เข้าสู่ระบบค่ำคืนหนึ่ง
ในงานเลี้ยงกาล่าการกุศลที่เต็มไปด้วยนักธุรกิจชั้นนำและสื่อมวลชน รวินปรากฏตัวในชุดทักซิโด้สุดเนี้ยบ โดยมีใบบัวในชุดราตรีเรียบหรูราคาแพงเคียงข้าง ทั้งคู่ดูเป็นคู่รักที่สมบูรณ์แบบจนใครๆก็ต้องเหลียวมอง มุกที่มาในงานในฐานะพนักงานตัวเล็กๆของบริษัทพาร์ทเนอร์ ได้แต่ยืนหลบมุมมองภาพนั้นอยู่ห่างๆ เธอเห็นรวินควงใบบัวแนะนำให้ผู้ใหญ่ในวงการรู้จักด้วยความภาคภูมิใจ “คุณรวินครับ แฟนคุณรวินนี่เก่งจริงๆนะครับ ผมได้ยินมาว่าเธอเป็นคนช่วยประสานงานโครงการการกุศลครั้งนี้ให้ราบรื่นมากเลย” นักธุรกิจอาวุโสคนหนึ่งเอ่ยชม รวินยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความภูมิใจและชื่นชม “ครับ ใบบัวเขาเก่งมากจริงๆ ขาดเขาไปผมคงจัดการอะไรหลายอย่างไม่ได้ ถ้าไม่มีเขาช่วยดูแลทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ผมคงไม่มีวันนี้ครับ” ใบบัวยิ้มรับอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน เธอพูดคุยกับผู้ใหญ่เหล่านั้นด้วยไหวพริบ ความเฉลียวฉลาดและมารยาทที่งดงาม จนทุกคนต่างชื่นชมว่าเธอคือ ‘ช้างเท้าหน้า’ และเป็นคู่ชีวิตที่ส่งเสริมรวินได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด จังหวะนั้นเอง ใบบัวเหลือบเห็นมุกยืนอยู่ไม่ไกล เธอจึงกระซิบกับรวินสั้นๆ ก่อนจะเดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้ม “คุณมุกคะ สวัสดีค่ะ มางานนี้ด้วยเหรอคะ” ใบบัวทักทายอย่างสง่างาม ในขณะที่แขกคนอื่นๆเริ่มหันมามองมุกด้วยสายตาประเมิน “ค่ะ มาช่วยงานเอกสารนิดหน่อยค่ะ” มุกตอบเสียงเบา “อ๋อค่ะ ถ้าติดขัดอะไรเรียกใบบัวได้นะคะ ใบบัวพอจะรู้จักผู้ใหญ่ที่นี่อยู่บ้าง เดี๋ยวจะช่วยแนะนำให้ค่ะ” ใบบัวพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้ดูถูก แต่เป็นความใจดีจากคนที่มี ‘สถานะเหนือกว่า’ เธอไม่ได้แค่รู้จักงาน แต่เธอรู้จักทุกคนในระดับเดียวกับรวิน รวินเดินตามเข้ามาสมทบ สายตาของเขามองมุกด้วยความรู้สึกเฉยชาก่อนจะพูดกับใบบัว “ไปทางนั้นกันเถอะใบบัว ท่านประธานรออยู่” “ใบบัวไปก่อนนะคะคุณมุก” ใบบัวหันมายิ้มให้มุกอีกครั้ง ภาพที่รวินโอบเอวใบบัวแล้วพาเธอเดินเข้าไปท่ามกลางความสนใจของคนทั้งงาน มันชัดเจนมากว่า ใบบัวไม่ใช่แค่ ‘คนรัก’ แต่เธอคือ ‘ส่วนหนึ่งของความสำเร็จ’ ที่เป็นที่ยอมรับของทุกคน มุกยืนมองตามภาพนั้นไปอย่างว่างเปล่า เธอเห็นใบบัวพูดคุยเรื่องธุรกิจกับรวินอย่างคล่องแคล่ว แววตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างคนที่เข้าใจกันและกันโดยไม่ต้องพูดอะไรมาก ในขณะที่เธอกลับกลายเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกที่รวินอยู่เลยแม้แต่น้อย ขณะที่งานเลี้ยงดำเนินไปถึงช่วงสำคัญของการแนะนำพาร์ทเนอร์รายใหม่ รวินได้รับเกียรติให้ขึ้นพูดบนเวทีถึงความสำเร็จที่ผ่านมา โดยมีใบบัวยืนเคียงข้างในฐานะคนสำคัญ “ความสำเร็จของบริษัทผมในวันนี้ไม่ได้มาง่ายๆ…” รวินเริ่มพูด สายตาของเขามองไปรอบห้องก่อนจะหยุดอยู่ที่มุมหนึ่งของงาน ซึ่งมุกยืนอยู่ตรงนั้นพอดี “มันผ่านการพิสูจน์มาหลายอย่าง โดยเฉพาะการเรียนรู้ที่จะคัดเลือกคนที่ ‘ใช่’ และ ‘จริงใจ’ เข้ามาในชีวิต ซึ่งผมโชคดีมากที่ได้ใบบัวเข้ามาเป็นทั้งคู่ชีวิตและคู่คิดที่ทำให้บริษัทของผมสมบูรณ์แบบ” เสียงปรบมือดังเกรียวกราว หลังจากลงจากเวทีทั้งสองเดินไปที่โต๊ะวีไอพีซึ่งมีนักธุรกิจใหญ่หลายคนนั่งอยู่ มุกที่ได้รับหน้าที่ให้เอาเอกสารไปส่งที่โต๊ะนั้นพอดี จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเข้าไปอยู่ในวงสนทนา “อ้าว นั่นคุณมุก พนักงานบริษัทพาร์ทเนอร์ของเรานี่” นักธุรกิจใหญ่คนหนึ่งทักขึ้น “คุณรวินครับ ผมได้ยินมาว่าคุณกับคุณมุกเคยเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันนี่จริงไหมครับ เหมือนเคยเห็นรูปเก่าๆในงานเลี้ยงรุ่นเมื่อปีที่แล้ว” บรรยากาศบนโต๊ะเงียบกริบลงทันที ทุกสายตาจับจ้องมาที่มุกและรวิน รวินยังคงรักษาท่าทีนิ่งสงบ แววตาของเขาเย็นเฉียบจนมุกรู้สึกหนาวสั่น “ครับ เคยรู้จักกันครับ สมัยที่ผมยังเป็นแค่นักศึกษาที่ไม่มีอะไรเลย” “โอ้โห! งั้นก็น่าประทับใจมากเลยนะครับ” นักธุรกิจอีกคนหัวเราะ “คุณมุกคงภูมิใจมากเลยใช่ไหมครับ ที่ได้เห็นเพื่อนเก่ากลายมาเป็นเจ้าของบริษัทใหญ่โตขนาดนี้” มุกรู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบ เธอถูกกดดันด้วยสายตาของทุกคนรอบโต๊ะ โดยเฉพาะใบบัวที่หันมามองเธอด้วยความสงสัยแต่ยังคงยิ้มรับ “มุก...” มุกพูดไม่ออก ความรู้สึกเหมือนถูกเปลือยเปล่ากลางงานเลี้ยง “เธอก็คงภูมิใจแหละครับ เพียงแต่มุกเขาอาจจะไม่ค่อยได้ติดตามชีวิตของผมเท่าไหร่ เพราะตอนที่ผมเริ่มสร้างตัวและลำบากที่สุด เขาก็เลือกที่จะไปมองหาทางเลือกที่ดีกว่าแล้ว” รวินพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ คำพูดนั้นเหมือนระเบิดที่ลงกลางวงสนทนา เสียงหัวเราะรอบโต๊ะหายไปทันที มุกหน้าชาวูบ ความอับอายพุ่งขึ้นมาจนเธอแทบยืนไม่อยู่ รวินไม่ได้ด่าทอ แต่เขากำลัง ‘ป่าวประกาศถึงความใจดำของเธอในอดีต’ ต่อหน้าทุกคนที่กำลังให้เกียรติเขา ใบบัวที่ยืนอยู่ข้างๆดูตกใจมาก เธอหันมามองมุกด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความใจดีกลายเป็นความผิดหวัง “คุณมุก…คือเรื่องที่พี่รวินพูด มันจริงเหรอคะ?” ใบบัวถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ มุกก้มหน้าลงต่ำ น้ำตาไหลออกมาโดยที่เธอไม่อาจควบคุมได้ “มุก...มุกขอโทษค่ะ” เธอก้มลงวางเอกสารแล้วรีบหันหลังวิ่งออกจากวงสนทนาท่ามกลางสายตาดูถูกเหยียดหยามของแขกในงานที่มองเธอด้วยความเย้ยหยัน ความอับอายครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่มันคือการประกาศให้สังคมรู้ว่าเธอคือ ‘ผู้แพ้ที่ทิ้งเพชรไปคว้าเศษแก้ว’ ในสายตาของทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้นสามเดือนผ่านไป ชีวิตคู่ของรวินและมุกเปลี่ยนไปในทางที่อบอุ่นและสมบูรณ์ยิ่งขึ้นเมื่อสมาชิกใหม่ตัวน้อยได้เข้ามาเติมเต็ม รวินกลายเป็นว่าที่คุณพ่อที่ใส่ใจทุกรายละเอียดมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว ภายในห้องครัวที่สะอาดสะอ้าน รวินสวมผ้ากันเปื้อนกำลังขะมักเขม้นกับการจัดเตรียมมื้อเที่ยงที่เน้นสารอาหารครบห้าหมู่ โดยเฉพาะเมนูที่มีแคลเซียมสูงเพื่อบำรุงทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ เมื่ออาหารเสร็จเรียบร้อย เขาก็ยกมาวางที่โต๊ะพร้อมกับแก้วนมถั่วเหลืองอุ่นๆที่เขาชงอย่างพิถีพิถัน “มุก มาทานข้าวได้แล้วครับ วันนี้พี่จัดเต็มเลย มีทั้งปลาตัวเล็กทอดกรอบ ผักใบเขียว แล้วก็อัลมอนด์อบกรอบด้วยนะ มื้อนี้แคลเซียมเน้นๆเลย” มุกเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มอิ่มเอิบ เธอหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้พลางลูบหน้าท้องที่เริ่มนูนออกมาเล็กน้อยอย่างรักใคร่ “ขยันเอาใจแบบนี้ ลูกต้องออกมาเป็นเด็กเลี้ยงง่ายเหมือนคุณพ่อแน่ๆเลยค่ะ แต่พี่รวินคะ ตั้งแต่มุกท้อง พี่รวินแทบไม่ได้พักเลยนะ งานที่บริษัทก็เยอะ แล้วยังต้องมาทำอาหารให้มุกทุกมื้ออีก” รวินเดินอ้อมมาข้างหลังแล้ววางมือลงบนไหล่เธอเบาๆ ก่อนจะจูบที่ขมับ “เรื่องงานพี่จัดการได้ครับ สิ่งที่สำคัญที
วันต่อมา แสงแดดยามสายลอดผ่านผ้าม่านหนาเข้ามาในห้องนอนทอดลงบนร่างของมุกที่ยังคงซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดอุ่นของรวิน เธอค่อยๆลืมตาขึ้นและพบกับสายตาคมเข้มที่จ้องมองมาด้วยความรักอยู่ก่อนแล้ว รวินกระชับวงแขนแน่นขึ้น กดจูบเบาๆบนเรือนผมของเธออย่างหวงแหน “ตื่นแล้วเหรอครับคนเก่ง ปวดตัวบ้างไหม” รวินถามเสียงนุ่มพลางเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้ามุกออกอย่างแผ่วเบา มุกยิ้มเขินก่อนจะซุกหน้าเข้ากับอกแกร่งของเขา “นิดหน่อยค่ะ แต่มีความสุขมากกว่า” รวินหัวเราะเบาๆในลำคอ เขาเชยคางเธอขึ้นมาสบตา “พี่ก็เหมือนกัน เมื่อคืนมันวิเศษมากนะมุก พี่ไม่เคยคิดเลยว่าการได้เป็นของกันและกันแบบนี้มันจะรู้สึกเติมเต็มชีวิตพี่ได้ขนาดนี้” “ขอบคุณนะคะที่ดูแลมุกอย่างดีเสมอมา ต่อไปนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น มุกจะอยู่ข้างๆพี่รวินแบบนี้ตลอดไปเลย” มุกกระซิบตอบด้วยแววตาที่มั่นคง รวินมองคนในอ้อมกอดด้วยความรักที่ล้นปรี่ เขาจูบหน้าผากเธออีกครั้งก่อนจะกระซิบว่า “พี่สัญญาว่าจะทำให้ทุกวันหลังจากนี้ เป็นวันที่ดีที่สุดสำหรับมุก ขอบคุณที่ยอมมาเป็นครอบครัวเดียวกันนะครับ” ทั้งคู่นอนกอดกันแลกเปลี่ยนความรู้สึกหวานซึ้งอยู่พักใหญ่ ก่อนที่รวินจะยิ้มมุมป
สองอาทิตย์ต่อมา โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อรวินทำงานหนักติดต่อกันหลายวันจนร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้รวินวูบหมดสติในออฟฟิศ แพทย์วินิจฉัยว่าภาวะร่างกายอ่อนเพลียขั้นรุนแรงและมีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดเล็กน้อย ทำให้เขาต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ภาพรวินที่เคยเข้มแข็งนอนอยู่บนเตียงคนไข้โดยมีสายน้ำเกลือระโยงระยาง ทำให้ใจของมุกหล่นวูบ แต่นี่คือโอกาสที่เธอจะได้พิสูจน์ความรักของตัวเอง มุกนั่งเฝ้าเขาไม่ห่างจากเก้าอี้ข้างเตียง เธอคอยเช็ดตัวให้เขาอย่างเบามือทุกครั้งที่ไข้ขึ้นสูง พรมน้ำหมาดๆลงบนหน้าผากกว้างของคนที่เธอรักสุดหัวใจ เมื่อรวินค่อยๆลืมตาขึ้นในยามค่ำคืน เห็นมุกที่กำลังนั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง เขาก็รู้สึกปวดใจ เขาพยายามจะขยับตัว แต่ความอ่อนเพลียทำให้ทำได้เพียงขยับนิ้วมือ “มุก...” เสียงแหบพร่าของเขาทำให้มุกสะดุ้งตื่นทันที “พี่รวิน! ฟื้นแล้วเหรอคะ เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนไหม” มุกถามรัวด้วยความร้อนใจ มือบางเอื้อมไปกุมมือเขาไว้แน่น รวินมองคนตรงหน้าที่ขอบตาคล้ำเพราะอดนอนจากการเฝ้าไข้เขา เขาพยายามส่งยิ้มอ่อนๆให้ “พี่ขอโทษนะที่ทำให้มุกต้องลำบาก ต้องมานอ
งานเลี้ยงรุ่น ในงานเลี้ยงรุ่นบรรยากาศครึกครื้น รวินโอบเอวพาคนตัวเล็กเข้ามาท่ามกลางสายตาเพื่อนฝูงที่จับจ้องมาเป็นจุดเดียว “เฮ้ย! รวิน นั่นมุกหรือเปล่า กลับมาคบกันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!” เพื่อนสนิทคนหนึ่งโพล่งขึ้นทันทีที่ทั้งคู่เดินเข้าไปถึงโต๊ะ รวินคลี่ยิ้มกว้าง กระชับกอดมุกแน่นขึ้นอย่างหวงแหน “ใช่ กลับมาคบกันแล้ว และที่สำคัญคือเรากำลังจะแต่งงานกัน” เพื่อนทุกคนร้องโห่ด้วยความยินดี บรรยากาศรอบโต๊ะอบอุ่นขึ้นทันตาเห็น “ดีใจด้วยเว้ย! ในที่สุดคนคลั่งรักอย่างมึงก็ได้สมหวังเสียที” เพื่อนสนิทคนเดิมยื่นแก้วเครื่องดื่มให้มุก “งั้นแก้วนี้ต้องฉลองให้ความรักของพวกแกหน่อย มา...มุกดื่มเป็นเพื่อนพวกเราหน่อยนะ” มุกยิ้มรับอย่างเป็นกันเอง เธอรับแก้วมาจิบเพียงเล็กน้อยตามมารยาทก่อนจะส่งคืน “เบาๆหน่อยนะมุก เดี๋ยวก็เมาหรอก” รวินกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับรับแก้วมาถือไว้เองอย่างเป็นห่วง “นิดเดียวเองค่ะพี่รวิน” มุกตอบพลางหัวเราะร่า รวินยิ้มตอบและสบตาเพื่อนทุกคนด้วยสายตาที่เป็นสุขที่สุด “ขอบใจพวกนายทุกคนมากนะ ที่ยินดีกับเราสองคน” ท่ามกลางเสียงหัวเราะและคำอวยพร รวินยังคงไม่ละสายต
เมื่อกลับถึงกรุงเทพฯ แทนที่จะตรงไปที่คอนโด รวินกลับพามุกมาที่บ้านใหญ่ของครอบครัวทันที รวินจับมือมุกไว้แน่นขณะเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นที่พ่อแม่ของเขานั่งรออยู่ เมื่อท่านทั้งสองเห็นมุก ใบหน้าก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา “มาแล้วเหรอลูก” แม่ของรวินลุกขึ้นเดินเข้ามากอดมุกอย่างอบอุ่น “แม่ดีใจที่สุดที่เห็นรวินพามุกมาแนะนำในฐานะคนรักอย่างเป็นทางการแบบนี้ รวินเล่าให้แม่ฟังหมดแล้วว่ารักมุกคนเดียวมาตลอดและไม่เคยเปลี่ยนใจเลย” ‘แม่ครับ ที่ผ่านมาผมไม่ได้แค่หลอกทุกคน แต่ผมพยายามหลอกตัวเองด้วยการดึงใครสักคนเข้ามาแทนที่ เพื่อพิสูจน์ว่าชีวิตผมไปต่อได้โดยไม่มีมุก แต่นั่นแหละคือความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุด เพราะไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใคร ก็ไม่มีใครกลายเป็นมุกให้ผมได้เลยแม้แต่นิดเดียว’ เขาสารภาพกับแม่ถึงความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ การคบกับใบบัวไม่ใช่เพราะเขาเปลี่ยนใจ แต่คือการลองเสี่ยงเดิมพันด้วยการหาใครสักคน หวังจะกลบเกลื่อนร่องรอยของเธอที่ยังค้างคาอยู่ในใจหมายจะสร้างชีวิตใหม่โดยไม่มีมุก แต่ยิ่งพยายามใช้ใครมาแทนที่เท่าไหร่ เขากลับยิ่งตระหนักได้ว่าที่ตรงนั้นถูกจองไว้ด้วยชื่อของคนเพียงคนเดียวมาโดยต
อพาร์ทเม้นท์ เมื่อรถหรูจอดสนิทลงที่หน้าอพาร์ทเม้นท์ของมุก รวินเอื้อมมือไปปลดสายเข็มขัดนิรภัยให้คนตัวเล็ก แต่ทว่าเขากลับไม่ปล่อยมือ แทนที่จะถอยออกไป รวินกลับรั้งร่างบอบบางสมส่วนเข้ามาในอ้อมกอดแน่น หมับ “ไม่อยากให้ลงเลยครับ อยากกักตัวมุกไว้ตรงนี้มากกว่า” รวินกระซิบข้างหู น้ำเสียงเว้าวอนเหมือนเด็กที่ไม่อยากแยกจากของรัก มุกหัวใจเต้นโครมครามด้วยความประหม่า “พี่รวิน พรุ่งนี้เราก็เจอกันแล้วนะคะ” รวินผละออกเล็กน้อยแล้วเชยคางเธอขึ้นให้สบตา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาหอมแก้มเธอฟอดใหญ่จนมุกสะดุ้งเล็กน้อย “หนึ่งคืนมันนานไปสำหรับคนที่เพิ่งขอแต่งงานนะมุก” ก่อนที่เธอจะทันได้ทักท้วง รวินก็เคลื่อนใบหน้าลงมาประทับจูบลงบนริมฝีปากของเธออย่างแผ่วเบาและเนิ่นนาน สัมผัสที่นุ่มนวลและสั่นไหวนี้ทำให้ลมหายใจของเธอแทบหยุดชะงัก นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาสัมผัสกันด้วยวิธีนี้ตลอดเวลาที่เป็นแฟนกันมา ความเขินอายแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่างจนมุกทำอะไรไม่ถูก ได้แต่กำชายเสื้อเชิ๊ตของเขาไว้แน่น เมื่อรวินผละออกมาเพียงเล็กน้อยโดยที่หน้าผากยังชิดกัน มุกก็ได้แต่หอบหายใจเบาๆ ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นสีระเรื่อ “พี่รวิน…มุก...มุกทำตัวไม่







