Home / โรแมนติก / เหนื่อยที่จะร้าย / งานแต่งที่เธอไม่ต้องการ

Share

งานแต่งที่เธอไม่ต้องการ

last update publish date: 2025-12-29 22:56:10

งานแต่งที่เธอไม่ต้องการ

ภายในร้านพรีเวดดิ้งที่ผนังเป็นกระจกใส คนภายนอกสามารถมองทะลุข้างในได้ชัดแจ๋ว ชุดสีขาวฟูฟ่องบนหุ่นหันโชว์คนเดินผ่านไปมาบ่งบอกว่านี่คือร้านที่บริการเกี่ยวกับงานแต่ง ชุดเจ้าสาวที่ตัดเย็บอย่างประณีตมีตั้งแต่ชุดไทยไปยันชุดกระโปรงสีขาวพองฟูเหมือนขนมถ้วยแขวนเรียงรายบนตู้โชว์ ภายในร้านมีคู่บ่าวสาวประปราย กลางห้องรับแขกมีคู่บ่าวสาวนั่งอยู่บนโซฟาหรูพร้อมพนักงานที่พร้อมจะอธิบายและแนะนำแพ็คเก็จ

“พี่ภูว่าแบบไหนสวยคะ” เธอยื่นแบบของชำร่วยให้อีกฝ่ายดูเพื่อการตัดสินใจ เขานั่งนิ่งตัวแข็งเป็นหุ่นยนต์จนลูกหว้านึกอายพนักงานของร้าน เธอเป็นเพื่อนเจ้าของที่นี่ก็จริง แต่ยัยนั่นติดธุระข้างนอก คนที่บริการตนตอนนี้จึงเป็นผู้จัดการสาวซึ่งดูท่าทางน่าจะแก่กว่าเธอสักสี่ห้าปีได้

“เอาไรก็เลือกๆ ไปเถอะ จะได้รีบกลับ” น้ำเสียงนิ่งเรียบบอกปัดๆ ไม่แม้แต่จะชายตาแลสิ่งที่อยู่ตรงหน้า สิ่งที่ดึงดูดเขาได้ดีที่สุดคือมือถือที่กำลังพิมพ์ตอบโต้กับใครอีกคน ผู้ที่กุมหัวใจของไว้ทั้งดวง ถ้าเลือกได้ผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาในร้านพรีเวดดิ้งนี้ก็อยากให้เป็นเธอ ไม่ใช่ลูกหว้า!!!

“เห้ย โทษทีมาสาย” เสียงหนึ่งดังขึ้นเหนือศีรษะพวกเขา เฟย์ เจ้าของร้านในชุดทะมัดทะแมงเดินโบกมือระบายความร้อนมาทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ผู้เป็นเพื่อน

“พี่ภู สวัสดีค่ะ” คนมาใหม่ยกมือไหว้ว่าที่สามีเพื่อนซึ่งเขาเพียงพยักหน้าตอบรับ น้ำถูกเสิร์ฟทันทีเมื่อก้นสัมผัสความนุ่มของโซฟา หล่อนพยักหน้าขอบใจพนักงาน

“นี่วัดตัวเสร็จยัง”

“วัดเสร็จแล้ว กำลังช่วยกันเลือกของชำร่วยอยู่น่ะ ส่วนการ์ดเลือกแล้ว” หล่อนหยิบตัวอย่างการ์ดแต่งงานน้ำเงินเข้มล้อมด้วยกรอบดอกไม้อ่อน ตรงกลางเป็นชื่อย่ออักษรคู่บ่าวสาว

“เลือกได้ดี”

“เพื่อนเธอมาแล้ว งั้นก็ให้เพื่อนเธอช่วยเลือกไปแล้วกัน เป็นถึงเจ้าของร้านคงเลือกได้ดีกว่าฉัน คงกลับบ้านเองได้นะ” ภูวดลเหลือบตามองสองสาวก่อนตัดสินใจกลับโดยไม่แคร์อีกฝ่าย เพราะอยู่ไปก็คงไม่มีประโยชน์ เรื่องอะไรที่เขาต้องทนอยู่เลือกของไร้สาระพวกนี้ ยอมมาด้วยก็บุญแล้ว วันนี้เป็นวันหยุดเขาทั้งทีแทนที่จะได้พักผ่อนกลับต้องมาเป็นหุ่นให้พวกช่างวัดนุ่นนี่ตั้งแต่เช้า ขนาดออกปากว่าให้เวลาแค่ชั่วโมงเดียวแต่โดนยัยนั่นกักตัวไปเกือบสามชั่วโมง เพราะมัวแต่อิดออดไม่ตัดสินใจเลือกสักที

“พี่ภู เดี๋ยวก่อนสิ นี่มันงานแต่งเรานะจะให้คนอื่นเลือกได้ไง” ลูกหว้าลุกตามหมายจะเกาะแขนรั้งร่างสูงไว้ทว่าอีกฝ่ายไหวตัวทันเบี่ยงแขนหลบ เธอจึงได้แต่คว้าอากาศ พนักงานในร้านที่มองอยู่ถึงกับอึ้งแต่เมื่อโดนสายตาตำหนิจากเจ้าของร้านก็พากันเบือนหน้าหนีก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ตัวเองต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ฉันว่าฉันพูดชัดเจนแล้วนะลูกหว้า” น้ำเสียงเด็ดขาดเย็นชาหันมามองหล่อนเต็มตา จนอีกฝ่ายไม่กล้าพูดอะไรต่อนอกจากยืนนิ่ง เมื่ออีกฝ่ายสงบเขาจึงหันหลังเดินจากไม่แม้แต่จะหันตามเสียงที่เพียรพยายามเรียก

“พี่ภู กลับมาเดียวนี้นะ พี่ภู” คนที่ถูกว่าที่เจ้าบ่าวทิ้งได้แต่ยืนระงับโทสะที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในอก ลูกหว้ารู้สึกทั้งโกรธทั้งเสียใจ อยากจะกรี๊ดให้ลั่นร้านแต่ทำได้แค่กระทืบเท้า มือบางกำแน่นเข้าหากันด้วยความไม่ได้ดั่งใจ

“ใจเย็นๆ ลูกหว้า” เฟย์เดินเข้ามาตบไหล่เพื่อนให้กำลังใจ ตอนนี้เธอไล่พนักงานออกไปจากตรงนั้นแล้ว โชคดีที่ลูกค้าคู่อื่นเดินขึ้นไปลองชุดชั้นสอง ไม่อย่างนั้นเพื่อนเธอคงได้อายคนมากกว่านี้

“เป็นแกจะใจเย็นได้ไหมเฟย์”

“ก็แกเลือกเองที่จะทำแบบนี้ ก็คงต้องรับกับสิ่งที่เลือกแล้ว”

“ฉันต้องทำไงเขาถึงจะรักฉัน” เธอเงียบไปหลายนาทีกว่าจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาหวิว คล้ายถามตัวเองมากกว่าจะถามผู้เป็นเพื่อน

ภายในห้องบอลรูมของโรงแรมหรูใจกลางกรุงถูกเนรมิตประดับตกแต่งด้วยช่อดอกไม้โทนสีฟ้าขาวด้วยธีมงานที่ฝ่ายเจ้าสาวเป็นคนเลือกสรร แขกเหรื่อที่ร่วมงานต่างเป็นคนใกล้ชิดสนิทสนมทั้งฝั่งเจ้าสาวและเจ้าบ่าว

"วันนี้เจ้าหญิงของพี่สวยที่สุดเลยค่ะ" ชินดนัยเอ่ยปากชมเจ้าสาว พี่คนโตเห็นน้องสาวในชุดกระโปรงบานกรอมเท้าสีขาว ปักเพชรระยิบระยับยามต้องแสง แล้วจู่ๆ เกิดความรู้สึกใจหายขึ้นมา น้องน้อยที่เลี้ยงมาตั้งแต่แบเบาะ คอยดูแลราวกับไข่ในหิน เฝ้าคอยวันที่หล่อนเติบโตอย่างทะนุถนอม วันนี้จะออกเรือนย้ายไปมีชีวิตครอบครัวของตัวเอง

"พี่ชายหนูทั้งสองก็หล่อมากเลยค่ะ ว่าแต่เมื่อไหร่จะถึงคิวพี่ชายใหญ่ละคะ" หล่อนส่งสายตาไปยังคนที่ยืนอยู่ข้างชินดนัย ทำเอาว่าที่พี่สะใภ้ยืนหน้าร้อนผ่าวทันทีเมื่อถูกถามเรื่องตัวเอง

"ต้องถามน้องแก้มแล้วละค่ะ เมื่อไหร่จะตอบตกลงแต่งกับพี่สักที" เขาก้มลงสบตาคนข้างกายอย่างมีความหมาย

"พี่ไม่รีบร้อนค่ะน้องลูกหว้า พี่ขอทำงานก่อนนิดหนึ่ง" คนถูกคาดคั้นปฏิเสธพัลวัน เธอพึ่งได้ทำงานแค่ไม่กี่ปี กำลังสนุกกับมันเลยยังไม่คิดเรื่องครองคู่ แม้จะเห็นใจแฟนอยู่บ้าง เพราะชินดนัยขอเธอแต่งมาสองรอบแล้ว

"เหมือนเห็นคนแถวนี้กินแห้วนะครับ" น้องชายคนรองอย่างเชนรีบแซวทันทีเมื่อมีโอกาส

"เหอะ นายเองก็เถอะ รีบหาได้แล้วแฟนน่ะ หรือไม่มีใครเอา"

"โถ่ น้องชายพี่หล่อขนาดนี้ มีหรือจะหาไม่ได้" ไม่อยากบอกหรอกว่าแหม่มร่วมคลาสต่อแถวรุมจีบจนแทบปฏิเสธไม่หวาดไม่ไหว

สองสาวได้ยินพี่น้องกัดกันก็ได้แต่ขำ ต่างจากเจ้าบ่าวที่ยืนหน้าตูมข้างๆ พอพี่ชายคนโตวัดสายตาไปมองก็รู้สึกเย็นยะเยือกที่ท้ายทอยโดยไม่ทราบสาเหตุ

เขาเคยไปบ้านเชนบ่อยครั้งและรู้จักพี่ชายเพื่อนดี ตอนแรกชินดนัยก็ดูมีท่าทีเป็นมิตรอยู่มาก แต่พอเขาเพิ่มสถานะจากเพื่อนน้องชายมาเป็นน้องเขย ความเป็นมิตรจากดวงตาคู่นั้นก็เริ่มแข็งกร้าว มันคงจะดีถ้านั่นมันเป็นอาการหวงน้องสาวของคนทั่วไป แต่ภูวดลรู้เบื้องลึกผู้ชายคนนี้ดี เพราะเขาก็ไม่ต่างอะไรจากพวกมาเฟีย ดูได้จากการเลี้ยงลูกน้องอยู่เต็มบ้าน ไปไหนมาไหนก็มีบอดี้การ์ดรอบล้อมข้างกายเต็มไปหมด โชคยังดีที่เพื่อนเขามันไม่เป็นแบบพี่ชายของมัน รวมไปถึงว่าที่ภรรยา ไม่งั้นเขาคงระแวงในการใช้ชีวิตจนไม่เป็นอันทำงานทำการ แต่นี่ไม่ใช่สาเหตุเดียวของท่าทางต่อต้านนั่น สาเหตุหลักๆ คงเป็นเพราะที่มาของการแต่งงานครั้งนี้

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความชื่นมื่น แขกเหรื่อที่มาร่วมแสดงความยินดีมากหน้าหลายตา เนื่องด้วยฝ่ายเจ้าสาวค่อนข้างมีอิทธิพลในแวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจยิบย่อยอื่นๆ อีกเกือบสิบ ไหนจะแขกจากฝ่ายเจ้าบ่าว รวมทั้งผองเพื่อนที่รู้จักทั้งสองฝั่ง ฮอลล์แห่งนี้จึงดูคับแคบไปถนัดตา

"ยินดีด้วยนะครับ คุณชาญวิทย์" หนึ่งในคู่ค้าคนสนิทเดินมาจับมือกับบิดาเจ้าสาวเพื่อแสดงความยินดี

"ครับผม ขอบคุณมาร่วมงานลูกสาวผมนะครับ เชิญตามสบายเลย กินดื่มให้เต็มที่" แม้จะไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานของลูกสาวเท่าไหร่นักเพราะเขามีคนที่หมายมั่นปั้นมือให้มาเป็นลูกเขยอยู่แล้ว กำลังอยู่ในขั้นตอนเจรจา นึกไม่ถึงว่าลูกสาวตัวดีจะสะบั้นความหวังผู้เป็นบิดาลงด้วยการทำเรื่องงามหน้าซะก่อน ดูทรงแล้วผู้ชายก็คงไม่คิดอะไรกับลูกสาวตน มีแต่คนของเขาเองนั่นแหละที่ระริกระรี้อยากแต่ง แต่เพื่อความสุขของลูกสาวเขาจึงไม่อาจขัด ได้แต่ตามน้ำ อย่างน้อยลูกเขยคนนี้ก็เป็นเพื่อนลูกชายคนรองมาก่อน เห็นหน้าค่าตามานาน ก็พอทุเลาใจได้บ้าง ดีกว่าไปคว้าผู้ชายที่ไหนไม่รู้มาเป็นสามี

แม้ในใจจะไม่ยินดียินร้ายกับงานมงคลแต่ก็ไม่อยากขายหน้า ชาญวิทย์จำเป็นต้องดูแลแขกให้ดี ชื่อเสียง ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ

เมื่อเจ้าสาวถูกเพื่อนๆ ในงานแย่งตัวไปเซลฟี่หน้าแบคดรอป เพราะเธอเป็นคนแรกในกลุ่มที่ได้แต่งงานจึงพากันตื่นเต้น เชนจึงแยกตัวเจ้าบ่าวมาพูดคุยอีกฝั่ง

"ภู กูฝากน้องลูกหว้าด้วยนะ ถึงน้องกูจะเอาแต่ใจไปหน่อย แต่ก็เป็นคนจริงใจ เป็นคนตรงไปตรงมา และรักมึงมาก ได้มึงเป็นน้องเขยกูก็เบาใจหน่อย แต่ถ้าวันไหนมึงไม่ต้องการน้องกู ก็พาลูกหว้ามาส่งที่บ้านก็พอ อย่าทำร้ายเธอ" เชนไม่รู้เรื่องที่ภูวดลมีใจให้ปริมเพราะเขาไปเรียนต่อยังเมืองนอกเลยพูดไปแบบนั้น โดยไม่ทันได้สังเกตสีหน้าเจ้าบ่าว

"เออ" คนถูกฝากฝังไม่สามารถพูดสิ่งใดออกไปได้เมื่อเห็นความเชื่อมั่นในตัวเขาจากแววตาผู้เป็นเพื่อนนอกจากตอบรับไปแบบส่งๆ เพราะรู้ว่ามันต้องวันนั้นแน่ๆ วันที่เขาไปส่งยัยนั่นที่บ้าน

ภูวดลไม่มีความคิดที่จะอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับว่าที่ภรรยาไปตลอดชีวิตแน่ ไม่งั้นคงอกแตกตายวันละหลายสิบรอบ ใครมันจะอยู่กับคนที่ไม่ได้รักได้นานขนาดนั้นกันละ

“กูไม่คิดเลยว่าไอ้ภูจะแต่งกับยั่ยนั่นจริงๆ” คิมควงแก้วไวน์ในมือหมุนไปมา วันนี้เขาสวมชุดสูทสีขาวเข้ากับธีมของงาน

“ไม่ใช่แค่มึงหรอก พวกกูก็ด้วย กูละสงสารมัน” ซีพูดเพราะเขารู้ดีเนื่องจากเคยตามจีบเจ้าสาวของงานมาก่อนและรู้กิตติศัพท์ดี

“พวกมึงนี่ยังไงกัน นินทาผู้หญิง” วัฒน์ดุเพื่อนเพราะเขาเองไม่ได้อะไรกับบุคคลที่เพื่อนจับกลุ่มสนทนา อีกอย่างชนัญชิดาก็เป็นน้องสาวไอ้เชนเพื่อนในกลุ่มที่บินลัดฟ้ามาร่วมงานซึ่งตอนนี้ไปช่วยต้อนรับแขกด้านหน้า

“ถ้าเป็นคนอื่นกูไม่ว่าหรอกแต่เป็นยัยนี่กูละเอือม อดไม่ได้จริงๆ ว่ะ เสียดายความสวยแต่ไม่น่าทำตัวแบบนี้เลย” ซีออกความเห็น พูดไปในสิ่งที่คิด

“แบบนี้แบบไหน” เธียรถามเพื่อนบ้าง อยากรู้ว่าไอ้ซีจะคิดเหมือนอย่างที่เขาคิดหรือไม่

“ก็ตามตื๊อไอ้ภูจนลดคุณค่าในตัวเองนี่ไง นี่เธอไม่รู้เหรอว่าผู้ชายเขารำคาญแค่ไหน ขนาดเด็กอนุบาลยังมองออกว่าไอ้ภูไม่เล่นด้วยแถมมันยังชอบน้องปริมคนสวยนั่นอีก พูดแล้วกูก็สงสารคู่นี้ กำลังจะได้ลงเอยกันแล้วแท้ๆ ลูกหว้านางมารมาแย่งไปซะงั้น”

“มึงก็พูดเกินไป ถ้าไอ้ภูมันไม่อยากแต่งแล้วมันจะยอมแต่งแต่แรกทำไม” กราฟตั้งข้อสงสัยให้เพื่อนคิดตาม จริงอยู่ที่รู้ว่าเพื่อนเขาชอบพอกับน้องรหัสไอ้เธียร แต่มันเรื่องอะไรกันละที่ต้องหนีไปแต่งงานกับผู้หญิงอีกคน

“กูว่าเรื่องนี้มันแปลกๆ” ซีหรี่ตามองคู่บ่าวสาวที่กำลังไหว้ต้อนรับแขกในงาน ใบหน้าเจ้าสาวนั้นยิ้มแย้มด้วยความปรีดา ทว่าเจ้าบ่าวนั้นกับหน้าอมทุกข์ประหนึ่งถูกบังคับเข้าพิธี เอ๊ะหรือว่ามันถูกบังคับจริงๆ

########################################################################

เรื่องนี้มันยังไงๆ น้า ฝากติดตามพรุ่งนี้จ้า

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เหนื่อยที่จะร้าย   ถูกใจไปหมด

    รอไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ปรมินทร์ก็มาพร้อมตะกร้าใบขนาดกลาง เขาเดินหิ้วมันขึ้นมายังบ้านพักผู้จัดการสาว เคาะห้องเธอเพียงสามครั้ง ประตูก็เปิดออกกว้าง ชายหนุ่มยื่นตะกร้าให้หล่อน“ในนี้มีข้าวต้ม แก้วเก็บอุณหภูมินี้เป็นน้ำขิงครับ แล้วนี่ยาแก้หวัด แก้เจ็บคอเผื่อระคายเคือง แล้วนี่ มีเจลลดไข้ด้วย พรุ่งนี้ลูกหว้าไม่ต้องไปทำงานนะครับ เดี๋ยวผมสั่งน้ำหวานทำแทน ลูกหว้าอยู่บ้านพักผ่อนให้สบาย หายเมื่อไหร่ค่อยกลับไปทำ” ปรมินทร์อธิบายสิ่งของในตะกร้าที่พกมาเพื่อหล่อนโดยเฉพาะ แถมยังอนุญาตให้เธอหยุดงานแบบไม่ต้องเอ่ยปากขอ“เอ่อ ยังไงก็ขอบคุณ คุณมากนะคะ” ชนัญชิดายิ้มเก้อๆ รู้สึกเขินนิดๆ เธอทำตัวไม่ถูกเมื่อเจอปรมินทร์ในมาดนี้ แถมยังเรียกชื่อสนิทสนมอีก ไหนจะสายตา คำพูดและการกระทำที่เอาใจใส่กว้าครั้งก่อนมาก ทั้งๆ ที่เมื่อห้าปีที่แล้วแทบจะแยกเขี้ยวใส่กัน แต่ถามว่าชอบไหม เธอชอบมากที่มีคนคอยเป็นห่วงแถมใส่ใจขนาดนี้ปรมินทร์เห็นหล่อนหน้าแดงก่ำ ไม่รู้เพราะพิษไข้หรือเพราะเขินเขากันแน่ ชายหนุ่มกระตุกมุมปากขึ้นยิ้ม จ้องมองคนตัวเล็กกว่าด้วยแววตาเป็นประกายระยิบ เห็นชนัญชิดามีอาการประหม่าก็น่าดูไปอีกแบบ ปกติเธอเป็นคนมั่นใจในต

  • เหนื่อยที่จะร้าย   นี่เขาจีบเธอเหรอ

    ตลอดวันชนัญชิดาวิ่งวุ่นเรื่องงาน แม้ไม่ใช่หน้าที่ตัวเองเธอก็อาสารับทำด้วยความเต็มใจจนเป็นที่เกรงอกเกรงใจของพวกพนักงาน เธอต้องการให้ตัวเองยุ่งอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้สมองไม่ว่าง จะได้ไม่ต้องคิดถึงสายตาของปรมินทร์เมื่อเช้าจนกระทั่งเลิกงานเธอเดินทอดน่อง ดูพวกคนงานรวมตัวกันออกมาเล่นกีฬายังลานออกกำลังกาย ส่วนพวกผู้หญิงบางส่วนก็ถือจอบถือเสียมมารดน้ำพรวนดินยังแปลงการเกษตรที่ไร่จัดไว้ให้เพาะปลูกสำหรับทำกับข้าวกินโดยไม่ต้องเสียตังค์ซื้อ ซึ่งชนัญชิดามองว่าเป็นความคิดที่ดีเลยทีเดียวปรมินทร์ทำให้เธอเห็นในอีกแง่มุมหนึ่งของเขา ชาวไร่ส้มที่นี่รักและเคารพปรมินทร์รองจากพ่อแม่ตนเองเลยก็ว่าได้ เขาไม่ได้ปฏิบัติตนเหมือนเจ้านายที่เที่ยวเอาแต่วางอำนาจออกคำสั่ง พอไม่ได้ดั่งใจก็ดุด่าปรมินทร์ปฏิบัติต่อทุกคนในไร่เสมือนญาติพี่น้องคนหนึ่ง ใครมีปัญหาเดือดร้อนเรื่องไหนเขาสามารถจัดการคลี่คลายปัญหาให้ได้ ดังนั้นพนักงานในไร่ต่างเคารพและนับถือปรมินทร์มากแม้จะอายุยังน้อยก็ตามชนัญชิดาเดินมายังข้างๆ คูสระที่ขุดไว้เลี้ยงปลารวมไปถึงรดน้ำผัก คนงานผู้หญิงพวกนั้นทยอยกลับไปหมดแล้ว พระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้

  • เหนื่อยที่จะร้าย   ผมมีคนที่ชอบอยู่แล้ว

    ผมมีคนที่ชอบอยู่แล้วปรมินทร์กลับเข้าบ้านอีกทีก็เป็นเวลาที่พระอาทิตย์เริ่มลาลับของฟ้าไปแล้ว ไฟตามจุดต่างๆ เริ่มส่องสว่างเป็นจุดๆ“ปิกบ้านแล้วกำ” (กลับบ้านแล้วเหรอ) ปภารัตรีบดึงแขนลูกชายเข้ามานั่งยังโซฟาห้องรับแขกเมื่อเห็นชายหนุ่มเดินผ่านพ้นประตูมา“มีอะหยังครับ” (มีอะไรหรือครับ)เขาเลิกคิ้วถามมารดาที่ดูยิ้มแย้มเหมือนมีเรื่องอะไรตื่นเต้นอยากเล่าให้เขาฟัง“ก็หนูจูนไง หนูจูนพึ่งกลับจากอังกฤษ บอกแม่ว่าอยากมาเที่ยวไร่เรา อีกสามวันน้องก็เดินทางมาถึงไร่เราแล้วนะ ตอนนี้น้องยังอยู่กรุงเทพฯ” (ก็หนูจูนไง หนูจูนพึ่งกลับจากอังกฤษ บอกแม่ว่าอยากมาเที่ยวไร่เรา อีกสามวันน้องก็เดินทางมาถึงไร่เราแล้วนะ ตอนนี้น้องยังอยู่กรุงเทพฯ)ปภารัตเห็นลูกสาวเพื่อนอัปเดตความเคลื่อนไหวลงโซเชียล เธอเลยเข้าไปทักทายจากนั้นไม่นานทั้งสองก็ได้พูดคุยกันและนัดหมายเจอกันในที่สุด“ครับ” ปรมินทร์รับคำ เพราะรู้ทันว่าคงไม่ใช่มาเที่ยวไร่ธรรมดา แม่คงยังไม่เลิกจับคู่ให้เขา ล่าสุดน้องอรของแม่คราวนี้น้องจูนอีก ปรมินทร์คิดแล้วก็พานปวดหัว ยกมือขึ้นนวดขมับ เอนหลังพิงพนักโซฟาด้วยความเหนื่อยใจ แล้วตัดสินใจบอกมารดาไปตามตรง“แม่ครับ ผมมีคนตี้

  • เหนื่อยที่จะร้าย   ขออนุญาตพี่ชาย

    เวลานั้นเองน้ำหวานถึงได้รู้ว่าชนัญชิดาไม่เพียงแค่รวยอย่างที่ปากว่าแต่เป็นโคตะระรวยต่างหาก“สวัสดีครับคุณชินดนัย” ปรมินทร์ซึ่งมาถึงได้สักพักสังเกตการณ์อยู่ก่อน เลยเดินเข้ามาทักชินดนัยด้วยใบหน้ายิ้มๆ คิดจะจีบน้องสาวเขาก็ต้องทำคะแนนจากพี่เขาก่อนอันดับแรก แม้จะโหดแต่ก็ทำใจดีสู้เสือ ทำไงได้รักน้องสาวเขาไปแล้วนี่“สวัสดีครับ” ชินดนัยปรายตาขึ้นมองคนมาใหม่ ปรมินทร์ในชุดเสื้อกล้ามสีขาว คลุมด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเขียวเข้ม สวมหมวกปีกกว้าง ดูจากลักษณะแล้วคงพึ่งมาจากในไร่ เพราะใบหน้าเขาดูเผยความเหนื่อยล้าออกมาให้เห็นอยู่บ้าง“มาเที่ยวเหรอครับ หรือมาเยี่ยมเธอ” เธอที่เขาหมายถึงตอนนี้ขอตัวไปทำงานแล้ว ปล่อยพี่ชายกับบรรดาลูกน้องคนอื่นๆ นั่งดื่มกาแฟอย่างสบายใจที่โต๊ะเดิม“ผมมาทำธุระครับเลยแวะมาดูน้องเสียหน่อย พึ่งกลับมาไทยยังไม่ทันได้หายคิดถึงก็รีบหนีผมมาทำงานที่นี่แล้ว” ชินดนัยผายมือเชิญอีกฝ่ายนั่งลงฝั่งตรงข้าม สายตาคมปลาบมองเจ้าของไร่ด้วยความรู้ทัน ถึงเจจะไม่รายงานเรื่องทั้งหมดภายในไร่แห่งนี้ให้เขาฟังอย่างละเอียด แต่มีหรือที่จะมองไม่ออกว่าปรมินทร์คิดยังไงกับน้องสาวตัวเองตอนแรกเขาไม่มั่นใจ แต่ตอนนี้เข

  • เหนื่อยที่จะร้าย   ฐานะผู้จัดการ

    ฐานะผู้จัดการในขณะที่โซนคาเฟ่กำลังมีเรื่อง ภาคภูมิซึ่งบังเอิญได้ยินข่าวซุบซิบเรื่องชนัญชิดามีผู้ชายหล่อแถมรวยมานั่งเฝ้ายันร้านก็รีบวิ่งแจ้นนำข่าวมาบอกเจ้านายด้วยความไวแสง“แน่ใจ๋กะ ว่าแม่นแต้” (นายแน่ใจนะ)ปรมินทร์ซึ่งกำลังตัดแต่งกิ่งส้มในไร่ถึงกับหยุดชะงัก ถามผู้จัดการไร่คนสนิทเพื่อความมั่นใจ“มั่นใจ๋ครับ ก่อนี่เลาะครับในไลน์กลุ่มนี่เขาเล่ากันหื้อแซดว่าคุณชนัญชิดาเปิ้นเป็น เอ่อ เป็น....เมียน้อยป้อจายคนหั้นตวย” (มั่นใจครับ นี่ไงครับในไลน์กลุ่มเมาท์กันสนั่นเลยว่าคุณชนัญชิดาเป็น เอ่อ เป็น…เมียน้อยผู้ชายคนนั้นด้วย)เขาลังเลที่จะพูดคำนั้นออกมาแต่เมื่อเจอสายตาคาดคั้นเอาคำตอบจากผู้เป็นนาย ภาคภูมิจึงจำใจต้องตอบตามข่าวที่เขาส่งต่อๆ กันมา ซึ่งให้พูดกันตามตรงตัวเขาเองก็ไม่คิดว่าชนัญชิดาจะเป็นอย่างที่พนักงานเขาพูดกัน เธอดูหยิ่งขนาดนั้นมีหรือจะยอมกินน้ำใต้ศอกใคร แถมผู้หญิงแบบเธอหาแฟนหรือสามีเป็นของตัวเองได้สบายๆ ขนาดนั้น คงไม่ยอมเป็นเมียน้อยใครแน่“เอ่อ อั้นฝากยะต่อตวยเน้อ” (เอองั้นฝากทำต่อด้วย)ปรมินทร์ร้อนใจ ยัดกรรไกรแต่งกิ่งใส่มือภาคภูมิ หมอกซึ่งกำลังงุ่นง่านกับการใส่ปุ๋ยคอกก็ได้แต่มองตามแผ่น

  • เหนื่อยที่จะร้าย   ผู้ชายคนนั้นหน้าคุ้นๆ

    ผู้จัดการสาวไหนเลยจะรู้ว่าตัวเองถูกลูกน้องนินทากันสนุกปาก เธอตกใจมากเมื่อเดินมายังคาเฟ่แล้วเห็นพี่ชายกับบอดี้การ์ดนั่งดื่มกาแฟกันอย่างสบายใจโดยไม่แม้แต่จะบอกน้องสาวอย่างเธอสักนิดว่าจะมาหาถึงไร่แถมเมื่อวานก็คุยกันก็ไม่เห็นพูดถึง ส่วนเจก็ได้แต่หลบสายตาคาดโทษจากชนัญชิดา“อย่าไปว่าเจเขาเลย พี่เป็นคนห้ามไม่ให้บอกน้องเองครับ” ชินดนัยแก้ต่างแทนลูกน้อง เขาตั้งใจมาเซอร์ไพรส์อย่างตั้งใจจึงไม่บอกว่าจะมา เขามาทำธุระที่นี่พอดีเลยแวะมาเยี่ยมน้องสาวด้วยความคิดถึง กะว่าจะนอนสักคืนค่อยกลับกรุงเทพฯ พรุ่งนี้เช้า“ก็ถ้าบอกก่อนน้องจะได้ขอลาหยุดไงคะ” พี่ชายมาหาทั้งทีเธอไม่มีเวลาดูแล แถมยังต้องทำงานทั้งวันอีก จะไม่ให้เธอบ่นได้ไง“ไม่เป็นไรค่ะ พี่แค่อยากเห็นตอนน้องทำงาน หนูไม่ต้องสนใจพี่ หนูไปทำงานทำหน้าที่ตัวเองเถอะ พี่จองห้องพักที่นี่ไว้คืนหนึ่ง เลิกงานแล้วเราค่อยไปกินข้าวกันค่ะ” เขาตอบน้องสาวด้วยแววตาเอ็นดูอย่างที่เคยมองมาตลอดชีวิต เขามาทำธุระที่นี่เลยถือโอกาสแวะมาหาน้องน้อยด้วยเสียเลย“ว่าแต่พี่ชายใหญ่มาคนเดียวเหรอคะ ชิสากับพี่แก้มไม่มาด้วยเหรอ” หันซ้ายหันขวาสำรวจก็เห็นแต่พี่ชายกับบอดี้การ์ดเท่านั้น“ไม่

  • เหนื่อยที่จะร้าย   กินข้าวกันเถอะ

    ชนัญชิดาเปิดอกคุย นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้วเขาก็ยังปักหลักอยู่ที่เดิม ทั้งๆ ที่ไม่มีเรื่องอะไรให้น่าห่วงเลยสักนิด เธอเองก็เกรงใจเขาเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายคงเบื่อต้องติดแหงกอยู่บนเขาแห่งนี้“ต้องรอคำสั่งจากคุณชินครับ” เจเองยังไงก็ได้ อยู่ที่นี่ก็ดีอีกแบบ ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ มีกาแฟอร่อยๆ ให้กิน แถมยังมีวิวห

  • เหนื่อยที่จะร้าย   งานเข้า

    การฝึกงานในสวนส้มของชนัญชิดาจบลงไปอย่างราบรื่น อะไรที่ไม่เคยทำก็ได้ลองทำจนหมด วันนี้ชนัญชิดาตื่นแต่เช้าตรู่ เมื่อคืนฝนตกหนัก เช้านี้เลยมีหมอกลอยอ้อยอิ่งตามเขาปกคลุมเสียจนมองไม่เห็นความเขียวชอุ่มของมัน หยาดน้ำค้างยามเช้ายังคงเกาะพืชไม้ใบหญ้าแวววาวเป็นประกายระยิบหญิงสาวในชุดออกกำลังกายเสื้อกล้ามแนบล

  • เหนื่อยที่จะร้าย   ผ่านงาน

    “ครับ ที่นี่อยู่ห่างไกลเมือง กลัวว่าคุณจะไม่มีใช้ อ้อ เกือบลืมเลยครับ นี่ผมทำชงมาให้ กำลังร้อนๆ เลย เห็นเขาบอกว่าดื่มแล้วจะดีขึ้น กระบอกนี้เป็นชาคาโมมายล์ครับ ส่วนกระบอกนี้เป็นน้ำขิงครับ ผมผสมน้ำผึ้งให้แล้วทานง่ายแน่นอน” เขาหยิบแก้วเก็บความร้อนออกมาจากถุงผ้าให้หล่อนสองกระบอก หลังจากกลับในเมืองเขาก็

  • เหนื่อยที่จะร้าย   ความรู้สึกกำลังก่อตัว

    “ค่ะ” ชนัญชิดารับคำเพียงแค่นั้นก็หันกลับมาสนใจการจัดแจกันดอกไม้ต่อเนื่องจากวันนี้มีพวกคนงานเอาดอกไม้ป่ามาฝากเธอระหว่างทาง หล่อนเห็นว่าสวยและหอมดีจึงนำมาจัดใส่แจกันที่ร้านช่วงพักเที่ยงของวัน พนักงานหลายคนต่างสลับกันหยุดพักทานข้าว ชนัญชิดาเองก็เช่นกัน ขณะที่นั่งทานข้าวอยู่ในห้องพักนั้นหล่อนรู้สึกปวด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status