LOGIN“คุณต้องการอะไรคะ”
“ฉันต้องถามเธอมากกว่านะ ว่าที่เธออยู่ตรงนี้เธอต้องการอะไรกันแน่ เธอยอมเป็นหุ่นกระบอกให้พ่อฉันเชิด ยอมที่จะแต่งงานกับฉันเพราะอะไรกันแน่เอิงเอย”
“เอิงเต็มใจแต่งกับงานคุณค่ะ”
อิษยาสารภาพว่าเธอมีความรู้สึกดีๆ ให้คนตรงหน้ามานานหลายปี เธอไม่รู้ว่าแอบชอบจักรพรรดิตอนไหนเหมือนกัน เพราะหลังจากที่บุษบาเซ็นใบหย่ากับราเชนทร์ จักรพรรดิก็เปลี่ยนไปราวกับคนละคน จากที่เป็นพี่ชายที่แสนดีกลับแสดงท่าทีเกลียดชังเธอชัดเจน
“หึ จะบอกว่าเธอพิศวาสฉันงั้นสิ”
จักรพรรดิยกยิ้มเหยียด ก่อนจะเดินไปคว้าข้อมือเล็กกึ่งลากกึ่งจูงไปยังห้องน้ำห้องสุดท้าย ปิดประตูล็อกกลอนอย่างแน่นหนาพร้อมกับดันร่างเล็กให้ชิดกับกำแพง
“พะ คุณจะทำอะไร”
“ในเมื่ออยากทำตัวเป็นตุ๊กตายางจนตัวสั่น งั้นก็ทำตัวให้สมกับที่พ่อฉันเสียเงินชุบกรวดกลายเป็นทองคำหน่อยสิ”
พูดจบจักรพรรดิก็รูดซิปกางเกงลง งัดเอาท่อนเอ็นที่บวมบูดออกมาจากกางเกงจนอิษยาถึงกับหน้าแดง แม้นว่าจะเคยเห็นท่อนลำยาวมาหลายครั้ง แต่เธอก็ยังไม่ชินกับท่อนอุ่นใหญ่ที่มีเส้นเอ็นพันรอบอยู่ดี
“ที่บ้านไม่ได้เหรอคะ”
อิษยาพูดต่อรองแม้นจะรู้คำตอบอยู่แล้วว่ายังไงคนเอาแต่ใจก็ไม่มีวันยอมเด็ดขาดก็ตาม
“ฝันสิ ฉันจ่ายเธอหนักขนาดนี้ เธอก็ควรบริการให้มันคุ้มกับที่ได้ไปหน่อยสิ”
จุกอกอีกแล้ว ทำไมคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีถึงขยันสร้างบาดแผลในใจให้เธอ ทว่ามันก็จริงอย่างที่เขาว่า ลำพังสินสอดทองหมั้นที่ได้มาเรียกได้ว่าชาตินี้ก็ใช้ไม่มีหมด
หญิงสาวจำใจนั่งยอง ขณะที่ใบหน้าตรงกับแก่นกายแข็งดุจหิน มันพยักหัวมาชนกับแก้มของเธอ ความรู้สึกอุ่นๆ กับกลิ่นอับๆ ทำให้อิษยาเบ้ไปทางอื่น ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากัน ก่อนจะถูกมือแกร่งจับศีรษะให้ตั้งตรง
“อมสิ เธอชอบมันไม่ใช่หรือไง เมื่อคืนนี้ยังเอาเข้าปากไม่มีบ่น แต่พอมาทำข้างนอกทำเป็นอิดออด หึ สำออย”
จักรพรรดิออกคำสั่ง อิษยาเงยหน้าสบตาคมดุคู่นั้นเป็นการตัดพ้อ แต่จะทำอะไรได้ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว ตัดสินใจกลืนท่อนยาวเข้าไปขณะที่หลับตาปี๋ ภาวนาขอให้ผ่านเวลานี้ไปเร็วๆ เพราะสิ่งที่อยู่ในปากทำให้เธอหายใจไม่ออก
เอาเข้าไปได้ครึ่งลำจนปลายดอกเห็ดชนจนสุดเพดานปาก ร่างบางรู้สึกทรมานจะแทบสำลัก น้ำหูน้ำตาไหลพรากขณะที่น้ำลายไหลย้อยออกมาตามมุมปาก เอามือดันหน้าขาไม่ให้ร่างสูงใส่เอวเข้ามามากกว่านี้ ทว่ามีหรือที่คนอย่างจักรพรรดิจะสงสาร เขากลับหมุนเอวใส่จนเกิดเสียงดัง ทว่าก็ถูกกลบเกลื่อนด้วยเสียงเพลงจากด้านนอก
อ๊อกๆๆๆ
“เก่งแบบนั้นแหละ ซี้ด อย่าให้ฟันขูดกับนะ ไม่งั้นฉันจะลงโทษเธอหนักแน่เอิงเอย ซี้ด”ความอุ่นนุ่มของโพรงปากทำให้จักรพรรดิแทบคลั่ง เขาล้วงมือเข้าไปในกลุ่มผมของหญิงสาว เด้งเอวใส่รัวเร็ว ขณะร่างบางทำได้เพียงหลับตาแน่นรับรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะถึงฝั่งฝัน
แกร๊กกก
ตึกๆๆๆๆ
เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาในห้องน้ำข้างๆ จนหัวใจดวงน้อยเต้นรัวเพราะกลัวว่าจะถูกจับได้ ส่วนปากก็ยังทำหน้าที่ดูดเลียแท่งร้อน ตวัดเกี่ยวที่ปลายดอกเห็ดอย่างสนุกลิ้น ก่อนที่น้ำคาวขุ่นจะพวยพุ่งออกมาเต็มปากเล็กจนย้อยออกมาตรงมุมปาก
“ซี้ดดดดดด กินให้หมดเอิง อย่าให้น้ำของฉันหกเชียว ซี้ด แบบนั้นแหละเด็กดี”
ชายหนุ่มเงยหน้าเป่าปากด้วยความเสียว ส่วนร่างบางที่อยู่ด้านล่างก็ยังคงดูดเลียน้ำหวานจนหมดหยดสุดท้ายโดยไม่อิดออด
“แกได้ยินเสียงอะไรหรือเปล่า”
เสียงจากคนที่เข้ามาใช้ห้องน้ำเอ่ยถามเพื่อนข้างห้องเพราะได้ยินเสียงผู้ชายเบาๆ
“ไม่นะ แกน่ะหูฟาดหรือเปล่า”
“แต่ฉันได้ยินจริงๆ นะแก”
ขณะที่คนด้านในห้องน้ำกำลังโต้แย้งกัน จักรพรรดิก็จูงมืออิษยาออกมาจากห้องน้ำอย่างเงียบๆ
วันต่อมา จักรพรรดิก็ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับอิษยาทันที เขาเก็บข้าวของเตรียมตัวที่จะกลับพังงาเร็วกว่ากำหนดการที่จะถึง นั่นสร้างความแปลกใจให้กับบุษบาเป็นอย่างมาก เธอพยายามที่จะคาดคั้นลูกสะใภ้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่ได้คำตอบสิ่งใดนอกเสียจากการทิ้งตั๋วเครื่องบิน นั่นก็ทำให้บุษบาพอเดาได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกลับมาพังงาครั้งนี้ จักรพรรดิโหมงานอย่างหนักจนร่างกายทรุดโทรมอีกครั้ง เหมือนครั้งที่ราเชนทร์ทำงานหามรุ่งหามค่ำตอนที่บุษบาเลือกเดินออกไปจากชีวิตของราเชนทร์ ทั้งจักรพรรดิและพ่อของเขาเหมือนกันก็ตรงที่ พวกเขาเคยมีสิ่งของมีค่าอยู่ในมือ แต่กับทิ้งมันราวกับก้อนกรวด พอมาเห็นค่าก็ในวันที่เสียทุกอย่างไปแล้ว“คุณเอิงส่งนี่มาให้คุณครับ” ธนัทยื่นซองสีน้ำตาลที่อิษยาส่งมาให้กับจักรพรรดิ แล้วก็เป็นอย่างที่คิด ทันทีที่เปิดซองออกมาพบว่ามีใบหย่าที่มีการลงลายมือชื่อของอิษยาอยู่ทางขวาพร้อมกับสัญญาเลี้ยงดูบุตรในนั้นอย่างละเอียด“ขอฉันอยู่คนเดียวก่อนนะนัท แล้วก็อย่าลืมให้อาหารเจ้าทองคำล่ะ เดี๋ยวฉันลงไป”“ผมมีธุระที่สำคัญต้องทำก่อนครับ ทางที่ดีผมว่านายควรไปให้อาหารมันเองจะดีกว่า” ธนัทคลี่ยิ้มบาง ก่อนจะโค้งตัวแล
“ยังไม่นอนเหรอคะ”จักรพรรดิที่นอนไม่หลับเดินลงมาเห็นแสงไฟในครัวก็รู้สึกเอะใจจนต้องเดินลงมาดู พบว่าอิษยากำลังง่วนอยู่การหาของกินในตู้เย็น“เอิงหิวน่ะค่ะ” หยิบเอาหมูสับ มะเขือเทศ และหัวหอมใหญ่ออกมาเตรียมจะทำสปาเกตตีซอสแดงรองท้องช่วงนี้อิษยาทานเก่งกว่าปกติ อาจเพราะเจ้าตัวน้อยอาจกำลังขยายร่างอยู่ในท้องของเธอทำให้กินจุกว่าแต่ก่อนมาก จนตอนนี้หน้าท้องของเธอเริ่มขยายใหญ่มากขึ้น ใบหน้าเริ่มจะมีคางสองชั้นดูจ้ำม่ำน่ารัก“งั้นเดี๋ยวพี่ช่วยนะ” จักรพรรดิเดินเข้าไปช่วยเป็นลูกมือ เขาพอจะมีฝีมือทำอาหารอยู่บ้างตอนไปเรียนที่อังกฤษ เรื่องหั่นหัวหอม หั่นมะเขือเทศนี่งานถนัด“ไม่ยักรู้ว่าคุณจะทำเป็นด้วย” อิษยาเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ เพราะปกติตอนอยู่บ้านเรื่องงานบ้านงานเรือนอิษยาเป็นคนทำทั้งหมด น้อยครั้งมากที่เธอจะเห็นจักรพรรดิจับมีดจับตะหลิวแบบนี้“พี่ไปอยู่อังกฤษตั้งสี่ปี ก็ต้องทำเป็นบ้างสิคะ” พูดพร้อมกับตั้งใจหั่นผักเป็นชิ้นเล็กๆ“คุณจะกินด้วยไหมคะ เอิงจะได้ทำเผื่อ” อิษยาเอ่ยถาม นึกขึ้นได้ว่ายังมีเห็ดหอมที่ซื้อจากตลาดมาเมื่อวานก็เปิดตู้เย็นไปหยิบมาใส่ด้วย“นึกว่าจะไม่ชวนซะแล้ว เอาสิคะ พี่กินด้วย” ชายหนุ่มห
จักรพรรดิขับรถมาส่งอิษยาและราชาที่บ้านหลังใหญ่ โดยที่ให้คนงานเอามอเตอร์ไซต์ของอิษยาขึ้นท้ายรถกระบะ ซึ่งตอนนี้อิษยาย้ายมาอยู่ที่นี่ชั่วคราว เพราะบุษบาไม่ยอมให้เธออยู่บ้านสวนตามลำพังอีกแล้วเพราะกลัวว่าเกิดอะไรขึ้นมาจะช่วยเหลือไม่ทันการบุษบาเดินออกมาดูว่าใครมาบ้าน เห็นรถโฟร์วิวของจักรพรรดิตามด้วยคนที่เดินออกมาเป็นลูกสะใภ้และลูกชายคนเล็กของเธอก็รู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย ปกติแล้วอิษยาใจแข็งดั่งหิน เธอแทบไม่คุยกับจักรพรรดิเลยหลังจากออกโรงพยาบาลมา ไม่ว่าลูกชายของเธอจะทำดีเท่าไหร่อิษยาก็เมินเฉยอยู่ตลอด“เกิดอะไรขึ้นค่ะ” เห็นเสื้อผ้าของจักรพรรดิเต็มไปด้วยคราบเลือดและคราบน้ำคร่ำก็รู้สึกตกใจ“แม่สีนวลเธอคลอด ผมเลยไปช่วยครับ” จักรพรรดิตอบเสียงเรียบ“งั้นเหรอ เป็นไงบ้าง ปลอดภัยไหมคะ” บุษบาก็พอจะได้ข่าวมาบ้างเอ่ยถามลูกชายของเธอ“ปลอดภัยทั้งแม่และเจ้าตัวเล็กครับ” พอได้ยินดังนั้นบุษบาก็ถอนหายใจแรงพร้อมกับเอามือทาบอก“โล่งอกไปทีนะ ว่าแต่เราเถอะ ไปช่วยเขาทำคลอดมาด้วยเหรอ”“ครับ ช่วยเป็นลูกมือหมอน่ะครับ” พูดพร้อมกับหันไปมองหน้าอิษยา “หึหึ ไม่น่าเชื่อว่านะว่าคนอย่างคิงจะไปทำอะไรแบบนี้ด้วย”บุษบานึกขันที่
สองเดือนผ่านไปร่างบางอยู่ในชุดกระโปรงบานสีขาวซ้อนหน้าท้องที่ยื่นออกมา สวมหมวกฟาง ถักเปียสองข้าง ใส่รองเท้าบูตสีแดง ใบหน้าแดงระเรื่อ กำลังขับรถมอเตอร์ไซค์คันเก่ามุ่งหน้าไปยังคอกม้าโดยมีเด็กชายราชานั่งซ้อนท้ายมาด้วย“ไม่ต้องรีบนะพี่สาว”ราชาพูดบอกพี่สะใภ้ของตน พยายามจับราวจับด้านหลังมอเตอร์ไซค์ไว้มั่น เพราะทางที่ขับมาเป็นทางลูกรัง มีทั้งเศษหินและยังมีหลุมเป็นอุปสรรคอิษยารู้สึกร้อนใจเป็นอย่างมากเพราะก่อนหน้านี้ราชาปั่นจักรยานไปส่งข่าวให้เธอว่าแม่สีนวล ม้าพันธุ์ที่จักรพรรดิซื้อให้เป็นของขวัญต้อนรับลูกน้อยตอนนี้กำลังจะคลอดลูกไม่นานทั้งสองก็มาถึงคอกม้า โดยมีจักรพรรดิเดินทางมาถึงก่อนหน้าไม่นาน ช่วงนี้เขาต้องบินไปบินกลับระหว่างพังงาและลำปางทุกอาทิตย์ เพราะอิษยายืนยันว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าจะคลอด ซึ่งจักรพรรดิที่มีคดีติดตัวอยู่ก็ยอมเสียสละคอยเทียวไปเทียวมาระหว่างสองจังหวัดที่อยู่ห่างไกลเป็นพันกิโลเมตรเพื่อได้มาอยู่กับคนที่เขารัก“พี่บอกแล้วไงว่าให้ใช้รถยนต์ ทำไมยังขี่มอเตอร์ไซค์มา รู้ไหมว่ามันอันตราย”จักรพรรดิเอ่ยถาม“...”และคำตอบของอิษยาก็ยังคือความเงียบเช่นเคย เธอยังทำเหมือนจักรพรรดิเป็
วันต่อมา อาการของอิษยาดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังมีจามอยู่เบาๆ คุณหมอเลยกักตัวดูอาการอีกวัน ส่วนจักรพรรดิก็ยังคอยอยู่ดูแลคนท้องอ่อนๆ ไม่มีขาด คอยหยิบนู้นหยิบนี้ให้ทั้งที่เขาสามารถจ้างคนมาดูแลอิษยาได้โดยไม่ต้องเสียแรงเลยด้วยซ้ำ“หนูเอิงจะกินส้มไหมคะ เดี๋ยวพี่ปอกเปลือกให้”“...”“งั้นเดี๋ยวพี่ปอกให้นะคะ พี่ไปคุยกับคุณหมอมาแล้ว เขาบอกว่าให้เราเน้นกินพวกผักผลไม้เยอะๆ ร่างกายจะได้แข็งแรง” จักรพรรดิพูดเอออออยู่คนเดียว ขณะที่อิษยาไม่ได้พูดกับเขามาตั้งแต่เมื่อวาน“เราจะลุกไปไหนคะ จะเข้าห้องน้ำเหรอ เดียวพี่ช่วยนะ” จักรพรรดิที่กำลังแกะเปลือกส้มให้คนตัวเล็ก เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหย่อนขากำลังจะใส่รองเท้าก็รีบปรี่เข้าไปช่วยคนตัวเล็กเพราะกลัวว่าจะล้มเหมือนวันนั้นอีก“อย่าทำเหมือนเอิงพิการได้ไหมคะ เอิงเดินเองได้” คิ้วเรียวสวยขมวดแน่น เมื่อถูกมือหนาโอบเข้าที่เอวคอด เธอไม่พอใจที่อีกฝ่ายแตะเนื้อต้องตัว แต่ขัดขืนไปก็เปล่าประโยชน์เพราะอีกฝ่ายยังคงทำหน้าที่ทั้งที่เธอเองก็ไม่ได้ร้องขอ“แต่พี่เต็มใจทำ เกิดหัวล้างข้างแตกไปจะทำยังไง” จักรพรรดิพูดดุด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนัก ก่อนจะพาคนตัวเล็กเข้าไปในห้องน้ำ“จะยืนอีกนานไ
“คุณหมอ เมียผมเป็นยังไงบ้าง”ทันทีที่เสียงบานประตูเปิดดังขึ้น จักรพรรดิที่กำลังนั่งกุมขมับด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก็ลุกขึ้นมาเอ่ยถามคุณหมอหนุ่มในชุดเสื้อกาวน์ใบหน้าหล่อปิดบังด้วยแมสสีขาว เดินถือแฟ้มรายงานคนไข้ออกมาด้วย“คนไข้และเด็กในครรภ์ปล่อยภัยดีครับ”ย้อนกลับไปในตอนเช้า เขาที่พึ่งกลับจากบ้านของบุษบาไปอาบน้ำอาบท่าเพื่อจะมาเฝ้าคนตัวเล็กต่อเห็นอิษยานอนสลบอยู่ที่กลางบ้าน หนำซ้ำเมื่อเขาแตะตัวร่างบางกลับพบว่าอิษยาตัวร้อนดั่งไฟ ไม่รอช้าก็รีบอุ้มร่างเล็กมาโรงพยาบาลด้วยความเป็นห่วง“เด็ก” คิ้วหนาขมวดแน่น ถามย้ำคำถามเดิมกลับ“คุณเป็นอะไรกับคนไข้ครับ” คุณหมอหนุ่มถามสถานะเพื่อความแน่ชัด เขาไม่สามารถบอกเรื่องที่สำคัญได้หากว่าไม่ใช่ญาติคนไข้โดยตรง“ผมเป็นสามีของเธอ”“ครับ คนไข้ตั้งครรภ์ได้แปดสัปดาห์แล้วครับ”“...”“ช่วงนี้หมออยากให้ดูแลคนไข้อย่างใกล้ชิดนะครับ เพราะยังไม่พ้นระยะเฝ้าระวังการแท้ง ทางที่ดีให้คนไข้กินอาหารที่มีประโยชน์และพักผ่อนให้เพียงพอ ถ้าไม่มีอะไรแล้วหมอขอตัวนะครับ”คุณหมอหนุ่มพูดบอก ก่อนจะเดินออกไป ทิ้งไว้ให้จักรพรรดิจมอยู่กับความคิดอยู่เพียงคนเดียว เรื่องราวในอดีตที่เคยทำไว้กับอิ
“ไม่ต้องไปใส่ใจหรอกนะคะ คนแบบนั้นปล่อยเขาไปเถอะ” อิษยาพูดเน้นเสียงให้อีกฝ่ายได้ยินอย่างชัดเจน ทำเอาหัวคิ้วหนาของคนที่เดินตามมาขมวดมุ่นทันที จักรพรรดิยืนกดดันจนพัฒนาแทบจะทำตัวไม่ถูกกันเลยทีเดียว ชายหนุ่มรีบสาวเท้าเข้าไปเก็บของหลังบ้านตามที่พูดแล้วรีบกลับไปก่อน “แล้วพี่ล
“ไม่เป็นไรค่ะ เอิงทำกับข้าวเสร็จพอดี แล้วก็นี่ค่ะของฝาก”อิษยายื่นถุงกับข้าวที่ตักแบ่งไว้ให้พัฒนาเพื่อเป็นของตอบแทนที่เขาพาเธอไปวัดในเช้านี้ ซึ่งวัดประจำหมู่บ้านอยู่ห่างจากไร่จันทร์ฉายเกือบสิบกิโลเมตร ถ้าจะให้ขับรถเครื่องไปเองก็คงใช้เวลาร่วมชั่วโมง“คุณหนูไม่ต้องทำเผื่อผมก็ได้ครับ” เขารับมันมาก่อนจ
เมื่อรู้ข่าวการตายของราเชนทร์ ทั้งคู่ก็รีบบินด่วนกลับพังงาทันที โดยที่ระหว่างทางอิษยาไม่คิดที่จะปริปากเอ่ยกับจักรพรรดิแม้แต่คำเดียวหลังจากผ่านความเป็นความตายมาได้ อิษยาคิดว่าความทรงจำที่หายไปของเธอเริ่มกลับมาบ้าง แม้นว่ามันจะรางเลือน แต่ภาพของมารดาที่นอนป่วยติดเตียงขอร้องให้เธออยู่บนโลกที่แสนโหดร้
ทางด้านจักรพรรดิ หลังจากที่งานสวดอภิธรรมจบเขาก็ตรงดิ่งมาที่ร้านของไคน์ในทันที ชายหนุ่มนั่งดื่มเงียบๆ อยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์บาร์เพียงคนเดียวโดยมีไคน์ยืนมองอยู่ห่างๆชายหนุ่มกระดกน้ำสีอำพันแก้วแล้วแก้วเล่า หวนนึกถึงสมัยวัยเยาว์ ที่พ่อของเขามักจะออกไปทำงานที่ต่างจังหวัดเป็นแรมเดือน กลับมาบ้านก็จะหอบหิ้







