Se connecter“หมายความว่าไงคะ”
“อะไรคือหมายความว่าไง” อรุณถามไปยังรันดาที่เอาแต่ทำหน้าบึ้งยืนจ้องเขาอย่างไม่ละสายตา จู่ๆ หญิงสาวก็เดินเข้ามาแล้วก็ถามคำถามที่เขาไม่สามารถเข้าใจได้ “ก็เรื่องที่พี่ทำตัวเย็นชาใส่รันมันหมายความว่าไง” “คิดมากแล้วพี่ก็เหมือนเดิม สงสัยช่วงนี้งานพี่ยุ่งมั้งเลยทำให้รันคิดว่าพี่เปลี่ยนไป” “เมื่อก่อนพี่ก็ยุ่งแบบนี้ไม่เห็นจะทำตัวเหินห่างกับรันเลยนี่ รันก็นึกว่าเราจะเข้ากันได้ดีซะอีกทำไมอยู่ๆ พี่ถึงเปลี่ยนใจล่ะ” “พี่ไม่เคยเปลี่ยนใจ สำหรับพี่รันก็ยังเป็นน้องสาวของพี่เหมือนเดิม…เหมือนที่เคยเป็น” ชายหนุ่มเน้นย้ำสายตาจ้องไปที่รันดาอย่างดุดัน “น้องสาว! ที่ผ่านมาแค่ความรู้สึกพี่ชายกับน้องสาวแค่นั้นจริงๆ เหรอคะ” “ใช่ แค่พี่ชายกับน้องสาว ถ้าพี่ทำให้รันเข้าใจผิดงั้นพี่ขอโทษ” ชายหนุ่มยืนยันหนักแน่น ไม่ว่ายังไงระหว่างเขากับหญิงสาวก็ไม่มีทางพัฒนาความสัมพันธ์ไปมากกว่านี้แล้ว “แต่รันชอบพี่! ชอบตั้งแต่เจอพี่ครั้งแรกแล้วตอนนี้ก็ยังชอบอยู่ รันชอบพี่ก่อนศศิด้วยซ้ำ” หญิงสาวโพล่งความรู้สึกที่เก็บไว้มานานออกมา ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องเก็บซ่อนความรู้สึกอีกต่อไปแล้ว “ว่าไงนะ!” อรุณไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ชายหนุ่มเข้าใจว่าความรู้สึกดีๆ ที่รันดามีให้เขาเกิดขึ้นหลังจากที่ศศิได้จากไปแล้ว ไม่คิดว่าหญิงสาวจะแอบชอบเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่รู้จักกัน “พอรันรู้ว่าพี่กับศศิชอบกันรันก็พยายามแล้วที่จะตัดใจจากพี่แต่รันก็ทำไม่ได้ ถึงรันจะต้องเสียใจแต่รันก็พยายามอย่างดีที่สุดเพื่อจะเก็บความลับนี้ไว้ แม้แต่ศศิก็ยังไม่รู้เลยว่าคนที่รันชอบก็คือพี่ รันไม่เคยผิดต่อศศิเลยสักครั้ง รันอยู่ในที่ที่ของรันไม่เคยก้าวก่ายความสัมพันธ์ของพี่กับศศิเลย แต่ตอนนี้ศศิไม่อยู่แล้ว รันเองก็ไม่จำเป็นต้องปิดเรื่องที่รันชอบพี่อีกต่อไป” “พอเถอะรัน พี่ไม่อยากฟัง” ชายหนุ่มตวาดไปที่หญิงสาวอย่างไม่สบอารมณ์ “แต่พี่ต้องฟัง รันรู้สึกได้ว่าที่ผ่านมาพี่เองก็ชอบรันเหมือนกัน” “ก็พี่บอกแล้วไงว่าพี่ไม่ได้ชอบรัน” “ไม่จริง! รันรู้ว่าที่พี่เย็นชากับรันเพราะพี่รู้สึกผิดกับศศิถ้าพี่จะมาชอบเพื่อนสนิทแฟนเก่าตัวเอง…” “รันจะคิดยังไงก็ช่างแต่พี่ยืนยันคำเดิมว่าพี่มองรันเป็นแค่น้องสาว ถ้ารันยังจะดื้อด้านเข้าข้างตัวเองแบบนี้พี่ก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว” ชายหนุ่มตอกย้ำอย่างเด็ดขาด รันดาเห็นท่าทีแข็งกร้าวของอรุณก็เริ่มหวั่นใจขึ้นมา ขืนเธอรบเร้าอยู่แบบนี้มีหวังชายหนุ่มตีตัวออกห่างเธอมากไปกว่าเดิมแน่ “เข้าใจแล้วค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับทั้งน้ำตาก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานไป “ขอโทษนะรัน เลิกชอบพี่เถอะนะ” อรุณเองก็ได้แต่ข่มความรู้สึกไว้ไม่ให้เผลอไผลไปมากกว่านี้ ชายหนุ่มแน่วแน่ที่จะไม่สานสัมพันธ์ต่อกับรันดาในฐานะคนรักแม้ว่าหลังจากนั้นหญิงสาวจะแสดงออกอย่างชัดเจนว่าชอบเขาก็ตาม และชายหนุ่มก็ทำอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ได้จริงๆ จนมาถึงตอนนี้ ปัจจุบัน วันหยุดสุดสัปดาห์ “น้ำค่ะ” พัชชายื่นแก้วน้ำให้อรุณที่นั่งรออยู่ที่โซฟา เดิมทีวันนี้ทั้งคู่ตั้งใจจะไปออกเดตกันข้างนอกแต่พัชชารู้สึกไม่ค่อยสบายเลยเปลี่ยนสถานที่เป็นเดตที่บ้านของหญิงสาวแทน “แล้วเพื่อนคุณล่ะ” “ทำงานค่ะเย็นๆ โน่นและถึงกลับ ขอโทษนะคะที่ทำให้หมดสนุก” “ไม่เป็นไรจะที่ไหนก็เดตได้ทั้งนั้นแหละ เดตที่บ้านคุณก็ดีเหมือนกันนะผมจะได้รู้ความเป็นอยู่คุณไง ว่าแต่คุณแน่ใจใช่มั้ยว่าจะไม่ไปหาหมอผมพาคุณไปได้นะ” “ฉันไม่เป็นไรค่ะแค่ปวดหัวนิดหน่อยตอนนี้โอเคขึ้นแล้ว” “ถ้าไม่ไหวก็บอกผมแล้วกัน” “ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ายิ้มรับ ความเอาใจใส่เล็กๆ น้อยๆ ของอรุณทำพัชชารู้สึกพิเศษมากจริงๆ จากนั้นทั้งสองก็ใช้เวลาอยู่ด้วยกันทำความรู้จักกันให้มากขึ้น ต่างเปิดใจและแลกเปลี่ยนเรื่องราวของกันและกันให้อีกฝ่ายได้รับรู้ การสนทนาของทั้งคู่เป็นไปอย่างผ่อนคลาย และพัชชาก็รับรู้ได้ว่าชายหนุ่มนั้นไม่ได้มีความรู้สึกพิเศษต่อเธอเลยสักนิด กลับเป็นเธอซะเองที่นับวันยิ่งหวั่นไหวให้กับชายหนุ่ม ช่วงค่ำของวัน ณ โรงพยาบาล “เลิกงานแล้วใช่มั้ยไปดื่มกัน” อรุณแวะมาหาปกรณ์เพื่อนชายคนสนิทที่โรงพยาบาลหลังแยกจากพัชชามา “อารมณ์ไหนมาชวนฉันดื่มเนี่ย วันนี้ฉันต้องอยู่เวรต่อเสียใจด้วยนะเพื่อน” “ทำงานไม่มีเวลาว่างแบบนี้ไม่กลัวน้องฉันจะไปหาแฟนใหม่หรือไง” “น้องนายน่ะเข้าใจไม่ได้งี่เง่าเหมือนนายสักหน่อย แล้วนี่ไปหารันมาแล้วใช่มั้ย” “ไปหาทำไม?” “อย่าบอกนะว่านายไม่รู้ว่ารันแอดมิทโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อคืน จะไม่ใส่ใจเกินไปแล้วนะคุณอรุณ” ปกรณ์ตำหนิไปที่เพื่อนชายเพราะเขานั้นก็รับรู้มาตลอดช่วงที่อรุณลำบากก็มีรันดาที่คอยอยู่เคียงข้างไม่ห่าง พอรู้ว่าเพื่อนชายทำตัวเย็นชากับรันดาเช่นนี้ก็อดที่จะขุ่นข้องไม่ได้ อรุณหลังจากที่ทราบเรื่องรันดาก็รีบมาที่ห้องพักฟื้นของหญิงสาวทันที พอเข้ามาก็เห็นหญิงสาวกำลังพูดคุยอย่างเพลิดเพลินอยู่กับอริณผู้เป็นน้องชาย อริณเองพอเห็นอรุณมาก็เปิดทางให้ทั้งคู่ได้มีเวลาอยู่ด้วยกัน “ทำไมไม่บอกพี่เรื่องที่เข้าโรงพยาบาล” “จำเป็นต้องบอกด้วยเหรอคะไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย” “จะงอนอะไรก็ให้มันสมเหตุสมผลหน่อย ที่ถามก็เพราะเป็นห่วง” “เก็บความเป็นห่วงของคุณอรุณไปให้ผู้หญิงที่ไปเดตด้วยเถอะค่ะ ฉันดูแลตัวเองได้” คำพูดที่เหินห่างของรันดาทำชายหนุ่มหลุดขำขึ้นมา ดูท่าหญิงสาวจะพูดจริงทำจริงอย่างที่ได้ลั่นวาจาไว้ครั้งนั้น “รู้ด้วยเหรอว่าพี่ไปเดตมา” “ก็ไม่อยากรู้หรอกค่ะแต่พี่อริณเล่าให้ฟัง ถ้าไม่มีอะไรก็ออกไปเถอะค่ะฉันจะพักแล้ว” ท่าทียียวนของรันดาทำอรุณหงุดหงิดขึ้นมาทันที ชายหนุ่มปรี่เข้าประชิดตัวหญิงสาวที่กำลังจะล้มตัวนอนบนเตียง มือทั้งสองข้างก็ยันเตียงล้อมตัวหญิงสาวไว้ ใบหน้านั้นก็ค่อยๆ ขยับเข้าใกล้หญิงสาวมากขึ้น การจู่โจมของอรุณทำรันดาตกใจเป็นอย่างมาก “หรือพี่จะใจดีกับรันมากเกินไป ได้พี่ชายใจดีไม่ชอบอยากได้พี่ชายโหดๆ ใช่มั้ย” หญิงสาวหน้าบูดเบี้ยวเมื่อชายหนุ่มเอาแต่เน้นย้ำคำว่าพี่ชาย เธอใช้แรงที่มีอันน้อยนิดผลักอกชายหนุ่มให้ออกห่างแต่มีหรือจะสู้แรงชายตัวโตอย่างเขาได้ อรุณไม่รอช้ากดมือทั้งสองข้างของรันดาไว้ ก่อนจะค่อยๆ คลายมือออกเมื่อได้ยินเสียงปกรณ์เพื่อนชายตะโกนออกมา “เฮ่ย เฮ่ย! จะทำอะไรน่ะอรุณ” “แค่จะปราบพยศเด็กดื้อ นายก็ดูสิฉันอุตส่าห์ถามด้วยความเป็นห่วงยังจะกวนอยู่ได้” “ก็ไม่ใช่เพราะนายหรือไงที่ทำให้รันต้องมานอนที่โรงพยาบาลน่ะ” “เพราะฉัน?” อรุณชี้นิ้วมาที่ตัวเองอย่างเคลือบแคลงก่อนจะหันไปสบตารันดา รันดาเองเห็นปกรณ์กำลังจะบอกสาเหตุที่ตัวเธอล้มป่วยก็รีบหยุดชายหนุ่มไว้ “พี่กรเข้าใจผิดแล้ว การป่วยของรันไม่เกี่ยวกับใครสักหน่อย รันอยากพักแล้วค่ะ” หญิงสาวกะพริบตาส่งสัญญาณให้หมอหนุ่มพาตัวอรุณออกจากห้อง ปกรณ์เมื่อเห็นหญิงสาวขอความช่วยเหลือก็รีบดึงแขนอรุณออกไปจากห้องตามที่เธอต้องการ แต่ความสงสัยของอรุณยังไม่หายหลังออกจากห้องก็รบเร้าถามสาเหตุการป่วยของรันดาจากปกรณ์อีกครั้ง “หมายความว่าไงที่บอกว่ารันป่วยเพราะฉัน” “ก่อนหน้านี้นายไปทำอะไรไว้ล่ะถึงทำให้รันเอาแต่เก็บตัวอยู่คนเดียวข้าวปลาไม่ยอมกิน ผู้หญิงบอบบางแบบนั้นอดข้าวไม่กี่วันก็น็อกแล้ว” คำตอบของปกรณ์ทำอรุณรู้สึกผิดขึ้นมา ดูเหมือนว่าความดุดันของหญิงสาวที่แสดงท่าทีตัดขาดเขาในวันนั้นก็เป็นแค่การแกล้งทำบังหน้า เอาเข้าจริงหญิงสาวก็ยังคงปวดใจและรับไม่ได้กับการที่เขาปฏิเสธเธออยู่ดี “อรุณถามจริงเถอะ ไม่มีความรู้สึกกับรันสักนิดเลยเหรอ ตอนนั้นที่ฉันเห็นนายกับรันอยู่ด้วยกันฉันยังคิดว่านายกับรันจะไปด้วยกันได้ดีเลย แล้วทำไมจู่ๆ ถึงหักมุมซะงั้น” “ก็ฉันบอกนายแล้วไงว่าไม่อยากหักหลังศศิ พอฉันเข้าใกล้รันทีไรหน้าศศิก็จะลอยมาทุกที คำพูดที่ศศิย้ำกับฉันวันนั้นมันทำให้ฉันลืมไม่ได้จริงๆ” “นายไม่ได้หักหลังศศิสักหน่อย ถ้านายขอเลิกศศิแล้วไปคบรันนั่นก็ว่าไปอย่าง แต่ตอนนี้ศศิไม่อยู่แล้วที่ผ่านมาไม่ว่านายหรือรันก็ทำดีที่สุดแล้วไม่ว่าจะในฐานะคนรักและในฐานะเพื่อน นายจะต้องไปยึดติดทำไม ฉันว่าศศิจะดีใจซะอีกถ้านายมีคนที่รักนายจริงๆ คอยอยู่เคียงข้าง” “นายหยุดพูดหยุดถามฉันเรื่องนี้เถอะ อีกอย่างตอนนี้ฉันก็กำลังคุยๆ กับคนคนหนึ่งอยู่ นายควรจะดีใจสิที่เพื่อนนายจะมีแฟนสักที” “หมายถึงผู้หญิงที่นายไปเดตวันนี้เหรอ” “อืม พัชชาน่ารักมากไว้ครั้งหน้าฉันจะพามาเจอนาย” “เอาจริงเหรออรุณ ฉันนึกว่านายแค่จะหาแฟนมาเล่นๆ เพื่อตัดปัญหาเรื่องแม่นายซะอีก” “ตอนแรกก็จะทำแบบนั้นแต่พอคิดๆ ไปฉันเองก็อายุเยอะแล้ว ก็ควรมีครอบครัวอย่างที่แม่ว่านั่นแหละ และฉันก็จริงจังกับความสัมพันธ์ครั้งนี้ด้วย ถึงตอนนี้ฉันอาจจะยังไม่ได้ชอบพัชชาแต่ฉันเชื่อว่าความน่ารักความสดใสของพัชชา มันทำให้ฉันชอบเธอได้ไม่ยากหรอก” “เอาเถอะถ้านายคิดดีแล้วก็ตามนั้น ยังไงก็ยินดีด้วยแล้วกันที่จะมีแฟนสักที” รันดาที่แอบฟังอยู่หน้าประตูข้างในห้องก็หลั่งไหลน้ำตาไม่ขาดสาย การกระทำเด็ดขาดของอรุณที่ต้องการปฏิเสธเธอนั้นทำหญิงสาวอ่อนแรงและเจ็บปวดใจมากจริงๆ“พัชมองอะไรอยู่ไปกันได้แล้ว” เพื่อนสาวที่มาด้วยกันเอ่ยทักเมื่อเห็นพัชชาเอาแต่มองไปยังทางอื่น“อ่อ เธอไปก่อนเลยนะพอดีฉันนัดพลอยไว้ต่อน่ะ ว่าจะรอให้พลอยมาถึงก่อน” พัชชาเอาเพื่อนสาวคนสนิมมาอ้างเพราะเธออยากจะรู้ความสัมพันธ์ของอรุนกับรันดา บางทีถ้าแอบตามคนทั้งคู่เธอคงได้รู้เรื่องอะไรมากขึ้นพัชชายังคงนั่งจับสังเกตอยู่ที่ร้านอาหารตามเดิม เห็นอรุณเอาใจใส่ตักกับข้าวให้รันดาก็รู้สึกหึงหวงขึ้นมาในใจ สายตาที่ชายหนุ่มมองรันดานั้นดูอบอุ่นและลึกซึ้งอยู่มากนัก ตอนนี้ความแคลงใจที่หญิงสาวมีไม่สามารถเก็บไว้ได้แล้ว และคนที่จะให้คำตอบเธอได้ดีที่สุดก็คงเป็นนัททิวหลังจากที่อรุณและรันดาออกจากร้านอาหารไปพัชชาก็โทรหานัททิวให้ออกมาเจอ หญิงสาวซักไซ้ถามชายหนุ่มอย่างตรงไปตรงมาแต่นัททิวเองก็พูดเรื่องเจ้านายมากไม่ได้“ถ้าพัชอยากรู้อะไรพี่ว่าไปถามคุณอรุณดีกว่า แต่พี่บอกกับพัชได้เลยว่าคุณอรุณกับคุณรันไม่มีอะไรจริงๆ”“ไม่มีอะไรแน่เหรอคะ แล้วทำไมคุณอรุณดูแคร์คุณรันดาขนาดนั้นล่ะ”“ก็พวกเขาสนิทกันไง พี่ต้องกลับแล้วอยู่นานไม่ได้เดี๋ยวคุณอรุณถามหา พัชไม่ต้องคิดมากหรอกทำใจให้สบายรอรับเรื่องดีๆ วันนี้ดีกว่า พี่ไปก่อนนะ”พัช
ร้านอาหารรันดามาถึงร้านอาหารที่นัดกับภานุไว้ พอมาถึงก็เห็นชายหนุ่มยืนถือดอกไม้ยิ้มต้อนรับอยู่ที่โต๊ะ บรรยากาศในร้านตอนนี้ชวนโรแมนติกอยู่มากนัก“พี่ให้ ถือว่าเป็นกำลังใจกับงานโปรเจกต์ใหญ่ครั้งแรกแล้วกันนะ”“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวยื่นมือรับช่อดอกไม้ด้วยความยินดีรันดาและภานุหลังจากทานมื้อเย็นเสร็จก็ออกไปเที่ยวเล่นด้วยกันต่อ พอตกค่ำชายหนุ่มก็ขับรถมาส่งหญิงสาวที่หน้าบ้านเหมือนเช่นทุกครั้ง“พี่นุจะเข้าไปในบ้านก่อนมั้ย”“ไว้ครั้งหน้าดีกว่าพอดีพี่มีธุระต่อน่ะ”“งั้นก็ได้ค่ะ ขับรถดีๆ นะคะ” หญิงสาวยิ้มหวานบอกลา พอจะหันหลังกลับก็ถูกชายหนุ่มคว้าข้อมือรั้งไว้“มีอะไรเหรอคะ”“รัน เปิดใจให้พี่ได้มั้ย พี่รู้ว่ารันพึ่งผิดหวังจากพี่อรุณมาแต่พี่ไม่อยากรออีกแล้ว พี่รู้สึกว่าถ้าครั้งนี้พี่ปล่อยมือรันไปพี่จะไม่มีทางกลับมาหารันได้อีก” ภานุกุมมือหญิงสาวไว้แน่น สายตาก็จับจ้องไปที่รันดาด้วยความเว้าวอน“รันก็ไม่ได้ปิดใจนี่คะ แต่เรื่องแบบนี้ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า อีกอย่างตอนนี้รันก็มีโปรเจกต์สำคัญที่ต้องทำ รันอยากทุ่มเทให้กับงานตรงนี้ด้วย พี่นุก็รู้ว่างานนี้เป็นงานแรกรันก็ไม่อยากให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้
“เราเนี่ยนะจะมาดูแลโปรเจกต์นี้ ล้อเล่นหรือเปล่า” อรุณยังคงไม่เชื่อ คนที่ไม่เคยมีประสบการณ์อย่างรันดาจะเข้ามาคุมโปรเจกต์งานใหญ่ได้ยังไง“เป็นฉันแล้วไงคะ ฉันเองก็เป็นวรินธรคนหนึ่งทำไมจะรับผิดชอบงานนี้ไม่ได้” หญิงสาวโต้กลับ“รัน…นี่บริษัทนะไม่ใช่สนามเด็กเล่น ถ้าจะประชดพี่จนแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานไม่ได้งั้นโปรเจกต์นี้พี่ก็ไม่ทำแล้ว”“คุณคิดว่าตัวเองสำคัญพอที่จะให้ฉันเอาเรื่องงานมาต่อรองเหรอคะ” น้ำเสียงที่แข็งกระด้างของรันดาทำอรุณไม่สบอารมณ์เอาซะเลย ชายหนุ่มไล่นัททิวออกจากห้องทำงานพร้อมบอกผู้ช่วยหนุ่มว่าอย่าให้ใครเข้ามารบกวนเวลานี้“พอเถอะรันพี่ไม่อยากทะเลาะกับรันแล้ว ถ้ารันยังโกรธพี่รันจะทำยังไงกับพี่ก็ได้แต่ขอร้องอย่าเอาเรื่องงานมาเกี่ยว รันก็รู้ว่าโปรเจกต์นี้สำคัญมากแค่ไหน”“ทำไมคุณต้องคิดว่าฉันจะโกรธคุณด้วย”“แล้วทำไมถึงไม่เรียกพี่ว่าพี่ล่ะ ทำไมต้องเรียกซะห่างเหินด้วย ไม่ว่าจะคำพูดหรืออารมณ์ของรันในตอนนี้มันก็แสดงออกชัดเจนว่ารันกำลังโกรธพี่อยู่ เอาล่ะพี่ไม่อยากพูดแล้วเดี๋ยวพี่โทรคุยกับลินดาเอง”“ทำไมต้องคุยกับพี่ลินด้วย ก็บอกแล้วไงว่าโปรเจกต์นี้รันเป็นคนรับผิดชอบ พี่ลินกับพ่อก็
หลายวันต่อมาพัชชาออกมาจากสถาบันการสอนเปียโนหลังเลิกงานก็เผยยิ้มหวานสดใสเมื่อเห็นอรุณยืนรออยู่ หญิงสาวไม่รอช้ารีบเดินเข้ามาทักทายชายหนุ่มด้วยความดีใจ“มาหาฉันเหรอคะ”“อืม ผมมารับคุณไปดินเนอร์น่ะ ผมไม่ได้โทรมาถามก่อนไม่รู้คุณว่างหรือเปล่า”“ว่างค่ะ ปกติเลิกงานฉันก็ไม่ได้ไปไหนอยู่แล้ว” หญิงสาวรีบพยักหน้ารับ เธอเองก็ไม่อยากพลาดโอกาสที่จะได้อยู่กับชายหนุ่มตามลำพังเช่นกันอรุณพาพัชชามายังร้านอาหารที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศที่โรแมนติก สถานที่นี้มักเป็นที่นิยมของคู่รักที่มักมาใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ความเอาใจใส่นับวันของอรุณยิ่งทำพัชชาหวั่นไหวมากขึ้นไปกว่าเดิม หญิงสาววาดฝันไว้ในใจถ้าตัวเธอกับอรุณเป็นคู่รักกันจริงๆ ไม่ใช่คู่รักตามสัญญาก็คงจะดีไม่น้อย“ชอบมั้ย”“ชอบอะไรคะ” หญิงสาวเบิกตาโตรีบถามกลับด้วยความเลิ่กลั่ก ชอบของชายหนุ่มนั้นหมายถึงอะไรกันแน่“ร้านน่ะคุณชอบมั้ย ผมว่าบรรยากาศไม่เลวเลย”“อ๋อ..ชอบค่ะ คุณพาฉันไปที่ไหนฉันก็โอเคหมดแหละ ปกติก็ไม่ค่อยออกมากินข้าวนอกบ้านอยู่แล้วยกเว้นวันนั้นพลอยจะว่างจริงๆ” หญิงสาวเอ่ยถึงเพื่อนสาวคนสนิท ปกติเพื่อนสาวของเธอมักจะอยู่ทำโอทีที่บริษัทอยู่เสมอ น้อยนักที่จะหาเ
“หมายความว่าไงคะ”“อะไรคือหมายความว่าไง” อรุณถามไปยังรันดาที่เอาแต่ทำหน้าบึ้งยืนจ้องเขาอย่างไม่ละสายตา จู่ๆ หญิงสาวก็เดินเข้ามาแล้วก็ถามคำถามที่เขาไม่สามารถเข้าใจได้“ก็เรื่องที่พี่ทำตัวเย็นชาใส่รันมันหมายความว่าไง”“คิดมากแล้วพี่ก็เหมือนเดิม สงสัยช่วงนี้งานพี่ยุ่งมั้งเลยทำให้รันคิดว่าพี่เปลี่ยนไป”“เมื่อก่อนพี่ก็ยุ่งแบบนี้ไม่เห็นจะทำตัวเหินห่างกับรันเลยนี่ รันก็นึกว่าเราจะเข้ากันได้ดีซะอีกทำไมอยู่ๆ พี่ถึงเปลี่ยนใจล่ะ”“พี่ไม่เคยเปลี่ยนใจ สำหรับพี่รันก็ยังเป็นน้องสาวของพี่เหมือนเดิม…เหมือนที่เคยเป็น” ชายหนุ่มเน้นย้ำสายตาจ้องไปที่รันดาอย่างดุดัน“น้องสาว! ที่ผ่านมาแค่ความรู้สึกพี่ชายกับน้องสาวแค่นั้นจริงๆ เหรอคะ”“ใช่ แค่พี่ชายกับน้องสาว ถ้าพี่ทำให้รันเข้าใจผิดงั้นพี่ขอโทษ” ชายหนุ่มยืนยันหนักแน่น ไม่ว่ายังไงระหว่างเขากับหญิงสาวก็ไม่มีทางพัฒนาความสัมพันธ์ไปมากกว่านี้แล้ว“แต่รันชอบพี่! ชอบตั้งแต่เจอพี่ครั้งแรกแล้วตอนนี้ก็ยังชอบอยู่ รันชอบพี่ก่อนศศิด้วยซ้ำ” หญิงสาวโพล่งความรู้สึกที่เก็บไว้มานานออกมา ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องเก็บซ่อนความรู้สึกอีกต่อไปแล้ว“ว่าไงนะ!” อรุณไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้
“คุณแน่ใจแล้วใช่มั้ย” อรุณย้ำถามพัชชาเพื่อความแน่ใจ เพราะเรื่องแต่งงานสำหรับผู้หญิงนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินใจได้ง่ายๆ“ค่ะ แต่ฉันมีเงื่อนไขนิดหนึ่ง”“ได้สิผมตกลง”“ตกลงง่ายๆ เลยแบบนี้เลย? ไม่ถามฉันก่อนเหรอคะว่าเงื่อนไขอะไร”“ลำพังแค่สัญญาแต่งงานคุณที่เป็นผู้หญิงก็เสียเปรียบผมอยู่แล้ว เอาเป็นว่าคุณอยากเพิ่มเงื่อนไขอะไรผมโอเคหมด” คำตอบจริงใจที่ไม่คิดจะเอาเปรียบเธอนั้นทำหญิงสาวซาบซึ้งอยู่ไม่น้อย สมคำร่ำลือที่นัททิวมักจะเยินยอผู้เป็นเจ้านายให้เธอฟังบ่อยๆ จริงๆ“ไม่ใช่เงื่อนไขอะไรสำคัญหรอกค่ะ คุณบอกว่าหลังจาก1เดือนต้องพาฉันไปให้แม่คุณเจอ งั้นก่อนถึงวันนั้นฉันอยากให้เราทำความรู้จักกันให้มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องในฐานะคนรักแค่ฐานะเพื่อนก็ได้ ในเมื่อเราจะร่วมงานกันก็ควรต้องรู้จักกันไว้”“ได้สิ ผมเองก็ตั้งใจไว้แบบนั้นอยู่แล้ว ว่าแต่…เรื่องแต่งงานพ่อแม่คุณจะว่าอะไรมั้ย"“ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะพวกเขาน่าจะดีใจมากกว่าถ้าฉันแต่งงาน ไว้ใกล้ๆ ถึงวันนั้นฉันค่อยบอกพ่อกับแม่ก็ได้”“คุณไม่มีแฟนใช่มั้ย”“ถ้าฉันมีคงไม่รับข้อเสนอของคุณหรอกค่ะ แล้วคุณล่ะคะ…ไม่ได้คบใครอยู่ใช่มั้ย”“ไม่มี ผมก็เหมือนคุณแหละถ้ามีแฟนจะ







