Se connecter“แต่งงาน? คุณอรุณล้อฉันเล่นเหรอคะ” พัชชาแสยะยิ้มอย่างงุนงง ต่อให้เป็นเรื่องล้อเล่นแต่ก็รู้สึกตกใจมากเพราะเธอกับชายหนุ่มนั้นแทบจะไม่รู้จักกันเลยด้วยซ้ำ
“ผมพูดจริง ที่ผมมาหาคุณก็เพราะอยากคุยเรื่องแต่งงานนี่แหละ” ชายหนุ่มยืนยันคำพูดของตัวเอง แต่ดูเหมือนหญิงสาวจะเริ่มไม่สบอารมณ์ขึ้นมาแล้ว
“ถ้าคุณยังจะพูดเล่นอีกงั้นฉันไม่คุยด้วยแล้วนะคะ”
“ผมไม่ได้ล้อเล่น คุณให้เวลาผมได้อธิบายก่อนได้มั้ย สุดท้ายคุณจะตอบตกลงหรือไม่ผมก็โอเคทั้งนั้น นั่งลงก่อนนะครับ” อรุณพยายามยื้อพัชชาให้อยู่ต่อ อย่างน้อยก็อยากอธิบายความหมายของคำว่าแต่งงานที่ตัวเขาพึ่งพูดถึงเมื่อสักครู่ พัชชาเองพอเห็นแววตาและท่าทางที่จริงจังของอรุณก็อยากลองที่จะรับฟังเหตุผลของชายหนุ่มดู แต่ยังไงเรื่องแต่งงานเธอก็คงไม่ตอบตกลงอย่างแน่นอน
อรุณเล่าปัญหาของตัวเองที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ให้พัชชาเข้าใจ หญิงสาวเองเมื่อรู้ว่าชายหนุ่มแค่ต้องการหาคนมาแต่งงานด้วยเพื่อตบตาผู้เป็นแม่ก็เริ่มผ่อนคลายลง แต่ก็ยังมีบางเรื่องอยู่ดีที่หญิงสาวอยากรู้ว่าทำไมเธอต้องเป็นตัวเลือกของชายหนุ่มด้วย
“ที่คุณเลือกฉันเพราะฉันจนใช่มั้ยคะ ฉันง่ายต่อการรับจ้างพวกงานที่ได้เงินเยอะๆ แบบนี้ คุณรู้ว่าถ้าฉันเห็นเงินก้อนโตก็จะไม่ปฏิเสธแน่นอน”
“คุณพูดซะผมดูแย่เลย ถ้าคิดอีกแง่มันก็เป็นแค่งานอย่างหนึ่ง ผมจ้างคุณ คุณรับงาน พอครบสัญญาก็แยกย้ายกันก็ได้”
“แต่มันเรื่องแต่งงานเลยนะคะ สำหรับฉันถ้าต้องแต่งงานมันต้องต่างฝ่ายต่างชอบพอกันอยากสร้างครอบครัวด้วยกันจะเอามาเป็นเรื่องสมมุติไม่ได้”
“งั้นเราก็ไม่ต้องให้มันเป็นแค่เรื่องสมมุติ”
“คุณหมายความว่าไง?”
“ถ้าคุณไม่อยากให้มันเป็นแค่งานรับจ้างงั้นเราก็มาแต่งงานใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันจริงๆ” คำพูดกำกวมของอรุณทำพัชชาหลุดขำออกมาทันที แต่ละคำที่ชายหนุ่มพูดออกมานั้นดูง่ายดายซะเหลือเกิน
“ฉันว่าคุณไม่ปกติแล้วนะคะอยู่ๆ จะมาขอคนที่คุณพึ่งเจอหน้าแต่งงานด้วย คนรวยอย่างพวกคุณดูคิดอะไรทำอะไรง่ายจังเลยนะคะ”
“งั้นเราก็มาเริ่มทำความรู้จักกันตอนนี้เลย ถ้า1เดือนต่อจากนี้คุณพอใจในตัวผมงั้นเราก็มาแต่งงานกัน”
“คุณชอบฉันเหรอคะ?” พัชชาถามตรงประเด็น เห็นอรุณพยายามยื่นข้อเสนอต่างๆ นานาเพื่อที่จะแต่งงานกับเธอก็อดเคลือบแคลงไม่ได้ หรือเป็นเพราะเธอหน้าคล้ายคนรักในอดีตเลยทำให้ชายหนุ่มรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมากันแน่
“ผมยังไม่รู้จักคุณดีเลยจะชอบคุณได้ไง” ชายหนุ่มหลุดยิ้ม
“ก็นึกว่าจะเป็นเหมือนพวกรักแรกพบอะไรแบบนั้น หรือที่คุณเลือกฉันเป็นเพราะฉันหน้าเหมือนแฟนเก่าคุณ”
“ผมยอมรับว่ามีส่วน ตอนเจอคุณครั้งแรกผมหวั่นไหวจริงๆ แต่พอได้รู้จักคุณวันนี้ผมถึงได้รู้ว่าคุณกับศศิแตกต่างกันมาก คุณไม่ต้องกลัวว่าผมจะเอาคุณมาเป็นตัวแทนศศิหรอก ผมไม่ใช่คนโหดร้ายขนาดนั้น ก็อย่างที่ผมบอกว่าแม่ผมอยากให้ผมแต่งงานมีลูกมีครอบครัวก่อนหน้านี้ผมก็เลี่ยงมาตลอดแต่ตอนนี้เลี่ยงอีกไม่ได้แล้ว เหตุผลหนึ่งที่ผมเลือกคุณเพราะคุณรู้จักกับนัททิวด้วยผมก็เลยรู้สึกสบายใจ พอครบสัญญาถ้าคุณอยากหย่าผมก็โอเคแล้วแต่คุณเลย”
“ทำไมต้องขึ้นอยู่กับฉันด้วยคะ ถ้าวันนั้นฉันเกิดโลภในเงินของคุณ เกิดรักความสะดวกสบายขึ้นมาแล้วไม่ยอมหย่า คุณก็จะโอเคงั้นเหรอ”
“ก็บอกแล้วไงว่าแล้วแต่คุณ ใครจะไปรู้ล่ะบางทีเราอาจเข้ากันดีก็ได้ หรือวันหนึ่งผมอาจตกหลุมรักคุณจริงๆ ก็ได้” อรุณเผยยิ้มสบตาไปที่พัชชาอย่างจริงใจ สายตาที่อ่อนโยนและอบอุ่นนั้นทำหญิงสาวรู้สึกเขินอย่างบอกไม่ถูก ด้วยรูปลักษณ์ของชายหนุ่มที่ดูดีเช่นนี้เธอเองก็ต้องมีหวั่นไหวเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว อีกอย่างเธอก็เหมือนพอใจในตัวชายหนุ่มตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันแล้วด้วย
หลายวันต่อมา บริษัทคิรินทร์
“สรุปการประชุมวันนี้ครับ ทำไมหลายวันมานี้ผมไม่เห็นคุณรันมาหาคุณอรุณเลย” นัททิวยื่นแฟ้มงานให้กับอรุณที่กำลังจดจ่ออยู่กับงานของตัวเอง ผ่านมาหลายวันแล้วที่ชายหนุ่มไม่เห็นรันดามาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ ผู้เป็นเจ้านายซึ่งผิดแปลกไปมาก
“ไม่รู้สิช่วงนี้รันก็ไม่ได้โทรหาฉันเหมือนกัน” อรุณเองก็มัวแต่ยุ่งเรื่องของตัวเองจนลืมเรื่องของรันดาไปเช่นกัน
“คุณอรุณไปทำอะไรให้คุณรันโกรธหรือเปล่าครับ” พอนัททิวเอ่ยขึ้นมาแบบนี้ชายหนุ่มก็นึกได้ถึงวันก่อนที่เผลอขึ้นเสียงใส่หญิงสาวไป แล้วตั้งแต่วันนั้นรันดาก็ไม่ได้ติดต่อหาเขาอีกเลย หรือว่าหญิงสาวจะยังโกรธให้เขาเรื่องนั้น อรุณเองพอคิดได้แบบนี้ก็รีบหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อจะโทรถามไถ่ นัททิวเห็นผู้เป็นเจ้านายหยิบมือถือขึ้นมาด้วยความร้อนใจก็อดที่จะเอ่ยแซวไม่ได้
“ก็ยังแคร์คุณรันอยู่ดี”
“พูดมาก!” แต่ไม่ทันได้โทรออกรันดาก็เปิดประตูเข้ามายังห้องทำงานก่อน นัททิวเมื่อเห็นรันดาปรากฏตัวก็รีบขอตัวเพื่อให้ทั้งสองได้คุยกัน
“กำลังจะโทรหาพอดี หายไปไหนมาตั้งหลายวัน”
“พี่อรุณคิดถึงรันเหรอคะ” คำถามของหญิงสาวทำอรุณชะงักเล็กน้อย ท่าทีของรันดาวันนี้ดูแปลกไปจากครั้งที่ผ่านมานัก วันนี้หญิงสาวดูร่าเริงสดใสกว่าเมื่อก่อนมาก รันดาเองเมื่อไม่ได้รับคำตอบก็ค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ชายหนุ่มให้มากขึ้น ท่าทีกระปรี้กระเปร่าของเธอทำอรุณประหลาดใจมากจริงๆ
“ค่ำนี้ไปดินเนอร์ที่คอนโดรันนะคะ รันมีเรื่องจะคุยด้วย”
“ได้สิ เลิกงานเดี๋ยวพี่ไป” ชายหนุ่มพยักหน้ายิ้มรับ เรื่องทานข้าวด้วยกันตามลำพังที่คอนโดรันดานั้นไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร
“มีอะไรอีกหรือเปล่าทำไมเอาแต่จ้องพี่ล่ะ” เห็นหญิงสาวเอาแต่จ้องไม่ละสายตาก็สงสัย
“ไม่มีอะไรค่ะ ไว้เจอกันที่คอนโดรันนะคะ” รันดายิ้มหวานตอบรับก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานไป
“เป็นอะไรของเขาเนี่ย…” อรุณมองตามหลังรันดาที่พึ่งเดินออกจากห้องไปด้วยความสับสน ท่าทีของหญิงสาววันนี้แปลกตาไปมากจริงๆ นัททิวพอเห็นว่ารันดาออกไปแล้วก็รีบเข้ามาหาผู้เป็นเจ้านายทันที แม้แต่ผู้ช่วยหนุ่มอย่างเขาก็รับรู้ได้ถึงความแปลกไปของรันดา
“คุณรันไปดีใจเรื่องอะไรมาครับทำไมดูมีความสุขจัง หรือคุณอรุณรับรักคุณรันแล้ว?”
“นายนี่มั่วตลอด ไม่ต้องไปสนใจเรื่องคนอื่นเลยงานที่ให้ทำน่ะเสร็จยัง”
“เสร็จแล้วครับ เอ่อ…ผมขอถามอะไรหน่อยได้มั้ยครับแบบว่าอยากรู้มากจริงๆ สรุปเรื่องของพัชชาว่าไงครับเธอตกลงหรือเปล่า” นัททิวเองก็อยากรู้ว่าพัชชาจะตอบตกลงรับข้อเสนอเรื่องแต่งงานมั้ย
“อยากรู้มากขนาดนี้ก็โทรไปถามพัชชาเองเลยมั้ย นายเนี่ยนะหลายวันมานี้อยู่ไม่สุขเลยจะตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น” อรุณบ่นไปที่ผู้ช่วยหนุ่มอย่างเหนื่อยหน่าย ดูเหมือนนัททิวจะตื่นเต้นกว่าเขาที่เป็นคนแต่งงานเสียอีก
“คุณอรุณไม่ตื่นเต้นเลยเหรอครับ ถ้าพัชชาตกลงนั่นหมายถึงคุณอรุณกำลังจะมีเมียนะครับ”
“จะตื่นเต้นไปทำไมมันก็อยู่ในแผนการฉันอยู่แล้ว นายก็รู้ว่าที่ฉันแต่งงานเพื่อตบตาแม่แค่นั้น”
“แล้วตอนไปเจอพัชชาวันนั้นใจสั่นบ้างมั้ยครับ แบบว่ารู้สึกหวั่นไหวมากขึ้นกว่าครั้งแรกที่เจอกัน”
“ไม่นะ!”
“อ้าว!”
“อ้าวอะไร ก่อนหน้านี้ที่ฉันหวั่นไหวก็คงเป็นเพราะพัชชาคล้ายศศินั่นแหละ แต่พอได้เจอกันอีกครั้งยังไงทั้งสองคนก็แตกต่างกันมากไม่มีอะไรเหมือนกันเลย แต่ถ้าถามว่าเธอโอเคมั้ยก็โอเคนะ น่ารัก ดูนิสัยดีและก็ถ่อมตน อยู่ด้วยแล้วก็สบายใจดี”
“งั้นก็แปลว่าถ้าครบสัญญา1ปีคุณอรุณก็จะหย่ากับเธอ เพราะยังไงคุณอรุณก็ไม่ได้ชอบเธออยู่แล้ว”
“เรื่องนี้ก็แล้วแต่พัชชาเลย ฉันเองก็อายุมากแล้วคงไม่มีเวลาไปศึกษาดูใจคนไหนแล้ว ก็อย่างที่นายบอกบางทีอยู่ด้วยกันไปพัชชาอาจจะทำให้ฉันตกหลุมรักก็ได้”
“นี่คุณอรุณตัดสินใจแล้วจริงๆ ใช่มั้ยครับ ไม่ใช่ว่าที่พูดแบบนี้เพราะเห็นพัชชาคล้ายคุณศศิหรอกนะครับก็เลยเลือกเธอ”
“นี่ก็ผ่านมา3ปีแล้วเรื่องศศิฉันเองก็ทำใจได้แล้ว พอนึกย้อนกลับไปฉันก็เป็นลูกที่ไม่ได้เรื่องจริงๆ ที่ทำให้พ่อแม่ต้องคอยกังวลอยู่ตลอด ไหนๆ ฉันก็ไม่ได้มีแฟนอยู่แล้วเรื่องแต่งงานก็เลยไม่ต้องคิดมาก แต่งกับใครก็เหมือนกัน ส่วนเรื่องความรักค่อยไปเริ่มระหว่างทางก็ได้ ถ้าฉันกับพัชชายอมรับเงื่อนไขของกันและกันได้ก็ถือว่าปิดจบสมบูรณ์ หรือถ้าไม่ได้ก็แค่หย่าร้างกันเหมือนคู่สามีภรรยาทั่วๆ ไป”
“แต่ผมเชื่อนะครับว่าใครที่ได้อยู่กับคุณอรุณต้องตกหลุมรักคุณอรุณแน่นอน ขนาดผมที่เป็นผู้ชายยังชอบคุณอรุณเลย อย่ามองผมแบบนี้สิ ชอบของผมคือชอบแบบพี่ชายไงครับ” ทั้งสองหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน สำหรับอรุณแล้วการมีผู้ช่วยคู่ใจแบบนัททิวถือว่าดีมากจริงๆ
ระหว่างนั้นพัชชาก็ส่งข้อความหาอรุณให้ชายหนุ่มออกไปเจอที่คาเฟ่เดิมที่ทั้งคู่ไปด้วยกันครั้งแรก พอชายหนุ่มมาถึงก็เห็นหญิงสาวนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“ฉันตกลงแต่งงานกับคุณค่ะ” ทันทีที่อรุณนั่งลงพัชชาก็ให้คำตอบของเธอหลังจากที่คิดทบทวนมาเป็นอย่างดี หญิงสาวตัดสินใจที่จะตอบตกลงรับข้อเสนอการแต่งงานของอรุณ
“พัชมองอะไรอยู่ไปกันได้แล้ว” เพื่อนสาวที่มาด้วยกันเอ่ยทักเมื่อเห็นพัชชาเอาแต่มองไปยังทางอื่น“อ่อ เธอไปก่อนเลยนะพอดีฉันนัดพลอยไว้ต่อน่ะ ว่าจะรอให้พลอยมาถึงก่อน” พัชชาเอาเพื่อนสาวคนสนิมมาอ้างเพราะเธออยากจะรู้ความสัมพันธ์ของอรุนกับรันดา บางทีถ้าแอบตามคนทั้งคู่เธอคงได้รู้เรื่องอะไรมากขึ้นพัชชายังคงนั่งจับสังเกตอยู่ที่ร้านอาหารตามเดิม เห็นอรุณเอาใจใส่ตักกับข้าวให้รันดาก็รู้สึกหึงหวงขึ้นมาในใจ สายตาที่ชายหนุ่มมองรันดานั้นดูอบอุ่นและลึกซึ้งอยู่มากนัก ตอนนี้ความแคลงใจที่หญิงสาวมีไม่สามารถเก็บไว้ได้แล้ว และคนที่จะให้คำตอบเธอได้ดีที่สุดก็คงเป็นนัททิวหลังจากที่อรุณและรันดาออกจากร้านอาหารไปพัชชาก็โทรหานัททิวให้ออกมาเจอ หญิงสาวซักไซ้ถามชายหนุ่มอย่างตรงไปตรงมาแต่นัททิวเองก็พูดเรื่องเจ้านายมากไม่ได้“ถ้าพัชอยากรู้อะไรพี่ว่าไปถามคุณอรุณดีกว่า แต่พี่บอกกับพัชได้เลยว่าคุณอรุณกับคุณรันไม่มีอะไรจริงๆ”“ไม่มีอะไรแน่เหรอคะ แล้วทำไมคุณอรุณดูแคร์คุณรันดาขนาดนั้นล่ะ”“ก็พวกเขาสนิทกันไง พี่ต้องกลับแล้วอยู่นานไม่ได้เดี๋ยวคุณอรุณถามหา พัชไม่ต้องคิดมากหรอกทำใจให้สบายรอรับเรื่องดีๆ วันนี้ดีกว่า พี่ไปก่อนนะ”พัช
ร้านอาหารรันดามาถึงร้านอาหารที่นัดกับภานุไว้ พอมาถึงก็เห็นชายหนุ่มยืนถือดอกไม้ยิ้มต้อนรับอยู่ที่โต๊ะ บรรยากาศในร้านตอนนี้ชวนโรแมนติกอยู่มากนัก“พี่ให้ ถือว่าเป็นกำลังใจกับงานโปรเจกต์ใหญ่ครั้งแรกแล้วกันนะ”“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวยื่นมือรับช่อดอกไม้ด้วยความยินดีรันดาและภานุหลังจากทานมื้อเย็นเสร็จก็ออกไปเที่ยวเล่นด้วยกันต่อ พอตกค่ำชายหนุ่มก็ขับรถมาส่งหญิงสาวที่หน้าบ้านเหมือนเช่นทุกครั้ง“พี่นุจะเข้าไปในบ้านก่อนมั้ย”“ไว้ครั้งหน้าดีกว่าพอดีพี่มีธุระต่อน่ะ”“งั้นก็ได้ค่ะ ขับรถดีๆ นะคะ” หญิงสาวยิ้มหวานบอกลา พอจะหันหลังกลับก็ถูกชายหนุ่มคว้าข้อมือรั้งไว้“มีอะไรเหรอคะ”“รัน เปิดใจให้พี่ได้มั้ย พี่รู้ว่ารันพึ่งผิดหวังจากพี่อรุณมาแต่พี่ไม่อยากรออีกแล้ว พี่รู้สึกว่าถ้าครั้งนี้พี่ปล่อยมือรันไปพี่จะไม่มีทางกลับมาหารันได้อีก” ภานุกุมมือหญิงสาวไว้แน่น สายตาก็จับจ้องไปที่รันดาด้วยความเว้าวอน“รันก็ไม่ได้ปิดใจนี่คะ แต่เรื่องแบบนี้ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า อีกอย่างตอนนี้รันก็มีโปรเจกต์สำคัญที่ต้องทำ รันอยากทุ่มเทให้กับงานตรงนี้ด้วย พี่นุก็รู้ว่างานนี้เป็นงานแรกรันก็ไม่อยากให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้
“เราเนี่ยนะจะมาดูแลโปรเจกต์นี้ ล้อเล่นหรือเปล่า” อรุณยังคงไม่เชื่อ คนที่ไม่เคยมีประสบการณ์อย่างรันดาจะเข้ามาคุมโปรเจกต์งานใหญ่ได้ยังไง“เป็นฉันแล้วไงคะ ฉันเองก็เป็นวรินธรคนหนึ่งทำไมจะรับผิดชอบงานนี้ไม่ได้” หญิงสาวโต้กลับ“รัน…นี่บริษัทนะไม่ใช่สนามเด็กเล่น ถ้าจะประชดพี่จนแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานไม่ได้งั้นโปรเจกต์นี้พี่ก็ไม่ทำแล้ว”“คุณคิดว่าตัวเองสำคัญพอที่จะให้ฉันเอาเรื่องงานมาต่อรองเหรอคะ” น้ำเสียงที่แข็งกระด้างของรันดาทำอรุณไม่สบอารมณ์เอาซะเลย ชายหนุ่มไล่นัททิวออกจากห้องทำงานพร้อมบอกผู้ช่วยหนุ่มว่าอย่าให้ใครเข้ามารบกวนเวลานี้“พอเถอะรันพี่ไม่อยากทะเลาะกับรันแล้ว ถ้ารันยังโกรธพี่รันจะทำยังไงกับพี่ก็ได้แต่ขอร้องอย่าเอาเรื่องงานมาเกี่ยว รันก็รู้ว่าโปรเจกต์นี้สำคัญมากแค่ไหน”“ทำไมคุณต้องคิดว่าฉันจะโกรธคุณด้วย”“แล้วทำไมถึงไม่เรียกพี่ว่าพี่ล่ะ ทำไมต้องเรียกซะห่างเหินด้วย ไม่ว่าจะคำพูดหรืออารมณ์ของรันในตอนนี้มันก็แสดงออกชัดเจนว่ารันกำลังโกรธพี่อยู่ เอาล่ะพี่ไม่อยากพูดแล้วเดี๋ยวพี่โทรคุยกับลินดาเอง”“ทำไมต้องคุยกับพี่ลินด้วย ก็บอกแล้วไงว่าโปรเจกต์นี้รันเป็นคนรับผิดชอบ พี่ลินกับพ่อก็
หลายวันต่อมาพัชชาออกมาจากสถาบันการสอนเปียโนหลังเลิกงานก็เผยยิ้มหวานสดใสเมื่อเห็นอรุณยืนรออยู่ หญิงสาวไม่รอช้ารีบเดินเข้ามาทักทายชายหนุ่มด้วยความดีใจ“มาหาฉันเหรอคะ”“อืม ผมมารับคุณไปดินเนอร์น่ะ ผมไม่ได้โทรมาถามก่อนไม่รู้คุณว่างหรือเปล่า”“ว่างค่ะ ปกติเลิกงานฉันก็ไม่ได้ไปไหนอยู่แล้ว” หญิงสาวรีบพยักหน้ารับ เธอเองก็ไม่อยากพลาดโอกาสที่จะได้อยู่กับชายหนุ่มตามลำพังเช่นกันอรุณพาพัชชามายังร้านอาหารที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศที่โรแมนติก สถานที่นี้มักเป็นที่นิยมของคู่รักที่มักมาใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ความเอาใจใส่นับวันของอรุณยิ่งทำพัชชาหวั่นไหวมากขึ้นไปกว่าเดิม หญิงสาววาดฝันไว้ในใจถ้าตัวเธอกับอรุณเป็นคู่รักกันจริงๆ ไม่ใช่คู่รักตามสัญญาก็คงจะดีไม่น้อย“ชอบมั้ย”“ชอบอะไรคะ” หญิงสาวเบิกตาโตรีบถามกลับด้วยความเลิ่กลั่ก ชอบของชายหนุ่มนั้นหมายถึงอะไรกันแน่“ร้านน่ะคุณชอบมั้ย ผมว่าบรรยากาศไม่เลวเลย”“อ๋อ..ชอบค่ะ คุณพาฉันไปที่ไหนฉันก็โอเคหมดแหละ ปกติก็ไม่ค่อยออกมากินข้าวนอกบ้านอยู่แล้วยกเว้นวันนั้นพลอยจะว่างจริงๆ” หญิงสาวเอ่ยถึงเพื่อนสาวคนสนิท ปกติเพื่อนสาวของเธอมักจะอยู่ทำโอทีที่บริษัทอยู่เสมอ น้อยนักที่จะหาเ
“หมายความว่าไงคะ”“อะไรคือหมายความว่าไง” อรุณถามไปยังรันดาที่เอาแต่ทำหน้าบึ้งยืนจ้องเขาอย่างไม่ละสายตา จู่ๆ หญิงสาวก็เดินเข้ามาแล้วก็ถามคำถามที่เขาไม่สามารถเข้าใจได้“ก็เรื่องที่พี่ทำตัวเย็นชาใส่รันมันหมายความว่าไง”“คิดมากแล้วพี่ก็เหมือนเดิม สงสัยช่วงนี้งานพี่ยุ่งมั้งเลยทำให้รันคิดว่าพี่เปลี่ยนไป”“เมื่อก่อนพี่ก็ยุ่งแบบนี้ไม่เห็นจะทำตัวเหินห่างกับรันเลยนี่ รันก็นึกว่าเราจะเข้ากันได้ดีซะอีกทำไมอยู่ๆ พี่ถึงเปลี่ยนใจล่ะ”“พี่ไม่เคยเปลี่ยนใจ สำหรับพี่รันก็ยังเป็นน้องสาวของพี่เหมือนเดิม…เหมือนที่เคยเป็น” ชายหนุ่มเน้นย้ำสายตาจ้องไปที่รันดาอย่างดุดัน“น้องสาว! ที่ผ่านมาแค่ความรู้สึกพี่ชายกับน้องสาวแค่นั้นจริงๆ เหรอคะ”“ใช่ แค่พี่ชายกับน้องสาว ถ้าพี่ทำให้รันเข้าใจผิดงั้นพี่ขอโทษ” ชายหนุ่มยืนยันหนักแน่น ไม่ว่ายังไงระหว่างเขากับหญิงสาวก็ไม่มีทางพัฒนาความสัมพันธ์ไปมากกว่านี้แล้ว“แต่รันชอบพี่! ชอบตั้งแต่เจอพี่ครั้งแรกแล้วตอนนี้ก็ยังชอบอยู่ รันชอบพี่ก่อนศศิด้วยซ้ำ” หญิงสาวโพล่งความรู้สึกที่เก็บไว้มานานออกมา ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องเก็บซ่อนความรู้สึกอีกต่อไปแล้ว“ว่าไงนะ!” อรุณไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้
“คุณแน่ใจแล้วใช่มั้ย” อรุณย้ำถามพัชชาเพื่อความแน่ใจ เพราะเรื่องแต่งงานสำหรับผู้หญิงนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินใจได้ง่ายๆ“ค่ะ แต่ฉันมีเงื่อนไขนิดหนึ่ง”“ได้สิผมตกลง”“ตกลงง่ายๆ เลยแบบนี้เลย? ไม่ถามฉันก่อนเหรอคะว่าเงื่อนไขอะไร”“ลำพังแค่สัญญาแต่งงานคุณที่เป็นผู้หญิงก็เสียเปรียบผมอยู่แล้ว เอาเป็นว่าคุณอยากเพิ่มเงื่อนไขอะไรผมโอเคหมด” คำตอบจริงใจที่ไม่คิดจะเอาเปรียบเธอนั้นทำหญิงสาวซาบซึ้งอยู่ไม่น้อย สมคำร่ำลือที่นัททิวมักจะเยินยอผู้เป็นเจ้านายให้เธอฟังบ่อยๆ จริงๆ“ไม่ใช่เงื่อนไขอะไรสำคัญหรอกค่ะ คุณบอกว่าหลังจาก1เดือนต้องพาฉันไปให้แม่คุณเจอ งั้นก่อนถึงวันนั้นฉันอยากให้เราทำความรู้จักกันให้มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องในฐานะคนรักแค่ฐานะเพื่อนก็ได้ ในเมื่อเราจะร่วมงานกันก็ควรต้องรู้จักกันไว้”“ได้สิ ผมเองก็ตั้งใจไว้แบบนั้นอยู่แล้ว ว่าแต่…เรื่องแต่งงานพ่อแม่คุณจะว่าอะไรมั้ย"“ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะพวกเขาน่าจะดีใจมากกว่าถ้าฉันแต่งงาน ไว้ใกล้ๆ ถึงวันนั้นฉันค่อยบอกพ่อกับแม่ก็ได้”“คุณไม่มีแฟนใช่มั้ย”“ถ้าฉันมีคงไม่รับข้อเสนอของคุณหรอกค่ะ แล้วคุณล่ะคะ…ไม่ได้คบใครอยู่ใช่มั้ย”“ไม่มี ผมก็เหมือนคุณแหละถ้ามีแฟนจะ







