Masukเหนือฟ้านั่งบิดขี้เกียจอยู่ใต้โคมไฟสีส้มสลัว ดวงตากลมเริ่มพร่าเลือนจนภาคีที่กำลังจัดวางกับข้าวถึงต้องชะเง้อคอมองดูด้วยความกังวล
"เสร็จแล้วครับ มากินได้เลย" หนุ่มมาดเซอร์ในชุดผ้ากันเปื้อนมัดจุกรวบเก็บผมไว้ครึ่งหัวเดินมาตามนิสิตแสนขยันในห้อง สาวอวบกลั้นยิ้มเพราะเธอโคตรโชคดีที่ได้เห็นหนุ่มฮ็อตขวัญใจสาวค่อนประเทศในสภาพพ่อบ้านกล้ามโต "รับทราบค่ะ" เหนือฟ้าเดินตรงไปที่โต๊ะกินข้าว มองข้าวซอยไก่ชามใหญ่และน้ำข้าวโพดปั่นนมสดฮอกไกโดกลิ่นหอมสองชุด ภาคีนั่งลงฝั่งตรงข้าม แล้วรินน้ำเปล่าเพิ่มให้เธออีกหนึ่งแก้ว ทำไมเขาช่างดีกับเธอมากมายขนาดนี้ ทั้งที่เธอทำตัวเย็นชากับเขาสารพัด แต่เขาก็ไม่โกรธเลยสักครั้ง "พี่คีทำอาหารน่ากินจัง" เหนือฟ้าบอกแล้วตักข้าวซอยไก่ร้อน ๆ คำแรกใส่ปาก ดวงตากลมถลึงมองเมนูดังกล่าวในชามตัวเอง แล้วเริ่มจ้วงกินคำใหญ่อย่างลืมตัว จนพ่อครัวหัวเราะร่วน "อร่อยใช่ไหม กินเยอะ ๆ นะเดี๋ยวจะผอมไป" เขาแซว "อร่อยมากค่ะ ไก่ก็เปื่อยมาก น้ำซุปก็จัดจ้าน กดไลก์ให้เลย" เหนือฟ้าฉีกยิ้มเคี้ยวแก้มตุ่ย ภาคีรู้สึกภูมิใจที่ทำให้สาวที่เขาลงทุนจีบมาเป็นแม่ของลูกเอ่ยปากชมได้ ทั้งสองกินไปคุยไปกระหนุงกระหนิงจนกระทั่งข้าวซอยไก่หมดเกลี้ยง เหนือฟ้าจัดการทำความสะอาดด้วยการซดน้ำซุปจนไม่มีเหลือสักหยด "ดีจัง เลี้ยงง่ายแบบนี้พี่ชอบ" ภาคีลุกแล้วหยิบทิชชูมาซับปากที่เปื้อนคราบน้ำซุป เหนือฟ้านั่งตัวเกร็ง "เอ่อ ขอบคุณค่ะ งั้นเหนือไปอาบน้ำก่อนแล้วค่อยมาทำรายงานต่อดีกว่า" "เดี๋ยว" เขาคว้าข้อมือเธอ แล้วรีบปล่อยทันทีเพราะกลัวว่าจะห้ามใจตัวเองไม่ไหว "คือ พี่จะบอกว่านั่งพักสักสิบถึงสิบห้านาทีรอให้อาหารย่อยแล้วค่อยอาบน้ำดีกว่า อาบน้ำหลังกินเสร็จจะทำให้จุกได้นะ" "อ้อ งั้นเหรอคะ แล้วทำอะไรดี" เหนือฟ้าพึมพำมองหากิจกรรมทำเพื่อรอเวลาให้อาหารย่อย "ดูทีวีดีกว่า" เขาบอกแล้วเดินไปเปิดทีวี หยิบรีโมตส่งให้เธอ "ขอบคุณค่ะ แต่เหนือขอช่วยล้างจานก่อนได้ไหมคะ เหนือไม่อยากเป็นภาระพี่คีค่ะ" เหนือฟ้าหยิบถ้วยชามไปที่ซิงค์แล้วตั้งใจล้างจนสะอาดเอี่ยม ภาคีจึงอาสาเข้าไปดูรายงานที่เธอพิมพ์ไว้ในคอมพิวเตอร์ และช่วยเพิ่มเติม แก้ไขบางส่วนให้ ภาคีเพลิดเพลินกับการออกไอเดียรายงานของเหนือฟ้า พอเขาเงยหน้าขึ้นจากจอนาฬิกาบนฝาผนังก็บอกเวลาหนึ่งทุ่ม ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันนับเก้า แม่ของเหนือฟ้าโทรเข้ามาพอดี "ภาคีลูก แม่เอากระเป๋าเสื้อผ้าเหนือฟ้ามาให้จ้ะ หนูลงมาเอาให้น้องหน่อย" ภาคีรีบร้อนลงไปรับสัมภาระของเหนือฟ้า นับเก้าในชุดเดรสสีม่วงประดับคริสตัลก้าวขาลงจากรถแวนหรู ส่งกระเป๋าเสื้อผ้าให้กับชายตัวสูงที่เดินยกมือสวัสดีมาแต่ไกล นับเก้าครูสาวรุ่นใหญ่ ภรรยาผู้อำนวยการโรงเรียนคนดังรับไหว้อีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม "ขอบคุณมากนะครับ ผมคงไม่ได้รบกวนมากเกินไปใช่ไหม" ภาคีรับกระเป๋าของเหนือฟ้ามาจากแม่ของเธอ "ไม่รบกวนหรอกจ้า อีกสองเดือนก็จะไปญี่ปุ่นแล้วไม่ใช่เหรอ มีเวลาสั้น ๆ ได้อยู่กับน้องก็ใช้มันให้เต็มที่นะลูก" "ยังไง คุณแม่อย่าเพิ่งบอกเรื่องที่ผมจะไปเรียนปริญญาโทต่อที่ญี่ปุ่นกับเหนือฟ้าได้ไหมครับ ผมอยากบอกน้องเอง" "ได้เลยจ้ะ แม่จะรูดซิปปากให้สนิทเลย ยังไงขอบคุณคีมากนะที่ดูแลเหนือฟ้าให้แม่ ปกติแล้วกลับไปบ้านเด็กคนนี้ก็หมกตัวอยู่ในห้องกับแมวตลอด ไม่ค่อยออกไปพบปะใครหรอก น้องเป็นคนไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง แม่ก็เลยอยากให้เขาลองมาใช้ชีวิตกับคนอื่นบ้าง อาจจะทำให้เขามั่นใจในตัวเองมากขึ้น" "ผมจะทำให้น้องเป็นคนมั่นใจในตัวเองให้ได้เลยครับ" ภาคียืนรอส่งให้รถแวนสีดำขับออกไปจากคอนโดจนลับตา เขาจึงกลับขึ้นมาบนห้อง "อ้อ เหนือแม่ของเหนือ..." ชายหนุ่มรีบเม้มปากสนิท เพราะเหนือฟ้านอนหลับคารีโมตทีวีไปเรียบร้อย เขาจึงไม่อยากรบกวนเธอในเวลาพักผ่อน เจ้าของห้องหย่อนตัวนั่งลงข้าง ๆ แต่นั่งปุป ศีรษะของเหนือฟ้าก็ไหลลงมาทับบนตักเขาทันที "อยากกินลูกชิ้นปิ้ง กับเห็ดหอมย่างอ่ะแม่" "ขนาดละเมอยังเป็นของกินอีกเหรอ" หนุ่มมาดเซอร์ก้มลงแล้วใช้ปลายนิ้วเขี่ยเส้นผมของเหนือฟ้าออกให้พ้นจากหน้า เพื่อที่เขาจะได้เก็บรายละเอียดของใบหน้าจิ้มลิ้มนี้ให้มากที่สุด ก่อนที่จะจากกันไปอีกหลายปี ด้วยความที่เกรงใจสาวน้อยขี้เซา เขาจึงได้แต่นั่งตัวแข็งทื่อทนดูทีวีอย่างเงียบ ๆ ไม่กล้าปลุกให้คนง่วงนอนตื่นขึ้น จนเวลาล่วงเลยไปถึงสองทุ่ม เหนือฟ้าจึงเปิดเปลือกตาออกแล้วรู้สึกว่าตัวเองนั้นนอนหนุนบางสิ่งอยู่ หญิงสาวขยับใบหน้าแล้วเงยขึ้นมองภาคีที่กำลังก้มมองเธออยู่ก่อนแล้ว "ตื่นแล้วเหรอ ไปอาบน้ำได้แล้วครับ" เขาเอานิ้วจิ้มแก้มเธอ เหนือฟ้าดีดตัวออกอย่างไว "เหนือไปหนุนตักพี่คีตั้งแต่ตอนไหนคะ" "ก็เมื่อชั่วโมงก่อน พอพี่นั่งลงปุปหัวเหนือก็ร่วงลงมาบนตักพี่เลย ดูสิขาพี่เป็นเหน็บชาเลย" ภาคีลุกเดินกระเผลก ๆ "นี่กระเป๋าเสื้อผ้าเหนือนะ แม่นับเขามาส่งให้เมื่อตอนหัวค่ำ เดี๋ยวพี่ไปทำงานของพี่ก่อน เหนืออาบน้ำก่อนเลย เดี๋ยวพี่ค่อยอาบทีหลัง" "พี่คี" เหนือฟ้าวิ่งไปจับมือของภาคีให้หยุดเดิน "มีอะไรเหรอ" เลิกคิ้วสูงข้างหนึ่ง "เหนือนวดขาให้นะคะ" เหนือฟ้ากะพริบตาช้า ๆ ราวกับวิงวอน "ตามใจเหนือ" เขายิ้มแล้วเดินกลับไปนั่งลงที่เดิมให้แฟนสาวบริการนวดอย่างเต็มที่จนกระทั่งอาการเหน็บชาที่เป็นอยู่ทุเลาขึ้น "เอาล่ะ พอเถอะ พี่ดีขึ้นแล้วครับ" "งั้นเหนือไปอาบน้ำก่อนนะคะ" เหนือฟ้าคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าเข้าไปในห้องน้ำ หญิงสาวอาบน้ำเพียงสิบห้านาทีจึงกลับออกมาตามภาคีไปอาบบ้าง แต่กลับพบว่าเขากำลังนั่งอ่านเอกสารจำนวนมากพร้อมกับโทรศัพท์คุยกับใครบางคนเป็นภาษาญี่ปุ่นอย่างคล่องแคล่ว แถมยังกางกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไว้บนเตียงนอนด้วย เหนือฟ้าเดินกลับมานั่งทำงานพอเปิดดูไฟล์เอกสาร หญิงสาวก็ยิ้มจนปากแทบฉีกถึงรูหู เพราะภาคีจัดการทำให้จนเกือบเสร็จหมดแล้ว เธอจึงเหลือเพียงการทำสรุปรายงานสั้น ๆ เท่านั้น นิสิตสาวปั่นงานจนเสร็จเกือบสามทุ่มครึ่ง "เฮ้อเสร็จสักที" หลังจากปิดคอมพิวเตอร์เหนือฟ้าจึงหยิบโทรศัพท์มาเช็กอีเมล์ และแชตของเพื่อนที่มหาลัย ระหว่างนั้นภาพของกระเป๋าเดินทางใบยักษ์ของภาคีก็โผล่พรวดขึ้นมาในความคิด "หรือว่าเขากำลังจะไปไหน" ปลายนิ้วเรียวเล็กที่กำลังพิมพ์แชตส่งให้เพื่อนชะงักงัน ดวงหน้าเล็กขาวเหม่อลอยออกไปนอนหน้าต่าง ภาคีที่เดินเข้ามาพร้อมกับผ้าเช็ดผมจึงหยุดมองเหนือฟ้าอย่างสงสัย "ใจลอยไปหาใคร คิดถึงผู้ชายคนอื่นอยู่เหรอ" เขาถามพลางใช้ผ้าขยี้เส้นผมที่เปียกหมาดของตน ทรงผมของเขาตอนที่เปียกและยุ่งเหยิงทำให้ดูกว่าตอนผมแห้งเสียอีก "เปล่าค่ะ ก็แค่เหนื่อย ๆ อ้อแล้วให้เหนือนอนไหนคะ" "นอนบนเตียงพี่ที่ห้องฝั่งโน้น ตามพี่มาสิ" เขาเดินนำเธอไปที่ห้องเดิมที่เธอเห็นกระเป๋าเดินทาง แต่ตอนนี้กระเป๋านั่นถูกเก็บพิงไว้ข้างตู้เสื้อผ้าตามเดิมเรียบร้อย "พี่คีมีแพลนจะไปไหนหรือเปล่าคะ" เหนือฟ้าตัดสินใจโพล่งถามออกไปตรง ๆ ภาคีที่กำลังเดินออกจากห้องนอนหมุนกายกลับมา คิ้วสีเข้มหนาขมวดเป็นปมเหมือนไม่อยากตอบคำถามเธอเท่าไหร่นัก "อืม พี่มีแพลนเดินทางเร็ว ๆ นี้ ยังไงเราคุยกันวันหลังดีกว่า ฝันดีครับ" ภาคีรีบร้อนตัดบท เพราะเขายังทำใจไม่ได้ ทั้งที่ตนเองซื้อกินมาตลอด แต่บทจะถูกใจใครสักคน กลับหลงจนโงหัวไม่ขึ้น โดยเฉพาะการตกหลุมรักสาวพลัสไซซ์คนนี้ และการตกหลุมรักผิดเวลาก็ทำให้เขาเลือกไม่ได้ว่าควรจะเลือกอนาคต หรือควรจะเลือกเธอดีเจ้าของวงแขนใหญ่ช้อนร่างกายนุ่มเต็มแน่นทุกสัดส่วนวางลงที่เตียงนอนคิงไซซ์แล้วกระโจนลงมาด้วยความเร็วเหนือฟ้าที่ไม่ทันได้ตั้งตัวสะดุ้งตกใจเมื่อเรียวลิ้นเกรี้ยวกราดรัดรึงรอบชิวหาของเธอจนพ่นคำพูดใด ๆ ไม่ออกจูบนี้ของภาคีดุเดือดเสมือนถูกเขาผลักลงไปในสนามรบ เล่นเอาวิญญาณในร่างถึงกับแตกดับเมื่อถูกกระตุ้นให้เคลิบเคลิ้นในรสจูบ เธอก็จำต้องปล่อยใจลอยไปตามบทเพลงหวามที่เขาควบคุม เหนือฟ้าจูบตอบและสนองคืนอย่างช่ำชอง"อื้อหนุนน้อยดุจัง" เขาผละริมฝีปากออกแล้วล็อกหัวเธออีกครั้งเพื่อบดจูบที่หนักหน่วงกว่าเดิมเสียงของริมฝีปากปะทะงับดูดกันเป็นพัลวัน ฝ่ามือหยาบกร้านสองข้างก็คอยนวดเค้นคลึงยอดถันสีชมพูอ่อนอย่างมันมือ ไม่นานนักจุกสวยก็ดีดเด้งออกมาจากป้านวงกลมจนตุ่มไตสองข้างตั้งชันเสมอกัน ปากร้ายของภาคีจึงถอนออกแล้วกลืนกินทั้งเต้าของเธอ"ฮึ่ม อื้อ" เหนือฟ้าครางและแอ่นอกสองข้างให้ภาคีดุนดันให้หนำใจ ตอนนี้เขาได้กลายร่างจากมนุษย์พ่อสู่ลูกคนที่แปดไปเรียบร้อยที่สำคัญเขายังดูดอกของเธอประหนึ่งว่าจะมีน้ำนมจริง ๆ ออกมาให้ดื่ม "พี่คี หิวเหรอคะฮึฮึ"เธอถามพลางหั
เหนือฟ้ามุ่นคิ้วมองคนเมาด้วยความโกรธ ทั้งที่เธออุตส่าห์ถ่างตาแต่งชุดวับแวมเพื่อยั่วยวนเขา แต่พ่อคุณดันเมาหัวราน้ำแถมยังมาหาว่าเธอตัวหนัก น่าตีชะมัด ไม่รู้ละเธอจะไปนอน"เชิญนอนไปคนเดียวเลย ฝันดี" เหนือฟ้ากระแทกเสียงแล้วก้าวขาลงจากโซฟา แต่ฝ่ามือที่ไวกว่ารวบคว้าเข้าไปกอด ทำให้สองเท้าที่ยังไม่ทันจะตั้งหลักเซถลาจนล้มลงบนตักเขา. "พี่ขอโทษหนุนน้อย ขอโทษครับ" เสียงแหบพร่าไล่รดทั่วต้นคอ ตามด้วยมือหยาบกระด้างที่กำลังสอดเข้าไปใต้กระโปรงซีทรูสีฟ้าอ่อน ปลายนิ้วร้ายชอนไชไปหาจุดอ่อนไหวที่ฝังตัวอยู่ในรอยแยกเบียดแน่น"อ๊า...พี่คี อื้อ...." เสียงของเหนือฟ้าขาดช่วงเพราะแพนตี้ลูกไม่ตัวบางกำลังถูกปลายนิ้วหนาแหวกออก แล้วจุ่มจ้วงทะยานเข้าไปในหลุมร้อนชื้นอย่างฉับพลัน "พ..พรุ่งนี้เหนือจะไปช้อปปิ้งให้แหลกเลย""เอาบัตรพี่ไปรูดใช้ได้ตามสบาย" เสียงเข้มกระซิบกระเซ่าตามด้วยการจับขาอวบสองข้างให้ตั้งคร่อมระหว่างขาของเขา ขณะที่มืออีกข้างสำรวจขึ้นไปเหนือเต้าอิ่มที่ทะลักล้นออกมาจากบราลูกไม้สีฟ้าเหนือฟ้าแหงนหน้าขึ้นคลี่ยิ้มบาง ๆ พลางเอนตัวทิ้งน้ำหนักไปด้านหลังให้เขาลงน้ำหนักกับเรณูเ
ครอบครัวคนเลี้ยงควายเดินออกมาส่งครอบครัวของมาสที่ต้องเดินทางกลับก่อนเวลา เนื่องจากเขาต้องบินไปดูงานต่างประเทศพร้อมกับพ่อแม่แล้วจึงบินกลับมาจัดการเรื่องงานหมั้นในสัปดาห์หน้าอีกทีภาคีจึงปล่อยให้เด็กทั้งสองเอ่ยคำร่ำลากันโดยการยืนมองอยู่ห่าง ๆ ไม่เข้าไปรบกวน"เราสองคนก็เป็นคู่หมั้นกันแล้วเนอะ คู่หมั้นที่แปลว่าโตไปเราจะแต่งงานกัน" มาสเอ่ยด้วยแววตามั่นคง"ถ้าโตไปแล้วอ้ายมาสเกิดเปลี่ยนใจไม่แต่งกับนิ่ม นิ่มก็ไม่ว่าอะไร" แม้เด็กหญิงจะบอกแบบนั้น แต่ใจก็รู้สึกหวั่นกลัว กลัวว่าอนาคตข้างหน้าเขาจะไปรักคนอื่นมาสยกมือประคองแก้มป่องของนิ่มฟ้าแล้วรั้งเข้ามาหา "อ้ายไม่เปลี่ยนใจ""โอ๊ย ยดน้ำตาลฟ่ำ" น้ำเงี้ยวยื่นหน้าเข้ามาแซวพี่หลังจากที่มาสเดินจากไป สีฝุ่นกับแม่ก็เตรียมเดินกลับโรงแรมด้วยกันเนื่องจากที่พักที่ภาคีจองไว้ให้อยู่ห่างจากบริษัทไปเพียงแปดร้อยเมตรเท่านั้น แต่น้ำเงี้ยวรีบวิ่งไปดักหน้าทั้งคู่"ฉะไปตี้ไหน งิ้วไปโตยได้ก่อ" น้ำเงี้ยวอ้อนสายรุ้งแล้วหันไปขอความเห็นจากสีฝุ่น"คุณสายรุ้งกับน้องฝุ่นไปรถผมเถอะครับ วันนี้ผมก็เปิดห้องพักที่โรงแรมเดี
สีฝุ่นจูงมือน้ำเงี้ยวกลับเข้ามาในงานทันทีที่สายรุ้งเห็นจึงปรี่เข้ามากุมไหล่ลูกชาย "ฝุ่นไปไหนมาครับ แม่หาอยู่ตั้งนาน""ฝุ่นพาน้องไปเข้าห้องน้ำแล้วก็พาไปหาขนมกินครับ" เด็กชายบอกแล้วเหลือบตามองน้ำเงี้ยวตัวน้อย"งั้นไปนั่งที่โต๊ะเถอะครับ น้ำเงี้ยวไปกับป้าไหมคะเดี๋ยวงานจะเริ่มแล้ว" สายรุ้งชวนเด็กหญิงไปนั่งที่โต๊ะด้วยกัน แต่น้ำเงี้ยวเหลือบไปเห็นพ่อที่กำลังเดินเข้ามาในงานพอดี"งิ้วฉะไปหาป้อเจ้า เดี๋ยวมาหาปี้ฝุ่งใหม่เน้อ" น้ำเงี้ยวโบกมือบ๊ายบายสองแม่ลูก เด็กหญิงวิ่งถลาไปกอดขาภาคี "ป้อขี้""เป็นไงบ้างลูก" ภาคีรีบอุ้มลูกสาวจนตัวลอยสูง "หนูเจ๋บตรงไหนก่อ""งิ้วบ่เจ๋บเจ้า แท่ว่าป้อฮู้ได้จะได" มือเล็กประคองแก้มพ่อ"ดีผ่องละตี้หนูบ่เป๋นอะไรมาก และที่ป้อฮู้ก็เพราะว่าพี่น่านฟ้าบอกป้อเองครับ" เขาว่าแล้วเอาหน้าผากชนกับลูกสาว"
น่านฟ้าจูงมือน้ำเงี้ยวมาที่โต๊ะวีไอพีซึ่งมีป้ายเขียนว่า 'ฟาร์มหอยสมปองและสีฝุ่น' ทว่ากลับมีเพียงป้าสายรุ้งที่กำลังคุยกับแขกท่านอื่นที่ภาคีแนะนำให้รู้จักกัน ส่วนสีฝุ่นนั้นกำลังยืนแนะนำอโวคาโดจากไร่กับนักธุรกิจรุ่นราวคราวพ่ออยู่ที่โซนผลไม้"เดี๋ยวงิ้วฉะไปตั๊กตายปี้ฝุ่งเอง" น้ำเงี้ยวเดินนำน่านฟ้าไปหาสีฝุ่นหลังจากที่เด็กชายเพิ่งคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่เสร็จ โดยมีสายตาของภาคีคอยเหลือบมองอยู่ ที่เขาตัดสินใจเชิญสองแม่ลูกมาก็เพื่อทำให้เด็กคนนั้นเห็นว่าธุรกิจหอยกับอโวคาโดสามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่ง"สวัสดีนายสีฝุ่นใช่ไหม" น่านฟ้าทักทายเด็กชายในชุดสูทสีเทาพยักหน้ารับ "ใช่ นายมีอะไรกับเราเหรอ""อ้อ เราแค่จะมาทำความรู้จักด้วยน่ะ เราคือลูกชายของคนที่เชิญนายกับแม่มางาน หอยที่ฟาร์มของตาสมปองอร่อยมากจนป้อเรายังติดใจเลย เราเองก็ชอบมาก เราชื่อน่านฟ้านะ" น่านฟ้ายื่นมือไปให้สีฝุ่นจับสีฝุ่นเขย่ามือน่านฟ้าเบา ๆ "ยินดีที่ได้รู้จักนะน่านฟ้า"น้ำเงี้ยวเห็นพวกพี่ ๆ เขย่ามือกันเธอก็เลยอยากมีส่วนร่วมบ้าง เด็กหญิงวางมือตนเองทับกับมือของสีฝุ่
ความจริงแล้วภาคีไม่ได้ต้องการโอ้อวดสถานะของตัวเอง แต่หลังจากที่เขาซุ่มให้นักสืบของเดอะเซฟเฟอะซิกซ์ตามสืบเรื่องราวความบาดหมางของตระกูลดาลัลอยู่นาน ทำให้พบว่าลูกสาวสุดที่รักกำลังยืนอยู่ท่ามกลางดงอสรพิษและเขาต้องการให้มาสฝึกฝนตัวเองเพื่อปกป้องนิ่มฟ้าได้ทั้งตอนนี้และในอนาคตและนี่ก็เป็นโอกาสทองที่เขาจะต้องรีบไขว่คว้าเอาไว้ และประกาศศักดาให้พวกตีสองหน้ารู้ว่านิ่มฟ้า กฤตกล้าธนาดรคือบุตรสาวของภาคี หนึ่งในทายาทผู้ถือหุ้นส่วนของบริษัทยักษ์ใหญ่ และเป็นหลานสาวของหม่อมเจ้าภูวสิน หรือที่ทุกคนเรียกกว่ามาเฟียผู้คุมอาณาจักรควาย เขาอยากให้กลุ่มคนที่คิดจะทำร้ายมาสกับนิ่มฟ้ารับรู้ว่าต้นตระกูลของเขาแม้ไม่ได้ร่ำรวยเทียบเท่าครอบครัวดาลัล แต่ก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าใครช่วงเวลาห้าโมงเย็นบริเวณหน้าบริษัทตึกดำสูงระฟ้ารถลีมูซีนสีขาวติดฟิล์มดำแปะโลโก้ของ Z6 ทะยานเข้ามาจอดหน้าพรมสีแดงที่ปูทอดยาวเข้าไปในตึก ภาคีกระชับสูทสีดำสนิททั้งตัวก้าวขาลงมาจากรถโดยมีทีมบอดี้การ์ดประจำตัวของพี่ชายคนสนิทอย่างซุสคอยดูแลวันนี้เขาสลัดมาดจากพ่อเลี้ยงบ้านไร่คุมควายหลายพันตัวเป็นประธานบริษัทมาดขรึม ผมหยิกหยองของเขาถูกเซ็ตเสยไปด้านหลังเป







