Share

ตอนที่ 1 พนันกันไหมคะ

last update publish date: 2026-04-28 16:38:23

สนามบิน

         หญิงสาวร่างเล็กยืนอยู่ภายในสนามบินกับเพื่อนสนิท ข้างกายมีกระเป๋าเดินทางหลายใบ และในตอนนี้มือข้างหนึ่งก็ยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู รออยู่นานและคนปลายสายที่กดโทรหาก็ไม่รับสักที

         “พี่ชายแกไม่รับเหรอหมวย” เป่าเป้ยเอ่ยถามเพื่อนที่พยายามกดโทรออกหลายครั้งแล้ว

         “อืม...ไม่รู้ว่าเฮียตี๋ทำอะไรอยู่ ทั้งที่ฉันบอกไว้แล้วแท้ ๆ ว่าจะมาถึงวันนี้ตอนสองทุ่ม” กีรติตอบกลับแล้วก็เอาโทรศัพท์มากดโทรออกอีกครั้งหลังจากที่สัญญาณตัดไป และในที่สุดก็มีคนรับสาย

         //อ๊า...เสี่ย//

         แต่เสียงที่ดังลอดออกมานั้นกลับไม่ใช่เสียงพี่ชายของเธอ ลมหายใจถูกพ่นออกมาแรง ๆ ก่อนที่ผู้เป็นน้องสาวจะพูดขึ้นด้วยความไม่พอใจ

         “นี่เฮียตี๋ หมวยบอกแล้วไม่ใช่หรือไงว่าจะมาถึงวันนี้ตอนสองทุ่ม แล้วนี่มันยังไง ถึงได้พาผู้หญิงมาเอาเวลานี้ฮะ”

         //มันติดพันว่ะหมวย จะให้หยุดกลางคันก็ไม่ได้ เดี๋ยวเฮียหาคนไปรับแล้วกัน รอหน่อย//

         “ให้มันเร็ว ๆ เลยนะ ไม่อย่างนั้นหมวยจะฟ้องป๊ากับม๊า”

         กีรติกดตัดสายไปในทันทีแล้วก็ยกแขนขึ้นกอดอกด้วยความหงุดหงิด เป็นอย่างนี้ตลอด เป็นอย่างนี้ทุกครั้ง มันจะมีอารมณ์อะไรได้ตลอดเวลา เห็นผู้หญิงคนอื่นดีกว่าน้องนุ่งตลอด!

         “พี่แกว่าไงหมวย”

         “เฮียตี๋บอกว่าจะหาคนมารับน่ะ เดี๋ยวเราออกไปรอด้านหน้าก็แล้วกัน”

         ความจริงจะเรียกแท็กซี่กลับเองก็ได้ แต่กระเป๋าเดินทางของตัวเองและเพื่อนสนิทที่นับรวมกันได้ประมาณสิบใบ เลยคิดว่าให้ที่บ้านมารับจะดีกว่า อีกอย่าง จะได้แวะไปส่งเป่าเป้ยที่คอนโดด้วย อย่างไรก็เป็นเพื่อนกัน จะให้อีกฝ่ายนั่งแท็กซี่กลับคนเดียวก็ยังไงอยู่

        

         Rrrr

         Rrrr

         เสียงโทรศัพท์ที่ดังอยู่หลายครั้ง บวกกับรายชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอเป็นชื่อของเพื่อนสนิท ทำให้ภัทรกรวางปากกาที่กำลังขีด ๆ เขียน ๆ บนเอกสารอยู่ลงแล้วกดรับสาย

         “มีอะไรไอ้ตี๋”

         //ไอ้กร มึงช่วยไปรับหมวยที่สนามบินหน่อยดิ ด่วนเลย หมวยมาถึงแล้ว//

         หนึ่งปีแล้วเหรอที่ยัยตัวแสบไปเรียนแลกเปลี่ยนที่จีน จะว่าไปก็เร็วเหมือนกัน เผลอแป๊บเดียวเธอก็กลับมาแล้ว

         “แล้วทำไมมึงไม่ไปเอง น้องก็น้องมึง เกี่ยวอะไรกับกู”

         ไอ้การที่ต้องไปรับเด็กดื้อมันไม่ใช่เรื่องลำบากอะไร หากว่าหนึ่งปีที่แล้วเขาไม่สร้างเรื่องเอาไว้ด้วยการเผลอไผลไปมีอะไรกับเธอ มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นเอาเสียเลย แต่ว่า...คนเป็นผู้ชายจะทนแรงยั่วขนาดนั้นไหวได้ยังไง

         //ไอ้เหี้ยกร ช่วยกูหน่อย ตอนนี้กูกำลังเอากับเด็กอยู่ แม่งหยุดไม่ได้//

         “รู้ว่าน้องจะกลับมา มึงก็ยังเสือกไปเอากับผู้หญิงเนาะ เป็นพี่ภาษาอะไรวะ”

         //มึงเลิกบ่นกูแล้วออกไปรับหมวยเดี๋ยวนี้เลย แค่นี้แหละ เดี๋ยวกูบอกน้องกูไว้//

         พูดเพียงแค่นั้นกิตติภพก็ตัดสายไป แต่ก่อนเสียงสัญญาณจะตัด เขาก็ยังได้ยินเสียงกระเส่าครางของผู้หญิงที่กำลังโดนเพื่อนซี้จัดหนักอย่างชัดเจน

         ใบหน้าคมเข้มได้แต่ส่ายไปมา จะปฏิเสธก็ไม่ได้ อย่างไรก็คงต้องไปรับอยู่ดี

         รถคู่ใจถูกเหยียบคันเร่งด้วยความเร็วเพราะไม่อยากให้คนที่เพิ่งกลับมาถึงประเทศไทยต้องรอนาน โชคดีที่วันนี้รถไม่ติด แต่กว่าจะขับรถมาถึงสนามบินก็กินเวลาไปเกือบชั่วโมง

         ระหว่างที่กำลังต่อคิวเข้าไปยังบริเวณรับผู้โดยสารนัยน์ตาสีน้ำตาลก็คอยสอดส่องมองหายัยตัวเล็กที่ไม่ได้เห็นหน้ามาตั้งหนึ่งปี แล้วสายตาก็ปะทะเข้ากับใครคนหนึ่งที่เขาจำใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักของเธอได้ดี

         รถเคลื่อนจอดเทียบด้านหน้าสองสาวที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว ให้เดาก็คงเป็นกิตติภพที่บอกน้องเอาไว้ว่าส่งเขาเป็นคนมารับแทน

         ภัทรกรรีบลงจากรถ ช่วยทั้งสองคนขนกระเป๋ากว่าจะยัดเข้าด้านในรถได้หมดก็เล่นเอาเหนื่อยไม่น้อย กีรติขึ้นมานั่งข้างคนขับอย่างไม่ต้องเอ่ยถาม ส่วนเป่าเป้ยก็เข้ามานั่งยังเบาะด้านหลังในทันที

         “ไม่คิดว่าพี่กรจะมารับหมวย” กีรติพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสดใส ต่างจากชายหนุ่มตัวสูงใหญ่ที่นั่งหน้าเคร่งขรึม

         “ก็ถ้าไอ้ตี๋ไม่ขอร้อง พี่ก็คงไม่มา”

         “เสียงเข้มจังเลยค่ะ ไม่เห็นเหมือนคืนนั้นเลย”

         สายตาคมตวัดมองยัยตัวแสบที่ฉีกยิ้มแป้นอยู่ข้างเขา ภัทรกรได้แต่สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดลึก ๆ อีกครั้ง ก่อนที่จะขับรถออกจากบริเวณสนามบิน

         “พี่กรไปส่งเป้ยก่อนนะคะ แล้วค่อยไปส่งหมวยที่คอนโด คงไม่รบกวนมากเกินไปใช่ไหม”

         “แล้วปฏิเสธได้ไหมล่ะ”

         “แน่นอนว่าไม่ได้ค่ะ”

         ถูกต้อง...ในเวลานี้เขาไม่สามารถปฏิเสธอะไรได้อยู่แล้ว กีรติหันไปพูดกับเพื่อนที่นั่งอยู่ตรงเบาะหลัง สองสาวคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้กันสนุกสนาน มีบางครั้งที่เขาแอบมองเด็กดื้อเป็นระยะ ผ่านไปหนึ่งปี เธอแทบจะไม่เปลี่ยนไปเลย

         อืม...จะเปลี่ยนไปบ้างก็ตรงนิ้วเรียวสวยที่แต่งแต้มสีแดงเอาไว้บนเล็บ ทำให้ดูเป็นสาวขึ้นกว่าเมื่อก่อน

         ครู่ใหญ่ รถของภัทรกรก็มาจอดยังหน้าคอนโดแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่พักของเป่าเป้ย ช่วยกันขนกระเป๋าลงจากรถให้เธอแล้ว สองสาวโบกมือลาให้กันก่อนที่กีรติจะกลับขึ้นมานั่งยังตำแหน่งเดิมอีกครั้ง

         และเมื่อเหลือเพียงเขาและเธอแค่สองคน ยัยตัวแสบที่นั่งทำเหมือนไม่สนใจมาตลอดทางก็ออกลาย

         “พี่กรยังหล่อเหมือนเดิมเลยนะคะ แต่เอ๊ะ...หมวยว่าหล่อกว่าเมื่อหนึ่งปีก่อนตั้งเยอะแหนะ”

         กีรติพูดด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง แต่การกระทำนั้นกลับค่อย ๆ เขยิบตัวเข้ามาหาเขามากขึ้นเรื่อย ๆ

         “นั่งดี ๆ หมวย พี่ไม่มีสมาธิขับรถ”

เขาออกคำสั่งด้วยเสียงเข้ม ๆ หวังให้ยัยเด็กดื้อกลับไปนั่งยังเบาะของตัวเองแล้วไม่กวนเขาอีก แต่ว่า...คนอย่างกีรติเคยฟังเสียที่ไหน เธอยังคงเบียดเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ทั้งยังใช้ดวงตากลมโตน่ารักมองเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย รวมไปถึงริมฝีปากนิ่มที่เคยจูบเมื่อหนึ่งปีก่อนกำลังคลี่ยิ้มน่ามันเขี้ยว

“พี่กรเฉยชากับหมวยจังเลยนะคะ ทั้งที่คืนนั้น...”

“หมวย หยุด” ภัทรกรรีบห้ามก่อนที่เธอจะพูดอะไรไปมากกว่านี้ “เราตกลงกันแล้วนะว่าจะจบแค่คืนนั้น”

มันเป็นอารมณ์ชั่ววูบ ความเผลอไผล หรืออะไรก็ตามแต่ แต่เขาไม่ได้ต้องการจะสานสัมพันธ์ต่อ ยังไม่ต้องการจะมีใครมาผูกมัด โดยเฉพาะถ้าผู้หญิงคนนั้นคือน้องสาวของเพื่อนสนิท หากวันไหนอยู่กันไม่ได้ ต้องเลิกรากัน คงไม่พ้นต้องผิดใจกับเพื่อนตัวเองไปด้วย

“หมวยก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ อีกอย่าง หมวยก็ไม่ได้บอกเฮียตี๋ตามที่สัญญากับพี่กรไว้”

“ก็ดี เพราะเรื่องคืนนั้นพี่ลืมไปหมดแล้ว”

เขาตั้งใจพูดตัดสัมพันธ์ให้เด็ดขาด เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องคิดอะไรไกลไปกว่านี้ แต่แทนที่กีรติจะเงียบไป จังหวะหนึ่งที่หันไปมองใบหน้าเนียนกลับพบว่า มันมีรอยยิ้มกว้างจนเกือบจะถึงติ่งหูประดับอยู่

“พี่กรลืมจริง ๆ เหรอคะ” นิ้วเรียวเริ่มกรีดกรายลงบนแผงอกกว้างของคนที่กำลังขับรถ “ถ้าอย่างนั้น เรามารื้อฟื้น...”

“หยุดเลยหมวย เราตกลงกันแล้วว่าคืนนั้นแค่คืนเดียว”

ฝ่ามือหนาจับมือซุกซนนั้นให้หยุดก่อนจะดึงออกไปให้พ้นตัว แต่ว่า เด็กดื้อก็ยังขยับตัวมาใกล้อย่างเดิม

“เหรอคะ หมวยตกลงแบบนั้นกับพี่กรเหรอ”

สีหน้าท่าทีใสซื่อราวกำลังขบคิดในสิ่งที่เขาเพิ่งเอ่ยบอกไป แต่คำพูดพวกนี้มันเป็นสิ่งที่เธอพูดเองไม่ใช่หรืออย่างไร จะมาทำเป็นลืมอะไรตอนนี้

“พี่เคยบอกหมวยแล้วใช่ไหมว่าไม่ได้คิดอะไรกับเรามากไปกว่าคำว่าพี่น้อง” ภัทรกรเน้นย้ำคำเดิมที่เคยบอกอีกครั้ง

“จำได้ค่ะ แต่พี่กรก็จำได้ใช่ไหมคะว่าหมวยเคยบอกว่าชอบพี่กร แล้วก็อยากได้พี่กรเป็นแฟน”

รถที่กำลังแล่นอยู่บนถนนถูกหักหลบเข้าจอดข้างทางแทบจะทันที เมื่อหยุดนิ่ง สายตาคมก็ตวัดมองคนข้าง ๆ อย่างเอาเรื่อง

“หยุดความคิดเลยนะหมวย พี่ไม่อยากมีแฟน”

“พี่กรก็ลองให้หมวยจีบพี่ดูก่อนสิคะ ไม่แน่ว่าพี่กรอาจจะชอบหมวยเข้าสักวันก็ได้”

คนตัวเล็กพูดออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจ ราวกับล่วงรู้อนาคตว่าสักวันเขาคงตกหลุมรักเธอแน่

“ไม่มีทาง”

“งั้นพนันกันไหม ว่าเกมนี้ระหว่างหมวยกับพี่กร ใครจะชนะ ถ้าถึงที่สุดหมวยทำทุกทางแล้วพี่กรยังไม่ชอบ หมวยก็จะหยุดเองค่ะ” ใบหน้าสวยเชิดรั้นอย่างท้าทาย “กล้าไหมคะ”

“ก็ได้ แต่มาร้องไห้เสียใจทีหลังพี่ไม่รับผิดชอบนะ”

“ดีลค่ะ”

///////////////////////////////////////////////////////

        

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เสี่ยกรอ้อนรักเมียเด็ก #เช็ตเมียเสี่ย /   ตอนพิเศษ กลับมาอีกครั้ง

    รถคันหรูแล่นไปตามทางสายหลักขึ้นสู่ภาคเหนือ เส้นทางที่คุ้นเคยกลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันกลับมีความหมายที่แตกต่างออกไป เพราะคนที่นั่งตำแหน่งข้างคนขับในตอนนี้มีฐานะเป็นภรรยาของเขาอย่างถูกต้องสมบูรณ์ ภัทรกรมองไปยังวิวทิวทัศน์สองข้างทางที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ใบหน้าคมสันฉายแววความสุข“ในที่สุดพี่ก็ได้พาหมวยไปที่นั่นอีกครั้งแล้วนะ” เขาพูดขึ้นแล้วหันมองภรรยาตัวน้อยที่นั่งยิ้มดื่มด่ำกับบรรยากาศสองข้างทางครั้งนี้เลือกที่จะขับรถมาเอง เพราะอยากใช้เวลาทุกนาทีให้คุ้มค่ามากที่สุด เก็บเอาความทรงจำที่ในครั้งแรกไม่สามารถทำได้ครบกีรติหันมาสบตาพร้อมรอยยิ้มกว้าง “ตอนนั้นต้องแอบพนักงานคนอื่น ต้องอยู่แต่ในห้องเพราะกลัวคนเห็น แต่วันนี้เราไม่ต้องหลบใครแล้วนะคะ”คิด ๆ ไปแล้วมันก็ตลกดี ไม่นึกว่าตัวเองจะเป็นผู้หญิงที่ใจกล้าบ้าบิ่นขนาดนั้นได้ เพียงเพราะต้องการอยู่ใกล้พี่กรถึงกับยอมทำทุกอย่าง แม้ไม่ได้สถานะอะไรแต่ก็ยินดี อ้อมกอดที่ได้รับในตอนนั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขารู้สึกอย่างไร กอดเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบหรือกอดเพราะความใคร่แต่มันกลับรู้สึกดีมากที่ได้รับอ้อมกอดอบอุ่นนั้น“หมวยน่ะ รักพี่กรมาตั้งนานแล้ว

  • เสี่ยกรอ้อนรักเมียเด็ก #เช็ตเมียเสี่ย /   บทส่งท้าย เป็นของหมวย

    ลานกว้างหน้าหอประชุมคราคร่ำไปด้วยบรรดาญาติพี่น้องของเหล่าบัณฑิตจบใหม่ที่กำลังร่วมพิธีรับปริญญาอยู่ด้านในหอประชุม ซึ่งกำลังรอคอยให้ประตูบานใหญ่นั้นเปิดออก เพื่อจะได้แสดงความยินดีกับบัณฑิตที่จบการศึกษา ไม่ต่างอะไรกับภัทรกร กิตติภพ ธีร์ธวัชและสายขิม ที่มารอกีรติกับเป่าเป้ยซึ่งเข้ารับปริญญาในวันนี้เช่นกัน เสื้อเชิ้ตสีครีมคู่กับกางเกงขายาวสีดำ รวมไปถึงรองเท้าหนังที่ไม่ได้เป็นทางการมากนัก ส่งให้ภัทรกรดูโดดเด่นได้ไม่ยาก ไม่ต่างอะไรกับเพื่อนซี้อีกสองคนที่ตอนนี้มีสาว ๆ ทั่วบริเวณกำลังจ้องมองมาทางพวกเขา ทีแรกก็มองทั้งสามคน แต่ธีร์ธวัชมีสายขิมซึ่งท้องโตยืนอยู่ใกล้ ๆ ทำให้สายตาหลายคู่เปลี่ยนเป้าหมายมายังภัทรกรและกิตติภพแทน ภัทรกรถือช่อดอกกุหลายสีขาวแบบที่กีรติชอบไว้ในมือ เสียงปรบมือดังกึกก้องออกมาจากหอประชุม ไม่นานประตูก็เปิดออก บัณฑิตทยอยเดินออกมาทีละคน นัยน์ตาคมมองไปรอบ ๆ จนกระทั่งสายตาของเขาไปสบเข้ากับดวงตาคู่สวยของคนตัวเล็กที่กำลังมองมาทางเขาพอดีกีรติสวมชุดครุยสีดำรับปริญญา ใบหน้าระบายด้วยรอยยิ้มกว้าง ผมยาวสลวยถูกเกล้าขึ้นอย่างเรียบร้อย ทำให้เธอดูสวยสง่าราว

  • เสี่ยกรอ้อนรักเมียเด็ก #เช็ตเมียเสี่ย /   ตอนที่ 29 สู่ขอ

    บรรยากาศในบ้านหลังใหญ่อบอวลไปด้วยความตื่นเต้นและความสุข บริเวณบ้านถูกประดับประดาด้วยดอกไม้อย่างสวยงามเพื่อรอต้อนรับผู้ที่จะมาเยือน ไม่นานนักรถยนต์สองคันก็เลี้ยวเข้ามาจอด แล้วเจ้าของรถทั้งสองคันก็ลงมา ภัทรกรในชุดสูทสีกรมท่าดูภูมิฐาน ยืนอยู่ข้าง ๆ พ่อแม่ของเขา ใบหน้าหล่อเหลาเปื้อนยิ้มแห่งความตื่นเต้น เขาเตรียมตัวมาดีสำหรับวันนี้ วันที่เขาจะขอเด็กดื้อให้มาเป็นคู่ชีวิตอย่างถูกต้อง “เชิญเข้าไปด้านในได้เลยค่ะ คุณรณภพกับคุณกานดารออยู่ด้านในแล้วค่ะ” แม่บ้านรีบเดินเข้ามาหาพร้อมกับเชื้อเชิญแขกพิเศษให้เข้าไปด้านในตัวบ้าน ภานุและรดา รวมไปถึงภัทรกร พยักหน้าให้เล็กน้อยแล้วเดินตามเข้าไปด้านใน ภายในห้องรับแขก กีรติในชุดเดรสสีชมพูดพาสเทลนั่งอยู่ข้าง ๆ พ่อแม่ของเธอ และแน่นอนว่าต้องมีพี่ชายสุดโหดนั่งอยู่ด้วยเช่นกัน ภัทรกรหย่อนตัวนั่งลงโซฟาฝั่งตรงข้ามพร้อมกับพ่อแม่ของเขา นัยน์ตาสีน้ำตาลทอดมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาอ่อนโยนเนิ่นนาน จนเพื่อนซี้ของเขาต้องกระแอมเสียงขึ้นมาเบา ๆ ภัทรกรจึงยอมละสายตา “ผมว่าเข้าเรื่องเลยดีกว่านะครับ จะได้ไม่เสียเวลา”ภ

  • เสี่ยกรอ้อนรักเมียเด็ก #เช็ตเมียเสี่ย /   ตอนที่ 28 เป็นมึงจริง ๆ

    สายลมพัดผ่านกระทบผิวหน้าในขณะที่รถยนต์เคลื่อนตัวไปตามถนนระหว่างทางที่จะกลับเมืองหลวง สีเขียวของต้นไม้ สีน้ำตาลของดินและสีสันหลากหลายเคลื่อนผ่านตาไป กีรติวางคางมนลงบนขอบหน้าต่างที่ลดกระจกลงจนสุด ดวงตาคู่สวยหลับพริ้มคล้ายกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศแสนบริสุทธิ์นี้ “พี่บอกหมวยหลายครั้งแล้วนะ ว่าทำแบบนั้นอันตราย” ผู้ชายตัวโตที่นั่งประจำตำแหน่งคนขับใช้ฝ่ามือจับต้นแขนของเธอเอาไว้ ออกแรงดึงเพียงเล็กน้อยเธอก็ขยับตามกลับมานั่งเอนหลังพิงเบาะรถในท่าปกติ “ก็วันนี้อากาศดีนี่คะ หมวยก็อยากสูดอากาสบริสุทธิ์เข้าปอดเยอะ ๆ ไง” ดวงตากลมโตภายใต้แพขนตาหนาจ้องมองเขา ริมฝีปากจิ้มลิ้มคลี่ยิ้มบางเมื่อพูดเสร็จ คนน่ารัก ทำอะไรก็น่ารักจริง ๆ นั่นแหละเนอะ นี่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเพิ่งได้ตกลงเป็นแฟนกันเมื่อวันก่อนหรือเปล่า ถึงทำให้เขาดูหลงเด็กดื้อมากขนาดนี้ “เหลืออีกเดือนเดียวหมวยก็เรียนจบแล้วไม่ใช่เหรอ เอาไว้พี่ค่อยพาไปเที่ยวอีกนะ เที่ยวจนกว่าหมวยจะเบื่อเลย” “พาหมวยเที่ยวขนาดนั้น พี่กรไม่ต้องเฝ้าร้านทองแล้วเหรอคะ”เจ้าของความน่ารักที่เขาคลั่งไคล้พูดออกมาด้วยน้ำเส

  • เสี่ยกรอ้อนรักเมียเด็ก #เช็ตเมียเสี่ย /   ตอนที่ 27 ทำไมโทรไม่ติด

    หลังจากออกมาจากมหาวิทยาลัย ภัทรกรก็รีบขับรถตรงไปยังจังหวัดกาญจนบุรีทันที ระหว่างทางก็กดโทรศัพท์โทรจองที่พักสำหรับสามวันสองคืนไปด้วย และแน่นอนว่าเขาจองที่พักที่เดียวกับเธอ ถือว่าโชคดีที่ยังมีห้องว่าง ส่วนเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนค่อยไปหาซื้อระหว่างทาง ภายในรถเปิดเพลงจังหวะสนุก คนเป็นเจ้าของเคาะนิ้วลงบนพวงมาลัยรถอย่างอารมณ์ดี เพิ่งรู้ตัวตอนนี้เองว่าการจะได้ไปเจอหน้าเด็กดื้อนั้นทำให้เขารู้สึกกระชุ่มกระชวยได้มากขนาดนี้ แต่สิ่งแรกหลังจากได้เจอเธอ จะต้องถามให้รู้เรื่องว่าไอ้ผู้ชายที่มีเสียงแทรกมาในสายนั้นมันเป็นใคร จะเป็นใครก็ช่างเถอะ แต่ถ้ามาจีบยัยตัวยุ่ง เจอดีแน่! มองจากป้ายบอกทางที่รถเพิ่งขับผ่าน เหลืออีกประมาณยี่สิบกิโลเมตรก็จะถึงที่พักบริเวณสถานที่ล่องแก่ง ในตอนแรกก็กะว่าจะไปเซอร์ไพรส์ อยากรู้ว่ายัยตัวยุ่งจะดีใจหรือเปล่าหากเห็นเขาที่นั่น แต่คิดไปคิดมาแล้ว โทรไปบอกไว้ก่อนน่าจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นอาจจะโดนเซอร์ไพรส์กลับเหมือนกับตอนไปรอรับหน้าคณะฯ ก็ได้ ภัทรกรกดเบอร์โทรออกอีกครั้ง แต่กลับไม่มีสัญญาณอะไรเลยสักอย่าง “ปิดเครื่อง?” เสียงทุ้มพึมพำก

  • เสี่ยกรอ้อนรักเมียเด็ก #เช็ตเมียเสี่ย /   ตอนที่ 26 หมวยมาเข้าค่ายค่ะ

    อีกสิบนาทีจะเป็นเวลาบ่ายสองโมง รถยนต์ราคาแพงแล่นมาจอดหน้าสาขาการบัญชีของมหาวิทยาลัยชื่อดัง เครื่องยนต์ดับสนิท คนเป็นเจ้าของรถก็เปิดประตูลงมา ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำคู่กับกางเกงขายาวสีเดียวกัน รองเท้าหนังขัดมันเงาวับ ใบหน้าหล่อเหลามีแว่นกันแดดสวมทับปิดบังสายตา ภัทรกรเอนตัวยืนพิงรถพร้อมกับยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา อีกแค่สิบนาทีก็จะถึงเวลาเลิกเรียนของเด็กดื้อที่เขาถามเอาไว้เมื่อคืน ใบหน้าคมคายระบายด้วยรอยยิ้ม วันนี้เขารีบเคลียร์งานทุกอย่างให้เสร็จก่อนเที่ยงเพื่อว่าจะได้มารอรับคนตัวเล็กกลับบ้าน และแน่นอนว่าไม่ได้บอกเธอล่วงหน้าเพราะอยากจะทำเซอร์ไพรส์ แต่ถ้าเธอเอารถมาเดี๋ยวค่อยโทรตามให้คนมาขับกลับไปให้ บ่ายสองโมงตรง นักศึกษาเริ่มทยอยออกมาจากตึกเรียน ภัทรกรชะเง้อคอมองหาคนที่ตัวเองมารับ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เห็นยัยตัวเล็กเดินออกมา “เลิกช้าเหรอ” เขาบ่นพึมพำอยู่คนเดียวในขณะที่ยังยืนพิงรถอยู่ในท่าเดิม และตอนนี้ ชายหนุ่มที่สวมชุดแตกต่างจากคนอื่น ๆ อย่างเขาก็เริ่มเป็นจุดสนใจของบรรดาเหล่านักศึกษา สิบนาที ยี่สิบนาที จนตอนนี้เลยเวลาบ่ายสองไปเ

  • เสี่ยกรอ้อนรักเมียเด็ก #เช็ตเมียเสี่ย /   ตอนที่ 7 มารับหมวยหน่อย

    นิ้วเรียวกดจิ้มลงบนหน้าจอโทรศัพท์เพื่อกดเรียกแท็กซี่ให้มารับหน้าคอนโด วันนี้มีเรียนตอนบ่ายแต่ที่เลือกไม่ขับรถไปเองเพราะว่าเธอมีแผน ถ้าไม่เอารถไป ก็ต้องหาคนมารับตอนเลิกเรียน และคนคนนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเพื่อนสนิทพี่ชายที่เธอเล็งเอาไว้ กีรติยิ้มเล็ก ๆ อยู่คนเดียว ไม่รู้ตั้งแต่เม

  • เสี่ยกรอ้อนรักเมียเด็ก #เช็ตเมียเสี่ย /   ตอนที่ 6 เลี้ยงต้อนรับ

    ภัทรกรรีบปิดร้านเร็วกว่าทุกวัน เพราะวันนี้กิตติภพโทรมาตามให้รีบเข้าไปที่ร้าน สาเหตุก็มาจากจะมีการจัดงานเลี้ยงต้อนรับน้องสาวเพียงคนเดียวเพิ่งกลับมาประเทศไทย หลังจากไปเรียนแลกเปลี่ยนที่จีนถึงหนึ่งปี และน้องสาวคนนั้นก็คือยัยตัวแสบที่ทำตัวติดกับเขาแทบจะทุกวันนั่นแหละ ใจจริงก็ไม่อยากจะ

  • เสี่ยกรอ้อนรักเมียเด็ก #เช็ตเมียเสี่ย /   ตอนที่ 5 โทรมาทำไม

    Rrrr Rrrr เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังอยู่บนโต๊ะข้างเตียงนอนทำให้คนที่เพิ่งหลับไปได้ไม่ถึงชั่วโมงต้องเปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้ง ทั้งที่วันนี้ตั้งใจจะนอนแต่หัววันแท้ ๆ เพราะเหนื่อยจากร้านตัวเองไม่พอ ยังต้องช่วยพ่อกับแม่แก้ไขแบบเครื่องประดับใหม่อยู่หลายชั่วโมง แต่มันก็เ

  • เสี่ยกรอ้อนรักเมียเด็ก #เช็ตเมียเสี่ย /   ตอนที่ 4 เลี้ยงข้าวหน่อยแล้วค่อยไปส่ง

    “ไปส่งน้องหน่อยสิกร” ว่าแล้วเชียว...แค่เห็นสีหน้าของยัยตัวแสบตอนที่มองดูพ่อกับแม่ของเขาก็รู้แล้วว่าประโยคนี้ต้องหลุดออกมาจากปากมารดาที่เคารพแน่ ๆ “ผมไม่ว่างครับ ต้องทำงาน” ภัทรกรปฏิเสธโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาคิด ทั้งยังเดินกลับไปยังเคาน์เตอร์ทำงานของตนเอง ไม่ได้สนใจ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status