LOGINอีกวันเดียวครอบครัวเวหะชลการก็จะเดินทางกลับกรุงเทพ ภาคีจึงมายืนดักรอเหนือฟ้าหลังเธอกินมื้อเช้ากับครอบครัวเสร็จ
วันนี้เหนือฟ้าใส่ชุดเอี๊ยมกางเกงขายาวสวมหมวกปีกกว้าง มองเผิน ๆ ดูน่ารักเหมือนสาวชาวไร่ ขณะที่เธอกำลังเดินมาถึงตัวเขามากขึ้นเรื่อย ๆ หนุ่มผมยาวตัดสินใจคุกเข่าลงตรงหน้า "เหนือเป็นแฟนกับพี่นะ" ทั้งพ่อแม่พี่สาว ทุกคนมองเธอเป็นตาเดียวกันแล้วรีบซอยเท้าเดินหนีไปจากตรงนั้นเพื่อให้เธออยู่กับเขาสองคน "พี่คีอ่ะ...ลุกเถอะค่ะเหนืออาย" "ไม่ลุก จนกว่าเหนือจะตกลง" "ก็ได้ค่ะ เหนือจะเป็นแฟนกับพี่คี" สาวอวบอมยิ้มแล้วฉุดแขนภาคีขึ้นมา "นี่ดอกไม้ที่พี่ปลูกเอง" ดอกไม้สารพัดสายพันธุ์ช่อใหญ่อยู่ในมือของเขา เหนือฟ้ารีบดึงช่อดอกไม้ดังกล่าวมาอย่างว่องไว พราะไม่อยากยืนเป็นเป้าสายตาของใครต่อใคร "ขอบคุณค่ะ" "พรุ่งนี้จะกลับกรุงเทพแล้วใช่ไหม พี่แวะไปหาได้เปล่า" "เหนือปิดเทอมแค่สองอาทิตย์ก็ต้องกลับไปเรียนต่อแล้วค่ะ พี่คีจะไปหาก็ไปหาที่บ้านแทนได้ไหม คือเหนือไม่อยากให้คนอื่น ๆ นินทาพี่คี" "ใครเขาจะพูดอะไรก็ปล่อยให้พูดไปสิ พี่ไม่แคร์" ความจริงแล้วเธอหวงเขาต่างหากไม่อยากให้ใครเห็นเขา ไม่อยากให้ใครคุยกับเขา "ถ้าจะมาหาก็หลบ ๆ หน่อยได้ไหมคะ" "หลบทำไมอ่ะ พี่ไม่ใช่ดาราสักหน่อย" ถึงไม่ใช่แต่เขาก็ฮอตกว่าดาราบางคนซะอีก "แต่พี่คีฮอตในหมู่สาว ๆ หนุ่ม ๆ ตอนนี้ใครไปใครมาก็พูดถึงพี่คี พี่ภาคี กฤตกล้าธนาดร พี่คีแบบนั้นพี่คีแบบนี้ เวลาเหนือไถพวกโซเชียลก็เห็นแต่หน้าพี่คีเต็มไปหมด แล้วจะบอกว่าตัวเองไม่ใช่ดาราได้ยังไงกัน" ภาคีอมยิ้มโน้มตัวลงมา แต่ไพล่มือเก็บไว้ด้านหลังพยายามที่จะเป็นสุภาพบุรุษกับเหนือฟ้าให้มากที่สุด "แล้วพี่ฮอตสำหรับเหนือหรือเปล่า หืม" "ไม่ฮอตค่ะ ธรรมด๊าธรรมดามาก" "ปากแข็งเนอะเรา เล่นตัวแบบนี้พี่ยิ่งชอบ งั้นพรุ่งนี้เจอกันที่กรุงเทพนะถึงบ้านเมื่อไหร่แชตหาพี่ด้วยนะครับ" "ตกลงค่ะ" เหนือฟ้าและครอบครัวเวหะชลการนั่งเครื่องบินมาลงที่ดอนเมือง แต่ลงจากเครื่องไม่ถึงสิบห้านาทีราตรี พี่สาวผิวแทนหน้าคมของเธอก็หายตัวไปหากับซูเปอร์สตาร์คนดังอย่างหมื่นหล้า ปรมะเมคินทร์ น้องสาวอย่างเธอจึงเดินทางกลับบ้านกับพ่อแม่ตามลำพัง และเตรียมตัวเปิดเทอมที่มหาลัยเพื่อใช้ชีวิตการเป็นนักศึกษาในปีสุดท้าย เช้านี้นิสิตสาวติดรถมาลงที่หน้าตึกคณะกับพ่อ ก่อนที่ผู้อำนวยการทัพฟ้าพ่อของเธอจะดิ่งตรงไปประชุมหารือเรื่องการศึกษาในภาคเรียนล่าสุดที่โรงเรียนด้วยความเร่งรีบ จังหวะที่เหนือฟ้ากำลังเดินไปทักทายเพื่อน ๆ ที่ไม่ได้เจอกันเกือบสองอาทิตย์ รถจี๊ปหรูคันสีดำเงาวับก็ทะยานจอดเทียบฟุตบาท หนุ่มสวมแว่นกันแดดสีดำ เสื้อกล้ามดำสวมกางเกงเดินป่าสีเขียวขี้ม้าเดินลงมาจากรถ พลันนั้นเสียงเพื่อน ๆ และผู้คนบริเวณนั้นก็กรีดร้องกรี๊ดกร๊าดทำให้เหนือฟ้าต้องรีบเดินซอยเท้าแล้วคว้าข้อมือภาคีกลับไปที่รถ สาวนักศึกษากระโดดขึ้นไปนั่งฝั่งคนขับกดล็อคประตูรถฝั่งเธอด้วยความตกอกตกใจ "ตื่นเต้นถึงขนาดต้องลากพี่มาขึ้นรถเลยเหรอ หรือว่าอยากจู๊จี๋กับพี่สองต่อสอง" หนุ่มมาดเซอร์กลิ่นตัวหอมฟุ้งเกี่ยวขาแว่นออกแล้วเสียบลงกับเสื้อกล้าม ยกยิ้มแพรวพราวให้เหนือฟ้าจนหญิงสาวต้องรีบยกหนังสือเรียนเล่มโตมาบังหน้าเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน "เอ่อ...เหนือแค่กลัวว่าพวกแฟนคลับพี่คีจะมาวุ่นวายทำให้พี่คีเดือดเนื้อร้อนใจต่างหากละคะ ไม่ได้จะจู๊จี๋สักหน่อย" "เชื่อก็ได้ แต่ไหน ๆ ก็ขึ้นมาบนรถแล้ว กินนี่ให้พี่ดูก่อน กินข้าวเช้ามาหรือยัง" ภาคีเอื้อมมือไปหยิบข้าวเหนียวหมูปิ้งกับน้ำชาอู่หลงแบบขวดถึงหนังสือที่บังหน้าขี้อายของสาวมหาลัยออก พลางยัดมื้อเช้าใส่มือเหนือฟ้า สาวนักศึกษาก้มมองของกินในมือของตน "หนึ่ง สอง สาม....สิบไม้ พี่คีซื้อหมูปิ้งให้เหนือกินสิบไม้เลยเหรอคะ" "คนเรียนหนังสือต้องใช้พลังงานเยอะ" "มันเยอะไปไหมคะ เดี๋ยวเหนือจะง่วงแล้วหลับคาโต๊ะเรียนก่อน" "งั้นก็กินกาแฟ" เขาบอกแล้วเอื้อมไปหยิบกาแฟสกัดเย็นของตนส่งให้เธอเพิ่มอีกขวด "ดักทุกทางจริง ๆ" เหนือฟ้าบ่นอุบอิบแต่ก็ยอมรับขวดกาแฟดังกล่าวมาจากชายหนุ่ม "นี่กาแฟสกัดเย็นแบรนด์ Pitak Mahingsa พิทักษ์มหิงสาเหรอคะ" เหนือฟ้าอ่านชื่อแบรนด์ภาษาไทยที่ทัพศัพท์เป็นภาษาอังกฤษ "อืม แบรนด์พี่เอง พี่เพิ่งเริ่มทำน่ะ ส่วนไร่ก็เพิ่งจะเริ่มปลูกกาแฟได้ไม่นาน ตอนนี้ก็กำลังจะย้ายผลผลิตมาลงที่ฟาร์มใหม่ในนครนายก ต่อไปก็จะทำรีสอร์ตเพิ่มด้วย เหนือลองชิมดูสิ เป็นกาแฟสกัดเย็นวนิลา ที่ไร่พี่ปลูกวนิลาแล้วก็สกัดเองด้วย" "แต่เหนือกินกาแฟไม่เก่งค่ะ คือ กินแล้วใจมันสั่น เพราะปกติกินแค่น้ำชา แต่จะลองดูแล้วกันค่ะ" เหนือฟ้าบอกเปิดฝาขวดแล้วจิบทีละนิด แม้มีความขมนำตามแต่เพราะมีรสหวานหอมของวนิลาเคล้าคลอกันไปทำให้รสชาติกาแฟสีดำ ๆ ไม่ได้มีรสขมปี๋อย่างที่เธอจินตนาการ "เป็นไงบ้างขมไหม พอกินได้หรือเปล่า" ภาคีกระพริบตาปริบ ๆ ทำหน้าลุ้นอย่างมีความหวัง "พอกินได้ค่ะ หอมหวานขมนิด ๆ" รอยยิ้มเบิกบานจากดวงหน้าหวานทำให้อีกฝ่ายหัวใจเต้นระรัว "แล้วคาบแรกเรียนกี่โมง เลิกเรียนกี่โมง" "เรียนสิบโมงเช้า เลิกสี่โมงเย็นค่ะ อย่าบอกนะว่าพี่คีจะมารับ" "มารับได้ปะล่ะ" เขาหยั่งเชิงถามเพื่อเป็นการขออนุญาตทางอ้อม "ถ้าพี่คีสะดวกนะ" "พี่สะดวก 24 ชั่วโมง งั้นตอนเย็นเจอกันนะ ตั้งใจเรียนล่ะบะหนุนน้อย" ฝ่ามือใหญ่วางทาบลงบนหัว เหนือฟ้าอมยิ้มไม่ได้พูดอะไร แล้วรีบเปิดประตูหอบหิ้วของกินลงไปจากรถ มองดูรถจี๊ปหรูสีดำแล่นฉิวออกไปจากมหาลัย "เฮ้ยยัยเหนือ นั่นพี่ภาคีที่ชนะรางวัลประกวดหนุ่มฮอตระดับประเทศใช่ไหม" กลุ่มเพื่อน ๆ ที่เธอไม่รู้จักมักจี่กรูกันเข้ามาถามอย่างงง ๆ "อืม ใช่แล้ว" "แล้วเขาเป็นไรกับแกอ่ะ" "เป็นแฟน" เหนือฟ้ารีบตัดบทฟันธงสถานะเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ แม้จะยังไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายให้สถานะนี้กับเธอแน่นอนแล้วหรือยัง "แฟน จริงอ่ะไม่น่าเชื่อเลย" เพื่อนในคณะเดียวกันที่เธอไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อสวนกลับด้วยสีหน้าดูถูก "ไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร งั้นเราขอตัวนะเพื่อนเรารออยู่" สาวอวบโต้กลับอย่างไม่แคร์ แม้ลึก ๆ เธอหวั่นใจอยู่เสมอว่าตนเองไม่มีคุณสมบัติดีพร้อมที่จะคบกับพี่ภาคี ถึงเขาจะออกปากว่าไม่สนว่าใครจะพูดอะไร และเดินหน้าแสดงความจริงใจว่าจะคบกับเธอ แต่กระนั้นสังคมรอบข้างก็ไม่ได้เห็นดีเห็นงามด้วย เพราะแบบนี้เธอถึงอึดอัดใจ รู้สึกขาดความมั่นใจในการคบกับผู้ชายที่มีแต่ผู้หญิงหมายปอง"พี่คีคะตื่นได้แล้ว" เหนือฟ้าที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จโน้มตัวลงจุ๊บแก้มคนขี้เซาให้ตื่นขึ้น "มีประชุมตอนเก้าโมงไม่ใช่เหรอคะ""อื้อ ง่วงอ่ะ" เขาบ่นอู้อี้อยู่ใต้ผ้าห่มแล้วฉุดข้อมือเธอจนล้มลงบนเตียง"อย่างอแงสิคะ ไปอาบน้ำเร็วเข้าเดี๋ยวแม่เหนือจะเอามะต๋าวมาส่งที่ห้องค่ะ" เหนือฟ้าสั่งเสียงเขียวแล้วฟาดมือลงไปที่บั้นท้ายของภาคีเบาเบา"ก็ได้ครับ" เขาบอกแล้วลุกขึ้นนั่งในสภาพผมเผ้าชี้ฟูไปคนละทิศละทางก๊อก! ก๊อก!"มะต๋าวมาแล้ว" เหนือฟ้ารีบวิ่งไปเปิดประตูต้อนรับลูกชายเข้ามา "มะต๋าวแม่มาแล้วค่ะ ไปหาป้อกันครับ" เหนือฟ้ากางแขนรอให้ลูกชายโผตัวเข้ามากอด แต่มะต๋าวกลับซุกหน้าลงกับอกยายไม่ยอมสบตาเธอด้วยซ้ำ"สงสัยหลานจะงอนน่ะลูก ตอนที่ตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วไม่พบพ่อกับแม่เจอแต่ตากับยายก็ร้องไห้ใหญ่โต แม่ก็เลยต้องไปปลุกนิ่มฟ้ากับน่านฟ้ามาปลอบ ดีหน่อยยังติดพี่สาวพี่ชายบ้างถ้าติดแต่พวกลูกสองคนละก็คงไม่ต้องทำมาหากินอะไรแล้ว""เขาคงจะแปลกที่นอนด้วยค่ะ โอ๋โอ๋มะต๋าวของแม่หายงอนแม่นะครับ น้าาา" เหนือฟ้ารีบแย่งมะต๋าวมาจากยายนับเก้า"งองงอง" มะต๋าวที่จดจำคำพูด
เจ้าของวงแขนใหญ่ช้อนร่างกายนุ่มเต็มแน่นทุกสัดส่วนวางลงที่เตียงนอนคิงไซซ์แล้วกระโจนลงมาด้วยความเร็วเหนือฟ้าที่ไม่ทันได้ตั้งตัวสะดุ้งตกใจเมื่อเรียวลิ้นเกรี้ยวกราดรัดรึงรอบชิวหาของเธอจนพ่นคำพูดใด ๆ ไม่ออกจูบนี้ของภาคีดุเดือดเสมือนถูกเขาผลักลงไปในสนามรบ เล่นเอาวิญญาณในร่างถึงกับแตกดับเมื่อถูกกระตุ้นให้เคลิบเคลิ้นในรสจูบ เธอก็จำต้องปล่อยใจลอยไปตามบทเพลงหวามที่เขาควบคุม เหนือฟ้าจูบตอบและสนองคืนอย่างช่ำชอง"อื้อหนุนน้อยดุจัง" เขาผละริมฝีปากออกแล้วล็อกหัวเธออีกครั้งเพื่อบดจูบที่หนักหน่วงกว่าเดิมเสียงของริมฝีปากปะทะงับดูดกันเป็นพัลวัน ฝ่ามือหยาบกร้านสองข้างก็คอยนวดเค้นคลึงยอดถันสีชมพูอ่อนอย่างมันมือ ไม่นานนักจุกสวยก็ดีดเด้งออกมาจากป้านวงกลมจนตุ่มไตสองข้างตั้งชันเสมอกัน ปากร้ายของภาคีจึงถอนออกแล้วกลืนกินทั้งเต้าของเธอ"ฮึ่ม อื้อ" เหนือฟ้าครางและแอ่นอกสองข้างให้ภาคีดุนดันให้หนำใจ ตอนนี้เขาได้กลายร่างจากมนุษย์พ่อสู่ลูกคนที่แปดไปเรียบร้อยที่สำคัญเขายังดูดอกของเธอประหนึ่งว่าจะมีน้ำนมจริง ๆ ออกมาให้ดื่ม "พี่คี หิวเหรอคะฮึฮึ"เธอถามพลางหั
เหนือฟ้ามุ่นคิ้วมองคนเมาด้วยความโกรธ ทั้งที่เธออุตส่าห์ถ่างตาแต่งชุดวับแวมเพื่อยั่วยวนเขา แต่พ่อคุณดันเมาหัวราน้ำแถมยังมาหาว่าเธอตัวหนัก น่าตีชะมัด ไม่รู้ละเธอจะไปนอน"เชิญนอนไปคนเดียวเลย ฝันดี" เหนือฟ้ากระแทกเสียงแล้วก้าวขาลงจากโซฟา แต่ฝ่ามือที่ไวกว่ารวบคว้าเข้าไปกอด ทำให้สองเท้าที่ยังไม่ทันจะตั้งหลักเซถลาจนล้มลงบนตักเขา. "พี่ขอโทษหนุนน้อย ขอโทษครับ" เสียงแหบพร่าไล่รดทั่วต้นคอ ตามด้วยมือหยาบกระด้างที่กำลังสอดเข้าไปใต้กระโปรงซีทรูสีฟ้าอ่อน ปลายนิ้วร้ายชอนไชไปหาจุดอ่อนไหวที่ฝังตัวอยู่ในรอยแยกเบียดแน่น"อ๊า...พี่คี อื้อ...." เสียงของเหนือฟ้าขาดช่วงเพราะแพนตี้ลูกไม่ตัวบางกำลังถูกปลายนิ้วหนาแหวกออก แล้วจุ่มจ้วงทะยานเข้าไปในหลุมร้อนชื้นอย่างฉับพลัน "พ..พรุ่งนี้เหนือจะไปช้อปปิ้งให้แหลกเลย""เอาบัตรพี่ไปรูดใช้ได้ตามสบาย" เสียงเข้มกระซิบกระเซ่าตามด้วยการจับขาอวบสองข้างให้ตั้งคร่อมระหว่างขาของเขา ขณะที่มืออีกข้างสำรวจขึ้นไปเหนือเต้าอิ่มที่ทะลักล้นออกมาจากบราลูกไม้สีฟ้าเหนือฟ้าแหงนหน้าขึ้นคลี่ยิ้มบาง ๆ พลางเอนตัวทิ้งน้ำหนักไปด้านหลังให้เขาลงน้ำหนักกับเรณูเ
ครอบครัวคนเลี้ยงควายเดินออกมาส่งครอบครัวของมาสที่ต้องเดินทางกลับก่อนเวลา เนื่องจากเขาต้องบินไปดูงานต่างประเทศพร้อมกับพ่อแม่แล้วจึงบินกลับมาจัดการเรื่องงานหมั้นในสัปดาห์หน้าอีกทีภาคีจึงปล่อยให้เด็กทั้งสองเอ่ยคำร่ำลากันโดยการยืนมองอยู่ห่าง ๆ ไม่เข้าไปรบกวน"เราสองคนก็เป็นคู่หมั้นกันแล้วเนอะ คู่หมั้นที่แปลว่าโตไปเราจะแต่งงานกัน" มาสเอ่ยด้วยแววตามั่นคง"ถ้าโตไปแล้วอ้ายมาสเกิดเปลี่ยนใจไม่แต่งกับนิ่ม นิ่มก็ไม่ว่าอะไร" แม้เด็กหญิงจะบอกแบบนั้น แต่ใจก็รู้สึกหวั่นกลัว กลัวว่าอนาคตข้างหน้าเขาจะไปรักคนอื่นมาสยกมือประคองแก้มป่องของนิ่มฟ้าแล้วรั้งเข้ามาหา "อ้ายไม่เปลี่ยนใจ""โอ๊ย ยดน้ำตาลฟ่ำ" น้ำเงี้ยวยื่นหน้าเข้ามาแซวพี่หลังจากที่มาสเดินจากไป สีฝุ่นกับแม่ก็เตรียมเดินกลับโรงแรมด้วยกันเนื่องจากที่พักที่ภาคีจองไว้ให้อยู่ห่างจากบริษัทไปเพียงแปดร้อยเมตรเท่านั้น แต่น้ำเงี้ยวรีบวิ่งไปดักหน้าทั้งคู่"ฉะไปตี้ไหน งิ้วไปโตยได้ก่อ" น้ำเงี้ยวอ้อนสายรุ้งแล้วหันไปขอความเห็นจากสีฝุ่น"คุณสายรุ้งกับน้องฝุ่นไปรถผมเถอะครับ วันนี้ผมก็เปิดห้องพักที่โรงแรมเดี
สีฝุ่นจูงมือน้ำเงี้ยวกลับเข้ามาในงานทันทีที่สายรุ้งเห็นจึงปรี่เข้ามากุมไหล่ลูกชาย "ฝุ่นไปไหนมาครับ แม่หาอยู่ตั้งนาน""ฝุ่นพาน้องไปเข้าห้องน้ำแล้วก็พาไปหาขนมกินครับ" เด็กชายบอกแล้วเหลือบตามองน้ำเงี้ยวตัวน้อย"งั้นไปนั่งที่โต๊ะเถอะครับ น้ำเงี้ยวไปกับป้าไหมคะเดี๋ยวงานจะเริ่มแล้ว" สายรุ้งชวนเด็กหญิงไปนั่งที่โต๊ะด้วยกัน แต่น้ำเงี้ยวเหลือบไปเห็นพ่อที่กำลังเดินเข้ามาในงานพอดี"งิ้วฉะไปหาป้อเจ้า เดี๋ยวมาหาปี้ฝุ่งใหม่เน้อ" น้ำเงี้ยวโบกมือบ๊ายบายสองแม่ลูก เด็กหญิงวิ่งถลาไปกอดขาภาคี "ป้อขี้""เป็นไงบ้างลูก" ภาคีรีบอุ้มลูกสาวจนตัวลอยสูง "หนูเจ๋บตรงไหนก่อ""งิ้วบ่เจ๋บเจ้า แท่ว่าป้อฮู้ได้จะได" มือเล็กประคองแก้มพ่อ"ดีผ่องละตี้หนูบ่เป๋นอะไรมาก และที่ป้อฮู้ก็เพราะว่าพี่น่านฟ้าบอกป้อเองครับ" เขาว่าแล้วเอาหน้าผากชนกับลูกสาว"
น่านฟ้าจูงมือน้ำเงี้ยวมาที่โต๊ะวีไอพีซึ่งมีป้ายเขียนว่า 'ฟาร์มหอยสมปองและสีฝุ่น' ทว่ากลับมีเพียงป้าสายรุ้งที่กำลังคุยกับแขกท่านอื่นที่ภาคีแนะนำให้รู้จักกัน ส่วนสีฝุ่นนั้นกำลังยืนแนะนำอโวคาโดจากไร่กับนักธุรกิจรุ่นราวคราวพ่ออยู่ที่โซนผลไม้"เดี๋ยวงิ้วฉะไปตั๊กตายปี้ฝุ่งเอง" น้ำเงี้ยวเดินนำน่านฟ้าไปหาสีฝุ่นหลังจากที่เด็กชายเพิ่งคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่เสร็จ โดยมีสายตาของภาคีคอยเหลือบมองอยู่ ที่เขาตัดสินใจเชิญสองแม่ลูกมาก็เพื่อทำให้เด็กคนนั้นเห็นว่าธุรกิจหอยกับอโวคาโดสามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่ง"สวัสดีนายสีฝุ่นใช่ไหม" น่านฟ้าทักทายเด็กชายในชุดสูทสีเทาพยักหน้ารับ "ใช่ นายมีอะไรกับเราเหรอ""อ้อ เราแค่จะมาทำความรู้จักด้วยน่ะ เราคือลูกชายของคนที่เชิญนายกับแม่มางาน หอยที่ฟาร์มของตาสมปองอร่อยมากจนป้อเรายังติดใจเลย เราเองก็ชอบมาก เราชื่อน่านฟ้านะ" น่านฟ้ายื่นมือไปให้สีฝุ่นจับสีฝุ่นเขย่ามือน่านฟ้าเบา ๆ "ยินดีที่ได้รู้จักนะน่านฟ้า"น้ำเงี้ยวเห็นพวกพี่ ๆ เขย่ามือกันเธอก็เลยอยากมีส่วนร่วมบ้าง เด็กหญิงวางมือตนเองทับกับมือของสีฝุ่







