LOGIN“ท่านพ่อ!” โม่เฉินอวี่ที่ยืนถือกระบี่ไม้อยู่ข้างลานหินถึงกับชะงัก รีบลดกระบี่ลงแล้วอุทานออกมาเบา ๆ แล้วทำคารวะส่วนชายวัยกลางคนที่บัดนี้ไม่หลงเหลือรูปลักษณ์ซูบผอมเช่นเมื่อก่อน ทันทีเมื่อเท้าของเขาก้าวพ้นซุ้มประตูลานหินด้านหลังจวนเข้ามา สายตาของเจ้าตัวก็กวาดมองไปรอบบริเวณโดยสัญชาตญาณ และภาพที่ปรากฏเบ
เสิ่นฝูในฐานะพ่อบ้านประจำจวนถึงกับต้องวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เหงื่อกาฬไหลโซมทั่วหน้าผาก“ร... เรียนท่านเจ้าสำนัก! แย่แล้วขอรับ บัดนี้หน้าประตูจวนด้านหน้ามีผู้คนแห่แหนกันมาจนแทบจะเหยียบกันตายแล้วขอรับ!”ผู้เป็นเจ้าสำนักสาวเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะแหงนหน้ามองเรือเหาะโบรา
ทางด้านกู้ชางหลง ชายหนุ่มก้าวขึ้นมาข้างหน้าหนึ่งก้าว นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มดุจมหาสมุทรไร้ก้นบึ้งทอดมองนักพรตเฒ่าตรงหน้าด้วยความสุขุม ก่อนจะประสานมือคารวะตามธรรมเนียมของผู้ฝึกตนชั้นสูง“ข้ากู้ชางหลง... คารวะผู้อาวุโสไป๋”ไป๋เสวียนจื่อที่ถูกระบบป้อนข้อมูลและบุคลิกภาพไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ลูบเครายาวสีขาวเบา
ขณะเดียวกัน ในย่านการค้าใจกลางเมือง...ห้องโถงรับรองของหอการค้าว่านเป่าและตระกูลหลิว สองขั้วมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งและอันดับสองแห่งเมืองเทียนเหิงเฉิง ซึ่งกำลังเปิดศึกชิงไหวชิงพริบเพื่อต้องการซื้อสิทธิ์เหมืองศิลาวิญญาณ ต่างพากันหยุดชะงักลงโดยสิ้นเชิง ผู้นำตระกูลทั้งสองก้าวออกมายืนมองท้องฟ้าด้วยความตกตะล
สิ้นความคิดของนาง อากาศด้านนอกม่านพลังที่สองมังกรหนุ่มกางไว้ก็พลันเกิดวิปริตอย่างผิดปกติ ทันใดนั้น... คลื่นพลังอันยิ่งใหญ่ก็แผ่ปกคลุมทั่วทั้งสำนักไท่ชู สายลมที่เคยพัดเอื่อยพลันหยุดนิ่ง เมฆขาวเหนือท้องนภาแยกออกจากกันอย่างช้า ๆจากนั้น... เรือเหาะโบราณลำหนึ่งก็ค่อย ๆ ลอยฝ่าเมฆลงมา ตัวเรือทั้งลำสร้างจา
“ในยุคบรรพกาล ว่ากันว่ามีเพียงสำนักระดับมหาพิภพเท่านั้นที่จะครอบครองเคล็ดวิชาที่ประสานลมปราณเข้ากับธรรมชาติได้แนบเนียนถึงเพียงนี้”“เป็นเช่นนั้นหรือ?” ผู้เป็นเจ้าสำนักสาวตีหน้าซื่อ “เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่ค่อยรู้อะไรมากนักหรอก ตำราเหล่านี้ก็ล้วนแต่เป็นอาจารย์ของข้ามอบให้ทั้งสิ้น” คำตอบของนางบ่งบอกได้ว่







