LOGINเมื่อคืนเหนือฟ้านอนไม่ค่อยหลับเพราะอดคิดไม่ตกเรื่องที่เขาบอกมีแพลนจะเดินทางเร็ว ๆ นี้ วันนี้ก็เลยตื่นตั้งตีห้าครึ่ง ทั้งที่มีคาบเรียนแรกตอนแปดโมงเช้า นิสิตสาวอาบน้ำแต่งตัวมองหาชุดนักศึกษาที่เธอแขวนไว้กับตู้ กะว่าจะขอเตารีดของภาคีมาใช้รีดชุดตอนเช้า ทว่าชุดของเธอกลับไม่ได้แขวนไว้ที่เดิม เพราะมันถูกแขวนไว้ที่โต๊ะยืนรีดผ้า
ยิ่งไปกว่านั้นทั้งเสื้อและกระโปรงของเธอก็ถูกรีดจนเนี๊ยบไม่มีรอยยับรอยพับใด ๆ
"ฝีมือพี่คีเหรอ" หญิงสาวพูดพึมพำพลางหยิบชุดนักศึกษามาใส่ แล้วคิดว่าจะทำมื้อเช้าให้เขารับประทาน เขาจะได้รู้ว่าเธอเองก็มีเสน่ห์ปลายจวักอยู่เหมือนกัน
ผ่านไปเพียงสิบกว่านาทีไข่กระทะกับนมจืดก็ถูกเสิร์ฟบนโต๊ะกินข้าว แต่รอจนหกโมงครึ่งภาคีก็ยังไม่ตื่น เหนือฟ้าจึงเดินไปเคาะห้องทำงาน
"พี่คีคะ พี่คีตื่นหรือยัง"
เพราะเขาไม่ตอบเธอจึงค่อย ๆ บิดกลอนประตูเข้าไปแล้วเดินให้เงียบที่สุด แต่พอเห็นว่าเขานอนหลับฟุบอยู่หน้าจอคอม จึงเข้าใจว่าทำไมเขาถึงยังไม่ตื่น เหนือฟ้าหยุดที่หน้าจอคอม มองดูบางสิ่งที่เขาทำค้างไว้ ผลปรากฏว่ามันคือเอกสารภาษาญี่ปุ่นล้วน ๆ ซึ่งเธออ่านไม่ออกเลยสักตัว
"พี่คี เหนือมาปลุกไปกินมื้อเช้าค่ะ" เธอเรียก แต่เขากลับเงียบเหมือนเดิม คราวนี้จึงลองแตะแขนเขาดู ทว่ามันกลับร้อนเหมือนไฟ แสดงว่าเขากำลังเป็นไข้ "พี่คีคะ พี่คี"
รอบนี้ทั้งเขย่าแล้วเรียกให้ดังขึ้น ถ้าไม่ตื่นก็คงต้องเรียกรถพยาบาลแล้ว โชคดีหน่อยที่เขาปรือตามอง แถมยังแค่นยิ้มให้อีก
"ตื่นแล้วเหรอ เดี๋ยวพี่ขับรถไปส่งนะ" ภาคียันตัวลุกขึ้น แต่เหนือฟ้าสังเกตเห็นว่าเขากำลังยืนโงนเงนเหมือนคนหมดแรง เธอจึงตัดสินใจประคองเขา เรียวแขนอุ่นโอบคล้องรอบเอวของภาคี ฉีกยิ้มละมุนให้กำลังใจ
"ไม่ต้องค่ะ เดี๋ยวเหนือนั่งรถไฟใต้ดินไปก็ได้ค่ะ พี่คีไปนอนที่เตียงก่อนนะคะ เดี๋ยวเหนือจะเช็ดตัวให้"
ภาคีไม่ตอบแต่พยักหน้ารับแล้วพาตัวเองเดินไปพร้อมกับเหนือฟ้าจนถึงเตียงนอน "พี่คีมียาแก้ไข้ไหมคะ"
"น่าจะอยู่ในลิ้นชักที่โต๊ะทำงานพี่ เหนือลองไปรื้อดูนะ" เขาบอกแล้วนั่งพิงกับเตียง เหนือฟ้าจึงรีบวิ่งไปหายาดังกล่าว หญิงสาวดึงลิ้นชักออกมา แล้วพบยาหนึ่งแผง แต่กลับพบอีกอย่างที่น่าตกใจ
เพราะมันคือพาสปอตที่แนบอยู่กับแฟ้มที่เขียนเป็นภาษาไทยว่า 'ฮอกไกโด' เหนือฟ้าหยุดขบคิดได้ครู่หนึ่ง แล้วเดินกลับไปหาภาคีด้วยความรู้สึกน้อยใจและเสียใจที่เขาไม่ยอมปริปากบอกเรื่องนี้กับเธอ
"ยาค่ะ" เหนือฟ้าส่งยาและน้ำให้คนป่วย ภาคีกลืนยาลงคอด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว "เจ็บคอเหรอคะ"
"ก็นิดหน่อย" เขาส่งยิ้มเจื่อน ๆ ให้เธอ
"เหนือมีลูกอมแก้เจ็บคออยู่ เดี๋ยวเหนือมานะคะ" จังหวะที่เธอกำลังจะลุกจากเตียง กลับถูกมือร้อนจัดของเขาคว้าแขนของตนไว้จนแน่น
"ขอบคุณครับ"
"หายก่อนแล้วค่อยขอบคุณเหนือทีหลังเถอะ"
เหนือฟ้ากลับเข้ามาพร้อมยาแก้เจ็บคอ แต่ภาคีกลับขดตัวอยู่บนที่นอนเพราะพิษไข้ เธอจึงตั้งใจเช็ดตัวให้เขาไปจนถึงเจ็ดโมงครึ่ง แล้วเขียนโน้ตแปะไว้ที่หัวเตียง จากนั้นจึงรีบเดินทางไปเรียน
แม้วันนี้เธอจะมีเรียนแค่สองวิชาแต่กลับรู้สึกว่าหนึ่งชั่วโมงที่นั่งจดเล็กเชอร์ในห้องเรียนกลับยาวนานเหมือนสิบวัน นิสิตสาวเป็นกังวลว่าภาคีจะอาการดีขึ้นไหม เขาจะได้กินข้าวกินปลาหรือยัง จึงพิมพ์แชตส่งไปให้เขาทางข้อความเพื่อถามไถ่อาการป่วย
"ไข้ลดรึยังพี่คี"
"ลดแล้ว" เขาตอบกลับมาสั้น ๆ ตามด้วยอีโมจิรูปหน้ายิ้ม
หลังเลิกเรียนเหนือฟ้าไม่แวะร้านน้ำปั่นเจ้าเดิม ไม่แม้แต่จะเม้าท์กับเพื่อน ๆ ร่วมชั้นเรียนตามปกติเช่นเคย หญิงสาวรีบร้อนเดินทางกลับมายังคอนโด ระหว่างทางกลับมาจึงแวะซื้อน้ำจับเลี้ยงเจ้าเก่ากับราดหน้ายอดผักไปฝากภาคี
ก๊อก! ก๊อก!
เหนือฟ้าเคาะเรียกเจ้าของห้อง ราวห้านาทีเขาก็เดินมาเปิดประตู สีหน้าของเขาดูสดใสขึ้นเล็กน้อยแต่กลับยังมีเลือดฝาดจาง ๆ ฉาบอยู่บนผิวแก้มขาว
"พี่กินไข่กระทะเหนือแล้ว อร่อยมาก" เขาบอกแล้วเดินตามเธอมาที่เคาน์เตอร์ครัว
"งั้นกินมื้อเย็นต่อค่ะ" เหนือฟ้าเทราดหน้ายอดผักใส่จาน พร้อมกับน้ำจับเลี้ยงใส่แก้ว ภาคียืนมองตาปริบ ๆ ขณะที่อีกฝ่ายยกของกินไปที่โต๊ะอาหารเรียบร้อย แต่เขาก็ยังคงยืนทำหน้างงอยู่ "อ้าวมากินสิคะ เป็นไข้จนเบลอไปแล้วเหรอ"
เหนือฟ้าเดินไปฉุดแขนภาคีให้นั่งลงที่เก้าอี้ ส่วนเธอลากเก้าอี้เข้ามานั่งประกบเขาราวกับเฝ้ายักษ์ตัวใหญ่ หญิงสาวจัดการหยิบช้อนส้อมในจานเขาแล้วเลือกหมูกับผักซะส่วนใหญ่ใส่ช้อนเพื่อป้อนเขา
"กินเร็วค่ะ นั่งเฉย ๆ เดี๋ยวเหนือป้อนเอง"
"พี่กินเองได้ครับ" เขาส่ายหัวปฏิเสธ เพราะตอนนี้หัวใจกำลังเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาจากอก นี่เป็นครั้งแรกที่เหนือฟ้าอ่อนโยนและดูแลเขาดีขนาดนี้
"ไม่เป็นไรค่ะ ให้เหนือดูแลพี่คีบ้าง เพื่อตอบแทนที่ทำกับข้าวให้กิน ช่วยทำรายงาน แล้วก็ยังรีดชุดนักศึกษาให้เหนือด้วย อ้าปากสิคะ" เหนือฟ้าสั่ง
"งั้นพี่ไม่เกรงใจแล้วนะ" เขายิ้มแล้วอ้าปาก นั่งตัวนิ่ง ๆ รอคอยให้เหนือฟ้าปรนนิบัติ
เหนือฟ้าป้อนราดหน้าให้ภาคีจนหมดจาน แล้วก็ฟาดราดหน้าในจานตัวเองจนหมดภายในสิบนาที ภาคีที่แอบมองอยู่หน้าทีวีจึงแอบยกโทรศัพท์ขึ้นมาอัดคลิปหญิงสาวเพื่อเก็บไว้ดูส่วนตัว
"เอ้ เอาที่ชาร์ตไปไว้ไหน" ประมาณหนึ่งทุ่มเหนือฟ้าเดินไปหาที่ชาร์ตแบตที่วางลืมไว้บนโต๊ะทำงานของภาคี แต่กลับต้องถอยหลังหนี เพราะเจ้าของห้องกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ข้างใน จึงเลือกที่จะยืนฟังเงียบ ๆ ไม่ให้เขารู้ตัว
"ครับพี่เมฆ รู้แล้วเหรอว่าผมจะไปต่อโทที่ญี่ปุ่น พี่มนต์บอกใช่ไหม สงสัยพ่อจะเอาไปป่าวประกาศ ผมเดินทางวันที่แปดเดือนพฤศจิกาครับ ไม่ต้องเลี้ยงส่งผมก็ได้ สามปีไวจะตายไป"
เหนือฟ้ารีบเดินหนีกลับไปที่ห้อง ปิดประตูล็อกห้องเรียบร้อยเพราะไม่อยากให้คนข้างนอกได้ยินเสียงร้องไห้ของเธอ ทำไมเขาต้องไปเวลานี้ด้วย ไปตอนที่เธอต้องการเขามากที่สุด
งานแต่งจำลองที่จงใจสร้างขึ้นเพื่อนำไปโพรโมตโฆษณาแพคเกจจัดงานแต่งในไร่พิทักษ์มหิงสา ซึ่งมีหมูยอเป็นเจ้าบ่าวและเมี่ยงคำเป็นเจ้าสาวตัวน้อยถูกตกแต่งเสร็จเรียบร้อยภายในสองวัน การตกแต่งหลักจะเน้นไปที่อมยิ้มสายรุ้ง มีลูกโป่งเจ็ดสีและกระโปรงเจ้าสาวตัดเย็บต่อเติมด้วยผ้าตาข่ายเจ็ดสีเย็บเข้ากับเนื้อผ้ากระโปรงสีขาวอีกที บนหัวของเมี่ยงคำตัวน้อยประดับด้วยดอกกุหลาบผ้าสายรุ้งแบบเดียวกับชุดดูน่ารักสดใสตามวัยส่วนหมูยอนั้นใส่สูทสีดำผูกโบว์หูกระต่ายเซ็ตผมหยิกหยองเสยไปด้านหลังดูหล่อเหลาผิดกับหมูหยองผมยุ่งคนเดิม ในงานแต่งกุ๊กกิ๊กน่ารักนี้มีพี่น้องทั้งหกคนร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมะต๋าวทำหน้าที่เดินนำโปรยกลีบดอกไม้มาพร้อมกับพริกหอมที่ถูกชักชวนให้มาร่วมพิธีแต่งานสมมุตินี้ด้วย ส่วนบะแต๋ง นิ่มฟ้า น่านฟ้า แป้งจี่ และน้ำเงี้ยวนั้นเดินต่อแถวโปรยดอกไม้มาทีละคนจากนั้นทุกคนจึงไปนั่งประจำที่คอยให้กำลังใจน้องชายเมื่อฤกษ์มงคลมาถึงเมี่ยงคำตัวน้อยจึงเดินมาพร้อมกับเวธัส เพื่อให้พ่อทำหน้าที่ส่งเด็กหญิงตัวน้อยไปให้เจ้าบ่าววัยห้าขวบ ครั้นบ่าวสาวฟันน้ำนมยืนคู่กันอยู่หน้าแท่นพิธีซึ่งมีเวธัสทำหน้าที่เป็นบาทหลวงจำเป็นและกล่าวคำ
ภารกิจของการแจกน้ำมันเขียวให้พ่อค้าแม่ค้าที่มาจัดบูธงานวันวาเลนไทน์จบลงภายในสองชั่วโมง หมูยอถึงกับบ่นปวดขาขณะที่เมี่ยงคำนั้นไม่บ่นสักแอะ ไม่มีการฟูมฟายงอแงแถมยังเอาใจพี่ด้วยการหาโน่นหานี่มาให้กินนั่นเป็นเพราะว่าเธอฝึกบัลเล่ต์วันละหลายชั่วโมงจึงทำให้กล้ามเนื้อขามีความยืดหยุ่นแข็งแรงกว่าพี่"โอ๊ยยย" หมูยอโวยวายเพราะน้องเตรียมจะบีบน่องขา ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรเพียงแค่แตะมือลงไปแต่พี่ก็แหกปากร้องเหมือนควายออกลูกเสียแล้ว"เบ่งฟายในปากเหยอ เงี่ยงยังมะได้ตำไยตาหยองเยยนะ" เมี่ยงคำพ่นลมหายใจแล้วเริ่มขยำขาพี่อย่างกระฉับกระเฉง หมูยอแอบมองน้องแล้วโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ๆ ใช้จังหวะนี้หอมแก้มน้องให้เร็วที่สุดฟอดดดเมี่ยงคำเบิกตาโพลงตวัดมองหน้าพี่"แอบแต๊ะเอียเก๊าบั่บนี้ ลาวไปตดตะเบียงกันเยยดีฟ่าตาหยอง ไพเยว" เมี่ยงคำลุกพรวดดึงแขนพี่ขึ้น"เขาเรียกแต๊ะอั๋งบ่าใจ้ก๊ะเมี่ยงคำน้อย" น่านฟ้าที่กำลังนั่งกินของมากมายที่พ่อค้าแม่ค้าให้มารีบทักท้วงคำศัพท์ที่น้องเพิ่งพูดผิดไป"ฮะ ไปตดตะเบียงคืออะหยังก๊ะอ้ายน่าน" หมูยอไม่เข้าใจ"คือ จดทะเบียนสมรสเวลาที่สามีภรรยาเขาไปจดกันตอนแต่งงานไงล่ะ" น่านฟ้าอธิบาย"ปุ๊ดโทะ! ยาย
สัปดาห์นี้ที่ไร่พิทักษ์มหิงสาจัดงานวันวาเลนไทน์จึงมีการเปิดให้พ่อค้าแม่ขายในนครนายกเข้ามาจับจองพื้นที่ออกร้านขายสินค้ามากมายเกือบร้อยกว่าร้านค้า แก๊งหมอผีละอ่อนจึงถูกพ่อกับแม่มอบหมายหน้าที่สำคัญ"หมูยอ แป้งจี่ น้ำเงี้ยวหนูไปคอยเดินตรวจตราถามคุณลุงคุณป้าว่าระบบไฟใช้ได้ไหมกับลุงยอดนะลูก ลุงยอดเป็นช่างไฟของไร่แล้วก็เอาถุงน้ำมันเขียวในกระเป๋าย่ามที่ป้อให้ไปคนละสามสิบถุงให้พวกลุงป้าที่เขามาขายของด้วยนะครับ ถือเป็นของขวัญที่ระลึกของไร่""ได้เลยปาขี้ แล้วยายเงี่ยงไปจ้วยดอได้ก่อ" เมี่ยงคำยังอยู่เที่ยวที่ไร่อีกหลายวันกว่าจะกลับบ้าน ช่วงนี้ไปไหนมาไหนหมูยอจึงพกพาน้องไปด้วยเสมอ จากคนที่กัดกันตลอดทุกครั้งที่เจอหน้าปัจจุบันกลายเป็นคนที่ขาดกันไม่ได้"แหม หวานมดขบเชียวนะ ชิ!" แป้งจี่หมั่นไส้พี่ชาย เพราะเธอเองก็อยากชวนพี่บรูซมาแต่ช่วงนี้เขากำลังเริ่มเป็นดาราเด็กที่กำลังมีชื่อเสียงในวงการ เธอจึงไม่อยากไปรบกวนตารางงานของเขาเท่าไหร่"เฮาฉองกนก็เหมือนกันนั่นแหละปี้ฉี่" น้ำเงี้ยวโอบไหล่พี่สาวเข้ามากอด เธอเองก็อยู่ห่างกับพี่ฝุ่นมาก จากนครนายกไปชัยภูมินั้นก็หลายกี่โล จะโทรไปหาพี่ก็เกรงใจ"งั้นจะพาเมี่ยงคำไปห
หลังเสร็จธุระจากการทัวร์รอบไร่ ภาคึจึงพาทุกคนมารับประทานอาหารที่ภัตตาคารของรีสอร์ตพริกหอมที่คอยโอ๋มะต๋าวมาตลอดทางที่นั่งรถกลับมาทำให้ทุกคนพากันแปลกใจ"มานั่งกะปิ๊ก" พริกหอมดึงมะต๋าวนั่งลงข้าง กาย แถมยังเอาผ้าเช็ดหน้าลายดอกไม้ไปชุบน้ำแล้วมาซับหน้าซับตาให้พี่"เอ๊ะ....ทำไมพริกหอมถึงประคบประหงมมะต๋าวจังเลยล่ะคะคุณอาเดีย" เหนือฟ้างง"เดียเล่าเรื่องมะต๋าวให้ลูกฟังค่ะ เขาก็เลยเห็นอกเห็นใจน้องมะต๋าว" อาเดียเอ่ย"อ๋อ น่ารักจังเลยค่ะ" เหนือฟ้าดีใจที่มีคตเอ็นดูมะต๋าวเพิ่มเมื่ออาหารมาเสิร์ฟจนครบมะต๋าวที่กำลังจะลุกไปนั่งกับแม่เพราะรู้สึกเกรงใจพริกหอม กลับถูกน้องกักตัวไว้"ท๋าวไพคิ๋นก้าวกะนุ๋งนะ" มะต๋าวบอก"ปิ๊กมะให้ไพ ท๋าวเพงเบบี๋ก๋องปิ๊ก ปิ๊กจาผ้อนก้าวให้" พริกหอมตักข้าวผัดทะเลในจานของตนเองแล้วเป่าไล่ความร้อนส่งให้มะต๋าวกิน"ท๋าวมะหยักเพงเบบี๋" มะต๋าวส่ายหน้าแล้วเหลือบตามองแม่กับบรรดาพี่ ๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ"ปิ๊กเพงมะม้า ท๋าวท่องเพงยวกจาย เพงเดะดีนะหม่ำก้าวเยว" พริกหอมจ่อช้อนข้าวที่ปากมะต๋าว สุดท้ายหนูน้อยจึงต้องยอมกินแต่โดยดีเพราะน้องกำลังจิกตาเขียวปัดใส่กลับจากภัตตาคารภาคีพารุสลันไปส่งที
มะต๋าวนั่งด้านข้างพริกหอม และพยายามเอาใจน้องด้วยการตักเค้กป้อน ส่วนเด็กหญิงที่เห็นเรื่องกินเป็นเรื่องสำคัญก็อ้าปากรอคอยเค้กรสละมุนจากมือเด็กชายโดยไม่ปฎิเสธให้เสียน้ำใจ"หย่อย" พริกหอมบอก "อาวอีก" เด็กหญิงถูกใจเค้กโยเกิรต์หน้าไหม้ตัวดังทำให้มะต๋าวต้องคอยตักป้อนบริการจนหมดชิ้น"นี่ท๋าวนะ" เด็กชายแนะนำตัวแล้วเริ่มกินเครปเย็นของตัวเองจนครีมเลอะปาก"ท๋าวเหยอ นี่ปิ๊กนะ" พริกหอมแนะนำตัวกลับ "ผากเยะ" น้องบอกแล้วเหนี่ยวคอพี่เข้าไปหา"หือ" มะต๋าวหน้าสั่นนึกถึงตอนที่พ่อกับแม่กำลังจุ๊บกัน"เชะผาก ผากเยะ" พริกหอมเลียขอบปากของมะต๋าวเหมือนตอนที่ผักหมทำ"โอ๊ะ" หนูน้อยอุทานหน้าแดงก่ำรีบตวัดหน้าไปหาเหนือฟ้ากับภาคีเพื่อขอความช่วยเหลือ"งุ้ย กู้ปิ้งกู้ใหม่ก๋องงิ้วแหละ" น้ำเงี้ยวประสานมือขึ้นพร้อมกับบิดตัวไปมา เด็กหญิงชอบใจที่น้องชายถูกสาวจู่โจม"เอาก๋องทัวเองให้ยอดก่อนดีฟ่า" แป้งจี่เตือนน้องสาว"ปี้ฝุ่งบอกว่าซอบงิ้วแล้วเน้อ แต่ปี้บูดล่ะบอกแล้วก๊ะ" เด็กหญิงเยาะเย้ยพี่สาว"ยังมะบอกแต่ว่าปี้ฮู้ว่าเก๊าท่องซอบปี้ชัวร์" แป้งจี่ค่อนข้างมั่นใจว่าบรูซชอบเธอเช่นกัน"แล้วหมูยอไปหาเมี่ยงคำเหรอ อ้ายแต๋งพาไปก๊ะ" นิ่มฟ
คร่อก คร่อกกกเหนือฟ้านอนกรนอยู่บนแผ่นอกของภาคีขณะที่มะต๋าวนั้นตื่นเช้ากว่าพี่น้องทุกคน เพราะหนูน้อยพึงระลึกได้ว่าเมื่อคืนกำลังดูพ่อกับแม่ขี่กันแล้วจากนั้นก็จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นมะต๋าวจึงรีบก้าวขาลงจากเตียงนอนขนาดเล็กของตนแล้วเดินไปสะกิดผักหมที่นอนเฝ้าอยู่บนเบาะหมาปลายเตียง"โหมไพกะท๋าว" มะต๋าวชวนผักหมไปห้องพ่อกับแม่ด้วยกัน เนื่องจากฟ้ายังไม่สว่างดีหนูน้อยจึงค่อนข้างหวาดกลัวเจ้าสุนัขโกลเด้นหาวปากกว้างแล้วมุดลอดช่องหมาออกไป มะต๋าวจึงลอดออกตามไปด้วย ผักหมไปถึงหน้าห้องเจ้านายแล้วยกเท้าเขี่ยแคว่ก ๆ สองทีทว่าคนในห้องกลับเงียบกริบมันจึงตัดสินใจลอดช่องหมานำมะต๋าวเข้ามาก่อน เมื่อทั้งคนและหมาเข้ามาได้สำเร็จมะต๋าวจึงเดินเตาะแตะไปกดเปิดสวิตซ์ไฟหัวเตียง ส่วนผักหมนั้นทำหน้าที่เลียหน้าเลียตาให้มนุษย์ชายหญิงที่เพิ่งเสร็จกิจเมื่อตอนตีสามรีบตื่นขึ้นมาเลี้ยงมนุษย์เด็กที่กำลังนั่งหัวโด่อยู่แผล๊บ แผล๊บภาคีปรือตาเพ่งดูสิ่งมีชีวิตตรงหน้าที่ปลุกให้เขาตื่นจากนิทรา มะต๋าวจึงชะโงกหน้าเข้ามาอรุณสวัสดิ์พ่อ "ยุงกวักเพาะขี้""ยุงอะไรหว่า" คนที่กำลังงัวเงียคิดว่าเป็นความฝันขานรับแล้วหลับต่อผักหมถอนหายใจใส่ภ
หลังจากมื้อเที่ยงอันสุขล้ำจบลงหมูยอก็ผล็อยหลับเพราะกินอิ่ม บอดี้การ์ดโก๋จึงอุ้มหมูยอให้นอนที่ห้องพักของญาติผู้ป่วยซึ่งเชื่อมติดกับห้องนั่งเล่น ขณะที่เจ้าภาพอาหารอินเดียมีนัดกายภาพบำบัดกับที่ด้านล่างตึกเป็นประจำทุกวันเวลาเดิมถึงแม้นิ่มฟ้าอยากตามลงไปให้กำลังใจด้วยแต่ก็ทำไม่ได้ เนื่องจากไม่สามารถทิ้ง
หลังจากที่หมูยอสร้างวีรกรรมปั่นหัวแคนดี้ เด็กหญิงจึงโบกธงขาวยอมแพ้และโทรให้พ่อกับแม่มารับ ส่วนนิ่มฟ้านั้นเห็นว่าคนป่วยก็ไม่ได้สนใจเธอเท่าไหร่ แถมเขายังเอาแต่อ่านหนังสืออยู่บนเตียงโดยไม่พูดไม่จากับเธอสักคำ มิหนำซ้ำน้องชายตัวแสบก็ยังไปนอนดูดนมขวดตีพุงอยู่กลางหว่างขาเขา ช่างน่าไม่อายเสียจริงนิ่มฟ้าเร
เกือบสามวันแล้วที่นิ่มฟ้าเดินทางไปอยู่คุยเล่นกับมาสที่โรงพยาบาลโดยมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์แวะเวียนมารับเธอ แรก ๆ เธอมักจะเดินทางไปกับแม่ บางวันก็สลับเป็นพ่อไปแทน แต่วันที่สี่นี้ลูกทุยสามตัวขอติดสอยห้อยตามไปด้วย"กรี๊ดดดด ดอฉะไป๋ ดอฉะไป๋งวดหมำ" หมูยอลงไปดิ้นพล่านหมุนตัวเป็นลูกข่างต่อหน้าภาคีและเหนือฟ้า
บอดี้การ์ดร่างบึกบึนสองคนเดินประกบหน้าหลังแม่ลูกเข้ามาในโรงพยาบาล และพาไปยังห้องพักแห่งใหม่ที่หรูหรากว่าห้องเก่า ซึ่งภายในมีห้องอาบน้ำถึงสองห้อง ห้องนั่งเล่น มุมครัวและห้องพักผู้ป่วยแยกอยู่อีกห้องทว่าเมื่อทั้งสองย่างก้าวเข้ามาถึงห้องพรีเมียมที่คาดว่าน่าจะเงียบเชียบ แต่กลับพบว่ามันเจือยแจ้วไปด้วยเส







