LOGIN“ไปเข้าห้องน้ำนานเชียวนะ ท้องเสียหรือไง”
คณิตเอ่ยถามอิษยาด้วยความเป็นห่วง เห็นว่าเพื่อนเข้าห้องน้ำนาน กะว่าจะเดินออกไปตามก็พอดีกับที่อิษยาเดินเข้ามาพอดิบพอดี สังเกตว่าเพื่อนมีอาการเหนื่อยหอบและเหงื่อออกเต็มกรอบหน้าก็นึกว่าอิษยาไม่สบายหรือเปล่า
“อืม ท้องเสียนิดหน่อยน่ะ”
อิษยาพูดปลด ใบหน้าหวานแดงระเรื่อเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะทำเรื่องที่น่าอายในที่สาธารณะแบบนั้นได้ หากถูกคนจับได้คงได้อายจนแทรกแผ่นดินหนีเป็นแน่ เหลือบมองตัวต้นเหตุกำลังนั่งหัวเราะอย่างสบายใจ ทว่าอีกฝ่ายกลับจ้องเธอกลับมาพร้อมกับยกยิ้มให้เธอ
“งั้นกลับเลยไหม เดี๋ยวเราไปส่ง”
คณิตเอ่ยอาสา สีหน้าแสดงความเป็นห่วงจนคนที่มองเหตุการณ์อยู่ตลอดถึงกับหมั่นไส้ ไอ้หน้าอ่อนนี่คงไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของผู้หญิงคนนี้ไปได้หรอก มารยา ทำตัวอ่อนแอ ไม่มีพิษมีภัย แต่แท้จริงแล้วอิษยาก็แค่อยากสบาย นี่คงหาเหยื่อรายใหม่ไว้สำรองแล้วหากได้หย่ากับเขา
“ระวังน้องมึงด้วยนะคชา น้องมึงไม่ทันผู้หญิงคนนั้นหรอก”
ด้วยความหวังดีจักรพรรดิกระซิบบอกเพื่อนที่นั่งดื่มอย่างเงียบๆ นี่กินเหล้าจะหมดขวด เห็นคชายกแก้วดื่มตลอดยังไม่เห็นทีท่าว่าอีกฝ่ายจะเมา ก็อย่างว่ากว่าจะคอแข็งเป็นหินได้สามเพื่อนรักก็เคยกอดคอกันอ้วกมาแล้วตอนอยู่อังกฤษ เหล้าแรงแค่นี้ไม่คณามือหรอก
“ทำไมวะ” เลิกคิ้วเอ่ยถามอย่างสงสัย
“กูแค่เตือน”
“หึ...ไม่ใช่มึงจะเก็บไว้แดกคนเดียวเหรอไอ้คิง”
น้ำเสียงทุ้มพูดสวนกลับ ก่อนหน้านี้คชาเห็นจักรพรรดิเดินตามอิษยาเข้าไปในห้องน้ำ เดินออกมาอีกทีเสื้อผ้าไม่เรียบร้อยทั้งคู่ แค่มองปราดเดียวก็พอจะเดาออกว่าทั้งสองไปทำอะไรกันมา
“ก็แค่แดกเล่นๆ รอพ่อกูตายกูจะจับผู้หญิงคนนั้นเซ็นใบหย่าแล้วเฉดหัวออกไปจากบ้านกูทันที”
จักรพรรดิพอจะรู้อาการป่วยของราเชนทร์ว่าไม่มียาตัวไหนรักษาให้หายเพราะมะเร็งได้แพร่กระจายไปทั่วปอดแล้ว ที่อยู่ได้มาถึงทุกวันนี้ก็เพราะกำลังใจที่ขับเคลื่อนให้เขายังมีลมหายใจอยู่ตอนนี้ เดาได้ไม่อยากว่าราเชนทร์ปูทางไว้ให้อิษยาเป็นที่เรียบร้อยก่อนที่เขาจะจากไป ทว่าจักรพรรดิไม่มีวันยอมให้ผู้หญิงที่เข้ามาทำลายครอบครัวของเขา ไปเสวยสุขกับทรัพย์สมบัติที่พ่อกับแม่ของเขาสร้างมาด้วยกันอย่างสบายแน่นอน
ครอบครัวธนาการกิจไพบูลย์ไม่ใช่ตระกูลร่ำรวยมาตั้งแต่ต้น ทว่าที่มีทุกวันนี้ก็เพราะน้ำพักน้ำแรงที่ราเชนทร์และบุษบาสร้างมาด้วยกัน กว่าที่ทั้งสองจะลืมตาอ้าปากได้ก็กินเวลาไปหลายปี
จักรพรรดิจำได้แม่นว่าเขาไม่เคยได้อยู่กับพ่อกับแม่เลยด้วยซ้ำ พวกเขาพาลูกชายคนเดียวไปฝากกับพี่สาวของบุษบาให้ช่วยเลี้ยงตอนที่พวกเขาตัดสินใจจะทุ่มเงินก้อนสุดท้ายไปซื้อที่ดินหลายสิบล้านเพื่อทำรีสอร์ตจนกิจการขยายใหญ่โตบุษบาก็ไปรับลูกชายของเธอมาดูแลเอง
“มึงแน่ใจนะว่ามึงจะทำอย่างนั้นจริงๆ”
คชาถามย้ำ ที่จริงเขาไม่อยากจะก้าวก่ายเรื่องของเพื่อนสักเท่าไรเพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เมื่อเห็นอาการหึงหวงจนออกนอกหน้า ทำให้เขาอดที่จะเย้าแหย่เพื่อนตัวดีมิได้
“ก็คอยดู”
กระดกน้ำเมาจนหมดแก้ว คชายกยิ้มที่มุมปากเมื่อเห็นท่าทีของหมาหวงก้าง
“แล้วอย่ามานั่งเสียใจแล้วกัน”
ความเคียดแค้นปรากฏนัยน์แววตาดุ จักรพรรดิย้ำเตือนตัวเองว่ายังไงก็ไม่มีวันเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป คนที่เสียใจไม่ใช่เขาแต่เป็นพ่อของต่างหาก เขาจะทำให้ราเชนทร์เห็นว่าเขาคิดผิดที่เลือกเด็กคนนี้แทนที่จะเป็นครอบครัวของตัวเอง
“แกหายหัวไปไหนมาไอ้ลูกเวร”
เสียงแหบแห้งของชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่บนรถเข็นโดยมีพยาบาลสาวเข็นมาหาคนที่พึ่งจะเข้าบ้านมา หัวเรือใหญ่ของตระกูลธนาการกิจไพบูรณ์ ตระกูลที่มั่งคั่งที่สุดในจังหวัดพังงาบัดนี้กลับมีเพียงแต่หนังหุ้มกระดูก ใบหน้าตอบยังมีเค้าโครงความหล่อในอดีต ผิวหนังแห้งกร้าน ดวงตาโปน เพราะพึ่งผ่านการเข้ารับเคมีบำบัดมา เขาเอ่ยทักลูกชายที่ไม่ได้เห็นหน้าค่าตามาเกือบอาทิตย์
“ไม่ดีเหรอครับ สุขภาพจิตของพ่อจะได้ดีขึ้นไง” จักรพรรดิตอบเสียงเรียบ
ตั้งแต่เรื่องที่ผับวันนั้นจักรพรรดิก็ไม่ได้เข้าบ้านมาร่วมอาทิตย์ ส่วนหนึ่งเขากำลังซุ่มทำธุรกิจกับเพื่อนรักอย่างไคน์และคชาอย่างเงียบๆ หลังจากคชากลับจากอังกฤษและต้องดูแลกิจการเรือสำราญต่อจากครอบครัว ทำให้จักรพรรดิเล็งเห็นช่องทางทำธุรกิจต่อ เขาจึงใช้โอกาสนี้ในการเปิดบริษัททัวร์ร่วมกันสามคน
“เมื่อไรแกจะโตสักทีไอ้คิง แกแต่งงานมีครอบครัวแล้วนะ แล้วแบบนี้ฉันจะเบาใจให้แกดูแลหนูเอิงได้ไง แค่กๆๆ”
ราเชนทร์กระแทกเสียงด้วยความโกรธ
“จะมีสักวินาทีไหมที่พ่อไม่ห่วงลูกคนโปรดของพ่อ”
จักรพรรดิยกยิ้ม นึกสมเพชตัวเองที่ตัดสินใจยอมแต่งกับอิษยาตามคำสั่งของราเชนทร์ เพียงเพราะหากเขาไม่ทำตาม ทรัพย์สมบัติทั้งหมดหรือแม้กระทั่งบ้านหลังนี้ราเชนทร์จะโอนให้อิษยาทั้งหมดทันทีที่เขาปฏิเสธ จักรพรรดิไม่ใช่คนสิ้นไร้ไม้ตอกขนาดนั้น เขาไม่ได้สนใจทรัพย์สมบัติของราเชนทร์เลยด้วยซ้ำ ลำพังแค่ทำกิจการร้านเหล้า เปิดผับ ทำให้เขามีกินมีใช้ไม่มีหมดอยู่แล้ว
“หนูเอิงเป็นคนที่เหมาะสมกับแกแล้ว แกลองเปิดใจให้เธอแล้วหรือยัง แกจะรู้ว่าน้องน่ารักขนาดไหน”
“หนูเอิงของพ่อไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคนนะครับ ควรเข้าใจซะใหม่ พ่อก็รู้ว่าแต่งงานกับผมแล้วผู้หญิงคนนั้นจะเจอกับอะไรบ้าง”
วันต่อมา จักรพรรดิก็ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับอิษยาทันที เขาเก็บข้าวของเตรียมตัวที่จะกลับพังงาเร็วกว่ากำหนดการที่จะถึง นั่นสร้างความแปลกใจให้กับบุษบาเป็นอย่างมาก เธอพยายามที่จะคาดคั้นลูกสะใภ้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่ได้คำตอบสิ่งใดนอกเสียจากการทิ้งตั๋วเครื่องบิน นั่นก็ทำให้บุษบาพอเดาได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกลับมาพังงาครั้งนี้ จักรพรรดิโหมงานอย่างหนักจนร่างกายทรุดโทรมอีกครั้ง เหมือนครั้งที่ราเชนทร์ทำงานหามรุ่งหามค่ำตอนที่บุษบาเลือกเดินออกไปจากชีวิตของราเชนทร์ ทั้งจักรพรรดิและพ่อของเขาเหมือนกันก็ตรงที่ พวกเขาเคยมีสิ่งของมีค่าอยู่ในมือ แต่กับทิ้งมันราวกับก้อนกรวด พอมาเห็นค่าก็ในวันที่เสียทุกอย่างไปแล้ว“คุณเอิงส่งนี่มาให้คุณครับ” ธนัทยื่นซองสีน้ำตาลที่อิษยาส่งมาให้กับจักรพรรดิ แล้วก็เป็นอย่างที่คิด ทันทีที่เปิดซองออกมาพบว่ามีใบหย่าที่มีการลงลายมือชื่อของอิษยาอยู่ทางขวาพร้อมกับสัญญาเลี้ยงดูบุตรในนั้นอย่างละเอียด“ขอฉันอยู่คนเดียวก่อนนะนัท แล้วก็อย่าลืมให้อาหารเจ้าทองคำล่ะ เดี๋ยวฉันลงไป”“ผมมีธุระที่สำคัญต้องทำก่อนครับ ทางที่ดีผมว่านายควรไปให้อาหารมันเองจะดีกว่า” ธนัทคลี่ยิ้มบาง ก่อนจะโค้งตัวแล
“ยังไม่นอนเหรอคะ”จักรพรรดิที่นอนไม่หลับเดินลงมาเห็นแสงไฟในครัวก็รู้สึกเอะใจจนต้องเดินลงมาดู พบว่าอิษยากำลังง่วนอยู่การหาของกินในตู้เย็น“เอิงหิวน่ะค่ะ” หยิบเอาหมูสับ มะเขือเทศ และหัวหอมใหญ่ออกมาเตรียมจะทำสปาเกตตีซอสแดงรองท้องช่วงนี้อิษยาทานเก่งกว่าปกติ อาจเพราะเจ้าตัวน้อยอาจกำลังขยายร่างอยู่ในท้องของเธอทำให้กินจุกว่าแต่ก่อนมาก จนตอนนี้หน้าท้องของเธอเริ่มขยายใหญ่มากขึ้น ใบหน้าเริ่มจะมีคางสองชั้นดูจ้ำม่ำน่ารัก“งั้นเดี๋ยวพี่ช่วยนะ” จักรพรรดิเดินเข้าไปช่วยเป็นลูกมือ เขาพอจะมีฝีมือทำอาหารอยู่บ้างตอนไปเรียนที่อังกฤษ เรื่องหั่นหัวหอม หั่นมะเขือเทศนี่งานถนัด“ไม่ยักรู้ว่าคุณจะทำเป็นด้วย” อิษยาเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ เพราะปกติตอนอยู่บ้านเรื่องงานบ้านงานเรือนอิษยาเป็นคนทำทั้งหมด น้อยครั้งมากที่เธอจะเห็นจักรพรรดิจับมีดจับตะหลิวแบบนี้“พี่ไปอยู่อังกฤษตั้งสี่ปี ก็ต้องทำเป็นบ้างสิคะ” พูดพร้อมกับตั้งใจหั่นผักเป็นชิ้นเล็กๆ“คุณจะกินด้วยไหมคะ เอิงจะได้ทำเผื่อ” อิษยาเอ่ยถาม นึกขึ้นได้ว่ายังมีเห็ดหอมที่ซื้อจากตลาดมาเมื่อวานก็เปิดตู้เย็นไปหยิบมาใส่ด้วย“นึกว่าจะไม่ชวนซะแล้ว เอาสิคะ พี่กินด้วย” ชายหนุ่มห
จักรพรรดิขับรถมาส่งอิษยาและราชาที่บ้านหลังใหญ่ โดยที่ให้คนงานเอามอเตอร์ไซต์ของอิษยาขึ้นท้ายรถกระบะ ซึ่งตอนนี้อิษยาย้ายมาอยู่ที่นี่ชั่วคราว เพราะบุษบาไม่ยอมให้เธออยู่บ้านสวนตามลำพังอีกแล้วเพราะกลัวว่าเกิดอะไรขึ้นมาจะช่วยเหลือไม่ทันการบุษบาเดินออกมาดูว่าใครมาบ้าน เห็นรถโฟร์วิวของจักรพรรดิตามด้วยคนที่เดินออกมาเป็นลูกสะใภ้และลูกชายคนเล็กของเธอก็รู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย ปกติแล้วอิษยาใจแข็งดั่งหิน เธอแทบไม่คุยกับจักรพรรดิเลยหลังจากออกโรงพยาบาลมา ไม่ว่าลูกชายของเธอจะทำดีเท่าไหร่อิษยาก็เมินเฉยอยู่ตลอด“เกิดอะไรขึ้นค่ะ” เห็นเสื้อผ้าของจักรพรรดิเต็มไปด้วยคราบเลือดและคราบน้ำคร่ำก็รู้สึกตกใจ“แม่สีนวลเธอคลอด ผมเลยไปช่วยครับ” จักรพรรดิตอบเสียงเรียบ“งั้นเหรอ เป็นไงบ้าง ปลอดภัยไหมคะ” บุษบาก็พอจะได้ข่าวมาบ้างเอ่ยถามลูกชายของเธอ“ปลอดภัยทั้งแม่และเจ้าตัวเล็กครับ” พอได้ยินดังนั้นบุษบาก็ถอนหายใจแรงพร้อมกับเอามือทาบอก“โล่งอกไปทีนะ ว่าแต่เราเถอะ ไปช่วยเขาทำคลอดมาด้วยเหรอ”“ครับ ช่วยเป็นลูกมือหมอน่ะครับ” พูดพร้อมกับหันไปมองหน้าอิษยา “หึหึ ไม่น่าเชื่อว่านะว่าคนอย่างคิงจะไปทำอะไรแบบนี้ด้วย”บุษบานึกขันที่
สองเดือนผ่านไปร่างบางอยู่ในชุดกระโปรงบานสีขาวซ้อนหน้าท้องที่ยื่นออกมา สวมหมวกฟาง ถักเปียสองข้าง ใส่รองเท้าบูตสีแดง ใบหน้าแดงระเรื่อ กำลังขับรถมอเตอร์ไซค์คันเก่ามุ่งหน้าไปยังคอกม้าโดยมีเด็กชายราชานั่งซ้อนท้ายมาด้วย“ไม่ต้องรีบนะพี่สาว”ราชาพูดบอกพี่สะใภ้ของตน พยายามจับราวจับด้านหลังมอเตอร์ไซค์ไว้มั่น เพราะทางที่ขับมาเป็นทางลูกรัง มีทั้งเศษหินและยังมีหลุมเป็นอุปสรรคอิษยารู้สึกร้อนใจเป็นอย่างมากเพราะก่อนหน้านี้ราชาปั่นจักรยานไปส่งข่าวให้เธอว่าแม่สีนวล ม้าพันธุ์ที่จักรพรรดิซื้อให้เป็นของขวัญต้อนรับลูกน้อยตอนนี้กำลังจะคลอดลูกไม่นานทั้งสองก็มาถึงคอกม้า โดยมีจักรพรรดิเดินทางมาถึงก่อนหน้าไม่นาน ช่วงนี้เขาต้องบินไปบินกลับระหว่างพังงาและลำปางทุกอาทิตย์ เพราะอิษยายืนยันว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าจะคลอด ซึ่งจักรพรรดิที่มีคดีติดตัวอยู่ก็ยอมเสียสละคอยเทียวไปเทียวมาระหว่างสองจังหวัดที่อยู่ห่างไกลเป็นพันกิโลเมตรเพื่อได้มาอยู่กับคนที่เขารัก“พี่บอกแล้วไงว่าให้ใช้รถยนต์ ทำไมยังขี่มอเตอร์ไซค์มา รู้ไหมว่ามันอันตราย”จักรพรรดิเอ่ยถาม“...”และคำตอบของอิษยาก็ยังคือความเงียบเช่นเคย เธอยังทำเหมือนจักรพรรดิเป็
วันต่อมา อาการของอิษยาดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังมีจามอยู่เบาๆ คุณหมอเลยกักตัวดูอาการอีกวัน ส่วนจักรพรรดิก็ยังคอยอยู่ดูแลคนท้องอ่อนๆ ไม่มีขาด คอยหยิบนู้นหยิบนี้ให้ทั้งที่เขาสามารถจ้างคนมาดูแลอิษยาได้โดยไม่ต้องเสียแรงเลยด้วยซ้ำ“หนูเอิงจะกินส้มไหมคะ เดี๋ยวพี่ปอกเปลือกให้”“...”“งั้นเดี๋ยวพี่ปอกให้นะคะ พี่ไปคุยกับคุณหมอมาแล้ว เขาบอกว่าให้เราเน้นกินพวกผักผลไม้เยอะๆ ร่างกายจะได้แข็งแรง” จักรพรรดิพูดเอออออยู่คนเดียว ขณะที่อิษยาไม่ได้พูดกับเขามาตั้งแต่เมื่อวาน“เราจะลุกไปไหนคะ จะเข้าห้องน้ำเหรอ เดียวพี่ช่วยนะ” จักรพรรดิที่กำลังแกะเปลือกส้มให้คนตัวเล็ก เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหย่อนขากำลังจะใส่รองเท้าก็รีบปรี่เข้าไปช่วยคนตัวเล็กเพราะกลัวว่าจะล้มเหมือนวันนั้นอีก“อย่าทำเหมือนเอิงพิการได้ไหมคะ เอิงเดินเองได้” คิ้วเรียวสวยขมวดแน่น เมื่อถูกมือหนาโอบเข้าที่เอวคอด เธอไม่พอใจที่อีกฝ่ายแตะเนื้อต้องตัว แต่ขัดขืนไปก็เปล่าประโยชน์เพราะอีกฝ่ายยังคงทำหน้าที่ทั้งที่เธอเองก็ไม่ได้ร้องขอ“แต่พี่เต็มใจทำ เกิดหัวล้างข้างแตกไปจะทำยังไง” จักรพรรดิพูดดุด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนัก ก่อนจะพาคนตัวเล็กเข้าไปในห้องน้ำ“จะยืนอีกนานไ
“คุณหมอ เมียผมเป็นยังไงบ้าง”ทันทีที่เสียงบานประตูเปิดดังขึ้น จักรพรรดิที่กำลังนั่งกุมขมับด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก็ลุกขึ้นมาเอ่ยถามคุณหมอหนุ่มในชุดเสื้อกาวน์ใบหน้าหล่อปิดบังด้วยแมสสีขาว เดินถือแฟ้มรายงานคนไข้ออกมาด้วย“คนไข้และเด็กในครรภ์ปล่อยภัยดีครับ”ย้อนกลับไปในตอนเช้า เขาที่พึ่งกลับจากบ้านของบุษบาไปอาบน้ำอาบท่าเพื่อจะมาเฝ้าคนตัวเล็กต่อเห็นอิษยานอนสลบอยู่ที่กลางบ้าน หนำซ้ำเมื่อเขาแตะตัวร่างบางกลับพบว่าอิษยาตัวร้อนดั่งไฟ ไม่รอช้าก็รีบอุ้มร่างเล็กมาโรงพยาบาลด้วยความเป็นห่วง“เด็ก” คิ้วหนาขมวดแน่น ถามย้ำคำถามเดิมกลับ“คุณเป็นอะไรกับคนไข้ครับ” คุณหมอหนุ่มถามสถานะเพื่อความแน่ชัด เขาไม่สามารถบอกเรื่องที่สำคัญได้หากว่าไม่ใช่ญาติคนไข้โดยตรง“ผมเป็นสามีของเธอ”“ครับ คนไข้ตั้งครรภ์ได้แปดสัปดาห์แล้วครับ”“...”“ช่วงนี้หมออยากให้ดูแลคนไข้อย่างใกล้ชิดนะครับ เพราะยังไม่พ้นระยะเฝ้าระวังการแท้ง ทางที่ดีให้คนไข้กินอาหารที่มีประโยชน์และพักผ่อนให้เพียงพอ ถ้าไม่มีอะไรแล้วหมอขอตัวนะครับ”คุณหมอหนุ่มพูดบอก ก่อนจะเดินออกไป ทิ้งไว้ให้จักรพรรดิจมอยู่กับความคิดอยู่เพียงคนเดียว เรื่องราวในอดีตที่เคยทำไว้กับอิ
“ไม่ต้องไปใส่ใจหรอกนะคะ คนแบบนั้นปล่อยเขาไปเถอะ” อิษยาพูดเน้นเสียงให้อีกฝ่ายได้ยินอย่างชัดเจน ทำเอาหัวคิ้วหนาของคนที่เดินตามมาขมวดมุ่นทันที จักรพรรดิยืนกดดันจนพัฒนาแทบจะทำตัวไม่ถูกกันเลยทีเดียว ชายหนุ่มรีบสาวเท้าเข้าไปเก็บของหลังบ้านตามที่พูดแล้วรีบกลับไปก่อน “แล้วพี่ล
“ไม่เป็นไรค่ะ เอิงทำกับข้าวเสร็จพอดี แล้วก็นี่ค่ะของฝาก”อิษยายื่นถุงกับข้าวที่ตักแบ่งไว้ให้พัฒนาเพื่อเป็นของตอบแทนที่เขาพาเธอไปวัดในเช้านี้ ซึ่งวัดประจำหมู่บ้านอยู่ห่างจากไร่จันทร์ฉายเกือบสิบกิโลเมตร ถ้าจะให้ขับรถเครื่องไปเองก็คงใช้เวลาร่วมชั่วโมง“คุณหนูไม่ต้องทำเผื่อผมก็ได้ครับ” เขารับมันมาก่อนจ
เมื่อรู้ข่าวการตายของราเชนทร์ ทั้งคู่ก็รีบบินด่วนกลับพังงาทันที โดยที่ระหว่างทางอิษยาไม่คิดที่จะปริปากเอ่ยกับจักรพรรดิแม้แต่คำเดียวหลังจากผ่านความเป็นความตายมาได้ อิษยาคิดว่าความทรงจำที่หายไปของเธอเริ่มกลับมาบ้าง แม้นว่ามันจะรางเลือน แต่ภาพของมารดาที่นอนป่วยติดเตียงขอร้องให้เธออยู่บนโลกที่แสนโหดร้
ทางด้านจักรพรรดิ หลังจากที่งานสวดอภิธรรมจบเขาก็ตรงดิ่งมาที่ร้านของไคน์ในทันที ชายหนุ่มนั่งดื่มเงียบๆ อยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์บาร์เพียงคนเดียวโดยมีไคน์ยืนมองอยู่ห่างๆชายหนุ่มกระดกน้ำสีอำพันแก้วแล้วแก้วเล่า หวนนึกถึงสมัยวัยเยาว์ ที่พ่อของเขามักจะออกไปทำงานที่ต่างจังหวัดเป็นแรมเดือน กลับมาบ้านก็จะหอบหิ้







