หน้าหลัก / โรแมนติก / เหนือหัวใจภาคี / บทที่ 9 ความในใจที่อยากจะบอก

แชร์

บทที่ 9 ความในใจที่อยากจะบอก

ผู้เขียน: ฮาลาปัญ
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2024-12-21 17:15:30

เหนือฟ้านอนร้องไห้ตาบวมจนถึงสามทุ่ม จึงลุกเดินไปอาบน้ำแล้วกลับมาอ่านชีตสรุปสำหรับการสอบเก็บคะแนนในสัปดาห์หน้า

"เหนือ พี่จะเอาเสื้อผ้าไปซักให้ เปิดประตูให้พี่หน่อยครับ"

คนด้านในแง้มประตูออกเพียงเล็กน้อย "เหนือซักเองได้ค่ะ พี่คีป่วยอยู่ก็ไปพักเถอะ"

จังหวะที่กำลังจะปิดประตู ภาคีสังเกตเห็นดวงตาที่บวมช้ำ เขาจึงจับขอบประตูไว้ไม่ให้เหนือฟ้าปิด "เป็นอะไรรึเปล่า"

"ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ เหนือจะอ่านหนังสือสอบ" เหนือฟ้าพยายามดึงประตูที่ภาคีกำลังง้างออก แต่ด้วยสู้แรงคนตัวใหญ่กว่าไม่ได้ สุดท้ายจึงต้องยอมให้เขาเปิดประตูเข้ามา

คนที่กำลังเสียใจรีบเดินหนีไปโต๊ะทรงกลมริมหน้าต่างห้องนอน พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล "เหนือ หันมาหาพี่หน่อย"

"พี่คีจะไปญี่ปุ่นเหรอคะ"

ภาคีอึ้งคิ้วเข้มขมวดเข้ามากัน นึกย้อนไปถึงตอนที่เขาให้เธอไปหยิบยาในลิ้นชัก สงสัยคงจะไปเจอเอกสารมหาลัยที่ญี่ปุ่นกับพาสปอตที่เขาแอบเก็บไว้

"ใช่ พี่จะไปเรียนต่อปริญญาโทที่นั่น"

"แล้วพี่คีคิดจะบอกเหนือเมื่อไหร่ หรือคิดจะบอกตอนที่เหนือถลำลึกไปมากกว่านี้" เหนือฟ้าเถียงเสียงสั่นพยายามเดินหนีไปที่อื่นไม่ให้เขาเห็น ภาคีรีบเดินไปดักหน้า ทำให้พบว่าดวงหน้าจิ้มลิ้มกำลังเปรอะเปื้อนด้วยคราบน้ำตา สีหน้าแววตาของเธอมีแต่ความหม่นหมอง

"เมื่อกี้เหนือว่าถลำลึกอะไร หมายความว่ายังไง"

"พี่คีอ่ะโง่ พี่คีงี่เง่า" เหนือฟ้าพุ่งเข้าไปรัวกำปั้นใส่แผ่นอกของภาคี แต่เขากลับยืนนิ่งไม่ตอบโต้ เธอจึงหยุดทุบแล้วทิ้งมือลง

"พี่โง่ พี่งี่เง่า" เขาตอกย้ำคำพูดของเธอ แล้วหยิบมือข้างลำตัวขึ้นมา "ตกหลุมรักพี่แล้วเหรอ"

เขากระซิบถามให้ไออุ่นจากริมฝีปากรดลงบนหลังมือ หัวใจของผู้ถูกถามกระตุกวูบ ดวงตากลมที่ยังบวมช้ำช้อนมองกรอบหน้าขาวที่กำลังรอคอยอย่างใจเย็น

หยดน้ำตาใสไหลอาบพวงแก้มอมชมพู มือข้างหนึ่งของเหนือฟ้าลูบไปที่แก้มของภาคีอย่างอ่อนโยน "เหนือตกหลุมรักมานานแล้วค่ะ"

"พี่รู้" เขาดูเธอออกตั้งนานแล้ว เขาผ่านผู้หญิงมาหลายคน แต่ไม่เคยมีใครทำตัวเหนียมอายกับเขาเท่าเธอมาก่อน ยิ่งเหนือฟ้าเขินอายและพยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรับรู้มากขึ้นเท่านั้น

"รู้ดีจัง" เหนือฟ้าอมยิ้มแล้วดึงมือกลับแต่ภาคีกลับยึดไว้ แล้วจับวางที่อกข้างซ้ายของเขา

"ได้ยินเสียงหัวใจพี่รึเปล่า"

"ได้ยินค่ะ"

"แล้วคิดว่ายังไง" ปากหยักได้รูปขยับถาม

"หัวใจพี่คีเต้นแรงมากค่ะ" เธอได้ยินหัวใจในอกแกร่งชัดเจน เพราะค่ำคืนนี้เงียบสงัดกว่าทุกคืน

"ใจ๋อ้ายเต้นแฮงกับน้องคนเดียว" คำบอกรักที่ไม่มีคำว่ารักของเขาทำให้เหนือฟ้าถึงกับอ่อนยวบยาบ ริมฝีปากบางฉีกยิ้มกว้างเพราะมุกเสี่ยว ๆ ที่เขายิงออกมา

"ฮ่าฮ่า พี่คีตลก" แก้มป่อง ๆ ของเหนือฟ้าตอนที่ฉีกยิ้มออกมาส่งผลให้เหมือนกับเต้าหู้ขาวสองก้อนที่โปะไว้บนใบหน้ารูปเพชร ทุกครั้งที่เธอยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่มีครั้งไหนเลยที่เขาจะไม่หลงใหล

"พรุ่งนี้วันเสาร์ เราไปเที่ยวกันไหม"

"ยังไม่หายป่วยเลย จะไปเที่ยวแล้วเหรอคะ"

"อือ พี่ฟื้นตัวไว" เขาตอบแล้วดึงมือเหนือฟ้าให้นั่งลงบนเตียง "ไปนครนายกไหม ไปเที่ยวน้ำตกกัน พี่มีบ้านอีกหลังอยู่ที่โน่น อนาคตว่าจะทำเป็นไร่ไถ่ควายจากโรงเชือดแล้วก็ทำรีสอร์ตกับปลูกผักผลไม้ที่นั่นด้วย"

"น่าสนุกจัง เหนือจำได้ว่าครั้งล่าสุดไปเที่ยวเขื่อนที่นั่น แล้วก็ไม่ได้ไปอีกเลย แต่พี่คีต้องโทรไปขออนุญาตพ่อก่อนนะคะ ถ้าไปเที่ยวต่างจังหวัด แล้วต้องค้างคืนด้วย ยังไงต้องผ่านด่านผอ.ทัพฟ้าก่อน เหนือถึงจะไปกับพี่คีได้"

"พรุ่งนี้เช้าพี่จะขับรถไปหาพ่อกับแม่เหนือที่บ้าน" ภาคีบอกแล้วจับมือแฟนสาวพลัสไซซ์ขึ้นมาหอม เขาหอมมือเธอซ้ำ ๆ เหนือฟ้านึกในใจนี่เขาไม่มีที่อื่นจะหอมแล้วหรือยังไง

"พี่คีหอมเป็นที่เดียวเหรอ" ไม่รู้นึกยังไงถึงโพล่งถามออกไป และคำถามนี้เองก็ทำให้อีกฝ่ายถึงกับตะลึง

"เหนืออยากให้พี่หอมที่อื่นเหรอ อยากให้หอมตรงไหนครับ" เขาขยับใบหน้าเข้ามาประชิด ดวงตากลมเบิกกว้างรีบกระเถิบหนี แต่เขาก็กระเถิบตามมาอีก

"เปล๊า....อุ้ย พี่คี" จู่ ๆ เขาก็รวบหัวไหล่เธอเข้ามา จะผลักออกก็กลัวจะเสียโอกาส แต่ไม่ผลักก็จะดูไร้ยางอาย

เหนือฟ้าทำเป็นดันอกภาคีเบา ๆ พอเป็นพิธี ภาคีรู้ดีว่าบ่ะหนุนน้อยกำลังชอบใจ

"พี่จะบอกว่า พี่ผ่านผู้หญิงมาเยอะมาก แล้วทำไมพี่จะไม่รู้ว่าเหนือต้องการอะไร" เขาถามพลางเก็บเส้นผมของเธอทัดไว้หลังหู แต่ก็ยังกระชับอ้อมกอดไม่ยอมปล่อย

"ทายสิคะว่าเหนือต้องการอะไร"

ภาคีกลอกตาไปมาแล้วรีบก้มลงฟัดแก้มเหนือฟ้าด้วยความว่องไว เจ้าของแก้มเต้าหู้นั่งตัวเกร็ง กะพริบตาปริบ ๆ

"ต้องการแบบนี้ ถูกต้องไหม"

คนที่เพิ่งโดนหอมแก้มรีบเม้มปากแน่น พยักหน้าหงึก ๆ

"หึหึ น่ารักจัง เอาละ พี่ไม่กวนเหนือแล้ว พี่มีงานต้องทำ" ภาคีคลายอ้อมกอด

"โอเคค่ะ พี่คีทำงานไปนะคะ เดี๋ยวเหนือจะอาสาซักผ้าให้เอง" เหนือฟ้าลุกขึ้นแล้วหยิบตะกร้าผ้าของตนตรงไปที่เครื่องซักผ้าที่อยู่ในซอกมืด ๆ ติดกับห้องน้ำ "ของพี่คีล่ะ"

"จะซักให้พี่ด้วยเหรอ" ภาคีเหลือบมองตะกร้าผ้าใบใหญ่ของเขาที่ตั้งอยู่ข้างขาของเหนือฟ้า แล้วนึกอะไรสนุก ๆ เพื่อลองใจ หนุ่มผมยาวเลิกคิ้วสูงแล้วเดินไปหยิบตะกร้าผ้าใบเล็กมาเพิ่ม "งั้นซักอันนี้ให้ด้วยนะครับ"

"ได้เลยค่ะ" เหนือฟ้าขานรับแล้วก้มดูตะกร้าใบเล็กที่ใส่กางเกงในผู้ชายไว้สองสามตัว "เอ่อ..." ดวงตากลมตวัดมองหน้าเจ้าของซับใน

"ไม่สะดวกใจซัก เดี๋ยวพี่ซักเองดีกว่า" เขาก้มลงหยิบตะกร้าผ้า แต่เหนือฟ้ารีบแย่งมากอดไว้

"ซ...ซักได้ค่ะ ก็แค่โยน ๆ เข้าไปในเครื่องก็จบแล้ว" เหนือฟ้ายิ้มแป้น

ภาคีสาวเท้าเข้ามายกมือคร่อมลงบนถังเครื่องซักผ้า แม่บ้านเฉพาะกิจเอนตัวหนี แต่ยิ่งหงายหลัง เขาก็ยิ่งก้มต่ำลงมาเหมือนจะแกล้งเธอ

"ไม่ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มนะ พี่กลัวคัน" เสียงเข้มกระซิบรดขมับ แม่บ้านอาสาเบิกตาโพลงจินตนาการไปถึงอาการคันของเขา

"ค่ะไม่ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่ม" เธอย้ำ

"จะขยี้ก็ได้นะ" ภาคีเสริม ฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วจากไปด้วยปริศนาให้เหนือฟ้าขบคิด

"ขยี้กางเกงในเหรอ"

แม่บ้านจำเป็นใช้นิ้วเกี่ยวกางเกงในสีเทาขึ้นมาแล้วนึกถึงคำว่า 'ขยี้' แบบนี้ก็เหมือนกำลังจับมิตรสหายใต้หว่างขาของเขาอยู่เลยน่ะสิ "อ้ายคีคนบ้าคนบอ"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 191 ง้อด้วยปากและมือ

    เหนือฟ้ามุ่นคิ้วมองคนเมาด้วยความโกรธ ทั้งที่เธออุตส่าห์ถ่างตาแต่งชุดวับแวมเพื่อยั่วยวนเขา แต่พ่อคุณดันเมาหัวราน้ำแถมยังมาหาว่าเธอตัวหนัก น่าตีชะมัด ไม่รู้ละเธอจะไปนอน"เชิญนอนไปคนเดียวเลย ฝันดี" เหนือฟ้ากระแทกเสียงแล้วก้าวขาลงจากโซฟา แต่ฝ่ามือที่ไวกว่ารวบคว้าเข้าไปกอด ทำให้สองเท้าที่ยังไม่ทันจะตั้งหลักเซถลาจนล้มลงบนตักเขา. "พี่ขอโทษหนุนน้อย ขอโทษครับ" เสียงแหบพร่าไล่รดทั่วต้นคอ ตามด้วยมือหยาบกระด้างที่กำลังสอดเข้าไปใต้กระโปรงซีทรูสีฟ้าอ่อน ปลายนิ้วร้ายชอนไชไปหาจุดอ่อนไหวที่ฝังตัวอยู่ในรอยแยกเบียดแน่น"อ๊า...พี่คี อื้อ...." เสียงของเหนือฟ้าขาดช่วงเพราะแพนตี้ลูกไม่ตัวบางกำลังถูกปลายนิ้วหนาแหวกออก แล้วจุ่มจ้วงทะยานเข้าไปในหลุมร้อนชื้นอย่างฉับพลัน "พ..พรุ่งนี้เหนือจะไปช้อปปิ้งให้แหลกเลย""เอาบัตรพี่ไปรูดใช้ได้ตามสบาย" เสียงเข้มกระซิบกระเซ่าตามด้วยการจับขาอวบสองข้างให้ตั้งคร่อมระหว่างขาของเขา ขณะที่มืออีกข้างสำรวจขึ้นไปเหนือเต้าอิ่มที่ทะลักล้นออกมาจากบราลูกไม้สีฟ้าเหนือฟ้าแหงนหน้าขึ้นคลี่ยิ้มบาง ๆ พลางเอนตัวทิ้งน้ำหนักไปด้านหลังให้เขาลงน้ำหนักกับเรณูเ

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 190 ก็นึกว่าถูกผีอำ

    ครอบครัวคนเลี้ยงควายเดินออกมาส่งครอบครัวของมาสที่ต้องเดินทางกลับก่อนเวลา เนื่องจากเขาต้องบินไปดูงานต่างประเทศพร้อมกับพ่อแม่แล้วจึงบินกลับมาจัดการเรื่องงานหมั้นในสัปดาห์หน้าอีกทีภาคีจึงปล่อยให้เด็กทั้งสองเอ่ยคำร่ำลากันโดยการยืนมองอยู่ห่าง ๆ ไม่เข้าไปรบกวน"เราสองคนก็เป็นคู่หมั้นกันแล้วเนอะ คู่หมั้นที่แปลว่าโตไปเราจะแต่งงานกัน" มาสเอ่ยด้วยแววตามั่นคง"ถ้าโตไปแล้วอ้ายมาสเกิดเปลี่ยนใจไม่แต่งกับนิ่ม นิ่มก็ไม่ว่าอะไร" แม้เด็กหญิงจะบอกแบบนั้น แต่ใจก็รู้สึกหวั่นกลัว กลัวว่าอนาคตข้างหน้าเขาจะไปรักคนอื่นมาสยกมือประคองแก้มป่องของนิ่มฟ้าแล้วรั้งเข้ามาหา "อ้ายไม่เปลี่ยนใจ""โอ๊ย ยดน้ำตาลฟ่ำ" น้ำเงี้ยวยื่นหน้าเข้ามาแซวพี่หลังจากที่มาสเดินจากไป สีฝุ่นกับแม่ก็เตรียมเดินกลับโรงแรมด้วยกันเนื่องจากที่พักที่ภาคีจองไว้ให้อยู่ห่างจากบริษัทไปเพียงแปดร้อยเมตรเท่านั้น แต่น้ำเงี้ยวรีบวิ่งไปดักหน้าทั้งคู่"ฉะไปตี้ไหน งิ้วไปโตยได้ก่อ" น้ำเงี้ยวอ้อนสายรุ้งแล้วหันไปขอความเห็นจากสีฝุ่น"คุณสายรุ้งกับน้องฝุ่นไปรถผมเถอะครับ วันนี้ผมก็เปิดห้องพักที่โรงแรมเดี

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 189 ประจานซะเลย

    สีฝุ่นจูงมือน้ำเงี้ยวกลับเข้ามาในงานทันทีที่สายรุ้งเห็นจึงปรี่เข้ามากุมไหล่ลูกชาย "ฝุ่นไปไหนมาครับ แม่หาอยู่ตั้งนาน""ฝุ่นพาน้องไปเข้าห้องน้ำแล้วก็พาไปหาขนมกินครับ" เด็กชายบอกแล้วเหลือบตามองน้ำเงี้ยวตัวน้อย"งั้นไปนั่งที่โต๊ะเถอะครับ น้ำเงี้ยวไปกับป้าไหมคะเดี๋ยวงานจะเริ่มแล้ว" สายรุ้งชวนเด็กหญิงไปนั่งที่โต๊ะด้วยกัน แต่น้ำเงี้ยวเหลือบไปเห็นพ่อที่กำลังเดินเข้ามาในงานพอดี"งิ้วฉะไปหาป้อเจ้า เดี๋ยวมาหาปี้ฝุ่งใหม่เน้อ" น้ำเงี้ยวโบกมือบ๊ายบายสองแม่ลูก เด็กหญิงวิ่งถลาไปกอดขาภาคี "ป้อขี้""เป็นไงบ้างลูก" ภาคีรีบอุ้มลูกสาวจนตัวลอยสูง "หนูเจ๋บตรงไหนก่อ""งิ้วบ่เจ๋บเจ้า แท่ว่าป้อฮู้ได้จะได" มือเล็กประคองแก้มพ่อ"ดีผ่องละตี้หนูบ่เป๋นอะไรมาก และที่ป้อฮู้ก็เพราะว่าพี่น่านฟ้าบอกป้อเองครับ" เขาว่าแล้วเอาหน้าผากชนกับลูกสาว"

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 188 สวัสดีม้าเต่อ

    น่านฟ้าจูงมือน้ำเงี้ยวมาที่โต๊ะวีไอพีซึ่งมีป้ายเขียนว่า 'ฟาร์มหอยสมปองและสีฝุ่น' ทว่ากลับมีเพียงป้าสายรุ้งที่กำลังคุยกับแขกท่านอื่นที่ภาคีแนะนำให้รู้จักกัน ส่วนสีฝุ่นนั้นกำลังยืนแนะนำอโวคาโดจากไร่กับนักธุรกิจรุ่นราวคราวพ่ออยู่ที่โซนผลไม้"เดี๋ยวงิ้วฉะไปตั๊กตายปี้ฝุ่งเอง" น้ำเงี้ยวเดินนำน่านฟ้าไปหาสีฝุ่นหลังจากที่เด็กชายเพิ่งคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่เสร็จ โดยมีสายตาของภาคีคอยเหลือบมองอยู่ ที่เขาตัดสินใจเชิญสองแม่ลูกมาก็เพื่อทำให้เด็กคนนั้นเห็นว่าธุรกิจหอยกับอโวคาโดสามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่ง"สวัสดีนายสีฝุ่นใช่ไหม" น่านฟ้าทักทายเด็กชายในชุดสูทสีเทาพยักหน้ารับ "ใช่ นายมีอะไรกับเราเหรอ""อ้อ เราแค่จะมาทำความรู้จักด้วยน่ะ เราคือลูกชายของคนที่เชิญนายกับแม่มางาน หอยที่ฟาร์มของตาสมปองอร่อยมากจนป้อเรายังติดใจเลย เราเองก็ชอบมาก เราชื่อน่านฟ้านะ" น่านฟ้ายื่นมือไปให้สีฝุ่นจับสีฝุ่นเขย่ามือน่านฟ้าเบา ๆ "ยินดีที่ได้รู้จักนะน่านฟ้า"น้ำเงี้ยวเห็นพวกพี่ ๆ เขย่ามือกันเธอก็เลยอยากมีส่วนร่วมบ้าง เด็กหญิงวางมือตนเองทับกับมือของสีฝุ่

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 187 ท่านประธานปาขี้

    ความจริงแล้วภาคีไม่ได้ต้องการโอ้อวดสถานะของตัวเอง แต่หลังจากที่เขาซุ่มให้นักสืบของเดอะเซฟเฟอะซิกซ์ตามสืบเรื่องราวความบาดหมางของตระกูลดาลัลอยู่นาน ทำให้พบว่าลูกสาวสุดที่รักกำลังยืนอยู่ท่ามกลางดงอสรพิษและเขาต้องการให้มาสฝึกฝนตัวเองเพื่อปกป้องนิ่มฟ้าได้ทั้งตอนนี้และในอนาคตและนี่ก็เป็นโอกาสทองที่เขาจะต้องรีบไขว่คว้าเอาไว้ และประกาศศักดาให้พวกตีสองหน้ารู้ว่านิ่มฟ้า กฤตกล้าธนาดรคือบุตรสาวของภาคี หนึ่งในทายาทผู้ถือหุ้นส่วนของบริษัทยักษ์ใหญ่ และเป็นหลานสาวของหม่อมเจ้าภูวสิน หรือที่ทุกคนเรียกกว่ามาเฟียผู้คุมอาณาจักรควาย เขาอยากให้กลุ่มคนที่คิดจะทำร้ายมาสกับนิ่มฟ้ารับรู้ว่าต้นตระกูลของเขาแม้ไม่ได้ร่ำรวยเทียบเท่าครอบครัวดาลัล แต่ก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าใครช่วงเวลาห้าโมงเย็นบริเวณหน้าบริษัทตึกดำสูงระฟ้ารถลีมูซีนสีขาวติดฟิล์มดำแปะโลโก้ของ Z6 ทะยานเข้ามาจอดหน้าพรมสีแดงที่ปูทอดยาวเข้าไปในตึก ภาคีกระชับสูทสีดำสนิททั้งตัวก้าวขาลงมาจากรถโดยมีทีมบอดี้การ์ดประจำตัวของพี่ชายคนสนิทอย่างซุสคอยดูแลวันนี้เขาสลัดมาดจากพ่อเลี้ยงบ้านไร่คุมควายหลายพันตัวเป็นประธานบริษัทมาดขรึม ผมหยิกหยองของเขาถูกเซ็ตเสยไปด้านหลังเป

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 186 ศิลปินเอกท๊กโท

    เนื่องจากเดือนนี้มีจำนวนวันพระค่อนข้างมากรีสอร์ตประจำไร่จึงมีแพกเกจสำหรับลูกค้าสายบุญ วันนี้นับเป็นวันแรกของเดือนที่เป็นวันพระใหญ่ เหนือฟ้าจึงจัดให้มีการทำบุญโดยการนิมนต์พระสงฆ์มาจากวัดโดยที่ลูกค้าไม่ต้องเดินทางไปเองหลังจากที่หลวงพ่อรุ่นตาห้ารูปบิณฑบาตร ณ จุดที่ลูกวัดขับรถมาส่งบริเวณหน้าคาเฟของไร่เรียบร้อย เดือนเพ็ญก็ไหว้วานให้อินเหลาพาหลวงตาทั้งหลายไปส่งหน้าบ้านของภาคีก่อนเดินทางกลับวัดตามที่นัดแนะไว้กับเจ้านายของเธอกริ๊ง!เหนือฟ้าผุดลุกขึ้นจากเตียงนอนแล้วกดรับสายที่ผู้จัดการไร่โทรเข้ามา "ว่าไงคะพี่เดือน อุ๊ย เหนือลืมเลยค่ะว่าวันนี้ทำบุญ" สาวอวบรีบตะกุยผ้าลงจากเตียงแล้วตบก้นสามีที่ยังนอนคว่ำหน้าอยู่บนหมอน "พี่คีคะลงไปตักบาตรกันค่ะ" เธอบอกแล้วหยิบทิชชูเปียกมาซับหน้าซับตาส่งผลให้รอยขีดเขียนบนใบหน้าเปื้อนจนเคลือบดำไปทั่วหลังจากที่แม่บ้านลูกเจ็ดทำให้ตัวเองสดชื่นพอประมาณ เธอจึงเดินไปกดเปิดสวิตซ์ไฟห้องของลูกทุกคนแล้วตะโกนเรียกให้เด็ก ๆ ลงไปทำบุญด้วยกัน "ตื่นเร็วค่ะลงไปตักบาตกับแม่ก่อน"เธอบอกแล้วรีบสับขาลงบันไดเพื่อหอบหิ้วข้าวของไปรอรถพระที่กำลังเดิน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status