Masukบ้านมุก
แสงไฟสลัวภายในบ้านไม้หลังเก่าที่ผุพังตามกาลเวลาแทรกตัวผ่านรอยรั่วของฝาผนังเข้ามาตกกระทบกับใบหน้าซูบตอบของหญิงวัยกลางคนบนเตียงผู้ป่วย มุกในชุดเสื้อยืดตัวเก่าที่สีซีดจนแทบกลายเป็นสีขาวกำลังบรรจงใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดตามแขนขาของแม่ด้วยความเบามือ ตั้งแต่แม่ล้มป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองแตกจนกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ชีวิตที่เคยมีทางเลือกของมุกก็จบลงตรงนี้ “แม่...อดทนหน่อยนะ มุกเช็ดตัวให้แล้ว เดี๋ยวแม่จะได้นอนสบายๆ” มุกพึมพำกับผู้เป็นแม่ที่ทำได้เพียงกะพริบตาตอบรับช้าๆแม้จะไร้เสียงพูด แต่แววตาที่มองลูกสาวนั้นเต็มไปด้วยความรักและความรู้สึกผิดที่มองเห็นชัดเจน ตลอดสองปีที่ผ่านมา มุกไม่ได้ออกไปไหนเลยนอกจากไปทำงานและรีบกลับมาดูแลแม่ เธอไม่มีพ่อมาตั้งแต่เกิด ชีวิตของเธอมีแค่แม่คนที่เป็นทั้งพ่อทั้งแม่และเพื่อนที่ดีที่สุด และในวันที่แม่ล้มป่วยลง มุกก็กลายเป็นหลักยึดเพียงหนึ่งเดียวของบ้าน หลังจากการเช็ดตัว มุกต้องแบกร่างผอมบางของแม่ขึ้นเพื่อพลิกตัว ป้องกันแผลกดทับ ร่างกายของมุกที่เคยบอบบางต้องรับภาระหนักหน่วงทุกวันจนเริ่มมีอาการปวดหลังเรื้อรัง เธอต้องคำนวณเงินค่าใช้จ่ายรายวันอย่างถี่ถ้วนว่าวันนี้จะเหลือพอซื้อแพมเพิร์สและนมสูตรพิเศษที่แม่ต้องกินหรือเปล่า บางคืนมุกหิวจนท้องกิ่ว เธอทำได้เพียงดื่มน้ำเปล่าแทนข้าวเพื่อเก็บเงินก้อนสุดท้ายไว้ซื้อยาให้แม่ เธอไม่ได้บ่น ไม่ได้โอดครวญ แม้ความเหนื่อยล้าจะทำให้มือไม้สั่นเทาขณะป้อนข้าวต้มคำสุดท้ายให้แม่ตอนดึกสงัด มุกหยิบรูปถ่ายเก่าๆใบหนึ่งขึ้นมาดู รูปของเธอกับแม่ในวันที่แม่ยังแข็งแรง และอีกรูปที่แอบซ่อนไว้ข้างหลัง รูปของเธอกับรวินในสมัยปี1ที่เธอยังเป็นเพียงเด็กสาวผู้เห็นแก่ตัวที่โหยหาชีวิตที่สุขสบาย ในงานเลี้ยงเธอคือผู้หญิงที่ดูมีความทะเยอทะยานและทิ้งผู้ชายที่ลำบากมาเพื่ออนาคตที่ดีกว่า แต่ในห้องนี้เธอคือลูกสาวที่ยอมทิ้งทุกอย่าง ทิ้งความฝัน ทิ้งอนาคตและทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อมาปรนนิบัติผู้หญิงที่ให้กำเนิดเธอมาเพียงลำพัง มุกนอนหลับไปข้างเตียงแม่ มือยังคงกุมมือแม่ไว้ไม่ห่างในยามที่ชีวิตของรวินกำลังรุ่งโรจน์และอบอุ่น ชีวิตของมุกกลับเหลือเพียงห้องแคบๆกับกลิ่นลมหายใจที่แผ่วเบาของแม่ นี่คือบทลงโทษหรือนี่คือบทเรียนที่เธอกำลังใช้มันเพื่อไถ่โทษให้กับทุกสิ่งที่เคยทำผิดพลาดในอดีตกันแน่ ในยามกลางวันที่มุกต้องออกไปทำงานเพื่อหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่าย ทั้งค่ารักษาพยาบาลและค่ากินอยู่ ชีวิตของแม่ที่ป่วยติดเตียงนั้นไม่ได้มีใครมาคอยดูแลพิเศษ เพราะมุกไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนให้พึ่งพาได้ ทุกเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น มุกต้องตื่นมาเตรียมทุกอย่างให้พร้อมที่สุด เธอจะจัดเตรียมน้ำดื่มใส่ขวดที่มีหลอดวางให้ใกล้ตัวแม่ที่สุด เตรียมแพมเพิร์สผืนใหม่ให้เรียบร้อยและเปิดวิทยุเครื่องเก่าทิ้งไว้เพื่อให้เสียงเพลงหรือเสียงคนพูดคุยช่วยบรรเทาความเงียบเหงาและทำให้แม่รู้สึกเหมือนมีคนอยู่ด้วยตลอดเวลา มุกไม่ได้จ้างคนดูแลเพราะเธอไม่มีเงินมากพอ เธอต้องฝากฝังแม่ไว้กับเพื่อนบ้านที่เป็นคุณป้าวัยกลางคนในชุมชนละแวกนั้น นางชื่อภา ซึ่งป้าภาเองก็มีสังขารที่โรยราและต้องดูแลตัวเองเหมือนกัน มุกทำได้เพียงกราบขอร้องให้ป้าภาช่วยแวะมาดูแม่ของเธอวันละ 2-3 ครั้ง เพื่อดูว่าแม่ยังหายใจปกติดีไหมหรือมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า ทุกครั้งที่มุกนั่งทำงานอยู่ที่ออฟฟิศ ใจของเธอไม่ได้อยู่กับงานเลย เธอจะคอยพะวงดูนาฬิกาอยู่ตลอดเวลาหรือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูซ้ำๆว่าเพื่อนบ้านคนนั้นส่งไลน์หรือโทรมาบอกอะไรบ้างไหม ความกลัวที่ใหญ่หลวงที่สุดของเธอคือการได้รับโทรศัพท์ด่วนว่าแม่เกิดอาการแทรกซ้อนในวันที่เธอไม่ได้อยู่ข้างๆ บางวันมุกต้องยอมอดมื้อกินมื้อเพื่อนำเงินไปซื้อกล้องวงจรปิดราคาถูกมาติดไว้ในห้องเพื่อที่เธอจะได้คอยดูแม่ผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือระหว่างพักเที่ยง ภาพที่เห็นบ่อยครั้งคือแม่ที่นอนนิ่งมองเพดานด้วยดวงตาที่เลื่อนลอย ความลำบากนี้ทำให้มุกต้องทำทุกอย่าง ตั้งแต่รับจ๊อบงานล่วงเวลาไปจนถึงทำงานที่คนอื่นมองว่าเหนื่อยหนักเพียงเพื่อให้มีเงินมากพอจะจ้างคนมาดูแลแม่ในวันที่เธอไม่อยู่สามเดือนผ่านไป ชีวิตคู่ของรวินและมุกเปลี่ยนไปในทางที่อบอุ่นและสมบูรณ์ยิ่งขึ้นเมื่อสมาชิกใหม่ตัวน้อยได้เข้ามาเติมเต็ม รวินกลายเป็นว่าที่คุณพ่อที่ใส่ใจทุกรายละเอียดมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว ภายในห้องครัวที่สะอาดสะอ้าน รวินสวมผ้ากันเปื้อนกำลังขะมักเขม้นกับการจัดเตรียมมื้อเที่ยงที่เน้นสารอาหารครบห้าหมู่ โดยเฉพาะเมนูที่มีแคลเซียมสูงเพื่อบำรุงทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ เมื่ออาหารเสร็จเรียบร้อย เขาก็ยกมาวางที่โต๊ะพร้อมกับแก้วนมถั่วเหลืองอุ่นๆที่เขาชงอย่างพิถีพิถัน “มุก มาทานข้าวได้แล้วครับ วันนี้พี่จัดเต็มเลย มีทั้งปลาตัวเล็กทอดกรอบ ผักใบเขียว แล้วก็อัลมอนด์อบกรอบด้วยนะ มื้อนี้แคลเซียมเน้นๆเลย” มุกเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มอิ่มเอิบ เธอหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้พลางลูบหน้าท้องที่เริ่มนูนออกมาเล็กน้อยอย่างรักใคร่ “ขยันเอาใจแบบนี้ ลูกต้องออกมาเป็นเด็กเลี้ยงง่ายเหมือนคุณพ่อแน่ๆเลยค่ะ แต่พี่รวินคะ ตั้งแต่มุกท้อง พี่รวินแทบไม่ได้พักเลยนะ งานที่บริษัทก็เยอะ แล้วยังต้องมาทำอาหารให้มุกทุกมื้ออีก” รวินเดินอ้อมมาข้างหลังแล้ววางมือลงบนไหล่เธอเบาๆ ก่อนจะจูบที่ขมับ “เรื่องงานพี่จัดการได้ครับ สิ่งที่สำคัญที
วันต่อมา แสงแดดยามสายลอดผ่านผ้าม่านหนาเข้ามาในห้องนอนทอดลงบนร่างของมุกที่ยังคงซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดอุ่นของรวิน เธอค่อยๆลืมตาขึ้นและพบกับสายตาคมเข้มที่จ้องมองมาด้วยความรักอยู่ก่อนแล้ว รวินกระชับวงแขนแน่นขึ้น กดจูบเบาๆบนเรือนผมของเธออย่างหวงแหน “ตื่นแล้วเหรอครับคนเก่ง ปวดตัวบ้างไหม” รวินถามเสียงนุ่มพลางเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้ามุกออกอย่างแผ่วเบา มุกยิ้มเขินก่อนจะซุกหน้าเข้ากับอกแกร่งของเขา “นิดหน่อยค่ะ แต่มีความสุขมากกว่า” รวินหัวเราะเบาๆในลำคอ เขาเชยคางเธอขึ้นมาสบตา “พี่ก็เหมือนกัน เมื่อคืนมันวิเศษมากนะมุก พี่ไม่เคยคิดเลยว่าการได้เป็นของกันและกันแบบนี้มันจะรู้สึกเติมเต็มชีวิตพี่ได้ขนาดนี้” “ขอบคุณนะคะที่ดูแลมุกอย่างดีเสมอมา ต่อไปนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น มุกจะอยู่ข้างๆพี่รวินแบบนี้ตลอดไปเลย” มุกกระซิบตอบด้วยแววตาที่มั่นคง รวินมองคนในอ้อมกอดด้วยความรักที่ล้นปรี่ เขาจูบหน้าผากเธออีกครั้งก่อนจะกระซิบว่า “พี่สัญญาว่าจะทำให้ทุกวันหลังจากนี้ เป็นวันที่ดีที่สุดสำหรับมุก ขอบคุณที่ยอมมาเป็นครอบครัวเดียวกันนะครับ” ทั้งคู่นอนกอดกันแลกเปลี่ยนความรู้สึกหวานซึ้งอยู่พักใหญ่ ก่อนที่รวินจะยิ้มมุมป
สองอาทิตย์ต่อมา โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อรวินทำงานหนักติดต่อกันหลายวันจนร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้รวินวูบหมดสติในออฟฟิศ แพทย์วินิจฉัยว่าภาวะร่างกายอ่อนเพลียขั้นรุนแรงและมีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดเล็กน้อย ทำให้เขาต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ภาพรวินที่เคยเข้มแข็งนอนอยู่บนเตียงคนไข้โดยมีสายน้ำเกลือระโยงระยาง ทำให้ใจของมุกหล่นวูบ แต่นี่คือโอกาสที่เธอจะได้พิสูจน์ความรักของตัวเอง มุกนั่งเฝ้าเขาไม่ห่างจากเก้าอี้ข้างเตียง เธอคอยเช็ดตัวให้เขาอย่างเบามือทุกครั้งที่ไข้ขึ้นสูง พรมน้ำหมาดๆลงบนหน้าผากกว้างของคนที่เธอรักสุดหัวใจ เมื่อรวินค่อยๆลืมตาขึ้นในยามค่ำคืน เห็นมุกที่กำลังนั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง เขาก็รู้สึกปวดใจ เขาพยายามจะขยับตัว แต่ความอ่อนเพลียทำให้ทำได้เพียงขยับนิ้วมือ “มุก...” เสียงแหบพร่าของเขาทำให้มุกสะดุ้งตื่นทันที “พี่รวิน! ฟื้นแล้วเหรอคะ เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนไหม” มุกถามรัวด้วยความร้อนใจ มือบางเอื้อมไปกุมมือเขาไว้แน่น รวินมองคนตรงหน้าที่ขอบตาคล้ำเพราะอดนอนจากการเฝ้าไข้เขา เขาพยายามส่งยิ้มอ่อนๆให้ “พี่ขอโทษนะที่ทำให้มุกต้องลำบาก ต้องมานอ
งานเลี้ยงรุ่น ในงานเลี้ยงรุ่นบรรยากาศครึกครื้น รวินโอบเอวพาคนตัวเล็กเข้ามาท่ามกลางสายตาเพื่อนฝูงที่จับจ้องมาเป็นจุดเดียว “เฮ้ย! รวิน นั่นมุกหรือเปล่า กลับมาคบกันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!” เพื่อนสนิทคนหนึ่งโพล่งขึ้นทันทีที่ทั้งคู่เดินเข้าไปถึงโต๊ะ รวินคลี่ยิ้มกว้าง กระชับกอดมุกแน่นขึ้นอย่างหวงแหน “ใช่ กลับมาคบกันแล้ว และที่สำคัญคือเรากำลังจะแต่งงานกัน” เพื่อนทุกคนร้องโห่ด้วยความยินดี บรรยากาศรอบโต๊ะอบอุ่นขึ้นทันตาเห็น “ดีใจด้วยเว้ย! ในที่สุดคนคลั่งรักอย่างมึงก็ได้สมหวังเสียที” เพื่อนสนิทคนเดิมยื่นแก้วเครื่องดื่มให้มุก “งั้นแก้วนี้ต้องฉลองให้ความรักของพวกแกหน่อย มา...มุกดื่มเป็นเพื่อนพวกเราหน่อยนะ” มุกยิ้มรับอย่างเป็นกันเอง เธอรับแก้วมาจิบเพียงเล็กน้อยตามมารยาทก่อนจะส่งคืน “เบาๆหน่อยนะมุก เดี๋ยวก็เมาหรอก” รวินกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับรับแก้วมาถือไว้เองอย่างเป็นห่วง “นิดเดียวเองค่ะพี่รวิน” มุกตอบพลางหัวเราะร่า รวินยิ้มตอบและสบตาเพื่อนทุกคนด้วยสายตาที่เป็นสุขที่สุด “ขอบใจพวกนายทุกคนมากนะ ที่ยินดีกับเราสองคน” ท่ามกลางเสียงหัวเราะและคำอวยพร รวินยังคงไม่ละสายต
เมื่อกลับถึงกรุงเทพฯ แทนที่จะตรงไปที่คอนโด รวินกลับพามุกมาที่บ้านใหญ่ของครอบครัวทันที รวินจับมือมุกไว้แน่นขณะเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นที่พ่อแม่ของเขานั่งรออยู่ เมื่อท่านทั้งสองเห็นมุก ใบหน้าก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา “มาแล้วเหรอลูก” แม่ของรวินลุกขึ้นเดินเข้ามากอดมุกอย่างอบอุ่น “แม่ดีใจที่สุดที่เห็นรวินพามุกมาแนะนำในฐานะคนรักอย่างเป็นทางการแบบนี้ รวินเล่าให้แม่ฟังหมดแล้วว่ารักมุกคนเดียวมาตลอดและไม่เคยเปลี่ยนใจเลย” ‘แม่ครับ ที่ผ่านมาผมไม่ได้แค่หลอกทุกคน แต่ผมพยายามหลอกตัวเองด้วยการดึงใครสักคนเข้ามาแทนที่ เพื่อพิสูจน์ว่าชีวิตผมไปต่อได้โดยไม่มีมุก แต่นั่นแหละคือความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุด เพราะไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใคร ก็ไม่มีใครกลายเป็นมุกให้ผมได้เลยแม้แต่นิดเดียว’ เขาสารภาพกับแม่ถึงความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ การคบกับใบบัวไม่ใช่เพราะเขาเปลี่ยนใจ แต่คือการลองเสี่ยงเดิมพันด้วยการหาใครสักคน หวังจะกลบเกลื่อนร่องรอยของเธอที่ยังค้างคาอยู่ในใจหมายจะสร้างชีวิตใหม่โดยไม่มีมุก แต่ยิ่งพยายามใช้ใครมาแทนที่เท่าไหร่ เขากลับยิ่งตระหนักได้ว่าที่ตรงนั้นถูกจองไว้ด้วยชื่อของคนเพียงคนเดียวมาโดยต
อพาร์ทเม้นท์ เมื่อรถหรูจอดสนิทลงที่หน้าอพาร์ทเม้นท์ของมุก รวินเอื้อมมือไปปลดสายเข็มขัดนิรภัยให้คนตัวเล็ก แต่ทว่าเขากลับไม่ปล่อยมือ แทนที่จะถอยออกไป รวินกลับรั้งร่างบอบบางสมส่วนเข้ามาในอ้อมกอดแน่น หมับ “ไม่อยากให้ลงเลยครับ อยากกักตัวมุกไว้ตรงนี้มากกว่า” รวินกระซิบข้างหู น้ำเสียงเว้าวอนเหมือนเด็กที่ไม่อยากแยกจากของรัก มุกหัวใจเต้นโครมครามด้วยความประหม่า “พี่รวิน พรุ่งนี้เราก็เจอกันแล้วนะคะ” รวินผละออกเล็กน้อยแล้วเชยคางเธอขึ้นให้สบตา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาหอมแก้มเธอฟอดใหญ่จนมุกสะดุ้งเล็กน้อย “หนึ่งคืนมันนานไปสำหรับคนที่เพิ่งขอแต่งงานนะมุก” ก่อนที่เธอจะทันได้ทักท้วง รวินก็เคลื่อนใบหน้าลงมาประทับจูบลงบนริมฝีปากของเธออย่างแผ่วเบาและเนิ่นนาน สัมผัสที่นุ่มนวลและสั่นไหวนี้ทำให้ลมหายใจของเธอแทบหยุดชะงัก นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาสัมผัสกันด้วยวิธีนี้ตลอดเวลาที่เป็นแฟนกันมา ความเขินอายแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่างจนมุกทำอะไรไม่ถูก ได้แต่กำชายเสื้อเชิ๊ตของเขาไว้แน่น เมื่อรวินผละออกมาเพียงเล็กน้อยโดยที่หน้าผากยังชิดกัน มุกก็ได้แต่หอบหายใจเบาๆ ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นสีระเรื่อ “พี่รวิน…มุก...มุกทำตัวไม่







