LOGINBy : ธามม์
ได้เห็นหน้าเธออีกครั้งในรอบสามปี รู้สึกตื่นเต้นเป็นบ้า ผู้หญิงอะไรน่ารักไม่เปลี่ยนเลย ตอนนี้ยิ่งดูสวยขึ้นมาก
ใช่แล้ว ผมเคยเจอเธอที่ผับแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ได้มีโอกาสเข้าไปพูดคุยกับเธอเพราะความสนุกของเพื่อนผมเอง รวมถึงผมด้วยแหละที่อยากเอาชนะฌอน เลยเผลอรับคำท้าของเพื่อน
คืนนั้นมันให้ผมจีบผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งฌอนเป็นคนเลือกให้ และมันก็เลือก “พราว” ผมต้องพาเธอไปขึ้นเตียงด้วยให้ได้ โจทย์คือห้ามใช้เงินล่อเหยื่อ เพราะผมใช้เงินหาความสุขใส่ตัวมาตลอด
ต้องยอมรับว่ามีสาว ๆ เข้าหาผมเยอะพอสมควร ทั้งที่เมื่อก่อนผมอ้วนลงพุง ไว้หนวดเครารุงรัง แถมหน้ายังมีแต่หลุมสิวเต็มไปหมด อย่าให้ผมเล่าสภาพตัวเองในตอนนั้นไปมากกว่านี้เลย สรุปสั้น ๆ โคตรไม่มีจุดไหนที่ดูดีเลย นอกจากกระเป๋าหนักแค่นั้น
ถึงรูปไม่หล่อแต่พ่อผมรวยมาก นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมสามารถดึงดูดสาวน้อยสาวใหญ่ได้ ตรงข้ามกับเพื่อนของผม พวกมันทั้งหล่อรวยมีเสน่ห์ แถมยังมีหน้าที่การงานที่ดีอีกด้วย
‘แก๊งชายสี่ หมี่ (มี) เงี่ยน’ ไม่รู้ไอ้ฌอนมันตั้งชื่ออะไรของมันทั้งเชยทั้งล่อแหลม แต่พวกผมอีกสามคนก็เออออห่อหมกไปตามมัน เพราะขี้เกียจคิดชื่ออื่น ในแก๊งมีสี่คนคือ
ฌอน หรือชยางกูร เสือร้ายที่ชอบเที่ยวกลางคืน ดื่มเหล้าเคล้านารีคือความสุขของมัน ปากดีขี้เล่น เจ้าชู้พอตัว แต่เห็นชอบเที่ยวแบบนี้ทำงานเก่งเป็นบ้า ผมยังยอมมัน แม่ผมยังชม เลยดึงตัวมันมาเป็นจีเอ็มของโรงแรมในเครือของตระกูลผม
ถัดมาคือไอ้คุณธัน หรือธันวา เพื่อนคนนี้มีความเป็นผู้ใหญ่สุดในกลุ่ม มันรักใครรักจริง นิ่งขรึมเย็นชา หรือว่ามันแอบร้ายรึเปล่าผมก็ไม่รู้ ไม่นอนกับใครสุ่มสี่สุ่มห้า รักสนุกแบบเคล้าสุราแต่ไม่มั่วนารี
คนสุดท้าย สิงห์หรือสิงหา เพื่อนคนนี้มันก็ไว้หนวดไว้เครานะ แถมยังไว้ผมยาวรุงรัง ออกแนวหนุ่มมาดเซอร์ ทว่าพระเจ้าให้ความหล่อและหุ่นดีมีซิกแพคมาให้มันด้วย เลยทำให้มันดูดีมีเสน่ห์ ถึงมันจะพยายามทำตัวติดดินมากก็เถอะ ส่วนเรื่องนิสัยมันเป็นคนพูดตรง ๆ ปากร้าย แต่ใจดี ไอ้สิงห์มันสายดื่ม ส่วนเรื่องนารีก็มีบ้างแต่ไม่ค่อยหนักเท่าผมกับฌอน
‘พวกมึงคิดว่ากูไม่มีปัญญาจีบสาวเหรอวะ เดี๋ยวคอยดู ถึงกูจะไม่หล่อ หุ่นไม่เร้าใจ แต่เวลาอยู่บนเตียงกูพลิ้วกว่าพวกมึงสามคนแล้วกัน’
‘อย่ามัวแต่พูดสิวะเพื่อน ทำให้ดูเลยดีกว่า’ คำดูถูกของไอ้ฌอนช่างน่ารำคาญหูจริง ๆ
‘นี่มึงกำลังบูลลี่กูอยู่เหรอวะ’ ผมหงุดหงิดคำพูดก่อนหน้านี้ที่มันบอกว่า ‘มึงก็เบาลงหน่อยสิวะเพื่อน เดี๋ยวพุงก็กางออกมาหรอก’ เพียงแค่ผมกระดกเบียร์ไปหลายแก้ว มันเป็นเพื่อนที่ปากหมากับเพื่อนที่สุด
‘อะไร? กูแค่หวังดี ไม่เคยคิดบูลลงบูลลี่เพื่อนเลย สาบานได้’ มันพูดไปอมยิ้มไปใครจะเชื่อ แถมยังหาว่าผมคงไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนแน่ ๆ ชาตินี้ นี่ถ้าไม่เห็นว่าเป็นเพื่อนจะกระโดดถีบปากเข้าให้ ปากปีจอสุด ๆ
‘เลิกทะเลาะกันได้แล้ว ดื่ม ๆ’ สิงห์ที่นั่งฟังพวกผมทะเลาะกันชวนดื่มพลางยกแก้วเหล้าขึ้นกลางอากาศ มันคงรำคาญเสียงเห่าของผมกับฌอน รวมตัวกันทีไรผมต้องมีปากเสียงกับมันทุกที
‘เดี๋ยว..กูขอเล่นเกมสนุก ๆ กับไอ้ธามม์มันก่อน’
‘เกมอะไรของมึง’
‘คืนนี้ถ้ามึงพาสาวขึ้นเตียงได้และต้องได้ร่วมหลับนอนปิดจ็อบขึ้นสวรรค์ ถือว่ามึงชนะ ถ้ามึงชนะกูจะยอมทำตามที่มึงสั่งหนึ่งวัน แต่ถ้ามึงแพ้มึงต้องยอมทำตามที่กูสั่งหนึ่งวัน ตกลงไหม’
ผมนั่งคิดไตร่ตรองคำท้าทายของฌอนอยู่ครู่หนึ่ง คุ้มไหมกับการลงเล่นเกมสิ้นคิดแบบนี้ ถ้าชนะก็มีแต่ได้กับได้ ส่วนจะให้ฌอนทำตามที่สั่งหนึ่งวันอันนี้ผมไม่สนใจหรอก ประเด็นอยู่ที่อยากเอาชนะเพื่อนคนนี้มากกว่า และที่สำคัญได้นอนกับสาวสวยแน่นอน
‘ได้ จัดไป’ ผมกระดกแก้วเหล้าไปจนหมด เพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะดีดตัวขึ้นอย่างมั่นใจ
‘เดี๋ยว อย่าใจร้อน ฟังกติกาให้จบก่อนสิวะเพื่อน’
แต่ต้องกลับลงไปนั่ง เพราะฟังเงื่อนไขของเกมยังไม่จบ
‘โดยหญิงสาวที่อับโชคคนนั้นต้องเป็นกูเลือกให้เท่านั้น’ ‘อะไรวะ เงื่อนไขเยอะชิบxxx มึงจะเลือกผู้หญิงหน้าบ้าน ๆ มาให้กูใช่ไหม’
‘ไม่สิเพื่อน กูต้องเลือกผู้หญิงสวย ๆ สิวะ เอาคนที่สวยเลือกได้ อีกอย่างกลัวมึงเล่นตุกติกขี้โกง เอาน่าเดี๋ยวกูเลือกให้แจ่ม ๆ’ ไอ้เพื่อนคนนี้มันบูลลี่ผมทางอ้อมใช่ไหม กะจะเลือกสวย ๆ จนเขาไม่มองผมล่ะสิ
‘เออ ห้ามเลือกคนมีเจ้าของมาให้กูนะ กูไม่อยากมีเรื่อง’
‘เออน่า รับรองสวยโสด เดี๋ยวกูขอไปสแกนหาก่อน ผับที่นี่มีแต่ผู้หญิงสวย ๆ ทั้งนั้น’ ว่าแล้วมันก็ลุกไปหาเหยื่อให้ผมทันที
‘พวกมึงสองคนเล่นอะไรกันวะ เด็กน้อยชิบ’ ธันวาที่นั่งนิ่งมาตลอดเอ่ยเสียงเรียบ ท่าทางมันไม่ค่อยเห็นด้วยกับเกมนี้สักเท่าไหร่ แต่ผมแคร์ซะเมื่อไหร่ ตอนนี้อยากเอาชนะฌอนมากกว่า
‘เหมือนมันจะได้เหยื่อแล้วนะ โน่นไง’ สิงหาที่มองตามฌอนอยู่ตลอด มันก็คงอยากรู้ว่าเพื่อนจะหาสาวที่ไหนเป็นคู่นอนให้กับผม
‘ถือว่าสายตามันดีใช้ได้ รู้ใจกู’ ผมทอดสายตามองหญิงสาวที่ฌอนกำลังนั่งคุยด้วย ที่จริงยังไม่เห็นหน้าเธอใกล้ ๆ หรอก แต่ดูจากทรวดทรงองค์เอวแล้วถือว่าดีเลยทีเดียว ตรงไทป์ของผมเลยล่ะ ถือว่ามันยังรักเพื่อนอยู่บ้าง
‘ได้แล้วมึง’ ไม่นานฌอนเดินยิ้มแฉ่งมานั่งลงโซฟาข้างผมก่อนจะเอ่ยสั้น ๆ พลางส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ผม
‘โสดไหม’ ผมกลัวไปยุ่งกับคนมีเจ้าของ จึงต้องย้ำถามให้ชัวร์
‘โสด และพึ่งโสดมาสด ๆ กูมั่นใจ ว่าเธอไม่หลอกกู’ ดูคำพูดมันน่าจะมั่นใจจริง ๆ เรื่องผู้หญิงต้องไว้ใจไอ้นี่ เพราะมันช่ำชองเรื่องนี้เป็นอย่างมาก
‘เริ่มเลยสิมึง อย่าให้เสียชื่อแก๊งชายสี่หมี่เกี๊ยว’
‘หมี่เงี่ยน! มึงจะไปขายบะหมี่เหรอวะไอ้คุณสิงห์ ฮะ ๆ’ ฌอนหลุดขำเมื่อสิงหาพูดชื่อแก๊งผิด
‘ไม่รู้กูจำไม่ได้นี่หว่า ชื่อก็ไม่ได้สร้างสรรค์อะไรเลย’ ความคิดเดียวกันกับผมเลย
‘ชื่อนี้แหละ เหมาะกับกลุ่มเราที่สุดแล้ว อย่ามาเถียงกูนะว่าไม่จริง’
‘เออ ๆ ไม่มีใครเถียงมึงได้หรอก นอกจากไอ้คุณธัน มันไม่ได้บ้ากามแบบพวกเรา’ สิงหาน่าจะพูดถูก แต่มันก็พูดแรงไป บ้ากามอะไร ก็แค่ฮอร์โมนพลุ่งพล่านจึงต้องหาที่ระบายอารมณ์
‘พวกมึงรู้ได้ไงว่ามันไม่เป็น มันอาจจะเป็นเสือซุ่มก็ได้นะ ใช่ไหมไอ้คุณธัน’ ฌอนหันไปถามคนที่นั่งนิ่งพลางจิบเหล้าไปเรื่อย ๆ อย่างเย็นชา เหมือนไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรกับคำที่เพื่อนพูดถึงตัวเองเลยสักนิด
‘คงงั้นมั้ง’ ธันวาตอบเพื่อนเหมือนตัดรำคาญอะ ฮ่าฮ่า แต่ผมชอบนะ มันดูไม่สนโลกดี ทำเอาฌอนไม่รู้จะพูดอะไรต่อเลย
‘ไปดิธามม์มึง เริ่มเกมเลย อย่ามัวเสียเวลาคุย’ ฌอนเปลี่ยนเรื่องมาเร่งเร้าผมเลยทีนี้ กลัวรัศมีความเงียบของไอ้คุณธันละสิท่า
‘เออ มึงเตรียมเปิดห้องไว้ให้กูได้เลย’
‘ได้ แต่อย่าให้กูเปิดรอเก้อนะโว้ย คงไม่ให้กูไปใช้ห้องเองหรอกนะเพื่อน’
‘เออ มึงคอยดูเถอะ คืนนี้กูได้ขึ้นสวรรค์แบบไม่เสียตังค์สักบาทแน่’ ผมพูดไปโดยไม่ได้คำนึงถึงผลลัพธ์เลย แอบโมโหให้เพื่อนฌอนที่เอาแต่ดูถูกผมไม่เลิก
ผมเริ่มเดินเกมอย่างค่อยเป็นค่อยไปด้วยการมาสั่งเครื่องดื่มที่เคาน์เตอร์บาร์ เลือกนั่งเก้าอี้ข้าง ๆ เธอ ดีที่มันว่างอยู่
‘ดราย มาร์ตินี่ (Dry Martini) กับพิ้งค์เลดี้ (Pink Lady) อย่างละหนึ่ง’ ผมหันไปสั่งเครื่องดื่มกับพนักงานบาร์เทนเดอร์หนุ่ม ก่อนจะหันซ้ายไปสำรวจใบหน้าเป้าหมายสักหน่อย
ว้าว นี่มันนางฟ้ามาโปรดผมชัด ๆ เธอมีทั้งความสวยและความน่ารัก ผมดำเงางยาวตกไปถึงกลางหลัง ตาของเธอดูสวยกลมโต รับกับใบหน้าหวานจิ้มลิ้มน่าหยิกน่าหอม จมูกโด่ง ขนตาก็ดูงอนงาม ผิวพรรณดูขาวใสอมชมพู ใบหน้างามเสริมแต่งด้วยเครื่องสำอางเพียงเบาบาง การแต่งหน้าของเธอดูเหมือนจะขัดกับชุดที่ใส่มาเล็กน้อย เธอสวมชุดเดรสสีดำโชว์แผ่นหลังเนียนขาวแถมยังเว้าเอวคอด ดูแล้วเซ็กซี่เป็นบ้าเลย
ไอ้ฌอนมันก็ช่างเลือกให้เสียจริง ยังไม่ได้คุยยังรู้สึกชอบเธอขนาดนี้ ถ้าได้มีอะไรด้วย ผมจะไม่หลงรักเธอเลยเหรอ ทำไมแววตาเธอดูเศร้า ๆ ดูใจลอยกำลังคิดถึงใครอยู่รึเปล่า มาถึงขนาดนี้แล้วอยากรู้ก็ถามสิวะธามม์
แหม พ่อหนุ่มธามม์ช่างร้ายจริง รับคำท้าเพื่อนโดยไม่ได้คิดถึงความรู้สึกของผู้หญิงเลยเหรอคะ
ไม่ต้องสืบนะว่าทำสำเร็จไหม เพราะเฉลยไปแล้ว แต่อยากรู้ว่าทำยังไงถึงพาพิ้งค์พราวขึ้นเตียงได้
รอวันวิวาห์ หนึ่งเดือนต่อมากว่าจะผ่านมาแต่ละวันมันช่างเนิ่นนานเหลือเกินนี่คือความรู้สึกของคนที่อยากเป็นเจ้าบ่าวใจแทบขาดอย่างนภัทรเขานับรอวันที่จะได้เห็นพนิตาใส่ชุดเจ้าสาวเดินจูงมือเข้าประตูวิวาห์ไปพร้อมกันกับเขาผ่านมาหนึ่งเดือนนับจากวันที่ไปสู่ขอพนิตากับพ่อแม่ของเธอที่ต่างจังหวัด เขาจำได้ว่าพ่อแม่พนิตาโกรธมากที่รู้ว่าลูกสาวแอบไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนภัทรชิงสุกก่อนห่ามดีที่คุณย่านงนรีไปด้วยจึงช่วยพูดให้พ่อแม่ของพนิตาใจเย็นลงได้ บวกกับที่เขารับปากหนักแน่นว่าจะรักและดูแลลูกสาวของพ่อตาแม่ยายเป็นอย่างดี จนสุดท้ายว่าที่พ่อตาแม่ยายก็ยอมใจอ่อนยกลูกสาวให้กับบ้านอนันต์ถิระคุณส่วนเรื่องสินสอดทองหมั้นพ่อแม่พนิตาไม่ได้เรียกร้องอะไร ขอแค่ว่าที่ลูกเขยไม่ทำร้ายร่างกายและจิตใจของลูกสาวเป็นพอ แต่ถึงฝั่งเจ้าสาวจะไม่เรียกร้องค่าสินสอดสักบาท ทางญาติผู้ใหญ่ฝั่งเจ้าบ่าวก็คงไม่ให้ตัวเองเสียชื่อเสียง เสนอเงินสดแปดหลัก พร้อมเครื่องเพชรอีกหลายชุด ทองคำแท่งและทองรูปพรรณหนักหลายบาท ยังไม่พอแถมนาฬิกาสุดหรูราคาหลักล้านให้พ่อกับแม่ไว้ใส่ไปอวดเพื่อนบ้านอีกด้วย ทั้งหมดที่ว่ามานี้จะยกให้พ่อแม่ฝ่ายหญิงทั้งหมด ไม
ครอบครัวการละครเวลา 07.20 น.บรรยากาศยามเช้าที่สดใส หนุ่มสาวนอนกอดกันกลมบนเตียงหลุยส์ขนาดใหญ่ แต่ชายหญิงกับใช้พื้นที่แค่นิดเดียว ทั้งคู่ยังนอนหลับปุ๋ยไม่ติงไหว เพราะร่างกายสูญเสียพลังงานไปมากจากการเล่นบทรักกันเมื่อคืนก็ไม่ใช่แค่รอบเดียวนะสิ เขาสะกิดเธอถึงสองรอบติดแบบจัดหนักจัดเต็มเล่นเอาเสียวท้องน้อยวูบวาบทั้งคืน ล่าสุดตื่นมาตีสี่ครึ่งจัดอีกเป็นรอบที่สาม ไม่รู้ว่าเขาไปเอาเรี่ยวเอาแรงมาจากไหนนักหนา ร่างบางแทบจะแตกสลายในอ้อมอกเขาเธอเพลียนั่นแหละ แต่มันก็ปฏิเสธตัวเองไม่ได้เช่นกัน“พี่คะ...พี่ธามม์ พี่! ตื่นค่ะ” เสียงหวานของผู้เป็นน้องสาวยืนเรียกพี่ชายอยู่ข้างเตียง ทว่าคนที่นอนหลับสนิทกลับนอนไม่รู้เรื่องอะไร งานเข้าเขาแล้วยังไม่รู้ตัวอีก“ไอ้ลูกชายตัวดี บอกสอนอะไรก็ไม่ฟัง” ไม่ใช่แค่ธนิฐาที่เข้ามาปลุกพี่ชายในห้องนอนของพนิตา แต่ยังมีทั้งพ่อ แม่และย่าของเขาพากันมายืนล้อมเตียงหนุ่มสาวราวกับญาติมาเยี่ยมคนไข้ที่แอดมิทโรงพยาบาล“ธามม์ลูก ตื่นได้แล้วลูก” นัฐฐาเข้าไปเขย่าตัวลูกเลี้ยงให้ตื่น“อะไรกันครับเนี่ย คนจะนอน” นภัทรขยับตัวงัวเงีย แต่เปลือกตายังไม่ยอมเปิดรับแสง ซ้ำยังกอดแฟนสาวแน่นขึ้นไปอี
ว่าจะไม่แล้วนะ18+ “ไงจ๊ะหนูพราวอาหารมื้อนี้อร่อยถูกปากไหมจ๊ะ” นัฐฐาเอ่ยถามว่าที่ลูกสะใภ้หลังจากรับประทานของหวานอิ่มทุกคนทานของหวานกันจนหมด หลังจากที่หยุดฟังสองพ่อลูกตวาดใส่กันจบ“อร่อยทุกอย่างเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่ให้เกียรติพราวขนาดนี้” พนิตาขอบคุณพร้อมพนมมือไหว้ผู้ใหญ่ทุกคนกิริยามารยาทอ่อนน้อมถ่อมตนบวกกับการแต่งตัวเรียบร้อยน่ารักของพนิตาวันนี้ช่างถูกจริตคุณย่านงนรีเหลือเกิน หญิงสูงวัยลอบมองเธอแทบจะทุกสิบวินาที มองไปนั่งอมยิ้มไป เธอผ่านด่านคุณย่าร้อยเปอร์เซ็นต์“คืนนี้ค้างที่นี่นะหนู ย่าให้คุณสุเตรียมห้องไว้ให้หนูแล้ว” พนิตาชะงักเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้าเบา ๆ ตามมารยาท“เธอนอนห้องผมก็ได้ครับคุณย่า” คำพูดของนภัทรทำให้คนเป็นพ่อขมวดคิ้วเข้ม ส่วนคนข้าง ๆ หน้าแดงวาบทันที เธอสะกิดแขนเขาเป็นเชิงเตือน“ไม่ได้! ยังไม่แต่งงาน หนูพราวก็เป็นแค่แขกคนหนึ่ง” พ่อเอ่ยค้านเสียงหนักแน่น “ตอนนี้ยังไม่ได้แต่งงานกัน นอนแยกห้องไปก่อนนะหลานรัก” คุณย่าเสริม ทำให้นภัทรไม่กล้าแม้จะเถียงสักคำ จำใจต้องยอมทำตามที่ผู้ใหญ่แนะนำเวลา 22.50 น.ดื่นค่ำมืดผู้หลักผู้ใหญ่ต่างหลับฝันกันหมด เหลือเพียงหนุ่มสาวที
เปิดตัวเปิดใจBy : พิ้งค์พราวใครก็ได้ช่วยเอาฉันออกไปจากตรงนี้ที ไม่คิดว่าการแค่มาทานกับครอบครัวของแฟนมันจะทำให้ฉันอึดอัดใจได้ขนาดนี้ รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง จะขยับตัวแต่ละทีก็ยังเก้ ๆ กังๆ จะหายใจยังต้องคุมลมหายใจไม่ให้เสียงดังหรือเป็นฉันที่ไม่เหมาะกับเขาตั้งแต่แรกแล้ว...ฉันมาทำอะไรที่นี่...เพลงนี้ลอยมาเลยจ้า“อาหารพวกนี้เธอทานได้ใช่ไหม” เสียงทุ้มของชายสูงวัยเอ่ยถามพนิตาฉันกลอกตามองอาหารทั้งหมดที่อยู่บนโต๊ะ อาหารที่จัดเสิร์ฟวันนี้ล้วนแต่เป็นอาหารสุดหรูแบบมิชลินเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็น ไก่ตุ๋นไวน์แดง กุ้งล็อบสเตอร์ตัวใหญ่อบชีส และอีกสามสี่อย่างที่มีแต่เมนูราคาแพงการจัดจานก็แลดูคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างมาก เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน...“ทำไมพ่อถึงถามคำถามแบบนี้กับเธอ” ความคิดของฉันชะงักไปทันทีเมื่อได้ยินประโยคคำถามของคนข้าง ๆ ฉันหันไปมองเขา พบว่าคุณธามม์คิ้วขมวดเข้าหากัน สายตาดุดันเพ่งเล็งไปที่พ่อของเขา เขาจะจริงจังอะไรขนาดนั้น“คุณธามม์” ฉันเรียกชื่อเขาแผ่วเบาพลางยื่นมือไปแตะที่ขาเขา ประหนึ่งว่าให้เขาใจเย็นกว่านี้ นั่นพ่อคุณนะ “ถามแค่นี้แกก็โกรธพ่อเหรอ!” คุณนฤบดีก็ไม่ยอมแพ้ตวาดเสียงดั
เปิดตัวแฟนสาวก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!“เชิญ” เสียงทุ้มเจือความขุ่นเคืองเอ่ยขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้องทำงานชายหนุ่มปรายหางตามองเลขาคนใหม่ ก่อนจะก้มหน้าลงสนใจเอกสารที่อยู่บนโต๊ะทำงานต่อ“เฮ้อ” หญิงสาวถอนหายใจพลางยิ้มมุมปากขณะที่เดินถือแฟ้มมาให้เขาเซ็น เธอรู้ว่าแฟนหนุ่มกำลังงอนเธออยู่ เพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง “วันนี้คุณธามม์จะรับชาหรือกาแฟดีคะ” พนิตาเอ่ยถามก่อนจะยื่นแฟ้มเอกสารวางไว้บนโต๊ะเจ้านาย“...” เขาทำเป็นไม่สนใจที่เธอถาม ยังคงนั่งอ่านเอกสารตรงหน้าต่อ“คุณจะเป็นแบบนี้ไปตลอดเลยใช่ไหมคะ” พนิตาเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง แถมยังทำสีหน้าเคร่งเครียดใส่เจ้านายที่ไม่เงยหน้ามาสนใจเธอได้ยินน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของพนิตา เปลือกตาชายหนุ่มค่อย ๆ ขยับเปิดขึ้นมองหญิงสาวอย่างเต็มตา พอเขาเห็นหน้าของแฟนสาวที่กำลังเริ่มส่อแววไม่พอใจ เขารีบดีดตัวลุกขึ้นเดินเลี้ยวออกไปหาเธออย่างเร็วไว“ไม่ครับ ไม่เป็นแล้ว” เขาโผเข้ากอดเธอโดยไม่สนใจว่าที่นี่คือที่ทำงาน “ทำอะไรคะคุณธามม์” หญิงสาวพยายามบิดตัวออกจากอ้อมแขนกว้าง กลัวคนจะเปิดประตูเข้ามาเห็น“ไม่ปล่อย คุณอยากดื้อก่อนทำไม” ยิ่งห้ามยิ่งกอดแน่นเสียยิ่งกว่างูรัด“พราวคิ
ใครกันคือว่าที่ลูกสะใภ้By : ธามม์“จัดโต๊ะให้เลขากูด้วย จัดไว้ตรงนี้ก็ได้” ผมนั่งชี้นิ้วสั่งเพื่อนรักที่นั่งอยู่หน้าผมในห้องทำงานส่วนตัว“จะให้เลขามานั่งในห้องประธานเลยเหรอครับผม ไม่ใช่หน้าห้องเหรอ” คนขี้สงสัยชอบถามคำถามไม่เข้าหู“ห้องนี้ออกจะกว้างมีมาอีกสักโต๊ะจะเป็นอะไร ผมอยากสอนงานเธอให้เก่ง คุณต้องช่วยผมสอนเธอด้วยนะครับคุณฌอน” ผมไม่ได้แค่อยากเห็นหน้าเธอตลอดเวลาอย่างที่คนอื่นคิดหรอกนะ ผมอยากให้เธอเก่งทุกด้าน ไม่ต้องเก่งมากเอาแค่พอที่จะผ่านด่านของคนในครอบครัวของผมไปได้ “ครับผมเจ้านาย เดี๋ยวผมสั่งคนขึ้นมาจัดการให้ตอนนี้เลยครับ”“ดี เร็ว ๆ ล่ะ”“ว่าแต่จะให้เอาเตียงขึ้นมาด้วยไหมครับเจ้านาย เผื่อจำเป็นต้องใช้” เพื่อนผมคนนี้ช่างเป็นคนชอบกวนประสาท“เป็นความคิดที่ดีนะ แต่ผมว่าบนเตียงค่อนข้างบ่อยแล้ว เปลี่ยนมาเป็นบนโต๊ะบ้างก็ได้ครับ” ผมยกยิ้มมุมปากหนึ่งข้างด้วยความกวนประสาทเพื่อนเช่นกัน“เชี่ย ไอดอลผมเลยนะคุณเนี่ย” “แต่คุณคือไอดอลของผมนะคุณฌอน แค่นี้ยังไม่ถึงครึ่งคุณมึงเลยนะครับ” ผมกับฌอนพูดคุยเรื่องแบบนี้กันอย่างอารมณ์ดี ตามประสาเพื่อนสนิทที่รู้ใจกัน“แน่นอน กูต้องเป็นที่หนึ่งของกลุ่มอย







