ตอนที่ 7 ไม่ได้ชอบแต่ก็ไม่แย่
“อ๊ะ! ซี๊ด! แสบเป็นบ้าเลย นี่เล่นเต็มที่ไม่คิดห่วงคนอื่นเขาเลยหรือไงเนี่ย”
ก้างไผ่บ่นออกมาพร้อมกับใบหน้าสวยที่ตอนนี้มันซีดเซียวราวกับคนป่วยเรื้อรังมายาวนาน มือกุมท้องน้อยเอาไว้ อีกข้างก็จับสายกระเป๋าสะพายเอาไว้แน่นวางบนพนักพิงหลังโซฟาเป็นที่ยึดเกาะกันตัวเองล้มภายในห้องพักคอนโดส่วนตัว
หลังจากตื่นขึ้นมาเธอก็รีบจัดการตัวเองให้เรียบร้อยแล้วออกจากห้องที่เป็นสมรภูมิสงครามเร่าร้อนของตัวเองกับผู้ชายที่ซื้อกินเมื่อคืนทันที ถือวิสาสะหยิบเชิ้ตของเขามาสวมทับเดรสเกาะอกบนตัว เพราะร่องรอยน่าเกลียดที่เขาทำเอาไว้มันมากมายจนทนดูไม่ได้
แต่เธอก็ไม่ลืมที่จะเซ็นเช็คเงินจำนวนหนึ่งแสนบาทถ้วนให้กับเขาเป็นค่าตัวตามที่ตกลงกันเอาไว้ด้วย แม้เวลามันจะคลาดเคลื่อนจากที่เคยคาดการณ์เอาไว้ไปมากว่าจะใช้เวลาเพียงสองชั่วโมง และจะโอนเงินสดเข้าบัญชีให้ก็ตาม
แสงแดดในยามเช้าแต่กลับแรงจ้าจนต้องเดินไปควานหารีโมทแอร์มาเปิดให้ความเย็น ความร้อนแรงของมันราวกับกำลังตอกย้ำเหตุการณ์ร้อนแรงเมื่อคืนของเธอกับชายแปลกหน้า ภาพความทรงจำฉายเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ ขณะที่ก้างไผ่ทิ้งตัวนอนบนโซฟานุ่มอย่างหมดแรง
เมื่อคืนไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นหยุดกระแทกเธอไปตอนไหน รู้แค่ว่าตัวเองอ่อนเพลียเกินกว่าจะรอให้เขาหยุดจนหลับไปแล้วแต่ก็ยังรับรู้ถึงแรงขยับบนตัว ก้ำกึ่งระหว่างหลับกับตื่นอยู่แบบนั้นจนมารู้สึกตัวสะดุ้งตื่นอีกทีก็สว่างแล้ว
ครืด!~
“โทรมาอะไรแต่เช้าเนี่ย”
คนยิ่งเพลียๆ อยู่ จะหลับอยู่แล้วยังจะมีเจ้ากรรมนายเวรตามมารังควานอีก
ก้างไผ่ลุกขึ้นคว้ากระเป๋าสะพายใบเดิมจากบนโต๊ะเล็กกระจกตรงกลางมาล้วงหาเจ้าของเสียงแหลมน่ารำคาญ หลุบมองรายชื่อและใบหน้าเซ็กซี่ของเพื่อนรักบนจอมือถือแล้วก็พ่นถอนหายใจออกมาอย่างรู้ว่าคำแรกที่เจ้านางจะพ่นออกมาคืออะไร
ปัดรับส่งๆ กดเปิดสปีคเกอร์โฟน ทิ้งตัวนอนกลับลงไปตามเดิม วางเครื่องมือสื่อสารไว้บนหน้าท้องแบนราบ
‘ไงจ๊ะเพื่อนรัก เมื่อคืนได้กินป่ะ เอ๊ะหรือจะเรียกโดนกินดี’
“อย่ากวนได้ป่ะ คนจะนอน”
‘หือ? อึดขนาดนั้นเลยเหรอ ฟังจากเสียงแกเพิ่งได้นอนป่ะเนี่ย’
“...” ปล่อยให้ความเงียบเป็นคำตอบที่เพื่อนอยากได้ยิน ได้ยินเสียงหัวเราะดังเล็ดลอดออกมาเบาๆ ราวกับพออกพอใจกับคำตอบของเธอนักหนา
‘แล้วเป็นไงบ้างแก ชอบป่ะ? ลีลาผู้ชายคนนั้นสามารถทำให้แกผันตัวมาเป็นแม่เลี้ยงเด็กอย่างฉันได้ป่ะ’
“...ไม่ได้ชอบแต่ก็ไม่แย่”
ก้างไผ่ลืมตาขึ้นมองเพดานด้านบน นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะกรอกเสียงเรียบตอบคำถามของเพื่อนไป
ก็ไม่เชิงว่าชอบหรอก มันก็ดี เขาทำให้เธอรู้สึกดีและถึงใจในหลายๆ ครั้ง แต่ก็เจ็บแสบและจุกมากๆ ในหลายครั้งเหมือนกัน บอกไม่ถูกว่าระหว่างชอบกับไม่ชอบควรเลือกอะไรมากกว่ากันดี เลยตอบไปแบบนั้น
พวกหนังอีโรติกหนังโป๊ฉากเข้าด้ายเข้าเข็มเธอยังเคยสงสัยว่ามันเสียวมันสุขขนาดนั้นเลยเหรอ จนได้มาเจอกับตัวมันก็... ดี เรียกดีได้แหละ
“แกมีอะไรอีกป่ะ ฉันอยากนอน เพิ่งกลับถึงห้องเนี่ย” สลัดความคิดในหัวออก หยิบมือถือออกจากหน้าท้องแบนราบพ่นลมร้อนๆ ออกผ่านจมูกจ้องหน้าจอที่ปรากฏหน้าเพื่อนกรอกเสียงเนือยลงไป
‘อ่าๆ ให้แกพักก่อนก็ได้ ถึงฉันจะอยากจะเม้าท์ประสบการณ์เซ็กซ์ครั้งแรกของแกต่ออีกก็ตาม แต่เห็นแก่ที่แกเพิ่งโดนเปิดซิงไปแล้วกันจะให้แกพักไปก่อน แค่นี้แหละไม่กวนละ’
ก้างไผ่เบะปากใส่คำพูดของเพื่อนอย่างไม่จริงจังมากนัก พอเอวี่ตัดสายไปเธอจึงเอื้อมวางมือถือไว้บนโต๊ะแล้วพลิกตัวนอนตะแคงข่มเปลือกตาหนักอึ้งปิด ก่อนลมหายใจจะสม่ำเสมอเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา
.
.
“อือ~” เสียงแหบแห้งครางอย่างแผ่วเบาภายในลำคอหนา ก่อนความหงุดหงิดที่ถูกรบกวนเวลาพักผ่อนอยู่นานจะทำให้ซันสะบัดตัวลุกขึ้นนั่ง
ใบหน้าหล่อเหลายับย่นตวัดตาจ้องตัวต้นเหตุรบกวนการนอนที่เพิ่งได้หลับไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง พ่นถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ลากสายตาดุดันกลับมา ยกมือนวดขมับเบาๆ
“กลับไปแล้วเหรอวะ”
ซันพึมพำเสียงเบากับตัวเองหลังจากกวาดตามองหาคนที่ร่วมรบกันมาตลอดทั้งคืนแต่กลับไม่เจอแม้แต่เงา เสื้อผ้าของเจ้าหล่อน แม้แต่แพนตี้ตัวน้อยที่กลายเป็นเศษชิ้นเล็กยังไม่เหลือหล่นอยู่ในห้อง
ไม่ได้ติดใจแม่สาวบริสุทธิ์เด็กใจแตกริอยากเรียนรู้เรื่องเซ็กซ์หรืออะไรแต่อย่างใด เพียงแต่แค่หงุดหงิดเล็กน้อยที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ในห้องคนเดียว แถมยังไม่ได้เน้นย้ำให้ชัดเจนว่าให้กินยาคุมด้วยเพราะเมื่อคืนเขาปล่อยในไปตั้งหลายรอบ
ไม่รู้ผู้หญิงคนนั้นจะรู้จักป้องกันความผิดพลาดที่ไม่มีใครอยากให้เกิดหรือเปล่า
จะให้ทำไงก็มันติดลมหยุดไม่ได้ แถมเพิ่งเคยเจอของสดใหม่แบบไม่เคยผ่านมือใครมาก่อนเป็นครั้งแรกด้วย มันก็เลยหยุดยากนิดหน่อยเป็นธรรมดา
อีกอย่างคือ ถุงยางมันมีแค่ชิ้นเดียวไง นี่ถ้าเพื่อนเขาไม่ได้กวนตีนว่าเผื่อจะได้ใช้กับแม่สาวนักธุรกิจเมื่อคืนล่ะก็ ถุงยางชิ้นนั้นก็คงจะไม่มีติดอยู่ในกระเป๋ากางเกงเขาเลยด้วยซ้ำ
ซันพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ขยับกายมาข้างเตียงหย่อนขาลงจากขอบเตียงเหยียบพื้นกระเบื้องเย็นเยียบ สะบัดผ้าห่มที่คลุมปิดเพียงจุดสงวนหลับใหลไม่เต็มตัวเอาไว้หมิ่นเหม่โยนขึ้นกลางเตียง กำลังจะดันตัวลุกขึ้นแต่ก็ต้องสะดุดตากับกระดาษสีขาวที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง
ตัวเลขเลือนรางมองไม่ชัดเพราะค่อนข้างไกลสายตาพอสมควรทำให้ความร้อนในร่างกายกลับมาเพิ่มพูน เลือดร้อนโลดแล่นขึ้นมากระจุกรวมกันบนศีรษะ กรามหนาขบแน่น เสียงแหลมหวานๆ ของผู้หญิงปากเก่งแว้ดเข้ามาในหูเป็นจำนวนตัวเลขของเงินจำนวนหนึ่งเหมือนเพิ่งพูดผ่านหูเมื่อนาทีที่แล้ว
“เฮอะ!” แค่นเสียงจากลำคออย่างเย้ยหยัน เกิดมายังไม่เคยเจอใครดูถูกขนาดนี้มาก่อนเลย เธอเป็นคนแรกและคนเดียวเลยด้วย
ร่างสูงดีดตัวขึ้นจากเตียง ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยปราศจากเสื้อผ้าปิดคลุมกายแม้แต่ชิ้นเดียว ก้าวเท้ายาวๆ เพียงสองก้าวก็ถึงเป้าหมาย ซึ่งก็คือเช็คเงินสดที่มีตัวเลขกรอกลงไปจำนวนห้าหลักกับลายเซ็นเรียบร้อย
“หนึ่งแสนบาท เฮอะ!” อดจะแค่นเสียงเย้ยหยันตัวเองอีกครั้งไม่ได้ ค่าตัวเขานี่มันแพงฉิบหายเลย ทั้งที่เป็นคนเรียกจำนวนตัวเลขนี้เอง แต่พอเห็นทั้งเช็คทั้งตัวเลขไหนจะลายเซ็นพร้อมเรียบร้อยแบบนี้ มันก็อดจะหงุดหงิดไม่ได้
แล้วถามว่าเขาเอาไหม หึ! เอาสิครับ หนึ่งแสนไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ เอาไปทำบุญซื้ออาหารหมอจรจัดได้ตั้งเยอะเลย!
ซันขบฟันกรามเสียงดังกรอด มือกำเช็คเอาไว้แน่น ทั้งหงุดหงิดทั้งโมโห สุดท้ายก็ทำเพียงแค่วางมันกลับลงตำแหน่งเดิม เดินโทงเทงก้าวเท้ายาวๆ เข้าห้องน้ำไปดับร้อนด้วยสายน้ำเย็น
ยี่สิบนาทีต่อมา...
แกรก~
“เฮ้ย! สัส! ตกใจหมดไอ้ซัน”
ซันปรายตาดุขึ้นมองเจ้าของเสียงตกใจก่อนจะฉีกยิ้มกว้างยียวนกวนอวัยวะเบื้องล่างกระแทกหน้าหลังจากเห็นสภาพของเขาแล้ว ยอมรับว่าตอนแรกที่เห็นก็ตกใจอยู่เหมือนกัน ยิ่งตอนนี้ที่มันไม่มีอะไรปิดร่างกายท่อนบนไว้มันยิ่งเด่นชัดเจน
รอยเล็บข่วนเต็มแผงอกแกร่งไปหมด แผ่นหลังก็ยังมีให้เห็น และเหมือนจะเยอะกว่าด้วยมั้ง เขาก็ไม่รู้เพราะมองไม่ค่อยเห็น ไม่รู้ว่าโดนทำไว้ตั้งแต่ตอนไหน เมื่อคืนอารมณ์มันพลุกพล่านสนใจแต่จะตักตวงเอาอย่างเดียวเลยไม่ได้สนใจว่าร่างกายตัวเองจะถูกตีตราทำอะไรไปบ้าง
เพิ่งเห็นก็ตอนที่อาบน้ำเสร็จแล้วกำลังจะออกมาจากห้องน้ำ แต่กลับสะดุดหยุดเท้าหันกลับไปยังกระจกหน้าเคาน์เตอร์อ่างล้างมืออย่างรวดเร็วเพราะรอยแดงๆ กระจัดกระจายเต็มอกตัวเอง
“ไอ้บาสบอกมึงเปิดห้องตอนแรกกูแทบไม่เชื่อด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้แม่งอยากเห็นหน้าผู้หญิงที่มึงลากขึ้นมากินเลยว่ะ แล้วนี่มึงยังไงวะ ปกติไม่เห็นชอบให้ใครทำรอยไว้บนตัว คนนี้เด็ดจนลืมเหรอวะ”
“เสือกว่ะ”
“หึ” ครินต์แค่นเสียงจากลำคอ โยนเสื้อยืดที่เพื่อนส่งข้อความบอกให้เอาลงมาให้ ให้กับคนที่ยังนั่งนิ่งอยู่บนขอบเตียงโดยสวมกางเกงยีนไว้เพียงตัวเดียว
ใบหน้าตึงเรียบไม่สบอารมณ์ของมันทำให้เขาเลือกที่จะเก็บต่อมเผือกเอาไว้ก่อน ค่อยไปสืบเอาทีหลังก็ได้เพราะเห็นว่าถึงถามไปยังไงเพื่อนเขาก็คงจะไม่บอกหรอก
แถมดูจากสภาพน่าอนาถนั้นแล้ว เดาว่าผู้หญิงคนนั้นกับมันคงจะไปกันไม่ค่อยสวยเท่าไหร่
หรือว่ามันจะโดนวางยาแล้วขืนใจวะ?
“เก็บความคิดมึงไว้พูดกับตัวเองเลยไอสัส” ตะเบ็งเสียงเข้มหยุดความคิดเฮงซวยในหัว พร้อมกับแววตาขุ่นเคืองที่ตวัดขึ้นมอง ระหว่างที่สองมือก็รับหน้าที่จัดการสวมเสื้อยืดสีพื้นของเพื่อนไปด้วย
“รู้ใจกูว่ะ ยังไม่ทันอ้าปากก็รู้แล้วว่ากูคิดอะไรอยู่ แล้วสรุปมึงโดนวางยาแล้วลากมาข่มขืนจริง?”
“ไอ้เวร!”
“ฮ่าๆๆๆ”
ซันกระแทกเสียงใส่หน้าเพื่อนรักที่ช่างคิดช่างจินตนาการจะให้เขาโดนวางยาแล้วลากมาข่มขืนให้ได้ เขาคนนะเว้ยไม่ใช่ควายที่จะโง่ขนาดนั้น
แต่พูดถึงเรื่องโง่แม่ง! อยากจับผู้หญิงคนนั้นมาฟาดด้วยเอ็นอีกสักรอบสองรอบจริงๆ ใครสั่งใครสอนใครอนุญาตให้เธอฝากรอยพวกนี้ไว้บนตัวเขาวะ แล้วยังมาขโมยเสื้อเขากลับไปด้วยอีกนะ
แม่ง! เจอตัวเมื่อไหร่พ่อจะฟาดด้วยเอ็นอีกสักยกให้หายแค้นใจเลย
.
.
.