Se connecterบรรยากาศในออฟฟิศของบริษัท Tech Startup ยักษ์ใหญ่ที่รวินเป็นเจ้าของดูทันสมัยและเต็มไปด้วยพลังงานคนรุ่นใหม่
มุกเดินออกมาจากห้องประชุมด้วยความรู้สึกที่เหมือนยกภูเขาออกจากอก เธอเป็นเพียงตัวแทนจากบริษัทพาร์ทเนอร์รายย่อยที่มานำเสนอโปรเจกต์งาน เธอเพียงแค่ต้องการรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเพื่อไม่ให้รวินต้องรู้สึกอึดอัด แต่โชคชะตากลับไม่เข้าข้าง ขณะที่เธอกำลังจะเดินผ่านพื้นที่ส่วนกลางของออฟฟิศ เสียงหัวเราะสดใสของใบบัวก็ดังขึ้นมาก่อนที่มุกจะเห็นตัวเธอเสียอีก ใบบัวในชุดลำลองดูสบายตา กำลังยืนยิ้มกว้างพร้อมถุงอาหารหลายถุงวางอยู่บนโต๊ะทำงานของรวิน “วันนี้ใบบัวซื้อร้านโปรดที่พี่รวินชอบมาให้เลยนะ ไม่ต้องกินอาหารกล่องแล้วค่ะ” เสียงของใบบัวหวานใสและเต็มไปด้วยความใส่ใจ มุกหยุดชะงัก เธอพยายามจะก้มหน้าและรีบก้าวเท้าผ่านไปให้เร็วที่สุด แต่จังหวะนั้นเองเธอกลับทำแฟ้มงานในมือหลุดมือจนกระดาษกระจายเต็มพื้น ตุ้บ! เสียงนั้นดึงดูดสายตาของทุกคนในบริเวณนั้น รวมทั้งคนทั้งคู่ที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานด้วย “อ้าว คุณมุก!” ใบบัวเป็นฝ่ายเห็นก่อน เธอรีบวางถุงอาหารแล้วกุลีกุจอเข้ามาช่วยเก็บกระดาษ “ขอโทษทีนะคะ ใบบัวไม่ทันระวัง เกะกะหรือเปล่าคะ” “ไม่ค่ะ มุกต่างหากที่ซุ่มซ่ามเอง ขอโทษนะคะ” มุกก้มหน้าลงต่ำจนคางแทบจะชิดอก “ไม่เป็นไรค่ะ” ใบบัวยิ้มให้อย่างเป็นมิตรก่อนจะหันไปหารวินที่เดินตามมาสมทบ “พี่รวินคะ นี่คุณมุก รุ่นพี่ใบบัวที่เคยช่วยใบบัวตอนเรียนค่ะ ไม่คิดเลยว่าจะมาเป็นพาร์ทเนอร์งานของบริษัทเรา บังเอิญจังเลยนะคะ” รวินยืนอยู่ข้างใบบัว มือหนาของเขาวางลงบนไหล่ของแฟนสาวอย่างเป็นธรรมชาติ สายตาที่เขามองมุกนั้นไม่มีแม้แต่ความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่ มันเป็นเพียงสายตาที่ดู ‘รำคาญ’ อย่างปิดไม่มิด “งานเสร็จแล้วใช่ไหม” รวินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่แม้แต่จะเอ่ยทักทายหรือรับรู้คำแนะนำของใบบัว “ถ้าเสร็จแล้วก็เชิญกลับได้เลยนะ เรามีธุระต้องทานมื้อเที่ยงกันต่อ” ประโยคที่เหมือนการ ‘ไล่’ ทางอ้อมทำให้มุกหน้าชาวูบ เธอก้มหน้าเก็บกระดาษชุดสุดท้ายขึ้นมาอย่างรวดเร็วโดยไม่กล้าสบตาคนทั้งคู่ “ค่ะ มุกขอตัวก่อนนะคะ” “เดี๋ยวสิคะคุณมุก ทานข้าวด้วยกันก่อนไหม ใบบัวซื้อมาเยอะเลย…” ใบบัวชวนด้วยความหวังดี แต่ยังไม่ทันขาดคำ “อย่าเลยใบบัว เขามีงานต้องไปทำต่อ อย่าเสียเวลาเขาเลย” รวินขัดขึ้นมาทันที น้ำเสียงเข้มขึ้น มุกไม่รอให้ใบบัวพูดอะไรต่อ เธอรีบเดินเลี่ยงออกไปจากจุดนั้นทันที เสียงของใบบัวที่ถามรวินว่า ‘พี่รวินทำไมดูดุจัง’ แว่วตามหลังมาเบาๆ แต่ที่ชัดเจนที่สุดคือเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นแรงด้วยความเจ็บปวด เธอไม่ได้ถูกเกลียด แต่ความเมินเฉยและท่าทีที่เขาใช้ปกป้องความรู้สึกของใบบัวจากเธอนั้น มันคือหลักฐานชั้นดีว่าพื้นที่ของเขามีไว้ให้ผู้หญิงข้างกายเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น และไม่มีวันกลับมาเป็นของเธออีกต่อไป ค่ำวันหนึ่ง มุกได้รับมอบหมายให้รีบนำเอกสารสัญญาฉบับเร่งด่วนไปส่งให้รวินที่คอนโดหรูย่านสุขุมวิท เพราะรวินติดธุระด่วนและไม่สามารถเข้าออฟฟิศได้ เธอลังเลอยู่หน้าประตูห้องพักสุดหรูอยู่นานก่อนจะตัดสินใจกดกริ่ง ติ๊งต่อง! แกร่ก ประตูเปิดออก ไม่ใช่รวินที่ยืนอยู่ตรงนั้น แต่เป็นใบบัวในชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหมเนื้อดี เธอยิ้มให้มุกอย่างเป็นกันเองก่อนจะตะโกนบอกคนข้างใน “พี่รวินคะ คุณมุกเอาเอกสารมาให้ค่ะ” “…” มุกกวาดสายตามองผ่านหลังใบบัวเข้าไปในห้อง จึงเห็นรวินเดินออกมาจากห้องทำงานในชุดเสื้อยืดกางเกงสแล็คสบายๆ เขากำลังจะเอ่ยปากพูดบางอย่าง แต่เมื่อเห็นว่าเป็นมุก เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยทันที ชายหนุ่มเดินตรงมาที่หน้าประตูรับเอกสารจากมือมุกไปโดยไม่ให้ปลายนิ้วสัมผัสโดนตัวเธอเลยแม้แต่นิดเดียว ใบบัวขยับเข้าไปใกล้รวินอย่างนุ่มนวล มือเรียวเล็กของเธอเอื้อมไปจัดปกเสื้อให้เขาอย่างเบามือและบรรจง ก่อนจะหยิบเศษด้ายเล็กๆออกจากเสื้อให้เขาด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความรัก “พี่รวินคะ เสื้อตัวนี้ดูเหมือนจะพับไว้ไม่ดี รอยเลยยังอยู่เลย ขอโทษนะคะ เดี๋ยวใบบัวดูแลให้” รวินก้มลงมองใบบัวด้วยสายตาที่ละมุนละไมเหลือเกิน เขาไม่ได้มองมุกที่ยืนอยู่ตรงนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว “ไม่เป็นไรหรอกใบบัว พี่ไม่ได้สังเกตเลย” “ไม่ได้หรอกค่ะ ใบบัวอยากให้พี่รวินดูดีที่สุดเวลาออกไปทำงาน” ใบบัวหันมามองมุกด้วยรอยยิ้มที่อ่อนหวานและใจดี “ต้องขอโทษด้วยนะคะคุณมุก พี่รวินเขาชอบให้ใบบัวช่วยจัดการเรื่องพวกนี้ให้ จนใบบัวติดนิสัยจู้จี้ไปหน่อย” ใบบัวไม่ได้พูดอวด แต่เธอกำลังบอกมุกโดยนัยว่าเธอคือคนที่จัดการชีวิตและดูแลความเรียบร้อยให้รวินทั้งภายนอกและภายใน ในขณะที่มุกเป็นเพียง ‘คนนอก’ ที่แค่เดินมาส่งเอกสารแล้วต้องรีบจากไป “ไม่หรอก ใบบัวดูแลพี่ดีที่สุดเสมอ” รวินยิ้มตอบ เป็นรอยยิ้มที่เขามักจะใช้กับใบบัวเท่านั้น “…” มุกยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ความรู้สึกพ่ายแพ้แล่นริ้วขึ้นมาจนขอบตาเริ่มร้อนผ่าว ความเหนือกว่าของใบบัวไม่ใช่เงินทองหรือความหรูหรา แต่มันคือ ‘ความสัมพันธ์ที่ลงตัว’ จนมุกแทรกเข้าไปไม่ได้เลยแม้แต่ช่องว่างเล็กๆ ในวินาทีนั้น มุกตระหนักได้ทันทีว่า ใบบัวมีสิ่งที่เธอไม่เคยมี นั่นคือความสามารถที่จะ ‘ยอมรับและประคับประคอง’ ชีวิตของรวินในทุกรายละเอียดโดยที่ไม่คิดจะทิ้งเขาไปไหนไม่ว่าเขาจะอยู่ในสถานะใด “ขอบคุณที่มาส่งเอกสารนะ แค่นี้ใช่ไหม?” รวินหันมาพูดกับมุกด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นเหมือนเดิม แต่มันตอกย้ำช่องว่างได้ชัดเจนที่สุด “ค่ะ...แค่นี้ค่ะ” มุกตอบเสียงสั่น “ใบบัวครับ ในครัวมีผลไม้ที่พี่ปอกไว้ให้แล้วนะ อย่าลืมไปทานล่ะ” รวินหันมาพูดกับใบบัว น้ำเสียงของเขานุ่มนวลและเต็มไปด้วยความห่วงใย ผิดกับท่าทางที่ใช้กับมุกราวกับคนละคน “…” มุกยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าห้อง ภาพของชายหนุ่มที่เธอเคยคิดว่าต้อง ‘สร้างเนื้อสร้างตัว’ ไปกับเธอ วันนี้เขากลายเป็นผู้ชายที่ดูสุขสบายและมั่นคงในชีวิตคู่ไปแล้ว เขาไม่ได้ดูเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักเหมือนเมื่อก่อน แต่เขากลับดูมีรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมและอบอุ่นกับคนรักใหม่ “มีอะไรอีกหรือเปล่า?” รวินถามขึ้นมาเมื่อเห็นว่ามุกยังยืนค้างอยู่ที่เดิม สายตาของเขามองผ่านเธอไปราวกับมองอากาศธาตุ “ไม่มี...ไม่มีแล้วค่ะ” มุกเค้นเสียงตอบก่อนจะหมุนตัวกลับ ประตูคอนโดหรูถูกปิดลงช้าๆ เสียงกลอนประตูดัง กริ๊กเบาๆ แต่มันดังก้องในใจของมุกเหมือนเสียงปิดฉากชีวิตคู่ที่เธอเคยฝันอยากจะมีร่วมกับเขา ความหรูหราของคอนโด กลิ่นหอมอ่อนๆที่ลอยออกมาจากห้องและความใกล้ชิดที่เห็นเพียงชั่วครู่ มันคือเครื่องยืนยันว่า ในบ้านหลังนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับเธอสามเดือนผ่านไป ชีวิตคู่ของรวินและมุกเปลี่ยนไปในทางที่อบอุ่นและสมบูรณ์ยิ่งขึ้นเมื่อสมาชิกใหม่ตัวน้อยได้เข้ามาเติมเต็ม รวินกลายเป็นว่าที่คุณพ่อที่ใส่ใจทุกรายละเอียดมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว ภายในห้องครัวที่สะอาดสะอ้าน รวินสวมผ้ากันเปื้อนกำลังขะมักเขม้นกับการจัดเตรียมมื้อเที่ยงที่เน้นสารอาหารครบห้าหมู่ โดยเฉพาะเมนูที่มีแคลเซียมสูงเพื่อบำรุงทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ เมื่ออาหารเสร็จเรียบร้อย เขาก็ยกมาวางที่โต๊ะพร้อมกับแก้วนมถั่วเหลืองอุ่นๆที่เขาชงอย่างพิถีพิถัน “มุก มาทานข้าวได้แล้วครับ วันนี้พี่จัดเต็มเลย มีทั้งปลาตัวเล็กทอดกรอบ ผักใบเขียว แล้วก็อัลมอนด์อบกรอบด้วยนะ มื้อนี้แคลเซียมเน้นๆเลย” มุกเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มอิ่มเอิบ เธอหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้พลางลูบหน้าท้องที่เริ่มนูนออกมาเล็กน้อยอย่างรักใคร่ “ขยันเอาใจแบบนี้ ลูกต้องออกมาเป็นเด็กเลี้ยงง่ายเหมือนคุณพ่อแน่ๆเลยค่ะ แต่พี่รวินคะ ตั้งแต่มุกท้อง พี่รวินแทบไม่ได้พักเลยนะ งานที่บริษัทก็เยอะ แล้วยังต้องมาทำอาหารให้มุกทุกมื้ออีก” รวินเดินอ้อมมาข้างหลังแล้ววางมือลงบนไหล่เธอเบาๆ ก่อนจะจูบที่ขมับ “เรื่องงานพี่จัดการได้ครับ สิ่งที่สำคัญที
วันต่อมา แสงแดดยามสายลอดผ่านผ้าม่านหนาเข้ามาในห้องนอนทอดลงบนร่างของมุกที่ยังคงซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดอุ่นของรวิน เธอค่อยๆลืมตาขึ้นและพบกับสายตาคมเข้มที่จ้องมองมาด้วยความรักอยู่ก่อนแล้ว รวินกระชับวงแขนแน่นขึ้น กดจูบเบาๆบนเรือนผมของเธออย่างหวงแหน “ตื่นแล้วเหรอครับคนเก่ง ปวดตัวบ้างไหม” รวินถามเสียงนุ่มพลางเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้ามุกออกอย่างแผ่วเบา มุกยิ้มเขินก่อนจะซุกหน้าเข้ากับอกแกร่งของเขา “นิดหน่อยค่ะ แต่มีความสุขมากกว่า” รวินหัวเราะเบาๆในลำคอ เขาเชยคางเธอขึ้นมาสบตา “พี่ก็เหมือนกัน เมื่อคืนมันวิเศษมากนะมุก พี่ไม่เคยคิดเลยว่าการได้เป็นของกันและกันแบบนี้มันจะรู้สึกเติมเต็มชีวิตพี่ได้ขนาดนี้” “ขอบคุณนะคะที่ดูแลมุกอย่างดีเสมอมา ต่อไปนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น มุกจะอยู่ข้างๆพี่รวินแบบนี้ตลอดไปเลย” มุกกระซิบตอบด้วยแววตาที่มั่นคง รวินมองคนในอ้อมกอดด้วยความรักที่ล้นปรี่ เขาจูบหน้าผากเธออีกครั้งก่อนจะกระซิบว่า “พี่สัญญาว่าจะทำให้ทุกวันหลังจากนี้ เป็นวันที่ดีที่สุดสำหรับมุก ขอบคุณที่ยอมมาเป็นครอบครัวเดียวกันนะครับ” ทั้งคู่นอนกอดกันแลกเปลี่ยนความรู้สึกหวานซึ้งอยู่พักใหญ่ ก่อนที่รวินจะยิ้มมุมป
สองอาทิตย์ต่อมา โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อรวินทำงานหนักติดต่อกันหลายวันจนร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้รวินวูบหมดสติในออฟฟิศ แพทย์วินิจฉัยว่าภาวะร่างกายอ่อนเพลียขั้นรุนแรงและมีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดเล็กน้อย ทำให้เขาต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ภาพรวินที่เคยเข้มแข็งนอนอยู่บนเตียงคนไข้โดยมีสายน้ำเกลือระโยงระยาง ทำให้ใจของมุกหล่นวูบ แต่นี่คือโอกาสที่เธอจะได้พิสูจน์ความรักของตัวเอง มุกนั่งเฝ้าเขาไม่ห่างจากเก้าอี้ข้างเตียง เธอคอยเช็ดตัวให้เขาอย่างเบามือทุกครั้งที่ไข้ขึ้นสูง พรมน้ำหมาดๆลงบนหน้าผากกว้างของคนที่เธอรักสุดหัวใจ เมื่อรวินค่อยๆลืมตาขึ้นในยามค่ำคืน เห็นมุกที่กำลังนั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง เขาก็รู้สึกปวดใจ เขาพยายามจะขยับตัว แต่ความอ่อนเพลียทำให้ทำได้เพียงขยับนิ้วมือ “มุก...” เสียงแหบพร่าของเขาทำให้มุกสะดุ้งตื่นทันที “พี่รวิน! ฟื้นแล้วเหรอคะ เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนไหม” มุกถามรัวด้วยความร้อนใจ มือบางเอื้อมไปกุมมือเขาไว้แน่น รวินมองคนตรงหน้าที่ขอบตาคล้ำเพราะอดนอนจากการเฝ้าไข้เขา เขาพยายามส่งยิ้มอ่อนๆให้ “พี่ขอโทษนะที่ทำให้มุกต้องลำบาก ต้องมานอ
งานเลี้ยงรุ่น ในงานเลี้ยงรุ่นบรรยากาศครึกครื้น รวินโอบเอวพาคนตัวเล็กเข้ามาท่ามกลางสายตาเพื่อนฝูงที่จับจ้องมาเป็นจุดเดียว “เฮ้ย! รวิน นั่นมุกหรือเปล่า กลับมาคบกันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!” เพื่อนสนิทคนหนึ่งโพล่งขึ้นทันทีที่ทั้งคู่เดินเข้าไปถึงโต๊ะ รวินคลี่ยิ้มกว้าง กระชับกอดมุกแน่นขึ้นอย่างหวงแหน “ใช่ กลับมาคบกันแล้ว และที่สำคัญคือเรากำลังจะแต่งงานกัน” เพื่อนทุกคนร้องโห่ด้วยความยินดี บรรยากาศรอบโต๊ะอบอุ่นขึ้นทันตาเห็น “ดีใจด้วยเว้ย! ในที่สุดคนคลั่งรักอย่างมึงก็ได้สมหวังเสียที” เพื่อนสนิทคนเดิมยื่นแก้วเครื่องดื่มให้มุก “งั้นแก้วนี้ต้องฉลองให้ความรักของพวกแกหน่อย มา...มุกดื่มเป็นเพื่อนพวกเราหน่อยนะ” มุกยิ้มรับอย่างเป็นกันเอง เธอรับแก้วมาจิบเพียงเล็กน้อยตามมารยาทก่อนจะส่งคืน “เบาๆหน่อยนะมุก เดี๋ยวก็เมาหรอก” รวินกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับรับแก้วมาถือไว้เองอย่างเป็นห่วง “นิดเดียวเองค่ะพี่รวิน” มุกตอบพลางหัวเราะร่า รวินยิ้มตอบและสบตาเพื่อนทุกคนด้วยสายตาที่เป็นสุขที่สุด “ขอบใจพวกนายทุกคนมากนะ ที่ยินดีกับเราสองคน” ท่ามกลางเสียงหัวเราะและคำอวยพร รวินยังคงไม่ละสายต
เมื่อกลับถึงกรุงเทพฯ แทนที่จะตรงไปที่คอนโด รวินกลับพามุกมาที่บ้านใหญ่ของครอบครัวทันที รวินจับมือมุกไว้แน่นขณะเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นที่พ่อแม่ของเขานั่งรออยู่ เมื่อท่านทั้งสองเห็นมุก ใบหน้าก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา “มาแล้วเหรอลูก” แม่ของรวินลุกขึ้นเดินเข้ามากอดมุกอย่างอบอุ่น “แม่ดีใจที่สุดที่เห็นรวินพามุกมาแนะนำในฐานะคนรักอย่างเป็นทางการแบบนี้ รวินเล่าให้แม่ฟังหมดแล้วว่ารักมุกคนเดียวมาตลอดและไม่เคยเปลี่ยนใจเลย” ‘แม่ครับ ที่ผ่านมาผมไม่ได้แค่หลอกทุกคน แต่ผมพยายามหลอกตัวเองด้วยการดึงใครสักคนเข้ามาแทนที่ เพื่อพิสูจน์ว่าชีวิตผมไปต่อได้โดยไม่มีมุก แต่นั่นแหละคือความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุด เพราะไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใคร ก็ไม่มีใครกลายเป็นมุกให้ผมได้เลยแม้แต่นิดเดียว’ เขาสารภาพกับแม่ถึงความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ การคบกับใบบัวไม่ใช่เพราะเขาเปลี่ยนใจ แต่คือการลองเสี่ยงเดิมพันด้วยการหาใครสักคน หวังจะกลบเกลื่อนร่องรอยของเธอที่ยังค้างคาอยู่ในใจหมายจะสร้างชีวิตใหม่โดยไม่มีมุก แต่ยิ่งพยายามใช้ใครมาแทนที่เท่าไหร่ เขากลับยิ่งตระหนักได้ว่าที่ตรงนั้นถูกจองไว้ด้วยชื่อของคนเพียงคนเดียวมาโดยต
อพาร์ทเม้นท์ เมื่อรถหรูจอดสนิทลงที่หน้าอพาร์ทเม้นท์ของมุก รวินเอื้อมมือไปปลดสายเข็มขัดนิรภัยให้คนตัวเล็ก แต่ทว่าเขากลับไม่ปล่อยมือ แทนที่จะถอยออกไป รวินกลับรั้งร่างบอบบางสมส่วนเข้ามาในอ้อมกอดแน่น หมับ “ไม่อยากให้ลงเลยครับ อยากกักตัวมุกไว้ตรงนี้มากกว่า” รวินกระซิบข้างหู น้ำเสียงเว้าวอนเหมือนเด็กที่ไม่อยากแยกจากของรัก มุกหัวใจเต้นโครมครามด้วยความประหม่า “พี่รวิน พรุ่งนี้เราก็เจอกันแล้วนะคะ” รวินผละออกเล็กน้อยแล้วเชยคางเธอขึ้นให้สบตา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาหอมแก้มเธอฟอดใหญ่จนมุกสะดุ้งเล็กน้อย “หนึ่งคืนมันนานไปสำหรับคนที่เพิ่งขอแต่งงานนะมุก” ก่อนที่เธอจะทันได้ทักท้วง รวินก็เคลื่อนใบหน้าลงมาประทับจูบลงบนริมฝีปากของเธออย่างแผ่วเบาและเนิ่นนาน สัมผัสที่นุ่มนวลและสั่นไหวนี้ทำให้ลมหายใจของเธอแทบหยุดชะงัก นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาสัมผัสกันด้วยวิธีนี้ตลอดเวลาที่เป็นแฟนกันมา ความเขินอายแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่างจนมุกทำอะไรไม่ถูก ได้แต่กำชายเสื้อเชิ๊ตของเขาไว้แน่น เมื่อรวินผละออกมาเพียงเล็กน้อยโดยที่หน้าผากยังชิดกัน มุกก็ได้แต่หอบหายใจเบาๆ ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นสีระเรื่อ “พี่รวิน…มุก...มุกทำตัวไม่







