LOGINบทที่ 8 ญาดา และ ติณณ์
สิบปีต่อมา
กริ๊ง .... ตุบ!
มือเล็กวาดออกกดนาฬิกาปลุกที่กรีดร้องมาสักพักแล้ว ร่างระหงในชุดนอนราคาแพงสะบัดขาลงจากเตียงลุกยืนบิดขี้เกียจก่อนเปิดม่านออกกว้าง มองลงไปยังเบื้องล่าง เมืองหลวงของประเทศไทย
ติ๊ด !!
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้เธอจำใจทิ้งภาพสวยงามตรงหน้าเอื้อมมือไปรับสาย
“ค่ะแม่”
“แก้ม วันนี้แม่อยากให้แก้มกลับบ้าน โจมาจากอเมริกา”
โจ หรือ โจนาธาน ฮาร์ท คือสามีใหม่ของแม่ซึ่งแต่งงานกันมาได้สองปีแล้ว แต่แม่ยังเลือกใช้ชีวิตที่เมืองไทยให้โจนาธานบินไป ๆ มา ๆ ปีละสามสี่ครั้ง เธอรู้ว่าแม่ยังห่วงเธอจึงไม่ยอมตามใจโจนาธาน
“ไม่ค่ะ แก้มต้องเข้าร้านและตรวจบัญชีช่วงเย็น”
“แต่เที่ยวนี้ โจพาลูกบุญธรรมมาด้วย แม่หวั่นใจไม่เคยเห็นหน้ารู้จักกันมาก่อน”
“ลูกบุญธรรม! ทำไมแก้มไม่ยักรู้มาก่อนว่าโจมีลูก”
“เขาเคยบอกแม่เหมือนกัน แต่บอกผ่าน ๆ ไม่ได้สำคัญ ประมาณว่ารู้จักช่วงที่เด็กคนนี้ไปเรียนต่อปริญญาโท เป็นคนไทยนักเรียนทุน คุยถูกคอ เด็กทำงานดี เลยรับมาเป็นบุตรบุญธรรม ทำงานให้ที่บริษัทเห็นว่าเป็นคนดี ทำงานเก่งให้ขึ้นคุมบังเหียนแล้วทั้งที่เพิ่งยี่สิบเก้า”
“อย่างนี้ไม่เรียกหนูตกถังข้าวสารหรือคะ”
“ฮ่า ฮ่า เจ้าลูกคนนี้ นั่นเขาไว้เรียกคนที่ยอมแต่งงานกับคนรวยเพื่อเงิน” สิ้นคำมารดาเกิดสูญากาศทันที เพราะคำนี้มันคือเธอต่างหาก เธอจึงรีบทำลายความเงียบ
“แม่รู้จักชื่อไหมคะ”
“โจเรียกเขาว่ากัน”
“กัน? ชื่อแปลกดีนะคะ”
“นั่นสิ ตกลงลูกมาเป็นเพื่อนแม่หน่อยไหม นัดทานข้าวที่โรงแรมจากนั้นก็กลับบ้าน กลับมานอนเป็นเพื่อนแม่สักวันสองวัน แม่จะได้ไม่เกร็ง”
“ก็ได้ค่ะแม่ แม่ส่งพิกัดและเวลามานะคะ”
“ได้จ๊ะลูกรัก แค่นี้นะ แม่ต้องเตรียมตัวไปรับโจที่สนามบิน ไฟร์ทเช้า”
“ค่ะแม่”
เธอวางสายโทรศัพท์แล้วค่อยเดินไปเลือกชุด ถ้าวันนี้ต้องเข้าทำงาน ตอนเย็นเลยไปทานข้าว ยืนคิดเป็นพักจึงเลือกชุดเดรสสีดำเข้ารูปเกาะอก และเสื้อสูทตัวเล็กเอวลอย พอตกเย็นสามารถถอดเสื้อคลุมออกกลายเป็นชุดดินเนอร์
ระหว่างแต่งหน้าเติมริมฝีปากสีเบอร์กันดีพลันชะงักหยุดยกมือแตะขอบปาก จู่ ๆ ความทรงจำแสนหวานพลันหวนคืน จูบร้อนแรงหนักหน่วงและกลิ่นของตัณหา
เวลาอันแสนโหดร้ายผ่านไปเร็วอย่างเงียบงัน เธอในตอนนี้ไม่ใช่แก้มเด็กสาววัยใสอีกต่อไป หากแต่เป็นแม่หม้ายสาวของคนมีเงินเพื่อชดใช้หนี้ให้กับพ่อ ละครน้ำเน่าที่คนชอบดูเสียแต่ว่าดันเป็นเรื่องจริง ชีวิตน้ำเน่าที่เกิดขึ้นกับเธอ
ญาดา สินธุไพศาล นามสกุลใหม่ของเธอหลังจากแต่งงานกับคนแก่คราวปู่ ไร้เพื่อนฝูง ญาติสนิท มีเพียงจดทะเบียนสมรสเงียบ ๆ และดูแลสามีที่ป่วยหนักกระทั่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา สิ่งที่เธอได้กลับมาคือปลดหนี้สิน เงินทองจำนวนมาก อย่างเช่นคอนโดมิเนียมหลังนี้เป็นต้น
เสี่ยจรัญนับว่าเป็นคนดีคนหนึ่ง เขาแก่มากแล้วในตอนที่เราแต่งงานกันและไม่เรียกร้องให้เธอต้องรับใช้บนเตียง เขาเพียงเหงาต้องการเพื่อนยามแก่ใกล้ตาย เขาทำงานหนักมาตลอดชีวิต ไร้ญาติ ไร้เพื่อนเพราะส่วนใหญ่เสียชีวิตเกือบหมดแล้ว ฉะนั้นเธอจึงเปรียบเสมือนเพื่อนคนสุดท้ายในห้วงเวลาบั้นปลายยามแก่
ญาดาเลือกทำทรงผมมวยจุกไว้ด้านหลังเยื้องสูงขึ้นมาสักหน่อย แล้วเสียบด้วยปิ่นเพชรราคาแพง สวมใส่เพชรเม็ดเล็กเช่นกัน ขยับให้ตรงแล้วเลือกต่างหูเข้าชุด อย่างน้อยการแต่งตัวราคาแพงอาจทำให้โจนาธานและบุตรบุญธรรมไม่คิดว่าแม่เธอเลือกแต่งกับโจนาธานเพราะเงิน
ปัง!!
ญาดาแหงนใบหน้ามองทางขึ้นโรงแรมหรูก่อนกระชับกระเป๋าสะพายใบงามสีดำ สาวเท้าอย่างมั่นใจไปยังโถงทางขึ้น
“ห้องอาหารเบญจรงค์ค่ะ”
“อยู่ชั้นสองค่ะมาดาม”
“ขอบคุณค่ะ”
เธอพาร่างระหงสูงขึ้นกว่าเดิมด้วยรองเท้าส้นสูงสามนิ้ว ถอดเสื้อคลุมออกพาดแขนไว้ขณะเดินเข้าไปในลิฟต์ โจนาธานชื่นชอบอาหารไทยมากทำให้เขาหลงรักมารดาเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้รู้จักกันผ่านแอพหาคู่ออนไลน์
เธอลอบถอนหายใจเพียงนึกถึงวันคืนเก่า ๆ แม่หย่ากับพ่อทันทีเมื่อเธอแต่งงานใช้หนี้ แต่ในใจลึก ๆ แล้วเธอรู้ว่าแม่เองคาดหวังให้เธอทำเช่นนั้น
ติ๊ง!!!
เสียงลิฟต์ทำให้เธอกลับมาจากภวังค์ความคิด ค่ำนี้เธอมาสายเพราะรถติดมาก ยกข้อมือดูเวลาอีกครั้งเกือบหนึ่งทุ่มแล้วจึงรีบซอยเท้าให้เร็วขึ้น
ภายในร้านอาหารไทยระดับโรงแรมสี่ดาวยังคราคร่ำด้วยบุคคลชั้นนำร่ำรวยของเมืองหลวง เธอคุ้นหน้าหลายคนแม้ว่าไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวก็ตาม
“โต๊ะคุณจิตราภาค่ะ”
“เชิญทางนี้ค่ะ”
พนักงานพาเธอเดินลึกเข้าไปด้านในกระทั่งถึงห้องรับรองระดับ วีไอพีส่วนตัว
“ห้องนี้ค่ะมาดาม”
“ขอบคุณค่ะ”
ญาดายังยิ้มในหน้าขณะก้าวเข้าไปในห้องอาหารขนาดเล็กจุคนได้ราวห้าหกคนตกแต่งสไตล์ไทยโบราณ มองไปทางแม่และโจนาธานซึ่งนั่งหันมาทางประตู จากนั้นจึงสังเกตว่ามีอีกคนนั่งหันหลังให้ - - คงเป็นบุตรบุญธรรม
ผู้ชายคนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่ ไหล่กว้างมากคล้ายใครคนหนึ่ง ผมทำสีน้ำตาลอ่อนออกทองลงแว็กซ์หวีเรียบยาวระต้นคอ ด้านหลังศีรษะทุยสวยงาม สวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก
“แก้ม มาสิ มา แก้มต้องประหลาดใจแน่”
เธอหันไปมองทางมารดาและโจนาธานอีกครั้ง
“สวัสดีค่ะโจ”
“สวัสดีหนูแก้ม นั่งสิ ลุงจะแนะนำลูกบุตรธรรมให้รู้จัก น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกัน”
เธอพาร่างไปด้านข้างกำลังจะเลื่อนเก้าอี้นั่งพลันร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเสียก่อน เลื่อนเก้าอี้ออกให้เธอ
“ผมเลื่อนให้ครับน้องแก้ม”
ญาดาตัวแข็งค้างไปชั่วขณะ เสียงทุ้มต่ำที่เธอไม่มีวันลืม แหงนเงยดวงหน้ามองใบหน้าแกร่งคมสัน คนเดียวกับที่อยู่ในใจเธอมานาน เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอ
“ปืน!!” น้ำเสียงสั่นเล็กน้อยจนชายตรงหน้าเอียงคอมองยิ้มมุมปาก ญาดาเผลอยกมือจับต้นคอจุดที่ชีพจรเต้นแรง ตาเบิกค้างตื่นตะลึง
“เป็นไงลูก แปลกใจใช่ไหม ตอนแม่เจอปืนครั้งแรกแม่ตกใจแทบแย่ โลกมันกลมอะไรขนาดนี้ จริงไหมคะโจ” น้ำเสียงแม่กลั้วหัวเราะมีความสุข
เธอตวัดตาไปทางแม่แล้วหันกลับไปมองอดีตเพื่อนสนิทอีกครั้งอย่างมึนงง เขาจ้องตาตอบแต่บางอย่างภายในไม่เหมือนเดิม เย็นชา เวิ้งว้าง - - เขาไม่ได้เห็นฉันเป็นเพื่อนอีกแล้ว
“ใช่แล้วที่รัก ผมไม่คิดว่ากันกับพวกคุณสนิทสนมกันมาก่อน”
น้ำเสียงโจนาธานกลั้วหัวเราะเช่นกันทำให้เธอเอียงหน้ามองพ่อเลี้ยง แต่รอยยิ้มจริงใจบนใบหน้าหล่ออย่างชายอายุห้าสิบกว่าเกือบหกสิบทำให้เธอคลายใจว่าโจนาธานเองคงไม่รู้เรื่องนี้จริง ๆ
“ไม่นั่งลงก่อนล่ะน้องแก้ม ยืนอ้าปากค้าง ระวังแมลงจะบินเข้าปากนะ”
เสียงทุ้มต่ำแหบกว่าที่จำได้เอ่ยขึ้นคล้ายล้อเลียน ญาดาจึงตวัดตาไปยังมือบนพนักเก้าอี้ เขาสวมนาฬิการาคาเหยียบสองล้าน และทุกอย่างบนร่างกายล้วนแบรนด์เนม
“นั่งลงเถอะแก้ม”
เสียงเขาเน้นสั่งอีกครั้งอย่างคนเอาแต่ใจและชอบออกคำสั่ง มือเรียวยาวสีผิวขาวกว่าแต่ก่อนดึงเสื้อคลุมออกไปจากแขนเธอแล้วพาดลงพนักเก้าอี้ตัวเอง ญาดาจึงรีบนั่งลงแล้วสะดุ้งเมื่อสัมผัสปลายนิ้วของเขาบนแผ่นหลังคล้ายลูบไล้ขณะที่เขากำลังปล่อยมือออกจากเก้าอี้ เธอหันมองอีกครั้ง แต่ดูเหมือนเขาไม่ได้ใส่ใจ - - อาจไม่ได้ตั้งใจ
“สั่งอะไรเพิ่มอีกไหมลูก”
“ไม่ค่ะแม่ ไม่ต้อง แค่นี้เยอะแล้ว”
“เอาไข่เจียวปูเพิ่มไหมครับ ของโปรดน้องแก้ม หรือต้มยำปลานิล แต่ร้านอาหารระดับนี้คงไม่มีปลานิล น่าเสียดาย” ติณณ์พูดเสียงทุ้มยานคางเล็กน้อย
“ไม่ค่ะ มันไม่ใช่ของโปรดแก้มแล้ว” ญาดาจงใจเน้นคำ ลางสังหรณ์แปลก ๆ ทำให้เธอมองไปทางเขาอีกครั้ง ดวงหน้านี้หล่อขึ้นกว่าเดิมมาก ทรงผมสีอ่อนและต่างหูด้านขวาทำให้เขาดูเสเพล ชั่วร้าย - - หรือเธอคิดไปเอง
“อย่ามัวแต่จ้องผมสิครับ ดื่มไวน์สักหน่อย” เกร้ง!! เขายกแก้วไวน์ขึ้นชนก่อนหันไปทางแม่และพ่อเลี้ยง
“มาครับชนแก้ว ดีใจที่ได้เจอน้าจิตรนะครับ”
“น้าก็ดีใจที่ได้เจอปืน ยายแก้มจะได้มีเพื่อนเสียที ตั้งแต่ ... เออ”
“ตั้งแต่อะไรครับ”
“ไม่มีอะไรหรอกปืน แม่บางทีก็ชอบนึกแต่เรื่องเก่า ๆ มาเถอะค่ะดื่ม” เป็นญาดาที่รีบพูดขึ้นขัดมารดาเสียก่อนแล้วยกแก้วไวน์ขึ้น
“เรื่องเก่า ๆ ฮึ บางครั้งมันก็ทำให้เรามีความสุขนะน้องแก้ม อ๋อ ลืมบอกไปเลยครับน้าจิตร น้องแก้ม ผมเปลี่ยนชื่อแล้ว เรียกผมว่าติณณ์หรือกันอย่างโจก็ได้ครับ”
“อ้าวเหรอเนี่ย น้าก็ไม่ทราบ หลงเรียกว่าปืนไปแล้ว”
“ไม่เป็นไรครับ”
ญาดายกไวน์ขึ้นดื่ม เหมือนละครน้ำเน่าตามความรู้สึก เธอเองยังนั่งมึนสงสัย ชายตามองร่างสูงใหญ่แล้วปล่อยให้ไวน์รสเฝื่อนไหลลงลำคอไปเรื่อย ๆ
“แล้วเดี๋ยวนี้น้องแก้มทำงานอะไรเหรอครับ”
ติณณ์ถามเรื่องทั่วไปด้วยน้ำเสียงสุภาพผิดไปจากเมื่อก่อน เธอคงไม่ได้ยินคำว่า ‘กู’ ‘มึง’ อีกต่อไปแล้ว
“เปิดบริษัทเอเจนซี่ค่ะ”
“คงงานเยอะมาก”
“ไม่มากเท่าไรค่ะ”
“งั้นทำไมโจไม่จ้างบริษัทของแก้มทำโฆษณาล่ะครับ ไหน ๆ เราก็ญาติกัน จะไปจ้างคนอื่นทำไม”
“จริงอย่างที่เจ้ากันแนะนำ ผมเองลืมไปเสียสนิทว่าแก้มเปิดบริษัทโฆษณา”
“ถ้างั้นต้องรบกวนแก้มแล้วนะครับ ไม่รู้ว่าจะพอแทรกคิวให้บริษัทผมได้บ้างไหม”
ญาดาวางแก้วเปล่าลงหลังจากยกดื่มจนหมด หมุนแก้วเล่นครุ่นคิดก่อนเอ่ยตอบ
“พรุ่งนี้วันเสาร์ วันหยุดบริษัท ยังไงวันจันทร์แก้มจะลองปรึกษาทีมงานดูนะคะ”
“ได้ครับ ผมจะรอข่าวดี ทานข้าวกันเถอะ ผมไปอยู่เมืองนอกเสียนาน คิดถึงอาหารไทยมาก โดยเฉพาะกับข้าวฝีมือน้าจิตร”
“แหม .. กันเข้าใจยกยอคนแก่อย่างน้า”
“ผมยังจำรสมือน้าจิตรได้ดีครับ เวลาแม่ฝากต้มยำปลานิลไปให้น้องแก้ม น้าจิตรมักจะให้ขนมหวานกลับมาด้วย”
“ถ้างั้นพรุ่งนี้น้าทำให้ทานอีกดีไหม กันอยากทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า”
“ผมทานได้ทุกอย่างเลยครับ”
ญาดาตักอาหารทานเงียบเชียบ มื้อค่ำวันนี้เธอรู้สึกกระอักกระอ่วนพิกล ไม่รู้ว่าตัวเองคิดไปเองหรือเปล่าว่าเพื่อนสนิทคนเดิมเปลี่ยนไปมาก
ตอนพิเศษ 3ฉันเกลียด เกลียดหมู่บ้านนี้ ขณะที่พ่อกับแม่ขนของลงจากรถเพื่อเข้าบ้านหลังใหม่ ฉันต้องจากเพื่อนโรงเรียนเดิม จากบ้านหลังเดิมห้องที่ฉันชอบที่สุดเพราะมันสีชมพูหวานแหววร่างเล็กในวัยแปดขวบของเด็กหญิงสูงกว่าเด็กชายทั่วไป แต่เพราะดวงหน้าน่ารักจิ้มลิ้มผิวขาวผ่องใสเห็นเส้นเลือด จึงแต่มีคนพากันชมไม่ขาดปากว่าน่ารักอย่างโน้นอย่างนี้ - - จะอ้วกฉันจูงไอ้ตุ่น หมาพันธุ์ทางสีแดงออกดำตุ่น ๆ เดินเล่นข้างทางหน้ารั้วบ้านแว่วเสียงร้องทักทายจากเพื่อนบ้าน แต่ฉันไม่ยอมหันไปดู“แก้ม มานี่ ช่วยกันขนของ”หน้าหวานเล็กเงยขึ้นแล้วดึงลากไอ้ตุ่นเข้าบ้าน“มา ๆ ทำตัวดี ๆ นี่ ข้างบ้านเราถัดไปสองหลังมีเด็กรุ่นเดียวกันนะ ชื่อปืน เป็นเพื่อนกันไว้”“คนอะไรชื่อปืน ฮ่า ฮ่า”“อย่าเสียมารยาท อีกหน่อยเราต้องพึงพาบ้านเขาหลายอย่าง”“ทำไมเราต้องพึ่งพาบ้านเขาด้วยคะแม่”“ก็เราเพิ่งย้ายมาใหม่ไง อีกอย่างได้ข่าวว่าเจ้าปืนลูกบ้านนั่นเรียนเก่ง อีกหน่อยเป็นเพื่อนกันก็ให้ไหว้วานฝากช่วยสอนแก้มได้ไง”“แหวะ!!”เพียะ!!ฉันทำเสียงอ้วกใส่ทันที แล้วรางวัลที่ได้กลับมาคือฝ่ามือเล็กของแม่บนต้นแขน แต่เพราะฉันมันเด็กดื้อและแสบจึงไม่ได้ใส่ใจ
ตอนพิเศษ 2 “ปืน”“อืออ”ผมทำเสียงงึมงำขานรับแต่ตายังจ้องแต่เกมที่หน้าจอโทรทัศน์ รู้สึกโซฟายุบตัวก่อนจะถูกแย่งจอยสติ๊กซ์ออกจากมือ“ฟังแก้มสิ”“มีอะไรพูดมา”ผมหัวเสียเล็กน้อย แต่ก็เท่านั้นเพราะเมื่อเอี้ยวหน้ากลับไปมองร่าวเล็กในชุดมัธยมปลายชั้นปีที่สี่ ผมเริ่มยาวจนมัดได้เป็นหางม้าเล็ก ๆ ตรงกลางผูกโบสีน้ำเงิน เธอกำลังยื่นบางสิ่งออกมาให้“อะไร”“ลูกอมออกใหม่”“ก็กินเองสิ”“กลัวไม่อร่อย”“...”ผมไร้คำพูดแต่ยอมอ้าปากออกให้เธอยัดลูกอมรสแปลกประหลาดเข้าในปากแล้วแลบลิ้น“อึ้ยยยย รสอะไรว่ะเนี่ย ห่วยแตกเป็นบ้าเลย เอาอะไรให้กูกินไอ้แก้ม”“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” แก้มหัวเราะงอหายจนล้มนอนหงายข้างผม “เป็นไง อร่อยไหม”ผมอยากคายออกเดี๋ยวนี้กำลังทำท่าพ่นทิ้ง แต่เธอเอานิ้วมาดันปากผมเสียก่อนพร้อมฝ่ามือนุ่มหอมมาก ปิดปากผมไว้“อมไว้ปืน ฮ่า ฮ่า กินให้หมด”ผมมองเธออย่างเข่นเขี้ยว จับมือเธอดึงออกแต่ยายเตี้ยใช้อีกมือจับปากผมหุบไว้ ผมจึงจับมืออีกข้างออกเช่นกันแล้วดันจนเธอนอนหงาย หัวเราะเสียงดังผมชะโงกเหนือร่างยายเตี้ย ก้มลงมองดวงหน้าหวานพราวระยับสดใสด้วยรอยยิ้มอย่างที่ทำให้ใจผมเต้นแรง เสียงหวานใสดังต่อเนื่อง แล้วเธอจึงหยุ
ตอนพิเศษ 1ในช่วงอายุแปดเก้าขวบ คงเป็นช่วงอายุที่เด็กชายอย่างเราดวงซวยสุด ๆ ตามความคิดของผมปืนพาร่างเล็กไม่สูงมานักทั้งผอมเกร็งผิวคล้ำจากแดด เดินผ่านหน้าบ้านเด็กแสบเพราะโดนใช้ให้ไปซื้อน้ำมันร้านสะดวกซื้อ เรียกเสียหรูแต่แท้จริงคือร้านของป้าจูขายสารพัดอย่างในหมู่บ้านแต่อยู่ถัดไปอีกซอยผมเดินผ่านบ้านสองหลังกระทั่งกำลังจะถึงบ้านน้าจิตร แว่วเสียงเด็กแสบวิ่งเล่นในบ้านกับไอ้ตุ่น จึงรีบซอยเท้าเร่งอีก ใจอยากวิ่งแต่กลัวเสียฟอร์ม ฉะนั้นจึงค่อย ๆ เดิน“ไอ้ตุ่น” เสียงเด็กหญิงแก้มตะโกนเสียงดัง ยิ่งทำให้ผมแทบวิ่งเลยทีเดียว“ฮ่า ฮ่า ไอ้ตุ่น เห่ามันเลย เห่าเลย”ผมรู้ได้ทันทีว่าเด็กแสบมันกำลังสั่งให้เจ้าหมาหน้าโง่เห่าผม ฮึ เดี๋ยวกลับไปบ้านผมจะปล่อยไอ้เสือแมวที่บ้านมาตบหน้ามัน แต่ตอนนี้ผมเห็นควรวิ่งหนีดีกว่าคิดได้ดังนั้นผมจึงใส่ตีนผีวิ่งเต็มฝีเท้าจนในที่สุดพ้นระยะเขตบ้านของเด็กแสบ จึงได้ยืดกายเดินตรงอีกครั้งไปร้านป้าจูอย่างองอาจเว้นแต่ว่า ขากลับผมยังต้องผ่านบ้านมันอยู่ดี ในมือมีของหลายอย่างจะวิ่งให้เร็วคงไม่สะดวก ผมก้มมองไข่และน้ำมันในมือแล้วนิ่วหน้า - - เอาไงดีไอ้ปืนแต่เพราะผมเป็นลูกผู้ชาย ดังนั้นผ
บทที่ 26 จบสุดท้ายแล้วทั้งเธอและติณณ์ยังคงค้างต่ออีกหนึ่งคืน โดยไร้ซึ่งการร่วมรักเพราะญาดาไม่อาจรองรับไหวแล้ว แต่พอตอนเช้าตื่นนอนมาเธอยังโดนกวนอยู่ดี“ปืน ไม่เอา แก้มเจ็บ”น้ำเสียงอู้อี้เบี่ยงตัวหนีขณะที่ติณณ์เอาแต่ล้วงควัก เธอหลบเลี่ยงบิดตัวจนติณณ์หยุดมือจ้องหน้า“เอาจริงสิ แก้มเจ็บมากเหรอ”“เจ็บ!! ช้ำ แดง ปวด” ญาดาเน้นเสียงหนักแน่นทำหน้าขึงขังใส่ ติณณ์เงียบไปครู่แล้วโน้มหน้าเข้าใกล้กระซิบ“งั้น แก้มทำให้ปืนหน่อยนะ”“ปืน!!”“นะแก้ม ขัดลำปืนหน่อย”และติณณ์ไม่รั้งรอให้เธอปฏิเสธจับมือเล็กเรียวลงล้วงเข้ากางเกงบ็อกเซอร์ทันที และดูเหมือนลำปืนพร้อมรบยิ่งแต่เช้า“แรง ๆ แก้ม”เขานอนตะแคงรัดเธอไว้ให้เธอช่วยขัดลำปืน ส่วนตัวเองรุกรานเสื้อนอนแกะกระดุมจูบซุกไซ้ซอกคอ คลึงนม ดูดหัวป้าน ครางกระเส่าเว้าวอน“อืม แก้ม ดี อ่า ชักเร็ว ๆ”เธอเหลือบตามองบนแวบหนึ่งแล้วพลันสะดุ้งเมื่อมือใหญ่ล้วงเข้ากางเกงนอนเธอ เลื่อนนิ้วผ่านรอยแยก“ปืน ไม่ ไม่ต้อง”“อ่า แค่อยากจับ อ๊า อีก แรงอีก ปืนเอานิ้วเข้านะ”คราวนี้เธอปล่อยลำทันทีแล้วผลักอกเขาออก มองสีหน้ารวดร้าวใกล้สุขสมแต่ได้เพียงชั่วครู่เพราะเขาโน้มศีรษะลงปิดปาก ประ
บทที่ 25 nc“ถ้าแบบหยาบ อ่า เราต้องเพิ่มความขรุขระลงไป ลำปืนจะได้เกิดรอย”ขณะที่ติณณ์ถอนท่อนเนื้อร้อนออกแต่ไม่สุดพลันเลื่อนนิ้วเข้าทางรักไปด้วยพร้อมกันจนคับแน่น“ปืน!! เดี๋ยวก่อน แค่ของปืนก็ อ่า อ๊า ใหญ่ ปืน....”เสียงประท้วงหวานใสขาดหายกลางคันเมื่อลำรักกระทุ้งขึ้นโดยมีนิ้วแกร่งสอดแทรกด้านข้าง“ซี้ดด อืม ดี ชอบไหม ปืนคิดไว้นานแล้ว”“นะ นาน อ่า อ๊า แต่มัน..”ร่างอ่อนนุ่มแอ่นโค้งบิดหนีความรวดร้าวใกล้สุขสม นิ้วร้ายสอดเข้าพร้อมลำใหญ่โจนจ้วงเร็วขึ้น แม้ว่าไม่อาจถี่รัวได้เหมือนคราแรก แต่ความคับแน่นขรุขระทำให้เธอเจ็บหน่วง อาการปวดเนินสาวเกิดขึ้นเร็วเกินตั้งตัว มืออ้อมไปจิกผมคนใต้ร่างไว้แน่น ส่งร่างกระทุ้งลงรับลำปืนเข้มมันเธอปิดเปลือกตาลงปล่อยให้สายธารสวาทลื่นไหลไปทั่วร่างกาย ชีพจรกระหน่ำซ้ำร่องรักร้าวเสียวซ่าน ท่อนเนื้อแทรกสอดไม่พักเช่นเดียวกับนิ้วที่ยังสอดถี่ ฝ่ามือกดเนินสาวเนื้อขาวเสียงเตียงอ๊อดแอ๊ดดังแรง ติณณ์ส่งลำปืนโจนจ้วงขึ้นไม่หวั่นว่าจะมีใครได้ยิน เขาเลื่อนมือขึ้นกำเนินทรวงออกแรงคลึงเคล้น สอดใส่กระทุ้งขึ้นอีกให้เธอได้สมใจ เพียงไม่นานเขารู้สึกถึงแรงสั่นกระตุก ร่องสวาทตอดรัดลำแกร่งรว
บทที่ 24 nc“อ่า ปืนใกล้ขาดใจตายแล้วแก้ม เลื่อนลงอีก อ่า เห็นแล้ว อืม”น้ำเสียงติณณ์กระเส่าหนักยิ่งขึ้นยามเธอยกขาเอากางเกงในออกส่งให้เนินสวาทเปิดแย้มออก เธอหยิบเจ้าชิ้นเล็กขึ้นมาใช้นิ้วเกี่ยวไว้แล้วแกว่งหมุน จากนั้นโยนไปด้านหลัง เสียงคนร่างโตตะครุบได้และเสียงสูดดมแรง“อ่า แก้ม กลางเป้ามัน ... แฉะ”“ฮึ ต้องการให้แก้มโชว์อะไรอีก หรือว่าให้แก้มดีไซน์โชว์นี้เอง”เธอโก้งโค้งอีกครั้ง ใช้สองมือจับข้อเท้าตัวเองไว้จนลำตัวโค้งงอ หากมองจากด้านหลังคงเห็นเรือนร่างงดงามจนหมดสิ้น ส่งนิ้วเข้าหาแทรกรอยแยกก่อนแหวกออก“แก้ม อ่า”ติณณ์แทบเด้งตัวพุ่งออกไปหาร่างงดงาม มือขยับรูดท่อนเนื้อไม่หยุด มองภาพสวยงามกายสาวขาวนวลเนียนในยามเย็นลำแสงโพล้เพล้ เอวเล็กคอดกิ่วสะโพกผายออก ก้นกลมกลึงเป็นลูกเด้งตัวยามเธอก้มลง และดวงตาคมกล้าไม่ละออกจากร่องสาว มองเห็นชัดเจนว่าเธอกำลังเร้าอารมณ์แรงโลดเช่นกันจากเนื้อสาวฉ่ำชื้น นิ้วเรียวเล็กเล็บทำสีชมพูอ่อนเลื่อนขึ้นแล้วลงก่อนขยับเปิดรอยแยก จากนั้นจึงค่อยลากนิ้วป้ายน้ำออกมาหมุนตัวกลับมาด้านหน้า“ชิมไหมปืน” ญาดาส่งเสียงเจ้าเล่ห์บ้างก่อนป้ายน้ำบนยอดหัวเล็กแข็งชันตรงกลางทรวงอก ลากนิ้ว







