เหตุใดข้าจึงถูกเขียนให้เป็นนางร้าย ทั้งที่ข้ามาก่อนนางเอก

เหตุใดข้าจึงถูกเขียนให้เป็นนางร้าย ทั้งที่ข้ามาก่อนนางเอก

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-04
โดย:  นักฆ่าฝึกหัด 23จบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel16goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
52บท
2.3Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

นางเคยเป็นนางร้ายที่ผู้คนเกลียดชัง หลังตายวิญญาณต้องล่องลอยนับพันปี เมื่อได้หวนคืนอีกครั้ง ครานี้นางไม่สนพระเอก หรือนางเอก สิ่งเดียวที่ต้องการคือความแข็งแกร่ง!

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1: ผู้ที่มาก่อน

 

 

บทที่ 1: ผู้ที่มาก่อน

 

เสียงกระบี่เฉือนเนื้อดังแผ่วเบาในยามค่ำคืน 

ลู่ชิงอีทรุดลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ความเจ็บปวดแล่นผ่านข้อมือและข้อเท้าทั้งสี่ ราวกับไฟที่เเผดเผาลึกเข้าไปถึงกระดูก เส้นเอ็นของนางถูกตัดขาดในครั้งเดียวอย่างเเม่นยำ คม กระบี่นั้นไม่ได้สังหาร แต่มันพรากสิ่งสำคัญที่สุดไป

ความสามารถในการยืนทรงตัว การถือกระบี่ แม้แต่จะใช้ลมปราณเพื่อปกป้องตนเองนางยังทำไม่ได้  มันคือการลงทัณฑ์  ที่รุนแรงพอจะทำลายผู้ฝึกตนคนหนึ่งไปตลอดชีวิต

นางเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก เลือดสีเเดงฉานไหลซึมจากบาดแผลจนพื้นเปียกชุ่ม ดวงตานางสั่นไหวขณะมองบุรุษตรงหน้า... องค์ชายรอง  ผู้ที่เคยเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเพียงหนึ่งเดียวของนาง หลังจากที่ตระกูลลู่ถูกล้างบางจนสิ้นในครานั้น สายตาของเขายามมองนางเย็นเยียบ

“ข้ารู้ว่าเจ้าร้ายกาจ” เขากดเสียงต่ำ  “แต่ไม่คิดว่าเจ้าจะถึงขั้นลงมือสังหารคนได้”

ลู่ชิงอีอ้าปากพยายามเอ่ยคำแก้ต่างให้ตน แต่กลับไม่มีเสียงใดหลุดลอดออกมา

เมื่อเช้า นางถูกลงโทษให้นำอาหารไปให้อสรพิษที่บ่อท้ายสำนัก นี่เป็นเพียงโทษสถานเบาหลังจากทะเลาะกับศิษย์พี่ผู้หนึ่ง ลู่ชิงหว่านมาพบนางที่นั่น อ้างว่าต้องการ "ดอกเหมันต์คราม" ซึ่งเป็นสมุนไพรตกทอดของตระกูลลู่ที่ส่งต่อมายังทายาทสายตรงเท่านั้น เพื่อนำไปใช้รักษาพิษเพลิงขององค์ชายรอง

ไม่ใช่ว่านางไม่อยากช่วย

แต่ดอกเหมันต์ครามไม่ใช่สมุนไพรธรรมดา มันเป็นสมุนไพรเซียนที่ตกทอดจากบรรพบุรุษ ที่สืบต่อกันมาในสายเลือดของตระกูลลู่ มันไม่เพียงมีคุณค่าในการรักษา หากยังเปรียบเสมือนสิ่งแทนใจของผู้ล่วงลับ เป็นสิ่งสุดท้ายที่เยียวยาจิตใจนาง ที่ผ่านเหตุการณ์ตระกูลล่มสลายมา  

ยิ่งไปกว่านั้น อาการขององค์ชายรองไม่ได้ถึงขั้นไร้ทางรักษา ด้วยฐานะศิษย์เอกของเจ้าเขากระบี่สวรรค์ เขาย่อมสามารถจัดหาสมุนไพรฤทธิ์เย็นอื่นมาทดแทนได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ของตกทอดของตระกูลนางเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น 

คำขอร้องของลู่ชิงหว่านในตอนนั้น จึงแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียด การถกเถียงค่อย ๆ กลายเป็นการฉุดกระชาก และในชั่วพริบตา ลู่ชิงหว่านก็ตกลงไปในบ่ออสรพิษนั้น 

ทันทีที่องค์ชายรองมาถึง ภาพที่เห็นมีเพียงนางยืนอยู่ริมบ่อ และลู่ชิงหว่านอยู่ด้านล่าง

ไม่มีผู้ใดเห็นเหตุการณ์

เรื่องราวจึงถูกตัดสินว่าเป็นความประมาทเลินเล่อของลู่ชิงอี แม้ลู่ชิงหว่านจะกล่าวว่านางตกลงไปเองพี่สาวไม่เกี่ยว แต่ผู้คนกลับเชื่อว่านั่นเป็นเพียงคำแก้ตัวเพื่อปกป้องพี่สาวผู้ร้ายกาจ 

องค์ชายรองมองสภาพของนางที่นอนจมอยู่ในกองเลือด ริมฝีปากขยับราวกับต้องการเอ่ยคำใด แต่กลับมีเพียงลมหายใจแผ่วเบาที่หลุดออกมา

เขาแค่นเสียงเย็น

“เฮอะ… ที่เจ้าเป็นเช่นนี้ ล้วนเป็นเพราะทำตัวเองทั้งนั้น ”

ดวงตาของเขาไร้ความสงสารมีเเค่ความเย็นชา

กล่าวจบ เขาก็สะบัดแขนเสื้อ หันหลังจากไปโดยไม่แม้แต่จะเหลียวมอง ราวกับสตรีที่นอนอยู่เบื้องหลังไม่ใช่ผู้ที่เคยเติบโตมาพร้อมกัน

ความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วขณะจนกระทั่ง

“ศิษย์พี่ลู่!”

เสียงร้องตื่นตกใจดังขึ้นของศิษย์น้อง ที่เดินผ่านมาเห็นเหตุการณ์เข้า ใบหน้านางซีดเผือดแทบไร้สีเลือด รีบวิ่งเข้ามาคุกเข่าประคองร่างลู่ชิงอี

“เร็วเข้า! รีบพาศิษย์พี่ไปหอโอสถ!”

เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้นในความมืด ก่อนที่ร่างของลู่ชิงอีจะถูกเเบกออกไปอย่างทุลักทุเล 

ผู้อาวุโสหอโอสถ ที่เชี่ยวชาญการรักษา พยายามประคองเส้นเอ็นของนางไว้  แต่เส้นที่ขาดสะบั้นยากจะฟื้นกลับ  

ทว่า

 ไม่มีผู้ใดตั้งคำถามเลยว่า ในตอนนั้น นางเป็นเพียงศิษย์สายนอกวัยสิบแปดปี พลังต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ขณะที่ลู่ชิงหว่านเป็นศิษย์ฝ่ายใน พลังสูงส่ง เหตุใดผู้มีพลังเช่นนั้นจึงตกลงไปในบ่อได้ง่ายดาย  

หรือแท้จริง... ความอคติที่มีต่อนาง ได้บดบัง  "ความจริง " ไปแล้ว

 

หนึ่งเดือนต่อมา

ลู่ชิงอีเดินเข้าไปในโรงอาหารของสำนัก กลิ่นข้าวต้มจืดๆ และผักลวกโชยออกมาตามสายลม ยังคงมีศิษย์สายนอกมากมายมาทานอาหารที่นี่  แม้ในสำนักจะมีเหลาอาหารตั้งอยู่ เเต่นั่นก็สำหรับผู้ที่มีทุนทรัพย์เพียงพอ 

สำหรับนาง... ที่ไม่อาจออกทำภารกิจได้ เพราะไม่มีผู้ใดยอมให้เข้ารวมกลุ่มด้วย  โรงอาหารของสำนักจึงเป็นทางเลือกเดียว

ทันทีที่นางปรากฏตัว เสียงสนทนาก็แผ่วเบาลง จากนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้งแต่เป็นเสียงกระซิบกระซาบเเทน 

“นั่นนางปีศาจมาเเล้ว…”

“คนที่ผลักศิษย์เอกเจ้าสำนักลงบ่ออสรพิษ”

“ยังกล้ามากินข้าวที่นี่อีก ช่างหน้าหนายิ่ง…”

ไม่มีผู้ใดนั่งใกล้ลู่ชิงอี แม้ที่ว่างรอบตัวจะมีมากมาย

ลู่ชิงอีนั่งลงอย่างเงียบเชียบ ก้มหน้ากินข้าวในชามของตน รสชาติของมันไม่ได้เเย่นัก แต่วันนี้อาหารตรงหน้ากลับขมจนกลืนแทบไม่ลงคอ... 

 

 

สองปีต่อมา

ข่าวใหญ่แพร่สะพัดไปทั่วสำนัก

ลู่ชิงหว่าน ศิษย์เอกเพียงหนึ่งของเจ้าสำนัก  ได้กลายเป็นคู่บำเพ็ญขององค์ชายรอง เผยจื่ออัน 

บรรดาศิษย์ในสำนักต่างกล่าวว่าพวกเขาเหมาะสมกัน และหนึ่งในนั้นคือ ลู่ชิงอี ที่เคยคิดเช่นนั้น แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด หัวใจของนางจึงเจ็บปวดรวดร้าวเช่นนี้ 

นางนั่งอยู่ริมสระน้ำ มองฝูงปลาที่เวียนว่ายไปมาอย่างสงบ ราวกับโลกนี้ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไป 

พิษที่ติดตัวมาตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์มารดาเริ่มแผลงฤทธิ์อีกครั้ง มันกัดกินลมปราณของนางมาโดยตลอด และยิ่งกำเริบเมื่อจิตใจสั่นคลอน

เลือดสีดำพุ่งออกจากปากเป็นระลอก  ลมปราณในร่างปั่นป่วน อยู่ๆ    นางกลับผุดความคิดหนึ่งขึ้นมา   

“เหตุใด…” เสียงลู่ชิงอีแผ่วเบา “ทั้งที่ข้ามาก่อน…” คำพูดนั้นยังไม่ทันจบดี สติของนางก็ดับวูบ 

ลู่ชิงอี... นางสิ้นใจแล้ว 

 

 

ระดับพลังของผู้ฝึกตน

→ ก่อกำเนิด (1–9 ดาว)

→ หลอมวิญญาณ (1–9 ดาว)

→ ราชันยุทธ (1–10 ดาว)

→ เซียนยุทธ (ระดับตำนาน)

ระดับสัตว์อสูร 🐉

1️⃣ อสูรขั้นต้น – ยังไม่มีสติปัญญา เทียบเท่า: ก่อกำเนิด 1–9 ดาว

2️⃣ อสูรขั้นกลาง – เริ่มมีสติปัญญา เทียบเท่า: หลอมวิญญาณ 1–9 ดาว

3️⃣ อสูรขั้นสูง – สติปัญญาใกล้เคียงมนุษย์ เทียบเท่า: ราชันยุทธ 1–9 ดาว

4️⃣ ราชาอสูร– ปกครองอาณาเขต สามารถบัญชาการสัตว์อสูรตนอื่นได้ เทียบเท่า: ราชันยุทธขั้น 10

5️⃣ อสูรบรรพกาล– สิ่งมีชีวิตระดับตำนาน อยู่เหนือกฎธรรมชาติ เทียบเท่า: เซียนยุทธ

ระดับของเผ่ามาร ☠️

1️⃣ มารระดับต่ำ– มารทั่วไป พลังไม่สูง เทียบเท่า: ก่อกำเนิด

2️⃣ มารระดับกลาง– เริ่มมีพลังมารที่แข็งแกร่งเทียบเท่า: หลอมวิญญาณ

3️⃣ มารระดับสูง– มีสติปัญญาและพลังมารสูง สามารถบัญชาการมารระดับต่ำได้ เทียบเท่า: ราชันยุทธขั้นต่ำ

4️⃣ มารอสูร– ตัวตนระดับสูงในเผ่ามาร มีพลังและร่างกายแข็งแกร่งมาก เทียบเท่า: ราชันยุทธขั้นสูง

5️⃣ ราชามาร / ราชินีมาร– ผู้ปกครองแดนมาร ตัวตนระดับตำนาน เทียบเท่า: เซียนยุทธ

ระบบอาวุธ ⚔️

1️⃣ อาวุธธรรมดา– อาวุธที่ใช้กันทั่วไปในยุทธภพ ไม่มีพลังพิเศษ

2️⃣ อาวุธจิตวิญญาณ– อาวุธที่มีวิญญาณสถิตอยู่ภายใน สามารถสื่อสารหรือเชื่อมต่อกับผู้ใช้ได้ อาวุธชนิดนี้ หายากมาก

สกุลเงิน 💎 ในโลกนี้เรียกว่า หินวิญญาณ

🔸 หินวิญญาณระดับต่ำ

🔸 หินวิญญาณระดับกลาง

🔶 หินวิญญาณระดับสูง

อัตราแลกเปลี่ยน

100 หินต่ำ = 1 หินกลาง 100 หินกลาง = 1 หินสูง หรือ 👉 10,000 หินต่ำ = 1 หินสูง

 

 

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
52
บทที่ 1: ผู้ที่มาก่อน
บทที่ 1: ผู้ที่มาก่อนเสียงกระบี่เฉือนเนื้อดังแผ่วเบาในยามค่ำคืน ลู่ชิงอีทรุดลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ความเจ็บปวดแล่นผ่านข้อมือและข้อเท้าทั้งสี่ ราวกับไฟที่เเผดเผาลึกเข้าไปถึงกระดูก เส้นเอ็นของนางถูกตัดขาดในครั้งเดียวอย่างเเม่นยำ คม กระบี่นั้นไม่ได้สังหาร แต่มันพรากสิ่งสำคัญที่สุดไปความสามารถในการยืนทรงตัว การถือกระบี่ แม้แต่จะใช้ลมปราณเพื่อปกป้องตนเองนางยังทำไม่ได้ มันคือการลงทัณฑ์ ที่รุนแรงพอจะทำลายผู้ฝึกตนคนหนึ่งไปตลอดชีวิตนางเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก เลือดสีเเดงฉานไหลซึมจากบาดแผลจนพื้นเปียกชุ่ม ดวงตานางสั่นไหวขณะมองบุรุษตรงหน้า... องค์ชายรอง ผู้ที่เคยเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเพียงหนึ่งเดียวของนาง หลังจากที่ตระกูลลู่ถูกล้างบางจนสิ้นในครานั้น สายตาของเขายามมองนางเย็นเยียบ“ข้ารู้ว่าเจ้าร้ายกาจ” เขากดเสียงต่ำ “แต่ไม่คิดว่าเจ้าจะถึงขั้นลงมือสังหารคนได้”ลู่ชิงอีอ้าปากพยายามเอ่ยคำแก้ต่างให้ตน แต่กลับไม่มีเสียงใดหลุดลอดออกมาเมื่อเช้า นางถูกลงโทษให้นำอาหารไปให้อสรพิษที่บ่อท้ายสำนัก นี่เป็นเพียงโทษสถานเบาหลังจากทะเลาะกับศิษย์พี่ผู้หนึ่ง ลู่ชิงหว่านมาพบนางที่นั่น อ้างว่าต้องการ "ดอกเ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-02
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 : ส่งดวงวิญญาณอาฆาต
บทที่ 2 : ส่งดวงวิญญาณอาฆาตสายลมยามเช้าพัดผ่านลำธารด้านหลังสำนักอย่างแผ่วเบา ศิษย์สายนอกสองสามคนเดินลงมาตักน้ำตามกิจวัตร เสียงพูดคุยเบาบางคลอไปกับเสียงน้ำไหล จนกระทั่งหนึ่งในนั้นหยุดชะงัก ถังน้ำในมือหล่นกระทบพื้น เสียงโลหะกระแทกหินดังขึ้น“นะ...นั่น”ร่างหนึ่งนอนอยู่ริมธาร เสื้อผ้าชุ่มไปด้วยเลือดสีดำที่แผ่ซึมไปทั่วกายราวกับถูกย้อมด้วยเงามืด ดวงตาเบิกกว้างนิ่งค้าง ริมฝีปากซีดคล้ำมีคราบเลือดแห้งเกาะติด สภาพนั้นไม่ใช่เพียงความตาย แต่น่าสะพรึง“ศิษย์พี่ลู่…!”เสียงกรีดร้องดังขึ้น แม้ผู้ฝึกตนจะฝึกจิตใจมา แต่ศิษย์สายนอกเหล่านี้ยังเป็นเพียงผู้มีพลังต่ำ ไม่ต่างจากมนุษย์ทั่วไปนัก ความหวาดกลัวจึงยังคงฝังอยู่ในสัญชาตญาณไม่นาน... ข่าวก็แพร่ไปทั่วสำนักโดยปกติ เมื่อศิษย์สายนอกเสียชีวิต สำนักจะจัดพิธีส่งวิญญาณอย่างเรียบง่าย เผาร่าง โปรยเถ้าคืนฟ้าดิน ไร้หลุมฝัง ไร้ป้ายวิญญาณ แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไปเจ้าสำนักมีคำสั่งให้จัดพิธีศพอย่างสมฐานะ ด้วยเห็นแก่สหายเก่าผู้เป็นอัครมหาเสนาบดีแห่งแคว้นไท่หยาง บิดาของลู่ชิงอีโลงไม้จันทน์ถูกนำมาใช้ ป้ายวิญญาณถูกสลักนาม พิธีถูกจัดขึ้นในลานกลางสำนัก ศิษย์จำนวนมากเข
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-02
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 : ชีวิตพันปีของนางร้าย 
บทที่ 3 : ชีวิตพันปีของนางร้าย หนึ่งพันปีต่อมา ณ มหานครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ในห้องนั่งเล่นของครอบครัวหนึ่ง โทรทัศน์กำลังฉายตอนจบของซีรีส์ชื่อดัง "ทะลุมิติมาพลิกชะตานางเอก" เรื่องราวดำเนินมาถึงบทสรุป พระเอกและนางเอกฝ่าฟันอุปสรรค บรรลุเป็นเซียน โลกสงบสุข เสียงดนตรีไพเราะคลอเบา ๆ ผู้คนทั้งเมืองต่างพูดถึงตอนจบนี้ด้วยรอยยิ้มแต่มีผู้หนึ่งที่ยิ้มไม่ออก เงาร่างโปร่งแสงของลู่ชิงอียืนอยู่มุมห้อง นางอยู่ที่นี่มานับพันปี เห็นโลกเปลี่ยนผ่านจากราชวงศ์สู่ตึกระฟ้า จากม้าเทียมเกวียนสู่รถยนต์ เห็นมนุษย์สร้างเครื่องจักรแทนพลังปราณ และในวันนี้ นางรู้แล้วว่าชีวิตของตนเป็นเพียง "บทหนึ่ง" ในนิยายที่ถูกเขียนขึ้นจากปลายปากกาของนักเขียนชื่อดังเสียงเด็กหญิงในห้องดังขึ้น “สมน้ำหน้านางร้าย ตายอย่างน่าสมเพชเลยค่ะคุณพ่อ!” เสียงหัวเราะดังตามมา “นางเอกเก่งมากเลย หนูอยากเก่งแบบนางเอกบ้าง” อีกเสียงเสริมอย่างสนุกสนาน “แต่ตัวร้ายหล่อมากเลยนะ เสียดายจัง” ผู้เป็นพ่อหัวเราะ “จะหล่อแค่ไหนก็สู้พระเอกไม่ได้หรอก สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้อยู่ดี”ทุกคำพูดเหมือนคมมีดที่กรีดผ่านวิญญาณลู่ชิงอีเงยหน้าขึ้น ดวงตาว่างเปล่าของนางส
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-02
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 : นั่นคือคำตอบ 
บทที่ 4 : นั่นคือคำตอบ ห้องโถงไต่สวนด้านในมีผู้อาวุโสทั้งห้านั่งเรียงกันบนแท่นด้านหน้า ราวกับรออยู่มานาน ใบหน้าแต่ละคนเคร่งขรึมภูมิฐาน กลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศทั่วทั้งห้องหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง ทางซ้ายมือของพวกเขา คือองค์ชายรอง ที่ยืนเคียงข้างลู่ชิงหว่าน มือหนึ่งประคองแขนนางอย่างทะนุถนอม ใบหน้าเเละเเววตาเต็มไปด้วยความห่วงใย ขณะที่ลู่ชิงอียืนอยู่กลางห้องโถง ประคองกายตนเองด้วยไม้พยุง ก้มศีรษะคารวะตามฐานะศิษย์สายนอก ไม่ได้คุกเข่าลง เพราะนางยังไม่ได้ถูกตัดสินว่าผิด “เล่าเรื่องวันนี้มา เกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่” น้ำเสียงของผู้อาวุโสผู้คุมกฎดังขึ้นอย่างราบเรียบแต่กดดันลู่ชิงอีตอบโดยไม่เงยหน้า นางถูกลงโทษให้ไปให้อาหารอสรพิษท้ายสำนัก ลู่ชิงหว่านมาขอสมุนไพรเซียนดอกเหมันต์ครามเพื่อนำไปรักษาองค์ชายรอง นางปฏิเสธ จึงเกิดปากเสียงกัน และท้ายที่สุดลู่ชิงหว่านตกลงไปในบ่ออสรพิษ ส่วนเส้นเอ็นของนางถูกตัดภายหลังเมื่อคำเล่าจบ ห้องโถงตกสู่ความเงียบ เผยจื่ออันกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว เขาก้าวออกมาครึ่งก้าว สายตาแข็งกร้าว “ข้าเห็นกับตา นางผลักหว่านเอ๋อร์ลงไป!” น้ำเสียงนั้นหนักแน่นและเจือควา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-06
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5 : กลุ่มคนไร้ค่า
บทที่ 5 : กลุ่มคนไร้ค่าหนึ่งสัปดาห์ผ่านไป อาการบาดเจ็บของลู่ชิงอีฟื้นตัวเกือบสมบูรณ์ บาดแผลภายนอกปิดสนิท เลือดที่เคยเปรอะเปื้อนเลือนหาย เหลือเพียงเส้นเอ็นที่แม้ต่อกลับแล้วก็ยังตึงรั้งอยู่ภายใน ทุกครั้งที่ขยับจะมีความเจ็บแปลบ เตือนให้นางรู้ว่า มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ดังที่ปรมาจารย์เฉินกล่าวไว้ทว่า นางมิได้หวั่นไหวมากนักเพราะในร่างของนางยังมีสิ่งหนึ่งที่ผู้คนมองว่าไร้ค่า — ดอกเหมันต์ครามสมุนไพรเซียนที่ผนึกไว้ในร่างกายตั้งแต่วัยเยาว์ ผู้คนเข้าใจว่ามันคือสมุนไพรเซียนฤทธิ์เย็น ที่ใช้ดับพิษร้อนได้เท่านั้น พวกเขาถึงกับหัวเราะเยาะว่า สมุนไพรฤทธิ์เย็นธรรมดาก็ทำได้เช่นกัน แล้วเหตุใดต้องยกย่องนัก จึงไม่มีผู้ใดให้ค่ามัน เช่นเดียวกับที่ไม่มีผู้ใดให้ค่านางลู่ชิงอีรู้ดีว่าใน "บทนิยายภาคล่าสุด" ดอกเหมันต์ครามมิใช่เพียงสมุนไพร หากแต่เป็นของวิเศษที่สามารถผูกพันธะกับผู้ครอบครอง เติบโตและวิวัฒนาการไปตามพลังรวมถึงจิตวิญญาณของเจ้าของ และในท้ายที่สุด…มันอาจถือกำเนิดเป็นสิ่งมีชีวิตได้เพียงแต่นางยังไม่รู้ว่ามันจะกลายเป็นสิ่งใด เมื่อคิดได้เช่นนั้นเส้นเอ็นที่ถูกตัดจึงไม่ใช่จุดจบ มันเป็นเพียงบททดสอบ และสิ่
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-07
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6 : ก่อกำเนิดหกดาว
 บทที่ 6 : ก่อกำเนิดหกดาว หนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็วร่างกายของลู่ชิงอีเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด เเม้ระดับพลังของนางจะยังคงอยู่ที่ก่อกำเนิดขั้นห้าดาว แต่ร่างกายกลับแข็งแรงกว่าเดิมมาก เส้นเอ็นที่เคยถูกตัด ยังไม่สมบูรณ์ดังเดิม ทว่าความเจ็บปวดกลับหายไปแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปรมาจารย์เฉิน ที่คอยให้ศิษย์พี่ในหอโอสถนำยาลูกกลอนบำรุงร่างกายระดับสูงมาให้นางอยู่เสมอ เด็กทั้งสามคนที่มักติดตามนางอยู่ไม่ห่าง ตอนนี้ร่างกายก็แข็งแรงขึ้นไม่น้อยเช่นกันเวลานี้ลู่ชิงอีนั่งขัดสมาธิอยู่บนก้อนหินใหญ่ริมลำธาร ชาติที่แล้วนางสิ้นใจที่นี่ สายลมพัดผ่านแผ่วเบา เสียงน้ำไหลเอื่อยดังคลออยู่ไม่ไกล ลมหายใจของนางสม่ำเสมอ ขณะดูดซับพลังปราณฟ้าดินเข้าสู่ร่างอย่างช้า ๆ  หูของนางกลับขยับเล็กน้อย  เสียงฝีเท้าเบาๆ หลายคู่กำลังวิ่งผ่านมาทางนี้ ประสาทสัมผัสของนางเฉียบคมกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ประหนึ่งโลกทั้งใบแจ่มแจ้งขึ้นกว่าที่เคย“ศิษย์พี่เจ้าคะ!”เสียงใสดังขึ้นก่อนร่างเล็กๆ จะวิ่งเข้ามาหยุดตรงหน้า ซูหนิงกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจจนแ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-08
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7:  ออกไปทำภารกิจ 
บทที่ 7: ออกไปทำภารกิจ ไม่รอช้าเด็กๆ ทั้งสาม ก็ชวนลู่ชิงอีไปรับภารกิจ คนหนึ่งจับแขน อีกคนดันหลัง คนสุดท้ายดึงชายเสื้อ จนเรียกได้ว่า "ลาก" นางออกไปมากกว่า “รีบไปเถอะศิษย์พี่! เดี๋ยวภารกิจดี ๆ จะถูกคนอื่นเเย่งไปหมด!” ซูหนิงบอกอย่างตื่นเต้น ไม่นานนัก ทั้งสี่ก็มาถึง หอภารกิจของสำนัก ภายในหอภารกิจมีศิษย์มากมายเดินเข้าออก บนผนังด้านหนึ่งแขวนแผ่นประกาศภารกิจไว้แน่นขนัด แต่ละแผ่นแบ่งตามระดับอย่างชัดเจน ภารกิจระดับต่ำ ระดับกลางระดับสูง และระดับสูงสุด แน่นอนว่า สำหรับกลุ่มของพวกเขาแล้ว สามารถรับได้เพียงภารกิจระดับต่ำเท่านั้น ตามกฎของสำนัก หากในกลุ่มมีผู้ที่พลังระดับก่อกำเนิดขั้นเก้าดาวขึ้นไปหนึ่งคน จึงจะมีสิทธิ์รับภารกิจระดับกลางได้ ซูหนิงยืนอ่านแผ่นประกาศภารกิจ เสียงเจื้อยแจ้วนั้นดังไม่หยุด “ศิษย์พี่ดูนี่สิเจ้าคะ! ภารกิจปลูกสมุนไพรดอกบัวแดงหนึ่งแปลง ภายในหนึ่งเดือน ได้หนึ่งพันคะแนน!” นางชี้ไปที่แผ่นประกาศอีกแผ่นทันที “อันนี้ก็ง่ายนะเจ้าคะ! เก็บเมล็ดสมุนไพรหญ้าเหมันต์ยี่สิบต้น!” ลู่ชิงอียืนฟังเงียบ ๆ สายตากวาดดูภารกิจเหล่านั้นอย่างใจเย็น หนึ่งพันคะแนน…แม้จะดูไม่น้อย แต่หากนำไ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-09
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8 : หญ้าวารี  
บทที่ 8 : หญ้าวารี รุ่งเช้าวันถัดมา ลู่ชิงอีตื่นตั้งแต่ฟ้ายังสลัว นางเตรียมของจำเป็นสำหรับการเดินทางในป่าอย่างเรียบง่าย ไม่ว่าจะเป็นมีดสั้น ผ้าพันแผล สมุนไพรพื้นฐาน รวมถึงเสบียงเล็กน้อย เพราะไม่มีผู้ใดรู้ว่าการออกไปทำภารกิจครั้งนี้จะใช้เวลากี่วัน แม้ภารกิจจะระบุไว้เพียงสามวัน แต่หญ้าวารีใช่ว่าจะหาได้ง่าย ๆ สมุนไพรหลายชนิดในป่าศักดิ์สิทธิ์มักขึ้นกระจัดกระจาย บางครั้งต้องใช้เวลาเดินค้นหานานกว่าที่คิดเดิมทีหากเป็นศิษย์ที่มาจากตระกูลใหญ่ หรือศิษย์ฝ่ายในของสำนัก ส่วนมากก็มักมี แหวนมิติ สำหรับเก็บของติดตัวอยู่แล้ว ของเช่นนั้นสามารถเก็บสิ่งของได้มากมาย แม้จะไม่สามารถใส่สิ่งมีชีวิตเข้าไปได้ แต่ก็สะดวกกว่าการต้องแบกห่อผ้าเช่นนี้มากนักลู่ชิงอีเอง…เดิมทีก็เคยมีเช่นกันแต่หลังจากตระกูลลู่ล่มสลายในวันนั้น เพียงเอาชีวิตรอดออกมาได้ก็นับว่าเป็นโชคดีแล้ว สิ่งของมีค่าแทบไม่เหลืออยู่กับตัว นางเองในเวลานั้นก็ไม่ได้ตั้งใจฝึกฝนอย่างจริงจัง จึงไม่ได้นำของสำคัญติดตัวออกมาสิ่งเดียวที่ยังอยู่กับนางก็มีเพียง สมุนไพรเซียนที่ถูกผนึกอยู่ในร่างกายเท่านั้น เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ลู่ชิงอีก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-09
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9 : อสูรไก่อสรพิษ
บทที่ 9 : อสูรไก่อสรพิษหลังจากเหตุการณ์ดอกม่านมรณะผ่านไป ทั้งสี่คนก็เดินลึกเข้าไปสำรวจในป่าศักดิ์สิทธิ์ บริเวณนี้เงียบสงบกว่าชายป่าชาวบ้านทั่วไปแทบไม่กล้าเข้ามาถึงที่นี่ เพราะถึงจะยังเป็นเพียงเขตรอบนอก แต่ก็มีสัตว์อสูรปรากฏตัวอยู่บ้างสำหรับผู้ฝึกตนแล้ว ที่นี่กลับเป็นสถานที่ที่ดีอย่างยิ่งระหว่างทางพวกเขาพบ สมุนไพรวิญญาณระดับต่ำอยู่ไม่น้อย ทั้งสมุนไพรบำรุงพลัง สมุนไพรแก้พิษพื้นฐาน ที่สามารถนำไปแลกหินวิญญาณในสำนักได้เด็กทั้งสามตื่นตาตื่นใจไม่น้อย ต่างช่วยกันเก็บสมุนไพร อย่างกระตือรือร้น น่าเสียดายเพียงอย่างเดียวคือ พวกเขาไม่มีแหวนมิติสำหรับเก็บของดี ๆ สมุนไพรเหล่านั้นจึงถูกเก็บอย่างระมัดระวังลงในห่อผ้าเพียงเท่านั้น เวลาที่พวกเขาอยู่ในป่าผ่านไปอย่างรวดเร็ว นี่ก็ผ่านไปเเล้วสองวันและวันนี้…ก็เป็นวันที่สามพอดี ครบกำหนดที่พวกเขาต้องกลับไปส่งมอบภารกิจให้กับสำนักแล้ว ตลอดสองวันที่ผ่านมา นอกจากหญ้าวารีแล้ว พวกเขายังเก็บสมุนไพรระดับต่ำได้มากมาย ถือว่าเป็นการเก็บเกี่ยวที่ไม่น้อยเลย แต่คนที่โชคดีที่สุดกลับเป็น มู่อวี้ เด็กชายบังเอิญพบสมุนไพรระดับกลางชนิดหนึ่งที่ขึ้นอยู่ใต้โขดหินลำต้นสีฟ้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-10
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10 : บุญคุณไม่ต้องตอบแทน
บทที่ 10 : บุญคุณไม่ต้องตอบแทนลู่ชิงอียังนั่งนิ่งอยู่กับพื้น สายตายังคงจับจ้องกองขี้เถ้าสีดำตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลังอย่างราบเรียบ “จะนั่งโง่ๆ อยู่ตรงนั้นอีกนานแค่ไหน หรือกำลังรอให้สัตว์อสูรตัวใหม่โผล่ออกมาอีกรึ”ลู่ชิงอีเมื่อตั้งสติได้ ก็หันกลับไปมอง มีบุรุษผู้หนึ่งยืนอยู่ไม่ไกลนัก เขาสวมชุดสีแดง ปักลวดลายนกกระเรียนสีดำ เป็นเครื่องแบบของศิษย์ชั้นสูงของสำนัก เรือนผมยาวถูกรวบอย่างเรียบง่าย สวมหน้ากากเต็มใบหน้า รัศมีกลับเย็นชาเสียจนยากจะเข้าถึง พูดจบก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างไม่ใส่ใจลู่ชิงอียังอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบลุกขึ้นตามไป ตอนนั้นเองนางจึงสังเกตชุดของเขาอย่างละเอียดอีกครั้ง สีแดงเข้ม… ลวดลายแบบเดียวกับที่นางเคยเห็นมาก่อนความทรงจำจากชาติก่อนพลันผุดขึ้นมาในหัว ชุดเช่นนี้…ไม่ใช่ของศิษย์ธรรมดา มันคือเครื่องแบบของ ศิษย์เอกเจ้าสำนัก! เเละในสำนักไท่หยางรุ่นนี้ มีศิษย์เอกเพียงคนเดียว ชื่อของเขาปรากฏขึ้นในความทรงจำ "เซียวจิ้งเหอ" หรือตัวร้ายในนิยาย! บุรุษที่เคยต่อสู้กับพระเอกเพื่อแย่งชิงหัวใจนางเอก! ลู่ชิงอีรีบสะบัดความคิดนั้นทิ้งนางเร
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-10
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status