Home / โรแมนติก / เหนือหัวใจภาคี / บทที่ 6 อะไรของแม่เนี่ย

Share

บทที่ 6 อะไรของแม่เนี่ย

last update publish date: 2024-12-19 15:31:55

นิสิตสาวเดินลงมาจากตึกคณะโบกมือลาเพื่อน ๆ ในกลุ่มจากนั้นตรงไปที่ร้านน้ำปั่นเจ้าโปรดเพื่อสั่งข้าวโพดนมสดปั่น แต่ขาเจ้ากรรมกลับสะดุดกึก เพราะห่างจากเธอไม่กี่เมตรคือ สารถีรูปหล่อสุดฮ็อตที่กำลังยืนกินหม่าล่าอยู่ข้าง ๆ ร้านน้ำปั่น โดยที่รอบตัวเขามีแต่นักศึกษาชายหญิงที่กำลังยืนห้อมล้อมราวกับพบดาราดัง

"ทั้งหมดเท่าไหร่ครับ ผมขอแสกนจ่ายนะ" ภาคีล้วงหาโทรศัพท์เพื่อแสกนจ่าย แต่ทันใดนั้นดาวมหาลัยอย่างลินินก็เสนอตัวด้วยการยื่นแบงค์พันส่งให้ชายหนุ่ม

"หนึ่งร้อยบาทจ้ะพ่อหนุ่ม นี่จ้ะ" ป้าแม่ค้าบอกพลางหยิบคิวอาร์โค้ดให้ลูกค้าหนุ่มแสกนจ่าย

"เดี๋ยวลิเลี้ยงมื้อนี้เองค่ะ" นิสิตคนสวยกล่าวด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ เหนือฟ้าที่ยืนมองดูอยู่นั้นได้แต่ลอบถอนหายใจอย่างเซ็ง ๆ แล้วรีบยกกระเป๋าปิดหน้าเดินไปสั่งน้ำข้าวโพดแก้วโปรดโดยไม่สนใจภาคี

"ไม่เป็นไรครับ ผมมีเงิน" ภาคีตัดบทแล้วหยิบโทรศัพท์มาแสกนจ่าย สายตาที่เขาตวัดมองลินินนั้นดูเย็นชาและแฝงด้วยความน่ากลัว

โชคดีที่เธอแชตมาสั่งมาน้ำปั่นกับแม่ค้าก่อน พอไปถึงก็ได้รับน้ำข้าวโพดปั่นกลิ่นหอมพอดี ทำให้เธอสามารถหลบหลีกการปะทะกับผู้หญิงจำนวนมากที่เดินตามถ่ายรูปภาคีจนกระทั่งมาถึงลานจอดรถ

เหนือฟ้านั่งดูดน้ำข้าวโพดแล้วใช้เสื้อคลุมไหมพรมโพกหัวเพื่อปิดหน้าปิดตาของตนเอง ทว่าภาคีที่เดินสับเท้ามาถึงซุ้มศาลานั่งพักหน้าตึกกลับจดจำได้ว่าหุ่นเหมือนขนุนน่ารักนั่นคือ แฟนสาวขี้อายของเขานั่นเอง

"บะหนุนน้อย" เขาโผล่หน้ามาจนจมูกชนกับหน้าผากเธอ เหนือฟ้าสะดุ้งเฮือก

"พี่คี ขึ้นรถเร็วค่ะ" นิสิตสาวหันซ้ายหันขวาแล้วลากแขนภาคีไปขึ้นรถ เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรเดินตามเธอไปอย่างว่านอนสอนง่าย

ทันทีที่ทั้งสองขึ้นมาอยู่บนรถ สาวอวบก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ภาคีจึงสตาร์ทรถแล้วขับออกจากมหาลัยเพื่อให้ห่างไกลจากจุดสนใจ ก่อนที่เขาจะหยุดจอดหน้าร้านสะดวกซื้อ แล้วยกแขนเท้าพวงมาลัยหันไปมองเหนือฟ้าที่มีท่าทางเลิ่กลั่กตลอดเวลา

"ทำไมต้องรีบขนาดนั้น เหนือหึงเหรอ"

ผู้ชายคนนี้ช่างหน้าหนาเสียจริง "อือ....เฮ้ย เอ่อคือไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่นะคะ"

เหนือฟ้าโบกไม้โบกมือปฏิเสธ ภาคีจึงขยับตัวเข้ามาใกล้แล้วผูกปมของผ้าคลุมหัวให้แน่นกว่าเดิม ทำให้แก้มขาวอมชมพูยิ่งดูป่องคล้ายกับแก้มปลาทองมากกว่าเก่า

"หึหึ" เขาขำแล้วช้อนตามองเธอ ทุกครั้งที่เขามองแบบนี้ โรคหัวใจแพ้ผู้ชายขี้อ่อยก็กำเริบขึ้นมาทันที

"ขำอะไรคะ" เหนือฟ้าบึนปากแล้วหยิบน้ำข้าวโพดปั่นมาดูดต่อ

"ก็ขำเหนือนั่นแหละ" เขาใช้นิ้วจิ้มลงบนหน้าผากเธอ

"เหนือคงจะตลกมากสินะ คงไม่สวยเหมือนยัยดาวหมานั่น" เหนือฟ้าจิกกัดลินินดาวมหาลัยไฮโซ

"อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร ความสวยที่แท้จริงอยู่ที่การกระทำ ทำดีก็ยิ่งสวย ถ้าสวยระดับจักรวาลแค่ไหน แต่นิสัยไม่ดี ก็คือคนไม่สวย สวยแต่รูปจูบไม่หอม พี่ไม่คบหรอก ดังนั้นเหนือก็ทำดีกับพี่ให้มาก ๆ นะ ดีก่อเจ้า คนงามแต๊ ๆ "

"ไม่ต้องมาชมเลยค่ะ เหนือรู้ว่าเหนือสวยได้แค่นี้แหละ อื้อ"

จู่ ๆ เขาก็บีบแก้มเธอจนบู้บี้ทำให้พูดต่อไม่ได้

"อ่อยเอื่ออ๊ะอี้อี" เหนือฟ้าเริ่มตะบึงตะบอน ภาคีจึงหยิบแก้วน้ำข้าวโพดปั่นที่เสียบอยู่ในช่องใส่เครื่องดื่มข้างประตูของน้ำเหนือมาดูดจนหมดไปครึ่งแก้ว เจ้าของน้ำปั่นมองตาเหลือก

"อร่อยอะ" เขายอมปล่อยแล้วตั้งตาตั้งตาดูดไปเรื่อย ๆ

"นี่มันของเหนือนะ มากินของคนอื่นเขาได้ไง"

"ก็เพราะเหนือดูดน้ำแก้วนี้ไง อ้ายก็เลยอยากกิ๋น" เขาชอบต่อล้อต่อเถียงกับเธอเป็นภาษาเหนือ ทุกครั้งที่เขาพูดเหนือความน่ารักเพิ่มระดับเป็นล้านเท่า จนต้องยอมแพ้ทุกรอบ

"เดี๋ยวพี่ขับรถก่อน เหนือกินหม่าล่าไปก่อนนะ เดี๋ยวถึงคอนโดก่อนพี่จะทำมื้อเย็นให้กิน" ภาคีหยิบถุงหม่าล่าส่งให้เหนือฟ้าแล้วมุ่งหน้าไปที่คอนโดหรูที่แม่เคยอยู่สมัยมีอาชีพเป็นนางแบบ

เหนือฟ้าไม่เคยไปไหนมาไหนกับผู้ชายสองต่อสองโดยปราศจากเพื่อนมาก่อน ถึงแม้เธอเคยมีแฟนสมัยเรียนมัธยมปลายแต่ก็ไปไหนเป็นหมู่คณะ หญิงสาวจึงแชตไปบอกพ่อกับแม่ว่าจะกลับบ้านมืดหน่อย

"แม่คะ เหนือกลับบ้านดึกหน่อย เหนือมากับพี่คีค่ะ"

"จริงเหรอ ดี ๆ อยู่นั่นแหละ เอาเสื้อผ้าไหมจ๊ะเดี๋ยวแม่ให้ลูกน้องพ่อเอาไปให้ที่คอนโด"

"อะไรของแม่เนี่ย เหนือยังเรียนอยู่นะ เหนือยังเป็นแค่นักศึกษาเวอร์จิ้นอยู่เลย"

"เอาน่า ทุกคนต่างก็ต้องมีครั้งแรก ยังไงก็ถุงยางกลิ่นข้าวเหนียวมะม่วงเด็ดสุดดีสุดต้องห้ามพลาดนะลูกจ๋า แม่ไปละ วันนี้วันครบรอบแต่งงานของแม่กับสุดที่รัก แม่จะไปล่องเรือริมแม่น้ำเจ้าพระยากับผัว แล้วเราสองคนก็จะไปป่ำปั๊มกันที่โรงแรม บ๊ายบาย"

แชตของเหนือฟ้าจบลงอย่างงงวย หญิงสาวเกาหัวแก้เขิน ผิวแก้มขาวเนียนเห่อแดงเหมือนผลมะเขือเทศสุก ดวงตากลมโตเหลือบมองคนขับรถด้านข้างที่กำลังเลี้ยวรถเข้าคอนโด

"มองพี่อีกแล้ว" ภาคีดับรถแล้วหันหน้ามาสบตา "มีอะไรก็พูดกับพี่ตรง ๆ"

"อ...เอ่อ ฮ่าฮ่า คือแม่บอกว่า แม่เหนือ"

ครืด!! ครืด!!

เสียงโทรศัพท์ของภาคีสั่นดัง เขารีบกดรับแล้วฉีกยิ้มกว้างทันที "ครับ อ้อเดี๋ยวผมจัดการหาของอร่อย ๆ ให้น้องกินเอง ใส่เสื้อผ้าผมก็ได้ครับ ขอบคุณนะครับที่ไว้วางใจให้ผมดูแลเหนือ"

"ใครโทรมาคะ อย่าบอกนะว่าแม่ของเหนือ"

"จะมีใครอีกที่ห่วงลูกสาวถึงขนาดบอกว่าให้พี่ถนอมลูกสาวด้วย จะทำอะไรก็อย่าลืมป้องกันให้ดี"

"หาาาา แม่พูดแบบนั้นเหรอคะ"

"ใช่ แต่ไม่ต้องห่วงนะ พี่คงจะไม่ทำอะไรแบบนั้นกับเหนือ"

ทำไมเธอรู้สึกน้อยใจกับประโยคที่เขาพูด ทั้งที่นาน ๆ จะพบคนที่มีความเป็นสุภาพบุรุษสักคนหลงพลัดถิ่นเข้ามา เธอก็ควรดีใจสิ

เหนือฟ้าเดินตามภาคีเข้ามาในลิฟต์มุ่งตรงสู่ห้องพักชั้นที่เก้า เขาแตะคีย์การ์ดแล้วเปิดประตูนำเธอเข้าไปก่อน พร้อมกับรินน้ำส้มใส่แก้วให้ดื่ม

"พี่คั้นน้ำส้มไว้เมื่อเช้า ส้มนี่ส่งมาจากสวนบนดอย รับรองได้ว่าปลอดสารพิษแน่นอน"

"ขอบคุณค่ะ" เหนือฟ้ารับแก้วมาจากมือ ทำให้มือกับมือสัมผัสกันเล็กน้อย ทั้งสองต่างขนลุกเกรียว ภาคีจึงรีบเดินหนีกลบเกลื่อน

"อ้อ เดี๋ยวแม่ของเหนือบอกว่าจะแวะเอากระเป๋าเสื้อผ้ามาให้ ถ้าเหนือไม่อยากค้างที่นี่ พี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรนะครับ พี่ขับรถไปส่งเหนือที่บ้านได้"

"เหนืออยากค้างค่ะ ก็แค่ค้างไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้น อีกอย่างเหนือมีรายงานต้องทำด้วย เผื่อพี่คีจะช่วยเป็นติวเตอร์ให้เหนือได้" สาวอวบยิ้มกว้างแล้วเดินหอบแฟ้มรายงานที่ทำค้างไว้ยังไม่เสร็จส่งให้ภาคีดู เขารับมาแล้วเปิดดูอย่างตั้งใจ

"รายงานการจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการ เหนือเรียกอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเหรอครับ"

"ใช่ค่ะ เหนืออยากเป็นนักจัดอีเว้นท์ค่ะ อยากทำได้ทุกรูปแบบ"

"แล้วอยากจัดธีมไหน"

"อืม อีเว้นท์ส่งเสริมสินค้าเกษตรดีไหมคะ เพราะพี่คีก็ถนัดทางนี้อยู่แล้ว"

"รู้ประวัติการศึกษาพี่ด้วยเหรอบ่ะหนุนน้อย" ภาคีวางแฟ้มลงสาวเท้าเข้ามาจนเหนือฟ้าต้องรีบถอยหลังกรูด จนแผ่นหลังชนกับกำแพง

"ก็มันโชว์หราอยู่ตามโซเชียลเยอะแยะ ใคร ๆ ก็รู้ทั้งนั้นแหละค่ะ" เหนือฟ้าหาข้อแก้ตัว

"โชว์หราอยู่ในโซเชียล หรือว่าหัวใจเหนือกันแน่" เขาพยายามต้อนให้จนมุม สาวอวบจึงรีบกระเถิบตัวหนีแล้วหยิบแฟ้มรายงานมากอดแน่น

"เหนือไม่คุยกับพี่คีแล้ว เหนือนั่งทำงานที่ไหนได้บ้างคะ" นิสิตสาวมองหาโต๊ะทำงาน

"เดินเลี้ยวไปที่ห้องซ้ายมือ มีโต๊ะคอม เหนือเปิดใช้ได้ตามสบาย ยังไงเหนือทำรายงานไปก่อนนะ พี่จะทำกับข้าวให้กิน" เขายิ้มพลางกะพริบตาข้างหนึ่งส่งให้เพื่อโปรยเสน่ห์ แล้วหยิบผ้ากันเปื้อนมามัดรอบเอวเพื่อสวมวิญญาณพ่อครัวหัวป่าก์

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 234 แต่งงานฉบับฟันน้ำนม

    งานแต่งจำลองที่จงใจสร้างขึ้นเพื่อนำไปโพรโมตโฆษณาแพคเกจจัดงานแต่งในไร่พิทักษ์มหิงสา ซึ่งมีหมูยอเป็นเจ้าบ่าวและเมี่ยงคำเป็นเจ้าสาวตัวน้อยถูกตกแต่งเสร็จเรียบร้อยภายในสองวัน การตกแต่งหลักจะเน้นไปที่อมยิ้มสายรุ้ง มีลูกโป่งเจ็ดสีและกระโปรงเจ้าสาวตัดเย็บต่อเติมด้วยผ้าตาข่ายเจ็ดสีเย็บเข้ากับเนื้อผ้ากระโปรงสีขาวอีกที บนหัวของเมี่ยงคำตัวน้อยประดับด้วยดอกกุหลาบผ้าสายรุ้งแบบเดียวกับชุดดูน่ารักสดใสตามวัยส่วนหมูยอนั้นใส่สูทสีดำผูกโบว์หูกระต่ายเซ็ตผมหยิกหยองเสยไปด้านหลังดูหล่อเหลาผิดกับหมูหยองผมยุ่งคนเดิม ในงานแต่งกุ๊กกิ๊กน่ารักนี้มีพี่น้องทั้งหกคนร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมะต๋าวทำหน้าที่เดินนำโปรยกลีบดอกไม้มาพร้อมกับพริกหอมที่ถูกชักชวนให้มาร่วมพิธีแต่งานสมมุตินี้ด้วย ส่วนบะแต๋ง นิ่มฟ้า น่านฟ้า แป้งจี่ และน้ำเงี้ยวนั้นเดินต่อแถวโปรยดอกไม้มาทีละคนจากนั้นทุกคนจึงไปนั่งประจำที่คอยให้กำลังใจน้องชายเมื่อฤกษ์มงคลมาถึงเมี่ยงคำตัวน้อยจึงเดินมาพร้อมกับเวธัส เพื่อให้พ่อทำหน้าที่ส่งเด็กหญิงตัวน้อยไปให้เจ้าบ่าววัยห้าขวบ ครั้นบ่าวสาวฟันน้ำนมยืนคู่กันอยู่หน้าแท่นพิธีซึ่งมีเวธัสทำหน้าที่เป็นบาทหลวงจำเป็นและกล่าวคำ

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 233 บาทหลวงกับนายอำเภอ

    ภารกิจของการแจกน้ำมันเขียวให้พ่อค้าแม่ค้าที่มาจัดบูธงานวันวาเลนไทน์จบลงภายในสองชั่วโมง หมูยอถึงกับบ่นปวดขาขณะที่เมี่ยงคำนั้นไม่บ่นสักแอะ ไม่มีการฟูมฟายงอแงแถมยังเอาใจพี่ด้วยการหาโน่นหานี่มาให้กินนั่นเป็นเพราะว่าเธอฝึกบัลเล่ต์วันละหลายชั่วโมงจึงทำให้กล้ามเนื้อขามีความยืดหยุ่นแข็งแรงกว่าพี่"โอ๊ยยย" หมูยอโวยวายเพราะน้องเตรียมจะบีบน่องขา ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรเพียงแค่แตะมือลงไปแต่พี่ก็แหกปากร้องเหมือนควายออกลูกเสียแล้ว"เบ่งฟายในปากเหยอ เงี่ยงยังมะได้ตำไยตาหยองเยยนะ" เมี่ยงคำพ่นลมหายใจแล้วเริ่มขยำขาพี่อย่างกระฉับกระเฉง หมูยอแอบมองน้องแล้วโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ๆ ใช้จังหวะนี้หอมแก้มน้องให้เร็วที่สุดฟอดดดเมี่ยงคำเบิกตาโพลงตวัดมองหน้าพี่"แอบแต๊ะเอียเก๊าบั่บนี้ ลาวไปตดตะเบียงกันเยยดีฟ่าตาหยอง ไพเยว" เมี่ยงคำลุกพรวดดึงแขนพี่ขึ้น"เขาเรียกแต๊ะอั๋งบ่าใจ้ก๊ะเมี่ยงคำน้อย" น่านฟ้าที่กำลังนั่งกินของมากมายที่พ่อค้าแม่ค้าให้มารีบทักท้วงคำศัพท์ที่น้องเพิ่งพูดผิดไป"ฮะ ไปตดตะเบียงคืออะหยังก๊ะอ้ายน่าน" หมูยอไม่เข้าใจ"คือ จดทะเบียนสมรสเวลาที่สามีภรรยาเขาไปจดกันตอนแต่งงานไงล่ะ" น่านฟ้าอธิบาย"ปุ๊ดโทะ! ยาย

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 232 เขาเป็นของเดี๊ยนย่ะ

    สัปดาห์นี้ที่ไร่พิทักษ์มหิงสาจัดงานวันวาเลนไทน์จึงมีการเปิดให้พ่อค้าแม่ขายในนครนายกเข้ามาจับจองพื้นที่ออกร้านขายสินค้ามากมายเกือบร้อยกว่าร้านค้า แก๊งหมอผีละอ่อนจึงถูกพ่อกับแม่มอบหมายหน้าที่สำคัญ"หมูยอ แป้งจี่ น้ำเงี้ยวหนูไปคอยเดินตรวจตราถามคุณลุงคุณป้าว่าระบบไฟใช้ได้ไหมกับลุงยอดนะลูก ลุงยอดเป็นช่างไฟของไร่แล้วก็เอาถุงน้ำมันเขียวในกระเป๋าย่ามที่ป้อให้ไปคนละสามสิบถุงให้พวกลุงป้าที่เขามาขายของด้วยนะครับ ถือเป็นของขวัญที่ระลึกของไร่""ได้เลยปาขี้ แล้วยายเงี่ยงไปจ้วยดอได้ก่อ" เมี่ยงคำยังอยู่เที่ยวที่ไร่อีกหลายวันกว่าจะกลับบ้าน ช่วงนี้ไปไหนมาไหนหมูยอจึงพกพาน้องไปด้วยเสมอ จากคนที่กัดกันตลอดทุกครั้งที่เจอหน้าปัจจุบันกลายเป็นคนที่ขาดกันไม่ได้"แหม หวานมดขบเชียวนะ ชิ!" แป้งจี่หมั่นไส้พี่ชาย เพราะเธอเองก็อยากชวนพี่บรูซมาแต่ช่วงนี้เขากำลังเริ่มเป็นดาราเด็กที่กำลังมีชื่อเสียงในวงการ เธอจึงไม่อยากไปรบกวนตารางงานของเขาเท่าไหร่"เฮาฉองกนก็เหมือนกันนั่นแหละปี้ฉี่" น้ำเงี้ยวโอบไหล่พี่สาวเข้ามากอด เธอเองก็อยู่ห่างกับพี่ฝุ่นมาก จากนครนายกไปชัยภูมินั้นก็หลายกี่โล จะโทรไปหาพี่ก็เกรงใจ"งั้นจะพาเมี่ยงคำไปห

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 231 หม่าม้าวัยกระเตาะ

    หลังเสร็จธุระจากการทัวร์รอบไร่ ภาคึจึงพาทุกคนมารับประทานอาหารที่ภัตตาคารของรีสอร์ตพริกหอมที่คอยโอ๋มะต๋าวมาตลอดทางที่นั่งรถกลับมาทำให้ทุกคนพากันแปลกใจ"มานั่งกะปิ๊ก" พริกหอมดึงมะต๋าวนั่งลงข้าง กาย แถมยังเอาผ้าเช็ดหน้าลายดอกไม้ไปชุบน้ำแล้วมาซับหน้าซับตาให้พี่"เอ๊ะ....ทำไมพริกหอมถึงประคบประหงมมะต๋าวจังเลยล่ะคะคุณอาเดีย" เหนือฟ้างง"เดียเล่าเรื่องมะต๋าวให้ลูกฟังค่ะ เขาก็เลยเห็นอกเห็นใจน้องมะต๋าว" อาเดียเอ่ย"อ๋อ น่ารักจังเลยค่ะ" เหนือฟ้าดีใจที่มีคตเอ็นดูมะต๋าวเพิ่มเมื่ออาหารมาเสิร์ฟจนครบมะต๋าวที่กำลังจะลุกไปนั่งกับแม่เพราะรู้สึกเกรงใจพริกหอม กลับถูกน้องกักตัวไว้"ท๋าวไพคิ๋นก้าวกะนุ๋งนะ" มะต๋าวบอก"ปิ๊กมะให้ไพ ท๋าวเพงเบบี๋ก๋องปิ๊ก ปิ๊กจาผ้อนก้าวให้" พริกหอมตักข้าวผัดทะเลในจานของตนเองแล้วเป่าไล่ความร้อนส่งให้มะต๋าวกิน"ท๋าวมะหยักเพงเบบี๋" มะต๋าวส่ายหน้าแล้วเหลือบตามองแม่กับบรรดาพี่ ๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ"ปิ๊กเพงมะม้า ท๋าวท่องเพงยวกจาย เพงเดะดีนะหม่ำก้าวเยว" พริกหอมจ่อช้อนข้าวที่ปากมะต๋าว สุดท้ายหนูน้อยจึงต้องยอมกินแต่โดยดีเพราะน้องกำลังจิกตาเขียวปัดใส่กลับจากภัตตาคารภาคีพารุสลันไปส่งที

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 230 ลูกชิดของพริกหอม

    มะต๋าวนั่งด้านข้างพริกหอม และพยายามเอาใจน้องด้วยการตักเค้กป้อน ส่วนเด็กหญิงที่เห็นเรื่องกินเป็นเรื่องสำคัญก็อ้าปากรอคอยเค้กรสละมุนจากมือเด็กชายโดยไม่ปฎิเสธให้เสียน้ำใจ"หย่อย" พริกหอมบอก "อาวอีก" เด็กหญิงถูกใจเค้กโยเกิรต์หน้าไหม้ตัวดังทำให้มะต๋าวต้องคอยตักป้อนบริการจนหมดชิ้น"นี่ท๋าวนะ" เด็กชายแนะนำตัวแล้วเริ่มกินเครปเย็นของตัวเองจนครีมเลอะปาก"ท๋าวเหยอ นี่ปิ๊กนะ" พริกหอมแนะนำตัวกลับ "ผากเยะ" น้องบอกแล้วเหนี่ยวคอพี่เข้าไปหา"หือ" มะต๋าวหน้าสั่นนึกถึงตอนที่พ่อกับแม่กำลังจุ๊บกัน"เชะผาก ผากเยะ" พริกหอมเลียขอบปากของมะต๋าวเหมือนตอนที่ผักหมทำ"โอ๊ะ" หนูน้อยอุทานหน้าแดงก่ำรีบตวัดหน้าไปหาเหนือฟ้ากับภาคีเพื่อขอความช่วยเหลือ"งุ้ย กู้ปิ้งกู้ใหม่ก๋องงิ้วแหละ" น้ำเงี้ยวประสานมือขึ้นพร้อมกับบิดตัวไปมา เด็กหญิงชอบใจที่น้องชายถูกสาวจู่โจม"เอาก๋องทัวเองให้ยอดก่อนดีฟ่า" แป้งจี่เตือนน้องสาว"ปี้ฝุ่งบอกว่าซอบงิ้วแล้วเน้อ แต่ปี้บูดล่ะบอกแล้วก๊ะ" เด็กหญิงเยาะเย้ยพี่สาว"ยังมะบอกแต่ว่าปี้ฮู้ว่าเก๊าท่องซอบปี้ชัวร์" แป้งจี่ค่อนข้างมั่นใจว่าบรูซชอบเธอเช่นกัน"แล้วหมูยอไปหาเมี่ยงคำเหรอ อ้ายแต๋งพาไปก๊ะ" นิ่มฟ

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 229 ต๋าวถูกใจใช่เลย

    คร่อก คร่อกกกเหนือฟ้านอนกรนอยู่บนแผ่นอกของภาคีขณะที่มะต๋าวนั้นตื่นเช้ากว่าพี่น้องทุกคน เพราะหนูน้อยพึงระลึกได้ว่าเมื่อคืนกำลังดูพ่อกับแม่ขี่กันแล้วจากนั้นก็จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นมะต๋าวจึงรีบก้าวขาลงจากเตียงนอนขนาดเล็กของตนแล้วเดินไปสะกิดผักหมที่นอนเฝ้าอยู่บนเบาะหมาปลายเตียง"โหมไพกะท๋าว" มะต๋าวชวนผักหมไปห้องพ่อกับแม่ด้วยกัน เนื่องจากฟ้ายังไม่สว่างดีหนูน้อยจึงค่อนข้างหวาดกลัวเจ้าสุนัขโกลเด้นหาวปากกว้างแล้วมุดลอดช่องหมาออกไป มะต๋าวจึงลอดออกตามไปด้วย ผักหมไปถึงหน้าห้องเจ้านายแล้วยกเท้าเขี่ยแคว่ก ๆ สองทีทว่าคนในห้องกลับเงียบกริบมันจึงตัดสินใจลอดช่องหมานำมะต๋าวเข้ามาก่อน เมื่อทั้งคนและหมาเข้ามาได้สำเร็จมะต๋าวจึงเดินเตาะแตะไปกดเปิดสวิตซ์ไฟหัวเตียง ส่วนผักหมนั้นทำหน้าที่เลียหน้าเลียตาให้มนุษย์ชายหญิงที่เพิ่งเสร็จกิจเมื่อตอนตีสามรีบตื่นขึ้นมาเลี้ยงมนุษย์เด็กที่กำลังนั่งหัวโด่อยู่แผล๊บ แผล๊บภาคีปรือตาเพ่งดูสิ่งมีชีวิตตรงหน้าที่ปลุกให้เขาตื่นจากนิทรา มะต๋าวจึงชะโงกหน้าเข้ามาอรุณสวัสดิ์พ่อ "ยุงกวักเพาะขี้""ยุงอะไรหว่า" คนที่กำลังงัวเงียคิดว่าเป็นความฝันขานรับแล้วหลับต่อผักหมถอนหายใจใส่ภ

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 125 หมูยอ แป้งจี่ น้ำเงี้ยว

    9 เดือนต่อมาห้องคลอดบะแต๋ง นิ่มฟ้า น่านฟ้าและวงศาคณาญาติต่างนั่งลุ้นรอลุ้นกับทายาทคนใหม่ที่กำลังจะลืมตาดูโลก แต่มีเพียงคนเดียวที่เอาแต่เดินไปเดินมาจนทุกคนพากันเวียนหัว"หยุ๋ดเตวซะทีเต๊อะ อ้ายเมาหัวโจ้น ๆ แล้ว" บะแต๋งคว้าข้อมือน้องสาว"ก็นิ่งตื่นเต้นเจ้า" นิ่มฟ้าบอกพี่ชายพลางเหลือบมองหน้าประตูห้อง

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 124 ทำความดีแลกเงิน

    เด็กหญิงเปิดโคมไฟดอกไม้ที่หัวเตียงนั่งพับเพียบไหว้พระแล้วเริ่มอธิษฐานถึงพระจันทร์กลมโตที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านเมฆสีเทา"อ้ายมาสฉา อ้ายมาสฉุดหย่อมาหานิ่งเต๊อะ" นิ่มฟ้าประสานมือแน่น มองท้องฟ้าที่เคลื่อนตัวผ่านหน้าต่างห้อง ทว่าเทพมาสกลับไม่ปรากฏกายเสียที หนูน้อยนั่งรอนอนรอจนตาแทบปิด แล้วรู้สึกน้อยอกน้อย

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 121 ชิอาวาเสะ เดส เนะ

    "ตึ่งได้ล้าวปาขี้ หนุนน้อยให้มาตามไปหม่ำ ๆ"ปึ้ก! ปึ้ก!นิ่มฟ้าใช้ตุ๊กตาควายที่พกมาจากไทยด้วยตีลงไปที่ท้องของพ่อ"โอ้ย ๆ หยุ๋ดบุ๋บตี๋ป้อก่อน แล้วอี่แม่ล่ะ" เขาสะลืมสะลือกวาดตามองหาภรรยาท้องโต ผลปรากฏว่าเหนือฟ้ากำลังนั่งกินมื้อเช้าแบบญี่ปุ่นชมวิวทิวทัศน์ผ่านหน้าต่างห้องพักอยู่กับบะแต๋ง"อะหยังป้อเกเ

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 118 ป้อบ่มีวันทิ้งหนู

    การเดินทางกลับบ้านที่แม่ฮ่องสอนครั้งนี้เสมือนเป็นการพบปะสังสรรค์ระหว่างครอบครัวเพื่อฉลองข่าวดีที่สารคดีรายการเชฟสองสัญชาติได้รับการต่อสัญญาให้ถ่ายทำถึงต่ออีกหลายซีซั่น"วันนี้จะทำอะไรกินเหรอเตียว" ภาคีจูงมือนิ่มฟ้าออกมาจากบ้านตรงเข้ามาถามน้องชายที่กำลังก่อไฟอยู่หน้าเตาก่ออิฐแดง"ซุปกระดูกหมูบัวหิมะ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status