LOGINบทที่ 7 ถึงคราวต้องจาก
พายุเข้าภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างที่กรมอุตุแจ้งเตือนมาได้สองวันแล้ว ฉันนอนหงายบนเตียงยกเท้าซ้ายพาดหัวเข่าขวาแกว่งเท้า มือเลื่อนไถหน้าจอโทรศัพท์อินสตราแกรมแล้วอมยิ้ม
ปืนไม่ได้อัพหน้าฟีคมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ฉันรู้ทุกวินาทีชีวิตของเพื่อนสนิท ไม่สิ อีกสองวันก็ไม่ใช่แล้ว - - ทำไมฉันต้องอมยิ้มด้วยนะ
ร่างเล็กพลิกตัวนอนตะแคงกำลังจะวางโทรศัพท์พลันเสียงข้อความดังขึ้น
แก้ม ต้องกลับบ้านด่วน
แม่
ฉันรีบผุดลุกนั่งขมวดคิ้วจนย่นตรงกลางหน้าผาก ปกติแม่ไม่ใช้คำพูดแบบนี้ ถ้ามีเรื่องด่วนยังไงก็ไม่ห้วนจัด จึงตัดสินใจต่อสายคุย
กริ๊ง ...
“แม่ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” ความเงียบเข้าปกคลุมก่อนที่ฉันจะได้ยินเสียงถอนหายใจ
“กลับบ้านแล้วแม่จะเล่าให้ฟัง คืนนี้เลยนะมีรถทัวร์ เก็บเสื้อผ้ามาให้มากหน่อย ข้าวของที่ไม่จำเป็นให้ฝากเพื่อนไว้ ส่วนอะไรสำคัญเก็บมาให้หมด”
ฉันยิ่งขมวดคิ้วหนัก แบบนี้เรื่องใหญ่แน่
“แม่ไม่เล่าให้หนูฟังสักหน่อยเหรอคะ”
“เล่าตรงนี้ไม่ได้แก้ม เชื่อแม่นะกลับบ้าน”
ฉันดึงโทรศัพท์ออกห่างเพื่อดูหน้าจอ แม่วางสายไปแล้ว ตอนนี้ใกล้จะบ่ายสาม เร็วสุดคงรถเที่ยวสองทุ่มพอมี แล้วส่งข้อความหาปืนวานให้ไปส่งค่ำนี้
.......................................
ฝนยังคงตกหนักจนน่ากลัว ฉันซื้อตั๋วรถเรียบร้อยจึงหันไปมองทางปืนที่ยืนรออยู่ตรงชานชาลาจอดรถ
ร่างสูงใหญ่ผมสีน้ำตาลอ่อนอมทองหน้าตาคมคาย ผิวตอนนี้ไม่ได้สองสีเหมือนตอนเรียนมัธยมแล้ว แต่ขาวขึ้นคงเพราะไม่มีเวลาเล่นกีฬา
“ปืน กลับไปเลย แก้มจะขึ้นรถแล้ว”
“อืม ระวังตัวเดินทางปลอดภัยนะ มีอะไรให้โทรมา กูรอรับโทรศัพท์อยู่”
“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก คงไม่ใช่เรื่องใหญ่”
ปากฉันพูดออกไปแต่ภายในใจกลับโหวงเหวงพิกล ฉันโผเข้ากอดปืนทันทีกลางสถานีเดินรถซุกหน้าถูไถทำตัวเป็นไอ้เสือ
“ฉันต้องคิดถึงนายมาก ๆ แน่”
ปืนเอามือลูบผมแล้วดันร่างเล็กของฉันออก ส่งยิ้มอ่อนโยนให้
“ทำเป็นอาลัยอาวรณ์ แค่กลับบ้านเองแก้ม”
“ฮ่า ฮ่า นายไม่ได้เรียกฉันว่า ‘กู’ แล้ว”
“อืม ปืนจะรอแก้มกลับมานะ ฝากความคิดถึงให้น้าจิตรด้วย”
“โอเค แก้มไปนะ ถึงแล้วจะโทรหา”
“ไปเถอะ ปืนจะยืนรอจนกว่ารถจะออก”
ฉันลากขาอย่างไม่เต็มใจนักด้วยความรู้สึกหนักหน่วง พลางยื่นกระเป๋าส่งให้เด็กยกกระเป๋าใส่ไว้ข้างใต้ท้องรถ ฉันไม่ได้เอาอะไรไปมากเพราะคิดเอาว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้นค่อยกลับมาอีกรอบ อย่างไรเสียฉันคงต้องกลับมาเรียนอยู่ดี ก่อนขึ้นรถมองไปทางปืนอีกครั้งแล้วโบกมือให้ส่งยิ้มอ่อนแรง
แค่เพียงต้องกลับบ้านตามลำพังใจฉันกลับวูบแปลก ๆ รู้สึกเลือดจางหาย ลมหายใจติดขัด ยิ่งเดินเข้าไปในรถลึกเข้าจนนั่งลง มองข้างหน้าต่างยังเห็นปืนยืนอยู่ มองตรงมาที่ฉัน เพราะไม่อยากให้ปืนคิดมาก ฉันจึงโบกมือให้ปืนอีกครั้งแล้วยิ้มกว้าง ทำปากขมุบขมิบแล้วทำท่ามินิฮาร์ทจนปืนเก้อเขินยกมือลูบท้ายทอย
ฉันคลี่ยิ้มเอียงศีรษะพิงกระจกรถมองร่างสูงในชุดกางเกงยีนส์เสื้อยืดสีขาวจนกระทั่งรถทัวร์เริ่มตีวงเลี้ยวออก ร่างของปืนค่อย ๆ เล็กลงกระทั่งลับตา ฉันจึงค่อยหยุดยิ้ม
เขาว่ากันว่า ผู้หญิงมักมีลางสังหรณ์แปลก ๆ ค่ำนี้ฉันเองก็รู้สึกเช่นนั้น คล้ายกับว่าภาพของปืนที่ยืนนิ่งมือล้วงกระเป๋ามองฉันด้วยสายตาอย่างชายคนรักอยู่ในชานชาลา จะเป็นภาพปืนครั้งสุดท้ายที่ฉันจะได้เห็น
“แม่คะ แก้มกลับมาแล้วค่า”
เสียงหวานของฉันตะโกนเข้าไปในบ้านหลังเล็ก พร้อมวางกระเป๋าลงบนโต๊ะหน้าทีวี
“แม่”
ฉันตะโกนเสียงดังอีกครั้งสังเกตว่าบ้านเงียบผิดปกติ จากนั้นจึงค่อยเห็นแม่และพ่อนั่งหน้าเครียดอยู่ในห้องทานข้าว
“พ่อ แม่ ทำไมมานั่งอยู่ที่นี่คะ แก้มเรียกก็ไม่ตอบ”
“อ้าว แก้ม พ่อไม่ทันได้ยิน”
พ่อทำสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองแววตามีกังวล บรรยากาศตึงเครียด ฉันขมวดคิ้วสงสัย เสียงเล็กแหลมของฉันค่อนข้างดังแต่ก็ไม่ได้ถามออกมา นั่งลงที่เก้าอี้ด้านข้าง
“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ ทำไมพ่อกับแม่ดู เออ..เครียดจัง”
“บ้านเราเกิดเรื่องใหญ่” เสียงพ่อทุ้มต่ำหม่นลง
“เรื่องใหญ่ เพราะคุณนั่นแล่ะ ปั่น คุณทำให้พวกเราฉันและลูก เดือดร้อน”
เสียงแม่ตะโกนโวยวายทั้งทุบโต๊ะจนฉันสะดุ้งโหย่งสุดตัวเบิกตากว้างมองไปทางมารดา ซึ่งบัดนี้ทั้งใบหน้านองไปด้วยน้ำตาและแววตาเคียดแค้น
“กะ เกิดเรื่อง เรื่องอะไรคะแม่”
“พ่อแก ฮืออ พ่อแก มันไปติดหนี้เจ้าสัวคนดัง แล้วนี่เขาให้มือปืนมาตามทวงถึงบ้าน”
ฉันมองไปทางแม่และพ่อสลับไปมา
“แก้มงง แม่ พ่อ อะไรกัน ไปติดหนี้ได้ยังไง แล้ว แล้ว..”
“ฮึ พ่อแก ที่หายหน้าไปนาน ทีแรกนึกว่าไปติดอีหนูที่ไหน ปรากฎว่ามันไปสุมหัวอยู่ในวงพนันแถบปอยเปต”
“ถ้างั้นก็ใช้หนี้เขาสิคะ ขายบ้านก็ได้”
“ขายก็ไม่พอใช้ บ้านหลังนี้ราคามือสองคงแค่ล้านต้น ๆ แต่พ่อแกไปทำอีท่าไหนเขาถึงยอมให้ติดหนี้ถึงสิบล้าน!”
“สิบล้าน พ่อ!!” ฉันหันไปทางพ่อทันทีมองด้วยสายตากล่าวหา
“พ่อขอโทษแก้ม อันที่จริงมันไม่ถึงสิบล้าน แต่ทางพวกนั้นมันโกง คิดดอกเบี้ยคูณหลายเท่า”
“แล้วนี่เราจะทำยังไงดีคะ แม่ พ่อ” ฉันร้องถามร้อนรนขึ้นมาบ้างแต่ยังไม่มากเท่าไร เพราะคิดว่าเรื่องไกลตัว ยังไงมันก็เรื่องพ่อกับแม่ เพียงแต่อนาคตเรื่องเรียนของฉันอาจถึงคราวต้องจบสิ้น
“มันให้เวลาสิบวัน” พ่ออ้อมแอ้มตอบเหลือบสายตาไปทางมารดาอีกครั้งจนฉันนึกสงสัย
“สิบวัน น้อยขนาดนั้นเราจะหาจากไหน ไปแจ้งความไหมคะ หรือ หนี ไปไหนก็ได้ มันคงไม่มีอะไรร้ายแรงมากไปกว่านี้อีกแล้ว”
“เราหนีไม่ได้หรอกแก้ม ตอนนี้มันส่งคนมาวนเวียนแถวหมู่บ้านเช้าเย็น บางวันโยนหินเข้ามาในบ้าน” น้ำเสียงแม่หวาดกลัวอย่างที่ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน หลุบตามองมือเหี่ยวผอมจึงเห็นว่ามือแม่สั่นเทา - - นี่คงเรื่องใหญ่จริง ๆ
“แล้วเราจะทำยังไงดีคะ เรามีญาติไหม หรือว่าคนรู้จัก..”
ยังไม่ทันที่ฉันจะถามจบ พ่อพูดโพล่งขึ้นทันที “เสี่ยจรัญจะช่วยใช้หนี้ให้”
“เสี่ยจรัญคนที่เป็นเจ้าของท่ารถและโรงสีข้าว คนที่แก่ ๆ ที่แก้มเคยเห็นเวลาไปตลาดกับแม่นั่นเหรอคะ”
“ใช่คนนั้น” พ่อมองเธอด้วยสายตามีความหวังจนทำให้แม่ทุบโต๊ะ
ปัง!!
“ไม่ได้ ฉันไม่ยอม” จู่ ๆ แม่ก็ตะโกนออกมา
“ไม่ยอม เรื่องอะไร แก้มงงไปหมดแล้ว”
“พูดสิ คุณ บอกลูกไปว่าไอ้เสี่ยนั่นมันต้องการอะไรเพื่อแลกกับเงินสิบล้าน”
พ่อดูมีสีหน้าสำนึกผิดและซีดเซียว อาจเพราะทุกข์ใจ ไม่ได้นอน หรือเพราะอย่างอื่น?
“เสี่ยเขาต้องการแต่งงานกับลูก แก้ม”
“แต่งงาน!!” ในหัวพลันขาวโพลน ยิ่งสับสนเข้าไปใหญ่ “ทำไม ทำไมเสี่ยถึงอยากแต่งงานกับแก้มคะ แก้มไม่เคยรู้จักเสี่ย”
“แต่เสี่ยเขารู้จักลูกมานานแล้ว เขาบอกว่าถูกใจแก้มมานานตั้งแต่แก้มไปเดินตลาด”
“แต่เรา แก้มไม่เคยพูดคุยกับเสี่ยเลยสักครั้ง”
“ของแบบนี้มันไม่ต้องพูดคุยกันหรอกลูก เขาชอบหนูก็ดีแล้ว ดีเสียอีกได้แต่งงานกับคนรวย นอกจากช่วยพ่อแล้ว หนูยังได้เงินทอง ทรัพย์สินมรดก เสี่ยเขาไม่มีญาติพี่น้อง ลูกหลาน อายุปาไปเจ็ดสิบกว่าคงทำอะไรไม่ได้ ไม่นานคงตาย”
“พ่อ!!”
ครืน ... ปัง ..
ฉันผุดทะลึ่งตัวขึ้นจนเก้าอี้ล้มลงฟาดพื้น แต่ทุกคนไม่ได้สนใจ ดวงตาพ่อกับแม่จ้องมองมาทางฉัน คาดคั้นเอาคำตอบ สายตาของพ่อเจือความสิ้นหวัง ส่วนของแม่สำนึกผิด เสียใจระคนคาดหวังเช่นกัน
“ในชีวิตพ่อไม่เคยขออะไรแก้มเลยสักครั้ง มีแต่ให้มาตลอด แต่ครั้งนี้เป็นครั้งเดียวที่ขอ แต่งกับเสี่ยนะลูก แล้วเราย้ายออกไปจากที่นี่ หนีไปให้ไกล”
ฉันมองพ่อและแม่ขณะก้าวถอยหลังห่างแล้วหยุดลง น้ำตากำลังไหลรินลงอาบแก้ม ในหัวมีเพียงภาพของปืน เพื่อนสนิท คนซึ่งรอฉันอยู่ที่มหาวิทยาลัย คนที่ฉันตั้งใจฝากชีวิตไว้ด้วยความรักทั้งหมดทั้งหัวใจ
แต่คงไม่ได้แล้ว ทุกสิ่งคงถูกกำหนดมา โชคชะตาที่พลิกผันและชอบเล่นตลกกับผู้คน ให้พบกัน รักกัน และพลากจากกัน - - ปืน
ตอนพิเศษ 3ฉันเกลียด เกลียดหมู่บ้านนี้ ขณะที่พ่อกับแม่ขนของลงจากรถเพื่อเข้าบ้านหลังใหม่ ฉันต้องจากเพื่อนโรงเรียนเดิม จากบ้านหลังเดิมห้องที่ฉันชอบที่สุดเพราะมันสีชมพูหวานแหววร่างเล็กในวัยแปดขวบของเด็กหญิงสูงกว่าเด็กชายทั่วไป แต่เพราะดวงหน้าน่ารักจิ้มลิ้มผิวขาวผ่องใสเห็นเส้นเลือด จึงแต่มีคนพากันชมไม่ขาดปากว่าน่ารักอย่างโน้นอย่างนี้ - - จะอ้วกฉันจูงไอ้ตุ่น หมาพันธุ์ทางสีแดงออกดำตุ่น ๆ เดินเล่นข้างทางหน้ารั้วบ้านแว่วเสียงร้องทักทายจากเพื่อนบ้าน แต่ฉันไม่ยอมหันไปดู“แก้ม มานี่ ช่วยกันขนของ”หน้าหวานเล็กเงยขึ้นแล้วดึงลากไอ้ตุ่นเข้าบ้าน“มา ๆ ทำตัวดี ๆ นี่ ข้างบ้านเราถัดไปสองหลังมีเด็กรุ่นเดียวกันนะ ชื่อปืน เป็นเพื่อนกันไว้”“คนอะไรชื่อปืน ฮ่า ฮ่า”“อย่าเสียมารยาท อีกหน่อยเราต้องพึงพาบ้านเขาหลายอย่าง”“ทำไมเราต้องพึ่งพาบ้านเขาด้วยคะแม่”“ก็เราเพิ่งย้ายมาใหม่ไง อีกอย่างได้ข่าวว่าเจ้าปืนลูกบ้านนั่นเรียนเก่ง อีกหน่อยเป็นเพื่อนกันก็ให้ไหว้วานฝากช่วยสอนแก้มได้ไง”“แหวะ!!”เพียะ!!ฉันทำเสียงอ้วกใส่ทันที แล้วรางวัลที่ได้กลับมาคือฝ่ามือเล็กของแม่บนต้นแขน แต่เพราะฉันมันเด็กดื้อและแสบจึงไม่ได้ใส่ใจ
ตอนพิเศษ 2 “ปืน”“อืออ”ผมทำเสียงงึมงำขานรับแต่ตายังจ้องแต่เกมที่หน้าจอโทรทัศน์ รู้สึกโซฟายุบตัวก่อนจะถูกแย่งจอยสติ๊กซ์ออกจากมือ“ฟังแก้มสิ”“มีอะไรพูดมา”ผมหัวเสียเล็กน้อย แต่ก็เท่านั้นเพราะเมื่อเอี้ยวหน้ากลับไปมองร่าวเล็กในชุดมัธยมปลายชั้นปีที่สี่ ผมเริ่มยาวจนมัดได้เป็นหางม้าเล็ก ๆ ตรงกลางผูกโบสีน้ำเงิน เธอกำลังยื่นบางสิ่งออกมาให้“อะไร”“ลูกอมออกใหม่”“ก็กินเองสิ”“กลัวไม่อร่อย”“...”ผมไร้คำพูดแต่ยอมอ้าปากออกให้เธอยัดลูกอมรสแปลกประหลาดเข้าในปากแล้วแลบลิ้น“อึ้ยยยย รสอะไรว่ะเนี่ย ห่วยแตกเป็นบ้าเลย เอาอะไรให้กูกินไอ้แก้ม”“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” แก้มหัวเราะงอหายจนล้มนอนหงายข้างผม “เป็นไง อร่อยไหม”ผมอยากคายออกเดี๋ยวนี้กำลังทำท่าพ่นทิ้ง แต่เธอเอานิ้วมาดันปากผมเสียก่อนพร้อมฝ่ามือนุ่มหอมมาก ปิดปากผมไว้“อมไว้ปืน ฮ่า ฮ่า กินให้หมด”ผมมองเธออย่างเข่นเขี้ยว จับมือเธอดึงออกแต่ยายเตี้ยใช้อีกมือจับปากผมหุบไว้ ผมจึงจับมืออีกข้างออกเช่นกันแล้วดันจนเธอนอนหงาย หัวเราะเสียงดังผมชะโงกเหนือร่างยายเตี้ย ก้มลงมองดวงหน้าหวานพราวระยับสดใสด้วยรอยยิ้มอย่างที่ทำให้ใจผมเต้นแรง เสียงหวานใสดังต่อเนื่อง แล้วเธอจึงหยุ
ตอนพิเศษ 1ในช่วงอายุแปดเก้าขวบ คงเป็นช่วงอายุที่เด็กชายอย่างเราดวงซวยสุด ๆ ตามความคิดของผมปืนพาร่างเล็กไม่สูงมานักทั้งผอมเกร็งผิวคล้ำจากแดด เดินผ่านหน้าบ้านเด็กแสบเพราะโดนใช้ให้ไปซื้อน้ำมันร้านสะดวกซื้อ เรียกเสียหรูแต่แท้จริงคือร้านของป้าจูขายสารพัดอย่างในหมู่บ้านแต่อยู่ถัดไปอีกซอยผมเดินผ่านบ้านสองหลังกระทั่งกำลังจะถึงบ้านน้าจิตร แว่วเสียงเด็กแสบวิ่งเล่นในบ้านกับไอ้ตุ่น จึงรีบซอยเท้าเร่งอีก ใจอยากวิ่งแต่กลัวเสียฟอร์ม ฉะนั้นจึงค่อย ๆ เดิน“ไอ้ตุ่น” เสียงเด็กหญิงแก้มตะโกนเสียงดัง ยิ่งทำให้ผมแทบวิ่งเลยทีเดียว“ฮ่า ฮ่า ไอ้ตุ่น เห่ามันเลย เห่าเลย”ผมรู้ได้ทันทีว่าเด็กแสบมันกำลังสั่งให้เจ้าหมาหน้าโง่เห่าผม ฮึ เดี๋ยวกลับไปบ้านผมจะปล่อยไอ้เสือแมวที่บ้านมาตบหน้ามัน แต่ตอนนี้ผมเห็นควรวิ่งหนีดีกว่าคิดได้ดังนั้นผมจึงใส่ตีนผีวิ่งเต็มฝีเท้าจนในที่สุดพ้นระยะเขตบ้านของเด็กแสบ จึงได้ยืดกายเดินตรงอีกครั้งไปร้านป้าจูอย่างองอาจเว้นแต่ว่า ขากลับผมยังต้องผ่านบ้านมันอยู่ดี ในมือมีของหลายอย่างจะวิ่งให้เร็วคงไม่สะดวก ผมก้มมองไข่และน้ำมันในมือแล้วนิ่วหน้า - - เอาไงดีไอ้ปืนแต่เพราะผมเป็นลูกผู้ชาย ดังนั้นผ
บทที่ 26 จบสุดท้ายแล้วทั้งเธอและติณณ์ยังคงค้างต่ออีกหนึ่งคืน โดยไร้ซึ่งการร่วมรักเพราะญาดาไม่อาจรองรับไหวแล้ว แต่พอตอนเช้าตื่นนอนมาเธอยังโดนกวนอยู่ดี“ปืน ไม่เอา แก้มเจ็บ”น้ำเสียงอู้อี้เบี่ยงตัวหนีขณะที่ติณณ์เอาแต่ล้วงควัก เธอหลบเลี่ยงบิดตัวจนติณณ์หยุดมือจ้องหน้า“เอาจริงสิ แก้มเจ็บมากเหรอ”“เจ็บ!! ช้ำ แดง ปวด” ญาดาเน้นเสียงหนักแน่นทำหน้าขึงขังใส่ ติณณ์เงียบไปครู่แล้วโน้มหน้าเข้าใกล้กระซิบ“งั้น แก้มทำให้ปืนหน่อยนะ”“ปืน!!”“นะแก้ม ขัดลำปืนหน่อย”และติณณ์ไม่รั้งรอให้เธอปฏิเสธจับมือเล็กเรียวลงล้วงเข้ากางเกงบ็อกเซอร์ทันที และดูเหมือนลำปืนพร้อมรบยิ่งแต่เช้า“แรง ๆ แก้ม”เขานอนตะแคงรัดเธอไว้ให้เธอช่วยขัดลำปืน ส่วนตัวเองรุกรานเสื้อนอนแกะกระดุมจูบซุกไซ้ซอกคอ คลึงนม ดูดหัวป้าน ครางกระเส่าเว้าวอน“อืม แก้ม ดี อ่า ชักเร็ว ๆ”เธอเหลือบตามองบนแวบหนึ่งแล้วพลันสะดุ้งเมื่อมือใหญ่ล้วงเข้ากางเกงนอนเธอ เลื่อนนิ้วผ่านรอยแยก“ปืน ไม่ ไม่ต้อง”“อ่า แค่อยากจับ อ๊า อีก แรงอีก ปืนเอานิ้วเข้านะ”คราวนี้เธอปล่อยลำทันทีแล้วผลักอกเขาออก มองสีหน้ารวดร้าวใกล้สุขสมแต่ได้เพียงชั่วครู่เพราะเขาโน้มศีรษะลงปิดปาก ประ
บทที่ 25 nc“ถ้าแบบหยาบ อ่า เราต้องเพิ่มความขรุขระลงไป ลำปืนจะได้เกิดรอย”ขณะที่ติณณ์ถอนท่อนเนื้อร้อนออกแต่ไม่สุดพลันเลื่อนนิ้วเข้าทางรักไปด้วยพร้อมกันจนคับแน่น“ปืน!! เดี๋ยวก่อน แค่ของปืนก็ อ่า อ๊า ใหญ่ ปืน....”เสียงประท้วงหวานใสขาดหายกลางคันเมื่อลำรักกระทุ้งขึ้นโดยมีนิ้วแกร่งสอดแทรกด้านข้าง“ซี้ดด อืม ดี ชอบไหม ปืนคิดไว้นานแล้ว”“นะ นาน อ่า อ๊า แต่มัน..”ร่างอ่อนนุ่มแอ่นโค้งบิดหนีความรวดร้าวใกล้สุขสม นิ้วร้ายสอดเข้าพร้อมลำใหญ่โจนจ้วงเร็วขึ้น แม้ว่าไม่อาจถี่รัวได้เหมือนคราแรก แต่ความคับแน่นขรุขระทำให้เธอเจ็บหน่วง อาการปวดเนินสาวเกิดขึ้นเร็วเกินตั้งตัว มืออ้อมไปจิกผมคนใต้ร่างไว้แน่น ส่งร่างกระทุ้งลงรับลำปืนเข้มมันเธอปิดเปลือกตาลงปล่อยให้สายธารสวาทลื่นไหลไปทั่วร่างกาย ชีพจรกระหน่ำซ้ำร่องรักร้าวเสียวซ่าน ท่อนเนื้อแทรกสอดไม่พักเช่นเดียวกับนิ้วที่ยังสอดถี่ ฝ่ามือกดเนินสาวเนื้อขาวเสียงเตียงอ๊อดแอ๊ดดังแรง ติณณ์ส่งลำปืนโจนจ้วงขึ้นไม่หวั่นว่าจะมีใครได้ยิน เขาเลื่อนมือขึ้นกำเนินทรวงออกแรงคลึงเคล้น สอดใส่กระทุ้งขึ้นอีกให้เธอได้สมใจ เพียงไม่นานเขารู้สึกถึงแรงสั่นกระตุก ร่องสวาทตอดรัดลำแกร่งรว
บทที่ 24 nc“อ่า ปืนใกล้ขาดใจตายแล้วแก้ม เลื่อนลงอีก อ่า เห็นแล้ว อืม”น้ำเสียงติณณ์กระเส่าหนักยิ่งขึ้นยามเธอยกขาเอากางเกงในออกส่งให้เนินสวาทเปิดแย้มออก เธอหยิบเจ้าชิ้นเล็กขึ้นมาใช้นิ้วเกี่ยวไว้แล้วแกว่งหมุน จากนั้นโยนไปด้านหลัง เสียงคนร่างโตตะครุบได้และเสียงสูดดมแรง“อ่า แก้ม กลางเป้ามัน ... แฉะ”“ฮึ ต้องการให้แก้มโชว์อะไรอีก หรือว่าให้แก้มดีไซน์โชว์นี้เอง”เธอโก้งโค้งอีกครั้ง ใช้สองมือจับข้อเท้าตัวเองไว้จนลำตัวโค้งงอ หากมองจากด้านหลังคงเห็นเรือนร่างงดงามจนหมดสิ้น ส่งนิ้วเข้าหาแทรกรอยแยกก่อนแหวกออก“แก้ม อ่า”ติณณ์แทบเด้งตัวพุ่งออกไปหาร่างงดงาม มือขยับรูดท่อนเนื้อไม่หยุด มองภาพสวยงามกายสาวขาวนวลเนียนในยามเย็นลำแสงโพล้เพล้ เอวเล็กคอดกิ่วสะโพกผายออก ก้นกลมกลึงเป็นลูกเด้งตัวยามเธอก้มลง และดวงตาคมกล้าไม่ละออกจากร่องสาว มองเห็นชัดเจนว่าเธอกำลังเร้าอารมณ์แรงโลดเช่นกันจากเนื้อสาวฉ่ำชื้น นิ้วเรียวเล็กเล็บทำสีชมพูอ่อนเลื่อนขึ้นแล้วลงก่อนขยับเปิดรอยแยก จากนั้นจึงค่อยลากนิ้วป้ายน้ำออกมาหมุนตัวกลับมาด้านหน้า“ชิมไหมปืน” ญาดาส่งเสียงเจ้าเล่ห์บ้างก่อนป้ายน้ำบนยอดหัวเล็กแข็งชันตรงกลางทรวงอก ลากนิ้ว







