登入“โอ๊ย! นี่เฮียแกนะไอ้เหมย”
“นี่ก็น้องเฮียนะ”
ห้างขนาดใหญ่กลางเมืองเชียงใหม่มีเสื้อผ้าสินค้าให้เลือกมากมาย ไปทะเลฉันก็ต้องใส่บิกีนี
“ลิลิน!” ระหว่างทางฉันก็แชตบอกเพื่อนรักให้มา
ช็อปปิงด้วยกัน ขืนช็อปปิงกับเฮียมังกรฉันคงได้แต่เสื้อยืดตัวเท่าบ้านกลับไป“เมล…บิกีนีร้านโน้นสวยมาก” เสียงกระซิบกระซาบของลิลินทำฉันต้องกลั้นยิ้ม เห็นไหมบอกว่าแล้วว่าการ
ช็อปปิงมันต้องผู้หญิงกับผู้หญิงเท่านั้น“เฮียเลือกไปก่อนเลยนะคะ เดี๋ยวหนูกับลิลินไปร้านโน้นแป๊บ” ฉันบอกกับพี่ชาย ถึงหัวคิ้วจะขมวดเหมือนไม่พอใจแต่เฮียมังกรก็ยอมให้ฉันกับลิลินแยกตัวไปซื้อเสื้อผ้าและไม่ลืมจะโอนเงินครึ่งหมื่นมาให้น้องสาว
“เออ แกรู้ไหมว่ารุ่นพี่เขาสอบสัมภาษณ์กันแหละวันนี้” ลิลินผู้รู้ทุกเรื่องมีเรื่องมาอัปเดต
“เหรอ” ถึงจะรู้อยู่แล้วเราก็ต้องแกล้งเป็นไม่รู้ ไม่งั้นบทสนทนาจะสนุกได้อย่างไรเล่า
“ก็ใช่น่ะสิ ได้ยินว่าพี่เหนือเลือกหมอนะแก ว่าที่แฟนเราจะเป็นหมอแหละแก” แฟนมโนอย่างลิลินและฉันยิ้มอย่างมีความสุข การหลงรักใครนี่ก็ดีเหมือนกัน แค่เขาได้ดีเราก็รู้สึกดีแล้ว
“แล้วแกอยากเป็นอะไรลิลิน”
“ฉันเหรอ ยังไม่รู้เลยไม่ได้คิดอะ แกล่ะเมลอยากเป็นอะไร”
“ฉันเหรอ ฉันชอบเงิน เรียนอะไรดี”
“ใครมั่งไม่ชอบเงิน” นั่นสิเนอะใคร ๆ ก็ชอบเงินทั้งนั้นแล้วฉันควรเรียนอะไรดี
“ไว้ค่อยคิดก็ได้เนอะ อีกตั้งหลายปี” นอกจากบอกเพื่อนก็คือบอกตัวเองด้วยเช่นกัน ฉันไม่เคยมีความคิดว่าต้องเรียนตามคนที่ตัวเองชอบ เพราะสิ่งที่เราเลือกเรียนจะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต แต่ผู้ชายที่ชอบไม่รู้ว่าเขาจะอยู่ให้เราชอบไปอีกนานแค่ไหน
ฉัน ลิลินและเฮียมังกร เที่ยวพัทยาอย่างสนุกสุดเหวี่ยง เสียอย่างเดียวที่สถานบันเทิงที่ฉันกับลิลินเข้าไม่ได้ แต่บรรยากาศปีใหม่ที่มีหาดทรายและแสงสีตระการตานั้นช่างยากจะลบเลือน
“สวัสดีปีใหม่นะแก ขอให้ปีนี้แกแฮปปีนะเพื่อนรัก”
ลิลินอวยพรฉันและฉันก็อวยพรเพื่อนกลับเช่นกันเราสองคนอัปรูปมือฉัน มือลิลินและมือเฮียอยากส่งสวัสดีปีใหม่ไปให้พี่เหนือจังไม่รู้ว่าพี่เหนือไปฉลองที่ไหนแล้วสัมภาษณ์เป็นยังไงบ้าง
“ทำไมทำหน้าอย่างนั้น”
“คิดถึงพี่เหนือ” ฉันบอกเพื่อนพร้อมทั้งซบกับไหล่เพื่อน
“ส่งข้อความไปสิ”
“ไม่เอา” ใครจะกล้าส่งข้อความไปหาเขากันเล่า มีใจแต่ก็ไม่อยากเปิดตัว คนมันอายนี่นา
“เนอะ ส่งไปหาแฟนชาวบ้านไม่ดีหรอก เดี๋ยวขึ้นมอสี่ค่อยหาก็ได้ผู้ชายมีเยอะแยะ” ลิลินปลอบทั้งฉันและตัวเอง คิดว่าจะได้ขึ้นมอสี่ฉันก็ทั้งเศร้าและทั้งดีใจ ดีใจที่ได้ขึ้นมอสี่แต่เสียใจที่จะไม่ได้เจอพี่เหนือแล้ว
คงได้เจอกันแค่วันอาทิตย์เท่านั้นสินะ
ปีใหม่ผ่านไปแล้ว ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมาฉันไม่บังเอิญเจอพี่เหนือที่ไหนเลย รู้แต่ว่าช่วงนี้พี่มอหกต่างยุ่ง ๆ กันเรื่องเรียนต่อ อาจารย์แทบไม่มีการเรียนการสอนแล้ว ส่วนมากพี่ ๆ ก็จะเน้นติวเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย
วันที่ฉันรอคอยก็มาถึงวันอาทิตย์ที่ฉันได้กลับมาทำหน้าอีกครั้งหลังจากห่างหายไปเกือบสองสัปดาห์ แล้วหัวใจฉันก็เต้นแรงอีกครั้งเมื่อคนตัวสูงที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์คือพี่เหนือ
แม้จะใส่หน้ากากอนามัย ความหล่อก็ทะลุแมสออกมาทำให้หัวใจฉันหวั่นไหวอย่างเช่นทุกวัน
“ทำความสะอาดผิวหน้าก่อนนะครับ” ฉันเดินตามพี่เหนือเข้าห้องอย่างว่าง่าย หัวใจที่ยังเต้นไม่เป็นส่ำทำฉันต้องแอบเช็ดเหงื่อออก ทั้งตื่นเต้นทั้งดีใจ เพิ่งรู้ว่าความคิดถึงต้องถูกเยียวยาด้วยการพบเจอ
“ขอโทษนะ” พี่เหนือใส่ผ้าที่ใช้รวบผมให้ฉันในขณะที่ฉันยังนอนลืมตามองเขาอย่างลืมตัว เขาก้มลงมองฉันที่คล้ายนอนเอาหัวหนุนตักเขาอยู่ อยากเห็นหน้าเขาใกล้ ๆ เราสองคนต่างสบตากัน ฉันหน้าสดแต่เขาใส่แมส ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะหลับตาลง ไม่ไหว สู้ไม่ไหวจริง ๆ หัวใจจะวาย
“พี่ติดหมอแล้วนะ” เขาบอกในจังหวะที่เก็บไรผมตรงหน้าผาก ฉันลืมตาอีกครั้ง เวลานี้เขาไม่ได้ใส่แมสแล้ว เขายิ้ม มือทั้งสองข้างของเขาประคองข้างแก้มของฉันไว้ หัวใจของฉันเต้นแรงราวกำลังจะหลุดออกมาจากอก
“ยินดีด้วยนะคะ” ฉันหลับตาลงอีกครั้ง เขาใส่แมสฉันยังสบตาไม่ไหว แล้วเวลานี้เขาไม่ใส่แมสบอกเลยว่าหัวใจของฉันละลายเหลวและไหลไปกองบนพื้นห้องแล้ว
“ยินดีด้วยจริง ๆ พี่เหนือเก่งมาก” ฉันบอกยินดีกับเขาอีกครั้ง เอ่ยชมเขาจากใจจริงแต่ไม่กล้าสบตาเขา
“ฉลองให้พี่หน่อยสิ”
“ฉลองอะไรคะ?” ทีนี้ฉันต้องลืมตาขึ้นมองหน้าเขาเพราะไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูด
“ฉลองที่พี่ติดหมอไง เลี้ยงไอติมพี่สักถ้วย” เขาว่าพร้อมทั้งวางสำลีชุบน้ำเย็นบนเปลือกตาฉัน ทำให้ฉันไม่สามารถมองหน้าเขาได้ ไม่รู้ว่าเขาแค่พูดหยอกหรือพูดจริง
“ค่ะ แต่วันนี้หนูไม่ว่าง” คล้ายกับว่ามือเขาที่กำลังลงคลีนซิ่งบนผิวฉันจะชะงักไป ก่อนหน้านี้นิ้วมือร้อน ๆ ยังไหลวนบนผิวแก้ม
“ตอนนี้ก็กำลังจะหนาวแล้ว ขากลับไปกับเราสิ” พี่เหนือเอ่ยชวนเพื่อนของเขากลับเชียงใหม่พร้อมเรา“กีฟ นี่เมียเรา น้องเหมยลี่”“โอ้ยเขินแทนเมียเต็มปากเต็มคำ สวัสดีจ้าเหมยลี่” พี่กีฟยกมือรับไหว้ฉันอย่างเป็นกันเอง พี่กีฟจัดเป็นคนสวยมาก หน้าคม ตาหวาน รูปร่างดี สมส่วน“นี่เรียนจบแล้วใช่ไหม” พี่เหนือเอ่ยถามเพื่อนตัวเองในขณะที่เราทั้งสามเดินจากท่าเรือบนเกาะเพื่อไปที่พัก“จบแล้วสิ เราไม่ได้เรียนหมอเหมือนเหนือนะ” พี่กีฟหัวเราะชอบใจกับคำถามของเพื่อน“จบแล้วพี่กีฟจะทำอะไรต่อคะ” ฉันเอ่ยถามเพราะอยากรู้ว่าคนสวย ๆ รวย ๆ เขามีจุดมุ่งหมายในชีวิตอย่างไร“คงช่วยที่บ้านทำงานแหละ” วิถีคนรวยที่แท้ทรู บริหารกิจการของครอบครัว แล้วฉันละจบไปทำอะไรดี เปิดเช่าพระเครื่อง ขายทอง รับหล่อทองหรืออะไรดีไว้ค่อยคิดแล้วกันอีกตั้งสามปี ช่วงนี้ก็เกาะพี่เหนือกินไปก่อนก็แล้วกัน“พักหลังนี้นะ หลังนี้เราไม่ได้เปิดให้แขกเข้าพัก ส่วนมากให้ญาติ ๆ กับคนสนิทเท่านั้นพัก” บ้านพักตากอากาศขนาดใหญ่ที่มองเห็นน้ำทะเลใสแจ๋วจากพื้นห้อง น้ำทะเลสีฟ้าอมเขียวใสและสวยมากมัลดีฟเมืองไทยคงไม่เกินจริง ฉันเป็นคนเที่ยวในประเทศที่สุดเพราะเป็นคนกินยาก อยู่
“นี่ไม่ใช่พ่อ คนนี้อาไธม์น้องชายฝาแฝดของพ่อ” ฉันเพิ่งรู้ว่าพ่อของพี่เหนือมีแฝด เป็นแฝดที่เหมือนกันมาก มากจนแยกไม่ออก“สวัสดีค่ะ อาไธม์ อากล้วย” ฉันเรียกป้าไม่ได้จริงจึงเรียกอาแทน ยังงงกับสรรพนามที่พี่เหนือเรียก เรียกอาไธม์แต่เรียกอาสะใภ้ว่าป้ากล้วยอะไรของเขามีปัญหาเรื่องการลำดับญาติหรือไง“ไหนให้ป้ากอดหน่อย เลี้ยงมาตั้งแต่ในท้องแม่เรา โตเป็นหนุ่มจนมีเมียแล้วเหรอ” อากล้วยอ้าแขนให้พี่เหนือเข้าไปกอด ทั้งสองดูสนิทสนมกันมาก“โตจนมีเมียแล้วยังอ้อนเป็นเด็ก” อาไธม์ผลักหน้าผากของพี่เหนือออกจากอ้อมกอดของอากล้วย“นี่คุณอย่าทำหลานฉัน” เสียงของอากล้วยโวยวายพร้อมทำเสียงจิ๊จ๊ะกับคนเป็นสามี“ก็หลานผมด้วยเหมือนกันนั่นแหละ”“ทะเลาะอะไรกัน” พ่อธาร์เดินลงมาจากชั้นบนและนั่งข้างแม่น้ำ ฉันซึ่งยังไม่คุ้นชิน“เป็นอย่างงี้แหละ เดี๋ยวเหมยลี่ก็ชิน” ที่พี่เหนือเคยบอกว่าครอบครัวเขาเป็นครอบครัวใหญ่ญาติเยอะ ตอนนี้ฉันแน่ใจแล้วว่าเยอะจริง ๆ“ไธม์แวะไปหาพ่อกับแม่มาหรือยัง” ใช่นอกจากพ่อแม่พี่เหนือปู่กับย่าพี่เหนือก็ยังอยู่แม้จะอายุเข้าเลขแปดแล้วแต่พวกท่านก็ยังแข็งแรง“อืม เดี๋ยวแวะไป อยากเห็นหน้าไอ้เด็กแก่แดดมีเมียตั้ง
จังหวะนี้ผมเห็นคนตรงหน้าส่งสายตาเขียวปัดมาให้ผม จึงต้องรีบพูดต่อก่อนจะได้กินตีนก่อนจะได้พูดต่อ“แต่เฮียเชื่อเถอะว่าไม่ว่าจะทะเลาะกันแค่ไหน ผมจะยอมน้อง แม้น้องจะผิดผมก็จะยอม”“มึงรักน้องกูจริงเหรอวะ”“ผมรักน้องเฮียตั้งแต่ผมสิบแปด ตอนนี้ผมยี่สิบสอง ไม่มีวันไหนที่ไม่รักน้อง ไม่สิ ผมรักน้องตั้งแต่สามชาติที่แล้ว เฮียคิดว่ามันน้อยไปเหรอ”เสียงถอนหายใจของเฮียมังกรดังขึ้น“มึงเชื่อเรื่องที่น้องกูบอกเหรอ”“เชื่อสิ ทำไมเฮียไม่เชื่อเหรอ”“เชื่อ” นั่นไงเขาเองก็เชื่อแล้วจะถามทำไม“ทำไมมึงเชื่อวะเหนือ มึงมองไม่เห็น มึงแค่ฟังจากที่น้องกูเล่า หลักฐานที่น้องกูยกมาอ้างอาจแค่เรื่องแต่งขึ้นก็ได้ มึงไม่คิดบ้างเหรอ มึงเป็นหมอนะ มึงจะเชื่อเรื่องผีเหรอวะ”ผมยิ้มกับคำพูดของเฮียมังกรแล้วตอบอย่างที่ตัวเองคิดไป“เพราะรัก แม้จะมองไม่เห็นด้วยตาผม แต่น้องบอกว่าเห็นผมพร้อมจะเชื่อน้องมากกว่าตาตัวเองครับ”“ไอ้เชี่ย! แม่งขนลุกฉิบหาย”“ความรักมักทำให้คนตาบอดเฮีย”“สัดขนลุกกว่าเดิมอีก”“เฮียไม่เคยมีความรักไม่รู้หรอก”“พอ ๆ ไอ้เหนือกูจะไปนอนแล้ว” ว่าแล้วเฮียมังกรก็อุ้มแมวในตักแล้วรีบเดินเข้าบ้าน ทำราวกับว่าผมเป็นตัวเชื้อโ
ตอนพิเศษ 1 พี่เมียวันนี้น้องให้ผมพากลับบ้าน ใบหน้าน้องฉายให้เห็นความยุ่งยากใจ“ไม่ต้องคิดมากหรอกน้อง”“เฮียมังกรงี่เง่าจะตายพี่เหนือไม่รู้หรอก”“ไม่มั้งคนเราโต ๆ กันแล้ว” เฮียมังกรอายุมากกว่าผมอีกก็น่าจะเข้าใจอะไรไม่ยาก“ไม่เข้าใจ!” ผมขอถอนคำพูดที่พูดกับน้องในรถได้ไหม หลังจากเราสองคนมาถึงบ้านของน้อง ทั้งป๊าม้าและน้องพยายามอธิบายเหตุผลของการแต่งงานแต่คำตอบที่ได้รับก็คือ“ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่หย่ากัน ในเมื่อเรื่องมันก็จบแล้ว เหมยลี่เพิ่งยี่สิบนะป๊าม้า ใช่เวลามีครอบครัวไหม” เฮียมังกรใช้ทั้งน้ำเสียงและเหตุผลกดดันป๊าม้าและน้อง“แต่หนูรักพี่เหนือ”“แต่เรายังเด็ก”“หนูยี่สิบแล้ว บรรลุนิติภาวะแล้ว กฎหมายก็ให้มีผัวได้โดยไม่ต้องถามความคิดเห็นจากใคร” ผมอยากยืนขึ้นและตบมือให้น้องแต่สิ่งที่ทำคือก้มหน้าราวกับว่ารู้สึกเสียใจที่ทำให้เฮียมังกรไม่พอใจ“ไอ้ลี่ นี่เฮียเป็นพี่แกนะ”“ก็เป็นพี่นะสิ หนูโตแล้ว มีสิทธิ์ตัดสินใจเอง เฮียไม่ต้องยุ่ง”“ป๊าม้าผมไม่อยู่แค่ไม่กี่วัน ทำไมให้มันแต่งงาน ทำไมไม่ปรึกษากัน” เมื่อเห็นว่าเถียงสู้น้องสาวไม่ได้เฮียมังกรก็เปลี่ยนเป้าหมายไปทางผู้เป็นพ่อแม่ทันที“เรื่องมันด่วน อี
“ไปเรือนหลังเล็กกันค่ะพี่เหนือ วันนี้เปิดรับลูกค้าไหมคะ” ฉันจับมือพี่เหนือไว้แน่นสาวเท้าเร็วไปยังเรือนหลังเล็กที่ฉันคิดว่าพวกเขาน่าจะอยู่ที่นั่น“ไม่ได้รับลูกค้าก็วันนี้จะเลี้ยงวันเกิดให้น้องไง” ใช่วันนี้ตอนเย็นเราสองบ้านจะเลี้ยงฉลองวันเกิดให้ฉันท้องฟ้ารอบบริเวณเรือนหลังเล็กขมุกขมัวราวกับว่าบ้านหลังนี้อยู่ระหว่างความจริงกับความฝันคล้ายไม่มีอยู่จริงแต่ก็จับต้องได้และเมื่อฉันกับพี่เหนือเดินขึ้นบันไดถึงชั้นสอง ภาพตรงหน้าก็ยิ่งเหมือนความฝันกึ่งความจริง ม่านหมอกปกคลุมแยกแทบไม่ออกว่าเวลานี้กลางวันหรือกลางคืนเงาจาง ๆ ของชายหญิงที่ก้มหมอบอยู่หน้าห้อง คือเหล่าข้าทาสบริวารของคุณลุงอัครเดช ประตูห้องเปิดไว้ดั่งเช่นที่เคยเห็น เสียงเก้ากี้โยกดังกระทบกับไม้เพียงเบา ๆฉันเดินตรงไปยังห้องนั้น ห้องที่เคยมาเมื่อไม่กี่วันก่อน รอบห้องยังคงเหมือนเดิม มีภาพถ่ายดั่งเช่นเดิม หากแต่มีม่านหมอกปกคลุมจนแทบมองไม่เห็นแต่สิ่งที่เด่นชัดในห้องนั้นคือชายสูงวัยผมสีขาว กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกมองออกไปนอกหน้าต่าง นอกหน้าต่างนั้นก็เช่นกัน ปกคลุมด้วยเมฆหมอกมีเพียงแสงสีขาวปนเทาเท่านั้น“คุณลุง!” ฉันเอ่ยเรียกและยอบกายนั
ฉันมองหาพี่เหนือโดยรอบแต่กลับไม่มี เจอแต่ผู้คนที่ต่างมามุงดูอุบัติเหตุครั้งนี้“เจ้าของรถเป็นนักศึกษาแพทย์ปีสี่แล้วน่าเสียดายเนอะ” เสียงคุณป้าคนหนึ่งคุยกับคนที่ยืนข้างกัน“น่าสงสารนะขับมาดี ๆ เจอพวกเมาแล้วขับ ไอ้นั่นมันรอดนะ ไม่ได้เป็นอะไรเลย ส่วนคนดีต้องตาย สวรรค์ทำไมไม่ยุติธรรมเลย”ใช่ ทำไมสวรรค์ไม่ยุติธรรม ฉันกับพี่เหนือทำอะไรผิดทำไมถึงต้องมาตายแบบนี้“ฮือ ฮือ ทำไม ทำไม เราสองคนทำอะไรผิด ทำไมต้องให้เราตายด้วย กี่ชาติก็เป็นแบบนี้ ทำไม” ฉันทรุดกายลงกับพื้นนั่งลงบนพื้นหญ้าริมทาง ร้องไห้กับโชคชะตา ไม่ว่ากี่ภพกี่ชาติ ฉันกับพี่เหนือก็ไม่ได้สมหวังในรักชาตินี้ก็เช่นกันแม้ว่าเราจะแต่งงานกันแล้ว แต่ก็ไม่ได้อยู่ครองคู่กัน อยากถามพระเจ้าหรือเทวดาบนฟ้า ชีวิตมนุษย์ตัวเล็ก ๆ สองชีวิตอย่างฉันกับพี่เหนือ ไม่มีโอกาสเลยหรือที่จะได้อยู่มีชีวิต ใช้ชีวิตคู่ด้วยกันจนแก่เฒ่าเราสองคนทำผิดอะไรหนักหนา“พี่เหนือ พี่เหนือ” น้ำตาของฉันยังไหลไม่หยุด ร้องเรียกหาพี่เหนือ ที่ไม่รู้ว่าเวลานี้เขาไปอยู่ที่แห่งหนไหน จะเจ็บปวดหรือทุกข์ทรมานแค่ไหนหรือจริงแล้ว ทางรอดเดียวของเราคือควรเลิกกัน อย่างน้อยเราสองคนก็อาจมีชีวิ







