันนี้เธอใช้รถตัวเองไปนะ ฉันรีบ มีคนไข้วิกฤต”

กนกชะงักด้วยความตกใจเล็กน้อย ยังไม่ทันได้พูดอะไร กมลก็รีบก้าวขึ้นรถของตัวเองไปก่อนแล้ว

รถของชายหนุ่มผู้มีอาชีพเป็นหมอแล่นออกจากลานคฤหาสน์ไปอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าเป็นเหตุฉุกเฉินจริง ๆ

“พูดกันก่อนออกจากบ้านไม่ได้หรือไงนะ?” กนกบ่นอย่างหงุดหงิด เพราะต้องไปเอารถออกจากโรงรถและรอให้เครื่องอุ่น

ทันทีที่เห็นมนูเดินไปทางรถของเขา กนกก็รีบเดินเข้าไปหา พร้อมตะโกนเสียงค่อนข้างดัง

“พี่มนู ฉันขอไปด้วยนะคะ ยังไงเราก็ไปทางเดียวกัน” เธอพูดเร็ว ๆ โดยไม่รอคำตอบ เปิดประตูรถแล้วเข้าไปนั่งที่เบาะข้างคนขับทันที

มนูชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นสายตาของเขาก็เลื่อนไปยังดนัยที่ยืนอยู่ไม่ไกล เห็นชัดว่าเธอมองกนก ที่เมื่อกี้ขึ้นรถของสามีเธอโดยไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของรถเลย

“พี่คะ...ดนัยไปด้วยได้ไหมคะ?” ดนัยพูดเสียงเบา เต็มไปด้วยความหวัง “ดนัย นั่งข้างหลังก็ได้ค่ะ ไม่เป็นไร”

“เราไม่ได้ไปทางเดียวกัน เธอเรียกแท็กซี่ไปเองแล้วกัน” มนูตอบเสียงเย็น ก่อนจะขึ้นรถและสตาร์ตเครื่อง

รถคันนั้นแล่นออกจากลานคฤหาสน์ ทิ้งให้ดนัยยืนอยู่คนเดียวกลางลาน ลมยามเช้ากรีดผิวของเธอ พัดเส้นผมของเธอเบา ๆ ลมหายใจของเธอติดขัด

ดนัยมองประตูรั้วที่ค่อย ๆ ปิดลงโดยอัตโนมัติ ก่อนจะก้มมองนาฬิกาบนข้อมือของตัวเอง

“ถ้าฉันไปสายตั้งแต่วันแรกที่ทำงาน จะทำยังไงดี...” เธอพึมพำเสียงแผ่ว

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • เสพติดอ้อมกอดพี่เขย   บทที่ 30

    อิทธิพลเพิ่งมาถึงห้องทำงานของเขา พร้อมกับถือบันทึกสัดส่วนร่างกายของดนัยมาอย่างครบถ้วนฝีเท้าของเขาเชื่องช้า แต่ยังคงหนักแน่นขณะเดินไปยังโต๊ะทำงาน วางบันทึกนั้นลงบนโต๊ะ ก่อนจะเปิดไอแพดของตัวเองเขาเปิดแอปดูกล้องวงจรปิดทุกมุมในคฤหาสน์ รวมถึงห้องที่ก่อนหน้านี้เขาใช้ร่วมกับดนัยด้วยจุดประสงค์ของเขาคือการลบภาพบันทึกในนั้น ลบสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาสองคนแม้ความจริงแล้ว จะมีเพียงเขาคนเดียวที่เข้าดูกล้องวงจรปิดพวกนั้นได้ สมาชิกครอบครัวคนอื่นก็ไม่ได้สนใจภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดเท่าไรนัก รวมถึงตัวเขาเองด้วยภาพจากกล้องวงจรปิดอาจถูกเปิดดูในกรณีที่มีขโมย หรือมีเรื่องเร่งด่วนอื่น ๆ แต่ครั้งนั้นที่เขาเปิดดู ก็เพียงเพราะอยากจับตาดูดนัยเท่านั้นครืดดโทรศัพท์ของอิทธิพลสั่น มีสายเรียกเข้า ชายหนุ่มรีบหยิบของบาง ๆ นั้นออกจากกระเป๋ากางเกง และเห็นชื่อ ‘จูเลียน’ ปรากฏอยู่บนหน้าจอในฐานะคนโทรเข้าโดยไม่รอนาน เขาก็เลื่อนไอคอนสีเขียวบนหน้าจอ ก่อนจะแนบโทรศัพท์เข้ากับข้างหู“เมื่อกี้นายส่งอะไรมาให้ฉัน อิทธิพล?” จูเลียนถามจากปลายสาย“นายอ่านหนังสือไม่ออกหรือไง?” อิทธิพล

  • เสพติดอ้อมกอดพี่เขย   บทที่ 29

    “พี่มาทำอะไรที่นี่คะ?” เสียงของดนัยแผ่วเบาอิทธิพลไม่พูดอะไร ตรงกันข้าม ชายหนุ่มก้าวเข้าไปหาหญิงสาว แล้วยืนอยู่ตรงหน้าเธอพอดี“ถ้าต้องการให้ช่วยก็บอกมา” ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปที่โต๊ะแล้วหยิบของบางอย่างจากตรงนั้น ของของเขาเอง เป็นแหวนแต่งงานที่ลืมไว้ตั้งใจลืมไว้เหรอ? ใช่ เพราะเขาคาดไว้แล้วว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นพอเขาหันกลับมาอีกครั้ง สายตาของเขาก็สบเข้ากับดวงตากลมโตของดนัย“พี่ทำได้เหรอคะ?” หญิงสาวถามอย่างไม่อยากเชื่ออิทธิพลยิ้มมุมปาก “เธอดูถูกฉันเหรอ?”นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อิทธิพลตัดเย็บเสื้อผ้าเอง และก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเห็นคนในครอบครัวถูกภรรยาของเขาวัดตัว รวมถึงตัวเขาเองด้วยเพราะงั้น อิทธิพลจึงพอรู้ไม่มากก็น้อยว่าต้องทำยังไงเขาก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่พูดอะไร ท่าทางของเขาสงบนิ่ง แต่วิธีที่เขามองกลับทำให้อากาศในห้องเหมือนบางลงมือของอิทธิพลยื่นออกไป คว้าสายวัดจากมือดนัย“พี่... จะทำอะไรคะ?” ดนัยถามเสียงเบา ฟังดูกังวล“วัดตัว” อิทธิพลตอบสบาย ๆ ราวกับมันเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดในโลกเขาเอียงศีรษะเล็กน้อย มองดนัยลึก ๆ ก่อนจะพูดต่อ “เธอบอกว่าทำไม่ได้ใช่ไหม? งั้นให

  • เสพติดอ้อมกอดพี่เขย   บทที่ 28

    “ขอบคุณที่ต้อนรับผมอย่างดีนะครับ คุณอิทธิพล” ตรัยพูดอย่างจริงใจ พลางจับมืออิทธิพล ก่อนจะขอตัวกลับหลังจากคุยเรื่องโปรเจกต์งานของพวกเขาเสร็จ“ยินดีครับ ผมดีใจมากที่ได้ร่วมงานกับคุณ” อิทธิพลตอบ จากนั้นเขาก็ดึงมือขวากลับมา แล้วสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงทั้งสองคนหันกลับไปมองผู้หญิงสองคนที่ถูกย้ายไปนั่งโซฟาอีกตัว เพื่อให้คุยกันสองคนได้สบายขึ้น“เธอเป็นเลขาส่วนตัวของคุณเหรอครับ?” ตรัยถามอย่างสงสัยอิทธิพลพยักหน้าเร็ว ๆ “ใช่ เธอยังใหม่อยู่ ทำงานมาเกือบสามสัปดาห์เอง”“ว้าว ดีมากเลยนะครับ เธอเพิ่งเป็นเลขาได้สามสัปดาห์ แต่ดูเป็นมืออาชีพมาก เป็นไปได้ไหมว่าเธอจบจากมหาวิทยาลัยดัง หรือก่อนหน้านี้มีประสบการณ์ในสายงานนี้อยู่แล้ว?” ตรัยถามต่ออิทธิพลยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหน้าเล็กน้อย “ไม่ใช่ เธอเพิ่งทำงานครั้งแรก และได้ตำแหน่งเลขาเลย บังเอิญด้วยว่าเธอจบแค่ระดับ D3”ดวงตาของตรัยเบิกกว้างด้วยความตกใจ “ว้าว ผมนึกว่าพื้นฐานการศึกษาและประสบการณ์ของเธอสูงมากซะอีก สำหรับเลขาใหม่ เธอถือว่าทำได้ดีมากจริง ๆ”“จริงครับ” อิทธิพลตอบ ยิ้มบาง ๆ โดยไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม “ผมเองก็ยอมรับเรื่องนั้น”

  • เสพติดอ้อมกอดพี่เขย   บทที่ 27

    บ่ายวันนั้น ช่วงพักกลางวัน อิทธิพลอยู่ในห้องทำงานเพียงลำพัง ดนัยออกไปก่อนแล้ว เพื่อไปกินมื้อกลางวันที่โรงอาหารของออฟฟิศตั้งแต่เหตุการณ์บนถนนเมื่อเช้า ความคิดของเขาก็ไม่สงบเลย คำพูดของดนัยที่ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเธอรักสามีของตัวเอง ยังคงก้องอยู่ในหัวของอิทธิพลไม่หยุดมีบางอย่างทิ่มแทงอีโก้ของเขา ทรมานเสียด้วยซ้ำเป็นไปได้ยังไง หลังจากคืนเร่าร้อนที่พวกเขาใช้ร่วมกัน ดนัยยังพูดได้อีกว่าเธอรักมนู?ผู้ชายที่ไม่เคยรักเธอเลย ผู้ชายที่ถูกบังคับให้แต่งงานกับเธอและที่แย่ยิ่งกว่านั้น คำขอไร้เหตุผลของมนูที่ให้ดนัยตั้งท้องกับผู้ชายคนอื่น ควรจะมากพอที่จะทำให้ใครก็ตามตาสว่าง แต่ไม่ใช่กับดนัยความรักของเธอมันลึกซึ้งขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงทำให้เธอตาบอด? หรือผู้หญิงคนนั้นชินกับการเจ็บปวดมากเกินไป จนลืมวิธีเลือกตัวเองไปแล้ว?ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูจากด้านนอกทำให้ภวังค์ของอิทธิพลสะดุดลงชั่วขณะเมื่อประตูเปิดออก เขาก็เห็นรัตน์ปรากฏตัวพร้อมไอแพดในมือ เพื่อรายงานตารางงานล่าสุดของอิทธิพลในวันนี้ที่แน่นเอี๊ยด“วันนี้มีนัดประชุมกับผู้อำนวยการเลนฟอร์ดครับ ท่านจะมาถึงตอนบ่ายสาม และผมเตรียมห้องรับรองไว้

  • เสพติดอ้อมกอดพี่เขย   บทที่ 26

    “ทะ-ทำไมพี่อิทธิพลถึงถามแบบนั้นคะ?” ดนัยกำกระโปรงที่ตัวเองใส่อยู่แน่น“ฉันแค่ถามเฉย ๆ แต่ถ้าเธอไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไร” อิทธิพลตอบอย่างใจเย็น แล้วกลับไปจดจ่อกับถนนตรงหน้าดนัยก้มหน้าลง ถ้าเธอไม่ตอบคำถามของพี่เขย บางทีต่อไปอาจเกิดความเข้าใจผิดก็ได้ เพราะงั้นตอบไปน่าจะดีกว่า“ตอนแรกอาจจะไม่ค่ะ เพราะนี่เป็นการแต่งงานที่เกิดจากการคลุมถุงชน แล้วก็เป็นพินัยกรรมของคุณปู่เกียรติด้วย” หญิงสาวพูดช้า ๆ อย่างควบคุมอารมณ์อิทธิพลฟังโดยไม่ขัดแม้แต่น้อย พอไฟแดงข้างหน้าสว่างขึ้น เขาจึงต้องหยุดรถ ระหว่างรอคำตอบของดนัยและรอไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว“แล้วตอนนี้ล่ะ?” อิทธิพลมองดนัยเต็มตา ขณะที่สายตาของเธอยังคงมองตรงไปข้างหน้า“ตั้งแต่ได้เป็นภรรยาของพี่มนูอย่างถูกต้อง ฉันก็พยายามมาตลอดที่จะรักสามีของตัวเอง จนกระทั่งความรู้สึกนั้นมันเติบโตขึ้นจริง ๆ” ดนัยพูดต่อ ก่อนจะยิ้มอย่างขมขื่น“ฉันเคยจินตนาการด้วยซ้ำค่ะ ถึงขั้นเคยอยากมีลูกกับพี่มนู ฉันเคยคิดไว้แล้วว่าลูกของฉันจะหล่อหรือสวยขนาดไหน”มือของอิทธิพลที่จับพวงมาลัยค่อย ๆ กำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว แต่สายตาของชายหนุ่มยังคงมองตรงไปที่ดนัย รอฟังคำตอบต่อไป“จู่ ๆ

  • เสพติดอ้อมกอดพี่เขย   บทที่ 25

    เช้าวันนั้น อาหารเช้าก็เหมือนเดิม เงียบ และค่อนข้างตึงเครียด มีเก้าอี้ว่างอยู่หนึ่งตัว เป็นที่กมลของลูกชายคนรองของครอบครัวนี้“เมื่อคืนกลับมากี่โมง?” ชมพูนุทมองอิทธิพลลูกชายคนโตของเธอ“สี่ทุ่มครับ” อิทธิพลตอบสั้น ๆ โดยไม่หันไปมองสายตาของชมพูนุทจึงเลื่อนไปที่ดนัย “เธอก็ด้วยเหรอ ดนัย?”หญิงสาวพยักหน้าพร้อมยิ้มบาง ๆ “ค่ะแม่”มนูกับกนกหันไปมองดนัยทันที แปลว่าเมื่อคืนตอนที่เขากำลังมีอะไรกับกนก ภรรยาของเขาก็กลับมาแล้วงั้นเหรอ?แต่ทั้งคู่ก็ยังทำตัวเป็นปกติ เพราะเมื่อคืนไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาทำแบบนั้น และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้“เดือนหน้ามีงานใหญ่ของครอบครัว เพราะงั้นแม่อยากให้พวกเธอทุกคนช่วยกันเตรียมงานนี้เหมือนเดิม ตัดชุดให้เข้ากับเดรสโค้ด” ชมพูนุทพูดกับลูก ๆ และลูกสะใภ้“ให้ทำที่บูติกของเธอนะ อินทิรา” ชมพูนุทพูดต่อ พลางมองลูกสะใภ้คนโตของเธออินทิราสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองแม่สามีด้วยรอยยิ้มบาง ๆ “ค่ะแม่ เดี๋ยวอินทิราจะจัดตารางวัดตัวให้ทีหลังนะคะ”กนกกระแอมเบา ๆ “ทำไมไม่ให้แต่งอิสระไปเลยล่ะคะแม่? นาน ๆ ที ขอแค่ยังใส่เป็นคู่กับแฟนตัวเองก็พอ”“แ

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status