LOGINเจ้าของดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้ม ผมยาวสลวยถึงกลางหลัง ผิวขาวผ่อง ริมฝีปากอมชมพู ในชุดนักศึกษากระโปรงทรงเอสั้นเลยเข่า กำลังเหม่อไม่ทันได้ฟังที่อาจารย์กำลังสั่งงานอยู่ในตอนนี้
“เป็นอะไรหรือเปล่าเอิง” คณิตเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง เขาสังเกตได้ว่าอิษยามีท่าทางเหม่อลอยมาตั้งแต่เมื่อเช้านี้แล้ว
“เปล่า เอิงก็สบายดีนี่” อิษยาโกหกพลันส่งยิ้มหวานให้คณิตอย่างเช่นทุกครั้ง
“เราเห็นเอิงนั่งเหม่อมาตั้งแต่เช้าแล้วนะ ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจก็บอกเราได้นะเอิง เรายินดีรับฟัง”
คณิตพูดบอก รู้สึกได้ว่าหลังจากงานแต่งเพื่อนสาวก็ดูเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด จากปกติอิษยาเป็นคนร่าเริงแจ่มใส ช่างพูดช่างเจรจา แต่ตอนนี้กลับเงียบขรึม เหม่อลอย และมีดวงตาเศร้าสร้อยคล้ายคนหนักอกหนักใจแต่พูดไม่ได้ อยากจะถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่คณิตเลือกที่จะรอให้อิษยาเป็นคนพูดเองจะดีกว่า
“ถ้าเราพร้อม เราจะเล่าให้คณิตฟังเป็นคนแรกเลยนะ” อิษยาพูดบอก เก็บหนังสือใส่กระเป๋าเตรียมตัวจะกลับบ้าน
“เดี๋ยวเราส่งเลคเชอร์ให้ในไลน์แล้วกัน” คณิตเหลือบมองสมุดโน้ตของอิษยาเห็นแต่กระดาษเปล่า ดูท่าทางเด็กเรียนเก่งจะไม่ได้จดงานเลยทั้งคาบ
“ขอบคุณนะคณิต คณิตเนี่ยแสนดีที่สุดเลย” พูดพร้อมกับเอาแก้มถูต้นแขนแกร่งราวกับแมวน้อยที่ได้ของเล่นที่ถูกใจ ทำให้คณิตเกิดความหมั่นไส้เพื่อนตัวเล็กขึ้นมา เอามือขยี้หัวจนผมเสียทรง แต่แทนที่อิษยาจะโกรธกลับหัวเราะชอบใจราวกับเป็นเรื่องสนุก
“แล้ววันนี้ว่างหรือเปล่า วันนี้วันเกิดพิมพ์กะว่าจะไปฉลองที่ xxx กันตอนเย็น”
คณิตเอ่ยถาม วันนี้เป็นวันเกิดพิมพ์พาเพื่อนสนิทอีกคนที่เรียนคณะสถาปัตย์ ขณะที่อิษยาและคณิตเรียนบริหารทั้งคู่
“เอ่อ...”
อิษยาลังเลใจ หากเป็นแต่ก่อนเธอคงตอบรับไปแล้ว แต่ตอนนี้เธอไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว หากไปไหนมาไหนก็ต้องรายงานให้สามีได้รับรู้
“วันนี้มีธุระเหรอเอิง”
คณิตเลิกคิ้วเอ่ยถามเพื่อนสาว เพราะปกติทั้งสามจะนัดไปนั่งดื่มอยู่ร้านประจำข้างมอ
“งั้นเดี๋ยวเอิงมานะ” อิษยาบอกให้คณิตรออยู่ในห้องเรียนก่อน ส่วนเธอก็เดินออกมาข้างนอกห้อง ลังเลอยู่สักพักว่าจะเอาอย่างไรดี ก่อนจะตัดสินใจควักโทรศัพท์มือถือตกรุ่นมากดโทรหาใครบางคน ขณะที่รออีกฝ่ายรับสาย หัวใจของเธอก็เต้นตุ๊มๆต้อมๆ จนแทบระเบิดออกมา
(สวัสดีครับ)
“พี่คิงคะ คือเอิงนะคะ” อิษยาแนะนำตัว เพราะคิดว่าปลายสายคงไม่ได้บันทึกเบอร์เธอเอาไว้อย่างแน่นอน ได้ยินเสียงพ่นลมหายใจแรงๆ ของปลายสาย อิษยารู้ได้ทันทีว่าจักรพรรดิคงหงุดหงิดที่ได้ยินเสียงเธอ
(มีอะไรก็รีบพูดมา ฉันไม่มีเวลามาฟังเรื่องไร้สาระหรอกนะ)
“วันนี้เป็นวันเกิดเพื่อนของเอิงค่ะ เอิงจะขอ...”
(ทำไมต้องโทรมาบอก ทั้งที่ก็มีตีนไปเองได้ไม่ใช่เหรอ)
“...”
(หรือที่โทรมาเพราะอยากให้ฉันไปด้วย เธอจะได้อวดฉันกับเพื่อนเธอกันแน่เอิงเอย)
เสียงทุ้มพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันจนคนที่ได้ฟังเจ็บที่กลางอก อิษยาไม่ได้ต้องการที่จะอวดใครว่าเธอนั้นสามารถคว้าลูกชายของตระกูลที่มั่งคั่งที่สุดในจังหวัดเป็นสามี เธอไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่าคำพูดดีๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นสามีภรรยา เพียงแค่มนุษย์คนหนึ่งที่พึงกระทำให้กันก็เพียงพอแล้ว
“เอิงไม่ได้ต้องการที่จะอวดใคร เอิงแค่โทรมาบอกพี่”
อิษยาข่มอารมณ์โมโหไว้ พูดกับจักรพรรดิอย่างใจเย็นว่าเธอไม่ได้หมายความตามที่เขาคิดสักนิดเดียว แต่เหมือนคำพูดของเธอจะส่งไปไม่ถึง
(ไม่จำเป็น เธออยากไปไหนทำอะไรก็เชิญมันเรื่องของเธอ ไม่ต้องโทรมารายงานฉันเพราะมันไม่ได้สำคัญกับชีวิตฉันมากขนาดนั้น )
พูดจบก็วางสายไป ทิ้งคำพูดสิ้นคิดไว้ให้กับคนอื่นอย่างเจ็บปวด
อิษยารู้ดีว่าจักรพรรดิรู้สึกเกลียดชังเธอจนเข้ากระดูกดำ เพราะเรื่องเมื่อสิบห้าปีก่อนที่เธอเป็นชนวนให้ครอบครัวของเขานั้นแตกแยก เธอเองก็เสียใจไม่ได้แตกต่างกัน แต่จะทำเช่นไรในเมื่อผู้มีพระคุณของเธอตัดสินใจเช่นนั้น อย่าลืมว่าอิษยาในตอนนั้นอายุแค่เพียงแค่ห้าขวบ เธอไม่รู้ความหมายของคำว่า หย่าร้าง เลยด้วยซ้ำ
สุดท้ายแล้วอิษยาก็ตอบตกลงที่จะไปงานวันเกิดของพิมพ์พา ก่อนที่ทั้งสองจะแยกย้ายกันไปเก็บข้าวของโดยที่คณิตจะอาสาไปรับอิษยาถึงที่บ้าน โดยภาพของอิษยาที่กำลังเดินไปขึ้นรถหรูถูกส่งเข้ามือถือของจักรพรรดิทันที ชายหนุ่มมองภาพของสองชายหญิงที่กำลังหัวเราะต่อกระซิกด้วยความรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก
วันต่อมา จักรพรรดิก็ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับอิษยาทันที เขาเก็บข้าวของเตรียมตัวที่จะกลับพังงาเร็วกว่ากำหนดการที่จะถึง นั่นสร้างความแปลกใจให้กับบุษบาเป็นอย่างมาก เธอพยายามที่จะคาดคั้นลูกสะใภ้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่ได้คำตอบสิ่งใดนอกเสียจากการทิ้งตั๋วเครื่องบิน นั่นก็ทำให้บุษบาพอเดาได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกลับมาพังงาครั้งนี้ จักรพรรดิโหมงานอย่างหนักจนร่างกายทรุดโทรมอีกครั้ง เหมือนครั้งที่ราเชนทร์ทำงานหามรุ่งหามค่ำตอนที่บุษบาเลือกเดินออกไปจากชีวิตของราเชนทร์ ทั้งจักรพรรดิและพ่อของเขาเหมือนกันก็ตรงที่ พวกเขาเคยมีสิ่งของมีค่าอยู่ในมือ แต่กับทิ้งมันราวกับก้อนกรวด พอมาเห็นค่าก็ในวันที่เสียทุกอย่างไปแล้ว“คุณเอิงส่งนี่มาให้คุณครับ” ธนัทยื่นซองสีน้ำตาลที่อิษยาส่งมาให้กับจักรพรรดิ แล้วก็เป็นอย่างที่คิด ทันทีที่เปิดซองออกมาพบว่ามีใบหย่าที่มีการลงลายมือชื่อของอิษยาอยู่ทางขวาพร้อมกับสัญญาเลี้ยงดูบุตรในนั้นอย่างละเอียด“ขอฉันอยู่คนเดียวก่อนนะนัท แล้วก็อย่าลืมให้อาหารเจ้าทองคำล่ะ เดี๋ยวฉันลงไป”“ผมมีธุระที่สำคัญต้องทำก่อนครับ ทางที่ดีผมว่านายควรไปให้อาหารมันเองจะดีกว่า” ธนัทคลี่ยิ้มบาง ก่อนจะโค้งตัวแล
“ยังไม่นอนเหรอคะ”จักรพรรดิที่นอนไม่หลับเดินลงมาเห็นแสงไฟในครัวก็รู้สึกเอะใจจนต้องเดินลงมาดู พบว่าอิษยากำลังง่วนอยู่การหาของกินในตู้เย็น“เอิงหิวน่ะค่ะ” หยิบเอาหมูสับ มะเขือเทศ และหัวหอมใหญ่ออกมาเตรียมจะทำสปาเกตตีซอสแดงรองท้องช่วงนี้อิษยาทานเก่งกว่าปกติ อาจเพราะเจ้าตัวน้อยอาจกำลังขยายร่างอยู่ในท้องของเธอทำให้กินจุกว่าแต่ก่อนมาก จนตอนนี้หน้าท้องของเธอเริ่มขยายใหญ่มากขึ้น ใบหน้าเริ่มจะมีคางสองชั้นดูจ้ำม่ำน่ารัก“งั้นเดี๋ยวพี่ช่วยนะ” จักรพรรดิเดินเข้าไปช่วยเป็นลูกมือ เขาพอจะมีฝีมือทำอาหารอยู่บ้างตอนไปเรียนที่อังกฤษ เรื่องหั่นหัวหอม หั่นมะเขือเทศนี่งานถนัด“ไม่ยักรู้ว่าคุณจะทำเป็นด้วย” อิษยาเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ เพราะปกติตอนอยู่บ้านเรื่องงานบ้านงานเรือนอิษยาเป็นคนทำทั้งหมด น้อยครั้งมากที่เธอจะเห็นจักรพรรดิจับมีดจับตะหลิวแบบนี้“พี่ไปอยู่อังกฤษตั้งสี่ปี ก็ต้องทำเป็นบ้างสิคะ” พูดพร้อมกับตั้งใจหั่นผักเป็นชิ้นเล็กๆ“คุณจะกินด้วยไหมคะ เอิงจะได้ทำเผื่อ” อิษยาเอ่ยถาม นึกขึ้นได้ว่ายังมีเห็ดหอมที่ซื้อจากตลาดมาเมื่อวานก็เปิดตู้เย็นไปหยิบมาใส่ด้วย“นึกว่าจะไม่ชวนซะแล้ว เอาสิคะ พี่กินด้วย” ชายหนุ่มห
จักรพรรดิขับรถมาส่งอิษยาและราชาที่บ้านหลังใหญ่ โดยที่ให้คนงานเอามอเตอร์ไซต์ของอิษยาขึ้นท้ายรถกระบะ ซึ่งตอนนี้อิษยาย้ายมาอยู่ที่นี่ชั่วคราว เพราะบุษบาไม่ยอมให้เธออยู่บ้านสวนตามลำพังอีกแล้วเพราะกลัวว่าเกิดอะไรขึ้นมาจะช่วยเหลือไม่ทันการบุษบาเดินออกมาดูว่าใครมาบ้าน เห็นรถโฟร์วิวของจักรพรรดิตามด้วยคนที่เดินออกมาเป็นลูกสะใภ้และลูกชายคนเล็กของเธอก็รู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย ปกติแล้วอิษยาใจแข็งดั่งหิน เธอแทบไม่คุยกับจักรพรรดิเลยหลังจากออกโรงพยาบาลมา ไม่ว่าลูกชายของเธอจะทำดีเท่าไหร่อิษยาก็เมินเฉยอยู่ตลอด“เกิดอะไรขึ้นค่ะ” เห็นเสื้อผ้าของจักรพรรดิเต็มไปด้วยคราบเลือดและคราบน้ำคร่ำก็รู้สึกตกใจ“แม่สีนวลเธอคลอด ผมเลยไปช่วยครับ” จักรพรรดิตอบเสียงเรียบ“งั้นเหรอ เป็นไงบ้าง ปลอดภัยไหมคะ” บุษบาก็พอจะได้ข่าวมาบ้างเอ่ยถามลูกชายของเธอ“ปลอดภัยทั้งแม่และเจ้าตัวเล็กครับ” พอได้ยินดังนั้นบุษบาก็ถอนหายใจแรงพร้อมกับเอามือทาบอก“โล่งอกไปทีนะ ว่าแต่เราเถอะ ไปช่วยเขาทำคลอดมาด้วยเหรอ”“ครับ ช่วยเป็นลูกมือหมอน่ะครับ” พูดพร้อมกับหันไปมองหน้าอิษยา “หึหึ ไม่น่าเชื่อว่านะว่าคนอย่างคิงจะไปทำอะไรแบบนี้ด้วย”บุษบานึกขันที่
สองเดือนผ่านไปร่างบางอยู่ในชุดกระโปรงบานสีขาวซ้อนหน้าท้องที่ยื่นออกมา สวมหมวกฟาง ถักเปียสองข้าง ใส่รองเท้าบูตสีแดง ใบหน้าแดงระเรื่อ กำลังขับรถมอเตอร์ไซค์คันเก่ามุ่งหน้าไปยังคอกม้าโดยมีเด็กชายราชานั่งซ้อนท้ายมาด้วย“ไม่ต้องรีบนะพี่สาว”ราชาพูดบอกพี่สะใภ้ของตน พยายามจับราวจับด้านหลังมอเตอร์ไซค์ไว้มั่น เพราะทางที่ขับมาเป็นทางลูกรัง มีทั้งเศษหินและยังมีหลุมเป็นอุปสรรคอิษยารู้สึกร้อนใจเป็นอย่างมากเพราะก่อนหน้านี้ราชาปั่นจักรยานไปส่งข่าวให้เธอว่าแม่สีนวล ม้าพันธุ์ที่จักรพรรดิซื้อให้เป็นของขวัญต้อนรับลูกน้อยตอนนี้กำลังจะคลอดลูกไม่นานทั้งสองก็มาถึงคอกม้า โดยมีจักรพรรดิเดินทางมาถึงก่อนหน้าไม่นาน ช่วงนี้เขาต้องบินไปบินกลับระหว่างพังงาและลำปางทุกอาทิตย์ เพราะอิษยายืนยันว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าจะคลอด ซึ่งจักรพรรดิที่มีคดีติดตัวอยู่ก็ยอมเสียสละคอยเทียวไปเทียวมาระหว่างสองจังหวัดที่อยู่ห่างไกลเป็นพันกิโลเมตรเพื่อได้มาอยู่กับคนที่เขารัก“พี่บอกแล้วไงว่าให้ใช้รถยนต์ ทำไมยังขี่มอเตอร์ไซค์มา รู้ไหมว่ามันอันตราย”จักรพรรดิเอ่ยถาม“...”และคำตอบของอิษยาก็ยังคือความเงียบเช่นเคย เธอยังทำเหมือนจักรพรรดิเป็
วันต่อมา อาการของอิษยาดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังมีจามอยู่เบาๆ คุณหมอเลยกักตัวดูอาการอีกวัน ส่วนจักรพรรดิก็ยังคอยอยู่ดูแลคนท้องอ่อนๆ ไม่มีขาด คอยหยิบนู้นหยิบนี้ให้ทั้งที่เขาสามารถจ้างคนมาดูแลอิษยาได้โดยไม่ต้องเสียแรงเลยด้วยซ้ำ“หนูเอิงจะกินส้มไหมคะ เดี๋ยวพี่ปอกเปลือกให้”“...”“งั้นเดี๋ยวพี่ปอกให้นะคะ พี่ไปคุยกับคุณหมอมาแล้ว เขาบอกว่าให้เราเน้นกินพวกผักผลไม้เยอะๆ ร่างกายจะได้แข็งแรง” จักรพรรดิพูดเอออออยู่คนเดียว ขณะที่อิษยาไม่ได้พูดกับเขามาตั้งแต่เมื่อวาน“เราจะลุกไปไหนคะ จะเข้าห้องน้ำเหรอ เดียวพี่ช่วยนะ” จักรพรรดิที่กำลังแกะเปลือกส้มให้คนตัวเล็ก เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหย่อนขากำลังจะใส่รองเท้าก็รีบปรี่เข้าไปช่วยคนตัวเล็กเพราะกลัวว่าจะล้มเหมือนวันนั้นอีก“อย่าทำเหมือนเอิงพิการได้ไหมคะ เอิงเดินเองได้” คิ้วเรียวสวยขมวดแน่น เมื่อถูกมือหนาโอบเข้าที่เอวคอด เธอไม่พอใจที่อีกฝ่ายแตะเนื้อต้องตัว แต่ขัดขืนไปก็เปล่าประโยชน์เพราะอีกฝ่ายยังคงทำหน้าที่ทั้งที่เธอเองก็ไม่ได้ร้องขอ“แต่พี่เต็มใจทำ เกิดหัวล้างข้างแตกไปจะทำยังไง” จักรพรรดิพูดดุด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนัก ก่อนจะพาคนตัวเล็กเข้าไปในห้องน้ำ“จะยืนอีกนานไ
“คุณหมอ เมียผมเป็นยังไงบ้าง”ทันทีที่เสียงบานประตูเปิดดังขึ้น จักรพรรดิที่กำลังนั่งกุมขมับด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก็ลุกขึ้นมาเอ่ยถามคุณหมอหนุ่มในชุดเสื้อกาวน์ใบหน้าหล่อปิดบังด้วยแมสสีขาว เดินถือแฟ้มรายงานคนไข้ออกมาด้วย“คนไข้และเด็กในครรภ์ปล่อยภัยดีครับ”ย้อนกลับไปในตอนเช้า เขาที่พึ่งกลับจากบ้านของบุษบาไปอาบน้ำอาบท่าเพื่อจะมาเฝ้าคนตัวเล็กต่อเห็นอิษยานอนสลบอยู่ที่กลางบ้าน หนำซ้ำเมื่อเขาแตะตัวร่างบางกลับพบว่าอิษยาตัวร้อนดั่งไฟ ไม่รอช้าก็รีบอุ้มร่างเล็กมาโรงพยาบาลด้วยความเป็นห่วง“เด็ก” คิ้วหนาขมวดแน่น ถามย้ำคำถามเดิมกลับ“คุณเป็นอะไรกับคนไข้ครับ” คุณหมอหนุ่มถามสถานะเพื่อความแน่ชัด เขาไม่สามารถบอกเรื่องที่สำคัญได้หากว่าไม่ใช่ญาติคนไข้โดยตรง“ผมเป็นสามีของเธอ”“ครับ คนไข้ตั้งครรภ์ได้แปดสัปดาห์แล้วครับ”“...”“ช่วงนี้หมออยากให้ดูแลคนไข้อย่างใกล้ชิดนะครับ เพราะยังไม่พ้นระยะเฝ้าระวังการแท้ง ทางที่ดีให้คนไข้กินอาหารที่มีประโยชน์และพักผ่อนให้เพียงพอ ถ้าไม่มีอะไรแล้วหมอขอตัวนะครับ”คุณหมอหนุ่มพูดบอก ก่อนจะเดินออกไป ทิ้งไว้ให้จักรพรรดิจมอยู่กับความคิดอยู่เพียงคนเดียว เรื่องราวในอดีตที่เคยทำไว้กับอิ
หลังจากที่ทานข้าวเสร็จ จักรพรรดิก็แบกจักรยานของราชาขึ้นท้ายกระบะ แล้วขับรถออกไปในเที่ยวในไร่ โชคดีที่อิษยามีเสื้อคลุมสีครีมแขนยาวสวมทับกับเสื้อสายเดี่ยวสีดำ ท่อนล่างสวมกางเกงยีนสีน้ำเงินกับรองเท้าผ้าใบสีขาวดำ สวมหมวกแก๊ปสีดำตรงกลางเขียนตัวอักษรเอ็มซี ดูทะมัดทะแมงเหมาะกับการเข้าไร่ในวันนี้ไร่จันทร์
ด้านนอกมีฝนตกกระหน่ำลงมาราวกับมีพายุ เสียงฟ้าลั่นดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า ขณะที่อิษยาได้แต่นอนขดตัวด้วยความเหน็บหนาว ผ้าห่มพื้นบางมิอาจช่วยให้ความหนาวคลายลงบ้างเลย เธอจำเป็นต้องเอามือกอดตัวเองไว้ ร่างกายสั่นเทาเพราะทั้งหนาวและกลัวเสียงฟ้าร้องไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงกลัวมันได้ขนาดนี้ จำได้ว่าครั้งหนึ่งเธ
แค่กๆๆๆๆอิษยาปิดปากไอแค่กๆ ใบหน้าขาวตอนนี้แดงเถือก ก่อนที่จะถูกร่างหนาจับให้หันหน้ามากระแทกจูบอันดูดดื่มอย่างไม่นึกรังเกียจ ลิ้นร้อนตวัดพันเกี่ยวไปมา ขณะที่มือหนาบีบคลึงที่เต้าอันใหญ่เกินตัว นิ้วชี้สะกิดที่ปลายปทุมตั้งขึ้นเป็นไต่ใต้ชุดนอนบาง ตอนนี้ไม่ว่าจักรพรรดิจะปรนเปรออะไรให้หญิงสาวก็รู้สึกดีไป
รถคันใหญ่มาจอดที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งบ้านหลังนี้อยู่เกือบท้ายสวนผลไม้ ถนนที่เข้ามาเมื่อครู่ก็ดูรกร้างเพราะต้นไม้ขึ้นเต็มสองข้างทาง เรียกได้ว่าบ้านหลังนี้ตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เมื่อขับรถออกจากบ้านของบุษบามาได้ไม่กี่นาที ฝนก็ตกลงมาทำให้หน้าดินเปียกชุ่มกลายเป็นโคลนเ






![เพลิงไข่มุก [NC30+] + [BDSM] + [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
