INICIAR SESIÓNช่วงสายของวัน ท้องฟ้าสว่างสดใส อาบแสงแดดอ่อนที่สาดส่องลงมาบนหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา แม้จะห่างไกลความเจริญ แต่บรรยากาศในหมู่บ้านกลับเงียบสงบและเต็มไปด้วยกลิ่นอายธรรมชาติ
เสียงล้อรถม้าที่บดเบียดไปกับทางดินดังเป็นจังหวะ ขบวนรถม้าหรูหราเดินทางมาจากเมืองหลวงเคลื่อนเข้ามาในหมู่บ้าน ขบวนนี้ประกอบไปด้วยรถม้าคันใหญ่ที่ประดับด้วยลวดลายอ่อนช้อย หลังคาหุ้มด้วยผ้าไหมสีแดงลายทอง และมีธงของตระกูลจ้าวสะบัดปลิวอยู่ด้านหน้า
โดยรอบรถม้าคือทหารคุ้มกันนับสิบคน พวกเขาสวมชุดเกราะเหล็กสีเข้มมันวาว ประดับตราประจำกองพลประจันหน้ากับทุกภัยคุกคาม ม้าศึกที่พวกเขาขี่มีขนาดใหญ่และดูทรงพลัง บ่งบอกถึงความเชี่ยวชาญในการคัดเลือก
ในรถม้านั้นปรากฏเงาร่างของสตรีผู้หนึ่ง นางคือ ฮวาหยูหรู สตรีข้างกายของ ท่านแม่ทัพจ้าวหานเฟิง นางมีโฉมงามล่มเมือง ดวงตาคมโตลึกซึ้งประดุจน้ำพุในป่าใหญ่ เส้นผมดำขลับของนางเกล้าขึ้นอย่างประณีต ประดับด้วยปิ่นทองแกะสลักเป็นรูปมังกรอันงดงาม
วันนี้ฮวาหยูหรูไม่ได้มีสามีเคียงข้าง เพราะ ท่านแม่ทัพจ้าวหานเฟิง กำลังยุ่งอยู่กับศึกสงครามที่แดนไกล แต่หน้าที่ที่สำคัญนี้ นางได้อาสาทำแทนสามีของนาง นั่นคือการเดินทางมาจัดหาม้าศึกชั้นดีเพื่อเสริมกำลังให้กับกองทัพ
เมื่อรถม้าเคลื่อนตัวเข้ามาในหมู่บ้าน ชาวบ้านต่างออกมายืนมองด้วยความสนใจ นางก้าวลงจากรถม้าด้วยท่าทีสง่างามและมั่นคง ชุดของนางทำจากผ้าไหมเนื้อดีสีฟ้าหม่น แต่งด้วยลายปักรูปดอกเหมยสีเงินที่ดูงดงามสมฐานะ แม้จะเป็นสตรีที่อ่อนหวาน แต่ทุกก้าวของนางกลับเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นและความเด็ดเดี่ยว
นางมองไปยังรอบหมู่บ้านด้วยสายตาพินิจ ใบหน้าอ่อนโยนของนางประดับรอยยิ้มบาง ๆ ที่ดูเหมือนจะปลอบประโลมผู้คนรอบข้าง แม้จะอยู่ท่ามกลางผู้คุ้มกันมากมาย แต่นางกลับเปล่งประกายความอ่อนโยนที่แฝงไว้ด้วยความเด็ดขาด
เสียงม้าศึกฮึดฮัดดังมาจากคอกม้าที่ตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้าน นั่นคือจุดหมายปลายทางของนาง ฮวาหยูหรูยืดตัวตรง สูดลมหายใจลึกก่อนจะเดินนำขบวนไปยังจุดนั้น แม้จะต้องเผชิญกับหน้าที่อันหนักอึ้ง นางก็มิได้แสดงท่าทีหวาดหวั่น นางคือนางพญาผู้ก้าวข้ามขอบเขตของความเป็นสตรีในยุคสงคราม...
"ข้าต้องการที่จะมาติดต่อซื้อม้ากับหยางชุน" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน ทว่าแฝงด้วยอำนาจบางอย่างที่ทำให้ทุกคนในที่นั้นต้องตั้งใจฟัง
ผู้นำหมู่บ้านผู้สูงวัยรีบอาสานำทางนางด้วยความกระตือรือร้น เขาพานางผ่านถนนสายเล็ก ๆ ที่ล้อมรอบด้วยบ้านเรือนเรียบง่าย ไปจนถึงท้ายหมู่บ้าน ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านหยางชุน บ้านหลังนี้ดูแข็งแรงและกว้างขวางกว่าหลังอื่น ด้วยความเป็นที่รู้จักในฐานะผู้เลี้ยงม้าฝีมือดี
เมื่อหยางชุนปรากฏตัวออกมาจากลานม้า ฮวาหยูหรูกลับต้องชะงักเล็กน้อย ใบหน้าของนางแสดงแววตื่นตะลึงออกมาโดยไม่ทันได้ปิดบัง นางคาดหวังจะพบชายแก่ร่างใหญ่จากคำบอกเล่าที่นางเคยได้ยิน แต่สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้านั้นต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
หยางชุน ชายหนุ่มผู้เลี้ยงม้า ผิวเข้มและรูปร่างกำยำจากการทำงานกลางแจ้ง ดวงหน้าคมคายของเขาดูหล่อเหลาราวกับบัณฑิตในเมืองใหญ่ ดวงตาเฉียบคมซ่อนแววความอ่อนโยนแต่หนักแน่น เขาก้าวออกมาพร้อมโค้งคำนับอย่างนอบน้อม
"ข้าสามารถจัดหาม้าให้ท่านได้ 100 ตัว แต่ขอเวลาข้าสักหนึ่งวัน" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ก็แฝงไว้ด้วยความหนักแน่นและจริงใจ
ฮวาหยูหรูพยายามควบคุมสีหน้าของตนเอง นางตอบรับด้วยเสียงเบา "อื้อ..." ทว่าดวงตาของนางยังคงจับจ้องไปยังใบหน้าของชายหนุ่มอย่างไม่วางตา ภายในใจของนางรู้สึกแปลกประหลาด ความรู้สึกที่นางมิได้สัมผัสมานานแล้ว แววตาของนางที่มองเขานั้นซ่อนเร้นบางสิ่งไว้ ความปรารถนาที่ห่างหายไปจากชีวิตอันเงียบเหงาและเต็มไปด้วยหน้าที่
เซี่ยหว่านชิง สตรีวัยกลางคนผู้มีความงามที่เคยเลื่องลือในอดีต แม้กาลเวลาได้พรากความอ่อนเยาว์ไป แต่สิ่งที่หลงเหลือคือความเฉลียวฉลาดและประสบการณ์ที่ลึกล้ำ นางเป็นอดีตแม่ยายของหยางชุน และยังคงวนเวียนอยู่ในชีวิตของเขา ด้วยนิสัยที่เจ้าเล่ห์แฝงไว้ด้วยแผนการ นางมองดูฮวาหยูหรูอย่างพินิจพิเคราะห์ด้วยรอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้าที่แฝงความหมายซับซ้อน
หลังจากมองสถานการณ์และจับน้ำเสียงของฮวาหยูหรูได้ เซี่ยหว่านชิงยิ้มออกมาด้วยความเจ้าเล่ห์ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูนอบน้อมยิ่งนัก"ฮูหยินฮวาหยูหรู ถ้าหากท่านไม่รังเกียจ คืนนี้ข้าจะทำอาหารเลี้ยงท่านเอง และท่านสมควรที่จะพักค้างแรมที่นี่ ค่ำคืนในวันนี้คงไม่มีที่ไหนที่จะสะดวกสบายเท่ากับบ้านหลังนี้อีกแล้ว"
คำพูดของนางนอบน้อมจนยากจะจับพิรุธ แต่ภายในใจของเซี่ยหว่านชิงนั้นเต็มไปด้วยแผนการอันซับซ้อน นางมองทะลุถึงเนื้อแท้ของฮวาหยูหรู รู้ว่าสตรีผู้สูงศักดิ์ผู้นี้ซ่อนความรู้สึกปรารถนาไว้เบื้องหลังความสง่างามของนาง
นางยิ้มชั่วร้ายในใจ แต่ภายนอกยังคงแสดงท่าทีอ่อนน้อม เซี่ยหว่านชิงไม่เพียงแต่อยากชักใย แต่ยังคิดจะใช้โอกาสนี้เพื่อกระตุ้นบางอย่างในตัวฮวาหยูหรูให้เผยออกมา
ผู้นำหมู่บ้านที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ พลอยกล่าวส่งเสริมอย่างไม่ทันคิดลึกถึงเจตนาที่ซ่อนอยู่"ฮ่าฮ่า ฮูหยินฮวาหยูหรู ข้าเองก็เห็นด้วยที่ท่านสมควรจะพักที่นี่ ฝีมือการทำอาหารของเซี่ยหว่านชิงนั้น ในหมู่บ้านของเราไม่มีผู้ใดเทียบเท่า ท่านจะต้องประทับใจแน่นอน"
ฮวาหยูหรูมองไปยังเซี่ยหว่านชิงด้วยแววตาที่ไม่อาจอ่านออก นางรู้ดีว่านี่อาจจะไม่ใช่เพียงคำเชิญธรรมดา แต่การปฏิเสธคำเชื้อเชิญในสถานการณ์เช่นนี้อาจจะดูเสียมารยาทเกินไป นางจึงพยักหน้ารับด้วยความสง่างาม"หากเช่นนั้น ข้าก็ขอรบกวนท่านในคืนนี้"
รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าของฮวาหยูหรู ขณะที่ดวงตาคมลึกซึ้งของนางดูเหมือนจะซ่อนความคิดที่ยากจะหยั่งถึงเอาไว้ เซี่ยหว่านชิงได้ยินคำตอบรับก็หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
"เช่นนั้นข้าจะเตรียมทุกอย่างให้พร้อม"
บรรยากาศเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความอึมครึมที่ไม่อาจระบุได้ชัด สายลมเย็นพัดผ่านราวกับพาเอาความไม่แน่ใจและแรงกระเพื่อมบางอย่างมาเยือน ท่ามกลางรอยยิ้มและบทสนทนาอันดูสงบ ดูเหมือนค่ำคืนนี้จะเต็มไปด้วยบางสิ่งที่มิอาจคาดเดา...
หยางชุน ยังคงอยู่ในลานม้า จดจ่อกับการจัดเตรียมม้าศึกตามคำสั่งซื้อของฮูหยินฮวาหยูหรู เขามิได้ล่วงรู้เลยว่าเบื้องหลังความสงบเงียบของบ้านพักของเขานั้น กำลังจะเกิดบางสิ่งที่เกินกว่าจินตนาการของเขาจะคาดถึง
เซี่ยหว่านชิง ผู้เป็นอดีตแม่ยาย ซึ่งรู้จักหยางชุนดียิ่งกว่าใคร กำลังขับเคลื่อนแผนการบางอย่างอย่างแยบยล ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน นางเข้าใจถึงความอ่อนไหวและความปรารถนาลึก ๆ ที่มักถูกซ่อนไว้ในจิตใจของผู้คน
หลังจากกล่าวเชื้อเชิญฮูหยินฮวาหยูหรูให้พักค้างแรมที่นี่ นางแสร้งทำทีเป็นเตรียมการต้อนรับอย่างแข็งขัน แต่ภายในใจกลับมีแผนการที่ซับซ้อน นางไม่เพียงแต่อยากส่งเสริมให้ฮูหยินผู้งามสง่าผู้นี้ได้ปลดปล่อยความรู้สึกที่ถูกกดทับไว้เท่านั้น แต่ยังอยากเห็นปฏิกิริยาของหยางชุนเมื่อสถานการณ์บางอย่างเกิดขึ้น
"ความเร่าร้อนและความปรารถนา…" นางคิดในใจพร้อมหัวเราะเบา ๆ ขณะกวาดตามองไปยังเรือนพักอันเงียบสงบของหยางชุน นางรู้ดีว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้จะทำให้บรรยากาศของบ้านพักที่ดูเรียบง่ายแห่งนี้พลิกผันเป็นเวทีแห่งอารมณ์ที่รุนแรง
ในขณะเดียวกัน หยางชุน ผู้ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับสิ่งที่เซี่ยหว่านชิงกำลังยุยงส่งเสริม ยังคงทำหน้าที่ของเขาอย่างเต็มที่ เขามีเพียงความตั้งใจที่จะจัดเตรียมม้าศึกให้ทันเวลา โดยมิได้ระแวงถึงคลื่นใต้น้ำที่กำลังถาโถมเข้าสู่ชีวิตของเขา
ค่ำคืนที่กำลังจะมาถึงเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความลึกลับและความปรารถนา อดีตแม่ยายผู้เจ้าเล่ห์ยืนอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด ราวกับผู้กำกับการแสดงที่วางแผนให้ทุกอย่างดำเนินไปตามความต้องการของตนเอง...
ในขณะที่หยางชุนเพลิดเพลินไปกับการแลกรสจูบสัมผัสกับฮูหยินฮวาหยูหรูนั้น มือที่หยาบกร้านของเขาบีบนวดคลึงหน้าอกที่อวบอิ่มของฮูหยินหลี่ไปด้วยนางส่งเสียงกระเส่าออกมาอย่างเย้ายวนสีหน้าและแววตาของนางนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความกระหายเมื่อเรือนร่างที่สุดแสนจะเย้ายวนไม่ได้ถูกแตะสัมผัสมานานในยามที่เรือนร่างสุดแสนจะบอบบางถูกสัมผัสโดยเพศตรงข้ามทำให้ประสาทของนางนั้นไวต่อการสัมผัสเป็นอย่างมากไม่ว่าตัวของเขาจะลูบท์ไปตามส่วนไหนตัวของนางก็รู้สึกเสียวกระสันไปหมดมันเป็นอารมณ์ที่นางวาดฝันอยากจะถูกสัมผัสมานาน“หากท่านแม่ทัพไม่สนใจเรือนร่างของท่าน ข้าจะเป็นผู้ปลดปล่อยท่านจากความหื่นกระหายเอง” ชายหนุ่มพูดจาออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะเร่าร้อนเขาไม่ปิดบังความหื่นกระหายของตัวเองเพื่อหมายที่จะแตะสัมผัสเรือนร่างของนาง ลมหายใจของฮูหยินหลี่ในช่วงเวลานี้นั้นกระเส่าไปมาอย่างเร่าร้อนนางกำลังเริ่มรู้สึกดำดิ่งไปกับอารมณ์ของนาง นางไม่สนใจอีกแล้วว่าถูกผิดนั้นมันคืออะไรนางเพียงแค่ต้องการที่จะปลดปล่อยตัวเองออกจากความเร่าร้อนเท่านั้นมือของนางลูบไล้ท์ท่อนเนื้อของชายหนุ่มด้วยความปรารถนามือของนางรูดไลท์ไปมาอย่างเร่าร้อนนางหวังที่จ
บรรยากาศภายในศาลาริมน้ำที่เคยร่มรื่นและสงบเงียบ บัดนี้กลับถูกเติมเต็มด้วยความร้อนแรงที่ยากจะต้านทาน ความต้องการที่ซ่อนเร้นในหัวใจของแต่ละคนกำลังค่อย ๆ เปิดเผยออกมา ความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายด้วยถ้อยคำของฮูหยินหลี่ เริ่มพุ่งพล่านเหมือนเปลวเพลิงที่ถูกจุดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัวนางมองภาพเบื้องหน้าที่ฮูหยินฮวาหยูหรูกำลังบรรเลงบทเพลงรักกับหยางชุน ความเร่าร้อนของเพื่อนรักที่ไม่เคยเห็นมาก่อนทำให้หัวใจของนางเต้นระรัว ความเหนียมอายที่เคยปกคลุมจิตใจเริ่มถูกกัดกร่อนทีละน้อย ดวงตาของฮูหยินหลี่เต็มไปด้วยประกายแห่งความลังเลและความอยากรู้อยากลอง เรือนร่างที่มีน้ำมีนวลของนางสั่นไหวเล็กน้อย แม้จะพยายามเก็บอาการ แต่ความรู้สึกที่อัดแน่นมาตลอดเวลาก็เริ่มปะทุขึ้นในหัวใจของฮูหยินหลี่ นางรู้ดีว่าตัวเองห่างหายจากสัมผัสที่อบอุ่นและเร่าร้อนเช่นนี้มานานเกินไป ความคิดที่อยากสัมผัสถึงความสุขสมและความลุ่มหลงเช่นเดียวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าทำให้นางไม่อาจปฏิเสธต่อเสียงเรียกร้องในใจได้อีกต่อไปนางขยับตัวเข้ามาใกล้หยางชุนมากขึ้น เรือนร่างอ่อนช้อยของนางเหมือนกับถูกดึงดูดเข้าไปโดยธรรมชาติ ความอายที่เคยคุมขังนางไว้เริ่
ความร้อนแรงและความปรารถนานั้นไม่เคยปรานีใครในที่หยางชุนอดีตชายเลี้ยงม้าที่สุดแสนจะต้อยต่ำเขาได้สร้างฐานะของตัวเองจนร่ำรวยในช่วงเวลานี้นั้นเขาได้ขย่มเรือนร่างของทั้งสองแม่ลูกอย่างสมใจพวกนางแต่ล่ะคนนั้นล้วนแล้วแต่มีเรือนร่างที่สุดแสนจะเย้ายวนแตกต่างกันไป เซี่ยหว่านชิง อดีตแม่ยายของเขานางมีเรือนร่างที่สุดแสนจะอุดมสมบูรณ์เนื้อตัวของนางนั้นเต็มไปด้วยความอวบอิ่มเขาขย่มเรือนร่างของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าในที่สุดตัวของนางก็ได้ตั้งท้องลูกของเขาจนได้ชายหนุ่มได้มอบความเร่าร้อนที่สุดแสนจะร้อนแรงและความสะดวกสบายในชีวิตของนางตัวของนางนั้นจึงลุ่มหลงเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้นหรือแม้แต่อดีตหญิงสาวคนรักเขาจับนางกระแทรกเรือนร่างของนางด้วยความหื่นกระหายจนกระทั่งนางติดใจในรสสัมผัสจึงคลานกลับมาหาเขาอีกครั้ง เป้าหมายชีวิตของชายหนุ่มในครั้งต่อไปเขาจะกระแทรกเรือนร่างของนางจนกว่าที่จะให้กำเนิดทายาทสตรีนางนี้นางจะได้ไม่ทำตัวร่านอีกเช้าวันใหม่ที่ฟ้าสาง ฮูหยินฮวาหยูหรู ผู้เลอโฉม เดินทางมายังเรือนของหยางชุนด้วยกิริยาอันอ่อนช้อยและมาดมั่น สายลมอ่อนพัดต้องเรือนผมดำขลับของนาง ราวกับธรรมชาติต้องมนตร์ตามรอยเท้าของนาง นางรู้ดีว่า
ความเจ็บปวดของหยางชุนนั้นสามารถบรรเทาลงด้วยความเสียวเพราะความเสียวนั้นสามารถเยียวยาได้ทุกสิ่ง ซูหรูเสียน อดีตหญิงสาวคนรัก นางกำลังดูดเลียท่อนเนื้อของเขาอย่างเร่าร้อนถึงแม้ว่ามันจะอ่อนยวบไปแล้วก็ตามลิ้นของนางพลิ้วไหวไปมาอย่างหื่นกระหายเพื่อที่จะปลุกฟื้นคืนชีพเจ้าหนอนน้อยให้ฟื้นคืนจากการหลับใหลอีกครั้งเรือนร่างแกร่งของหยางชุนถึงกับกระสับกระส่ายไปมาเมื่อตัวของเขานั้นโดนริมฝีปากของนางเล่นงานท่อนเนื้อของเขาอย่างหนักตลอดระยะเวลาที่ไม่ได้เจอกันเพียงไม่กี่ปีดูเหมือนว่าตัวของนางนั้นจะร่านยิ่งกว่าเดิม“อื้อ...ดูเหมือนว่าตัวของท่านแม่ทัพนั้นจะสั่งสอนเจ้ามาดี” ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะเร่าร้อนลีลาในการดูดเลียท่อนเนื้อของอดีตหญิงสาวคนรักมันคือความร้อนแรงอย่างที่เขาไม่เคยเจอ“นี่คือของขวัญครั้งแรกที่พวกเราได้เจอกันในรอบปี” นางไม่ปิดบังความร่านของตัวเองลิ้นของนางยังคงตอดท่อนเนื้อของเขาอย่างเร่าร้อนนางใช้ลิ้นของนางรูดไล้ท์ไปมาอย่างหื่นกระหายราวกับว่าตัวของนางนั้นอดอยากปากแห้งมานานถึงแม้ว่าชีวิตของนางนั้นจะเต็มไปด้วยความสดวกสบายแต่เรือนร่างที่สุดแสนจะเย้ายวนของนางกับไม่ได้รับการเติมเต็ม
บรรยากาศภายในห้องช่วงเวลานี้นั้นอวบอวลไปด้วนความเร่าร้อนและความปรารถนาคนทั้งสองต่างกำลังเพลิดเพลินไปกับรสสัมผัสของกันและกันแต่สิ่งที่แตกต่างและช่วยส่งเสริมความตื่นเต้นในช่วงเวลานี้นั้นก็คือมีอดีตหญิงสาวคนรักของเขานางกำลังจ้องมองภาพความเร่าร้อนที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ด้วยชายหนุ่มสังเกตเห็นนางกำลังแอบลูบไล้ท์ไปตามเรือนร่างของนางด้วยความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาได้เห็นคนร่วมรักต่อหน้าใครเล่าที่จะอดใจไหวซูหรูเสียน นางใช้มือที่ขาวเนียนของนางแตะสัมผัสเข้าไปที่ตรงกลางระหว่างขาของตัวเองเพื่อที่จะบรรเทาความเร่าร้อนนางไม่สนใจอะไรอีกแล้วว่าอดีตคนรักของนางนั้นจะว่านางร่านหรือไม่ เขาเล่นสนุกกับเรือนร่างของแม่ของนางอย่างไม่เกรงใจเสียงกระเส่าของนางนั้นถึงแม้ว่าจะแผ่วเบาแต่มันก็เต็มไปด้วยความเร่าร้อนอื้อ....เซี่ยหว่านชิง อดีตแม่ยายอดีตแม่ยายของชายหนุ่มถึงกับแสดงสีหน้าที่เสียวกระสันออกมาเมื่อหยางชุนกดทับท่อนเนื้อของเขาเข้าไปที่ภายในเรือนร่างของนางอ๊า....นางส่งเสียงครวญครางออกมาด้วยความรู้สึกที่สุดแสนจะเร่าร้อนยามที่ท่อนเนื้อของชายหนุ่มเบียดเสียดอยู่ภายในเรือนร่างของนางตัวของนางนั้น
ในขณะที่บรรยากาศเริ่มจะสงบลง และซูหรูเสียนกำลังพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับมารดาของตน การที่เธอพยายามหาวิธีขอโทษและสร้างความสัมพันธ์ใหม่กับเซี่ยหว่านชิงนั้น กลับมีสิ่งที่ทำให้ใจของนางต้องสะดุ้งกลัว เมื่อความผิดปกติของท้องที่บวมใหญ่ของมารดาของนางถูกตระหนักขึ้น“ท่านแม่…” ซูหรูเสียนเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของมารดาที่ท้องโตเหมือนกับหญิงตั้งครรภ์ที่ตั้งท้องได้ 6-7 เดือนแล้ว น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความสงสัยและความกลัวเซี่ยหว่านชิงลูบท้องของตัวเองด้วยสีหน้าที่แฝงไปด้วยความพึงพอใจและความสุขที่ยากจะบรรยาย ความเปลี่ยนแปลงในท่าทางของนางบ่งบอกถึงบางสิ่งที่ไม่ได้เป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป สีหน้าอ่อนโยนที่เคยมีกลับถูกแทนที่ด้วยความเร่าร้อนและแรงปรารถนาที่ไม่เคยเห็นในตัวของมารดามาก่อนเมื่อเห็นซูหรูเสียนมองไปที่ท้องของนางด้วยความตกใจและคำถามที่ไม่อาจกลั้นเอาไว้ได้ เซี่ยหว่านชิงก็ยิ้มกว้างให้กับบุตรสาว พร้อมกับเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจที่คงไม่เคยมีมาก่อน“เจ้าคงไม่เข้าใจหรอก... พ่อของเจ้าตายไปแล้วจริง แต่ข้า...ข้ามีคนใหม่ คนที่ทำให้ข้ารู้สึกมีชีวิตชีวาอีกครั้ง”







