Se connecterดาราหนุ่มเจ้าของฉายา 'คาสโนว่าตัวพ่อ' กับประโยคเด็ด "เธอก็รู้นี่... ว่าฉันไม่เอากับใครซ้ำสอง" ปะทะผู้จัดการสาวเจ้าของฉายา 'เต้าหู้ขาว' แต่...ดูเหมือนว่าจะมีคนกลืนน้ำลายตัวเอง
Voir plus"Lagi," kataku pada bartender, sambil menyodorkan gelas martini kosong yang keempat.
Pria di balik bar itu menatapku ragu. "Mbak, ini sudah terlalu banyak untuk satu malam." "Aku ke sini untuk minum, bukan untuk mendengar khotbah kesehatan," jawabku dingin. Aku tidak butuh simpati dari siapa pun malam ini. Tepat saat gelas akan kembali diisi, sebuah tangan besar dengan jemari yang terawat rapi menahan gerakan sang bartender. Aroma kayu cendana dan tembakau mahal mendadak menyerbu indra penciumanku, begitu dominan hingga menembus kabut alkohol di kepalaku. "Air putih untuknya. Masukkan tagihannya ke mejaku," suara itu berat, rendah, dan memiliki otoritas yang tidak bisa dibantah. Aku menoleh dengan sisa-sisa kesadaran yang kupunya. Di hadapanku, berdiri seorang pria dengan jas hitam yang dipotong sempurna, membungkus bahu yang lebar dan kokoh. Tatapan matanya setajam elang, seolah-olah ia bisa melihat langsung ke dalam lubang hitam yang baru saja tercipta di dadaku. Ia tidak tampak seperti pria yang biasa menghabiskan waktu untuk mengasihani orang asing. "Siapa kamu? Berhenti mencampuri urusanku," usirku sambil mencoba mendorong bahunya yang keras seperti batu. "Orang asing yang terganggu karena caramu menghancurkan diri merusak pemandangan di bar ini," jawabnya tenang tanpa bergeser satu inci pun. Sejujurnya, aku punya alasan kuat untuk menghancurkan diri malam ini. Beberapa jam lalu, tujuh tahun hidupku resmi kumasukkan ke dalam tempat sampah setelah melihat foto Pandu menyematkan cincin di jari wanita lain. Tujuh tahun aku menjadi pondasi kariernya, mencicilkan mobilnya, hingga membayari kursusnya agar dia bisa sukses seperti sekarang. Namun, setelah di puncak, aku dibuang demi wanita "pilihan keluarga" yang dianggap lebih setara secara kasta. Itulah sebabnya aku berada di sini, menatap pria asing ini dengan kemarahan yang meluap-luap. Ia melangkah lebih dekat, menunduk hingga bibirnya berada tepat di samping telingaku. "Ikut aku. Aku bisa membuatmu lupa kalau pria bernama Pandu itu pernah ada di dunia ini." Aku menatap matanya yang gelap sedalam obsidian. Di titik terendah ini, tawaran itu terdengar seperti satu-satunya pelarian yang kutunggu-tunggu. "Tanpa nama. Tanpa janji," tantangku dengan napas yang mulai tidak beraturan. "Tanpa hari esok," balasnya dengan senyum tipis yang terasa mematikan sekaligus menggoda. Ia menuntunku keluar dari bar menuju lift khusus yang langsung membawa kami ke lantai penthouse. Keheningan di dalam lift itu terasa begitu menyesakkan, dipenuhi oleh ketegangan fisik yang membuat kulitku meremang. Sesampainya di dalam ruangan luas yang hanya diterangi lampu kota, ia tidak membuang waktu. Pintu tertutup dengan suara klik yang final, seolah mengunci dunia luar di belakang kami. Ia menekanku ke dinding, kedua tangannya mengurung tubuhku dengan posesif. Napasnya terasa panas di kulit leherku saat ia meraup bibirku dengan ciuman yang kasar dan penuh tuntutan. Tangannya mulai merayap liar ke tengkukku, dan aku siap menyerahkan segalanya untuk pelarian sesaat ini. Aku ingin terbakar, aku ingin hilang, dan aku ingin orang asing ini menghapus setiap jejak Pandu dari ingatanku. Namun, tepat sebelum segalanya menjadi tak terkendali, ia berhenti secara mendadak. Ia menarik diri, menatapku dengan kilat mata yang seketika berubah menjadi dingin dan penuh perhitungan. Gairah yang tadi memenuhi ruangan seolah lenyap, digantikan oleh suasana kaku yang mencekam. Ia merapikan jam tangan mahalnya dengan gerakan yang sangat tenang. "Akting yang cukup meyakinkan di bar tadi, Anindya Larasati," ucapnya dengan nada profesional yang mengerikan. Aku membeku, seluruh darahku seolah berhenti mengalir. "Kamu... bagaimana kamu tahu namaku? Kita sepakat tanpa identitas." "Tentu saja aku tahu. Aku tidak pernah melakukan transaksi, atau interaksi, tanpa memeriksa latar belakangnya lebih dulu," ia menatapku dari atas ke bawah dengan tatapan merendahkan. Ia merapikan dasinya tanpa rasa bersalah sedikit pun, sementara aku berdiri di sana dengan napas yang masih terengah-engah dan perasaan malu yang memuncak. "Sampai jumpa di ruang rapat besok jam delapan pagi, Anindya," ucapnya dingin. "Pastikan presentasimu besok jauh lebih memuaskan daripada caramu menggoda pria asing di bar." Duniaku runtuh untuk kedua kalinya dalam semalam. Otakku baru saja menyadari satu hal yang seharusnya kulihat sejak awal dari logo di kartu aksesnya. Pria ini adalah Arkana Wijaya. Dia adalah liquidator atau eksekutor perusahaan yang dikirim untuk memangkas departemenku, dan baru saja aku goda habis-habisan!เมื่อส่งหญิงสาวตรงหน้าสู่ฝั่งฝัน เขาถอดถอนนิ้วยาวออกจากร่องสวาท ก่อนจะปลดเปลื้องอาภรณ์ของตัวเอง เผยให้เห็นกล้ามหน้าท้องแน่น ๆ สายตาคมกริบยังคงจับจ้องไปที่ร่างบางที่อยู่ใต้ร่างเขา พลางใช้มือรูดซิปกางเกงออกเหลือเพียงสิ่งบดบังแก่นกายที่ปวดหนึบเพียงชิ้นเดียว“ลุกขึ้น” เสียงของเขาออกคำสั่งอย่างเจ้าเล่ห์เธอเองก็ลุกขึ้นอย่างว่าง่าย ใบหน้ายังเปรอะไปด้วยคราบน้ำตาที่ยังไม่แห้งเหือดจากสมรภูมิความเสียวซ่านเมื่อครู่“ถอดของฉันออก”เธอเอื้อมมือไปดึงสิ่งบดบังชิ้นสุดท้ายออกอย่างว่าง่าย แก่นกายที่ได้รับอิสระตอนนี้กำลังชูชันชี้หน้าเธอ“ชิมดูสิ”“หืม?” เมษาทำหน้าสงสัย“อ้าปาก แล้วเอามันเข้าไป”เธออ้าปากออกตามที่เขาบอก ก่อนจะกลืนกินแก่นกายชายเข้าไปในปากจนสุด มันทำให้เธอแทบสำลักกับความยาว มือหนึ่งจับประคองไว้ที่โคน ก่อนจะค่อย ๆ ใช้ปากรูดขึ้นลงอย่างช้า ๆ“เลียด้วย”ลิ้นเล็กตวัดรัวใส่แก่นกายชายพร้อมทั้งรูดขึ้นลง มือแกร่งจับประคองศีรษะของเธอไว้เพื่อนสอนจังหวะให้เร็วขึ้น“อื้ม...”เสียงครางทุ้มต่ำเล็ดลอดออกมาจากลำคอเขาเมื่อปลายลิ้นเล็ก ๆ ตวัดเลียรอบแก่นกายที่กำลังสั่นกระตุกเป็นจังหวะ มือเล็กยังคงรูดขึ้นลงช้า
“คุณ... สอนฉันหน่อย”เสียงเธอสั่นนิด ๆ แต่สายตากลับนิ่งแน่วแน่ ไอซ์เลิกคิ้วขึ้นทันที “หือ? สอนอะไร?” เขาถามด้วยความงุนงง สองตามองสบกับใบหน้าเธอที่ยังแดงก่ำจากน้ำตาเมื่อครู่“เรื่องที่คุณถนัด” เมษาตอบเสียงแน่นไอซ์หัวเราะหึ ๆ ในลำคอ ทำทีเป็นเล่น “อ๋อ การแสดงสินะ...”แต่ยังไม่ทันขาดคำ เมษาพูดสวนขึ้นมา เสียงหนักแน่นจนเขาชะงัก“เรื่องบนเตียง... คืนนี้เอากับฉันไหม”คำพูดนั้นเหมือนตบหน้าเขาฉาดใหญ่ ไอซ์นิ่งไปทันที ร่างแข็งค้างในวินาทีนั้น สองตาเบิกนิด ๆ มองเธอด้วยความตกใจ“รู้ตัวป่ะเนี่ย ว่าพูดอะไรออกมา?” น้ำเสียงเขาเริ่มจริงจังขึ้นทันทีรู้สิ... นอนกับฉันไหม” เธอพูดซ้ำ พลางยกมือซับคราบน้ำตาบนแก้มแล้วเงยหน้ามองเขาเต็มตา สายตาที่สะท้อนทั้งความบาดเจ็บและ... ความกล้าในแบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนไอซ์หันหน้าหนี ถอนหายใจเฮือกยาวเหมือนกำลังเรียบเรียงความคิด“นี่เมษา! ฉันไม่เอากับคนที่ไม่ยินยอมหรอกนะ เธอก็รู้” เขามองเธออีกครั้ง คราวนี้ดวงตามีแววเข้มจริงจังมากกว่าเดิม“…” เมษานิ่งไป พลางนึกย้อนถึงเรื่องราวของเธอกับผู้ชายคนนั้น คนที่หักหลังเธออย่างเลือดเย็นเมื่อก่อนไม่ว่าเธอจะแต่งตัวแบบไหน หรือต่อให้ไ
บรรยากาศงานเลี้ยงในโซนวีวีไอพีของบาร์หรู ‘The Midnight Trap’ยังคงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและแสงไฟระยิบระยับ แขกแต่ละคนแต่งตัวกันจัดเต็มไม่แพ้กัน ดาราและเซเลบริตี้ชื่อดังในวงการบันเทิงทยอยกันมาร่วมงานอย่างต่อเนื่อง โต๊ะเครื่องดื่มชั้นดีถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ส่วนมุมถ่ายรูปเต็มไปด้วยเสียงแฟลชและกล้องมือถือที่กดรัวไม่หยุดไอซ์เดินเคียงข้างเมษาที่ในค่ำคืนนี้แทบจะเป็นคนละคนกับที่ทุกคนเคยเห็น เดรสเข้ารูปสีน้ำเงินเมทัลลิคสะท้อนแสงไฟแบบมีรสนิยม ทรงผมสลวยที่ดูเป็นธรรมชาติแต่เนี้ยบกริบ และใบหน้าที่ผ่านการแต่งแต้มจนเปล่งประกาย เธอก้าวขาอย่างระมัดระวังในรองเท้าส้นสูงคู่ใหม่ แต่ก็สง่างามจนใครต่อใครต้องหันมามองไอซ์ปรายตามองเธอด้วยความพึงพอใจ ‘โคตรคุ้ม...’ เขาคิดในใจ ‘แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าผู้ช่วยของกู’เพียงแค่เขาเดินเข้าไปในงาน เหล่าดาราและเซเลบที่สนิทกันก็ต่างยกแก้วเข้ามาทักทายทันที รอยยิ้มและการทักทายที่คล่องแคล่วของไอซ์ทำให้บรรยากาศตรงจุดนั้นคึกคักทันตา“ว้าว วันนี้ควงสาวออกงานด้วยเหรอคะ” เสียงคุ้นหูดังขึ้นจากด้านข้าง พิม ดาราสาวสุดฮอตที่เพิ่งร่วมงานกับไอซ์เมื่อไม่นานมานี้ เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ
ณ ห้างสรรพสินค้าเดอลารัตน์ห้างหรูใจกลางเมืองในช่วงเย็นคึกคักไปด้วยผู้คน แต่โซนบูติกระดับไฮเอนด์กลับเงียบสงบ มีเพียงร่างสูงของดาราหนุ่มที่สวมใส่หน้ากากอนามัยสีดำปกปิดตามสไตล์ดาราดัง ตอนนี้เขากำลังเดินนำผู้ช่วยสาวก้าวฉับ ๆ เข้ามาในร้านแฟชั่นชื่อดังที่เต็มไปด้วยชุดหรูเรียงราย“เอ่อ… ฉันว่าแค่นี้ก็ดูดีแล้วนะคุณไอซ์ เราจะเลือกชุดใหม่อีกทำไม…” เมษาเอ่ยเสียงอ่อย ๆ พลางมองซ้ายขวาอย่างประหม่า“เงียบไปเลย วันนี้จัดเต็ม เปลี่ยนเธอให้เลิกดูเป็นแม่บ้านได้แน่” ไอซ์หันมามองตาเป็นประกายแล้วหันไปสั่งพนักงานเสียงเข้ม “ขอชุดคอลเลกชั่นล่าสุดที่เป็นเดรสค็อกเทลและชุดออกงานทั้งหมด เอาที่ดูไม่โป๊จนเกินไป แต่ต้องสวย ดึงดูด และดูแพง!”พนักงานตาลุกวาว รีบจัดการหยิบชุดออกมาเรียงรายเป็นสิบ ๆ ชุดราวกับรอคิวประกวดแฟชั่นโชว์“เข้าไปลอง! ทุกชุด! แล้วออกมาให้ดูทีละชุด!” ไอซ์สั่งพลางดันหลังเมษาให้เดินเข้าห้องลองเสื้อ“หาาา! คุณจะบ้าหรือไง ตั้งเยอะขนาดนี้!?”“เถียงมาก ชุดละไม่ถึงห้านาที เร็ว!” ดาราหนุ่มกอดอกยืนรอแบบไม่ยอมอ่อนข้อเมษาถอนหายใจอย่างจำยอม แล้วเริ่มสวมชุดแรก ไม่นานนัก เธอเดินออกมาในชุดเดรสแขนกุดสีดำเข้ารูปย
“กริ๊ง กรื๊ง!”เสียงกริ่งหน้าประตูเพนท์เฮาส์หรูดังขึ้นต่อเนื่องในยามเช้าที่เงียบสงบ บนเตียงนุ่ม ๆ ร่างสูงของดาราหนุ่มเจ้าของห้องนอนยังคงขดตัวซุกอยู่ในผ้าห่ม เขาขมวดคิ้ว หงุดหงิดเต็มที่เมื่อเสียงกริ่งยังดังไม่หยุด มือควานหาโทรศัพท์บนโต๊ะหัวเตียงมาเปิดดูเวลา“เจ็ดโมงเช้า... ใครมาปลุกแต่เช้าวะเนี่ย!”
“ก็เหี้ยเหมือนบิดามั้งครับ” ไอซ์ตอบทันควัน โดยไม่แม้แต่จะเหลือบตามองใครเสียงช้อนตกจากมือคะนึงเนตรเบา ๆ ก่อนที่เธอจะถอนหายใจแรง“เฮ้อ หยุดทีเถอะสองพ่อลูก เจอกันทีไรเถียงกันตลอด แม่ปวดหัว!”เวย์ที่นั่งกินข้าวอย่างเงียบ ๆ ตลอดช่วงต้นเพียงเลิกคิ้วนิดหนึ่ง ก่อนจะวางตะเกียบลงช้า ๆ แล้วหันไปทางแม่“ผมบอ
แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องลอดผ่านม่านบังแดดของรถตู้วีไอพีคันเดิมเมษานั่งประจำที่ ใส่เสื้อเชิ้ตเรียบเนี้ยบ สีขาวสะอาดเหมือนเดิม ข้าง ๆ มีเสียงขยับเบา ๆ ก่อนร่างของไอซ์จะเอนตัวพิงเบาะ เขาใส่แว่นกันแดดปกปิดตา แต่ใบหน้าไร้ร่องรอยความเหนื่อยล้าจากเมื่อคืน“เมื่อคืนจัดการเรียบร้อยเปล่าวะ” เสียงไอซ์เอ่ยขึ้นมาอ
“ไอซ์นี่แกจะให้พี่ปวดหัวกับแกไปถึงไหน”เสียงบ่นอุบตั้งแต่เช้าตรู่ของ จีน จีรธาร นิโรพล ดังขึ้นพร้อมกับฝีเท้ากระแทกพื้นเร่งร้อนของรองเท้าส้นสูงสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามาในห้องแต่งตัววีไอพี ที่ตอนนี้กลายเป็นห้องนั่งเล่นส่วนตัวของพระเอกสุดฮอตประจำวงการบันเทิงไทยธันวา รัตนวรากุล หรือ “ไอซ์” กำลังนั่งเอนตัว