LOGINร้านอาหาร
รันดามาถึงร้านอาหารที่นัดกับภานุไว้ พอมาถึงก็เห็นชายหนุ่มยืนถือดอกไม้ยิ้มต้อนรับอยู่ที่โต๊ะ บรรยากาศในร้านตอนนี้ชวนโรแมนติกอยู่มากนัก “พี่ให้ ถือว่าเป็นกำลังใจกับงานโปรเจกต์ใหญ่ครั้งแรกแล้วกันนะ” “ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวยื่นมือรับช่อดอกไม้ด้วยความยินดี รันดาและภานุหลังจากทานมื้อเย็นเสร็จก็ออกไปเที่ยวเล่นด้วยกันต่อ พอตกค่ำชายหนุ่มก็ขับรถมาส่งหญิงสาวที่หน้าบ้านเหมือนเช่นทุกครั้ง “พี่นุจะเข้าไปในบ้านก่อนมั้ย” “ไว้ครั้งหน้าดีกว่าพอดีพี่มีธุระต่อน่ะ” “งั้นก็ได้ค่ะ ขับรถดีๆ นะคะ” หญิงสาวยิ้มหวานบอกลา พอจะหันหลังกลับก็ถูกชายหนุ่มคว้าข้อมือรั้งไว้ “มีอะไรเหรอคะ” “รัน เปิดใจให้พี่ได้มั้ย พี่รู้ว่ารันพึ่งผิดหวังจากพี่อรุณมาแต่พี่ไม่อยากรออีกแล้ว พี่รู้สึกว่าถ้าครั้งนี้พี่ปล่อยมือรันไปพี่จะไม่มีทางกลับมาหารันได้อีก” ภานุกุมมือหญิงสาวไว้แน่น สายตาก็จับจ้องไปที่รันดาด้วยความเว้าวอน “รันก็ไม่ได้ปิดใจนี่คะ แต่เรื่องแบบนี้ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า อีกอย่างตอนนี้รันก็มีโปรเจกต์สำคัญที่ต้องทำ รันอยากทุ่มเทให้กับงานตรงนี้ด้วย พี่นุก็รู้ว่างานนี้เป็นงานแรกรันก็ไม่อยากให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้น รันบอกตรงๆ นะคะว่าความรู้สึกที่รันมีให้พี่นุก็ยังเป็นพี่ชายที่น่ารักเหมือนเดิมแต่ถ้าถามว่าอนาคตจะเปลี่ยนไปมั้ยรันตอบไม่ได้ค่ะ ถ้าพี่นุรู้สึกว่ารันช้าไปกับความสัมพันธ์นี้รันก็คงทำได้แต่ขอโทษ รันเองก็ไม่ได้อยากให้พี่นุรอเหมือนกันเพราะรันไม่รู้ว่ารันจะชอบพี่นุได้มั้ย” “พี่จะรอ พี่ขอโทษนะที่คิดไม่รอบคอบ พี่แค่กลัวว่าพี่อรุณจะมาแย่งรันกลับคืนไป” “พี่คิดมากแล้วค่ะ งั้นรันเข้าบ้านก่อนนะคะ” หญิงสาวบอกลาก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านไป ความเร้าหรือของภานุครั้งนี้ทำรันดารู้สึกอึดอัดนัก และอีกอย่างชายหนุ่มคิดมาได้ไงว่าอรุณจะกลับมาหาเธอเพราะมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ภานุพอมองตาหลังที่เคร่งขรึมของรันดาก็รู้สึกผิด เขาเองก็ไม่ควรจะเร่งรัดความสัมพันธ์ในครั้งนี้ทั้งๆ ที่รู้ว่าหญิงสาวยังแผลสดอยู่ คิดแล้วก็ได้แต่โมโหให้ตัวเอง รันดารู้ว่าภานุนั้นมีความจริงใจให้ และชายหนุ่มก็สามารถทำให้เธอมีความสุขได้ แต่สำหรับเธอตอนนี้ยังไม่พร้อมจะเริ่มความรักกับใครจริงๆ ไม่ใช่แค่เหตุผลเรื่องงานแต่เหตุผลหลักคือเธอยังคงมีใจให้อรุณอยู่ บางทีถ้าผ่านไปสักพักเวลาอาจจะเยียวยาบาดแผลและทำให้เธอลืมอรุณได้อย่างสนิทใจ และเมื่อถึงตอนนั้นเธอก็พร้อมที่จะเปิดใจรับความรักครั้งใหม่แล้ว ช่วงดึกของวัน “แฮปปี้เบิร์ดเดย์ครับ เปิดดูสิ” อรุณยื่นกล่องของขวัญให้กับพัชชาที่นั่งอยู่ข้างๆ หญิงสาวพอเปิดออกเห็นเป็นปากกาก็เผยยิ้มพอใจ ใจจริงเธอไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องได้ของขวัญ ขอแค่ชายหนุ่มมาร่วมฉลองวันเกิดกับเธอก็ดีใจแล้ว “เอาไว้จดโน้ตเพลงไง เผื่อคุณอยากแต่งเพลงเองเอาไว้เล่นให้เด็กๆ ฟัง” “ขอบคุณค่ะ” อรุณเห็นพัชชายิ้มดีใจกับของขวัญที่ให้ก็พอใจเช่นกัน เดิมทีอยากซื้อของขวัญที่มีความหมายมากกว่านี้แต่ก็กลัวเป็นการเร่งรัดจนทำให้หญิงสาวอึดอัดใจ พัชชาพอเห็นอรุณเอาแต่ยิ้มจ้องมาที่ตัวเองก็เขินอายหน้าแดง สายตาของชายหนุ่มวันนี้ดูเปลี่ยนไปจากเดิมอยู่มาก เมื่อก่อนไม่ได้มองเธอด้วยแววตาที่เปล่งประกายเช่นนี้ “คุณเลิกจ้องฉันได้แล้ว” หญิงสาวป้ายเค้กไปที่แก้มของอรุณด้วยความเคอะเขินที่เอาแต่มองเธอด้วยสายตาที่หวานซึ้ง พอจะลุกหนีก็ถูกชายหนุ่มคว้าข้อมือรั้งเอาไว้ อรุณดึงพัชชาให้นั่งลงอยู่ข้างกายตามเดิมก่อนจะป้ายเค้กไปที่แก้มของหญิงสาวคืนบ้าง ทั้งสองยื้อยุดหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน อรุณค่อยๆ ปล่อยใจไปกับความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อพัชชา ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะเริ่มหวั่นไหวให้หญิงสาวขึ้นมาอีกครั้งแล้ว บ้านวรินธร รันดานั่งอยู่ที่เตียงนอนในมือถือผ้าเช็ดหน้าผืนโปรดที่อรุณเคยให้ไว้เมื่อ7ปีก่อน ก่อนหน้านี้หญิงสาวตั้งใจที่จะไม่กลับไปอาลัยอาวรณ์อรุณอีกแต่เอาเข้าจริงก็ยังทำไม่ได้ ช่วงเย็นเห็นชายหนุ่มร้อนใจไปหาพัชชาเธอเองยอมรับว่าซึมแต่ก็ไม่อยากแสดงออกมากให้นัททิวเห็นพิรุธ เลยได้แต่ฝืนยิ้มทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ฉันรักพี่มา7ปีเลยนะ จะให้ฉันเลิกรักพี่ง่ายๆ ได้ยังไง” หญิงสาวน้ำตาคลอเจ็บปวดและเจ็บใจที่ตัวเองไม่สามารถตัดใจจากอรุณได้สักที ยิ่งรู้ว่าชายหนุ่มเปิดใจให้ผู้หญิงอีกคนไปแล้วความรู้สึกก็ยิ่งพังทลาย เธอจะต้องใช้เวลามากแค่ไหนกันถึงจะลืมอรุณออกไปจากใจได้ วันต่อมา บริษัทคิรินทร์ “เมื่อวานก็พึ่งอยู่ด้วยกันเอง วันนี้ก็จะนัดออกไปเจอกันอีกแล้วเหรอครับ” นัททิวเอ่ยหยอกผู้เป็นเจ้านายหลังวางสายจากพัชชาไป “ทำมาเป็นรู้ดี นายช่วยเลือกสถานที่บรรยากาศดีๆ คนไม่เยอะให้ฉันหน่อยสิ อ้อ…และก็จองดอกไม้ช่อโตๆ ให้สักช่อด้วย” “คุณอรุณจะคุกเข่าขอพัชแต่งงานเหรอครับ” ผู้ช่วยหนุ่มถามด้วยความตื่นเต้น “ไม่ใช่สักหน่อย ฉันแค่อยากจะขอพัชชาคบอย่างเปิดเผยน่ะ” “งั้นก็แปลว่าตอนนี้คุณอรุณตกหลุมรักพัชเข้าแล้วจริงๆ ผมว่าแล้วต้องมีวันนี้” “ก็ยังไม่ชัดเจนขนาดนั้นหรอกแค่ความสัมพันธ์เริ่มต้นน่ะ แต่ฉันยอมรับว่าตอนนี้เริ่มหวั่นไหวให้พัชชาแล้วจริงๆ เราสองคนดูเข้ากันได้ดีจนทำให้ฉันอยากจริงจังกับความสัมพันธ์นี้ ฉันอยากให้เกียรติพัชชาบอกถึงความสัมพันธ์ของเราให้ทุกคนรู้ก่อนที่เราจะแต่งงานกัน” “ผมดีใจจังเลยครับในที่สุดเจ้านายสุดที่รักของผมก็มีความรักอีกครั้ง ถ้าคุณท่านรู้ต้องดีใจมากแน่ๆ ทีนี้เรื่องอุ้มหลานก็ไม่นานเกินรอแล้ว” “นายจะรีบไปไหนเอาให้ผ่านคืนนี้ไปก่อนมั้ย ฉันยังไม่แน่ใจเลยว่าพัชชาจะตอบตกลงคบกับฉันหรือเปล่า นายอย่าลืมสิฉันกับพัชชารู้จักกันได้ยังไม่ถึงเดือนเลย” “ต้องตกลงสิ นี่อย่าบอกนะครับว่าคุณอรุณดูไม่ออกว่าพัชก็ชอบคุณอรุณเหมือนกัน” “ไม่ต้องพูดมากให้ไปทำอะไรก็ไปทำ อ่อ…แล้วรันทำงานเป็นไงบ้าง” “คุณรันตั้งใจทำงานมากเลยครับ เชื้อวรินธรนี่แรงจริงๆ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูเก่งไปหมด อ่ออีกอย่างผมว่าคุณอรุณหายห่วงเรื่องคุณรันได้แล้วนะครับ เมื่อวานคุณรันรู้ว่าคุณอรุณไปหาพัชคุณรันยังยิ้มไม่เห็นรู้สึกเศร้าเลย ผมว่าคุณรันตัดใจจากคุณอรุณได้แล้วล่ะ” “ก็คงใช่ ได้ข่าวว่าตอนนี้ก็กำลังออกเดตกับหนุ่มที่พึ่งกลับจากอิตาลีอยู่นี่ ก็แปลว่าคงไปด้วยกันได้ดี” “ดีใจจังในที่สุดคุณรันก็หลุดพ้นจากคุณอรุณสักที ต่อไปคุณรันก็ไม่ต้องเสียใจเพราะคุณอรุณแล้ว” “ว่าไงนะ!” “ไม่มีอะไรครับ ผมไปทำงานก่อนดีกว่า” นัททิวรีบขอตัวก่อนจะวิ่งออกจากห้องทำงานไป ดูเหมือนคำพูดของเขาจะไม่เข้าหูเจ้านายหนุ่มเสียแล้ว อรุณครุ่นคิดถึงคำพูดของผู้ช่วยหนุ่มเรื่องรันดาก็อยากเห็นด้วยตาให้แน่ใจ ชายหนุ่มออกจากห้องตรงไปยังโต๊ะทำงานของหญิงสาว ได้เห็นรันดาตั้งใจกับการทำงานสีหน้าดูกระปรี้กระเปร่าพูดคุยหยอกล้อกับเพื่อนร่วมงานอย่างสนุกสนานก็เผยยิ้มโล่งใจ จะว่าไปก็นานแล้วที่ชายหนุ่มไม่เห็นหญิงสาวยิ้มสดใสเช่นนี้ ก็หวังแค่ว่าเรื่องที่นัททิวพูดจะเป็นความจริง เพราะถ้าหญิงสาวตัดใจจากเขาได้ก็คงเป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก ต่อไปเธอก็จะได้ไม่ต้องมาเสียใจร้องไห้เพราะเขาอีกแล้ว แม้จะหวังให้เป็นอย่างที่พูดแต่ความรู้สึกในใจของชายหนุ่มกลับโหวงเหวงอย่างบอกไม่ถูก ช่วงบ่ายของวัน “คุณรันครับนี่ก็บ่ายมากแล้วพักทานข้าวก่อนดีกว่า” นัททิวพยายามรบเร้าให้รันดาพักทานมื้อเที่ยงก่อน เพราะตั้งแต่เช้าแล้วหญิงสาวเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับงานไม่ยอมพักก็กลัวว่าจะล้มป่วยไป “คุณทิวหิวก็ไปกินก่อนได้เลยค่ะ รันอยากเคลียร์งานตรงนี้ให้เสร็จก่อน” หญิงสาวหันมายิ้มตอบกลับผู้ช่วยหนุ่ม แต่ไม่ทันนัททิวจะได้ตอบรับมือใหญ่ของอรุณก็เข้ามาคว้ามือรันดาไว้ ชายหนุ่มดึงแฟ้มงานที่อยู่ในมือหญิงสาวโยนให้กับนัททิวที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก่อนจะจูงมือเธอให้เดินตามออกไป “พี่ทำอะไรปล่อยรันนะ” “ทำงานไม่พักแบบนี้ได้ป่วยกันพอดี พี่จะพารันไปกินข้าว” “รันไม่ไป!” หญิงสาวสะบัดมือออก “อย่าดื้อสิรัน พี่รู้ว่ารันตั้งใจกับงานนี้มากแต่ก็ต้องดูแลตัวเองด้วย โปรเจกต์มันไม่ได้เร่งขนาดนั้นสักหน่อย” “ก็รันอยากให้โปรเจกต์นี้เสร็จเร็วๆ รันจะได้ไป…” “ไปไหน?” “ก็ไปทำอย่างอื่นต่อไง” “แต่จะทำอะไรก็ควรดูขีดจำกัดของตัวเองบ้าง ถ้ารันไม่ยอมไปกินข้าวกับพี่งั้นพี่ก็ยื้อรันอยู่ตรงนี้แหละ ทีนี้ทั้งรันและพี่ก็ไม่ต้องทำงานกันพอดี” “น่ารำคาญ…ไปก็ได้ค่ะ” หญิงสาวพึมพำจำใจตอบรับ ตอนนี้เธอคงขัดใจอรุณไม่ได้แล้ว ห้างสรรพสินค้า พัชชาออกมาทานข้าวกับเพื่อนร่วมงานก็เห็นอรุณเดินจูงมือรันดาเข้ามาในร้าน ความสนิทสนมถึงเนื้อถึงตัวของทั้งคู่นั้นทำพัชชาเคลือบแคลงขึ้นมาทันที หญิงสาวนั่งอยู่อีกโต๊ะไม่ไกลนักได้แต่เฝ้ามองคนทั้งคู่อย่างหวั่นใจอรุณและรันดาหลังบอกข่าวดีกับทุกคนก็กลับมาที่คอนโดเรือนรักของตัวเอง หญิงสาวนั่งลงที่โซฟาใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุขลูบไปที่ท้องตัวเองเบาๆ โดยมีอรุณนั่งอยู่ข้างๆ ไม่ห่าง“อีกไม่กี่เดือนเราจะได้เจอกันแล้วนะ” รันดาบอกลูกน้อยที่อยู่ในท้อง เช่นเดียวกับอรุณที่ยังคงตื่นเต้นไม่หาย“รันว่าลูกคนแรกของเราจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย”“ผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้ค่ะขอแค่เป็นลูกของเราก็พอ”“งั้นเราก็มีลูกสาวหนึ่งคนลูกชายหนึ่งคน ถ้าคนแรกเป็นผู้ชายเราก็จะมีอีกคนเป็นผู้หญิง”“แล้วถ้ายังเป็นลูกชายอีกล่ะคะ”“ก็มีไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ลูกสาวไง”“แบบนี้เราไม่มีลูกเป็นโหลจนตั้งทีมฟุตบอลได้เลยเหรอคะ”“ก็ได้นะจะกี่คนพี่ก็มีปัญญาเลี้ยง พี่ว่าถึงเวลาที่เราต้องสร้างบ้านใหม่แล้ว ทำสนามเด็กเล่นหน้าบ้านให้กว้างๆ ลูกๆ ของเราจะได้วิ่งเล่นกัน แค่คิดพี่ก็มีความสุขแล้ว” ชายหนุ่มโอ้อวดตัวเองด้วยท่าทีมั่นใจมองไปถึงอนาคตครอบครัวสมบูรณ์แบบที่รออยู่ข้างหน้า“รันก็มีความสุขมากเหมือนกันค่ะ อดใจรอไม่ไหวอยากเจอหน้าลูกแล้วสิ” หญิงสาวยิ้มตาหยีหอมแก้มไปที่ผู้เป็นสามี เธอเองก็วาดฝันอนาคตที่เพรียบพร้อมไว้เช่นกันทั้งสองสบตากันและกันอย่างหวานซึ้ง อ
“ที่รักคะทำไมไม่รอกันเลยคะ” ท่าทีออดอ้อนของรันดาไหนจะคำพูดที่ชวนเลี่ยนนั้นทำอรุณประหลาดใจมาก แต่พอเห็นสายตาของภรรยาสาวมองไปที่กลุ่มนักศึกษาก็เข้าใจได้ในทันทีเลยเล่นตามน้ำไปด้วย“ก็ที่รักน่ะมาช้าเอง” อรุณตอบรับก่อนจะจูบไปที่ปากอวบอิ่มของหญิงสาวและรวบเอวบางของเธอเข้ามาสวมกอดไว้ กลับเป็นรันดาเองในตอนนี้ที่ประหลาดใจแทน หญิงสาวก็ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะตอบรับเล่นละครไปกับเธอด้วยระหว่างนั้นพนักงานก็เรียกอรุณเอาเครื่องดื่มที่สั่งไว้พอดี จากนั้นทั้งสองก็ออกจากคาเฟ่ไปพร้อมกันโดยที่มือใหญ่ยังคงโอบเอวบางเธอไว้แนบแน่นไม่ยอมปล่อย“ปล่อยได้แล้วค่ะ”“อ้าว! พี่ก็คิดว่ารันชอบซะอีก ทำไม…หึงเหรอ”“ก็ใช่นะสิ เห็นสาวๆ นักศึกษามองพี่อรุณขนาดนั้นก็เลยอยากแกล้งพวกเธอเล่น ใครจะคิดว่าพี่อรุณจะเอาด้วยล่ะคะ”“พี่ชอบนะที่รันหึงพี่ ต่อไปก็หึงพี่ให้บ่อยๆ ได้มั้ย”“ได้หึงบ่อยแน่ค่ะถ้ารันไปอังกฤษแล้ว รันจะบอกให้คุณทิวตามติดพี่อรุณทุกฝีก้าวเลย”“รายนั้นไม่บอกก็ตามติดพี่อยู่แล้ว พูดแบบนี้พี่เริ่มจะกลัวเข้าแล้วสิ” ชายหนุ่มบิดปลายจมูกหญิงสาวเบาๆ ด้วยความเอ็นดู ก่อนจะจูงมือพากันเข้าไปยังบริษัท ความรักความเข้าใจของทั้งคู่ช่างเ
“ไปให้หมอตรวจดูมั้ยคะ” พัชชาเองเหมือนจะตื่นเต้นไม่น้อยกับอาการคลื่นไส้ของรันดา เธอเองก็หวังอยากให้หญิงสาวตั้งครรภ์เช่นกัน“คงไม่หรอกค่ะแค่รู้สึกไม่สบายท้องนิดหน่อย” แต่ระหว่างนั้นรันดาก็คิดได้ว่าประจำเดือนเธอขาดมาหลายวันแล้ว หรือว่าครั้งนี้เธอจะท้องแล้วจริงๆ พอเป็นแบบนี้รันดาก็เผยยิ้มอย่างมีความหวัง หญิงสาวไม่อยากเผื่อใจแล้วไม่รอช้ารีบไปตรวจที่โรงพยาบาลโดยมีพัชชาอาสาไปเป็นเพื่อนอรุณทราบข่าวจากพัชชาที่โทรบอกเรื่องรันดาก็รีบวางงานทุกอย่างไปหาภรรยาสาวที่โรงพยาบาลทันที พอมาถึงก็เห็นหญิงสาวนั่งอยู่หน้าห้องตรวจด้วยสีหน้าที่เซื่องซึมก็เข้าใจเรื่องราวทุกอย่าง ดูท่าครั้งนี้ก็คงจะผิดหวังเช่นเดิม พัชชาเองเมื่อเห็นอรุณมาแล้วก็รีบขอตัวกลับให้สามีภรรยาได้พูดคุยกันรันดามองไปที่อรุณด้วยความปวดใจน้ำตาหลั่งไหลไม่ขาดสาย เห็นแววตาที่ผิดหวังของอรุณก็ทำใจไม่ได้ อรุณไม่รอช้ารีบเข้ามาสวมกอดปลอบภรรยาสาวด้วยความเป็นห่วง ดูเหมือนครั้งนี้จะทำให้รันดาผิดหวังมากกว่าครั้งก่อนนัก เพราะทุกอย่างดูจะเป็นใจให้เธอตั้งครรภ์แต่สุดท้ายก็ไม่ใช่อยู่ดี“อย่าร้องนะไม่เป็นไรอย่าคิดมากเลยนะ พวกเรายังมีโอกาสอยู่”“แล้วโอกาสที่ว่
“คุณจะทำอะไรปล่อยนะ!” พลอยใสพยายามผลักภานุให้ออกห่างแต่ก็สู้แรงชายหนุ่มไม่ได้“ไม่ปล่อยจนกว่าคุณจะยอมใจอ่อนรับรักผม”“ไม่มีทาง ถ้าไม่ปล่อยเจ็บตัวขึ้นมาอย่ามาโทษฉันแล้วกัน”“งั้นก็อย่าโทษที่ผมทำมากกว่ากอดแล้วกัน”“กล้าเหรอ!”“ลองดูมั้ยล่ะ” ภานุโน้มหน้าเข้าหาหญิงสาวทำทีว่าจะจูบ เห็นชายหนุ่มเริ่มจริงจังน้ำเสียงที่แข็งกระด้างของพลอยใสก็โอนอ่อนลง“เราลุกขึ้นคุยกันดีๆ ได้มั้ยคะ ตอนนี้คุณกับฉันตัวเปื้อนดินกันหมดแล้ว” น้ำเสียงที่ออดอ้อนของพลอยใสทำภานุยอมคลายอ้อมกอดออกทำตามที่หญิงสาวขอไว้ ทันทีที่ลุกขึ้นได้ก็รีบดันตัวหญิงสาวเข้าไปติดกับผนังตัวบ้าน สองมือก็ล้อมตัวหญิงสาวไว้ไม่ให้คิดหนี“ไหนว่าจะคุยกันดีๆ ไงคะ”“แบบนี้แหละดีแล้วคุณจะหนีอีกไม่ได้ไง พลอยคุณบอกเหตุผลผมได้มั้ยว่าทำไมคุณไม่ชอบผม หรือว่าชอบแต่พยายามทำเป็นไม่ชอบ”“ฉัน….” แต่ไม่ทันที่จะได้ตอบวาทินหนุ่มรุ่นพี่ก็ปรากฏตัวขึ้นมาก่อน พลอยใสเมื่อเห็นวาทินก็รีบผลักภานุให้ออกห่างรีบเดินเข้าไปหาหนุ่มรุ่นพี่แทน ท่าทีของหญิงสาวนั้นทำภานุผิดหวังนัก หญิงสาวทำอย่างกับว่ากลัวหนุ่มรุ่นพี่ของเธอจะเข้าใจผิดยังไงอย่างงั้น“คุณก็อยู่ด้วยเหรอ” วาทินเอ่ยทักภ
ช่วงค่ำของวัน บ้านวรินธรรันดาหลังเลิกงานก็กลับมาที่บ้านวรินธรเพื่อพูดคุยเล่นกับลินดาผู้เป็นพี่สาว ถ้าเธอกลับคอนโดตอนนี้ก็ต้องอยู่คนเดียวเหมือนเดิมเพราะอรุณต้องไปร่วมงานเลี้ยงลูกค้าต่อดึกๆ ถึงได้กลับ รันดามาหาลินดาที่ห้องนอนพอรู้ว่าผู้เป็นพี่สาวจะได้แต่งงานแล้วก็ไม่ลืมที่จะแสดงความยินดี“ดีใจด้วยนะคะพี่ลินในที่สุดก็สมหวังสักที” รันดาเข้ามาสวมกอดผู้เป็นพี่สาวที่นั่งอยู่บนเตียงนอนด้วยความตื่นเต้น เธอเองก็เป็นพยานรักของทั้งคู่มานานพอเห็นทั้งคู่สมหวังก็อดปลื้มปริ่มไม่ได้“พี่ขอบใจรันมากนะที่ช่วยพูดกับแม่ให้"“รันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะที่จริงที่แม่กลับมาก็ตั้งใจจะมาคุยเรื่องแต่งงานของพี่ลินนั่นแหละ ต่อไปบ้านเราก็เหลือแต่พี่อันแล้ว เราควรหาแฟนให้พี่อันดีมั้ยคะ ว่าแต่พี่อันชอบสาวไทยหรือสาวอังกฤษกันนะ”“รายนั้นเรื่องมากเดี๋ยวหาให้ก็ไม่ถูกใจเอาหรอก”“จริงด้วย แล้วพี่อันไปไหนคะรันกลับบ้านมายังไม่เห็นพี่อันเลย”“ก็อยู่ที่บริษัทนะสิ คงกำลังสนุกกับงานของเขานี่แหละ”“รันว่าพี่อรุณบ้างานมากแล้วนะแต่ก็ไม่เท่าพี่อัน” สองสาวนินทาผู้เป็นพี่ชายอย่างสนุกปาก ครอบครัวได้กลับมาใกล้ชิดอีกครั้งทำให้สองพี่น้องม
1 เดือนต่อมา บริษัทคิรินทร์รันดาถือแฟ้มงานเข้ามาส่งให้อรุณที่ห้องทำงาน วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่หญิงสาวจะทำงานอยู่ที่คิรินทร์ ในที่สุดโปรเจกต์งานหลักในส่วนที่เธอรับผิดชอบก็จบลงเสียที หลังจากนี้การประสานงานต่างๆ ก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายที่เกี่ยวข้องของทั้งสองบริษัทรับช่วงต่อรันดาเดินเข้าห้องทำงานมาก็ถูกอรุณกวักมือเรียกให้เข้าไปหา ชายหนุ่มรวบตัวหญิงสาวเข้ามานั่งบนตักสองมือก็สวมกอดหญิงสาวไว้แนบแน่น“ต่อไปได้เจอกันน้อยลงแล้วสินะ”“แต่กลับบ้านเราก็ต้องเจอกันอยู่ดีนี่คะ ตอนนี้พี่อันกลับมาแล้วถ้ารันได้เรียนรู้งานจากคนเก่งๆ อย่างพี่อันก็ดีไม่ใช่เหรอ ถึงเวลาแล้วค่ะที่รันต้องช่วยเหลืองานที่บริษัทตัวเองบ้าง”“ดีมันก็ดีอยู่หรอกติดตรงที่ต่อไปพี่มาทำงานไม่ได้เจอรันนี่สิ อาทิตย์หน้าเราไปเที่ยวกันดีกว่า ทำงานหนักมาต้องหาเวลาพักผ่อนบ้าง ไปญี่ปุ่นดีมั้ยเห็นรันบ่นบอกอยากไปญี่ปุ่นนี่ อีกอย่างตั้งแต่แต่งงานเรายังไม่ได้ไปฮันนีมูนกันเลยนะ พี่ล่ะอิจฉาอริณกับหมอกรจังที่แต่งงานเสร็จก็ได้ฮันนีมูนกันต่อเลยไม่เหมือนพวกเรา”“แล้วสองคนนั้นเขากลับกันวันไหนคะ”“ก็คงอาทิตย์หน้ามั้ง หมอกรไปนานไม่ได้หรอกเดี๋ยวคนไข้ถามหา อ่อ
อรุณลืมตาขึ้นมาในเช้าของอีกวันเห็นรันดากำลังยกแก้วน้ำขึ้นดื่มก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ชายหนุ่มรีบดีดตัวนั่งที่เตียงด้วยร่างอันเปลือยเปล่ามีแค่ผ้านวมผืนใหญ่คลุมท่อนล่างเอาไว้“รันทำอะไร?”“กินน้ำไงคะ”“กินน้ำทำไม?” ชายหนุ่มยังคงซักไซ้ต่อ รันดาเองเห็นท่าทีตื่นตระหนกของอรุณก็หลุดขำออกมา เหมือนเธอจะเข
ร้านอาหารอิตาลี Davideภานุจ้องไปยังพัชชาที่กำลังนั่งทานอาหารกับปราณและลูกสาวที่น่ารักของเขาด้วยความสงสัย ถ้าชายหนุ่มไม่ได้รู้จักพัชชาก็คงคิดว่าเป็นพ่อแม่ลูกกันแน่นอน ความสนิทสนมของพวกเขานั้นดูเป็นธรรมชาติกันอย่างมากปราณเองก็สังเกตเห็นว่าภานุคอยแต่มองพัชชาอยู่ด้วยสายตาที่นิ่งสุขุม ชายหนุ่มเลยอดคิด
ร้านอาหารอิตาลี Davideพัชชาวันนี้ไม่มีสอนเปียโนเลยตั้งใจมาหาภานุที่ร้านอาหาร ช่วงนี้หญิงสาวฟุ้งซ่านกำลังสับสนกับความรู้สึกตัวเองเลยอยากหาคนที่พอจะปรึกษาได้ และดูเหมือนว่าภานุจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเธอ“ฉันมีเรื่องจะปรึกษาคุณหน่อย”“ได้สิ แล้วทำไมคุณไม่ปรึกษาเพื่อนคุณล่ะ พลอยเป็นเพื่อนสนิทค
“บอกแม่มานะ ตกลงอรุณกับหนูพัชมันยังไงกันแน่” พรทวีย้ำถามผู้เป็นลูกชายอีกครั้ง แต่ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้ตอบรันดาก็เปิดประตูเข้ามาก่อนรันดาหลังออกจากห้องประชุมทราบข้าวจากนัททิวก็รีบตรงมาที่โรงพยาบาลทันที พรทวีพอเห็นรันดามาก็เลิกซักไซ้อรุณถึงเรื่องพัชชา“แม่เป็นยังไงบ้างคะ”“โรคคนแก่ไม่มีอะไรหรอกลูก







