Share

ของขวัญ

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-24 13:15:55

“เห้ย เปิดดิ กูอยากรู้ว่ายัยนั่นให้ไรมึง” คิมเร่งซึ่งทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วยรวมทั้งภูวดล

“คงไม่ใช่อะไรพิลึกๆ หรอกนะ” กราฟว่าทำหน้าขยาด ใจเริ่มกลัวแทนเพื่อน หลี่ตามองยังของในมือเธียร

เธียรถอนหายใจเฮือกใหญ่ ลงมือเปิดกล่องออกด้วยความตื่นเต้น ลุ้นในใจลึกๆ เขาเองก็อยากรู้เหมือนกัน แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็ปรากฏแก่สายตา ตั๋วคอนเสิร์ตนักร้องชื่อของดังต่างประเทศนอนแอ้งแม้งอยู่ภายใน บัตรราคาเกือบครึ่งแสนอยู่ตรงหน้าเขาอย่างไม่น่าเชื่อ

“เห้ย กูว้าวมาก” กราฟเป็นคนแรกที่พูด เขาปรี่เดินมาแย่งกระดาษแข็งๆ จากมือเจ้าของไปชูให้เห็นชัดๆ ให้ทุกคนดู

“ยัยนั่นรู้ได้ไงว่ามึงชอบนักร้องคนนี้” แทนหันไปถามเธียรที่ตอนนี้นั่งนิ่ง สงสัยมันช็อกไปแล้วมั้ง

“เออนั่นดิ แม่งเจ๋งวะ กูนั่งรอกดบัตรตั้งแต่ตีห้ายังไม่ได้เลย แต่ยัยนั่นดันประเคนบัตรหน้าเวทีโซนวีไอพีให้แกได้สบายๆ มาเป็นของขวัญ นี่กูประเมินยัยนั่นต่ำไปสินะ” ซีว่าซึ่งนั่นก็ทำให้ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย

“ว่าแต่ แฟนมึงพอจะมีตั๋วอีกสักใบไหมวะภู” กราฟปรี่เดินมาเกาะแขนภูวดล ส่งสายตาออดอ้อนเพื่อนจนอีกฝ่ายขนลุก

“นั่นดิ กูขอด้วยคน” แทนขอบ้าง เขาเองก็อยากไปดูคอนเสิร์ตนักร้องคนนี้เหมือนกัน แต่ดันลืมวันที่ต้องกดบัตรซะงั้น

ซวยซ้ำซวยซ้อนจริง

“ขอเองดิ” ภูวดลบอกปัดไม่สบอารมณ์ เรื่องอะไรที่เขาต้องแบกหน้าไปขอร้องยัยนั่น

ส่วนเธียรนั่งมองกล่องที่ยังมีการ์ดใบเล็กๆ ติดมาด้วย เขาไล่สายตาอ่านข้อความด้วยลายมือหวัดๆ ที่บ่งบอกถึงความตั้งใจของเจ้าตัว

(หวังว่าจะชอบของขวัญของลูกหว้าชิ้นนี้นะคะ) ลงชื่อ ลูกหว้า

ภูวดลรอเวลาเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นร่างบางกำลังเดินกลับมาในงาน เขาจ้องมองเธอตลอดแต่อีกฝ่ายกลับเมินหน้าหนี ไม่ยอมสบตา แถมยังมีเพื่อนหล่อนเดินตามแจ ผู้ชายอย่างเขาชักหงุดหงิดใจ มีนกับเขาไม่ได้สนิทกันเท่าเธียร หมอนี่เป็นแค่นักร้องในวงดนตรีสมัยมหาลัยที่เธียรเป็นหัวหน้า เคยพูดคุยด้วยนิดหน่อยยามเพื่อนเขาลากมันมาสังสรรค์ด้วยเท่านั้น ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนถือตัว แต่เป็นเพราะต่างฝ่ายต่างเป็นคนพูดไม่เก่ง แถมยังสนใจผู้หญิงคนเดียวกันอีกต่างหาก เลยรู้สึกเขม่นกันเล็กน้อย แต่ก็ไม่เป็นปัญหากวนใจอะไรเพราะปริมเคยบอกเขาว่าคิดกับมันแค่เพื่อน

“ปริม พี่ขอคุยด้วยหน่อย” เมื่อปริมไม่ยอมมองเขาจึงเดินตรงเข้าไปหาเพื่อขอคุยกับคนตัวเล็ก ทว่าเธอกับเมินหน้าหนีไปคุยกับมีนแทน เขาชักฉุนหมอนี่มากกว่าเดิม

“กินนี่สิมีน อร่อยดีนะ” หล่อนจิ้มลูกพับชิ้นเล็กจ่อปากเพื่อนชาย แสร้งไม่สนใครบางคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง

มีนได้แต่มองยอมอ้าปากแต่โดยดี แน่ล่ะอยู่ๆ คนที่เขาแอบชอบป้อนผลไม้ให้นี่ ถึงจะรู้ลึกๆ ว่าปริมกับผู้ชายคนนั้นมีใจต่อกันก็เถอะ

“ปริม”

“พี่ภูกลับเถอะค่ะ ป่านนี้ว่าที่เจ้าสาวรอแย่แล้ว ปล่อยให้เธอรอนานๆ ไม่ดีนะคะ” เธอยืนกรานไม่ยอมคุยแถมยังไล่เขากลับ ทั้งๆ ที่ในใจรู้สึกชนะและสะใจผู้หญิงอีกคน อย่างน้อยผู้ชายก็เป็นฝ่ายวิ่งเข้าหาไม่ใช่วิ่งตามอย่างแม่นั่นทำ ปริมลอบยิ้มในใจ

“ถ้าอย่างนั้นถึงบ้านพี่โทร.หานะครับ” ภูวดลถอดใจ รู้สึกผิดต่อหญิงสาวจึงเป็นฝ่ายล่าถอยแม้ในใจอยากจะดึงเธอเข้ามากอดแล้วบอกว่าเธอนั่นแหละคือคนที่เขารักและคิดจะแต่งงานด้วย แต่ที่เขาต้องแต่งกับยัยนั่นมันเป็นเพราะอุบัติเหตุ เขาไม่ได้ตั้งใจ แต่ภูก็ทำได้แค่คิด แล้วถอนหายใจแรงๆ พร้อมกับเดินจาก

“เห้ยไอ้ภู เดี๋ยวก่อน”

“ไรวะ”

“กูฝากขอบใจลูกหว้าด้วย” เธียรชูตั๋วคอนเสิร์ตขึ้น ภูวดลพยักหน้ารับทว่าสายตายังคงมองมายังร่างเล็ก ที่ตอนนี้หัวเราะคิกคักกับมีน มือหนากำหมัดแน่นก่อนเดินจากด้วยใจที่ปวดหนึบปนโกรธถึงใครบางคนที่ทำร้ายความรู้สึกเขาวันนี้

ปัง

เสียงปิดประตูรถบ่งบอกอารมณ์ฉุนเฉียวคนนั่งข้างคนขับได้เป็นอย่างดี ทว่าคนขับกลับไม่มีแววตื่นตกใจเพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงเมา

ลูกหว้าเหลือบมองคนร่างสูงที่ทิ้งตัวนั่งข้างๆ เอนหลังกับเบาะ ยกมือก่ายหน้าผากอย่างคนหมดแรง

“ดื่มเยอะเหรอคะ” หล่อนถามขณะเหยียบคันเร่งไปตามท้องถนน เบี่ยงหลบรถคันที่สวนเลนมาด้วยความชำนาญ เมื่อถึงถนนสายหลัก ถนนเริ่มโล่ง มือเล็กควานหาทิชชูเปียกยื่นให้คนข้างๆ

“……” เขาเงียบไม่ตอบ ไม่แม้แต่จะลืมตาขึ้นมาดูว่าที่เจ้าสาวที่พยายามชวนคุย จนกระทั่งรู้สึกอะไรเย็นๆ แตะที่หน้าผากส่วนที่โผล่พ้นจากมือนั่นแหละ ดวงตาคมกริบถึงยอมลืมตาขึ้นมา ทิชชูเปียกสีขาวบริสุทธิ์ถูกแปะบนใบหน้าด้วยความเป็นห่วงจากหล่อน แต่ทำไมในใจเขาถึงไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายกับการดูแลเอาใจใส่ของคนข้างๆ ออกจะรำคาญเจ้าหล่อนด้วยซ้ำไป แต่ภูวดลทำอะไรมากไม่ได้นอกจากคำว่า อดทน และ อดทน

“พรุ่งนี้พี่ว่างไหมคะ ลูกหว้านัดช่างวัดตัวที่ร้านยัยเฟย์ไว้ค่ะ” ร้านที่ว่าเป็นร้านเพื่อนเธอเอง ไม่อย่างนั้นเวลาสำหรับหนึ่งเดือนคงไม่เพียงพอต่อการตัดชุดเจ้าสาวเป็นแน่ แต่ด้วยฐานะเพื่อนเจ้าของร้านและอำนาจเงินของตระกูลอัศววัฒน์โยธินจึงได้สิทธิพิเศษ ด้วยงบไม่จำกัดระดมช่างเก่งๆ เข้ามาช่วยออกแบบและเย็บตัดชุดด้วยระยะเวลาที่แสนสั้น

“ให้เวลาหนึ่งชั่วโมง” เสียงตอบราบเรียบไม่แสดงอารมณ์ จริงๆ พรุ่งนี้เป็นวันหยุดเขา แต่ภูวดลคร้านจะต้องติดแจอยู่กับยัยนี่จึงแบ่งเศษเวลาให้หล่อน อย่างน้อยเขาก็ไม่โดนมารดาต่อว่าที่ไม่สนใจเจ้าสาว

“จะพอหรือคะ เราต้องเลือกการ์ด ของชำร่วย” โชคดีที่เธอตกลงเลือกรูปแบบธีมงานกับออแกไนเซอร์ไว้แล้วไม่อย่างนั้นคงไม่ทันแน่ถ้าเจ้าบ่าวเธอยังเฉยเมย ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนทั้งๆ ที่มันงานแต่งตัวเอง ชนัญชิดาได้แต่เหยียดยิ้มบางๆ ด้วยความขมขื่น

“ให้ได้แค่นั้น จะไปไม่ไปก็ตามใจ ส่วนที่พูดมาเธอจัดการเองแล้วกัน” เขาตัดบท หันหน้าหนีไปมองนอกกระจกเพื่อเป็นการยุติสนทนากับอีกฝ่าย หญิงสาวจึงได้แค่มองเสี้ยวหน้าเขาเท่านั้น

งานแต่งที่เขาไม่เต็มใจ เจ้าสาวไม่ใช่คนที่เขาเลือก จะจัดงานยังไงก็เหมือนๆ กันแหละ

“เอางั้นก็ได้ค่ะ” น้ำเสียงที่พยายามข่มความน้อยใจไว้ใจมิดตอบคนข้างกาย ความขมปร่าแล่นเข้าเกาะกุมจิตใจลูกหว้าอย่างจัง ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าภูวดลไม่ได้รักหล่อน เขามีใจให้ใครอีกคน แต่ชนัญชิดาเชื่อเหลือเกินว่าแต่งงานแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น ภูวดลอาจจะหันมามองเธอบ้าง ความใกล้ชิดต้องชนะใจอีกฝ่ายได้สักวัน

เธอมั่นใจว่าจะทำให้เขารักหล่อนให้ได้

เธอเชื่ออย่างนั้น

คนหลังพวงมาลัยได้แต่ปลอบใจตัวเอง พยายามคิดหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง ลืมความรู้สึกที่เจ็บเสียดโพรงอกเมื่อครู่ สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ใช้สมาธิจดจ่อกับเส้นถนนตรงหน้าไม่ให้ใจว่อกแว่กคิดถึงสายตาของภูวดลที่มองผู้หญิงคนนั้น

เพราะรักมากจึงยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ตัวและหัวใจอีกฝ่าย แม้จะสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว แต่อีกครึ่งที่เหลือก็เล่นเอาเธอสาหัสเอาการ

ลูกหว้า เธอต้องทำได้ ภารกิจพิชิตใจภูวดลเริ่ม

เมื่อต่างฝ่ายต่างจมดิ่งกับความคิดตัวเอง ความเงียบจึงเคลื่อนเข้าครอบงำบรรยากาศภายในรถ แม้ภูวดลหลับตานิ่งทว่าไม่ได้หลับอย่างที่หญิงสาวเข้าใจ เขากำลังคิดทบทวน พยายามหาทางออกสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และที่นึกถึงตลอดเวลาก็คงไม่พ้นใบหน้าของหญิงสาวผู้ที่กุมหัวใจเขาไว้ทั้งดวง ปริม ป่านนี้เธอจะเป็นอย่างไร

รถหรูวิ่งด้วยความเร็วคงที่ค่อยๆ ชะลอความเร็วลงเมื่อถึงที่หมาย หล่อนเลี้ยวเข้าบ้านบวรวัฒน์กิจซึ่งมีคนคอยเปิดเมื่อเธอบีบแตรไปเมื่อครู่

“ถึงบ้านแล้วค่ะ พี่ภู ตื่นเถอะ”

“อืม ไม่ชวนเข้าบ้านนะดึกแล้ว ขอบใจ” เขาพูดเสียงห้วนติดความเย็นชา เปิดประตูพรวดแล้วก้าวลงจากรถโดยไม่สนอีกฝ่ายจะทำสีหน้าแบบไหน ไม่แม้จะหันมามองเธอด้วยซ้ำ

“ฝันดีนะคะ” บอกอีกคนที่เดินหายเข้าไปในตัวบ้านเสียงเบาหวิวคล้ายพึมพำกับตัวเองมากกว่า สายตายังคงจดจ้องแผ่นหลังที่กำลังหายลับเมื่อเขาเดินผ่านกรอบประตู หล่อนถอนหายใจเบาๆ ก่อนตัดสินใจกลับบ้านแต่โดยดีทั้งๆ ที่ในใจหมายมาดจะขอเข้าไปคุยกับเขาสักหน่อย แต่กลับโดนไล่ทั้งๆ ที่รถยังจอดไม่สนิทด้วยซ้ำ เอาเถอะ ไล่เธอไปได้แค่ตอนนี้แหละ อีกหน่อยเธอกับภูวดลก็คงได้อยู่ด้วยกันอีกนาน

เพียงแค่คิดก็ทำให้หล่อนยิ้มได้ในที่สุด

################################################################################################

ลูกสาวสวยขนาดนี้ผู้ยังไม่สนใจ ต้องสวยขนาดไหนถึงจะมัดใจผู้ได้คะ

นางเอกสายดัน ดันทุรัง เจอผู้สายเย็นชาจะเป็นไงน้า

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เหนื่อยที่จะร้าย   ถูกใจไปหมด

    รอไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ปรมินทร์ก็มาพร้อมตะกร้าใบขนาดกลาง เขาเดินหิ้วมันขึ้นมายังบ้านพักผู้จัดการสาว เคาะห้องเธอเพียงสามครั้ง ประตูก็เปิดออกกว้าง ชายหนุ่มยื่นตะกร้าให้หล่อน“ในนี้มีข้าวต้ม แก้วเก็บอุณหภูมินี้เป็นน้ำขิงครับ แล้วนี่ยาแก้หวัด แก้เจ็บคอเผื่อระคายเคือง แล้วนี่ มีเจลลดไข้ด้วย พรุ่งนี้ลูกหว้าไม่ต้องไปทำงานนะครับ เดี๋ยวผมสั่งน้ำหวานทำแทน ลูกหว้าอยู่บ้านพักผ่อนให้สบาย หายเมื่อไหร่ค่อยกลับไปทำ” ปรมินทร์อธิบายสิ่งของในตะกร้าที่พกมาเพื่อหล่อนโดยเฉพาะ แถมยังอนุญาตให้เธอหยุดงานแบบไม่ต้องเอ่ยปากขอ“เอ่อ ยังไงก็ขอบคุณ คุณมากนะคะ” ชนัญชิดายิ้มเก้อๆ รู้สึกเขินนิดๆ เธอทำตัวไม่ถูกเมื่อเจอปรมินทร์ในมาดนี้ แถมยังเรียกชื่อสนิทสนมอีก ไหนจะสายตา คำพูดและการกระทำที่เอาใจใส่กว้าครั้งก่อนมาก ทั้งๆ ที่เมื่อห้าปีที่แล้วแทบจะแยกเขี้ยวใส่กัน แต่ถามว่าชอบไหม เธอชอบมากที่มีคนคอยเป็นห่วงแถมใส่ใจขนาดนี้ปรมินทร์เห็นหล่อนหน้าแดงก่ำ ไม่รู้เพราะพิษไข้หรือเพราะเขินเขากันแน่ ชายหนุ่มกระตุกมุมปากขึ้นยิ้ม จ้องมองคนตัวเล็กกว่าด้วยแววตาเป็นประกายระยิบ เห็นชนัญชิดามีอาการประหม่าก็น่าดูไปอีกแบบ ปกติเธอเป็นคนมั่นใจในต

  • เหนื่อยที่จะร้าย   นี่เขาจีบเธอเหรอ

    ตลอดวันชนัญชิดาวิ่งวุ่นเรื่องงาน แม้ไม่ใช่หน้าที่ตัวเองเธอก็อาสารับทำด้วยความเต็มใจจนเป็นที่เกรงอกเกรงใจของพวกพนักงาน เธอต้องการให้ตัวเองยุ่งอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้สมองไม่ว่าง จะได้ไม่ต้องคิดถึงสายตาของปรมินทร์เมื่อเช้าจนกระทั่งเลิกงานเธอเดินทอดน่อง ดูพวกคนงานรวมตัวกันออกมาเล่นกีฬายังลานออกกำลังกาย ส่วนพวกผู้หญิงบางส่วนก็ถือจอบถือเสียมมารดน้ำพรวนดินยังแปลงการเกษตรที่ไร่จัดไว้ให้เพาะปลูกสำหรับทำกับข้าวกินโดยไม่ต้องเสียตังค์ซื้อ ซึ่งชนัญชิดามองว่าเป็นความคิดที่ดีเลยทีเดียวปรมินทร์ทำให้เธอเห็นในอีกแง่มุมหนึ่งของเขา ชาวไร่ส้มที่นี่รักและเคารพปรมินทร์รองจากพ่อแม่ตนเองเลยก็ว่าได้ เขาไม่ได้ปฏิบัติตนเหมือนเจ้านายที่เที่ยวเอาแต่วางอำนาจออกคำสั่ง พอไม่ได้ดั่งใจก็ดุด่าปรมินทร์ปฏิบัติต่อทุกคนในไร่เสมือนญาติพี่น้องคนหนึ่ง ใครมีปัญหาเดือดร้อนเรื่องไหนเขาสามารถจัดการคลี่คลายปัญหาให้ได้ ดังนั้นพนักงานในไร่ต่างเคารพและนับถือปรมินทร์มากแม้จะอายุยังน้อยก็ตามชนัญชิดาเดินมายังข้างๆ คูสระที่ขุดไว้เลี้ยงปลารวมไปถึงรดน้ำผัก คนงานผู้หญิงพวกนั้นทยอยกลับไปหมดแล้ว พระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้

  • เหนื่อยที่จะร้าย   ผมมีคนที่ชอบอยู่แล้ว

    ผมมีคนที่ชอบอยู่แล้วปรมินทร์กลับเข้าบ้านอีกทีก็เป็นเวลาที่พระอาทิตย์เริ่มลาลับของฟ้าไปแล้ว ไฟตามจุดต่างๆ เริ่มส่องสว่างเป็นจุดๆ“ปิกบ้านแล้วกำ” (กลับบ้านแล้วเหรอ) ปภารัตรีบดึงแขนลูกชายเข้ามานั่งยังโซฟาห้องรับแขกเมื่อเห็นชายหนุ่มเดินผ่านพ้นประตูมา“มีอะหยังครับ” (มีอะไรหรือครับ)เขาเลิกคิ้วถามมารดาที่ดูยิ้มแย้มเหมือนมีเรื่องอะไรตื่นเต้นอยากเล่าให้เขาฟัง“ก็หนูจูนไง หนูจูนพึ่งกลับจากอังกฤษ บอกแม่ว่าอยากมาเที่ยวไร่เรา อีกสามวันน้องก็เดินทางมาถึงไร่เราแล้วนะ ตอนนี้น้องยังอยู่กรุงเทพฯ” (ก็หนูจูนไง หนูจูนพึ่งกลับจากอังกฤษ บอกแม่ว่าอยากมาเที่ยวไร่เรา อีกสามวันน้องก็เดินทางมาถึงไร่เราแล้วนะ ตอนนี้น้องยังอยู่กรุงเทพฯ)ปภารัตเห็นลูกสาวเพื่อนอัปเดตความเคลื่อนไหวลงโซเชียล เธอเลยเข้าไปทักทายจากนั้นไม่นานทั้งสองก็ได้พูดคุยกันและนัดหมายเจอกันในที่สุด“ครับ” ปรมินทร์รับคำ เพราะรู้ทันว่าคงไม่ใช่มาเที่ยวไร่ธรรมดา แม่คงยังไม่เลิกจับคู่ให้เขา ล่าสุดน้องอรของแม่คราวนี้น้องจูนอีก ปรมินทร์คิดแล้วก็พานปวดหัว ยกมือขึ้นนวดขมับ เอนหลังพิงพนักโซฟาด้วยความเหนื่อยใจ แล้วตัดสินใจบอกมารดาไปตามตรง“แม่ครับ ผมมีคนตี้

  • เหนื่อยที่จะร้าย   ขออนุญาตพี่ชาย

    เวลานั้นเองน้ำหวานถึงได้รู้ว่าชนัญชิดาไม่เพียงแค่รวยอย่างที่ปากว่าแต่เป็นโคตะระรวยต่างหาก“สวัสดีครับคุณชินดนัย” ปรมินทร์ซึ่งมาถึงได้สักพักสังเกตการณ์อยู่ก่อน เลยเดินเข้ามาทักชินดนัยด้วยใบหน้ายิ้มๆ คิดจะจีบน้องสาวเขาก็ต้องทำคะแนนจากพี่เขาก่อนอันดับแรก แม้จะโหดแต่ก็ทำใจดีสู้เสือ ทำไงได้รักน้องสาวเขาไปแล้วนี่“สวัสดีครับ” ชินดนัยปรายตาขึ้นมองคนมาใหม่ ปรมินทร์ในชุดเสื้อกล้ามสีขาว คลุมด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเขียวเข้ม สวมหมวกปีกกว้าง ดูจากลักษณะแล้วคงพึ่งมาจากในไร่ เพราะใบหน้าเขาดูเผยความเหนื่อยล้าออกมาให้เห็นอยู่บ้าง“มาเที่ยวเหรอครับ หรือมาเยี่ยมเธอ” เธอที่เขาหมายถึงตอนนี้ขอตัวไปทำงานแล้ว ปล่อยพี่ชายกับบรรดาลูกน้องคนอื่นๆ นั่งดื่มกาแฟอย่างสบายใจที่โต๊ะเดิม“ผมมาทำธุระครับเลยแวะมาดูน้องเสียหน่อย พึ่งกลับมาไทยยังไม่ทันได้หายคิดถึงก็รีบหนีผมมาทำงานที่นี่แล้ว” ชินดนัยผายมือเชิญอีกฝ่ายนั่งลงฝั่งตรงข้าม สายตาคมปลาบมองเจ้าของไร่ด้วยความรู้ทัน ถึงเจจะไม่รายงานเรื่องทั้งหมดภายในไร่แห่งนี้ให้เขาฟังอย่างละเอียด แต่มีหรือที่จะมองไม่ออกว่าปรมินทร์คิดยังไงกับน้องสาวตัวเองตอนแรกเขาไม่มั่นใจ แต่ตอนนี้เข

  • เหนื่อยที่จะร้าย   ฐานะผู้จัดการ

    ฐานะผู้จัดการในขณะที่โซนคาเฟ่กำลังมีเรื่อง ภาคภูมิซึ่งบังเอิญได้ยินข่าวซุบซิบเรื่องชนัญชิดามีผู้ชายหล่อแถมรวยมานั่งเฝ้ายันร้านก็รีบวิ่งแจ้นนำข่าวมาบอกเจ้านายด้วยความไวแสง“แน่ใจ๋กะ ว่าแม่นแต้” (นายแน่ใจนะ)ปรมินทร์ซึ่งกำลังตัดแต่งกิ่งส้มในไร่ถึงกับหยุดชะงัก ถามผู้จัดการไร่คนสนิทเพื่อความมั่นใจ“มั่นใจ๋ครับ ก่อนี่เลาะครับในไลน์กลุ่มนี่เขาเล่ากันหื้อแซดว่าคุณชนัญชิดาเปิ้นเป็น เอ่อ เป็น....เมียน้อยป้อจายคนหั้นตวย” (มั่นใจครับ นี่ไงครับในไลน์กลุ่มเมาท์กันสนั่นเลยว่าคุณชนัญชิดาเป็น เอ่อ เป็น…เมียน้อยผู้ชายคนนั้นด้วย)เขาลังเลที่จะพูดคำนั้นออกมาแต่เมื่อเจอสายตาคาดคั้นเอาคำตอบจากผู้เป็นนาย ภาคภูมิจึงจำใจต้องตอบตามข่าวที่เขาส่งต่อๆ กันมา ซึ่งให้พูดกันตามตรงตัวเขาเองก็ไม่คิดว่าชนัญชิดาจะเป็นอย่างที่พนักงานเขาพูดกัน เธอดูหยิ่งขนาดนั้นมีหรือจะยอมกินน้ำใต้ศอกใคร แถมผู้หญิงแบบเธอหาแฟนหรือสามีเป็นของตัวเองได้สบายๆ ขนาดนั้น คงไม่ยอมเป็นเมียน้อยใครแน่“เอ่อ อั้นฝากยะต่อตวยเน้อ” (เอองั้นฝากทำต่อด้วย)ปรมินทร์ร้อนใจ ยัดกรรไกรแต่งกิ่งใส่มือภาคภูมิ หมอกซึ่งกำลังงุ่นง่านกับการใส่ปุ๋ยคอกก็ได้แต่มองตามแผ่น

  • เหนื่อยที่จะร้าย   ผู้ชายคนนั้นหน้าคุ้นๆ

    ผู้จัดการสาวไหนเลยจะรู้ว่าตัวเองถูกลูกน้องนินทากันสนุกปาก เธอตกใจมากเมื่อเดินมายังคาเฟ่แล้วเห็นพี่ชายกับบอดี้การ์ดนั่งดื่มกาแฟกันอย่างสบายใจโดยไม่แม้แต่จะบอกน้องสาวอย่างเธอสักนิดว่าจะมาหาถึงไร่แถมเมื่อวานก็คุยกันก็ไม่เห็นพูดถึง ส่วนเจก็ได้แต่หลบสายตาคาดโทษจากชนัญชิดา“อย่าไปว่าเจเขาเลย พี่เป็นคนห้ามไม่ให้บอกน้องเองครับ” ชินดนัยแก้ต่างแทนลูกน้อง เขาตั้งใจมาเซอร์ไพรส์อย่างตั้งใจจึงไม่บอกว่าจะมา เขามาทำธุระที่นี่พอดีเลยแวะมาเยี่ยมน้องสาวด้วยความคิดถึง กะว่าจะนอนสักคืนค่อยกลับกรุงเทพฯ พรุ่งนี้เช้า“ก็ถ้าบอกก่อนน้องจะได้ขอลาหยุดไงคะ” พี่ชายมาหาทั้งทีเธอไม่มีเวลาดูแล แถมยังต้องทำงานทั้งวันอีก จะไม่ให้เธอบ่นได้ไง“ไม่เป็นไรค่ะ พี่แค่อยากเห็นตอนน้องทำงาน หนูไม่ต้องสนใจพี่ หนูไปทำงานทำหน้าที่ตัวเองเถอะ พี่จองห้องพักที่นี่ไว้คืนหนึ่ง เลิกงานแล้วเราค่อยไปกินข้าวกันค่ะ” เขาตอบน้องสาวด้วยแววตาเอ็นดูอย่างที่เคยมองมาตลอดชีวิต เขามาทำธุระที่นี่เลยถือโอกาสแวะมาหาน้องน้อยด้วยเสียเลย“ว่าแต่พี่ชายใหญ่มาคนเดียวเหรอคะ ชิสากับพี่แก้มไม่มาด้วยเหรอ” หันซ้ายหันขวาสำรวจก็เห็นแต่พี่ชายกับบอดี้การ์ดเท่านั้น“ไม่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status