로그인ความร้อนแรงและความปรารถนานั้นไม่เคยปรานีใครในที่หยางชุนอดีตชายเลี้ยงม้าที่สุดแสนจะต้อยต่ำเขาได้สร้างฐานะของตัวเองจนร่ำรวยในช่วงเวลานี้นั้นเขาได้ขย่มเรือนร่างของทั้งสองแม่ลูกอย่างสมใจพวกนางแต่ล่ะคนนั้นล้วนแล้วแต่มีเรือนร่างที่สุดแสนจะเย้ายวนแตกต่างกันไป เซี่ยหว่านชิง อดีตแม่ยายของเขานางมีเรือนร่างที่สุดแสนจะอุดมสมบูรณ์เนื้อตัวของนางนั้นเต็มไปด้วยความอวบอิ่มเขาขย่มเรือนร่างของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าในที่สุดตัวของนางก็ได้ตั้งท้องลูกของเขาจนได้ชายหนุ่มได้มอบความเร่าร้อนที่สุดแสนจะร้อนแรงและความสะดวกสบายในชีวิตของนางตัวของนางนั้นจึงลุ่มหลงเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้นหรือแม้แต่อดีตหญิงสาวคนรักเขาจับนางกระแทรกเรือนร่างของนางด้วยความหื่นกระหายจนกระทั่งนางติดใจในรสสัมผัสจึงคลานกลับมาหาเขาอีกครั้ง เป้าหมายชีวิตของชายหนุ่มในครั้งต่อไปเขาจะกระแทรกเรือนร่างของนางจนกว่าที่จะให้กำเนิดทายาทสตรีนางนี้นางจะได้ไม่ทำตัวร่านอีก
เช้าวันใหม่ที่ฟ้าสาง ฮูหยินฮวาหยูหรู ผู้เลอโฉม เดินทางมายังเรือนของหยางชุนด้วยกิริยาอันอ่อนช้อยและมาดมั่น สายลมอ่อนพัดต้องเรือนผมดำขลับของนาง ราวกับธรรมชาติต้องมนตร์ตามรอยเท้าของนาง นางรู้ดีว่าชายหนุ่มกำลังรอคอยนางอยู่ ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความโหยหาและเร่าร้อน แต่วันนี้ดูจะแตกต่างจากครั้งก่อน ๆ เพราะนางมิได้มาผู้เดียว หากแต่นำนางสหายผู้มีความงามอันล้ำเลิศ ฮูหยินหลี่ สตรีคนรักของแม่ทัพลู่หยางเจี้ยน มาด้วย
หยางชุนซึ่งยืนอยู่ใต้ร่มไม้ พยายามเก็บอาการ แต่แววตาของเขาก็ไม่อาจปกปิดความตื่นตะลึงได้เมื่อได้เห็นฮูหยินหลี่ นางงามผู้นั้นมีความงดงามดุจภาพวาด ใบหน้าขาวเนียนประหนึ่งหยกชั้นเลิศ ดวงตากลมโตสุกใสดุจสายน้ำในฤดูใบไม้ผลิ ริมฝีปากแดงระเรื่อราวกลีบกุหลาบแรกแย้ม ความงามของนางตรึงหัวใจของเขาไว้ในห้วงลึกแห่งความหลงใหล
แม้ว่าในดวงตาของหยางชุนจะเต็มไปด้วยความปรารถนา แต่นางฮูหยินหลี่ก็ยังคงยืนสง่างาม ไม่แสดงความหวาดหวั่นต่อสายตาที่จับจ้องตนอยู่ ขณะเดียวกัน ฮูหยินฮวาหยูหรูยิ้มอย่างมีเลศนัย มองดูปฏิกิริยาของชายหนุ่มและเพื่อนรักของนางอย่างเงียบงัน นางมีเหตุผลบางอย่างที่นำพาฮูหยินหลี่มาที่นี่ แต่หยางชุนยังไม่อาจเข้าใจได้
ดวงตาของเขายังคงจับจ้องไปที่ร่างระหงของฮูหยินหลี่อย่างลึกซึ้ง ความงามของนางนั้นราวกับเทพธิดาที่จุติลงมาจากสวรรค์ ร่างในอาภรณ์สีอ่อนของนางพลิ้วไหวไปตามลม ใจของหยางชุนแทบไม่อาจต้านทานการไหลบ่าของความรู้สึกอันเร่าร้อนที่พลุ่งพล่านในอก แม้ว่าเขาจะพยายามบังคับตัวเองให้ละสายตา แต่ก็ไม่อาจทำได้ สายตานั้นยังคงจ้องมองนางด้วยความหลงใหลอย่างไม่อาจถอนตัว
หยางชุนจ้องมองฮูหยินฮวาหยูหรูด้วยสายตากึ่งตำหนิเมื่อเอ่ยคำถามนั้นออกไป น้ำเสียงของเขามั่นคงและตรงไปตรงมาอย่างไม่คิดเกรงใจฮูหยินหลี่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ฮูหยินฮวาหยูหรูที่ยิ้มอย่างมีเลศนัยทำท่าจะตอบ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยคำ ฮูหยิน
หลี่ก็ชิงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานที่แฝงไปด้วยความนุ่มนวล
“เจ้าอย่าได้ใจแคบไปนักเลย หยางชุน” นางพูดพลางส่งสายตาที่ดูอบอุ่นแต่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนจนชายหนุ่มถึงกับรู้สึกสะท้าน “เจ้าอาจมีปัญหากับสามีของข้า แต่ตัวข้าเองเป็นเพียงสตรีธรรมดา ข้าก็เพียงแค่อยากทำความรู้จักกับเจ้าเท่านั้น”
คำพูดที่เปล่งออกมาแสนอ่อนโยนราวกับสายลมในฤดูใบไม้ผลิ แต่สายตาของฮูหยินหลี่กลับเผยให้เห็นถึงความปรารถนาอันแรงกล้าที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง ท่าทางที่ดูเรียบง่ายของนางกลับทำให้หยางชุนรู้สึกวูบไหวในจิตใจ เขาเผลอชะงักไปชั่วครู่เมื่อได้ยินคำพูดนั้น และในหัวใจของเขาอดที่จะรู้สึกว่านางพูดถูกไม่ได้ ระหว่างเขาและแม่ทัพลู่หยางเจี้ยน มันเป็นเรื่องของศัตรูสองชาย แต่สำหรับฮูหยินหลี่ นางก็เป็นเพียงสตรีคนหนึ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับความบาดหมางนั้น
“ข้าขอโทษ...” หยางชุนเอ่ยออกมาในที่สุด น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปเป็นอ่อนโยน สีหน้าที่เคยแฝงไปด้วยความแข็งกร้าวกลับกลายเป็นนุ่มนวลและจริงใจ สายตาของเขาที่มองไปยังฮูหยินหลี่สะท้อนความรู้สึกผิดอย่างแท้จริง
ฮูหยินฮวาหยูหรูที่ยืนอยู่ข้าง ๆ สังเกตทุกอย่างอย่างเงียบงัน นางเพียงยิ้มบาง ๆ ขณะมองดูหยางชุนกับฮูหยินหลี่ที่ยืนเผชิญหน้ากัน สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นไปตามแผนการในใจของนางที่ยังไม่มีใครล่วงรู้ ความเงียบชั่วครู่แผ่ปกคลุมไปทั่ว ทิ้งให้ทุกคนดำดิ่งในความคิดของตัวเอง
หยางชุนพาสตรีทั้งสองไปยังศาลาริมน้ำ สถานที่ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางแมกไม้เขียวขจี บรรยากาศที่ร่มรื่นและเงียบสงบเหมาะแก่การพูดคุยและพักผ่อน เสียงน้ำกระทบหินดังแผ่วเบาเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายให้กับทุกคน
เมื่อทั้งหมดนั่งลงในศาลา หยางชุนทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านที่ดี รินน้ำชาให้สตรีทั้งสองอย่างสุภาพ ฮูหยินฮวาหยูหรูอาศัยโอกาสนั่งใกล้ชิดกับชายหนุ่ม นางแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย นางเอนตัวเล็กน้อยพิงใกล้เขา ทำให้บรรยากาศระหว่างทั้งคู่ดูสนิทสนมจนยากจะมองข้าม
ฮูหยินหลี่ที่นั่งอยู่อีกฝั่งแอบมองด้วยสายตาที่มีประกายอิจฉา แม้จะเป็นเพียงแวบเดียว แต่ก็เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซ่อนเร้นอยู่ในใจ นางไม่อาจปฏิเสธได้ว่าความสัมพันธ์ของหยางชุนและฮูหยินฮวาหยูหรูทำให้นางรู้สึกวูบไหว ในใจลึก ๆ ของนางมีความปรารถนาที่เก็บงำมานาน
ในขณะที่บรรยากาศที่ศาลาริมน้ำยังคงสงบและร่มรื่น ฮูหยินฮวาหยูหรูกลับแสดงความกล้าอย่างเกินคาด นางขยับเข้าไปใกล้หยางชุนอย่างไม่เกรงใจใคร ก่อนจะโอบกอดเขาอย่างเปิดเผย ร่างของนางแนบชิดกับเขาจนสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนและเร่าร้อนในเวลาเดียวกัน สายตาของฮูหยินหลี่ที่จับจ้องอยู่ แสดงความตกใจปนความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย
ฮูหยินฮวาหยูหรูโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูของหยางชุน น้ำเสียงของนางอ่อนโยนและแผ่วเบา แต่แฝงไปด้วยความยั่วยวนที่ยากจะต้านทาน
“หยางชุน... ฮูหยินหลี่คาดไออุ่นจากเรือนร่างผู้ชายมานาน เจ้าพอจะช่วยส่งเสริมให้นางได้หรือไม่?”
คำพูดนั้นเปรียบดั่งเปลวไฟที่จุดประกายขึ้นกลางอากาศที่สงบ หยางชุนถึงกับนิ่งงัน สีหน้าของเขาแสดงออกถึงความตื่นตะลึงอย่างชัดเจน เขาไม่เคยคาดคิดว่าสตรีสูงศักดิ์อย่างฮูหยินฮวาหยูหรูจะกล้าเอ่ยคำพูดเช่นนี้ออกมา ไม่เพียงแค่คำพูดที่น่าตกใจ แต่ความหมายในน้ำเสียงของนางยังเต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่ชัดเจน
หยางชุนหันมองฮูหยินหลี่ด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนในใจ ดวงตาของนางดูเต็มไปด้วยความสับสน แต่ในขณะเดียวกันก็มีประกายบางอย่างที่ดูเหมือนจะยอมรับในสิ่งที่เพื่อนรักของนางเอ่ยถึง นางหลบสายตาลงเล็กน้อย แต่ใบหน้าของนางกลับปรากฏรอยสีระเรื่อที่ยากจะปิดบัง
ฮูหยินฮวาหยูหรู นางซุกตัวเข้าใกล้หยางชุนด้วยความนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน มือเรียวของนางลูบไล้ไปตามผิวกายแกร่งของเขาอย่างช้า ๆ ราวกับจะสำรวจทุกอณูของเรือนร่างชายหนุ่ม ก่อนที่นางจะโน้มตัวเข้ามอบรสจูบที่นุ่มนวล รสสัมผัสที่อบอุ่นและชวนฝันนั้นทำให้หยางชุนรู้สึกราวกับต้องมนต์สะกด
ฮูหยินหลี่ที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่ไม่ไกล อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงขึ้นมาอย่างชัดเจน ใบหน้าของนางร้อนผ่าวราวกับจะลุกเป็นไฟ ความคาดหวังที่นางมีต่อเพื่อนรักของนางนั้นไม่ได้ถึงกับเป็นเช่นนี้ นางไม่เคยคิดเลยว่า ฮูหยินฮวาหยูหรูจะมีความกล้าและเร่าร้อนจนถึงขั้นแสดงออกอย่างเปิดเผยต่อหน้าต่อตานาง
แต่ภาพที่นางเห็นกลับดึงดูดความสนใจของฮูหยินหลี่จนเกินห้ามใจ นางรู้สึกได้ถึงบางสิ่งในตัวเองที่ค่อย ๆ ตื่นขึ้นมาอย่างช้า ๆ ความรู้สึกที่ซ่อนเร้นของนางไม่อาจหยุดยั้งได้อีกต่อไป ฮูหยินหลี่ขยับตัวเข้าใกล้หยางชุน ร่างระหงของนางเลื่อนมาอยู่ด้านข้างของเขาอย่างเงียบงัน แต่แฝงไปด้วยความตั้งใจ
ความแนบชิดที่เพิ่มขึ้นระหว่างนางกับชายหนุ่ม ทำให้บรรยากาศในศาลาอึดอัดและเร่าร้อนมากยิ่งขึ้น ดวงตาของฮูหยิน
หลี่เต็มไปด้วยประกายที่ผสมผสานระหว่างความลังเลและความปรารถนา นางมองหยางชุนด้วยแววตาที่สะท้อนความรู้สึกที่นางพยายามปิดบังมาตลอด แต่ในเวลานี้ นางไม่ต้องการซ่อนมันอีกต่อไป
หยางชุนที่อยู่ตรงกลางระหว่างสตรีทั้งสอง รู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่เข้ามาโอบล้อม ความงามและเสน่ห์ของพวกนางทำให้เขารู้สึกถึงความปั่นป่วนในใจ เขาพยายามจะตั้งสติ แต่สายตาที่ลุ่มหลงและสัมผัสที่อบอุ่นของทั้งสองนางทำให้หัวใจของเขาสั่นไหวจนยากจะควบคุม
ในขณะที่หยางชุนเพลิดเพลินไปกับการแลกรสจูบสัมผัสกับฮูหยินฮวาหยูหรูนั้น มือที่หยาบกร้านของเขาบีบนวดคลึงหน้าอกที่อวบอิ่มของฮูหยินหลี่ไปด้วยนางส่งเสียงกระเส่าออกมาอย่างเย้ายวนสีหน้าและแววตาของนางนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความกระหายเมื่อเรือนร่างที่สุดแสนจะเย้ายวนไม่ได้ถูกแตะสัมผัสมานานในยามที่เรือนร่างสุดแสนจะบอบบางถูกสัมผัสโดยเพศตรงข้ามทำให้ประสาทของนางนั้นไวต่อการสัมผัสเป็นอย่างมากไม่ว่าตัวของเขาจะลูบท์ไปตามส่วนไหนตัวของนางก็รู้สึกเสียวกระสันไปหมดมันเป็นอารมณ์ที่นางวาดฝันอยากจะถูกสัมผัสมานาน“หากท่านแม่ทัพไม่สนใจเรือนร่างของท่าน ข้าจะเป็นผู้ปลดปล่อยท่านจากความหื่นกระหายเอง” ชายหนุ่มพูดจาออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะเร่าร้อนเขาไม่ปิดบังความหื่นกระหายของตัวเองเพื่อหมายที่จะแตะสัมผัสเรือนร่างของนาง ลมหายใจของฮูหยินหลี่ในช่วงเวลานี้นั้นกระเส่าไปมาอย่างเร่าร้อนนางกำลังเริ่มรู้สึกดำดิ่งไปกับอารมณ์ของนาง นางไม่สนใจอีกแล้วว่าถูกผิดนั้นมันคืออะไรนางเพียงแค่ต้องการที่จะปลดปล่อยตัวเองออกจากความเร่าร้อนเท่านั้นมือของนางลูบไล้ท์ท่อนเนื้อของชายหนุ่มด้วยความปรารถนามือของนางรูดไลท์ไปมาอย่างเร่าร้อนนางหวังที่จ
บรรยากาศภายในศาลาริมน้ำที่เคยร่มรื่นและสงบเงียบ บัดนี้กลับถูกเติมเต็มด้วยความร้อนแรงที่ยากจะต้านทาน ความต้องการที่ซ่อนเร้นในหัวใจของแต่ละคนกำลังค่อย ๆ เปิดเผยออกมา ความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายด้วยถ้อยคำของฮูหยินหลี่ เริ่มพุ่งพล่านเหมือนเปลวเพลิงที่ถูกจุดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัวนางมองภาพเบื้องหน้าที่ฮูหยินฮวาหยูหรูกำลังบรรเลงบทเพลงรักกับหยางชุน ความเร่าร้อนของเพื่อนรักที่ไม่เคยเห็นมาก่อนทำให้หัวใจของนางเต้นระรัว ความเหนียมอายที่เคยปกคลุมจิตใจเริ่มถูกกัดกร่อนทีละน้อย ดวงตาของฮูหยินหลี่เต็มไปด้วยประกายแห่งความลังเลและความอยากรู้อยากลอง เรือนร่างที่มีน้ำมีนวลของนางสั่นไหวเล็กน้อย แม้จะพยายามเก็บอาการ แต่ความรู้สึกที่อัดแน่นมาตลอดเวลาก็เริ่มปะทุขึ้นในหัวใจของฮูหยินหลี่ นางรู้ดีว่าตัวเองห่างหายจากสัมผัสที่อบอุ่นและเร่าร้อนเช่นนี้มานานเกินไป ความคิดที่อยากสัมผัสถึงความสุขสมและความลุ่มหลงเช่นเดียวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าทำให้นางไม่อาจปฏิเสธต่อเสียงเรียกร้องในใจได้อีกต่อไปนางขยับตัวเข้ามาใกล้หยางชุนมากขึ้น เรือนร่างอ่อนช้อยของนางเหมือนกับถูกดึงดูดเข้าไปโดยธรรมชาติ ความอายที่เคยคุมขังนางไว้เริ่
ความร้อนแรงและความปรารถนานั้นไม่เคยปรานีใครในที่หยางชุนอดีตชายเลี้ยงม้าที่สุดแสนจะต้อยต่ำเขาได้สร้างฐานะของตัวเองจนร่ำรวยในช่วงเวลานี้นั้นเขาได้ขย่มเรือนร่างของทั้งสองแม่ลูกอย่างสมใจพวกนางแต่ล่ะคนนั้นล้วนแล้วแต่มีเรือนร่างที่สุดแสนจะเย้ายวนแตกต่างกันไป เซี่ยหว่านชิง อดีตแม่ยายของเขานางมีเรือนร่างที่สุดแสนจะอุดมสมบูรณ์เนื้อตัวของนางนั้นเต็มไปด้วยความอวบอิ่มเขาขย่มเรือนร่างของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าในที่สุดตัวของนางก็ได้ตั้งท้องลูกของเขาจนได้ชายหนุ่มได้มอบความเร่าร้อนที่สุดแสนจะร้อนแรงและความสะดวกสบายในชีวิตของนางตัวของนางนั้นจึงลุ่มหลงเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้นหรือแม้แต่อดีตหญิงสาวคนรักเขาจับนางกระแทรกเรือนร่างของนางด้วยความหื่นกระหายจนกระทั่งนางติดใจในรสสัมผัสจึงคลานกลับมาหาเขาอีกครั้ง เป้าหมายชีวิตของชายหนุ่มในครั้งต่อไปเขาจะกระแทรกเรือนร่างของนางจนกว่าที่จะให้กำเนิดทายาทสตรีนางนี้นางจะได้ไม่ทำตัวร่านอีกเช้าวันใหม่ที่ฟ้าสาง ฮูหยินฮวาหยูหรู ผู้เลอโฉม เดินทางมายังเรือนของหยางชุนด้วยกิริยาอันอ่อนช้อยและมาดมั่น สายลมอ่อนพัดต้องเรือนผมดำขลับของนาง ราวกับธรรมชาติต้องมนตร์ตามรอยเท้าของนาง นางรู้ดีว่า
ความเจ็บปวดของหยางชุนนั้นสามารถบรรเทาลงด้วยความเสียวเพราะความเสียวนั้นสามารถเยียวยาได้ทุกสิ่ง ซูหรูเสียน อดีตหญิงสาวคนรัก นางกำลังดูดเลียท่อนเนื้อของเขาอย่างเร่าร้อนถึงแม้ว่ามันจะอ่อนยวบไปแล้วก็ตามลิ้นของนางพลิ้วไหวไปมาอย่างหื่นกระหายเพื่อที่จะปลุกฟื้นคืนชีพเจ้าหนอนน้อยให้ฟื้นคืนจากการหลับใหลอีกครั้งเรือนร่างแกร่งของหยางชุนถึงกับกระสับกระส่ายไปมาเมื่อตัวของเขานั้นโดนริมฝีปากของนางเล่นงานท่อนเนื้อของเขาอย่างหนักตลอดระยะเวลาที่ไม่ได้เจอกันเพียงไม่กี่ปีดูเหมือนว่าตัวของนางนั้นจะร่านยิ่งกว่าเดิม“อื้อ...ดูเหมือนว่าตัวของท่านแม่ทัพนั้นจะสั่งสอนเจ้ามาดี” ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะเร่าร้อนลีลาในการดูดเลียท่อนเนื้อของอดีตหญิงสาวคนรักมันคือความร้อนแรงอย่างที่เขาไม่เคยเจอ“นี่คือของขวัญครั้งแรกที่พวกเราได้เจอกันในรอบปี” นางไม่ปิดบังความร่านของตัวเองลิ้นของนางยังคงตอดท่อนเนื้อของเขาอย่างเร่าร้อนนางใช้ลิ้นของนางรูดไล้ท์ไปมาอย่างหื่นกระหายราวกับว่าตัวของนางนั้นอดอยากปากแห้งมานานถึงแม้ว่าชีวิตของนางนั้นจะเต็มไปด้วยความสดวกสบายแต่เรือนร่างที่สุดแสนจะเย้ายวนของนางกับไม่ได้รับการเติมเต็ม
บรรยากาศภายในห้องช่วงเวลานี้นั้นอวบอวลไปด้วนความเร่าร้อนและความปรารถนาคนทั้งสองต่างกำลังเพลิดเพลินไปกับรสสัมผัสของกันและกันแต่สิ่งที่แตกต่างและช่วยส่งเสริมความตื่นเต้นในช่วงเวลานี้นั้นก็คือมีอดีตหญิงสาวคนรักของเขานางกำลังจ้องมองภาพความเร่าร้อนที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ด้วยชายหนุ่มสังเกตเห็นนางกำลังแอบลูบไล้ท์ไปตามเรือนร่างของนางด้วยความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาได้เห็นคนร่วมรักต่อหน้าใครเล่าที่จะอดใจไหวซูหรูเสียน นางใช้มือที่ขาวเนียนของนางแตะสัมผัสเข้าไปที่ตรงกลางระหว่างขาของตัวเองเพื่อที่จะบรรเทาความเร่าร้อนนางไม่สนใจอะไรอีกแล้วว่าอดีตคนรักของนางนั้นจะว่านางร่านหรือไม่ เขาเล่นสนุกกับเรือนร่างของแม่ของนางอย่างไม่เกรงใจเสียงกระเส่าของนางนั้นถึงแม้ว่าจะแผ่วเบาแต่มันก็เต็มไปด้วยความเร่าร้อนอื้อ....เซี่ยหว่านชิง อดีตแม่ยายอดีตแม่ยายของชายหนุ่มถึงกับแสดงสีหน้าที่เสียวกระสันออกมาเมื่อหยางชุนกดทับท่อนเนื้อของเขาเข้าไปที่ภายในเรือนร่างของนางอ๊า....นางส่งเสียงครวญครางออกมาด้วยความรู้สึกที่สุดแสนจะเร่าร้อนยามที่ท่อนเนื้อของชายหนุ่มเบียดเสียดอยู่ภายในเรือนร่างของนางตัวของนางนั้น
ในขณะที่บรรยากาศเริ่มจะสงบลง และซูหรูเสียนกำลังพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับมารดาของตน การที่เธอพยายามหาวิธีขอโทษและสร้างความสัมพันธ์ใหม่กับเซี่ยหว่านชิงนั้น กลับมีสิ่งที่ทำให้ใจของนางต้องสะดุ้งกลัว เมื่อความผิดปกติของท้องที่บวมใหญ่ของมารดาของนางถูกตระหนักขึ้น“ท่านแม่…” ซูหรูเสียนเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของมารดาที่ท้องโตเหมือนกับหญิงตั้งครรภ์ที่ตั้งท้องได้ 6-7 เดือนแล้ว น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความสงสัยและความกลัวเซี่ยหว่านชิงลูบท้องของตัวเองด้วยสีหน้าที่แฝงไปด้วยความพึงพอใจและความสุขที่ยากจะบรรยาย ความเปลี่ยนแปลงในท่าทางของนางบ่งบอกถึงบางสิ่งที่ไม่ได้เป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป สีหน้าอ่อนโยนที่เคยมีกลับถูกแทนที่ด้วยความเร่าร้อนและแรงปรารถนาที่ไม่เคยเห็นในตัวของมารดามาก่อนเมื่อเห็นซูหรูเสียนมองไปที่ท้องของนางด้วยความตกใจและคำถามที่ไม่อาจกลั้นเอาไว้ได้ เซี่ยหว่านชิงก็ยิ้มกว้างให้กับบุตรสาว พร้อมกับเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจที่คงไม่เคยมีมาก่อน“เจ้าคงไม่เข้าใจหรอก... พ่อของเจ้าตายไปแล้วจริง แต่ข้า...ข้ามีคนใหม่ คนที่ทำให้ข้ารู้สึกมีชีวิตชีวาอีกครั้ง”







