Se connecterร้านอาหาร
รันดามาถึงร้านอาหารที่นัดกับภานุไว้ พอมาถึงก็เห็นชายหนุ่มยืนถือดอกไม้ยิ้มต้อนรับอยู่ที่โต๊ะ บรรยากาศในร้านตอนนี้ชวนโรแมนติกอยู่มากนัก “พี่ให้ ถือว่าเป็นกำลังใจกับงานโปรเจกต์ใหญ่ครั้งแรกแล้วกันนะ” “ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวยื่นมือรับช่อดอกไม้ด้วยความยินดี รันดาและภานุหลังจากทานมื้อเย็นเสร็จก็ออกไปเที่ยวเล่นด้วยกันต่อ พอตกค่ำชายหนุ่มก็ขับรถมาส่งหญิงสาวที่หน้าบ้านเหมือนเช่นทุกครั้ง “พี่นุจะเข้าไปในบ้านก่อนมั้ย” “ไว้ครั้งหน้าดีกว่าพอดีพี่มีธุระต่อน่ะ” “งั้นก็ได้ค่ะ ขับรถดีๆ นะคะ” หญิงสาวยิ้มหวานบอกลา พอจะหันหลังกลับก็ถูกชายหนุ่มคว้าข้อมือรั้งไว้ “มีอะไรเหรอคะ” “รัน เปิดใจให้พี่ได้มั้ย พี่รู้ว่ารันพึ่งผิดหวังจากพี่อรุณมาแต่พี่ไม่อยากรออีกแล้ว พี่รู้สึกว่าถ้าครั้งนี้พี่ปล่อยมือรันไปพี่จะไม่มีทางกลับมาหารันได้อีก” ภานุกุมมือหญิงสาวไว้แน่น สายตาก็จับจ้องไปที่รันดาด้วยความเว้าวอน “รันก็ไม่ได้ปิดใจนี่คะ แต่เรื่องแบบนี้ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า อีกอย่างตอนนี้รันก็มีโปรเจกต์สำคัญที่ต้องทำ รันอยากทุ่มเทให้กับงานตรงนี้ด้วย พี่นุก็รู้ว่างานนี้เป็นงานแรกรันก็ไม่อยากให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้น รันบอกตรงๆ นะคะว่าความรู้สึกที่รันมีให้พี่นุก็ยังเป็นพี่ชายที่น่ารักเหมือนเดิมแต่ถ้าถามว่าอนาคตจะเปลี่ยนไปมั้ยรันตอบไม่ได้ค่ะ ถ้าพี่นุรู้สึกว่ารันช้าไปกับความสัมพันธ์นี้รันก็คงทำได้แต่ขอโทษ รันเองก็ไม่ได้อยากให้พี่นุรอเหมือนกันเพราะรันไม่รู้ว่ารันจะชอบพี่นุได้มั้ย” “พี่จะรอ พี่ขอโทษนะที่คิดไม่รอบคอบ พี่แค่กลัวว่าพี่อรุณจะมาแย่งรันกลับคืนไป” “พี่คิดมากแล้วค่ะ งั้นรันเข้าบ้านก่อนนะคะ” หญิงสาวบอกลาก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านไป ความเร้าหรือของภานุครั้งนี้ทำรันดารู้สึกอึดอัดนัก และอีกอย่างชายหนุ่มคิดมาได้ไงว่าอรุณจะกลับมาหาเธอเพราะมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ภานุพอมองตาหลังที่เคร่งขรึมของรันดาก็รู้สึกผิด เขาเองก็ไม่ควรจะเร่งรัดความสัมพันธ์ในครั้งนี้ทั้งๆ ที่รู้ว่าหญิงสาวยังแผลสดอยู่ คิดแล้วก็ได้แต่โมโหให้ตัวเอง รันดารู้ว่าภานุนั้นมีความจริงใจให้ และชายหนุ่มก็สามารถทำให้เธอมีความสุขได้ แต่สำหรับเธอตอนนี้ยังไม่พร้อมจะเริ่มความรักกับใครจริงๆ ไม่ใช่แค่เหตุผลเรื่องงานแต่เหตุผลหลักคือเธอยังคงมีใจให้อรุณอยู่ บางทีถ้าผ่านไปสักพักเวลาอาจจะเยียวยาบาดแผลและทำให้เธอลืมอรุณได้อย่างสนิทใจ และเมื่อถึงตอนนั้นเธอก็พร้อมที่จะเปิดใจรับความรักครั้งใหม่แล้ว ช่วงดึกของวัน “แฮปปี้เบิร์ดเดย์ครับ เปิดดูสิ” อรุณยื่นกล่องของขวัญให้กับพัชชาที่นั่งอยู่ข้างๆ หญิงสาวพอเปิดออกเห็นเป็นปากกาก็เผยยิ้มพอใจ ใจจริงเธอไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องได้ของขวัญ ขอแค่ชายหนุ่มมาร่วมฉลองวันเกิดกับเธอก็ดีใจแล้ว “เอาไว้จดโน้ตเพลงไง เผื่อคุณอยากแต่งเพลงเองเอาไว้เล่นให้เด็กๆ ฟัง” “ขอบคุณค่ะ” อรุณเห็นพัชชายิ้มดีใจกับของขวัญที่ให้ก็พอใจเช่นกัน เดิมทีอยากซื้อของขวัญที่มีความหมายมากกว่านี้แต่ก็กลัวเป็นการเร่งรัดจนทำให้หญิงสาวอึดอัดใจ พัชชาพอเห็นอรุณเอาแต่ยิ้มจ้องมาที่ตัวเองก็เขินอายหน้าแดง สายตาของชายหนุ่มวันนี้ดูเปลี่ยนไปจากเดิมอยู่มาก เมื่อก่อนไม่ได้มองเธอด้วยแววตาที่เปล่งประกายเช่นนี้ “คุณเลิกจ้องฉันได้แล้ว” หญิงสาวป้ายเค้กไปที่แก้มของอรุณด้วยความเคอะเขินที่เอาแต่มองเธอด้วยสายตาที่หวานซึ้ง พอจะลุกหนีก็ถูกชายหนุ่มคว้าข้อมือรั้งเอาไว้ อรุณดึงพัชชาให้นั่งลงอยู่ข้างกายตามเดิมก่อนจะป้ายเค้กไปที่แก้มของหญิงสาวคืนบ้าง ทั้งสองยื้อยุดหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน อรุณค่อยๆ ปล่อยใจไปกับความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อพัชชา ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะเริ่มหวั่นไหวให้หญิงสาวขึ้นมาอีกครั้งแล้ว บ้านวรินธร รันดานั่งอยู่ที่เตียงนอนในมือถือผ้าเช็ดหน้าผืนโปรดที่อรุณเคยให้ไว้เมื่อ7ปีก่อน ก่อนหน้านี้หญิงสาวตั้งใจที่จะไม่กลับไปอาลัยอาวรณ์อรุณอีกแต่เอาเข้าจริงก็ยังทำไม่ได้ ช่วงเย็นเห็นชายหนุ่มร้อนใจไปหาพัชชาเธอเองยอมรับว่าซึมแต่ก็ไม่อยากแสดงออกมากให้นัททิวเห็นพิรุธ เลยได้แต่ฝืนยิ้มทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ฉันรักพี่มา7ปีเลยนะ จะให้ฉันเลิกรักพี่ง่ายๆ ได้ยังไง” หญิงสาวน้ำตาคลอเจ็บปวดและเจ็บใจที่ตัวเองไม่สามารถตัดใจจากอรุณได้สักที ยิ่งรู้ว่าชายหนุ่มเปิดใจให้ผู้หญิงอีกคนไปแล้วความรู้สึกก็ยิ่งพังทลาย เธอจะต้องใช้เวลามากแค่ไหนกันถึงจะลืมอรุณออกไปจากใจได้ วันต่อมา บริษัทคิรินทร์ “เมื่อวานก็พึ่งอยู่ด้วยกันเอง วันนี้ก็จะนัดออกไปเจอกันอีกแล้วเหรอครับ” นัททิวเอ่ยหยอกผู้เป็นเจ้านายหลังวางสายจากพัชชาไป “ทำมาเป็นรู้ดี นายช่วยเลือกสถานที่บรรยากาศดีๆ คนไม่เยอะให้ฉันหน่อยสิ อ้อ…และก็จองดอกไม้ช่อโตๆ ให้สักช่อด้วย” “คุณอรุณจะคุกเข่าขอพัชแต่งงานเหรอครับ” ผู้ช่วยหนุ่มถามด้วยความตื่นเต้น “ไม่ใช่สักหน่อย ฉันแค่อยากจะขอพัชชาคบอย่างเปิดเผยน่ะ” “งั้นก็แปลว่าตอนนี้คุณอรุณตกหลุมรักพัชเข้าแล้วจริงๆ ผมว่าแล้วต้องมีวันนี้” “ก็ยังไม่ชัดเจนขนาดนั้นหรอกแค่ความสัมพันธ์เริ่มต้นน่ะ แต่ฉันยอมรับว่าตอนนี้เริ่มหวั่นไหวให้พัชชาแล้วจริงๆ เราสองคนดูเข้ากันได้ดีจนทำให้ฉันอยากจริงจังกับความสัมพันธ์นี้ ฉันอยากให้เกียรติพัชชาบอกถึงความสัมพันธ์ของเราให้ทุกคนรู้ก่อนที่เราจะแต่งงานกัน” “ผมดีใจจังเลยครับในที่สุดเจ้านายสุดที่รักของผมก็มีความรักอีกครั้ง ถ้าคุณท่านรู้ต้องดีใจมากแน่ๆ ทีนี้เรื่องอุ้มหลานก็ไม่นานเกินรอแล้ว” “นายจะรีบไปไหนเอาให้ผ่านคืนนี้ไปก่อนมั้ย ฉันยังไม่แน่ใจเลยว่าพัชชาจะตอบตกลงคบกับฉันหรือเปล่า นายอย่าลืมสิฉันกับพัชชารู้จักกันได้ยังไม่ถึงเดือนเลย” “ต้องตกลงสิ นี่อย่าบอกนะครับว่าคุณอรุณดูไม่ออกว่าพัชก็ชอบคุณอรุณเหมือนกัน” “ไม่ต้องพูดมากให้ไปทำอะไรก็ไปทำ อ่อ…แล้วรันทำงานเป็นไงบ้าง” “คุณรันตั้งใจทำงานมากเลยครับ เชื้อวรินธรนี่แรงจริงๆ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูเก่งไปหมด อ่ออีกอย่างผมว่าคุณอรุณหายห่วงเรื่องคุณรันได้แล้วนะครับ เมื่อวานคุณรันรู้ว่าคุณอรุณไปหาพัชคุณรันยังยิ้มไม่เห็นรู้สึกเศร้าเลย ผมว่าคุณรันตัดใจจากคุณอรุณได้แล้วล่ะ” “ก็คงใช่ ได้ข่าวว่าตอนนี้ก็กำลังออกเดตกับหนุ่มที่พึ่งกลับจากอิตาลีอยู่นี่ ก็แปลว่าคงไปด้วยกันได้ดี” “ดีใจจังในที่สุดคุณรันก็หลุดพ้นจากคุณอรุณสักที ต่อไปคุณรันก็ไม่ต้องเสียใจเพราะคุณอรุณแล้ว” “ว่าไงนะ!” “ไม่มีอะไรครับ ผมไปทำงานก่อนดีกว่า” นัททิวรีบขอตัวก่อนจะวิ่งออกจากห้องทำงานไป ดูเหมือนคำพูดของเขาจะไม่เข้าหูเจ้านายหนุ่มเสียแล้ว อรุณครุ่นคิดถึงคำพูดของผู้ช่วยหนุ่มเรื่องรันดาก็อยากเห็นด้วยตาให้แน่ใจ ชายหนุ่มออกจากห้องตรงไปยังโต๊ะทำงานของหญิงสาว ได้เห็นรันดาตั้งใจกับการทำงานสีหน้าดูกระปรี้กระเปร่าพูดคุยหยอกล้อกับเพื่อนร่วมงานอย่างสนุกสนานก็เผยยิ้มโล่งใจ จะว่าไปก็นานแล้วที่ชายหนุ่มไม่เห็นหญิงสาวยิ้มสดใสเช่นนี้ ก็หวังแค่ว่าเรื่องที่นัททิวพูดจะเป็นความจริง เพราะถ้าหญิงสาวตัดใจจากเขาได้ก็คงเป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก ต่อไปเธอก็จะได้ไม่ต้องมาเสียใจร้องไห้เพราะเขาอีกแล้ว แม้จะหวังให้เป็นอย่างที่พูดแต่ความรู้สึกในใจของชายหนุ่มกลับโหวงเหวงอย่างบอกไม่ถูก ช่วงบ่ายของวัน “คุณรันครับนี่ก็บ่ายมากแล้วพักทานข้าวก่อนดีกว่า” นัททิวพยายามรบเร้าให้รันดาพักทานมื้อเที่ยงก่อน เพราะตั้งแต่เช้าแล้วหญิงสาวเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับงานไม่ยอมพักก็กลัวว่าจะล้มป่วยไป “คุณทิวหิวก็ไปกินก่อนได้เลยค่ะ รันอยากเคลียร์งานตรงนี้ให้เสร็จก่อน” หญิงสาวหันมายิ้มตอบกลับผู้ช่วยหนุ่ม แต่ไม่ทันนัททิวจะได้ตอบรับมือใหญ่ของอรุณก็เข้ามาคว้ามือรันดาไว้ ชายหนุ่มดึงแฟ้มงานที่อยู่ในมือหญิงสาวโยนให้กับนัททิวที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก่อนจะจูงมือเธอให้เดินตามออกไป “พี่ทำอะไรปล่อยรันนะ” “ทำงานไม่พักแบบนี้ได้ป่วยกันพอดี พี่จะพารันไปกินข้าว” “รันไม่ไป!” หญิงสาวสะบัดมือออก “อย่าดื้อสิรัน พี่รู้ว่ารันตั้งใจกับงานนี้มากแต่ก็ต้องดูแลตัวเองด้วย โปรเจกต์มันไม่ได้เร่งขนาดนั้นสักหน่อย” “ก็รันอยากให้โปรเจกต์นี้เสร็จเร็วๆ รันจะได้ไป…” “ไปไหน?” “ก็ไปทำอย่างอื่นต่อไง” “แต่จะทำอะไรก็ควรดูขีดจำกัดของตัวเองบ้าง ถ้ารันไม่ยอมไปกินข้าวกับพี่งั้นพี่ก็ยื้อรันอยู่ตรงนี้แหละ ทีนี้ทั้งรันและพี่ก็ไม่ต้องทำงานกันพอดี” “น่ารำคาญ…ไปก็ได้ค่ะ” หญิงสาวพึมพำจำใจตอบรับ ตอนนี้เธอคงขัดใจอรุณไม่ได้แล้ว ห้างสรรพสินค้า พัชชาออกมาทานข้าวกับเพื่อนร่วมงานก็เห็นอรุณเดินจูงมือรันดาเข้ามาในร้าน ความสนิทสนมถึงเนื้อถึงตัวของทั้งคู่นั้นทำพัชชาเคลือบแคลงขึ้นมาทันที หญิงสาวนั่งอยู่อีกโต๊ะไม่ไกลนักได้แต่เฝ้ามองคนทั้งคู่อย่างหวั่นใจ“พัชมองอะไรอยู่ไปกันได้แล้ว” เพื่อนสาวที่มาด้วยกันเอ่ยทักเมื่อเห็นพัชชาเอาแต่มองไปยังทางอื่น“อ่อ เธอไปก่อนเลยนะพอดีฉันนัดพลอยไว้ต่อน่ะ ว่าจะรอให้พลอยมาถึงก่อน” พัชชาเอาเพื่อนสาวคนสนิมมาอ้างเพราะเธออยากจะรู้ความสัมพันธ์ของอรุนกับรันดา บางทีถ้าแอบตามคนทั้งคู่เธอคงได้รู้เรื่องอะไรมากขึ้นพัชชายังคงนั่งจับสังเกตอยู่ที่ร้านอาหารตามเดิม เห็นอรุณเอาใจใส่ตักกับข้าวให้รันดาก็รู้สึกหึงหวงขึ้นมาในใจ สายตาที่ชายหนุ่มมองรันดานั้นดูอบอุ่นและลึกซึ้งอยู่มากนัก ตอนนี้ความแคลงใจที่หญิงสาวมีไม่สามารถเก็บไว้ได้แล้ว และคนที่จะให้คำตอบเธอได้ดีที่สุดก็คงเป็นนัททิวหลังจากที่อรุณและรันดาออกจากร้านอาหารไปพัชชาก็โทรหานัททิวให้ออกมาเจอ หญิงสาวซักไซ้ถามชายหนุ่มอย่างตรงไปตรงมาแต่นัททิวเองก็พูดเรื่องเจ้านายมากไม่ได้“ถ้าพัชอยากรู้อะไรพี่ว่าไปถามคุณอรุณดีกว่า แต่พี่บอกกับพัชได้เลยว่าคุณอรุณกับคุณรันไม่มีอะไรจริงๆ”“ไม่มีอะไรแน่เหรอคะ แล้วทำไมคุณอรุณดูแคร์คุณรันดาขนาดนั้นล่ะ”“ก็พวกเขาสนิทกันไง พี่ต้องกลับแล้วอยู่นานไม่ได้เดี๋ยวคุณอรุณถามหา พัชไม่ต้องคิดมากหรอกทำใจให้สบายรอรับเรื่องดีๆ วันนี้ดีกว่า พี่ไปก่อนนะ”พัช
ร้านอาหารรันดามาถึงร้านอาหารที่นัดกับภานุไว้ พอมาถึงก็เห็นชายหนุ่มยืนถือดอกไม้ยิ้มต้อนรับอยู่ที่โต๊ะ บรรยากาศในร้านตอนนี้ชวนโรแมนติกอยู่มากนัก“พี่ให้ ถือว่าเป็นกำลังใจกับงานโปรเจกต์ใหญ่ครั้งแรกแล้วกันนะ”“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวยื่นมือรับช่อดอกไม้ด้วยความยินดีรันดาและภานุหลังจากทานมื้อเย็นเสร็จก็ออกไปเที่ยวเล่นด้วยกันต่อ พอตกค่ำชายหนุ่มก็ขับรถมาส่งหญิงสาวที่หน้าบ้านเหมือนเช่นทุกครั้ง“พี่นุจะเข้าไปในบ้านก่อนมั้ย”“ไว้ครั้งหน้าดีกว่าพอดีพี่มีธุระต่อน่ะ”“งั้นก็ได้ค่ะ ขับรถดีๆ นะคะ” หญิงสาวยิ้มหวานบอกลา พอจะหันหลังกลับก็ถูกชายหนุ่มคว้าข้อมือรั้งไว้“มีอะไรเหรอคะ”“รัน เปิดใจให้พี่ได้มั้ย พี่รู้ว่ารันพึ่งผิดหวังจากพี่อรุณมาแต่พี่ไม่อยากรออีกแล้ว พี่รู้สึกว่าถ้าครั้งนี้พี่ปล่อยมือรันไปพี่จะไม่มีทางกลับมาหารันได้อีก” ภานุกุมมือหญิงสาวไว้แน่น สายตาก็จับจ้องไปที่รันดาด้วยความเว้าวอน“รันก็ไม่ได้ปิดใจนี่คะ แต่เรื่องแบบนี้ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า อีกอย่างตอนนี้รันก็มีโปรเจกต์สำคัญที่ต้องทำ รันอยากทุ่มเทให้กับงานตรงนี้ด้วย พี่นุก็รู้ว่างานนี้เป็นงานแรกรันก็ไม่อยากให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้
“เราเนี่ยนะจะมาดูแลโปรเจกต์นี้ ล้อเล่นหรือเปล่า” อรุณยังคงไม่เชื่อ คนที่ไม่เคยมีประสบการณ์อย่างรันดาจะเข้ามาคุมโปรเจกต์งานใหญ่ได้ยังไง“เป็นฉันแล้วไงคะ ฉันเองก็เป็นวรินธรคนหนึ่งทำไมจะรับผิดชอบงานนี้ไม่ได้” หญิงสาวโต้กลับ“รัน…นี่บริษัทนะไม่ใช่สนามเด็กเล่น ถ้าจะประชดพี่จนแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานไม่ได้งั้นโปรเจกต์นี้พี่ก็ไม่ทำแล้ว”“คุณคิดว่าตัวเองสำคัญพอที่จะให้ฉันเอาเรื่องงานมาต่อรองเหรอคะ” น้ำเสียงที่แข็งกระด้างของรันดาทำอรุณไม่สบอารมณ์เอาซะเลย ชายหนุ่มไล่นัททิวออกจากห้องทำงานพร้อมบอกผู้ช่วยหนุ่มว่าอย่าให้ใครเข้ามารบกวนเวลานี้“พอเถอะรันพี่ไม่อยากทะเลาะกับรันแล้ว ถ้ารันยังโกรธพี่รันจะทำยังไงกับพี่ก็ได้แต่ขอร้องอย่าเอาเรื่องงานมาเกี่ยว รันก็รู้ว่าโปรเจกต์นี้สำคัญมากแค่ไหน”“ทำไมคุณต้องคิดว่าฉันจะโกรธคุณด้วย”“แล้วทำไมถึงไม่เรียกพี่ว่าพี่ล่ะ ทำไมต้องเรียกซะห่างเหินด้วย ไม่ว่าจะคำพูดหรืออารมณ์ของรันในตอนนี้มันก็แสดงออกชัดเจนว่ารันกำลังโกรธพี่อยู่ เอาล่ะพี่ไม่อยากพูดแล้วเดี๋ยวพี่โทรคุยกับลินดาเอง”“ทำไมต้องคุยกับพี่ลินด้วย ก็บอกแล้วไงว่าโปรเจกต์นี้รันเป็นคนรับผิดชอบ พี่ลินกับพ่อก็
หลายวันต่อมาพัชชาออกมาจากสถาบันการสอนเปียโนหลังเลิกงานก็เผยยิ้มหวานสดใสเมื่อเห็นอรุณยืนรออยู่ หญิงสาวไม่รอช้ารีบเดินเข้ามาทักทายชายหนุ่มด้วยความดีใจ“มาหาฉันเหรอคะ”“อืม ผมมารับคุณไปดินเนอร์น่ะ ผมไม่ได้โทรมาถามก่อนไม่รู้คุณว่างหรือเปล่า”“ว่างค่ะ ปกติเลิกงานฉันก็ไม่ได้ไปไหนอยู่แล้ว” หญิงสาวรีบพยักหน้ารับ เธอเองก็ไม่อยากพลาดโอกาสที่จะได้อยู่กับชายหนุ่มตามลำพังเช่นกันอรุณพาพัชชามายังร้านอาหารที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศที่โรแมนติก สถานที่นี้มักเป็นที่นิยมของคู่รักที่มักมาใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ความเอาใจใส่นับวันของอรุณยิ่งทำพัชชาหวั่นไหวมากขึ้นไปกว่าเดิม หญิงสาววาดฝันไว้ในใจถ้าตัวเธอกับอรุณเป็นคู่รักกันจริงๆ ไม่ใช่คู่รักตามสัญญาก็คงจะดีไม่น้อย“ชอบมั้ย”“ชอบอะไรคะ” หญิงสาวเบิกตาโตรีบถามกลับด้วยความเลิ่กลั่ก ชอบของชายหนุ่มนั้นหมายถึงอะไรกันแน่“ร้านน่ะคุณชอบมั้ย ผมว่าบรรยากาศไม่เลวเลย”“อ๋อ..ชอบค่ะ คุณพาฉันไปที่ไหนฉันก็โอเคหมดแหละ ปกติก็ไม่ค่อยออกมากินข้าวนอกบ้านอยู่แล้วยกเว้นวันนั้นพลอยจะว่างจริงๆ” หญิงสาวเอ่ยถึงเพื่อนสาวคนสนิท ปกติเพื่อนสาวของเธอมักจะอยู่ทำโอทีที่บริษัทอยู่เสมอ น้อยนักที่จะหาเ
“หมายความว่าไงคะ”“อะไรคือหมายความว่าไง” อรุณถามไปยังรันดาที่เอาแต่ทำหน้าบึ้งยืนจ้องเขาอย่างไม่ละสายตา จู่ๆ หญิงสาวก็เดินเข้ามาแล้วก็ถามคำถามที่เขาไม่สามารถเข้าใจได้“ก็เรื่องที่พี่ทำตัวเย็นชาใส่รันมันหมายความว่าไง”“คิดมากแล้วพี่ก็เหมือนเดิม สงสัยช่วงนี้งานพี่ยุ่งมั้งเลยทำให้รันคิดว่าพี่เปลี่ยนไป”“เมื่อก่อนพี่ก็ยุ่งแบบนี้ไม่เห็นจะทำตัวเหินห่างกับรันเลยนี่ รันก็นึกว่าเราจะเข้ากันได้ดีซะอีกทำไมอยู่ๆ พี่ถึงเปลี่ยนใจล่ะ”“พี่ไม่เคยเปลี่ยนใจ สำหรับพี่รันก็ยังเป็นน้องสาวของพี่เหมือนเดิม…เหมือนที่เคยเป็น” ชายหนุ่มเน้นย้ำสายตาจ้องไปที่รันดาอย่างดุดัน“น้องสาว! ที่ผ่านมาแค่ความรู้สึกพี่ชายกับน้องสาวแค่นั้นจริงๆ เหรอคะ”“ใช่ แค่พี่ชายกับน้องสาว ถ้าพี่ทำให้รันเข้าใจผิดงั้นพี่ขอโทษ” ชายหนุ่มยืนยันหนักแน่น ไม่ว่ายังไงระหว่างเขากับหญิงสาวก็ไม่มีทางพัฒนาความสัมพันธ์ไปมากกว่านี้แล้ว“แต่รันชอบพี่! ชอบตั้งแต่เจอพี่ครั้งแรกแล้วตอนนี้ก็ยังชอบอยู่ รันชอบพี่ก่อนศศิด้วยซ้ำ” หญิงสาวโพล่งความรู้สึกที่เก็บไว้มานานออกมา ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องเก็บซ่อนความรู้สึกอีกต่อไปแล้ว“ว่าไงนะ!” อรุณไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้
“คุณแน่ใจแล้วใช่มั้ย” อรุณย้ำถามพัชชาเพื่อความแน่ใจ เพราะเรื่องแต่งงานสำหรับผู้หญิงนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินใจได้ง่ายๆ“ค่ะ แต่ฉันมีเงื่อนไขนิดหนึ่ง”“ได้สิผมตกลง”“ตกลงง่ายๆ เลยแบบนี้เลย? ไม่ถามฉันก่อนเหรอคะว่าเงื่อนไขอะไร”“ลำพังแค่สัญญาแต่งงานคุณที่เป็นผู้หญิงก็เสียเปรียบผมอยู่แล้ว เอาเป็นว่าคุณอยากเพิ่มเงื่อนไขอะไรผมโอเคหมด” คำตอบจริงใจที่ไม่คิดจะเอาเปรียบเธอนั้นทำหญิงสาวซาบซึ้งอยู่ไม่น้อย สมคำร่ำลือที่นัททิวมักจะเยินยอผู้เป็นเจ้านายให้เธอฟังบ่อยๆ จริงๆ“ไม่ใช่เงื่อนไขอะไรสำคัญหรอกค่ะ คุณบอกว่าหลังจาก1เดือนต้องพาฉันไปให้แม่คุณเจอ งั้นก่อนถึงวันนั้นฉันอยากให้เราทำความรู้จักกันให้มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องในฐานะคนรักแค่ฐานะเพื่อนก็ได้ ในเมื่อเราจะร่วมงานกันก็ควรต้องรู้จักกันไว้”“ได้สิ ผมเองก็ตั้งใจไว้แบบนั้นอยู่แล้ว ว่าแต่…เรื่องแต่งงานพ่อแม่คุณจะว่าอะไรมั้ย"“ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะพวกเขาน่าจะดีใจมากกว่าถ้าฉันแต่งงาน ไว้ใกล้ๆ ถึงวันนั้นฉันค่อยบอกพ่อกับแม่ก็ได้”“คุณไม่มีแฟนใช่มั้ย”“ถ้าฉันมีคงไม่รับข้อเสนอของคุณหรอกค่ะ แล้วคุณล่ะคะ…ไม่ได้คบใครอยู่ใช่มั้ย”“ไม่มี ผมก็เหมือนคุณแหละถ้ามีแฟนจะ







