Masukกันยายน 2025
ลูเธอร์กาสิโนสาขาหลัก
ภายในห้องทำงานชั้นบนสุด แสงเงาไฟวอร์มไลท์สะท้อนนัยน์ตานิ่งขรึมของผู้มาใหม่ที่หย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาตัวกว้าง
ก้านนิ้วเรียวยาวคลึงเนกไทที่ผูกอยู่ตรงลำคอช้าๆ ราวกับต้องการระบายความรำคาญใจผ่านเนื้อผ้า ขณะที่เสียงสายกีตาร์อะคูสติกดังคลอแผ่วจากอีกมุมหนึ่งของห้อง
นัยน์ตาสีเทาเฮมาไทต์ปราดมองไปที่คุณชายเล็กลูเธอร์อย่าง ปารัณ ไคเซอร์ ร่างสูงเพรียวในชุดนิสิตกับกางเกงยีนขาดเข่านั่งเอนหลังพิงพนักโซฟา พลางขยับปลายนิ้วไล่คอร์ดเพลงอย่างหย่อนอารมณ์
“กูไม่ไปแล้วนะ”
ประโยคแรกของผู้มาใหม่ถูกเอ่ยผ่านน้ำเสียงราบเรียบ ขณะที่ ราฟาเอล ลูเธอร์ ขยับเครื่องหน้าเคร่งขรึมปราศจากคลื่นอารมณ์ไม่แพ้กันมามอง มือแกร่งวางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะไม้เนื้อเข้ม ขณะวางสายตาไว้ที่คนตรงหน้านิ่ง ๆ ราวกับกำลังประเมิน
“เหตุผล?”
“ไม่มีเหตุผล” วินาทีนั้นก้นบึ้งนัยน์ตาสีเทาลึกลับมีประกายไม่ชัดเจนวาบผ่าน ทว่าเพียงพริบตาก็อันตรธานไป เรียวคิ้วที่พาดเหนือนัยน์ตาสีอำพันของนายเหนือหัวลูเธอร์เลิกขึ้นเล็กน้อยก่อนเปรย
“มึงไม่ใช่ประเภทที่ทำงานไม่ลุล่วงเนธาน”
“นอกจากส่งดอกไม้เยี่ยมไข้แล้วมันมีอะไรสำคัญ?” ว่าจบก้านนิ้วเรียวก็ยกแก้วที่วิสกี้ตรงหน้าขึ้นมาจรดริมฝีปากด้วยท่าทีเฉยชา ทว่าก้นบึ้งนัยน์ตาสีเทาเฮมาไทต์ที่มักนิ่งขรึมกลับสะท้อนบางอย่างอยู่ลึก ๆ
“งานที่จะใช้แสดงวันเปิดตัวเรือต้องเป็นงานของ L. Lys เท่านั้น” ชื่อในวงการศิลปะของเอลล่าหวังถูกเอ่ยขึ้น ขณะที่คนฟังย่นคิ้วไม่เข้าใจ เห็นดังนั้นนายเหนือหัวลูเธอร์จึงเปรยต่อ
“เมียกูบอกว่าต้องเป็นเอลล่าหวังเท่านั้น” ชื่อที่เอ่ยออกมาทำให้มือแกร่งที่กำลังยกแก้วขึ้นดื่มอีกรอบชะงักเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจวางแก้วลงบนโต๊ะเบื้องหน้า
มาเฟียหนุ่มมองออกไปนอกหน้าต่าง พลางยกมือขึ้นเสยกลุ่มผมสีดำธรรมชาติราวกับต้องการระบายความรู้สึกบางอย่าง
“จะเอาใจเมียแล้วมันเกี่ยวอะไรกับกู” นัยน์ตาคู่คมยังมองออกไปนอกหน้าต่าง ทว่าทิวทัศน์สวยงามของอาณาจักรลูเธอร์กลับถูกแทนที่ด้วยภาพของใครบางคน
เด็กผู้หญิงที่หลงใหลในงานของตัวเองในเรือนกระจกท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้
เด็กที่ขายังไม่สามารถใช้การได้ตามปกติ แต่กลับยังยิ้มได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เด็กที่ยื่นมือมาตรงหน้าเขาอย่างปราศจากการระมัดระวัง ทั้งที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเขาไม่ใช่คนดี
ยัยเด็กนั่น…
สว่างเกินไป…
“งานด้านการทูตใครจะทำได้ถ้าไม่ใช่มึง” คนฟังเบนนัยน์ตาสีเฮมาไทต์กลับมาวางไว้ที่คู่สนทนา พร้อมกับที่เสียงกีตาร์หยุดลง ปารัณละมือจากเครื่องดนตรีแล้วเปรย
“ให้กูไปแทนไหมล่ะ” ภายในห้องเกิดความเงียบชั่วขณะ เรียวคิ้วเข้มของนายเหนือหัวลูเธอร์เลิกขึ้นเล็กน้อยขณะเหลือบมองผู้เป็นน้อง
“มึงตั้งใจเรียนไป”
“กูเบื่อแล้ว”
“อย่าให้คิริลล์มันได้ยินคำนี้”
“กลัวตายห่า” คุณชายเล็กชักสีหน้าเบื่อหน่ายก่อนจะวางกีตาร์ตัวโปรดลงอย่างระมัดระวังแล้วหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือแกร่งสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกงยีนขณะสาวเท้าเดินตรงไปที่ประตูบานใหญ่
“ไปฟันดาบเล่น ใครเบื่อก็ตามมา” ปารัณทิ้งท้ายไว้แค่นั้น แผ่นหลังแกร่งในชุดนิสิตก็ค่อย ๆ ลับหายจากครรลองสายตาคุณชายทั้งสองไป
“สรุปยังไง ทำไมมึงงอแง”
“คำว่างอแงเก็บไว้ใช้กับเมียมึงก็พอราล์ฟ” คนฟังหัวเราะชอบใจในลำคอแผ่วเบาแล้วเปรยต่อด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น
“กูว่าจะแกล้ง ๆ เห็นใจสักหน่อย แต่คงไม่ได้แล้ว…” พริบตานั้นนัยน์ตาสีอำพันลึกลับที่ทอประกายขี้เล่นก่อนหน้ากลับเย็นเยือกขึ้นกะทันหัน
“…”
“…งานนี้กูซีเรียส” คนทั้งคู่สบตากันนิ่ง รองบอสอย่างเนธานรู้ดีว่าสายตาแบบนั้นของอีกฝ่ายคือสัญญาณเตือนที่มาพร้อมแรงกดข่มของผู้ที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร
คำสั่งของราฟาเอลคือประกาศิตเด็ดขาด
หากเขาเย็นเยือกดุจภูเขาน้ำแข็งสูงชัน อีกฝ่ายก็เสมือนธารลาวาที่พร้อมจะปะทุขึ้นมาแผดเผาทุกสิ่งอย่างให้มอดไหม้
“เอาแต่ใจเหี้ย ๆ” จบประโยคนั้น วิสกี้ราคาแพงที่ต้องมีเงินถุงเงินถังไปประมูลก็ถูกกลืนลงลำคอแกร่งอีกครั้ง
“จะพูดให้ถูกคือกูเอาใจเมียด้วย” ว่าจบนายเหนือหัวลูเธอร์ก็หยิบแฟ้มเอกสารมานั่งอ่านต่อ โดยไม่ทันสังเกตเห็นรอยยิ้มบางบนเครื่องหน้าคมคายของอีกฝ่าย
รอยยิ้มที่ยินดีในฐานะเพื่อนและภักดีในฐานะผู้อยู่ใต้บัญชา
เนธานรู้ดีว่างานนี้ไม่ใช่แค่การเอาใจว่าที่นายหญิงลูเธอร์ งานนิทรรศการศิลปะครั้งนี้ไม่ใช่แค่โชว์ภาพจากศิลปินแถวหน้าในวงการ ไม่ใช่แค่การเปิดตัวเรือสำราญ หากแต่เป็นการตอกหมุดอำนาจของลูเธอร์ในตลาดศิลปะ และตลาดแห่งอิทธิพลในโลกสีเทาทั่วทั้งเอเชีย
พูดง่าย ๆ คือ เรือสำราญลำนี้คือ ‘อาณาจักรเคลื่อนที่’ ของลูเธอร์
“แค่ยัยนั่นตอบตกลงก็พอใช่ไหม” เสียงราบเรียบปราศจากการยินดียินร้ายเอ่ยท่ามกลางความเงียบอีกครั้ง ราฟาเอลเหลือบมองคนตรงหน้าพลางพลิกแฟ้มเอกสารเปิดหน้าถัดไป
“อืม”
“แล้วเรื่องส่งดอกไม้?”
“เดี๋ยวกูลองถามปารัณมันดู”
มือแกร่งของนายเหนือหัวลูเธอร์ยกแฟ้มขึ้นแล้วปิดมันลงโดยไม่ได้ออกแรงมากนัก ทว่าเสียงกระดาษที่กระทบกับโต๊ะเนื้อหนานั้นหนักพอให้รู้ว่าการสนทนาจบลงแล้ว
“แล้วมึงจะไปไหนต่อ?”
เมื่อเห็นเนธานยังคงนั่งนิ่งราฟาเอลจึงเอ่ยถามต่อ วินาทีนั้นนัยน์ตาสีเทาลึกลับภายใต้กรอบแว่นสายตาก็หม่นแสงลงเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำปราศจากคลื่นอารมณ์
“ที่เดิม”
คนฟังพยักหน้าน้อย ๆ ไม่ได้ถามอะไรต่อเพราะรู้ดีว่า ‘ที่เดิม’ ที่อีกฝ่ายไปทุกสัปดาห์นั้นคือที่ใด
รองบอสตระกูลมาเฟียใหญ่หยัดกายขึ้นยืนเต็มความสูงช้า ๆ ก่อนจะสืบเท้าออกจากห้องทำงานนายเหนือหัวอย่างไม่เร่งรีบ ทุกก้าวย่างเต็มไปด้วยอำนาจกดข่มที่ทำเอาบรรดาพนักงานในอาคารกาสิโนหรูต่างต้องโค้งศีรษะให้อย่างยำเกรง
ร่างสูงสง่าก้าวเข้าไปนั่งในรถประจำตำแหน่งก่อนจะทอดสายตาดื่มด่ำกับภาพอาณาจักรที่ 4 ตระกูลร่วมกันสร้างมา เนธานรู้ดีว่างานที่เขาได้รับมอบหมายไม่ใช่แค่เรื่องของการเอาใจภรรยาในอนาคตของราฟาเอล ทว่ามันคือการที่ตระกูลมาเฟียใหญ่กำลังจะตอกหมุดอาณาจักรลูเธอร์ลงกลางมหาสมุทร
เรือสำราญลำใหม่ของลูเธอร์จะไม่ใช่เพียงโรงแรม กาสิโน หรือแหล่งเริงรมย์ลอยน้ำ หากแต่คือศูนย์รวมอำนาจเคลื่อนที่ รวมไปถึงโต๊ะเจรจาลับที่ล่องผ่านประเทศแล้วประเทศเล่า
และงานนิทรรศการเปิดตัวนั้นก็ไม่ใช่เพียงการแสดงงานศิลปะ หากแต่มันคือการปูพรมแดงให้ผู้มีอำนาจทั่วโลกก้าวขึ้นมาร่วมขบวนของลูเธอร์
แน่นอนว่าเครือข่ายมาเฟียอีกขั้วอำนาจอย่างหวังย่อมต้องเบนความสนใจมาที่งานนี้ เพราะเอลล่า หวังจะเป็น ‘แม่เหล็ก’ ดึงดูดให้ตระกูลหวังและพันธมิตรร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการตอกหมุดหมายอำนาจใหม่ที่จะไม่มีวันหยุดเคลื่อนที่แม้สายลมจะเปลี่ยนทิศ
ฉะนั้น…ยัยเด็กนั่นต้องตอบตกลงเท่านั้น
อ่า จริง ๆ เลย…
โลกทึม ๆ ของเขาคงต้องถูกรบกวนไปอีกสักพัก
แล้วไอ้ดอกยิปโซฟิลล่านั่น…
เกลียดฉิบหาย…
.
.
.
เหนือทัณฑ์ร้ายมาเฟีย
.
ฝากติดตามนามปากกา Thrymr ด้วยนะคะ
แสงแดดอ่อน ๆ คล้อยบ่ายลอดผ่านผ้าม่านลูกไม้สีขาวสะอาดตาของสตูดิโอวาดภาพ วาดเงาอ่อนนุ่มลงบนผืนผ้าใบที่เอลล่ากำลังบรรจงแต่งแต้มด้วยพู่กันแบรนด์โปรด ทุกการลากเส้นเต็มไปด้วยความรักและจิตวิญญาณในนั้นขณะที่กำลังใช้สมาธิไปกับงานตรงหน้า เสียงเปิดประตูเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ภูมิฐานในสูทสีเทาเข้มจะก้าวเข้ามา เครื่องหน้าคมคายและแววตาที่เหนื่อยล้าบ่งบอกถึงภาระที่ต้องแบกรับ ทว่าเมื่อเห็นคนรัก โลกทั้งใบก็ราวกับถูกโอบอุ้มไว้ด้วยความอ่อนหวานนั้นเป็นปกติในทุก ๆ วันที่หลังวางงานและภาระที่หนักอึ้งไว้หลังบานประตูห้องทำงาน มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอำนาจจะต้องรีบกลับมาเติมภรรยาคนสวยก่อนทำสิ่งอื่นเสมอช่วงขาแกร่งเดินเข้ามาเงียบ ๆ แล้วโน้มตัวกอดคนดีขาของเขาจากด้านหลัง แผ่นอกแข็งแรงแนบชิดแผ่นหลังบอบบาง แขนแข็งแรงโอบรอบเอวคอด พร้อมซุกเครื่องหน้าหล่อเหลาคมคายลงกับซอกคอขาวแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับกลิ่นกายของเธอคือที่พักพิงเดียวที่ปลอบโยนเขาจากความเหนื่อยล้าได้“แดดดี๊ หนูทำงานอยู่นะคะ”เอลล่าเอ่ยเสียงเบา ทว่าริมฝีปากอิ่มกลับวาดรอยยิ้มหวาน มือข้างที่ว่างของเธอลูบแก้มสามีอย่างอ่อนโยนพร้อมเอียงศ
“อื้อ…แดดดี๊…”คนในอ้อมกอดครางหวาน อีกทั้งร่างกายเล็กก็บิดหนีสัมผัสที่สร้างความเสียวซ่านตามสัญชาตญาณ มือเล็กของเธอกำแน่นบนลาดไหล่กว้าง“อยากเสร็จใช่มั้ย หืม… งั้นก็ครางหวาน ๆ ให้ผมฟังอีกสิ”คำพูดดิบหยาบที่แทรกเข้ามาพร้อมกับสัมผัสร้อนแรงทำให้เอลล่าหวังแทบหลอมละลายในอกเขา เธอเผลอซบหน้าลงกับแผ่นอกกว้าง รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านของหัวใจดวงแกร่งที่เต้นแรงไม่ต่างกันมาเฟียหนุ่มยกเธอขึ้นนั่งบนขอบอ่างทั้งที่กลางกายยังเชื่อมต่อกัน ก่อนจะก้มลงครอบครองยอดอกสีสวย เรียวลิ้นร้อนของเขาตวัดไล้เลียตุ่มไตสีหวานสลับกับการดูดดึงหนักหน่วงตามแรงอารมณ์ที่ไต่ระดับสูงขึ้นทุกวินาที“สะ…เสียวเกินไป…”ฝ่ายถูกปรนเปรอซ้ำ ๆ ครางเสียงสั่นพร่า นั่นยิ่งทำให้สะโพกแกร่งส่งแรงกระทั้นเข้าออกเน้นลึกยิ่งขึ้นครั้งแล้ว ครั้งเล่า…จนเสียงลามกในจังหวะหนักหน่วงดังประสานไปกับเสียงแมลงยามค่ำคืน“หน้าแบบนั้นมันโคตรยั่วผัว”เขาเงยหน้าขึ้น สบตาเธอด้วยสายตาที่แทบจะกลืนกินคนตรงหน้าเข้าไปทั้งตัว“อะ อื้ออ”“อ่าห์ แม่ง…”แก้มเธอแดงจัดเพราะความรู้สึกถูกครอบครองที่แล่นพล่านไปตามหลอดเลือด น้ำเสียงทุ้มต่ำของคนบนร่างกลายเป็นโซ่ตรวนล่ามร่างกายเล
อากาศช่วงดึกเย็นลง ผืนฟ้าย้อมด้วยแสงดาวพราวระยับ ไร่ไวน์ที่ทอดยาวออกไปเงียบสงบ มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนคลอเคล้าอยู่รอบข้าง ไฟสลัวตามทางเดินทอดยาวนำเข้าสู่สระน้ำอุ่นกลางแจ้งที่เชื่อมกับห้องนอน กลิ่นไวน์อ่อน ๆ ผสมกลิ่นหอมสดชื่นของไม้เลื้อยที่โอบล้อมส่งให้บรรยากาศโรแมนติกขึ้นเป็นเท่าตัวคุณชายรองลูเธอร์อุ้มภรรยาคนสวยมาหยุดอยู่ตรงขอบอ่าง ก่อนที่น้ำในอ่างจะกระเพื่อมยามที่ร่างของทั้งคู่ก้าวลงไป ร่างสูงโอบรัดเธอไว้แนบอก เสื้อผ้าถูกถอดออกทีละชิ้นจนเหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าที่เสียดสีกันภายใต้น้ำอุ่น ไอร้อนประสานกับไอปรารถนาจนร่างกายคนทั้งคู่สั่นสะท้านนัยน์ตาคู่คมทอประกายล้ำลึก เอลล่ารู้ดีว่ามันคือสายตาของผู้ชายที่กำลังอดทนอดกลั้นอย่างยากลำบาก“แดดดี๊ของหนูเซ็กซี่จัง”น้ำเสียงหวานก้องเบาในอากาศ เหล้าบ๊วยที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือดทำให้เธอมีความกล้าพูดออกมาอีกครั้ง อีกทั้งริมฝีปากอวบอิ่มยังกระตุกยิ้มเย้ายวนเล็กน้อย“อยากให้รักหนูแรง ๆ แล้วค่ะ”คำพูดนั้นเบาแทบกลืนไปกับลมหายใจ ทว่ามีน้ำหนักพอจะทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกไหววูบซ้ำ ๆ เนธานหลุบตามองคนในอ้อมแขน คนที่ครั้งหนึ่งเขาเคยทำหล่นหายไปจากชี
ปิดเทอมฤดูร้อนอากาศยามบ่ายในหุบเขาอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของดินและผลไม้สุก แสงแดดอ่อน ๆ อาบไล้บนเนินเขาที่เรียงรายด้วยแถวองุ่นยาวเหยียดไร้ที่สิ้นสุด คฤหาสน์สไตล์ยุโรปที่ตั้งอยู่กลางไร่ไวน์เป็นเสมือนหัวใจของตระกูลหวัง สถานที่ซึ่งทุกคนกลับมาพบหน้ากันอีกครั้งในทุก ๆ เดือนเสียงหัวเราะสดใสของเด็ก ๆ ดังก้องไปทั่วลานสนามหญ้า เสียงฝีเท้าเล็กกระทบหญ้าอ่อนดังเป็นระยะสร้างสีสันให้ไร่ไวน์แห่งนี้ได้เป็นอย่างดีอลิเซีย หวังและฟรานซิส เด็กชายและหญิงวัยห้าขวบวิ่งแข่งกันไปตามทางเดินระหว่างแปลงองุ่นที่ทอดยาว ขณะที่แอชตัน หวัง พี่ชายคนโตวัยเจ็ดขวบคอยวิ่งตามอย่างไม่ยอมแพ้“ซินซิน ฟานฟาน รอเฮียด้วย!”มังกรเบบี๋คนโตเรียกน้องทั้งสองดังลั่นไปทั้วทั้งไร่ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะสดใสของเหล่าทายาทมังกรตัวจิ๋วห่างออกไปไม่ไกล ตรงลานกว้างหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ คุณปู่ คุณย่า และสมาชิกคนอื่น ๆ ในตระกูลหวังต่างยืนมองหลาน ๆ ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุขคุณย่าที่อายุมากขึ้นแต่ยังสง่างามไม่เปลี่ยนคอยเอ่ยเตือนหลาน ๆ ด้วยน้ำเสียงใจดี“อย่าไปไกลมากนะลูก”ขณะที่มือไม้ก็ไม่อยู่นิ่ง คอยกวักเรียกหลาน ๆ ให้มาหา ก่อนจะป้อน
เสียงหัวเราะของเด็กชายตัวเล็กดังขึ้นตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมงเช้าเสียงเล็กนั้นดังพอจะปลุกคนทั้งบ้านให้ตื่นได้ แม้แต่เจ้าลูฟี่ หมาพันธุ์โกลเด้นรีทีฟเวอร์วัยสี่เดือนที่ปกติจะซุกตัวอยู่บนที่นอนนุ่มหน้าประตู ก็ยังต้องลุกขึ้นมาสะบัดหางต้อนรับความโกลาหลประจำวัน“ฟานฟานครับ เดินช้า ๆ ครับลูก”เสียงของเอลล่าเอ่ยขึ้นพร้อมเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ที่วิ่งตุบตับผ่านโซฟา ก่อนที่ร่างกลมในชุดนอนลายการ์ตูนโปรดจะพุ่งหลบเข้าไปหลังโซฟาอย่างไม่กลัวเจ็บ“หม่ามี้ครับ ลูฟี่จะกินบิสกิตของฟานฟาน”“ลูฟี่เห็นเบบี๋วิ่งไงคะ เขาอยากเล่นด้วย”เอลล่าผ่อนลมหายใจ พลางยกมือกุมขมับ ทว่ารอยยิ้มเอ็นดูก็ผุดขึ้นบนดวงหน้าหวานอย่างห้ามไม่อยู่ไม่นานรองบอสลูเธอร์ก็เดินมาจากโซนบาร์ช้า ๆ ในชุดเสื้อยืดสีเทาอ่อนกับกางเกงสบาย ๆ มือข้างหนึ่งถือแฟ้มงาน อีกมือถือแก้วกาแฟ กลิ่นหอมของมันตัดกับกลิ่นอาหารเช้าที่เอลล่ากำลังทำให้ลูกชายมาเฟียหนุ่มหยุดมองภาพตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ลูกชายวัยห้าขวบที่ยืนถือตุ๊กตาหมีไว้ในมือซ้าย มือขวาถือบิสกิตชิ้นเล็ก ส่วนเจ้าลูฟี่ก็นั่งจ้องของกินในมือเด็กน้อยตาแป๋ว“เช้านี้เริ่มจากศึกแย่งขนมอีกแล้วเหรอ”เขาพูดเสียงเรียบ ทว
ทั้งคู่จุมพิตกันอีกครั้ง เขาโอบกอดเธอไว้แน่น ก่อนจะประคองร่างบางออกมานอนข้างลูกน้อยที่กำลังท่องโลกนิทราหากอุ้มได้เขาจะไม่ยอมให้ภรรยาเดินให้เหนื่อยแม้แต่น้อย ทว่าหลังผ่าคลอด การเดินบ่อย ๆ ย่อมส่งผลดีกับแผลผ่าตัดมากกว่า ด้วยความเหนื่อยล้าสะสม เอลล่าหลับในอ้อมกอดสามีอย่างง่ายดาย ทว่าผู้เป็นสามีกลับไม่กล้าแม้แต่จะพับเปลือกตาลงตั้งแต่วันแรกที่ลูกน้อยคลอด เป็นเขาที่คอยเฝ้ายาม อีกทั้งยังคอยเช็กลมหายใจเบบี๋ทุก ๆ ชั่วโมงราวกับคนวิตกกังวล ก่อนจะจบด้วยการจุมพิตพวงแก้มอวบนุ่มแผ่วเบา เวลาช่วงดึกของคืนแรกในบ้านอบอุ่นหลังนี้ดำเนินไปอย่างเรียบเรื่อย ครั้นฟรานฟานวัยห้าวันสะดุ้งตื่นร้องไห้กลางดึก ผู้เป็นพ่อที่ไม่ยังเฝ้ายามก็เด้งตัวลุกขึ้นทันทีอย่างไม่รีรอ มือแกร่งอุ้มลูกออกจากเปล จัดการเปลี่ยนผ้าอ้อมคุณชายรองลูเธอร์จัดแจงทุกอย่างเงียบ ๆ ด้วยความคล่องแคล่วโดยไม่รบกวนภรรยาที่กำลังหลับพักผ่อน ก่อนจะกล่อมลูกน้อยกระทั่งหลับไปอีกครั้งค่ำคืนแรกของสามชีวิตที่บ้านผ่านไปอย่างราบรื่น ทุกสิ่งที่เรียนรู้มาจากพยาบาลเขาทำมันได้เป็นอย่างดีเวลาล่วงเลยไปจวบจนเช้ามืด เนธานยังนั่งทำงาน พร้อม ๆ กับคอยเฝ้ายามให้ดวงใจ
แสงไฟสลัวในห้องนอนทอดเงาอุ่น ๆ ลงบนเรือนร่างซ่อนรูปเปลือยเปล่าที่ถูกบังคับให้นอนหงายติดผ้าปูสีขาวสะอาด เอลล่าขยับกายดิ้นขืนไขว่คว้าหาอิสระ โดยที่ไม่รู้เลยว่าการกระทำนั้นยิ่งทำให้บ่วงที่พันธนาการเจ้าตัวอยู่แน่นขึ้นทุกขณะ“ยะ…อย่าเลียนะ อื้อออ~”ไม่ทัน…คุณหนูตระกูลหวังร่วงหล่นลงไปในห้วงพันธนาการของซ
กลางดึกคืนเดียวกันห้องพักชั้นสูงสุดของโรงแรมในเครือลูเธอร์เงียบสงัด มีเพียงเสียงแอร์เย็นจัดที่พ่นลมออกมาอย่างสม่ำเสมอ เอลล่าที่เพิ่งผ่านวันอันหนักหน่วงเอนกายอยู่บนเตียงกว้าง โทรศัพท์ในมือเปิดวิดีโอเบาสมองเรื่อยเปื่อย ทว่าหัวใจดวงน้อยกลับไม่ยอมสงบลงเลยสักนิดเหตุการณ์ในห้องประมูลยังคงฝังตัวเป็นเงาด
สำหรับชายที่ตรงไปตรงมาอย่างคนตรงหน้า ประโยคเมื่อครู่ไม่ใช่เพียงคำขู่ความเงียบชวนหายใจลำบากโรยตัวเข้าปกคลุมภายในห้องกว้างอีกครั้ง มีเพียงเสียงจากสัญชาตญาณส่วนลึกของเธอที่เอาแต่ร้องบอกว่าคนคนนี้เลือดเย็น อำมหิต และพร้อมจะลงมือแบบที่ขู่จริง ๆก็ได้…เปลือกตาสีอ่อนพับลงอย่างจนใจ พยายามฝังกลบทุกความรู
โรงประมูลลูเธอร์ , เจนีวาเสียงเครื่องยนต์รถหรูดับลงตรงหน้าทางเข้าโรงประมูลโอ่อ่าที่ล้อมไปด้วยกระจกใสสูงตระหง่าน เอลล่าหวังถูกแดเนียลผู้ติดตามคนสนิทของเนธานประคองลงมานั่งบนวีลแชร์ประจำกาย ก่อนจะถูกพาเข้าไปภายในอาคารเบื้องหน้าเป็นผลงานของเธอที่ถูกขนตามมาด้วยตู้ขนย้ายโดยเฉพาะ หญิงสาวเงยหน้ามองป้ายสล







