เข้าสู่ระบบ“คุณแน่ใจแล้วใช่มั้ย” อรุณย้ำถามพัชชาเพื่อความแน่ใจ เพราะเรื่องแต่งงานสำหรับผู้หญิงนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินใจได้ง่ายๆ
“ค่ะ แต่ฉันมีเงื่อนไขนิดหนึ่ง” “ได้สิผมตกลง” “ตกลงง่ายๆ เลยแบบนี้เลย? ไม่ถามฉันก่อนเหรอคะว่าเงื่อนไขอะไร” “ลำพังแค่สัญญาแต่งงานคุณที่เป็นผู้หญิงก็เสียเปรียบผมอยู่แล้ว เอาเป็นว่าคุณอยากเพิ่มเงื่อนไขอะไรผมโอเคหมด” คำตอบจริงใจที่ไม่คิดจะเอาเปรียบเธอนั้นทำหญิงสาวซาบซึ้งอยู่ไม่น้อย สมคำร่ำลือที่นัททิวมักจะเยินยอผู้เป็นเจ้านายให้เธอฟังบ่อยๆ จริงๆ “ไม่ใช่เงื่อนไขอะไรสำคัญหรอกค่ะ คุณบอกว่าหลังจาก1เดือนต้องพาฉันไปให้แม่คุณเจอ งั้นก่อนถึงวันนั้นฉันอยากให้เราทำความรู้จักกันให้มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องในฐานะคนรักแค่ฐานะเพื่อนก็ได้ ในเมื่อเราจะร่วมงานกันก็ควรต้องรู้จักกันไว้” “ได้สิ ผมเองก็ตั้งใจไว้แบบนั้นอยู่แล้ว ว่าแต่…เรื่องแต่งงานพ่อแม่คุณจะว่าอะไรมั้ย" “ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะพวกเขาน่าจะดีใจมากกว่าถ้าฉันแต่งงาน ไว้ใกล้ๆ ถึงวันนั้นฉันค่อยบอกพ่อกับแม่ก็ได้” “คุณไม่มีแฟนใช่มั้ย” “ถ้าฉันมีคงไม่รับข้อเสนอของคุณหรอกค่ะ แล้วคุณล่ะคะ…ไม่ได้คบใครอยู่ใช่มั้ย” “ไม่มี ผมก็เหมือนคุณแหละถ้ามีแฟนจะตามหาเจ้าสาวมาแต่งด้วยทำไม” ทั้งสองโต้ตอบกลับหยอกเย้ากันอย่างผ่อนคลาย และพูดคุยกันเพิ่มความสนิทสนมอยู่สักครู่ก่อนจะแยกย้ายกัน “ได้เวลาต้องเข้าคลาสสอนแล้ว งั้นฉันกลับก่อนนะคะ” “ให้ผมไปส่งมั้ย” “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันรู้ว่าคุณงานยุ่ง คุณกลับไปทำงานของคุณเถอะค่ะ” "'โอเค งั้นเสาร์นี้เราไปเดตกันนะ ก็ทำความรู้จักกันไงและก็คุยสัญญาข้อตกลงกันด้วย” “ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ายิ้มรับ ก่อนหน้านี้พัชชาเองก็ลังเลใจกับการตัดสินใจเช่นกัน แต่หลังจากเจอนัททิวที่โน้มน้าวใจความคิดเธอก็เปลี่ยนไป ตัวเธอเองก็ไม่ได้มีพันธะหรือมีชื่อเสียงให้เสื่อมเสียหากว่าวันหนึ่งต้องขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงหย่าร้าง เรื่องพวกนี้ไม่มีผลกระทบกับเธออยู่แล้ว อีกอย่างพ่อแม่เธอก็รบเร้าให้เธอมีแฟนมาตลอดถึงขั้นแนะนำผู้ชายให้ ถ้าพวกเขารู้ว่าเธอกำลังจะแต่งงานก็สามารถตัดปัญหาเรื่องหาคู่ที่พ่อแม่จัดการให้ได้เช่นกันถึงแม้จะเป็นแค่ชั่วคราวก็ยังดี อีกอย่างก็ถือว่าเป็นการทำงานและได้ผลตอบแทนแค่นั้น แม้จะอ้างเหตุผลมากมายแต่เอาเข้าจริงพัชชานั้นก็พอใจในตัวอรุณด้วยเหมือนกัน ช่วงค่ำของวัน เวียร์ราคอนโด อรุณมาถึงคอนโดของรันดาหลังจากที่เคลียร์งานที่บริษัทเสร็จเรียบร้อย พอเห็นหญิงสาวเปิดประตูให้พร้อมกับรอยยิ้มสดใสทักทายก็เผยยิ้มตอบรับกลับอย่างไม่รีรอ เมื่อได้เวลาทั้งคู่ก็ร่วมทานมื้อค่ำด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย ฝีมือการทำอาหารของรันดายังคงถูกปากอรุนเช่นเคย รันดาเองก็เผยยิ้มกว้างมีความสุขเมื่อเห็นอรุณยังคงพอใจและเพลิดเพลินกับรสอาหารที่เธอทำ “ไม่ต้องช่วยค่ะรันเก็บเอง พี่อรุณไปนั่งรอตรงโน้นก็พอ” รันดาพยักหน้าไปที่โซฟาบอกให้ชายหนุ่มไปนั่งรอเธอก่อน ส่วนเรื่องเก็บกวาดถ้วยชามหลังทานมื้อค่ำเสร็จเธอที่เป็นเจ้าบ้านจะจัดการเอง รันดากลับออกมาจากครัวหลังจากทำกิจธุระเสร็จเรียบร้อย หญิงสาวถอนหายใจด้วยความประหม่าเมื่อถึงเวลาที่ต้องบอกความต้องการของตัวเองให้อรุณได้รับรู้ “ไหนว่ามีเรื่องจะคุยกับพี่ไง” อรุณเห็นท่าทีประหม่าของรันดาก็ยิ่งอยากรู้ เรื่องอะไรกันที่หญิงสาวอยากจะคุยด้วยถึงได้มีท่าทีอ้ำอึ้งเช่นนี้ รันดาเองเมื่อถูกทักขึ้นมาก็ไม่ลังเลอีกต่อไป “ถ้าพี่อรุณยังหาเจ้าสาวที่จะมาแต่งงานด้วยไม่ได้ งั้นให้รันเป็นเจ้าสาวพี่อรุณแทนได้มั้ย” คำขอของรันดาทำอรุณชะงักในทันที ชายหนุ่มคาดไม่ถึงว่าเรื่องที่รันดาอยากคุยนั้นจะเป็นเรื่องนี้ เพราะหญิงสาวเองก็น่าจะรู้คำตอบของเขาอยู่แล้ว “รัน พี่บอกแล้วไงว่าพี่…” “รันรู้ว่าพี่อรุณไม่ชอบรัน แต่รันก็เต็มใจเป็นเจ้าสาวของพี่จริงๆ นะคะ ให้โอกาสรันหน่อยได้มั้ย” “ขอโทษนะพี่คงทำแบบนั้นไม่ได้ อีกอย่างพี่ก็หาเจ้าสาวของพี่ได้แล้ว” “รันไม่เข้าใจ ทำไมเจ้าสาวพี่ถึงเป็นรันไม่ได้ รันมีตรงไหนไม่ดีพี่ถึงไม่มองรันบ้าง หรือเป็นเพราะรันเป็นเพื่อนศศิเลยทำให้พี่รู้สึกผิดถ้าจะคบกับรัน” “ไม่เกี่ยวเลย ก็พี่ไม่ได้ชอบรันไง…แค่นี้เอง” “แล้วผู้หญิงที่พี่จะเอามาแต่งงานด้วยพี่ชอบเธอเหรอคะ” คำถามของรันดาทำอรุณนิ่งเงียบไปทันที ชายหนุ่มเองก็ไม่รู้ว่าจะโต้กลับหญิงสาวยังไง เพราะถ้าจะให้พูดกันตามตรงตอนนี้เขาเองก็ไม่ได้มีความรู้สึกลึกซึ้งกับพัชชาเช่นกัน “เห็นมั้ยพี่ก็ไม่ได้ชอบผู้หญิงคนนั้น” “ตอนนี้ใช่แต่ต่อไปไม่แน่ พัชชาเป็นคนน่ารักไม่ยากหรอกถ้าวันหนึ่งพี่จะชอบเธอขึ้นมา” คำตอบของอรุณทำรันดาน้ำตาตกในทันที หญิงสาวได้แต่คิดว่าตลอด7ปีที่เธออยู่เคียงข้างชายหนุ่มมาไม่เคยมีความหมายสำหรับชายหนุ่มเลยงั้นหรือ ความจริงใจที่เธอมีให้ไม่พอให้ชายหนุ่มหวั่นไหวสักนิดเลยหรือไง อรุณเองเมื่อเห็นรันดาหลังน้ำตาไม่ขาดสายก็รู้สึกผิด มือใหญ่ก็ค่อยๆ เลื่อนขึ้นเช็ดน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้ม ชายหนุ่มไม่อยากให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดเช่นนี้เลย “รันไม่จำเป็นต้องแต่งงานกับพี่รันก็อยู่เคียงข้างพี่ได้ ยังไงรันก็ยังเป็นน้องสาวที่พี่จะรักตลอดไป พี่รู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณรันมากที่รันคอยอยู่ข้างๆ พี่ตลอดในวันที่พี่เจอเรื่องแย่ๆ เชื่อเถอะว่าเราเหมาะที่จะเป็นพี่น้องกันจริงๆ” คำพูดตอกย้ำของอรุณยิ่งทำรันดาแค้นเคืองในใจ หญิงสาวปัดมือใหญ่ที่กำลังเช็ดน้ำตาออกอย่างไม่สบอารมณ์ “ถ้าย้อนเวลากลับไปได้วันที่รันรู้ใจตัวเองว่าชอบพี่รันควรจะบอกพี่ตั้งแต่ตอนนั้น อย่างน้อยพี่ก็น่าจะลังเลบ้างถ้าคิดจะคบกับศศิ ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจรันไม่น่าพาศศิมารู้จักกับพี่เลย รันไม่น่าทำตัวเป็นนางเอกที่ยอมถอยเพราะรู้ว่าเพื่อนสนิทตัวเองชอบผู้ชายคนเดียวกัน” “ไม่เกี่ยวกับศศิ ต่อให้ไม่มีศศิพี่ก็ไม่ชอบรันอยู่ดี เพราะตั้งแต่แรกพี่ก็เอ็นดูรันแค่น้องสาวเท่านั้น” “งั้นรันถามหน่อย หลังจากที่ศศิจากไป…ไม่มีสักนิดเลยเหรอคะที่พี่อรุณหวั่นไหวให้รัน” “ไม่มี” ชายหนุ่มตอบกลับอย่างไร้เยื่อใย “ค่ะ ไม่มีก็ไม่มี ถ้าพี่ยืนยันที่จะเลือกผู้หญิงคนอื่นไม่ใช่รัน งั้นคำว่าพี่น้องสำหรับเราก็ไม่จำเป็นแล้ว เพราะรันเองก็ชัดเจนกับพี่ตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่ได้อยากเป็นแค่พี่น้อง ถ้าพี่ให้ในสิ่งที่รันต้องการไม่ได้งั้นเราก็เป็นแค่คนรู้จักกันก็พอ เชิญคุณอรุณกลับได้แล้วค่ะ ฉันจะพักผ่อนแล้ว” น้ำเสียงที่ไร้เยื่อใยกับสรรพนามที่เปลี่ยนไปทำอรุณหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้ว่าตัวชายหนุ่มจะชัดเจนในความรู้สึกแต่ก็ไม่ได้อยากให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นแบบนี้ เห็นสายตาและท่าทีที่เหินห่างของรันดาก็รู้สึกเคว้งขึ้นมาในใจ หลังอรุณกลับออกไปหญิงสาวก็ฟุบลงที่พื้นหลังพิงโซฟาปล่อยน้ำตาไหลรินไม่ขาดสาย ทำไมอรุณถึงไร้เยื่อใยกับเธอนัก เธอรู้ดีว่าความเย็นชาที่ชายหนุ่มมีต่อเธอนั้นมันชัดเจนขึ้นหลังจากที่เธอได้สารภาพรักกับชายหนุ่มไป ย้อนกลับไป3ปีก่อน หลังจากที่ศศิจากไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์อรุณก็ไม่สามารถทำใจยอมรับได้ ชายหนุ่มเอาแต่เก็บตัวเงียบไม่ยอมพบปะผู้คน ทุกวันดื่มแต่เหล้าจนล้มป่วยต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล รันดาเองก็เจ็บปวดมากเมื่อเห็นชายที่ตัวเองรักต้องทนทุกข์เช่นนี้ หญิงสาวหวังแค่ว่าจะเยียวยาชายหนุ่มให้ดีขึ้นได้ในเร็ววัน ทุกๆ วันรันดาจะคอยมาอยู่เฝ้าอรุณที่โรงพยาบาล หญิงสาวอดหลับอดนอนเพื่อดูแลชายหนุ่มอย่างใกล้ชิดจนตัวเองต้องล้มป่วยไปอีกคน อรุณเองพอเห็นสภาพที่อิดโรยของรันดาเพื่อดูแลตัวเขาเองในทุกๆ วันก็รู้สึกผิด ชายหนุ่มเองก็ไม่อยากเป็นภาระให้หญิงสาวและทำให้ครอบครัวต้องเป็นกังวลอีกแล้วจึงพยายามฟื้นสภาพตัวเองให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง โดยที่มีรันดาคอยเคียงข้างอยู่ไม่ห่าง หลังจากผ่านไป1ปีอรุณก็ค่อยๆ ทำใจเรื่องการจากไปของศศิได้มากขึ้น และในทางเดียวกันความสนิทสนมระหว่างเขากับรันดาก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ตั้งแต่นั้นทั้งคู่ก็ตัวติดกันตลอด รันดามักเป็นความสบายใจให้อรุณอยู่เสมอจนเหมือนว่าเธอเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของชายหนุ่มไปแล้ว หลายๆ คนที่รู้จักหรือแม้แต่ครอบครัวทั้งสองยังเข้าใจว่าทั้งคู่นั้นมีใจให้กัน คิดว่าอนาคตนั้นต้องลงเอยกันอย่างแน่นอน แต่ไม่นานจากนั้นความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ก็พังลง วันหนึ่งรันดามาหาอรุณที่บริษัทเห็นชายหนุ่มผล็อยหลับอยู่ที่เก้าอี้ก็แอบจูบชายหนุ่ม ก่อนจะรีบคลายจูบออกแล้ววิ่งออกจากห้องทำงานไปด้วยท่าทีเคอะเขิน อรุณเองหลังจากที่รันดาไปแล้วก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ชายหนุ่มเผยยิ้มเล็กน้อยเลื่อนมือขึ้นมาลูบไล้ปากที่หญิงสาวประทับรอยจูบไว้ ที่จริงแล้วตัวเขาไม่ได้หลับแค่พักสายตาเท่านั้น “เด็กน้อยเอ๊ย!” ชายหนุ่มพึมพำด้วยความเอ็นดู พอลุกจากเก้าอี้จะเดินออกจากโต๊ะทำงานมือก็ปัดไปโดนกรอบรูปถ่ายรูปของเขากับศศิที่ถ่ายด้วยกันตกลงพื้นทำให้กรอบรูปแตกในทันที รอยยิ้มของชายหนุ่มเมื่อสักครู่ก็ค่อยๆ จางหายไป อรุณหยิบกรอบรูปที่แตกขึ้นมามองไปยังภาพถ่ายตัวเองกับอดีตคนรักทำให้คิดถึงคำพูดหนึ่งของอดีตแฟนสาวขึ้นมา “พี่อรุณจำไว้นะ วันหนึ่งถ้าเราเลิกกันพี่จะมีแฟนใหม่เป็นใครก็ได้แต่ห้ามเป็นรันเด็ดขาด เพราะรันเป็นเพื่อนรักของศศิ ถ้าพี่กับรันคบกันศศิรับไม่ได้แน่ มันเหมือนพี่กับรันหักหลังศศิยังไงไม่รู้” “คิดไปเรื่อย รันเป็นน้องสาวพี่นะพี่จะไปคบรันได้ไง อีกอย่างพี่ไม่มีทางไปมีแฟนใหม่แน่นอนเพราะยังไงพี่ก็จะไม่เลิกกับศศิเด็ดขาด” คำพูดที่เคยรับปากอดีตคนรักไว้ทำให้อรุณเปลี่ยนความคิดใหม่ตัดความรู้สึกที่เผลอไผลออกไป ชายหนุ่มยอมรับว่าตัวเองเริ่มหวั่นไหวให้กับรันดาแล้วแต่ยังดีที่ไม่ถลำลึกไปมากกว่านี้ ต่อไปจะทำอะไรก็ควรจะเว้นระยะห่างกับรันดาให้มากขึ้น รันดาเองก็แปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของอรุณที่ทำตัวเย็นชากับเธอ หญิงสาวไม่อาจทนเก็บความคับข้องใจได้อีกแล้วรีบมาหาชายหนุ่มที่บริษัทคิรินทร์เพื่อถามให้แน่ใจอรุณและรันดาหลังบอกข่าวดีกับทุกคนก็กลับมาที่คอนโดเรือนรักของตัวเอง หญิงสาวนั่งลงที่โซฟาใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุขลูบไปที่ท้องตัวเองเบาๆ โดยมีอรุณนั่งอยู่ข้างๆ ไม่ห่าง“อีกไม่กี่เดือนเราจะได้เจอกันแล้วนะ” รันดาบอกลูกน้อยที่อยู่ในท้อง เช่นเดียวกับอรุณที่ยังคงตื่นเต้นไม่หาย“รันว่าลูกคนแรกของเราจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย”“ผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้ค่ะขอแค่เป็นลูกของเราก็พอ”“งั้นเราก็มีลูกสาวหนึ่งคนลูกชายหนึ่งคน ถ้าคนแรกเป็นผู้ชายเราก็จะมีอีกคนเป็นผู้หญิง”“แล้วถ้ายังเป็นลูกชายอีกล่ะคะ”“ก็มีไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ลูกสาวไง”“แบบนี้เราไม่มีลูกเป็นโหลจนตั้งทีมฟุตบอลได้เลยเหรอคะ”“ก็ได้นะจะกี่คนพี่ก็มีปัญญาเลี้ยง พี่ว่าถึงเวลาที่เราต้องสร้างบ้านใหม่แล้ว ทำสนามเด็กเล่นหน้าบ้านให้กว้างๆ ลูกๆ ของเราจะได้วิ่งเล่นกัน แค่คิดพี่ก็มีความสุขแล้ว” ชายหนุ่มโอ้อวดตัวเองด้วยท่าทีมั่นใจมองไปถึงอนาคตครอบครัวสมบูรณ์แบบที่รออยู่ข้างหน้า“รันก็มีความสุขมากเหมือนกันค่ะ อดใจรอไม่ไหวอยากเจอหน้าลูกแล้วสิ” หญิงสาวยิ้มตาหยีหอมแก้มไปที่ผู้เป็นสามี เธอเองก็วาดฝันอนาคตที่เพรียบพร้อมไว้เช่นกันทั้งสองสบตากันและกันอย่างหวานซึ้ง อ
“ที่รักคะทำไมไม่รอกันเลยคะ” ท่าทีออดอ้อนของรันดาไหนจะคำพูดที่ชวนเลี่ยนนั้นทำอรุณประหลาดใจมาก แต่พอเห็นสายตาของภรรยาสาวมองไปที่กลุ่มนักศึกษาก็เข้าใจได้ในทันทีเลยเล่นตามน้ำไปด้วย“ก็ที่รักน่ะมาช้าเอง” อรุณตอบรับก่อนจะจูบไปที่ปากอวบอิ่มของหญิงสาวและรวบเอวบางของเธอเข้ามาสวมกอดไว้ กลับเป็นรันดาเองในตอนนี้ที่ประหลาดใจแทน หญิงสาวก็ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะตอบรับเล่นละครไปกับเธอด้วยระหว่างนั้นพนักงานก็เรียกอรุณเอาเครื่องดื่มที่สั่งไว้พอดี จากนั้นทั้งสองก็ออกจากคาเฟ่ไปพร้อมกันโดยที่มือใหญ่ยังคงโอบเอวบางเธอไว้แนบแน่นไม่ยอมปล่อย“ปล่อยได้แล้วค่ะ”“อ้าว! พี่ก็คิดว่ารันชอบซะอีก ทำไม…หึงเหรอ”“ก็ใช่นะสิ เห็นสาวๆ นักศึกษามองพี่อรุณขนาดนั้นก็เลยอยากแกล้งพวกเธอเล่น ใครจะคิดว่าพี่อรุณจะเอาด้วยล่ะคะ”“พี่ชอบนะที่รันหึงพี่ ต่อไปก็หึงพี่ให้บ่อยๆ ได้มั้ย”“ได้หึงบ่อยแน่ค่ะถ้ารันไปอังกฤษแล้ว รันจะบอกให้คุณทิวตามติดพี่อรุณทุกฝีก้าวเลย”“รายนั้นไม่บอกก็ตามติดพี่อยู่แล้ว พูดแบบนี้พี่เริ่มจะกลัวเข้าแล้วสิ” ชายหนุ่มบิดปลายจมูกหญิงสาวเบาๆ ด้วยความเอ็นดู ก่อนจะจูงมือพากันเข้าไปยังบริษัท ความรักความเข้าใจของทั้งคู่ช่างเ
“ไปให้หมอตรวจดูมั้ยคะ” พัชชาเองเหมือนจะตื่นเต้นไม่น้อยกับอาการคลื่นไส้ของรันดา เธอเองก็หวังอยากให้หญิงสาวตั้งครรภ์เช่นกัน“คงไม่หรอกค่ะแค่รู้สึกไม่สบายท้องนิดหน่อย” แต่ระหว่างนั้นรันดาก็คิดได้ว่าประจำเดือนเธอขาดมาหลายวันแล้ว หรือว่าครั้งนี้เธอจะท้องแล้วจริงๆ พอเป็นแบบนี้รันดาก็เผยยิ้มอย่างมีความหวัง หญิงสาวไม่อยากเผื่อใจแล้วไม่รอช้ารีบไปตรวจที่โรงพยาบาลโดยมีพัชชาอาสาไปเป็นเพื่อนอรุณทราบข่าวจากพัชชาที่โทรบอกเรื่องรันดาก็รีบวางงานทุกอย่างไปหาภรรยาสาวที่โรงพยาบาลทันที พอมาถึงก็เห็นหญิงสาวนั่งอยู่หน้าห้องตรวจด้วยสีหน้าที่เซื่องซึมก็เข้าใจเรื่องราวทุกอย่าง ดูท่าครั้งนี้ก็คงจะผิดหวังเช่นเดิม พัชชาเองเมื่อเห็นอรุณมาแล้วก็รีบขอตัวกลับให้สามีภรรยาได้พูดคุยกันรันดามองไปที่อรุณด้วยความปวดใจน้ำตาหลั่งไหลไม่ขาดสาย เห็นแววตาที่ผิดหวังของอรุณก็ทำใจไม่ได้ อรุณไม่รอช้ารีบเข้ามาสวมกอดปลอบภรรยาสาวด้วยความเป็นห่วง ดูเหมือนครั้งนี้จะทำให้รันดาผิดหวังมากกว่าครั้งก่อนนัก เพราะทุกอย่างดูจะเป็นใจให้เธอตั้งครรภ์แต่สุดท้ายก็ไม่ใช่อยู่ดี“อย่าร้องนะไม่เป็นไรอย่าคิดมากเลยนะ พวกเรายังมีโอกาสอยู่”“แล้วโอกาสที่ว่
“คุณจะทำอะไรปล่อยนะ!” พลอยใสพยายามผลักภานุให้ออกห่างแต่ก็สู้แรงชายหนุ่มไม่ได้“ไม่ปล่อยจนกว่าคุณจะยอมใจอ่อนรับรักผม”“ไม่มีทาง ถ้าไม่ปล่อยเจ็บตัวขึ้นมาอย่ามาโทษฉันแล้วกัน”“งั้นก็อย่าโทษที่ผมทำมากกว่ากอดแล้วกัน”“กล้าเหรอ!”“ลองดูมั้ยล่ะ” ภานุโน้มหน้าเข้าหาหญิงสาวทำทีว่าจะจูบ เห็นชายหนุ่มเริ่มจริงจังน้ำเสียงที่แข็งกระด้างของพลอยใสก็โอนอ่อนลง“เราลุกขึ้นคุยกันดีๆ ได้มั้ยคะ ตอนนี้คุณกับฉันตัวเปื้อนดินกันหมดแล้ว” น้ำเสียงที่ออดอ้อนของพลอยใสทำภานุยอมคลายอ้อมกอดออกทำตามที่หญิงสาวขอไว้ ทันทีที่ลุกขึ้นได้ก็รีบดันตัวหญิงสาวเข้าไปติดกับผนังตัวบ้าน สองมือก็ล้อมตัวหญิงสาวไว้ไม่ให้คิดหนี“ไหนว่าจะคุยกันดีๆ ไงคะ”“แบบนี้แหละดีแล้วคุณจะหนีอีกไม่ได้ไง พลอยคุณบอกเหตุผลผมได้มั้ยว่าทำไมคุณไม่ชอบผม หรือว่าชอบแต่พยายามทำเป็นไม่ชอบ”“ฉัน….” แต่ไม่ทันที่จะได้ตอบวาทินหนุ่มรุ่นพี่ก็ปรากฏตัวขึ้นมาก่อน พลอยใสเมื่อเห็นวาทินก็รีบผลักภานุให้ออกห่างรีบเดินเข้าไปหาหนุ่มรุ่นพี่แทน ท่าทีของหญิงสาวนั้นทำภานุผิดหวังนัก หญิงสาวทำอย่างกับว่ากลัวหนุ่มรุ่นพี่ของเธอจะเข้าใจผิดยังไงอย่างงั้น“คุณก็อยู่ด้วยเหรอ” วาทินเอ่ยทักภ
ช่วงค่ำของวัน บ้านวรินธรรันดาหลังเลิกงานก็กลับมาที่บ้านวรินธรเพื่อพูดคุยเล่นกับลินดาผู้เป็นพี่สาว ถ้าเธอกลับคอนโดตอนนี้ก็ต้องอยู่คนเดียวเหมือนเดิมเพราะอรุณต้องไปร่วมงานเลี้ยงลูกค้าต่อดึกๆ ถึงได้กลับ รันดามาหาลินดาที่ห้องนอนพอรู้ว่าผู้เป็นพี่สาวจะได้แต่งงานแล้วก็ไม่ลืมที่จะแสดงความยินดี“ดีใจด้วยนะคะพี่ลินในที่สุดก็สมหวังสักที” รันดาเข้ามาสวมกอดผู้เป็นพี่สาวที่นั่งอยู่บนเตียงนอนด้วยความตื่นเต้น เธอเองก็เป็นพยานรักของทั้งคู่มานานพอเห็นทั้งคู่สมหวังก็อดปลื้มปริ่มไม่ได้“พี่ขอบใจรันมากนะที่ช่วยพูดกับแม่ให้"“รันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะที่จริงที่แม่กลับมาก็ตั้งใจจะมาคุยเรื่องแต่งงานของพี่ลินนั่นแหละ ต่อไปบ้านเราก็เหลือแต่พี่อันแล้ว เราควรหาแฟนให้พี่อันดีมั้ยคะ ว่าแต่พี่อันชอบสาวไทยหรือสาวอังกฤษกันนะ”“รายนั้นเรื่องมากเดี๋ยวหาให้ก็ไม่ถูกใจเอาหรอก”“จริงด้วย แล้วพี่อันไปไหนคะรันกลับบ้านมายังไม่เห็นพี่อันเลย”“ก็อยู่ที่บริษัทนะสิ คงกำลังสนุกกับงานของเขานี่แหละ”“รันว่าพี่อรุณบ้างานมากแล้วนะแต่ก็ไม่เท่าพี่อัน” สองสาวนินทาผู้เป็นพี่ชายอย่างสนุกปาก ครอบครัวได้กลับมาใกล้ชิดอีกครั้งทำให้สองพี่น้องม
1 เดือนต่อมา บริษัทคิรินทร์รันดาถือแฟ้มงานเข้ามาส่งให้อรุณที่ห้องทำงาน วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่หญิงสาวจะทำงานอยู่ที่คิรินทร์ ในที่สุดโปรเจกต์งานหลักในส่วนที่เธอรับผิดชอบก็จบลงเสียที หลังจากนี้การประสานงานต่างๆ ก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายที่เกี่ยวข้องของทั้งสองบริษัทรับช่วงต่อรันดาเดินเข้าห้องทำงานมาก็ถูกอรุณกวักมือเรียกให้เข้าไปหา ชายหนุ่มรวบตัวหญิงสาวเข้ามานั่งบนตักสองมือก็สวมกอดหญิงสาวไว้แนบแน่น“ต่อไปได้เจอกันน้อยลงแล้วสินะ”“แต่กลับบ้านเราก็ต้องเจอกันอยู่ดีนี่คะ ตอนนี้พี่อันกลับมาแล้วถ้ารันได้เรียนรู้งานจากคนเก่งๆ อย่างพี่อันก็ดีไม่ใช่เหรอ ถึงเวลาแล้วค่ะที่รันต้องช่วยเหลืองานที่บริษัทตัวเองบ้าง”“ดีมันก็ดีอยู่หรอกติดตรงที่ต่อไปพี่มาทำงานไม่ได้เจอรันนี่สิ อาทิตย์หน้าเราไปเที่ยวกันดีกว่า ทำงานหนักมาต้องหาเวลาพักผ่อนบ้าง ไปญี่ปุ่นดีมั้ยเห็นรันบ่นบอกอยากไปญี่ปุ่นนี่ อีกอย่างตั้งแต่แต่งงานเรายังไม่ได้ไปฮันนีมูนกันเลยนะ พี่ล่ะอิจฉาอริณกับหมอกรจังที่แต่งงานเสร็จก็ได้ฮันนีมูนกันต่อเลยไม่เหมือนพวกเรา”“แล้วสองคนนั้นเขากลับกันวันไหนคะ”“ก็คงอาทิตย์หน้ามั้ง หมอกรไปนานไม่ได้หรอกเดี๋ยวคนไข้ถามหา อ่อ
อรุณลืมตาขึ้นมาในเช้าของอีกวันเห็นรันดากำลังยกแก้วน้ำขึ้นดื่มก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ชายหนุ่มรีบดีดตัวนั่งที่เตียงด้วยร่างอันเปลือยเปล่ามีแค่ผ้านวมผืนใหญ่คลุมท่อนล่างเอาไว้“รันทำอะไร?”“กินน้ำไงคะ”“กินน้ำทำไม?” ชายหนุ่มยังคงซักไซ้ต่อ รันดาเองเห็นท่าทีตื่นตระหนกของอรุณก็หลุดขำออกมา เหมือนเธอจะเข
ร้านอาหารอิตาลี Davideภานุจ้องไปยังพัชชาที่กำลังนั่งทานอาหารกับปราณและลูกสาวที่น่ารักของเขาด้วยความสงสัย ถ้าชายหนุ่มไม่ได้รู้จักพัชชาก็คงคิดว่าเป็นพ่อแม่ลูกกันแน่นอน ความสนิทสนมของพวกเขานั้นดูเป็นธรรมชาติกันอย่างมากปราณเองก็สังเกตเห็นว่าภานุคอยแต่มองพัชชาอยู่ด้วยสายตาที่นิ่งสุขุม ชายหนุ่มเลยอดคิด
ร้านอาหารอิตาลี Davideพัชชาวันนี้ไม่มีสอนเปียโนเลยตั้งใจมาหาภานุที่ร้านอาหาร ช่วงนี้หญิงสาวฟุ้งซ่านกำลังสับสนกับความรู้สึกตัวเองเลยอยากหาคนที่พอจะปรึกษาได้ และดูเหมือนว่าภานุจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเธอ“ฉันมีเรื่องจะปรึกษาคุณหน่อย”“ได้สิ แล้วทำไมคุณไม่ปรึกษาเพื่อนคุณล่ะ พลอยเป็นเพื่อนสนิทค
“บอกแม่มานะ ตกลงอรุณกับหนูพัชมันยังไงกันแน่” พรทวีย้ำถามผู้เป็นลูกชายอีกครั้ง แต่ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้ตอบรันดาก็เปิดประตูเข้ามาก่อนรันดาหลังออกจากห้องประชุมทราบข้าวจากนัททิวก็รีบตรงมาที่โรงพยาบาลทันที พรทวีพอเห็นรันดามาก็เลิกซักไซ้อรุณถึงเรื่องพัชชา“แม่เป็นยังไงบ้างคะ”“โรคคนแก่ไม่มีอะไรหรอกลูก







