Masukค่ำคืนหนึ่ง
บรรยากาศงานเลี้ยงครบรอบ 5 ปีบริษัทของรวินจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย แต่หรูหรา ณ ห้องบอลรูมริมแม่น้ำเจ้าพระยา มุกได้รับเชิญมาร่วมงานในฐานะพนักงานบริษัทพาร์ทเนอร์ เธอแต่งตัวเรียบง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอยืนอยู่ในงานด้วยความรู้สึกแปลกแยก จนกระทั่งเห็นรวินเดินเลี่ยงออกมาที่ระเบียงริมน้ำเพียงลำพัง แผ่นหลังที่ดูภูมิฐานในชุดสูททักซิโด้คัตติ้งเนี้ยบกริบนั้นทำให้เธอนึกถึงภาพเด็กหนุ่มวิศวะฯที่เคยใส่เสื้อนักศึกษาตัวเก่าๆยืนรอเธอที่ร้านกาแฟหน้าคณะ มุกตัดสินใจก้าวเท้าออกไปที่ระเบียงนั้น ความหนาวเย็นของลมแม่น้ำไม่เท่ากับความเย็นเยียบในใจของเธอเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอดีต “พี่รวิน...” มุกเรียกชื่อที่คุ้นเคยด้วยเสียงที่สั่นพร่า รวินหันกลับมา แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยว แต่มันว่างเปล่าจนมุกใจหาย “มีอะไร” รวินถาม น้ำเสียงห้วนและเย็นชา “มุกไม่ได้มาเพื่อรบกวนเวลา หรือมาเพื่อหวังอะไรทั้งนั้น มุกแค่อยากมาขอโทษ…” มุกก้มหน้าลงต่ำ “เรื่องเมื่อ5ปีก่อน มุกรู้ว่าคำขอโทษมันไม่มีค่าอะไรแล้ว แต่มุกรู้สึกผิดที่เคยทำตัวไม่ดีกับพี่ที่มุกเห็นแก่ตัว เลือกที่จะเดินจากไปในวันที่พี่ลำบากที่สุด” มุกเงยหน้าขึ้นมองเขา น้ำตาที่เธอพยายามกลั้นไว้เริ่มคลอเบ้า “มุกไม่ได้มาเพื่อขอโอกาสเริ่มต้นใหม่ มุกแค่อยากบอกว่ามุกเสียใจจริงๆที่ทำลายทุกอย่างลง” รวินนิ่งฟังสิ่งที่เธอพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉยนานหลายอึดอัด ก่อนที่เขาจะแค่นยิ้มออกมา “ขอโทษไปแล้วได้อะไรขึ้นมามุก ความรู้สึกผิดของเธอวันนี้ มันย้อนกลับไปเปลี่ยนเหตุการณ์ในวันนั้นไม่ได้” รวินถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย เขาเว้นวรรค ก่อนจะมองไปที่ผืนน้ำกว้างใหญ่ “ฉันขอบคุณที่เธอทำให้ฉันรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรในชีวิต และขอบคุณที่ทำให้ฉันต้องดิ้นรนจนมีวันนี้ วันที่ฉันรู้ว่าควรจะดูแลและรักษาคนสำคัญของฉันไว้อย่างไร” “พี่รวิน...” “กลับเข้าไปในงานซะ…” รวินขยับตัวเตรียมจะเดินกลับเข้าไปในงาน “ชีวิตของเธอมีทางเดินของเธอ ส่วนฉัน…ฉันมีทางเดินที่ฉันเลือกแล้ว และตรงนั้นไม่มีที่ว่างสำหรับอดีตที่ผ่านไปแล้วหรอก” รวินเดินผ่านไหล่มุกไป ทิ้งให้มุกยืนนิ่งอยู่บนระเบียงลำพังโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ความเย็นชาของเขาคือสิ่งที่ตอกย้ำว่าตำแหน่ง ‘คนสำคัญ’ ของเขาในวันนี้ได้เปลี่ยนมือไปให้ใบบัวอย่างสมบูรณ์แล้ว หลังจากที่แผ่นหลังกว้างของรวินหายลับไปในห้องจัดเลี้ยงที่เต็มไปด้วยแสงไฟ มุกยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ความมืดและลมแม่น้ำที่พัดผ่านร่างไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกหนาวเหน็บเท่ากับคำพูดที่เพิ่งได้รับ มุกทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งยาวที่ระเบียง ปล่อยให้น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลออกมาอย่างเงียบเชียบ ภาพเบื้องหน้าพร่าเลือนไปหมด และในวินาทีที่ความเงียบเข้าครอบงำ ความทรงจำเก่าๆก็ย้อนกลับเข้ามาทำร้ายเธอราวกับมีดที่กรีดลงบนแผลเดิม ‘มุก วันนี้พี่ได้งานพาร์ทไทม์เพิ่ม พี่จะมีเงินพอพาไปกินร้านที่มุกอยากไปแล้วนะ’ ภาพรวินในวัยหนุ่ม ชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มอบอุ่นเสมอ แม้ใบหน้าจะดูอ่อนล้าจากการอดนอน เขาเคยปั่นจักรยานมาส่งเธอที่หน้าหอพักด้วยรอยยิ้ม ทั้งที่เขามีเพียงข้าวราดแกงราคาประหยัดติดมือมาด้วย เขาแบ่งมื้ออาหารที่เขาอุตส่าห์เก็บหอมรอมริบซื้อมาให้เธอได้กินของอร่อยๆเสมอ ‘พี่รวินไม่เหนื่อยเหรอคะ’ เธอมักจะถามเขาแบบนั้นในตอนที่ยังเด็กและโง่เขลา ‘ไม่เหนื่อยหรอกครับ ตราบใดที่เห็นมุกยิ้ม พี่ก็มีกำลังใจเรียนและทำงานต่อแล้ว’ คำพูดเหล่านั้น คำพูดที่เขาเคยให้คำมั่นสัญญาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความหวัง ตอนนั้นเธอไม่ได้มองเห็นเลยว่าความลำบากของเขาคือเครื่องพิสูจน์ความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เธอกลับมองว่ามันเป็นความน่ารำคาญที่ทำให้ชีวิตวัยรุ่นของเธอไม่สมบูรณ์แบบ มุกหลับตาแน่น ภาพรวินที่คอยกางร่มให้เธอในวันฝนตก ภาพมือหนาที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักแต่กลับกุมมือเธอไว้อย่างทะนุถนอมที่สุด ภาพความอดทนที่เขามีให้เธอมาตลอดสองปี ทุกอย่างมันย้อนกลับมาตอกย้ำว่าเธอได้ทำลายหัวใจที่ซื่อตรงที่สุดในชีวิตไปอย่างไม่มีวันได้คืน “ทำไมตอนนั้นมุกถึงได้โง่ขนาดนี้นะ” เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงสะอื้นสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ เขาคือคนที่ดีกับเธอที่สุด แต่เธอกลับเป็นคนที่ทำร้ายเขาได้เจ็บปวดที่สุด มุกค่อยๆยกมือขึ้นกุมหน้าอก ความรู้สึกผิดกัดกินใจจนเธอหายใจไม่ออก ในวันนี้รวินไม่ได้โกรธเคือง เขาไม่ได้โวยวาย นั่นแหละคือบทลงโทษที่รุนแรงที่สุดสำหรับเธอ เพราะการที่เขาไม่ได้รู้สึกอะไรอีกแล้วมันคือการบอกให้รู้ว่าทุกความดีที่เขาเคยทำ เธอได้ทำให้มันสูญเปล่าไปหมดสิ้นแล้วด้วยมือของเธอเอง เธอนั่งอยู่ตรงนั้นท่ามกลางงานเลี้ยงที่กำลังดำเนินไปอย่างมีความสุข โดยมีเขากับใบบัวเป็นศูนย์กลางของความสำเร็จนั้น ในขณะที่เธอกลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวของอดีตที่เขาไม่ได้ต้องการจะเก็บไว้ในความทรงจำอีกต่อไปสามเดือนผ่านไป ชีวิตคู่ของรวินและมุกเปลี่ยนไปในทางที่อบอุ่นและสมบูรณ์ยิ่งขึ้นเมื่อสมาชิกใหม่ตัวน้อยได้เข้ามาเติมเต็ม รวินกลายเป็นว่าที่คุณพ่อที่ใส่ใจทุกรายละเอียดมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว ภายในห้องครัวที่สะอาดสะอ้าน รวินสวมผ้ากันเปื้อนกำลังขะมักเขม้นกับการจัดเตรียมมื้อเที่ยงที่เน้นสารอาหารครบห้าหมู่ โดยเฉพาะเมนูที่มีแคลเซียมสูงเพื่อบำรุงทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ เมื่ออาหารเสร็จเรียบร้อย เขาก็ยกมาวางที่โต๊ะพร้อมกับแก้วนมถั่วเหลืองอุ่นๆที่เขาชงอย่างพิถีพิถัน “มุก มาทานข้าวได้แล้วครับ วันนี้พี่จัดเต็มเลย มีทั้งปลาตัวเล็กทอดกรอบ ผักใบเขียว แล้วก็อัลมอนด์อบกรอบด้วยนะ มื้อนี้แคลเซียมเน้นๆเลย” มุกเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มอิ่มเอิบ เธอหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้พลางลูบหน้าท้องที่เริ่มนูนออกมาเล็กน้อยอย่างรักใคร่ “ขยันเอาใจแบบนี้ ลูกต้องออกมาเป็นเด็กเลี้ยงง่ายเหมือนคุณพ่อแน่ๆเลยค่ะ แต่พี่รวินคะ ตั้งแต่มุกท้อง พี่รวินแทบไม่ได้พักเลยนะ งานที่บริษัทก็เยอะ แล้วยังต้องมาทำอาหารให้มุกทุกมื้ออีก” รวินเดินอ้อมมาข้างหลังแล้ววางมือลงบนไหล่เธอเบาๆ ก่อนจะจูบที่ขมับ “เรื่องงานพี่จัดการได้ครับ สิ่งที่สำคัญที
วันต่อมา แสงแดดยามสายลอดผ่านผ้าม่านหนาเข้ามาในห้องนอนทอดลงบนร่างของมุกที่ยังคงซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดอุ่นของรวิน เธอค่อยๆลืมตาขึ้นและพบกับสายตาคมเข้มที่จ้องมองมาด้วยความรักอยู่ก่อนแล้ว รวินกระชับวงแขนแน่นขึ้น กดจูบเบาๆบนเรือนผมของเธออย่างหวงแหน “ตื่นแล้วเหรอครับคนเก่ง ปวดตัวบ้างไหม” รวินถามเสียงนุ่มพลางเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้ามุกออกอย่างแผ่วเบา มุกยิ้มเขินก่อนจะซุกหน้าเข้ากับอกแกร่งของเขา “นิดหน่อยค่ะ แต่มีความสุขมากกว่า” รวินหัวเราะเบาๆในลำคอ เขาเชยคางเธอขึ้นมาสบตา “พี่ก็เหมือนกัน เมื่อคืนมันวิเศษมากนะมุก พี่ไม่เคยคิดเลยว่าการได้เป็นของกันและกันแบบนี้มันจะรู้สึกเติมเต็มชีวิตพี่ได้ขนาดนี้” “ขอบคุณนะคะที่ดูแลมุกอย่างดีเสมอมา ต่อไปนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น มุกจะอยู่ข้างๆพี่รวินแบบนี้ตลอดไปเลย” มุกกระซิบตอบด้วยแววตาที่มั่นคง รวินมองคนในอ้อมกอดด้วยความรักที่ล้นปรี่ เขาจูบหน้าผากเธออีกครั้งก่อนจะกระซิบว่า “พี่สัญญาว่าจะทำให้ทุกวันหลังจากนี้ เป็นวันที่ดีที่สุดสำหรับมุก ขอบคุณที่ยอมมาเป็นครอบครัวเดียวกันนะครับ” ทั้งคู่นอนกอดกันแลกเปลี่ยนความรู้สึกหวานซึ้งอยู่พักใหญ่ ก่อนที่รวินจะยิ้มมุมป
สองอาทิตย์ต่อมา โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อรวินทำงานหนักติดต่อกันหลายวันจนร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้รวินวูบหมดสติในออฟฟิศ แพทย์วินิจฉัยว่าภาวะร่างกายอ่อนเพลียขั้นรุนแรงและมีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดเล็กน้อย ทำให้เขาต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ภาพรวินที่เคยเข้มแข็งนอนอยู่บนเตียงคนไข้โดยมีสายน้ำเกลือระโยงระยาง ทำให้ใจของมุกหล่นวูบ แต่นี่คือโอกาสที่เธอจะได้พิสูจน์ความรักของตัวเอง มุกนั่งเฝ้าเขาไม่ห่างจากเก้าอี้ข้างเตียง เธอคอยเช็ดตัวให้เขาอย่างเบามือทุกครั้งที่ไข้ขึ้นสูง พรมน้ำหมาดๆลงบนหน้าผากกว้างของคนที่เธอรักสุดหัวใจ เมื่อรวินค่อยๆลืมตาขึ้นในยามค่ำคืน เห็นมุกที่กำลังนั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง เขาก็รู้สึกปวดใจ เขาพยายามจะขยับตัว แต่ความอ่อนเพลียทำให้ทำได้เพียงขยับนิ้วมือ “มุก...” เสียงแหบพร่าของเขาทำให้มุกสะดุ้งตื่นทันที “พี่รวิน! ฟื้นแล้วเหรอคะ เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนไหม” มุกถามรัวด้วยความร้อนใจ มือบางเอื้อมไปกุมมือเขาไว้แน่น รวินมองคนตรงหน้าที่ขอบตาคล้ำเพราะอดนอนจากการเฝ้าไข้เขา เขาพยายามส่งยิ้มอ่อนๆให้ “พี่ขอโทษนะที่ทำให้มุกต้องลำบาก ต้องมานอ
งานเลี้ยงรุ่น ในงานเลี้ยงรุ่นบรรยากาศครึกครื้น รวินโอบเอวพาคนตัวเล็กเข้ามาท่ามกลางสายตาเพื่อนฝูงที่จับจ้องมาเป็นจุดเดียว “เฮ้ย! รวิน นั่นมุกหรือเปล่า กลับมาคบกันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!” เพื่อนสนิทคนหนึ่งโพล่งขึ้นทันทีที่ทั้งคู่เดินเข้าไปถึงโต๊ะ รวินคลี่ยิ้มกว้าง กระชับกอดมุกแน่นขึ้นอย่างหวงแหน “ใช่ กลับมาคบกันแล้ว และที่สำคัญคือเรากำลังจะแต่งงานกัน” เพื่อนทุกคนร้องโห่ด้วยความยินดี บรรยากาศรอบโต๊ะอบอุ่นขึ้นทันตาเห็น “ดีใจด้วยเว้ย! ในที่สุดคนคลั่งรักอย่างมึงก็ได้สมหวังเสียที” เพื่อนสนิทคนเดิมยื่นแก้วเครื่องดื่มให้มุก “งั้นแก้วนี้ต้องฉลองให้ความรักของพวกแกหน่อย มา...มุกดื่มเป็นเพื่อนพวกเราหน่อยนะ” มุกยิ้มรับอย่างเป็นกันเอง เธอรับแก้วมาจิบเพียงเล็กน้อยตามมารยาทก่อนจะส่งคืน “เบาๆหน่อยนะมุก เดี๋ยวก็เมาหรอก” รวินกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับรับแก้วมาถือไว้เองอย่างเป็นห่วง “นิดเดียวเองค่ะพี่รวิน” มุกตอบพลางหัวเราะร่า รวินยิ้มตอบและสบตาเพื่อนทุกคนด้วยสายตาที่เป็นสุขที่สุด “ขอบใจพวกนายทุกคนมากนะ ที่ยินดีกับเราสองคน” ท่ามกลางเสียงหัวเราะและคำอวยพร รวินยังคงไม่ละสายต
เมื่อกลับถึงกรุงเทพฯ แทนที่จะตรงไปที่คอนโด รวินกลับพามุกมาที่บ้านใหญ่ของครอบครัวทันที รวินจับมือมุกไว้แน่นขณะเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นที่พ่อแม่ของเขานั่งรออยู่ เมื่อท่านทั้งสองเห็นมุก ใบหน้าก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา “มาแล้วเหรอลูก” แม่ของรวินลุกขึ้นเดินเข้ามากอดมุกอย่างอบอุ่น “แม่ดีใจที่สุดที่เห็นรวินพามุกมาแนะนำในฐานะคนรักอย่างเป็นทางการแบบนี้ รวินเล่าให้แม่ฟังหมดแล้วว่ารักมุกคนเดียวมาตลอดและไม่เคยเปลี่ยนใจเลย” ‘แม่ครับ ที่ผ่านมาผมไม่ได้แค่หลอกทุกคน แต่ผมพยายามหลอกตัวเองด้วยการดึงใครสักคนเข้ามาแทนที่ เพื่อพิสูจน์ว่าชีวิตผมไปต่อได้โดยไม่มีมุก แต่นั่นแหละคือความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุด เพราะไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใคร ก็ไม่มีใครกลายเป็นมุกให้ผมได้เลยแม้แต่นิดเดียว’ เขาสารภาพกับแม่ถึงความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ การคบกับใบบัวไม่ใช่เพราะเขาเปลี่ยนใจ แต่คือการลองเสี่ยงเดิมพันด้วยการหาใครสักคน หวังจะกลบเกลื่อนร่องรอยของเธอที่ยังค้างคาอยู่ในใจหมายจะสร้างชีวิตใหม่โดยไม่มีมุก แต่ยิ่งพยายามใช้ใครมาแทนที่เท่าไหร่ เขากลับยิ่งตระหนักได้ว่าที่ตรงนั้นถูกจองไว้ด้วยชื่อของคนเพียงคนเดียวมาโดยต
อพาร์ทเม้นท์ เมื่อรถหรูจอดสนิทลงที่หน้าอพาร์ทเม้นท์ของมุก รวินเอื้อมมือไปปลดสายเข็มขัดนิรภัยให้คนตัวเล็ก แต่ทว่าเขากลับไม่ปล่อยมือ แทนที่จะถอยออกไป รวินกลับรั้งร่างบอบบางสมส่วนเข้ามาในอ้อมกอดแน่น หมับ “ไม่อยากให้ลงเลยครับ อยากกักตัวมุกไว้ตรงนี้มากกว่า” รวินกระซิบข้างหู น้ำเสียงเว้าวอนเหมือนเด็กที่ไม่อยากแยกจากของรัก มุกหัวใจเต้นโครมครามด้วยความประหม่า “พี่รวิน พรุ่งนี้เราก็เจอกันแล้วนะคะ” รวินผละออกเล็กน้อยแล้วเชยคางเธอขึ้นให้สบตา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาหอมแก้มเธอฟอดใหญ่จนมุกสะดุ้งเล็กน้อย “หนึ่งคืนมันนานไปสำหรับคนที่เพิ่งขอแต่งงานนะมุก” ก่อนที่เธอจะทันได้ทักท้วง รวินก็เคลื่อนใบหน้าลงมาประทับจูบลงบนริมฝีปากของเธออย่างแผ่วเบาและเนิ่นนาน สัมผัสที่นุ่มนวลและสั่นไหวนี้ทำให้ลมหายใจของเธอแทบหยุดชะงัก นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาสัมผัสกันด้วยวิธีนี้ตลอดเวลาที่เป็นแฟนกันมา ความเขินอายแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่างจนมุกทำอะไรไม่ถูก ได้แต่กำชายเสื้อเชิ๊ตของเขาไว้แน่น เมื่อรวินผละออกมาเพียงเล็กน้อยโดยที่หน้าผากยังชิดกัน มุกก็ได้แต่หอบหายใจเบาๆ ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นสีระเรื่อ “พี่รวิน…มุก...มุกทำตัวไม่







