หน้าหลัก / โรแมนติก / เหนือหัวใจภาคี / บทที่ 6 อะไรของแม่เนี่ย

แชร์

บทที่ 6 อะไรของแม่เนี่ย

ผู้เขียน: ฮาลาปัญ
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2024-12-19 15:31:55

นิสิตสาวเดินลงมาจากตึกคณะโบกมือลาเพื่อน ๆ ในกลุ่มจากนั้นตรงไปที่ร้านน้ำปั่นเจ้าโปรดเพื่อสั่งข้าวโพดนมสดปั่น แต่ขาเจ้ากรรมกลับสะดุดกึก เพราะห่างจากเธอไม่กี่เมตรคือ สารถีรูปหล่อสุดฮ็อตที่กำลังยืนกินหม่าล่าอยู่ข้าง ๆ ร้านน้ำปั่น โดยที่รอบตัวเขามีแต่นักศึกษาชายหญิงที่กำลังยืนห้อมล้อมราวกับพบดาราดัง

"ทั้งหมดเท่าไหร่ครับ ผมขอแสกนจ่ายนะ" ภาคีล้วงหาโทรศัพท์เพื่อแสกนจ่าย แต่ทันใดนั้นดาวมหาลัยอย่างลินินก็เสนอตัวด้วยการยื่นแบงค์พันส่งให้ชายหนุ่ม

"หนึ่งร้อยบาทจ้ะพ่อหนุ่ม นี่จ้ะ" ป้าแม่ค้าบอกพลางหยิบคิวอาร์โค้ดให้ลูกค้าหนุ่มแสกนจ่าย

"เดี๋ยวลิเลี้ยงมื้อนี้เองค่ะ" นิสิตคนสวยกล่าวด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ เหนือฟ้าที่ยืนมองดูอยู่นั้นได้แต่ลอบถอนหายใจอย่างเซ็ง ๆ แล้วรีบยกกระเป๋าปิดหน้าเดินไปสั่งน้ำข้าวโพดแก้วโปรดโดยไม่สนใจภาคี

"ไม่เป็นไรครับ ผมมีเงิน" ภาคีตัดบทแล้วหยิบโทรศัพท์มาแสกนจ่าย สายตาที่เขาตวัดมองลินินนั้นดูเย็นชาและแฝงด้วยความน่ากลัว

โชคดีที่เธอแชตมาสั่งมาน้ำปั่นกับแม่ค้าก่อน พอไปถึงก็ได้รับน้ำข้าวโพดปั่นกลิ่นหอมพอดี ทำให้เธอสามารถหลบหลีกการปะทะกับผู้หญิงจำนวนมากที่เดินตามถ่ายรูปภาคีจนกระทั่งมาถึงลานจอดรถ

เหนือฟ้านั่งดูดน้ำข้าวโพดแล้วใช้เสื้อคลุมไหมพรมโพกหัวเพื่อปิดหน้าปิดตาของตนเอง ทว่าภาคีที่เดินสับเท้ามาถึงซุ้มศาลานั่งพักหน้าตึกกลับจดจำได้ว่าหุ่นเหมือนขนุนน่ารักนั่นคือ แฟนสาวขี้อายของเขานั่นเอง

"บะหนุนน้อย" เขาโผล่หน้ามาจนจมูกชนกับหน้าผากเธอ เหนือฟ้าสะดุ้งเฮือก

"พี่คี ขึ้นรถเร็วค่ะ" นิสิตสาวหันซ้ายหันขวาแล้วลากแขนภาคีไปขึ้นรถ เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรเดินตามเธอไปอย่างว่านอนสอนง่าย

ทันทีที่ทั้งสองขึ้นมาอยู่บนรถ สาวอวบก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ภาคีจึงสตาร์ทรถแล้วขับออกจากมหาลัยเพื่อให้ห่างไกลจากจุดสนใจ ก่อนที่เขาจะหยุดจอดหน้าร้านสะดวกซื้อ แล้วยกแขนเท้าพวงมาลัยหันไปมองเหนือฟ้าที่มีท่าทางเลิ่กลั่กตลอดเวลา

"ทำไมต้องรีบขนาดนั้น เหนือหึงเหรอ"

ผู้ชายคนนี้ช่างหน้าหนาเสียจริง "อือ....เฮ้ย เอ่อคือไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่นะคะ"

เหนือฟ้าโบกไม้โบกมือปฏิเสธ ภาคีจึงขยับตัวเข้ามาใกล้แล้วผูกปมของผ้าคลุมหัวให้แน่นกว่าเดิม ทำให้แก้มขาวอมชมพูยิ่งดูป่องคล้ายกับแก้มปลาทองมากกว่าเก่า

"หึหึ" เขาขำแล้วช้อนตามองเธอ ทุกครั้งที่เขามองแบบนี้ โรคหัวใจแพ้ผู้ชายขี้อ่อยก็กำเริบขึ้นมาทันที

"ขำอะไรคะ" เหนือฟ้าบึนปากแล้วหยิบน้ำข้าวโพดปั่นมาดูดต่อ

"ก็ขำเหนือนั่นแหละ" เขาใช้นิ้วจิ้มลงบนหน้าผากเธอ

"เหนือคงจะตลกมากสินะ คงไม่สวยเหมือนยัยดาวหมานั่น" เหนือฟ้าจิกกัดลินินดาวมหาลัยไฮโซ

"อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร ความสวยที่แท้จริงอยู่ที่การกระทำ ทำดีก็ยิ่งสวย ถ้าสวยระดับจักรวาลแค่ไหน แต่นิสัยไม่ดี ก็คือคนไม่สวย สวยแต่รูปจูบไม่หอม พี่ไม่คบหรอก ดังนั้นเหนือก็ทำดีกับพี่ให้มาก ๆ นะ ดีก่อเจ้า คนงามแต๊ ๆ "

"ไม่ต้องมาชมเลยค่ะ เหนือรู้ว่าเหนือสวยได้แค่นี้แหละ อื้อ"

จู่ ๆ เขาก็บีบแก้มเธอจนบู้บี้ทำให้พูดต่อไม่ได้

"อ่อยเอื่ออ๊ะอี้อี" เหนือฟ้าเริ่มตะบึงตะบอน ภาคีจึงหยิบแก้วน้ำข้าวโพดปั่นที่เสียบอยู่ในช่องใส่เครื่องดื่มข้างประตูของน้ำเหนือมาดูดจนหมดไปครึ่งแก้ว เจ้าของน้ำปั่นมองตาเหลือก

"อร่อยอะ" เขายอมปล่อยแล้วตั้งตาตั้งตาดูดไปเรื่อย ๆ

"นี่มันของเหนือนะ มากินของคนอื่นเขาได้ไง"

"ก็เพราะเหนือดูดน้ำแก้วนี้ไง อ้ายก็เลยอยากกิ๋น" เขาชอบต่อล้อต่อเถียงกับเธอเป็นภาษาเหนือ ทุกครั้งที่เขาพูดเหนือความน่ารักเพิ่มระดับเป็นล้านเท่า จนต้องยอมแพ้ทุกรอบ

"เดี๋ยวพี่ขับรถก่อน เหนือกินหม่าล่าไปก่อนนะ เดี๋ยวถึงคอนโดก่อนพี่จะทำมื้อเย็นให้กิน" ภาคีหยิบถุงหม่าล่าส่งให้เหนือฟ้าแล้วมุ่งหน้าไปที่คอนโดหรูที่แม่เคยอยู่สมัยมีอาชีพเป็นนางแบบ

เหนือฟ้าไม่เคยไปไหนมาไหนกับผู้ชายสองต่อสองโดยปราศจากเพื่อนมาก่อน ถึงแม้เธอเคยมีแฟนสมัยเรียนมัธยมปลายแต่ก็ไปไหนเป็นหมู่คณะ หญิงสาวจึงแชตไปบอกพ่อกับแม่ว่าจะกลับบ้านมืดหน่อย

"แม่คะ เหนือกลับบ้านดึกหน่อย เหนือมากับพี่คีค่ะ"

"จริงเหรอ ดี ๆ อยู่นั่นแหละ เอาเสื้อผ้าไหมจ๊ะเดี๋ยวแม่ให้ลูกน้องพ่อเอาไปให้ที่คอนโด"

"อะไรของแม่เนี่ย เหนือยังเรียนอยู่นะ เหนือยังเป็นแค่นักศึกษาเวอร์จิ้นอยู่เลย"

"เอาน่า ทุกคนต่างก็ต้องมีครั้งแรก ยังไงก็ถุงยางกลิ่นข้าวเหนียวมะม่วงเด็ดสุดดีสุดต้องห้ามพลาดนะลูกจ๋า แม่ไปละ วันนี้วันครบรอบแต่งงานของแม่กับสุดที่รัก แม่จะไปล่องเรือริมแม่น้ำเจ้าพระยากับผัว แล้วเราสองคนก็จะไปป่ำปั๊มกันที่โรงแรม บ๊ายบาย"

แชตของเหนือฟ้าจบลงอย่างงงวย หญิงสาวเกาหัวแก้เขิน ผิวแก้มขาวเนียนเห่อแดงเหมือนผลมะเขือเทศสุก ดวงตากลมโตเหลือบมองคนขับรถด้านข้างที่กำลังเลี้ยวรถเข้าคอนโด

"มองพี่อีกแล้ว" ภาคีดับรถแล้วหันหน้ามาสบตา "มีอะไรก็พูดกับพี่ตรง ๆ"

"อ...เอ่อ ฮ่าฮ่า คือแม่บอกว่า แม่เหนือ"

ครืด!! ครืด!!

เสียงโทรศัพท์ของภาคีสั่นดัง เขารีบกดรับแล้วฉีกยิ้มกว้างทันที "ครับ อ้อเดี๋ยวผมจัดการหาของอร่อย ๆ ให้น้องกินเอง ใส่เสื้อผ้าผมก็ได้ครับ ขอบคุณนะครับที่ไว้วางใจให้ผมดูแลเหนือ"

"ใครโทรมาคะ อย่าบอกนะว่าแม่ของเหนือ"

"จะมีใครอีกที่ห่วงลูกสาวถึงขนาดบอกว่าให้พี่ถนอมลูกสาวด้วย จะทำอะไรก็อย่าลืมป้องกันให้ดี"

"หาาาา แม่พูดแบบนั้นเหรอคะ"

"ใช่ แต่ไม่ต้องห่วงนะ พี่คงจะไม่ทำอะไรแบบนั้นกับเหนือ"

ทำไมเธอรู้สึกน้อยใจกับประโยคที่เขาพูด ทั้งที่นาน ๆ จะพบคนที่มีความเป็นสุภาพบุรุษสักคนหลงพลัดถิ่นเข้ามา เธอก็ควรดีใจสิ

เหนือฟ้าเดินตามภาคีเข้ามาในลิฟต์มุ่งตรงสู่ห้องพักชั้นที่เก้า เขาแตะคีย์การ์ดแล้วเปิดประตูนำเธอเข้าไปก่อน พร้อมกับรินน้ำส้มใส่แก้วให้ดื่ม

"พี่คั้นน้ำส้มไว้เมื่อเช้า ส้มนี่ส่งมาจากสวนบนดอย รับรองได้ว่าปลอดสารพิษแน่นอน"

"ขอบคุณค่ะ" เหนือฟ้ารับแก้วมาจากมือ ทำให้มือกับมือสัมผัสกันเล็กน้อย ทั้งสองต่างขนลุกเกรียว ภาคีจึงรีบเดินหนีกลบเกลื่อน

"อ้อ เดี๋ยวแม่ของเหนือบอกว่าจะแวะเอากระเป๋าเสื้อผ้ามาให้ ถ้าเหนือไม่อยากค้างที่นี่ พี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรนะครับ พี่ขับรถไปส่งเหนือที่บ้านได้"

"เหนืออยากค้างค่ะ ก็แค่ค้างไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้น อีกอย่างเหนือมีรายงานต้องทำด้วย เผื่อพี่คีจะช่วยเป็นติวเตอร์ให้เหนือได้" สาวอวบยิ้มกว้างแล้วเดินหอบแฟ้มรายงานที่ทำค้างไว้ยังไม่เสร็จส่งให้ภาคีดู เขารับมาแล้วเปิดดูอย่างตั้งใจ

"รายงานการจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการ เหนือเรียกอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเหรอครับ"

"ใช่ค่ะ เหนืออยากเป็นนักจัดอีเว้นท์ค่ะ อยากทำได้ทุกรูปแบบ"

"แล้วอยากจัดธีมไหน"

"อืม อีเว้นท์ส่งเสริมสินค้าเกษตรดีไหมคะ เพราะพี่คีก็ถนัดทางนี้อยู่แล้ว"

"รู้ประวัติการศึกษาพี่ด้วยเหรอบ่ะหนุนน้อย" ภาคีวางแฟ้มลงสาวเท้าเข้ามาจนเหนือฟ้าต้องรีบถอยหลังกรูด จนแผ่นหลังชนกับกำแพง

"ก็มันโชว์หราอยู่ตามโซเชียลเยอะแยะ ใคร ๆ ก็รู้ทั้งนั้นแหละค่ะ" เหนือฟ้าหาข้อแก้ตัว

"โชว์หราอยู่ในโซเชียล หรือว่าหัวใจเหนือกันแน่" เขาพยายามต้อนให้จนมุม สาวอวบจึงรีบกระเถิบตัวหนีแล้วหยิบแฟ้มรายงานมากอดแน่น

"เหนือไม่คุยกับพี่คีแล้ว เหนือนั่งทำงานที่ไหนได้บ้างคะ" นิสิตสาวมองหาโต๊ะทำงาน

"เดินเลี้ยวไปที่ห้องซ้ายมือ มีโต๊ะคอม เหนือเปิดใช้ได้ตามสบาย ยังไงเหนือทำรายงานไปก่อนนะ พี่จะทำกับข้าวให้กิน" เขายิ้มพลางกะพริบตาข้างหนึ่งส่งให้เพื่อโปรยเสน่ห์ แล้วหยิบผ้ากันเปื้อนมามัดรอบเอวเพื่อสวมวิญญาณพ่อครัวหัวป่าก์

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 193 ไปทำงานกับป้อ

    "พี่คีคะตื่นได้แล้ว" เหนือฟ้าที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จโน้มตัวลงจุ๊บแก้มคนขี้เซาให้ตื่นขึ้น "มีประชุมตอนเก้าโมงไม่ใช่เหรอคะ""อื้อ ง่วงอ่ะ" เขาบ่นอู้อี้อยู่ใต้ผ้าห่มแล้วฉุดข้อมือเธอจนล้มลงบนเตียง"อย่างอแงสิคะ ไปอาบน้ำเร็วเข้าเดี๋ยวแม่เหนือจะเอามะต๋าวมาส่งที่ห้องค่ะ" เหนือฟ้าสั่งเสียงเขียวแล้วฟาดมือลงไปที่บั้นท้ายของภาคีเบาเบา"ก็ได้ครับ" เขาบอกแล้วลุกขึ้นนั่งในสภาพผมเผ้าชี้ฟูไปคนละทิศละทางก๊อก! ก๊อก!"มะต๋าวมาแล้ว" เหนือฟ้ารีบวิ่งไปเปิดประตูต้อนรับลูกชายเข้ามา "มะต๋าวแม่มาแล้วค่ะ ไปหาป้อกันครับ" เหนือฟ้ากางแขนรอให้ลูกชายโผตัวเข้ามากอด แต่มะต๋าวกลับซุกหน้าลงกับอกยายไม่ยอมสบตาเธอด้วยซ้ำ"สงสัยหลานจะงอนน่ะลูก ตอนที่ตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วไม่พบพ่อกับแม่เจอแต่ตากับยายก็ร้องไห้ใหญ่โต แม่ก็เลยต้องไปปลุกนิ่มฟ้ากับน่านฟ้ามาปลอบ ดีหน่อยยังติดพี่สาวพี่ชายบ้างถ้าติดแต่พวกลูกสองคนละก็คงไม่ต้องทำมาหากินอะไรแล้ว""เขาคงจะแปลกที่นอนด้วยค่ะ โอ๋โอ๋มะต๋าวของแม่หายงอนแม่นะครับ น้าาา" เหนือฟ้ารีบแย่งมะต๋าวมาจากยายนับเก้า"งองงอง" มะต๋าวที่จดจำคำพูด

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 192 เจ็ดครั้ง

    เจ้าของวงแขนใหญ่ช้อนร่างกายนุ่มเต็มแน่นทุกสัดส่วนวางลงที่เตียงนอนคิงไซซ์แล้วกระโจนลงมาด้วยความเร็วเหนือฟ้าที่ไม่ทันได้ตั้งตัวสะดุ้งตกใจเมื่อเรียวลิ้นเกรี้ยวกราดรัดรึงรอบชิวหาของเธอจนพ่นคำพูดใด ๆ ไม่ออกจูบนี้ของภาคีดุเดือดเสมือนถูกเขาผลักลงไปในสนามรบ เล่นเอาวิญญาณในร่างถึงกับแตกดับเมื่อถูกกระตุ้นให้เคลิบเคลิ้นในรสจูบ เธอก็จำต้องปล่อยใจลอยไปตามบทเพลงหวามที่เขาควบคุม เหนือฟ้าจูบตอบและสนองคืนอย่างช่ำชอง"อื้อหนุนน้อยดุจัง" เขาผละริมฝีปากออกแล้วล็อกหัวเธออีกครั้งเพื่อบดจูบที่หนักหน่วงกว่าเดิมเสียงของริมฝีปากปะทะงับดูดกันเป็นพัลวัน ฝ่ามือหยาบกร้านสองข้างก็คอยนวดเค้นคลึงยอดถันสีชมพูอ่อนอย่างมันมือ ไม่นานนักจุกสวยก็ดีดเด้งออกมาจากป้านวงกลมจนตุ่มไตสองข้างตั้งชันเสมอกัน ปากร้ายของภาคีจึงถอนออกแล้วกลืนกินทั้งเต้าของเธอ"ฮึ่ม อื้อ" เหนือฟ้าครางและแอ่นอกสองข้างให้ภาคีดุนดันให้หนำใจ ตอนนี้เขาได้กลายร่างจากมนุษย์พ่อสู่ลูกคนที่แปดไปเรียบร้อยที่สำคัญเขายังดูดอกของเธอประหนึ่งว่าจะมีน้ำนมจริง ๆ ออกมาให้ดื่ม "พี่คี หิวเหรอคะฮึฮึ"เธอถามพลางหั

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 191 ง้อด้วยปากและมือ

    เหนือฟ้ามุ่นคิ้วมองคนเมาด้วยความโกรธ ทั้งที่เธออุตส่าห์ถ่างตาแต่งชุดวับแวมเพื่อยั่วยวนเขา แต่พ่อคุณดันเมาหัวราน้ำแถมยังมาหาว่าเธอตัวหนัก น่าตีชะมัด ไม่รู้ละเธอจะไปนอน"เชิญนอนไปคนเดียวเลย ฝันดี" เหนือฟ้ากระแทกเสียงแล้วก้าวขาลงจากโซฟา แต่ฝ่ามือที่ไวกว่ารวบคว้าเข้าไปกอด ทำให้สองเท้าที่ยังไม่ทันจะตั้งหลักเซถลาจนล้มลงบนตักเขา. "พี่ขอโทษหนุนน้อย ขอโทษครับ" เสียงแหบพร่าไล่รดทั่วต้นคอ ตามด้วยมือหยาบกระด้างที่กำลังสอดเข้าไปใต้กระโปรงซีทรูสีฟ้าอ่อน ปลายนิ้วร้ายชอนไชไปหาจุดอ่อนไหวที่ฝังตัวอยู่ในรอยแยกเบียดแน่น"อ๊า...พี่คี อื้อ...." เสียงของเหนือฟ้าขาดช่วงเพราะแพนตี้ลูกไม่ตัวบางกำลังถูกปลายนิ้วหนาแหวกออก แล้วจุ่มจ้วงทะยานเข้าไปในหลุมร้อนชื้นอย่างฉับพลัน "พ..พรุ่งนี้เหนือจะไปช้อปปิ้งให้แหลกเลย""เอาบัตรพี่ไปรูดใช้ได้ตามสบาย" เสียงเข้มกระซิบกระเซ่าตามด้วยการจับขาอวบสองข้างให้ตั้งคร่อมระหว่างขาของเขา ขณะที่มืออีกข้างสำรวจขึ้นไปเหนือเต้าอิ่มที่ทะลักล้นออกมาจากบราลูกไม้สีฟ้าเหนือฟ้าแหงนหน้าขึ้นคลี่ยิ้มบาง ๆ พลางเอนตัวทิ้งน้ำหนักไปด้านหลังให้เขาลงน้ำหนักกับเรณูเ

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 190 ก็นึกว่าถูกผีอำ

    ครอบครัวคนเลี้ยงควายเดินออกมาส่งครอบครัวของมาสที่ต้องเดินทางกลับก่อนเวลา เนื่องจากเขาต้องบินไปดูงานต่างประเทศพร้อมกับพ่อแม่แล้วจึงบินกลับมาจัดการเรื่องงานหมั้นในสัปดาห์หน้าอีกทีภาคีจึงปล่อยให้เด็กทั้งสองเอ่ยคำร่ำลากันโดยการยืนมองอยู่ห่าง ๆ ไม่เข้าไปรบกวน"เราสองคนก็เป็นคู่หมั้นกันแล้วเนอะ คู่หมั้นที่แปลว่าโตไปเราจะแต่งงานกัน" มาสเอ่ยด้วยแววตามั่นคง"ถ้าโตไปแล้วอ้ายมาสเกิดเปลี่ยนใจไม่แต่งกับนิ่ม นิ่มก็ไม่ว่าอะไร" แม้เด็กหญิงจะบอกแบบนั้น แต่ใจก็รู้สึกหวั่นกลัว กลัวว่าอนาคตข้างหน้าเขาจะไปรักคนอื่นมาสยกมือประคองแก้มป่องของนิ่มฟ้าแล้วรั้งเข้ามาหา "อ้ายไม่เปลี่ยนใจ""โอ๊ย ยดน้ำตาลฟ่ำ" น้ำเงี้ยวยื่นหน้าเข้ามาแซวพี่หลังจากที่มาสเดินจากไป สีฝุ่นกับแม่ก็เตรียมเดินกลับโรงแรมด้วยกันเนื่องจากที่พักที่ภาคีจองไว้ให้อยู่ห่างจากบริษัทไปเพียงแปดร้อยเมตรเท่านั้น แต่น้ำเงี้ยวรีบวิ่งไปดักหน้าทั้งคู่"ฉะไปตี้ไหน งิ้วไปโตยได้ก่อ" น้ำเงี้ยวอ้อนสายรุ้งแล้วหันไปขอความเห็นจากสีฝุ่น"คุณสายรุ้งกับน้องฝุ่นไปรถผมเถอะครับ วันนี้ผมก็เปิดห้องพักที่โรงแรมเดี

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 189 ประจานซะเลย

    สีฝุ่นจูงมือน้ำเงี้ยวกลับเข้ามาในงานทันทีที่สายรุ้งเห็นจึงปรี่เข้ามากุมไหล่ลูกชาย "ฝุ่นไปไหนมาครับ แม่หาอยู่ตั้งนาน""ฝุ่นพาน้องไปเข้าห้องน้ำแล้วก็พาไปหาขนมกินครับ" เด็กชายบอกแล้วเหลือบตามองน้ำเงี้ยวตัวน้อย"งั้นไปนั่งที่โต๊ะเถอะครับ น้ำเงี้ยวไปกับป้าไหมคะเดี๋ยวงานจะเริ่มแล้ว" สายรุ้งชวนเด็กหญิงไปนั่งที่โต๊ะด้วยกัน แต่น้ำเงี้ยวเหลือบไปเห็นพ่อที่กำลังเดินเข้ามาในงานพอดี"งิ้วฉะไปหาป้อเจ้า เดี๋ยวมาหาปี้ฝุ่งใหม่เน้อ" น้ำเงี้ยวโบกมือบ๊ายบายสองแม่ลูก เด็กหญิงวิ่งถลาไปกอดขาภาคี "ป้อขี้""เป็นไงบ้างลูก" ภาคีรีบอุ้มลูกสาวจนตัวลอยสูง "หนูเจ๋บตรงไหนก่อ""งิ้วบ่เจ๋บเจ้า แท่ว่าป้อฮู้ได้จะได" มือเล็กประคองแก้มพ่อ"ดีผ่องละตี้หนูบ่เป๋นอะไรมาก และที่ป้อฮู้ก็เพราะว่าพี่น่านฟ้าบอกป้อเองครับ" เขาว่าแล้วเอาหน้าผากชนกับลูกสาว"

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 188 สวัสดีม้าเต่อ

    น่านฟ้าจูงมือน้ำเงี้ยวมาที่โต๊ะวีไอพีซึ่งมีป้ายเขียนว่า 'ฟาร์มหอยสมปองและสีฝุ่น' ทว่ากลับมีเพียงป้าสายรุ้งที่กำลังคุยกับแขกท่านอื่นที่ภาคีแนะนำให้รู้จักกัน ส่วนสีฝุ่นนั้นกำลังยืนแนะนำอโวคาโดจากไร่กับนักธุรกิจรุ่นราวคราวพ่ออยู่ที่โซนผลไม้"เดี๋ยวงิ้วฉะไปตั๊กตายปี้ฝุ่งเอง" น้ำเงี้ยวเดินนำน่านฟ้าไปหาสีฝุ่นหลังจากที่เด็กชายเพิ่งคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่เสร็จ โดยมีสายตาของภาคีคอยเหลือบมองอยู่ ที่เขาตัดสินใจเชิญสองแม่ลูกมาก็เพื่อทำให้เด็กคนนั้นเห็นว่าธุรกิจหอยกับอโวคาโดสามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่ง"สวัสดีนายสีฝุ่นใช่ไหม" น่านฟ้าทักทายเด็กชายในชุดสูทสีเทาพยักหน้ารับ "ใช่ นายมีอะไรกับเราเหรอ""อ้อ เราแค่จะมาทำความรู้จักด้วยน่ะ เราคือลูกชายของคนที่เชิญนายกับแม่มางาน หอยที่ฟาร์มของตาสมปองอร่อยมากจนป้อเรายังติดใจเลย เราเองก็ชอบมาก เราชื่อน่านฟ้านะ" น่านฟ้ายื่นมือไปให้สีฝุ่นจับสีฝุ่นเขย่ามือน่านฟ้าเบา ๆ "ยินดีที่ได้รู้จักนะน่านฟ้า"น้ำเงี้ยวเห็นพวกพี่ ๆ เขย่ามือกันเธอก็เลยอยากมีส่วนร่วมบ้าง เด็กหญิงวางมือตนเองทับกับมือของสีฝุ่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status