เข้าสู่ระบบ“แกโง่หรือเปล่าวะยัยพิมพ์”
คณิตตวาดเสียงดังด้วยความโกรธจัดจนอิษยาและพิมพ์พาสะดุ้งตกใจ เขาคิดว่าสิ่งที่พิมพ์พาทำอยู่มันผิดอย่างมหันต์ ไม่ใช่ว่าเขาจะต่อต้านเรื่องของการคบกันแบบเฟรนวิสเบเนฟิต แต่ความสัมพันธ์แบบนี้กฎข้อห้ามที่สำคัญก็คือห้ามหลงรักซึ่งกันและกัน แต่ดูเหมือนว่าเพื่อนตัวเล็กของเขาจะทำผิดกฎเข้าให้แล้ว
“เราก็แค่คบกันในฐานะเพื่อนนอนเท่านั้น มันก็แค่สนุกๆ ขำๆ แกจะซีเรียสทำไม”
พิมพ์พาคลี่ยิ้มบาง ก่อนจะกระดกแก้วน้ำสีชมพูหวานเข้าปาก เธอรู้ดีว่าตอนนี้กำลังเล่นกับไฟ ทว่าไฟกองนี้ต่อให้มอดไหม้ไม่เหลือชิ้นดีเธอก็ยอม
“แน่ใจเหรอว่าขำๆ น่ะพิมพ์ เห็นๆ อยู่ว่าแกเอาใจลงไปเล่นแล้วเต็มร้อยแล้วมากกว่า”
คำพูดของคณิตทำให้พิมพ์พาที่กำลังจะยกแก้วใสึคนิ่งค้าง
“คณิต” อิษยาปรามเพื่อนร่างสูง
“เราก็แค่เป็นห่วงพิมพ์ ถอนตัวตอนนี้ยังทันนะพิมพ์ อย่าหาว่าเราไม่เตือน”
คณิตพูดเตือนในฐานะเพื่อน เขาไม่อยากให้พิมพ์พาเสียใจ เหมือนความรักครั้งที่ผ่านมา ใครมองดูก็รู้แล้วว่าเรื่องระหว่างพิมพ์พากับไคน์ไม่อาจเป็นไปได้เลย อีกคนเป็นเพลย์บอยตัวพ่อ ส่วนเพื่อนของเขาเป็นเพียงลูกกวางน้อยที่หลงทาง สุดท้ายแล้วผู้ชายคนนั้นก็ไม่คิดจริงจังกับใคร แต่ถ้าถามว่าทำไมเขาถึงมั่นใจขนาดนั้น นั่นก็เพราะคณิตมีพี่ชายที่เป็นเพื่อนสนิทของไคน์
“เอิงช่วยพูดกับพิมพ์ให้หน่อยสิ”
สุดท้ายแล้วคณิตก็หันมาขอความช่วยเหลือจากอิษยา ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดี เพราะเรื่องของตัวเองก็ยังเอาไม่รอดเหมือนกัน
“ปล่อยพิมพ์เถอะคณิต เราว่าพิมพ์จัดการได้”
อิษยาช่วยพูดพร้อมกับหันไปพยักหน้ากับพิมพ์พาเบาๆ พิมพ์พาเองก็พยักหน้าขอบคุณที่อิษยาช่วยพูด ไม่อย่างนั้นคงได้ฟังคณิตบ่นยาวเป็นแน่
สุดท้ายแล้วคณิตก็นั่งดื่มเงียบๆ โดยมีเพียงสองสาวที่เริ่มลุกมาขยับเต้นเบาๆ ความเคอะเขินจางหายเมื่อถูกน้ำเมากลืนกิน อิษยาไม่เคยรู้สึกสนุกเช่นนี้มาก่อน หากอยู่ด้านล่างคนเป็นอาหารตาพวก เสือ สิงห์ กระทิง แรด ไปแล้ว แต่ตอนนี้เธออยู่ในห้องวีไอพี ไม่มีใครเห็นความบ้าเหมือนเพื่อนชายที่ได้แต่นั่งกอดอกราวกับผู้ปกครองมานั่งรอลูกน้อยก็ไม่ปาน
วันนี้อิษยาอยู่ในชุดเดรสสีดำสั้นเปิดไหล่กว้าง ตรงคอเสื้อเป็นโซ่สีทอง ดูสวยหรู คลับผิวพรรณนวลผ่องให้โดดเด่น รองเท้าส้นเข็มสีเดียวกัน ใบหน้าแต่แต้มด้วยเครื่องสำอางเข้ม ริมฝีปากทาลิปสติกสีแดงสด ผมสีน้ำตาลมวยขึ้นเป็นช่อสวย ปล่อยปอยผมด้านหน้าตกลงมา ดูสวยสง่าสมดั่งที่ราเชนทร์เฝ้าฟูมฝักมานาน
“เมาแล้วนะเอิง”
คณิตเขย่าแขนเพื่อนขณะที่คนตัวเล็กหันขวับอย่างไม่พอใจ ร่างบางหน้าแดงแปร๊ดเพราะฤทธิ์แอลกอลฮอล์
“อึ๊ก เอิงยังไม่เมา อึก”
คนเมาปฏิเสธว่ายังไม่ได้เมา ทำเอาคิ้วหนาขมวดมุ่นทันที ปกติอิษยาก็เคยดื่มเหล้า แต่อีกฝ่ายก็ไม่เคยปล่อยตัวเองให้เมามายจนขาดสติเช่นนี้เลย
“ทำไมเอิงเมาขนาดนี้อะพิมพ์” คณิตหันไปถามพิมพ์พา คนตัวเล็กกำลังพิมพ์โทรศัพท์ส่งข้อความหาใครบางคน ซึ่งคณิตคิดว่าน่าจะเป็นไคน์
“ไม่รู้สิ น่าจะเครียดมั้ง” คำพูดของพิมพ์พาปนไปด้วยการประชด เธอยังเคืองเรื่องที่คณิตพูดเมื่อกี้อยู่เลย
“เราจะพาเอิงกลับแล้วนะ”
คณิตตอบพร้อมกับลุกขึ้นไปพยุงอิษยาที่กำลังนั่งหัวเราะอยู่คนเดียว
“อยากเข้าห้องน้ำ”
อิษยาเงยหน้าพูดบอกคณิตด้วยสายตาออดอ้อนราวกับลูกแมวน้อย ทว่าหากเป็นคนอื่นก็คงหวั่นไหวไปแล้ว แต่อิษยาในเวอร์ชันนี้ใช้ไม่ได้ผลกับคนอย่างคณิตแน่นอน
“งั้นเดี๋ยวพิมพ์พาเอิงไปเอง”
พิมพ์พาเอ่ยอาสาเพราะอยากเข้าห้องน้ำอยู่เหมือนกัน ก่อนที่เธอจะพาอิษยาไปเข้าห้องน้ำซึ่งอยู่สุดทางเดิน เพราะชั้นนี้เป็นชั้นสำหรับลูกค้าวีไอพี จึงมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าโซนห้องน้ำด้านล่าง
“เดินดีๆ หน่อยสิเอิง”
พิมพ์พาพูดบอก มือจับต้นแขนของอิษยาให้เดิมตาม แต่เพราะคนตัวเล็กยังไม่สร่างเมาทำให้เดินเซจนไปชนกับประตูไม้ซึ่งห้องนี้เป็นห้องวีไอพีที่แพงที่สุด
“ชนประตูแล้วเห็นไหม มีสติหน่อยสิเอิง”
พิมพ์พาถอนหายใจยาวก่อนจะปล่อยให้เพื่อนสาวล้มลงนั่งพับเพียบอยู่อย่างนั้น กะว่าจะยื่นมือไปจับอิษยาให้ลุกขึ้นอีกครั้ง ทว่าเสียงประตูทำให้ร่างบางถึงกับชะงักไป คนตรงหน้าเป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าขรึม มีรอยสักหัวกะโหลกและมีงูพันรอบคอ ใส่เชิ้ตสีดำกางเกงสแล็ก สวมใส่แบรนด์เนมทั้งตัว
“มีอะไรหรือเปล่าคชา อ้าวพิมพ์”
ไคน์เดินออกมาเมื่อสังเกตเห็นว่าคชาเปิดประตูค้างไว้อยู่อย่างนั้น เขาจึงเดินมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนจะเห็นพิมพ์พายืนอยู่ ขณะที่อิษยาลุกขึ้นไปคว้าข้อคอของคชาที่ยืนนิ่งไม่ไหวติง ดวงหน้าสวยแดงก่ำด้วยฤทธิ์น้ำเมา
“พี่โคตรใจร้ายกับเอิงเลย ฮึก พี่คิง”
คนเมาเอ่ยตัดพ้อเมื่อเห็นใบหน้าของจักรพรรดิซ้อนทับคชาอยู่ ทว่าร่างสูงกลับไม่ถือสา หนำซ้ำยังคว้าเอวคอดไว้พลันคลี่ยิ้มออกมา แล้วหันไปถามเพื่อนรักที่นั่งอยู่บนโซฟาพร้อมกับหญิงสาวที่กำลังนั่งคลอเคลียไม่ห่าง จักรพรรดิขบฟันแน่นเมื่อเห็นว่าหญิงสาวในอ้อมกอดของเพื่อนสนิทคือใครจนอยากจะลุกไปกระชักเธอออกมา
“ร้านมึงก็มีของเด็ดนี่หว่าไอ้คิง งั้นกูอยู่ต่ออีกหน่อยก็แล้วกัน”
วันต่อมา จักรพรรดิก็ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับอิษยาทันที เขาเก็บข้าวของเตรียมตัวที่จะกลับพังงาเร็วกว่ากำหนดการที่จะถึง นั่นสร้างความแปลกใจให้กับบุษบาเป็นอย่างมาก เธอพยายามที่จะคาดคั้นลูกสะใภ้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่ได้คำตอบสิ่งใดนอกเสียจากการทิ้งตั๋วเครื่องบิน นั่นก็ทำให้บุษบาพอเดาได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกลับมาพังงาครั้งนี้ จักรพรรดิโหมงานอย่างหนักจนร่างกายทรุดโทรมอีกครั้ง เหมือนครั้งที่ราเชนทร์ทำงานหามรุ่งหามค่ำตอนที่บุษบาเลือกเดินออกไปจากชีวิตของราเชนทร์ ทั้งจักรพรรดิและพ่อของเขาเหมือนกันก็ตรงที่ พวกเขาเคยมีสิ่งของมีค่าอยู่ในมือ แต่กับทิ้งมันราวกับก้อนกรวด พอมาเห็นค่าก็ในวันที่เสียทุกอย่างไปแล้ว“คุณเอิงส่งนี่มาให้คุณครับ” ธนัทยื่นซองสีน้ำตาลที่อิษยาส่งมาให้กับจักรพรรดิ แล้วก็เป็นอย่างที่คิด ทันทีที่เปิดซองออกมาพบว่ามีใบหย่าที่มีการลงลายมือชื่อของอิษยาอยู่ทางขวาพร้อมกับสัญญาเลี้ยงดูบุตรในนั้นอย่างละเอียด“ขอฉันอยู่คนเดียวก่อนนะนัท แล้วก็อย่าลืมให้อาหารเจ้าทองคำล่ะ เดี๋ยวฉันลงไป”“ผมมีธุระที่สำคัญต้องทำก่อนครับ ทางที่ดีผมว่านายควรไปให้อาหารมันเองจะดีกว่า” ธนัทคลี่ยิ้มบาง ก่อนจะโค้งตัวแล
“ยังไม่นอนเหรอคะ”จักรพรรดิที่นอนไม่หลับเดินลงมาเห็นแสงไฟในครัวก็รู้สึกเอะใจจนต้องเดินลงมาดู พบว่าอิษยากำลังง่วนอยู่การหาของกินในตู้เย็น“เอิงหิวน่ะค่ะ” หยิบเอาหมูสับ มะเขือเทศ และหัวหอมใหญ่ออกมาเตรียมจะทำสปาเกตตีซอสแดงรองท้องช่วงนี้อิษยาทานเก่งกว่าปกติ อาจเพราะเจ้าตัวน้อยอาจกำลังขยายร่างอยู่ในท้องของเธอทำให้กินจุกว่าแต่ก่อนมาก จนตอนนี้หน้าท้องของเธอเริ่มขยายใหญ่มากขึ้น ใบหน้าเริ่มจะมีคางสองชั้นดูจ้ำม่ำน่ารัก“งั้นเดี๋ยวพี่ช่วยนะ” จักรพรรดิเดินเข้าไปช่วยเป็นลูกมือ เขาพอจะมีฝีมือทำอาหารอยู่บ้างตอนไปเรียนที่อังกฤษ เรื่องหั่นหัวหอม หั่นมะเขือเทศนี่งานถนัด“ไม่ยักรู้ว่าคุณจะทำเป็นด้วย” อิษยาเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ เพราะปกติตอนอยู่บ้านเรื่องงานบ้านงานเรือนอิษยาเป็นคนทำทั้งหมด น้อยครั้งมากที่เธอจะเห็นจักรพรรดิจับมีดจับตะหลิวแบบนี้“พี่ไปอยู่อังกฤษตั้งสี่ปี ก็ต้องทำเป็นบ้างสิคะ” พูดพร้อมกับตั้งใจหั่นผักเป็นชิ้นเล็กๆ“คุณจะกินด้วยไหมคะ เอิงจะได้ทำเผื่อ” อิษยาเอ่ยถาม นึกขึ้นได้ว่ายังมีเห็ดหอมที่ซื้อจากตลาดมาเมื่อวานก็เปิดตู้เย็นไปหยิบมาใส่ด้วย“นึกว่าจะไม่ชวนซะแล้ว เอาสิคะ พี่กินด้วย” ชายหนุ่มห
จักรพรรดิขับรถมาส่งอิษยาและราชาที่บ้านหลังใหญ่ โดยที่ให้คนงานเอามอเตอร์ไซต์ของอิษยาขึ้นท้ายรถกระบะ ซึ่งตอนนี้อิษยาย้ายมาอยู่ที่นี่ชั่วคราว เพราะบุษบาไม่ยอมให้เธออยู่บ้านสวนตามลำพังอีกแล้วเพราะกลัวว่าเกิดอะไรขึ้นมาจะช่วยเหลือไม่ทันการบุษบาเดินออกมาดูว่าใครมาบ้าน เห็นรถโฟร์วิวของจักรพรรดิตามด้วยคนที่เดินออกมาเป็นลูกสะใภ้และลูกชายคนเล็กของเธอก็รู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย ปกติแล้วอิษยาใจแข็งดั่งหิน เธอแทบไม่คุยกับจักรพรรดิเลยหลังจากออกโรงพยาบาลมา ไม่ว่าลูกชายของเธอจะทำดีเท่าไหร่อิษยาก็เมินเฉยอยู่ตลอด“เกิดอะไรขึ้นค่ะ” เห็นเสื้อผ้าของจักรพรรดิเต็มไปด้วยคราบเลือดและคราบน้ำคร่ำก็รู้สึกตกใจ“แม่สีนวลเธอคลอด ผมเลยไปช่วยครับ” จักรพรรดิตอบเสียงเรียบ“งั้นเหรอ เป็นไงบ้าง ปลอดภัยไหมคะ” บุษบาก็พอจะได้ข่าวมาบ้างเอ่ยถามลูกชายของเธอ“ปลอดภัยทั้งแม่และเจ้าตัวเล็กครับ” พอได้ยินดังนั้นบุษบาก็ถอนหายใจแรงพร้อมกับเอามือทาบอก“โล่งอกไปทีนะ ว่าแต่เราเถอะ ไปช่วยเขาทำคลอดมาด้วยเหรอ”“ครับ ช่วยเป็นลูกมือหมอน่ะครับ” พูดพร้อมกับหันไปมองหน้าอิษยา “หึหึ ไม่น่าเชื่อว่านะว่าคนอย่างคิงจะไปทำอะไรแบบนี้ด้วย”บุษบานึกขันที่
สองเดือนผ่านไปร่างบางอยู่ในชุดกระโปรงบานสีขาวซ้อนหน้าท้องที่ยื่นออกมา สวมหมวกฟาง ถักเปียสองข้าง ใส่รองเท้าบูตสีแดง ใบหน้าแดงระเรื่อ กำลังขับรถมอเตอร์ไซค์คันเก่ามุ่งหน้าไปยังคอกม้าโดยมีเด็กชายราชานั่งซ้อนท้ายมาด้วย“ไม่ต้องรีบนะพี่สาว”ราชาพูดบอกพี่สะใภ้ของตน พยายามจับราวจับด้านหลังมอเตอร์ไซค์ไว้มั่น เพราะทางที่ขับมาเป็นทางลูกรัง มีทั้งเศษหินและยังมีหลุมเป็นอุปสรรคอิษยารู้สึกร้อนใจเป็นอย่างมากเพราะก่อนหน้านี้ราชาปั่นจักรยานไปส่งข่าวให้เธอว่าแม่สีนวล ม้าพันธุ์ที่จักรพรรดิซื้อให้เป็นของขวัญต้อนรับลูกน้อยตอนนี้กำลังจะคลอดลูกไม่นานทั้งสองก็มาถึงคอกม้า โดยมีจักรพรรดิเดินทางมาถึงก่อนหน้าไม่นาน ช่วงนี้เขาต้องบินไปบินกลับระหว่างพังงาและลำปางทุกอาทิตย์ เพราะอิษยายืนยันว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าจะคลอด ซึ่งจักรพรรดิที่มีคดีติดตัวอยู่ก็ยอมเสียสละคอยเทียวไปเทียวมาระหว่างสองจังหวัดที่อยู่ห่างไกลเป็นพันกิโลเมตรเพื่อได้มาอยู่กับคนที่เขารัก“พี่บอกแล้วไงว่าให้ใช้รถยนต์ ทำไมยังขี่มอเตอร์ไซค์มา รู้ไหมว่ามันอันตราย”จักรพรรดิเอ่ยถาม“...”และคำตอบของอิษยาก็ยังคือความเงียบเช่นเคย เธอยังทำเหมือนจักรพรรดิเป็
วันต่อมา อาการของอิษยาดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังมีจามอยู่เบาๆ คุณหมอเลยกักตัวดูอาการอีกวัน ส่วนจักรพรรดิก็ยังคอยอยู่ดูแลคนท้องอ่อนๆ ไม่มีขาด คอยหยิบนู้นหยิบนี้ให้ทั้งที่เขาสามารถจ้างคนมาดูแลอิษยาได้โดยไม่ต้องเสียแรงเลยด้วยซ้ำ“หนูเอิงจะกินส้มไหมคะ เดี๋ยวพี่ปอกเปลือกให้”“...”“งั้นเดี๋ยวพี่ปอกให้นะคะ พี่ไปคุยกับคุณหมอมาแล้ว เขาบอกว่าให้เราเน้นกินพวกผักผลไม้เยอะๆ ร่างกายจะได้แข็งแรง” จักรพรรดิพูดเอออออยู่คนเดียว ขณะที่อิษยาไม่ได้พูดกับเขามาตั้งแต่เมื่อวาน“เราจะลุกไปไหนคะ จะเข้าห้องน้ำเหรอ เดียวพี่ช่วยนะ” จักรพรรดิที่กำลังแกะเปลือกส้มให้คนตัวเล็ก เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหย่อนขากำลังจะใส่รองเท้าก็รีบปรี่เข้าไปช่วยคนตัวเล็กเพราะกลัวว่าจะล้มเหมือนวันนั้นอีก“อย่าทำเหมือนเอิงพิการได้ไหมคะ เอิงเดินเองได้” คิ้วเรียวสวยขมวดแน่น เมื่อถูกมือหนาโอบเข้าที่เอวคอด เธอไม่พอใจที่อีกฝ่ายแตะเนื้อต้องตัว แต่ขัดขืนไปก็เปล่าประโยชน์เพราะอีกฝ่ายยังคงทำหน้าที่ทั้งที่เธอเองก็ไม่ได้ร้องขอ“แต่พี่เต็มใจทำ เกิดหัวล้างข้างแตกไปจะทำยังไง” จักรพรรดิพูดดุด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนัก ก่อนจะพาคนตัวเล็กเข้าไปในห้องน้ำ“จะยืนอีกนานไ
“คุณหมอ เมียผมเป็นยังไงบ้าง”ทันทีที่เสียงบานประตูเปิดดังขึ้น จักรพรรดิที่กำลังนั่งกุมขมับด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก็ลุกขึ้นมาเอ่ยถามคุณหมอหนุ่มในชุดเสื้อกาวน์ใบหน้าหล่อปิดบังด้วยแมสสีขาว เดินถือแฟ้มรายงานคนไข้ออกมาด้วย“คนไข้และเด็กในครรภ์ปล่อยภัยดีครับ”ย้อนกลับไปในตอนเช้า เขาที่พึ่งกลับจากบ้านของบุษบาไปอาบน้ำอาบท่าเพื่อจะมาเฝ้าคนตัวเล็กต่อเห็นอิษยานอนสลบอยู่ที่กลางบ้าน หนำซ้ำเมื่อเขาแตะตัวร่างบางกลับพบว่าอิษยาตัวร้อนดั่งไฟ ไม่รอช้าก็รีบอุ้มร่างเล็กมาโรงพยาบาลด้วยความเป็นห่วง“เด็ก” คิ้วหนาขมวดแน่น ถามย้ำคำถามเดิมกลับ“คุณเป็นอะไรกับคนไข้ครับ” คุณหมอหนุ่มถามสถานะเพื่อความแน่ชัด เขาไม่สามารถบอกเรื่องที่สำคัญได้หากว่าไม่ใช่ญาติคนไข้โดยตรง“ผมเป็นสามีของเธอ”“ครับ คนไข้ตั้งครรภ์ได้แปดสัปดาห์แล้วครับ”“...”“ช่วงนี้หมออยากให้ดูแลคนไข้อย่างใกล้ชิดนะครับ เพราะยังไม่พ้นระยะเฝ้าระวังการแท้ง ทางที่ดีให้คนไข้กินอาหารที่มีประโยชน์และพักผ่อนให้เพียงพอ ถ้าไม่มีอะไรแล้วหมอขอตัวนะครับ”คุณหมอหนุ่มพูดบอก ก่อนจะเดินออกไป ทิ้งไว้ให้จักรพรรดิจมอยู่กับความคิดอยู่เพียงคนเดียว เรื่องราวในอดีตที่เคยทำไว้กับอิ
“ไม่ต้องไปใส่ใจหรอกนะคะ คนแบบนั้นปล่อยเขาไปเถอะ” อิษยาพูดเน้นเสียงให้อีกฝ่ายได้ยินอย่างชัดเจน ทำเอาหัวคิ้วหนาของคนที่เดินตามมาขมวดมุ่นทันที จักรพรรดิยืนกดดันจนพัฒนาแทบจะทำตัวไม่ถูกกันเลยทีเดียว ชายหนุ่มรีบสาวเท้าเข้าไปเก็บของหลังบ้านตามที่พูดแล้วรีบกลับไปก่อน “แล้วพี่ล
“ไม่เป็นไรค่ะ เอิงทำกับข้าวเสร็จพอดี แล้วก็นี่ค่ะของฝาก”อิษยายื่นถุงกับข้าวที่ตักแบ่งไว้ให้พัฒนาเพื่อเป็นของตอบแทนที่เขาพาเธอไปวัดในเช้านี้ ซึ่งวัดประจำหมู่บ้านอยู่ห่างจากไร่จันทร์ฉายเกือบสิบกิโลเมตร ถ้าจะให้ขับรถเครื่องไปเองก็คงใช้เวลาร่วมชั่วโมง“คุณหนูไม่ต้องทำเผื่อผมก็ได้ครับ” เขารับมันมาก่อนจ
เมื่อรู้ข่าวการตายของราเชนทร์ ทั้งคู่ก็รีบบินด่วนกลับพังงาทันที โดยที่ระหว่างทางอิษยาไม่คิดที่จะปริปากเอ่ยกับจักรพรรดิแม้แต่คำเดียวหลังจากผ่านความเป็นความตายมาได้ อิษยาคิดว่าความทรงจำที่หายไปของเธอเริ่มกลับมาบ้าง แม้นว่ามันจะรางเลือน แต่ภาพของมารดาที่นอนป่วยติดเตียงขอร้องให้เธออยู่บนโลกที่แสนโหดร้
ทางด้านจักรพรรดิ หลังจากที่งานสวดอภิธรรมจบเขาก็ตรงดิ่งมาที่ร้านของไคน์ในทันที ชายหนุ่มนั่งดื่มเงียบๆ อยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์บาร์เพียงคนเดียวโดยมีไคน์ยืนมองอยู่ห่างๆชายหนุ่มกระดกน้ำสีอำพันแก้วแล้วแก้วเล่า หวนนึกถึงสมัยวัยเยาว์ ที่พ่อของเขามักจะออกไปทำงานที่ต่างจังหวัดเป็นแรมเดือน กลับมาบ้านก็จะหอบหิ้







