Se connecterภาคีผลักประตูแล้วรีบกดล็อกสาวเท้าเข้ามาจนเหนือฟ้าวิ่งหนีไปอยู่มุมห้อง
"พี่คีจะทำอะไร หยุดอยู่ตรงนั้นไม่ต้องเข้ามา" หนุ่มมาดเซอร์ท่าทางยียวนกวนประสาทเลิกคิ้วสูงแล้วพุ่งตัวเข้าใส่สาวอวบหลับตาปี๋ยกแขนป้องตัวเอง สองแขนเต็มด้วยมัดกล้ามคร่อมแนบหัวไหล่เปลือยขาว "ขี้แย ขี้ตกใจ ขี้ขางด้วย น่าฮักขนาด" "ขี้ขางอะไรเหนือไม่เข้าใจค่ะ" เหนือฟ้าหลุบตามองพื้นพยายามทำตัวลีบแบน "ฮ่าฮ่าบ่ะหนุนน้อย จะย่อขนาดเหรอครับ ตัวเท่านี้แหละพี่ชอบ" "ฮะ...ชอบ ชอบอะไร" หญิงสาวพยายามจะมุดออกจากวงแขนกว้าง แต่ภาคีก็ขยับตามตลอด "ชอบบ่ะหนุนไง อร่อยดี" "เหนือไม่ใช่ขนุน....เฮ้ยพี่คีนั่นจิ้งเหลนนี่คะ มันเข้ามาในห้องได้ยังไง" เหนือฟ้าแสร้งหลอกให้เขาตายใจ "ฮะไหน" เขาก็ช่างหลอกง่าย สาวอวบจึงได้โอกาสมุดตัวหนีออกจากวงแขนที่คร่อมยันผนังอยู่ "จะหนีไปไหน" ถึงจะหลงกลแต่ระดับความเร็วของเขาก็ต่างกันอยู่ดี เรียวแขนแกร่งรวบเอวเหนือฟ้าแล้วรั้งให้หันกลับมาปะทะกับตัวของเขา คราวนี้ภาคีใช้แขนสองข้างรัดตัวเธอไม่ต่างกับงูเหลือมเพศผู้ "พี่คีชอบใช้กำลัง" บ่นอุบอิบทำแก้มป่องจนอยากก้มลงฟัดให้ช้ำกันไปข้างนึง "เปล่านะ พี่ไม่ได้ชอบใช้กำลัง แต่พี่ชอบเล่นกับเหนือ เหนือตลกดี" "ชายหญิงที่ไหนเขาเล่นกันถึงเหนือถึงตัวขนาดนี้" เหนือฟ้าพยายามดันตัวเขาออก แต่ยิ่งต่อต้านภาคีก็ยิ่งรัด เวลานี้ทรวงอกของเธอถูกบี้จนแทบรวมเป็นเนื้อเดียวกับแผ่นอกของเขาอย่างไม่มีทางเลือก "ขอกอดได้ก่อ" ภาคีเกริ่นถามเป็นภาษาเหนือ "หน้าด้าน หน้าฉาบยางมะตอยร้อยปี จู่ ๆ ก็ขอกอดเหนือไม่ใช่ตุ๊กตา ไม่ใช่ของเล่นพี่คีนะ" "หรืออยากทำอย่างอื่น" ปากแดงก้มลงปัดผ่านผิวแก้มที่ร้อนผ่าว ลำคอขาวกลืนน้ำลายดังอึกจนอีกฝ่ายได้ยินชัดเต็มสองหู "อยากกินพี่เหรอ อยากกินส่วนไหน ปาก นม แขน ขา พี่ให้เลือกกินได้ตามสบายเลย" "เหนือไม่หน้ามืดจนกินผู้ชายเข้าไปทั้งตัวหรอกค่ะ" "แต่พี่อาจจะหน้ามืดเผลอกินบ่ะหนุนสุกงอมลูกนี้เข้าไปก็ได้นะ" เขายังคงกวนประสาทเธอไม่หยุด "เมื่อไหร่พี่คีจะปล่อยเหนือ เหนือเมื่อยขาแล้วก็อึดอัดด้วย" "ย้อนไปที่คำถามแรก พี่กอดได้ไหม" เขายังคงดื้อดึงจะกอดเธอให้ได้ ทั้งที่ตอนนี้ก็ไม่ได้ต่างจากการถูกกอดไว้เลยสักนิด "แล้วตอนนี้ไม่ได้กอดอยู่เหรอคะ" เหนือฟ้าเชิดหน้าขึ้น ภาคีเถียงไม่ออกเพราะตอนนี้เขาก็กอดเธออยู่จริง ๆ เพียงแต่ว่าเป็นการกอดฝ่ายเดียว สิ่งที่เขาต้องการคืออ้อมกอดอุ่นของเธอ "เงียบอีก สตั๊นไปแล้วเหรอคะ ฮ่าฮ่าเถียงไม่ได้ล่ะสิ" สาวแก้มยุ้ยค่อนขอดด้วยท่าทางทะเล้น หนุ่มหน้าขาวคมก้มมองริมฝีปากช่างเถียงคำไม่ตกฟาก ปากกระจับเล็กอิ่มเอบดูน่าจูบกว่าทุกคนที่เคยพบมา ยิ่งอยู่ห่างจากปากของเขาเพียงไม่กี่เซ็น อสูรร้ายในร่างก็สั่งการให้คิดแต่เรื่องแย่ ๆ สั่งการให้จูบ ๆ ๆ มีแต่คำว่าจูบเต็มหัวไปหมด ไม่ได้เด็ดขาด เขากำลังตั้งใจที่จะหาแม่ของลูกอย่างจริงจัง ดังนั้นเขาจะต้องค่อยเป็นค่อยไปทีละขั้นตอน ภาคีปล่อยแขนที่รวบรัดแม่จอมเถียงออกอย่างยอมแพ้ "พี่ขอโทษ พี่ไปทำงานก่อนนะ" เขารีบร้อนตัดบทอย่างไว ทั้งที่เมื่อกี้พะเน้าพะนอจะกอดเธออยู่แท้ ๆ "จะกอดก็กอด" เหนือฟ้ารีบตีปากตัวเองแล้วหมุนกายหนีภาคีที่เอี้ยวตัวกลับมา รอยยิ้มร่าเริงผุดพรายขึ้นบนใบหน้าของหนุ่มผมยาวประบ่า ปลายรองเท้าบู๊ทหนังก้าวเข้ามานิดเดียวก็ถึงแผ่นหลัง ดวงตาคมไล่มองหลังคอขาวเนียนไร้ที่ติที่โผล่พ้นจากเสื้อปาดไหล่สีเหลืองลายดอกไม้ "หันหน้ามาหาพี่หน่อยสิ นะครับ" เขาอ้อนเสียงเล็กเสียงน้อย หญิงสาวหมุนกายกลับมาเผชิญหน้าใบหน้าบูดบึ้งของเธอทำให้เขามันเขี้ยวจนอยากบีบแก้มสักครั้ง คิดแล้วก็ลงมือทำทันที แก้มป่อง ๆ อมชมพูของเหนือฟ้าถูกภาคีบีบเล่นเหมือนกับสกุ๊ชชี่ "จะกอดหรือจะบีบ เอาดี ๆ ได้คืบจะเอาศอกนะคะ" ภาคีรีบทิ้งมือลงแล้วเริ่มกิจกรรมหลักที่เขาเสนอไปเมื่อครู่ เขากางแขนกว้าง เหนือฟ้าทำตามแล้วโผเข้ากอด "เต็มกอดดีจัง" เขาพูดพึมพำอยู่ข้างหู แล้วลูบไล้แผ่นหลังเธอเพื่อปลอบขวัญ "เมื่อกี้เหนือเห็นพี่จูบกับคนอื่นใช่ไหม พี่ขอโทษนะ ผู้หญิงคนนั้นเป็นคู่นอนชั่วคราว พี่ต้องบอกตามตรงว่าพี่เบื่อ ๆ ก็ซื้อกิน" "แล้วบอกเหนือทำไม" "แค่ไม่อยากให้เข้าใจผิด พี่อยากให้เราเข้าใจตรงกัน" "พี่คีซื้อกินมานานหรือยังคะ แล้วทำไมถึงไม่มีแฟนสักที" คราวนี้เธอเป็นฝ่ายลูบแผ่นหลังกว้าง ภาคีอมยิ้มที่อีกฝ่ายเริ่มแสดงออก "หลังเรียนจบปริญญาตรีก็ซื้อมาตลอด" "พี่คีมักมาก พี่คีหื่น" เหนือฟ้าบ่นอุบ "พี่สนับสนุนอาชีพ Sex worker ต่างหาก ทุกอาชีพต่างก็มีคุณค่า ในเมื่อเขาทำด้วยความสุจริตพี่ก็แค่ช่วยซื้ออย่างสุจริตเท่านั้นเอง" "คนดีมีน้ำใจเหลือเกิน" มือหนาดันหัวไหล่ของคนที่ตัวเล็กกว่า "แล้วทำไมเหนือไม่มีน้ำใจกับพี่บ้างครับ" "เหนือดูเป็นคนโหดร้ายเหรอคะ" หญิงสาวมุ่นคิ้ว "ใช่ เหนือชอบไล่พี่ หนีพี่ ทั้งที่มีแต่คนอยากวิ่งหาพี่ มันก็เลยทำให้พี่สนใจเหนือขึ้นมา" เขาอธิบายพลางใช้ปลายนิ้วเรียวสวยเหมือนผู้หญิงสางไปตามเส้นผมที่ยุ่งเหยิงของเธอ "เหนือขอพูดตามตรงนะคะ เหนือไม่เคยได้รับการแสดงออกอย่างเท่าเทียมจากคนอื่นมาก่อน โดยเฉพาะเพศตรงข้าม ปกติเพื่อนที่มหาลัยทั้งชายและหญิง ส่วนใหญ่จะไม่อยากคบหาเหนือนักอาจจะเป็นเพราะหุ่นทรงตุ่มของเหนือ แต่เหนือก็มีเพื่อนสนิทสองคนนอกนั้นก็ปากหอยปากปูเหมือนกันหมด ไม่มีใครจริงใจสักคน" "ดังนั้นเหนือก็เลยตัดสินว่าพี่เป็นคนไม่จริงใจเหมือนคนพวกนั้นงั้นเหรอ" ภาคีเริ่มไม่สบอารมณ์ "เหนือยังบอกไม่ได้ว่าพี่คีจริงใจหรือเปล่า ของแบบนี้ต้องดูกันนาน ๆ เหนือเจ็บมาเยอะ เหนือเข็ด ตอนนี้เหนือไม่อยากเจ็บอีกแล้ว หวังว่าพี่คีจะเข้าใจนะคะ" เธอบอกแล้วปล่อยอ้อมกอด เดินออกไปที่ระเบียง "งั้นพี่จะพิสูจน์ให้เหนือเห็นเอง" เขาประกาศลั่นคิดจะทำทุกอย่างให้เธอเห็นถึงความจริงใจเมื่อความเงียบเข้าปกคลุมทั่วห้องประชุมมืดสลัวมัวตา แม้จะมีเสียงพนักงานบริษัทที่กำลังอธิบายสไลด์นำเสนออยู่ที่หน้าจอโพรเจกเตอร์ ทว่าทั้งพ่อและแม่กลับนั่งเงียบเชียบไม่พูดไม่จายิ่งทำให้หนูน้อยย้อนนึกถึงเมื่อครั้งที่ตนเองถูกแม่ใจร้ายพาไปที่ไหนสักแห่ง สถานที่นั้นค่อนข้างคับแคบ อุดอู้และทำให้รู้สึกหายใจไม่ออกตุ้บ!เสียงของน้ำขวดบนโต๊ะประชุมที่ถูกพนักงานหญิงคนหนึ่งเผลอปัดจนตกลงมา ทำให้ภาพและเสียงในหัวของมะต๋าวยิ่งชัดเจน วันนั้นหนูน้อยจำได้ว่าหลังจากที่แม่ตะคอกเสียงดังด้วยท่าทีถมึงทึงและแววตาโกรธกร้าว จากนั้นแม่ก็อุ้มเข้าไปวางไว้ในอะไรสักอย่างแล้วก็มีเสียงดังปึ้ง ทุกอย่างรอบตัวมืดมิดอย่างฉับพลันเหลือเพียงแสงรำไรที่ลอดเข้ามาใต้ประตูตอนนั้นหนูน้อยกลัวมากจนตะเบ็งเสียงร้องจ้า แต่ไม่มีเสียงใด ๆ ตอบกลับมาไม่มีเสียงแม่ ไม่มีเสียงของใครเลยสักคนพอรู้ตัวว่าอยู่คนเดียวในความอนธการ ความหวาดวิตกก็ยิ่งก่อตัวขึ้น แต่หนูน้อยก็พยายามที่จะร้องให้ดังสุดเสียงหวังว่าใครสักคนอาจจะได้ยินแล้วพาหนูน้อยออกจากที่น่ากลัวตรงนั้นมะต๋าวจำได้ว่าวันนั้นตนเองร้องไห้จนเหนื่อย พอเ
"พี่คีคะตื่นได้แล้ว" เหนือฟ้าที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จโน้มตัวลงจุ๊บแก้มคนขี้เซาให้ตื่นขึ้น "มีประชุมตอนเก้าโมงไม่ใช่เหรอคะ""อื้อ ง่วงอ่ะ" เขาบ่นอู้อี้อยู่ใต้ผ้าห่มแล้วฉุดข้อมือเธอจนล้มลงบนเตียง"อย่างอแงสิคะ ไปอาบน้ำเร็วเข้าเดี๋ยวแม่เหนือจะเอามะต๋าวมาส่งที่ห้องค่ะ" เหนือฟ้าสั่งเสียงเขียวแล้วฟาดมือลงไปที่บั้นท้ายของภาคีเบาเบา"ก็ได้ครับ" เขาบอกแล้วลุกขึ้นนั่งในสภาพผมเผ้าชี้ฟูไปคนละทิศละทางก๊อก! ก๊อก!"มะต๋าวมาแล้ว" เหนือฟ้ารีบวิ่งไปเปิดประตูต้อนรับลูกชายเข้ามา "มะต๋าวแม่มาแล้วค่ะ ไปหาป้อกันครับ" เหนือฟ้ากางแขนรอให้ลูกชายโผตัวเข้ามากอด แต่มะต๋าวกลับซุกหน้าลงกับอกยายไม่ยอมสบตาเธอด้วยซ้ำ"สงสัยหลานจะงอนน่ะลูก ตอนที่ตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วไม่พบพ่อกับแม่เจอแต่ตากับยายก็ร้องไห้ใหญ่โต แม่ก็เลยต้องไปปลุกนิ่มฟ้ากับน่านฟ้ามาปลอบ ดีหน่อยยังติดพี่สาวพี่ชายบ้างถ้าติดแต่พวกลูกสองคนละก็คงไม่ต้องทำมาหากินอะไรแล้ว""เขาคงจะแปลกที่นอนด้วยค่ะ โอ๋โอ๋มะต๋าวของแม่หายงอนแม่นะครับ น้าาา" เหนือฟ้ารีบแย่งมะต๋าวมาจากยายนับเก้า"งองงอง" มะต๋าวที่จดจำคำพูด
เจ้าของวงแขนใหญ่ช้อนร่างกายนุ่มเต็มแน่นทุกสัดส่วนวางลงที่เตียงนอนคิงไซซ์แล้วกระโจนลงมาด้วยความเร็วเหนือฟ้าที่ไม่ทันได้ตั้งตัวสะดุ้งตกใจเมื่อเรียวลิ้นเกรี้ยวกราดรัดรึงรอบชิวหาของเธอจนพ่นคำพูดใด ๆ ไม่ออกจูบนี้ของภาคีดุเดือดเสมือนถูกเขาผลักลงไปในสนามรบ เล่นเอาวิญญาณในร่างถึงกับแตกดับเมื่อถูกกระตุ้นให้เคลิบเคลิ้นในรสจูบ เธอก็จำต้องปล่อยใจลอยไปตามบทเพลงหวามที่เขาควบคุม เหนือฟ้าจูบตอบและสนองคืนอย่างช่ำชอง"อื้อหนุนน้อยดุจัง" เขาผละริมฝีปากออกแล้วล็อกหัวเธออีกครั้งเพื่อบดจูบที่หนักหน่วงกว่าเดิมเสียงของริมฝีปากปะทะงับดูดกันเป็นพัลวัน ฝ่ามือหยาบกร้านสองข้างก็คอยนวดเค้นคลึงยอดถันสีชมพูอ่อนอย่างมันมือ ไม่นานนักจุกสวยก็ดีดเด้งออกมาจากป้านวงกลมจนตุ่มไตสองข้างตั้งชันเสมอกัน ปากร้ายของภาคีจึงถอนออกแล้วกลืนกินทั้งเต้าของเธอ"ฮึ่ม อื้อ" เหนือฟ้าครางและแอ่นอกสองข้างให้ภาคีดุนดันให้หนำใจ ตอนนี้เขาได้กลายร่างจากมนุษย์พ่อสู่ลูกคนที่แปดไปเรียบร้อยที่สำคัญเขายังดูดอกของเธอประหนึ่งว่าจะมีน้ำนมจริง ๆ ออกมาให้ดื่ม "พี่คี หิวเหรอคะฮึฮึ"เธอถามพลางหั
เหนือฟ้ามุ่นคิ้วมองคนเมาด้วยความโกรธ ทั้งที่เธออุตส่าห์ถ่างตาแต่งชุดวับแวมเพื่อยั่วยวนเขา แต่พ่อคุณดันเมาหัวราน้ำแถมยังมาหาว่าเธอตัวหนัก น่าตีชะมัด ไม่รู้ละเธอจะไปนอน"เชิญนอนไปคนเดียวเลย ฝันดี" เหนือฟ้ากระแทกเสียงแล้วก้าวขาลงจากโซฟา แต่ฝ่ามือที่ไวกว่ารวบคว้าเข้าไปกอด ทำให้สองเท้าที่ยังไม่ทันจะตั้งหลักเซถลาจนล้มลงบนตักเขา. "พี่ขอโทษหนุนน้อย ขอโทษครับ" เสียงแหบพร่าไล่รดทั่วต้นคอ ตามด้วยมือหยาบกระด้างที่กำลังสอดเข้าไปใต้กระโปรงซีทรูสีฟ้าอ่อน ปลายนิ้วร้ายชอนไชไปหาจุดอ่อนไหวที่ฝังตัวอยู่ในรอยแยกเบียดแน่น"อ๊า...พี่คี อื้อ...." เสียงของเหนือฟ้าขาดช่วงเพราะแพนตี้ลูกไม่ตัวบางกำลังถูกปลายนิ้วหนาแหวกออก แล้วจุ่มจ้วงทะยานเข้าไปในหลุมร้อนชื้นอย่างฉับพลัน "พ..พรุ่งนี้เหนือจะไปช้อปปิ้งให้แหลกเลย""เอาบัตรพี่ไปรูดใช้ได้ตามสบาย" เสียงเข้มกระซิบกระเซ่าตามด้วยการจับขาอวบสองข้างให้ตั้งคร่อมระหว่างขาของเขา ขณะที่มืออีกข้างสำรวจขึ้นไปเหนือเต้าอิ่มที่ทะลักล้นออกมาจากบราลูกไม้สีฟ้าเหนือฟ้าแหงนหน้าขึ้นคลี่ยิ้มบาง ๆ พลางเอนตัวทิ้งน้ำหนักไปด้านหลังให้เขาลงน้ำหนักกับเรณูเ
ครอบครัวคนเลี้ยงควายเดินออกมาส่งครอบครัวของมาสที่ต้องเดินทางกลับก่อนเวลา เนื่องจากเขาต้องบินไปดูงานต่างประเทศพร้อมกับพ่อแม่แล้วจึงบินกลับมาจัดการเรื่องงานหมั้นในสัปดาห์หน้าอีกทีภาคีจึงปล่อยให้เด็กทั้งสองเอ่ยคำร่ำลากันโดยการยืนมองอยู่ห่าง ๆ ไม่เข้าไปรบกวน"เราสองคนก็เป็นคู่หมั้นกันแล้วเนอะ คู่หมั้นที่แปลว่าโตไปเราจะแต่งงานกัน" มาสเอ่ยด้วยแววตามั่นคง"ถ้าโตไปแล้วอ้ายมาสเกิดเปลี่ยนใจไม่แต่งกับนิ่ม นิ่มก็ไม่ว่าอะไร" แม้เด็กหญิงจะบอกแบบนั้น แต่ใจก็รู้สึกหวั่นกลัว กลัวว่าอนาคตข้างหน้าเขาจะไปรักคนอื่นมาสยกมือประคองแก้มป่องของนิ่มฟ้าแล้วรั้งเข้ามาหา "อ้ายไม่เปลี่ยนใจ""โอ๊ย ยดน้ำตาลฟ่ำ" น้ำเงี้ยวยื่นหน้าเข้ามาแซวพี่หลังจากที่มาสเดินจากไป สีฝุ่นกับแม่ก็เตรียมเดินกลับโรงแรมด้วยกันเนื่องจากที่พักที่ภาคีจองไว้ให้อยู่ห่างจากบริษัทไปเพียงแปดร้อยเมตรเท่านั้น แต่น้ำเงี้ยวรีบวิ่งไปดักหน้าทั้งคู่"ฉะไปตี้ไหน งิ้วไปโตยได้ก่อ" น้ำเงี้ยวอ้อนสายรุ้งแล้วหันไปขอความเห็นจากสีฝุ่น"คุณสายรุ้งกับน้องฝุ่นไปรถผมเถอะครับ วันนี้ผมก็เปิดห้องพักที่โรงแรมเดี
สีฝุ่นจูงมือน้ำเงี้ยวกลับเข้ามาในงานทันทีที่สายรุ้งเห็นจึงปรี่เข้ามากุมไหล่ลูกชาย "ฝุ่นไปไหนมาครับ แม่หาอยู่ตั้งนาน""ฝุ่นพาน้องไปเข้าห้องน้ำแล้วก็พาไปหาขนมกินครับ" เด็กชายบอกแล้วเหลือบตามองน้ำเงี้ยวตัวน้อย"งั้นไปนั่งที่โต๊ะเถอะครับ น้ำเงี้ยวไปกับป้าไหมคะเดี๋ยวงานจะเริ่มแล้ว" สายรุ้งชวนเด็กหญิงไปนั่งที่โต๊ะด้วยกัน แต่น้ำเงี้ยวเหลือบไปเห็นพ่อที่กำลังเดินเข้ามาในงานพอดี"งิ้วฉะไปหาป้อเจ้า เดี๋ยวมาหาปี้ฝุ่งใหม่เน้อ" น้ำเงี้ยวโบกมือบ๊ายบายสองแม่ลูก เด็กหญิงวิ่งถลาไปกอดขาภาคี "ป้อขี้""เป็นไงบ้างลูก" ภาคีรีบอุ้มลูกสาวจนตัวลอยสูง "หนูเจ๋บตรงไหนก่อ""งิ้วบ่เจ๋บเจ้า แท่ว่าป้อฮู้ได้จะได" มือเล็กประคองแก้มพ่อ"ดีผ่องละตี้หนูบ่เป๋นอะไรมาก และที่ป้อฮู้ก็เพราะว่าพี่น่านฟ้าบอกป้อเองครับ" เขาว่าแล้วเอาหน้าผากชนกับลูกสาว"







