Se connecterหลายวันต่อมา
พัชชาออกมาจากสถาบันการสอนเปียโนหลังเลิกงานก็เผยยิ้มหวานสดใสเมื่อเห็นอรุณยืนรออยู่ หญิงสาวไม่รอช้ารีบเดินเข้ามาทักทายชายหนุ่มด้วยความดีใจ “มาหาฉันเหรอคะ” “อืม ผมมารับคุณไปดินเนอร์น่ะ ผมไม่ได้โทรมาถามก่อนไม่รู้คุณว่างหรือเปล่า” “ว่างค่ะ ปกติเลิกงานฉันก็ไม่ได้ไปไหนอยู่แล้ว” หญิงสาวรีบพยักหน้ารับ เธอเองก็ไม่อยากพลาดโอกาสที่จะได้อยู่กับชายหนุ่มตามลำพังเช่นกัน อรุณพาพัชชามายังร้านอาหารที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศที่โรแมนติก สถานที่นี้มักเป็นที่นิยมของคู่รักที่มักมาใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ความเอาใจใส่นับวันของอรุณยิ่งทำพัชชาหวั่นไหวมากขึ้นไปกว่าเดิม หญิงสาววาดฝันไว้ในใจถ้าตัวเธอกับอรุณเป็นคู่รักกันจริงๆ ไม่ใช่คู่รักตามสัญญาก็คงจะดีไม่น้อย “ชอบมั้ย” “ชอบอะไรคะ” หญิงสาวเบิกตาโตรีบถามกลับด้วยความเลิ่กลั่ก ชอบของชายหนุ่มนั้นหมายถึงอะไรกันแน่ “ร้านน่ะคุณชอบมั้ย ผมว่าบรรยากาศไม่เลวเลย” “อ๋อ..ชอบค่ะ คุณพาฉันไปที่ไหนฉันก็โอเคหมดแหละ ปกติก็ไม่ค่อยออกมากินข้าวนอกบ้านอยู่แล้วยกเว้นวันนั้นพลอยจะว่างจริงๆ” หญิงสาวเอ่ยถึงเพื่อนสาวคนสนิท ปกติเพื่อนสาวของเธอมักจะอยู่ทำโอทีที่บริษัทอยู่เสมอ น้อยนักที่จะหาเวลาว่างตรงกัน แม้แต่ในช่วงวันหยุดก็ยังต้องหอบงานมาทำที่บ้าน “งั้นต่อไปผมจะพาคุณออกมากินข้าวนอกบ้านบ่อยๆ นะ” “ไม่เป็นไรค่ะฉันรู้ว่าคุณยุ่ง เอาเท่าที่สะดวกก็พอ” “ไม่เป็นไรยังไงผมต้องรีบทำคะแนนอยู่แล้ว เหลือไม่ถึงครึ่งเดือนก็ต้องพาคุณไปเจอพ่อแม่ เจอกันบ่อยๆ จะได้คุ้นเคยกันเร็วไง” ชายหนุ่มตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา หลังทานมื้อเย็นด้วยกันเสร็จอรุณก็พาพัชชาไปดูหนังต่อ หลังจากดูหนังจบก็มาส่งหญิงสาวที่บ้าน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วแม้จะเจอกันไม่กี่ครั้งก็ตาม ตอนนี้พัชชาเองก็รู้สึกสนิทใจกับชายหนุ่มแล้วเช่นกัน “คุณเข้าบ้านเถอะ” “งั้นขับรถกลับดีๆ นะคะ” หญิงสาวพยักหน้ายิ้มรับบอกลาชายหนุ่มด้วยท่าทีเคอะเขิน พอหันหลังกลับจะเดินเข้าบ้านก็สะดุดเข้ากับกระถางดอกไม้ที่วางอยู่ริมทางเดิน อรุณเห็นพัชชาฟุบลงที่พื้นก็รีบเข้ามาประคอง “เป็นอะไรมั้ย” “ไม่เป็นไรค่ะ โอ๊ย!” ไม่ทันขาดคำเสียงร้องของหญิงสาวก็ดังออกมา ดูเหมือนข้อเท้าเธอนั้นจะเคล็ดจากอุบัติเหตุเมื่อสักครู่ ในเมื่อเป็นเช่นนี้อรุณก็ไม่รอช้ารีบอุ้มหญิงสาวมาไว้ในอ้อมแขนและพาเข้าไปในบ้าน พัชชาเองก็ไม่คาดคิดว่าอรุณจะทำเช่นนี้ พอตกอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่มก็เขินหน้าแดงในทันที “พัชเป็นอะไร?” พลอยใสเพื่อนสาวคนสนิทเห็นพัชชาถูกอรุณอุ้มอยู่ในอ้อมแขนก็เบิกตาโต แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าเพื่อนสาวของเธอน่าจะบาดเจ็บจึงให้อรุณอุ้มพัชชาพาไปนั่งที่โซฟาก่อน “ตกลงเธอเป็นอะไร แล้ว…เธอไปรู้จักคุณอรุณได้ไง” พลอยใสเอ่ยถามเพื่อนสาวด้วยตามอยากรู้ “คุณรู้จักผมด้วยเหรอ” อรุณเองก็เคลือบแคลงเช่นกันไม่คิดว่าเพื่อนสาวของพัชชาจะรู้จักเขาด้วย “อ่อฉันทำงานที่วรินธรค่ะ เคยเห็นคุณอรุณไปคุยโปรเจกต์งานกับคุณลินบ่อยๆ” “ที่แท้คุณก็ทำงานที่วรินธรนี่เอง งั้นขอแนะนำตัวเป็นทางการนะครับ ผมเป็นคู่เดตของพัชครับ” ความเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาของอรุณทำพัชชาประทับใจนัก พลอยใสเองถึงจะงุนงงและสับสนกับความสัมพันธ์ของอรุณกับพัชชาแต่ก็ไม่ได้ถามให้มากความ เธอขอตัวเข้าไปในห้องเพื่อให้ทั้งสองได้พูดคุยกัน อรุณอยู่ดูอาการของพัชชาให้แน่ใจว่าไม่เป็นอะไรถึงได้ขอตัวกลับ พลอยใสพอเห็นอรุณออกไปก็เดินออกจากห้องเข้ามาหาเพื่อสาวทันที เห็นเพื่อนสาวเอาแต่มองตามหลังอรุณยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก็อดที่จะหยอกเย้าไม่ได้ “แอบไปมีแฟนตอนไหนพัชไม่เห็นบอกกันบ้างเลย” “ยังไม่ใช่แฟนสักหน่อย” หญิงสาวรีบสวนกลับด้วยความเคอะเขิน “ก็อนาคตแฟนนั่นแหละ เธอไปรู้จักคุณอรุณได้ไง” “ถ้าจะบอกว่าเขาเป็นคนเข้าหาฉันก่อนเธอจะเชื่อมั้ยล่ะ” “เล่ามาเดี๋ยวนี้เรื่องมันเป็นยังไง” พลอยใสรบเร้าเพื่อนสาวให้เล่าถึงเรื่องที่รู้จักกับอรุณ พัชชาเองก็ไม่คิดที่จะปิดบังเธอเล่าเรื่องของอรุณให้ฟังรวมถึงสัญญาการแต่งงานด้วย “ที่แท้ก็เล่นละครตบตา แต่ดูเขาเหมือนจริงจังกับเธออยู่นะ ดูห่วงเธอแคร์เธอมากเลย” “คุณอรุณเขาก็เป็นแบบนี้แหละ อบอุ่น จริงใจและก็แสนดี” หญิงสาวหุบยิ้มไม่อยู่เมื่อนึกถึงอรุณขึ้นมา “ดูเธอสิคงไม่ใช่แค่ทำตามสัญญาแล้วล่ะน่าจะชอบเขาเข้าแล้ว งั้นก็รุกจีบเขาเลย ทำให้เรื่องปลอมๆ เป็นเรื่องจริง แต่….” “แต่อะไร?” “ไม่มีอะไรหรอก เอาเป็นว่าฉันขอให้เธอสมหวังกับคุณอรุณนะ” “แต่ฉันรู้สึกได้ว่าคุณอรุณไม่ได้ชอบฉัน” “มันก็ไม่แปลกนี่ก็พึ่งรู้จักกันเอง เธอก็ใช้เวลาต่อจากนี้เปิดเผยความรู้สึกของเธอให้เขารู้สิ คนสวยอย่างเธอผู้ชายที่ไหนก็ชอบ” “ดูพูดเข้าสิ มีอีกตั้งเยอะแยะคนที่สวยกว่าฉัน” หญิงสาวส่ายหน้าไปมา คำเยินยอของเพื่อนสาวทำเธอเอ็นดูนัก พลอยใสเองก็รู้เรื่องที่รันดาแอบชอบอรุณเช่นกันเพราะที่บริษัทพากันพูดถึงตลอด แต่เท่าที่รู้มาเป็นการรักข้างเดียวยังไงก็ไม่น่าจะมีผลกระทบกับความสัมพันธ์ของเพื่อนสาวของเธอหรอกมั้งเพราะอรุณก็ชัดเจนตลอดว่าไม่ได้ชอบรันดา งั้นเรื่องของรันดาก็ไม่จำเป็นต้องบอกพัชชาให้คิดมาก บ้านวรินธร “ขอบคุณนะคะพี่นุที่พารันไปกินของอร่อยๆ” รันดาขอบคุณหนุ่มรุ่นพี่ที่วันนี้พาเธอออกไปทานมื้อค่ำด้วยกัน “พี่ต้องขอบคุณรันมากกว่าที่พาพี่ไปเปิดหูเปิดตา กลับไทยครั้งนี้ถ้าไม่ได้รันพาออกเที่ยวพี่คงเบื่อแย่เลย” “แล้วครั้งนี้พี่นุจะอยู่ไทยกี่วันคะ” “พี่คงไม่กลับไปแล้วล่ะ” สายตาเว้าวอนของภานุจ้องไปที่ดวงตากลมโตของรันดาอย่างเป็นประกาย “ทำไมคะ มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า” “ดูทำหน้าเข้าสิไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น พี่ตั้งใจจะกลับมาเปิดร้านอาหารอิตาลีอยู่ที่นี่น่ะ ส่วนร้านที่อิตาลีก็อยู่ตัวแล้วให้หุ้นส่วนดูแลไป” “เรื่องจริงหรือล้อเล่นคะ” หญิงสาวยังคงไม่อยากเชื่อ “เรื่องจริง และที่พี่กลับมาครั้งนี้ก็เพราะรันด้วย ถึงเวลาที่พี่ต้องทำตามเสียงหัวใจของตัวเองสักที ต่อให้ครั้งนี้รันจะไล่พี่กลับไปอีก…พี่ก็ไม่สนแล้ว” ชายหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น การกลับมาครั้งนี้เพื่อแย่งชิงหัวใจของรันดาโดยเฉพาะ ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะถูกหญิงสาวปฏิเสธไปแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ชายหนุ่มจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แล้ว ภาณุ ชายหนุ่มวัย28ปีเป็นเพื่อนชายร่วมรุ่นของอริณและยังเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยของรันดาอีกด้วย หลังจากที่สารภาพรักและถูกรันดาปฏิเสธไปเมื่อปีก่อนก็ย้ายไปทำธุรกิจร้านอาหารอยู่ที่อิตาลีกับกลุ่มเพื่อน เดิมทีภาณุตั้งใจที่จะตัดใจจากรันดาแล้วแต่เมื่อวันก่อนได้รับสายจากอริณเล่าถึงสถานการณ์ของรันดาให้ฟัง ชายหนุ่มเองพอรับรู้เรื่องหญิงสาวที่ตัวเองรักถูกอรุณปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าและกำลังจะแต่งงานก็มีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง การกลับมาครั้งนี้ตั้งมั่นเอาไว้ว่าต้องชนะใจรันดาแทนที่คนในใจอย่างอรุณให้ได้ บ้านคิรินทร์ “อ้าว!วันนี้นอนบ้านเหรอเรา” อรุณทักทายอรินเมื่อเห็นผู้เป็นน้องชายนั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่น “ครับ พอดีแวะมาเอาของแต่ขี้เกียจขับรถกลับคอนโดเลยว่าจะนอนบ้าน แล้วพี่อรุณไปไหนมาถึงได้พึ่งกลับ” “พาพัชไปกินข้าวดูหนังมาน่ะ” “ดูท่าจะเอาจริงแฮะ แล้วทำไมไม่พาสาวมาแนะนำให้ครอบครัวรู้จักบ้างล่ะ” “ก็บอกว่าขอเวลา1เดือนคำไหนก็คำนั้นสิ ไม่ใช่อะไรหรอกแค่อยากทำความคุ้นเคยกับพัชให้มากกว่านี้พัชจะได้ไม่รู้สึกประหม่าไง” “อืมเข้าใจแล้ว งั้นขอให้สมหวังแล้วกัน” “ช่วงนี้รันไปหานายบ้างมั้ย” “ไม่ชอบเขาแล้วจะถามหาเขาไปทำไมครับ” “ก็อยากรู้ว่ารันเป็นยังไงบ้างสบายดีมั้ย นี่นายกะจะให้ฉันตัดขาดกับรันไปเลยหรือไง” “พี่อรุณไม่ต้องห่วงหรันสบายดี ช่วงนี้ก็คงจะยุ่งๆ กับการออกเดตเหมือนพี่นั่นแหละ” “ออกเดต กับใคร?” “กับใครก็ได้ที่จริงใจ ไม่ได้ทำให้รันเสียใจเหมือนที่พี่อรุณทำ ผมไปนอนดีกว่าขี้เกียจจะคุยด้วยแล้ว” อริณตบไหล่พี่ชายเบาๆ ก่อนจะเดินขึ้นบันไดกลับเข้าห้องตัวเองไป “เดี๋ยวสินายยังไม่บอกเลยว่ารันออกเดตกับใคร” อรุณตะโกนถามตามหลัง แต่ก็ไร้วี่แววการตอบกลับของผู้เป็นน้องชาย หลายวันต่อมา บริษัทคิรินทร์ “คุณอรุณครับ คุณอรุณต้องไม่อยากเชื่อแน่เลยว่าใครเป็นผู้ดูแลโปรเจกต์ที่ร่วมกับคิรินทร์ครั้งนี้” นัททิววิ่งหน้าตาตื่นตรงมาหาอรุณเพื่อนำข่าวสำคัญมาบอกผู้เป็นเจ้านายให้ทราบ “ใคร?” “ฉันเองค่ะ” น้ำเสียงสดใสของรันดาเอ่ยแทรกขึ้นมา โปรเจกต์งานที่วรินธรร่วมทุนกับคิรินทร์ครั้งนี้เป็นรันดาลูกสาวคนเล็กของวรินธรเป็นผู้รับผิดชอบ“พัชมองอะไรอยู่ไปกันได้แล้ว” เพื่อนสาวที่มาด้วยกันเอ่ยทักเมื่อเห็นพัชชาเอาแต่มองไปยังทางอื่น“อ่อ เธอไปก่อนเลยนะพอดีฉันนัดพลอยไว้ต่อน่ะ ว่าจะรอให้พลอยมาถึงก่อน” พัชชาเอาเพื่อนสาวคนสนิมมาอ้างเพราะเธออยากจะรู้ความสัมพันธ์ของอรุนกับรันดา บางทีถ้าแอบตามคนทั้งคู่เธอคงได้รู้เรื่องอะไรมากขึ้นพัชชายังคงนั่งจับสังเกตอยู่ที่ร้านอาหารตามเดิม เห็นอรุณเอาใจใส่ตักกับข้าวให้รันดาก็รู้สึกหึงหวงขึ้นมาในใจ สายตาที่ชายหนุ่มมองรันดานั้นดูอบอุ่นและลึกซึ้งอยู่มากนัก ตอนนี้ความแคลงใจที่หญิงสาวมีไม่สามารถเก็บไว้ได้แล้ว และคนที่จะให้คำตอบเธอได้ดีที่สุดก็คงเป็นนัททิวหลังจากที่อรุณและรันดาออกจากร้านอาหารไปพัชชาก็โทรหานัททิวให้ออกมาเจอ หญิงสาวซักไซ้ถามชายหนุ่มอย่างตรงไปตรงมาแต่นัททิวเองก็พูดเรื่องเจ้านายมากไม่ได้“ถ้าพัชอยากรู้อะไรพี่ว่าไปถามคุณอรุณดีกว่า แต่พี่บอกกับพัชได้เลยว่าคุณอรุณกับคุณรันไม่มีอะไรจริงๆ”“ไม่มีอะไรแน่เหรอคะ แล้วทำไมคุณอรุณดูแคร์คุณรันดาขนาดนั้นล่ะ”“ก็พวกเขาสนิทกันไง พี่ต้องกลับแล้วอยู่นานไม่ได้เดี๋ยวคุณอรุณถามหา พัชไม่ต้องคิดมากหรอกทำใจให้สบายรอรับเรื่องดีๆ วันนี้ดีกว่า พี่ไปก่อนนะ”พัช
ร้านอาหารรันดามาถึงร้านอาหารที่นัดกับภานุไว้ พอมาถึงก็เห็นชายหนุ่มยืนถือดอกไม้ยิ้มต้อนรับอยู่ที่โต๊ะ บรรยากาศในร้านตอนนี้ชวนโรแมนติกอยู่มากนัก“พี่ให้ ถือว่าเป็นกำลังใจกับงานโปรเจกต์ใหญ่ครั้งแรกแล้วกันนะ”“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวยื่นมือรับช่อดอกไม้ด้วยความยินดีรันดาและภานุหลังจากทานมื้อเย็นเสร็จก็ออกไปเที่ยวเล่นด้วยกันต่อ พอตกค่ำชายหนุ่มก็ขับรถมาส่งหญิงสาวที่หน้าบ้านเหมือนเช่นทุกครั้ง“พี่นุจะเข้าไปในบ้านก่อนมั้ย”“ไว้ครั้งหน้าดีกว่าพอดีพี่มีธุระต่อน่ะ”“งั้นก็ได้ค่ะ ขับรถดีๆ นะคะ” หญิงสาวยิ้มหวานบอกลา พอจะหันหลังกลับก็ถูกชายหนุ่มคว้าข้อมือรั้งไว้“มีอะไรเหรอคะ”“รัน เปิดใจให้พี่ได้มั้ย พี่รู้ว่ารันพึ่งผิดหวังจากพี่อรุณมาแต่พี่ไม่อยากรออีกแล้ว พี่รู้สึกว่าถ้าครั้งนี้พี่ปล่อยมือรันไปพี่จะไม่มีทางกลับมาหารันได้อีก” ภานุกุมมือหญิงสาวไว้แน่น สายตาก็จับจ้องไปที่รันดาด้วยความเว้าวอน“รันก็ไม่ได้ปิดใจนี่คะ แต่เรื่องแบบนี้ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า อีกอย่างตอนนี้รันก็มีโปรเจกต์สำคัญที่ต้องทำ รันอยากทุ่มเทให้กับงานตรงนี้ด้วย พี่นุก็รู้ว่างานนี้เป็นงานแรกรันก็ไม่อยากให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้
“เราเนี่ยนะจะมาดูแลโปรเจกต์นี้ ล้อเล่นหรือเปล่า” อรุณยังคงไม่เชื่อ คนที่ไม่เคยมีประสบการณ์อย่างรันดาจะเข้ามาคุมโปรเจกต์งานใหญ่ได้ยังไง“เป็นฉันแล้วไงคะ ฉันเองก็เป็นวรินธรคนหนึ่งทำไมจะรับผิดชอบงานนี้ไม่ได้” หญิงสาวโต้กลับ“รัน…นี่บริษัทนะไม่ใช่สนามเด็กเล่น ถ้าจะประชดพี่จนแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานไม่ได้งั้นโปรเจกต์นี้พี่ก็ไม่ทำแล้ว”“คุณคิดว่าตัวเองสำคัญพอที่จะให้ฉันเอาเรื่องงานมาต่อรองเหรอคะ” น้ำเสียงที่แข็งกระด้างของรันดาทำอรุณไม่สบอารมณ์เอาซะเลย ชายหนุ่มไล่นัททิวออกจากห้องทำงานพร้อมบอกผู้ช่วยหนุ่มว่าอย่าให้ใครเข้ามารบกวนเวลานี้“พอเถอะรันพี่ไม่อยากทะเลาะกับรันแล้ว ถ้ารันยังโกรธพี่รันจะทำยังไงกับพี่ก็ได้แต่ขอร้องอย่าเอาเรื่องงานมาเกี่ยว รันก็รู้ว่าโปรเจกต์นี้สำคัญมากแค่ไหน”“ทำไมคุณต้องคิดว่าฉันจะโกรธคุณด้วย”“แล้วทำไมถึงไม่เรียกพี่ว่าพี่ล่ะ ทำไมต้องเรียกซะห่างเหินด้วย ไม่ว่าจะคำพูดหรืออารมณ์ของรันในตอนนี้มันก็แสดงออกชัดเจนว่ารันกำลังโกรธพี่อยู่ เอาล่ะพี่ไม่อยากพูดแล้วเดี๋ยวพี่โทรคุยกับลินดาเอง”“ทำไมต้องคุยกับพี่ลินด้วย ก็บอกแล้วไงว่าโปรเจกต์นี้รันเป็นคนรับผิดชอบ พี่ลินกับพ่อก็
หลายวันต่อมาพัชชาออกมาจากสถาบันการสอนเปียโนหลังเลิกงานก็เผยยิ้มหวานสดใสเมื่อเห็นอรุณยืนรออยู่ หญิงสาวไม่รอช้ารีบเดินเข้ามาทักทายชายหนุ่มด้วยความดีใจ“มาหาฉันเหรอคะ”“อืม ผมมารับคุณไปดินเนอร์น่ะ ผมไม่ได้โทรมาถามก่อนไม่รู้คุณว่างหรือเปล่า”“ว่างค่ะ ปกติเลิกงานฉันก็ไม่ได้ไปไหนอยู่แล้ว” หญิงสาวรีบพยักหน้ารับ เธอเองก็ไม่อยากพลาดโอกาสที่จะได้อยู่กับชายหนุ่มตามลำพังเช่นกันอรุณพาพัชชามายังร้านอาหารที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศที่โรแมนติก สถานที่นี้มักเป็นที่นิยมของคู่รักที่มักมาใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ความเอาใจใส่นับวันของอรุณยิ่งทำพัชชาหวั่นไหวมากขึ้นไปกว่าเดิม หญิงสาววาดฝันไว้ในใจถ้าตัวเธอกับอรุณเป็นคู่รักกันจริงๆ ไม่ใช่คู่รักตามสัญญาก็คงจะดีไม่น้อย“ชอบมั้ย”“ชอบอะไรคะ” หญิงสาวเบิกตาโตรีบถามกลับด้วยความเลิ่กลั่ก ชอบของชายหนุ่มนั้นหมายถึงอะไรกันแน่“ร้านน่ะคุณชอบมั้ย ผมว่าบรรยากาศไม่เลวเลย”“อ๋อ..ชอบค่ะ คุณพาฉันไปที่ไหนฉันก็โอเคหมดแหละ ปกติก็ไม่ค่อยออกมากินข้าวนอกบ้านอยู่แล้วยกเว้นวันนั้นพลอยจะว่างจริงๆ” หญิงสาวเอ่ยถึงเพื่อนสาวคนสนิท ปกติเพื่อนสาวของเธอมักจะอยู่ทำโอทีที่บริษัทอยู่เสมอ น้อยนักที่จะหาเ
“หมายความว่าไงคะ”“อะไรคือหมายความว่าไง” อรุณถามไปยังรันดาที่เอาแต่ทำหน้าบึ้งยืนจ้องเขาอย่างไม่ละสายตา จู่ๆ หญิงสาวก็เดินเข้ามาแล้วก็ถามคำถามที่เขาไม่สามารถเข้าใจได้“ก็เรื่องที่พี่ทำตัวเย็นชาใส่รันมันหมายความว่าไง”“คิดมากแล้วพี่ก็เหมือนเดิม สงสัยช่วงนี้งานพี่ยุ่งมั้งเลยทำให้รันคิดว่าพี่เปลี่ยนไป”“เมื่อก่อนพี่ก็ยุ่งแบบนี้ไม่เห็นจะทำตัวเหินห่างกับรันเลยนี่ รันก็นึกว่าเราจะเข้ากันได้ดีซะอีกทำไมอยู่ๆ พี่ถึงเปลี่ยนใจล่ะ”“พี่ไม่เคยเปลี่ยนใจ สำหรับพี่รันก็ยังเป็นน้องสาวของพี่เหมือนเดิม…เหมือนที่เคยเป็น” ชายหนุ่มเน้นย้ำสายตาจ้องไปที่รันดาอย่างดุดัน“น้องสาว! ที่ผ่านมาแค่ความรู้สึกพี่ชายกับน้องสาวแค่นั้นจริงๆ เหรอคะ”“ใช่ แค่พี่ชายกับน้องสาว ถ้าพี่ทำให้รันเข้าใจผิดงั้นพี่ขอโทษ” ชายหนุ่มยืนยันหนักแน่น ไม่ว่ายังไงระหว่างเขากับหญิงสาวก็ไม่มีทางพัฒนาความสัมพันธ์ไปมากกว่านี้แล้ว“แต่รันชอบพี่! ชอบตั้งแต่เจอพี่ครั้งแรกแล้วตอนนี้ก็ยังชอบอยู่ รันชอบพี่ก่อนศศิด้วยซ้ำ” หญิงสาวโพล่งความรู้สึกที่เก็บไว้มานานออกมา ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องเก็บซ่อนความรู้สึกอีกต่อไปแล้ว“ว่าไงนะ!” อรุณไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้
“คุณแน่ใจแล้วใช่มั้ย” อรุณย้ำถามพัชชาเพื่อความแน่ใจ เพราะเรื่องแต่งงานสำหรับผู้หญิงนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินใจได้ง่ายๆ“ค่ะ แต่ฉันมีเงื่อนไขนิดหนึ่ง”“ได้สิผมตกลง”“ตกลงง่ายๆ เลยแบบนี้เลย? ไม่ถามฉันก่อนเหรอคะว่าเงื่อนไขอะไร”“ลำพังแค่สัญญาแต่งงานคุณที่เป็นผู้หญิงก็เสียเปรียบผมอยู่แล้ว เอาเป็นว่าคุณอยากเพิ่มเงื่อนไขอะไรผมโอเคหมด” คำตอบจริงใจที่ไม่คิดจะเอาเปรียบเธอนั้นทำหญิงสาวซาบซึ้งอยู่ไม่น้อย สมคำร่ำลือที่นัททิวมักจะเยินยอผู้เป็นเจ้านายให้เธอฟังบ่อยๆ จริงๆ“ไม่ใช่เงื่อนไขอะไรสำคัญหรอกค่ะ คุณบอกว่าหลังจาก1เดือนต้องพาฉันไปให้แม่คุณเจอ งั้นก่อนถึงวันนั้นฉันอยากให้เราทำความรู้จักกันให้มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องในฐานะคนรักแค่ฐานะเพื่อนก็ได้ ในเมื่อเราจะร่วมงานกันก็ควรต้องรู้จักกันไว้”“ได้สิ ผมเองก็ตั้งใจไว้แบบนั้นอยู่แล้ว ว่าแต่…เรื่องแต่งงานพ่อแม่คุณจะว่าอะไรมั้ย"“ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะพวกเขาน่าจะดีใจมากกว่าถ้าฉันแต่งงาน ไว้ใกล้ๆ ถึงวันนั้นฉันค่อยบอกพ่อกับแม่ก็ได้”“คุณไม่มีแฟนใช่มั้ย”“ถ้าฉันมีคงไม่รับข้อเสนอของคุณหรอกค่ะ แล้วคุณล่ะคะ…ไม่ได้คบใครอยู่ใช่มั้ย”“ไม่มี ผมก็เหมือนคุณแหละถ้ามีแฟนจะ







