Masukมุกวิ่งโซเซออกมาจากห้องจัดเลี้ยงหรูหรา มาหยุดยืนหอบหายใจอยู่ตรงมุมมืดของระเบียงด้านหลังงาน ความอับอายที่ถูกรวินประจานต่อหน้าคนทั้งวงสนทนายังคงร้อนผ่าวอยู่บนใบหน้า เธอพยายามใช้มือปาดน้ำตาที่ไหลพราก แต่ยิ่งเช็ดมันกลับยิ่งไหลออกมาไม่หยุด
“ร้องไห้ทำไม” เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขึ้นจากเงามืดด้านหลัง มุกสะดุ้งสุดตัวก่อนจะหันไปพบรวินที่เดินตามออกมา เขายืนกอดอกพิงผนังตึก แสงไฟจากในงานที่ลอดออกมาเพียงน้อยนิดทำให้เงาของเขาดูน่าเกรงขามและกดดันยิ่งกว่าเดิม “พี่รวิน...” มุกพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า รวินก้าวเข้ามาใกล้เธอหนึ่งก้าว สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่แดงก่ำของเธอ “ที่ฉันพูดไปข้างในนั้น มันผิดตรงไหนหรือเปล่ามุก” “มุกไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนั้น...” “หึ” รวินแค่นหัวเราะในลำคอ มันเป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น “เธอก็แค่เสียหน้าที่ถูกเปิดโปงตัวตนจริงๆต่อหน้าคนอื่นใช่ไหมล่ะ ไม่ใช่เพราะเสียใจที่ทำร้ายฉันหรอก แต่เพราะเธอทนไม่ได้ที่ภาพลักษณ์ผู้หญิงทำงานเก่งของเธอต้องมัวหมองเพราะอดีตที่เธอเคยพยายามลบมันทิ้ง” เขาก้าวเข้ามาใกล้จนมุกต้องถอยหลังไปชิดราวระเบียง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงบนตัวเขาทำให้มุกนึกถึงวันที่เขาเคยมีเพียงกลิ่นเหงื่อจากการทำงานหนัก ความแตกต่างที่ตอกย้ำว่าเขาเปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง “มุกยอมรับว่ามุกผิด มุกเห็นแก่ตัว” เธอสารภาพทั้งน้ำตา “แต่ที่มุกมาในวันนี้ มุกไม่ได้หวังจะให้พี่รวินยกโทษให้ มุกแค่…” “แค่อยากมาชดใช้?” รวินสวนกลับทันที เสียงของเขาเข้มขึ้น “การที่เธอมายืนทำหน้าเศร้า ทำตัวเป็นนางเอกผู้สำนึกผิด มันไม่ได้ทำให้ความลำบากที่ฉันต้องเจอในตอนนั้นหายไปหรอกมุก ในวันที่ฉันไม่มีเงินกินข้าว ในวันที่ฉันถูกมองข้ามเพราะไม่มีอะไรเลย เธออยู่ที่ไหน” เขาก้มลงมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยาม “ตอนนี้ฉันมีทุกอย่างแล้ว มีผู้หญิงที่ดีกว่าเธอเข้ามาในชีวิต และที่สำคัญ…ฉันมีความสุขมากโดยไม่ต้องมีเธอ” รวินขยับเข้ามาใกล้จนแทบจะชิด “อย่าได้เอาความรู้สึกผิดสกปรกของเธอมาป้ายเปื้อนชีวิตที่ฉันสร้างมากับใบบัวอีก ถ้าฉันเห็นเธอปรากฏตัวใกล้ฉันหรือคนของฉันอีกแม้แต่ครั้งเดียว อย่าหาว่าฉันไม่เตือน” เขาพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในงาน ทิ้งให้มุกยืนกอดตัวเองอยู่ท่ามกลางความมืดมิด คำพูดของรวินแต่ละคำเหมือนเข็มที่ตอกตรึงความรู้สึกไร้ค่าของเธอเอาไว้ มุกทรุดลงกับพื้นระเบียงเย็นเฉียบ ความรักที่เธอเคยทำลายทิ้งไป มันได้ตายไปจากตัวรวินตั้งแต่วันนั้นแล้วจริงๆ และสิ่งที่หลงเหลืออยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้ มีเพียงความเย็นชาของชายคนที่เธอเคยเป็นเจ้าของหัวใจเขา แต่ตอนนี้เขากลับเกลียดชังเธอจนไม่แม้แต่จะอยากให้เธอมีตัวตนอยู่ในโลกของเขาอีกต่อไป มุกมายืนรอรถเมล์สายสุดท้ายที่ป้ายหน้าโรงแรม แสงไฟจากป้ายรถเมล์กะพริบถี่ๆดูหม่นหมองพอๆกับใจของเธอ เธอยืนกอดกระเป๋าถือแน่นในชุดราตรีที่เริ่มยับย่น ความหรูหราที่เธอสวมใส่ในคืนนี้ช่างดูตลกสิ้นดีเมื่อเทียบกับสถานะคนนอกที่เธอเพิ่งได้รับมาเต็มๆจากปากของรวิน ไม่นานนัก รถเมล์เก่าๆที่มีเสียงเครื่องยนต์คำรามก้องก็จอดเทียบป้าย มุกก้าวขึ้นรถด้วยสภาพที่แทบไร้เรี่ยวแรง เธอเลือกที่นั่งริมหน้าต่างด้านหลังสุด ปล่อยให้ลมเย็นๆปะทะใบหน้าเพื่อหวังจะให้มันพัดพาหยดน้ำตาที่ไหลออกมาให้แห้งไป ในขณะที่รถเมล์กำลังค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากป้าย รถสปอร์ตหรูสีดำสนิทคันหนึ่งก็แล่นผ่านไปอย่างนิ่มนวลและรวดเร็ว มุกมองผ่านกระจกหน้าต่างรถเมล์ด้วยสายตาพร่ามัว เธอจำรถคันนั้นได้ดี รถคันที่รวินใช้เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จที่เขาภาคภูมิใจ กระจกที่ไม่ได้ติดฟิล์มเข้มจนเกินไปเผยให้เห็นภาพภายในห้องโดยสาร รวินกำลังนั่งอยู่หลังพวงมาลัย ใบหน้าของเขาดูผ่อนคลายและเปี่ยมสุข มือข้างหนึ่งของเขาละจากพวงมาลัยมาวางกุมมือเรียวเล็กของใบบัวที่นั่งอยู่ข้างๆอย่างนุ่มนวล ภาพนั้นผ่านสายตาเธอไปเพียงเสี้ยววินาที แต่มันเหมือนเวลาถูกหยุดไว้ รถสปอร์ตคันนั้นเร่งเครื่องหายลับไปในความมืดของถนนใหญ่ ทิ้งให้รถเมล์คันเก่าค่อยๆกระตุกตัวไปตามจังหวะถนนที่ขรุขระ เธอหลับตาลงช้าๆพิงศีรษะกับกระจกเย็นเฉียบ ปล่อยให้ความเงียบงันบนรถเมล์เป็นเพื่อนเพียงหนึ่งเดียวที่คอยปลอบประโลมความพ่ายแพ้ในค่ำคืนนี้ เธอรู้แล้วว่าในชีวิตของรวิน ไม่เพียงแต่ไม่มีที่ว่างให้เธอ แต่มันไม่มีแม้แต่สายตาที่จะมองย้อนกลับมาหาอดีตที่เขาเคยลบเลือนออกไปจากใจนานแล้วสามเดือนผ่านไป ชีวิตคู่ของรวินและมุกเปลี่ยนไปในทางที่อบอุ่นและสมบูรณ์ยิ่งขึ้นเมื่อสมาชิกใหม่ตัวน้อยได้เข้ามาเติมเต็ม รวินกลายเป็นว่าที่คุณพ่อที่ใส่ใจทุกรายละเอียดมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว ภายในห้องครัวที่สะอาดสะอ้าน รวินสวมผ้ากันเปื้อนกำลังขะมักเขม้นกับการจัดเตรียมมื้อเที่ยงที่เน้นสารอาหารครบห้าหมู่ โดยเฉพาะเมนูที่มีแคลเซียมสูงเพื่อบำรุงทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ เมื่ออาหารเสร็จเรียบร้อย เขาก็ยกมาวางที่โต๊ะพร้อมกับแก้วนมถั่วเหลืองอุ่นๆที่เขาชงอย่างพิถีพิถัน “มุก มาทานข้าวได้แล้วครับ วันนี้พี่จัดเต็มเลย มีทั้งปลาตัวเล็กทอดกรอบ ผักใบเขียว แล้วก็อัลมอนด์อบกรอบด้วยนะ มื้อนี้แคลเซียมเน้นๆเลย” มุกเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มอิ่มเอิบ เธอหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้พลางลูบหน้าท้องที่เริ่มนูนออกมาเล็กน้อยอย่างรักใคร่ “ขยันเอาใจแบบนี้ ลูกต้องออกมาเป็นเด็กเลี้ยงง่ายเหมือนคุณพ่อแน่ๆเลยค่ะ แต่พี่รวินคะ ตั้งแต่มุกท้อง พี่รวินแทบไม่ได้พักเลยนะ งานที่บริษัทก็เยอะ แล้วยังต้องมาทำอาหารให้มุกทุกมื้ออีก” รวินเดินอ้อมมาข้างหลังแล้ววางมือลงบนไหล่เธอเบาๆ ก่อนจะจูบที่ขมับ “เรื่องงานพี่จัดการได้ครับ สิ่งที่สำคัญที
วันต่อมา แสงแดดยามสายลอดผ่านผ้าม่านหนาเข้ามาในห้องนอนทอดลงบนร่างของมุกที่ยังคงซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดอุ่นของรวิน เธอค่อยๆลืมตาขึ้นและพบกับสายตาคมเข้มที่จ้องมองมาด้วยความรักอยู่ก่อนแล้ว รวินกระชับวงแขนแน่นขึ้น กดจูบเบาๆบนเรือนผมของเธออย่างหวงแหน “ตื่นแล้วเหรอครับคนเก่ง ปวดตัวบ้างไหม” รวินถามเสียงนุ่มพลางเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้ามุกออกอย่างแผ่วเบา มุกยิ้มเขินก่อนจะซุกหน้าเข้ากับอกแกร่งของเขา “นิดหน่อยค่ะ แต่มีความสุขมากกว่า” รวินหัวเราะเบาๆในลำคอ เขาเชยคางเธอขึ้นมาสบตา “พี่ก็เหมือนกัน เมื่อคืนมันวิเศษมากนะมุก พี่ไม่เคยคิดเลยว่าการได้เป็นของกันและกันแบบนี้มันจะรู้สึกเติมเต็มชีวิตพี่ได้ขนาดนี้” “ขอบคุณนะคะที่ดูแลมุกอย่างดีเสมอมา ต่อไปนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น มุกจะอยู่ข้างๆพี่รวินแบบนี้ตลอดไปเลย” มุกกระซิบตอบด้วยแววตาที่มั่นคง รวินมองคนในอ้อมกอดด้วยความรักที่ล้นปรี่ เขาจูบหน้าผากเธออีกครั้งก่อนจะกระซิบว่า “พี่สัญญาว่าจะทำให้ทุกวันหลังจากนี้ เป็นวันที่ดีที่สุดสำหรับมุก ขอบคุณที่ยอมมาเป็นครอบครัวเดียวกันนะครับ” ทั้งคู่นอนกอดกันแลกเปลี่ยนความรู้สึกหวานซึ้งอยู่พักใหญ่ ก่อนที่รวินจะยิ้มมุมป
สองอาทิตย์ต่อมา โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อรวินทำงานหนักติดต่อกันหลายวันจนร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้รวินวูบหมดสติในออฟฟิศ แพทย์วินิจฉัยว่าภาวะร่างกายอ่อนเพลียขั้นรุนแรงและมีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดเล็กน้อย ทำให้เขาต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ภาพรวินที่เคยเข้มแข็งนอนอยู่บนเตียงคนไข้โดยมีสายน้ำเกลือระโยงระยาง ทำให้ใจของมุกหล่นวูบ แต่นี่คือโอกาสที่เธอจะได้พิสูจน์ความรักของตัวเอง มุกนั่งเฝ้าเขาไม่ห่างจากเก้าอี้ข้างเตียง เธอคอยเช็ดตัวให้เขาอย่างเบามือทุกครั้งที่ไข้ขึ้นสูง พรมน้ำหมาดๆลงบนหน้าผากกว้างของคนที่เธอรักสุดหัวใจ เมื่อรวินค่อยๆลืมตาขึ้นในยามค่ำคืน เห็นมุกที่กำลังนั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง เขาก็รู้สึกปวดใจ เขาพยายามจะขยับตัว แต่ความอ่อนเพลียทำให้ทำได้เพียงขยับนิ้วมือ “มุก...” เสียงแหบพร่าของเขาทำให้มุกสะดุ้งตื่นทันที “พี่รวิน! ฟื้นแล้วเหรอคะ เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนไหม” มุกถามรัวด้วยความร้อนใจ มือบางเอื้อมไปกุมมือเขาไว้แน่น รวินมองคนตรงหน้าที่ขอบตาคล้ำเพราะอดนอนจากการเฝ้าไข้เขา เขาพยายามส่งยิ้มอ่อนๆให้ “พี่ขอโทษนะที่ทำให้มุกต้องลำบาก ต้องมานอ
งานเลี้ยงรุ่น ในงานเลี้ยงรุ่นบรรยากาศครึกครื้น รวินโอบเอวพาคนตัวเล็กเข้ามาท่ามกลางสายตาเพื่อนฝูงที่จับจ้องมาเป็นจุดเดียว “เฮ้ย! รวิน นั่นมุกหรือเปล่า กลับมาคบกันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!” เพื่อนสนิทคนหนึ่งโพล่งขึ้นทันทีที่ทั้งคู่เดินเข้าไปถึงโต๊ะ รวินคลี่ยิ้มกว้าง กระชับกอดมุกแน่นขึ้นอย่างหวงแหน “ใช่ กลับมาคบกันแล้ว และที่สำคัญคือเรากำลังจะแต่งงานกัน” เพื่อนทุกคนร้องโห่ด้วยความยินดี บรรยากาศรอบโต๊ะอบอุ่นขึ้นทันตาเห็น “ดีใจด้วยเว้ย! ในที่สุดคนคลั่งรักอย่างมึงก็ได้สมหวังเสียที” เพื่อนสนิทคนเดิมยื่นแก้วเครื่องดื่มให้มุก “งั้นแก้วนี้ต้องฉลองให้ความรักของพวกแกหน่อย มา...มุกดื่มเป็นเพื่อนพวกเราหน่อยนะ” มุกยิ้มรับอย่างเป็นกันเอง เธอรับแก้วมาจิบเพียงเล็กน้อยตามมารยาทก่อนจะส่งคืน “เบาๆหน่อยนะมุก เดี๋ยวก็เมาหรอก” รวินกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับรับแก้วมาถือไว้เองอย่างเป็นห่วง “นิดเดียวเองค่ะพี่รวิน” มุกตอบพลางหัวเราะร่า รวินยิ้มตอบและสบตาเพื่อนทุกคนด้วยสายตาที่เป็นสุขที่สุด “ขอบใจพวกนายทุกคนมากนะ ที่ยินดีกับเราสองคน” ท่ามกลางเสียงหัวเราะและคำอวยพร รวินยังคงไม่ละสายต
เมื่อกลับถึงกรุงเทพฯ แทนที่จะตรงไปที่คอนโด รวินกลับพามุกมาที่บ้านใหญ่ของครอบครัวทันที รวินจับมือมุกไว้แน่นขณะเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นที่พ่อแม่ของเขานั่งรออยู่ เมื่อท่านทั้งสองเห็นมุก ใบหน้าก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา “มาแล้วเหรอลูก” แม่ของรวินลุกขึ้นเดินเข้ามากอดมุกอย่างอบอุ่น “แม่ดีใจที่สุดที่เห็นรวินพามุกมาแนะนำในฐานะคนรักอย่างเป็นทางการแบบนี้ รวินเล่าให้แม่ฟังหมดแล้วว่ารักมุกคนเดียวมาตลอดและไม่เคยเปลี่ยนใจเลย” ‘แม่ครับ ที่ผ่านมาผมไม่ได้แค่หลอกทุกคน แต่ผมพยายามหลอกตัวเองด้วยการดึงใครสักคนเข้ามาแทนที่ เพื่อพิสูจน์ว่าชีวิตผมไปต่อได้โดยไม่มีมุก แต่นั่นแหละคือความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุด เพราะไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใคร ก็ไม่มีใครกลายเป็นมุกให้ผมได้เลยแม้แต่นิดเดียว’ เขาสารภาพกับแม่ถึงความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ การคบกับใบบัวไม่ใช่เพราะเขาเปลี่ยนใจ แต่คือการลองเสี่ยงเดิมพันด้วยการหาใครสักคน หวังจะกลบเกลื่อนร่องรอยของเธอที่ยังค้างคาอยู่ในใจหมายจะสร้างชีวิตใหม่โดยไม่มีมุก แต่ยิ่งพยายามใช้ใครมาแทนที่เท่าไหร่ เขากลับยิ่งตระหนักได้ว่าที่ตรงนั้นถูกจองไว้ด้วยชื่อของคนเพียงคนเดียวมาโดยต
อพาร์ทเม้นท์ เมื่อรถหรูจอดสนิทลงที่หน้าอพาร์ทเม้นท์ของมุก รวินเอื้อมมือไปปลดสายเข็มขัดนิรภัยให้คนตัวเล็ก แต่ทว่าเขากลับไม่ปล่อยมือ แทนที่จะถอยออกไป รวินกลับรั้งร่างบอบบางสมส่วนเข้ามาในอ้อมกอดแน่น หมับ “ไม่อยากให้ลงเลยครับ อยากกักตัวมุกไว้ตรงนี้มากกว่า” รวินกระซิบข้างหู น้ำเสียงเว้าวอนเหมือนเด็กที่ไม่อยากแยกจากของรัก มุกหัวใจเต้นโครมครามด้วยความประหม่า “พี่รวิน พรุ่งนี้เราก็เจอกันแล้วนะคะ” รวินผละออกเล็กน้อยแล้วเชยคางเธอขึ้นให้สบตา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาหอมแก้มเธอฟอดใหญ่จนมุกสะดุ้งเล็กน้อย “หนึ่งคืนมันนานไปสำหรับคนที่เพิ่งขอแต่งงานนะมุก” ก่อนที่เธอจะทันได้ทักท้วง รวินก็เคลื่อนใบหน้าลงมาประทับจูบลงบนริมฝีปากของเธออย่างแผ่วเบาและเนิ่นนาน สัมผัสที่นุ่มนวลและสั่นไหวนี้ทำให้ลมหายใจของเธอแทบหยุดชะงัก นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาสัมผัสกันด้วยวิธีนี้ตลอดเวลาที่เป็นแฟนกันมา ความเขินอายแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่างจนมุกทำอะไรไม่ถูก ได้แต่กำชายเสื้อเชิ๊ตของเขาไว้แน่น เมื่อรวินผละออกมาเพียงเล็กน้อยโดยที่หน้าผากยังชิดกัน มุกก็ได้แต่หอบหายใจเบาๆ ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นสีระเรื่อ “พี่รวิน…มุก...มุกทำตัวไม่







