Masukบทที่3 ทำความรู้จักกับแมว
“แมวบ้านพ่อมึงกินเหล้าเหรอ” บลูเอ่ยถามน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย “ก็เหมือนแมวบ้านแม่มึงนั่นแหละ” คิงเอ่ยตอบ “มันสู้เว้ย วันนี้มันสู้” “สงสัยกินเด็กไปแล้วมีพลัง” เจย์เอ่ยน้ำเสียงเรียบ “กูอยากกินเด็กบ้าง ช่วงนี้ไม่ค่อยมีพลังเลย” บลูเอ่ยขึ้น ทำให้ไอ้สี่ตัวที่เหลือรีบหันมามองที่คนพูดทันที “อะไร?” “มึงเนี่ยนะอยากกินเด็ก เกลียดเด็กอย่างกะอะไร แล้วบอกอยากกินเด็ก” ไรอันเอ่ย “เดี๋ยวกูพาไปกินเอาไหม” ร็อคเอ่ยถามบลู “ที่ไหน” “บ้านร้าง” “ไปทำไมบ้านร้าง” “ผีเด็กไง มึงชอบไหม” ร็อคเลิกคิ้วสูง จ้องมองใบหน้าคมอย่างกวน ๆ “ส้นตีนเถอะครับ!” บลูเอ่ยตอบเสียงดัง “งั้นไปนวดดีไหม มีเด็กให้เลือกเยอะแยะเลย” ไรอันเอ่ย “พอเลย ร้านที่มึงบอกว่าเด็ด ๆ กูเข็ดฉิบหาย” บลูส่ายหน้าทันที ให้ตายกูก็ไม่ไปร้านที่มึงว่านั้นอีก “ทำไมวะ” คิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ร้านที่มันพากูไปนะ มีแต่อายุสี่สิบบวกทั้งนั้นเลย กูไม่เห็นเด็กที่มันว่าสักคน” “ฮ่า ๆ” เสียงหัวเราะดังขึ้นทันทีที่บลูเอ่ยตอบ หนุ่ม ๆ นั่งพูดคุยเล่นกันต่ออีกไม่นาน ทุกคนก็พากันแยกย้าย บ้านใครบ้านมัน จะมีก็แต่ไอ้คิงที่ยังคงอยู่ที่คลับบ้านเลขที่ 0 อยู่ เช้าวันใหม่ ภายนอกเช้าแล้ว ได้แสงสว่างจากดวงอาทิตย์แล้ว ทว่าภายในยังคงมืดอยู่ เพราะผ้าม่านที่เลือกใช้ เป็นผ้าม่านอย่างดีทำให้ไม่มีแสงแดดส่องผ่านเข้ามาในห้องนอนได้เลย ภายในห้องอากาศกำลังเย็นพอดีจากเครื่องปรับอากาศ มีกลิ่นหอมจากน้ำหอมอ่อน ๆ จากคนตัวโตที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่อยู่มุมห้อง “อือ..ปวดหัว” เสียงของแมวน้อยที่นอนอยู่บนเตียงเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ก่อนที่เธอจะลืมตาตื่นขึ้นมา “ตื่นแล้ว?” เสียงของคิงดังขึ้นทันทีที่เห็นว่าเรือนร่างของแมวน้อยขยับตัวตื่น “อุ้ย! ตกใจหมดเลย คุณเป็นใคร” จูนดีดตัวลุกขึ้นนั่งในทันที ก่อนที่เธอจะหันมองไปรอบห้อง จึงรู้ว่านี้ไม่ใช่ห้องของเธอ “ฉันต้องถามเธอมากกว่าว่าเธอเป็นใคร” คิงเอ่ยน้ำเสียงเรียบ “เอ่อ...” เธอไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไงดี ที่แน่ ๆ มันไม่เป็นผลดีแน่ที่เธอไม่ได้กลับบ้านเมื่อคืน “ฉันไม่ชอบรออะไรนาน ๆ” คิงเอ่ย “ฉันชื่อจูน” “อายุ?” “ยี่สิบเอ็ดค่ะ” “เรียนอยู่ที่ไหน” คิงเอ่ยถามถึงสถานที่เรียนของเธอ เพราะเมื่อคืนที่เธอเดินเข้ามา เธอใส่ชุดนักศึกษา “ต้องรู้ละเอียดขนาดนี้เลยเหรอ” “ไม่ต้องตอบก็ได้นะ” คิงเอ่ย “งั้นฉันขอไม่ตอบนะคะ” เธอเอ่ย “ได้ งั้นก็อยู่ในห้องนี้ต่อไป” คิงเอ่ยตอบ พร้อมลุกขึ้นยืนทันที ก่อนที่จะสาวเท้าไปที่ประตูห้องนอน “เดี๋ยว! ฉันตอบค่ะ ฉันเรียนอยู่มหาลัยAA” เธอรีบเอ่ยตอบทันที เพราะถ้าเธอไม่ตอบ มีหวังไม่ได้ออกจากห้องนี้แน่นอน “เด็ก” “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันลาคุณตรงนี้เลยนะคะ” เธอเอ่ย จูนรีบยันตัวลุกขึ้น ก่อนที่จะเดินออกจากห้องนอน ทว่ายังไม่ทันที่จะได้ก้าวขาพ้นประตูห้องนอนเลย เธอก็ถูกคิงดึงแขนเล็กเอาไว้เสียก่อน เธอถูกชายหนุ่มดึงจนร่างเล็กเซถลาเข้าใกล้เขา ทำให้ทั้งคู่อยู่ชิดกันเกินไป จนเธอได้เสียงเต้นของหัวใจเขา “หัวใจคุณเต้นแรงจัง” เธอเอ่ยถามเขา พร้อมรอยยิ้มที่มุมปากเล็ก “ทะลึ่ง!” คิงเอ่ย “ก็ฉันพูดความจริง หัวใจคุณเต้นแรงมาก” เธอยังคงย้ำ ก่อนที่เธอจะเอ่ยถาม “มีอะไรอีกหรือเปล่าคะ” “ต่อไปอย่าเดินมัวแบบนี้อีก” คิงเอ่ย “ไม่เดินมัวแล้วก็ได้ค่ะ แต่จะตั้งใจเดินขึ้นมาห้องนี้โดยเฉพาะเลย” เธอเอ่ยตอบ ก่อนที่จะคลี่รอยยิ้มหวานให้กับชายหนุ่มตรงหน้า “เมากับไม่เมา นิสัยก็ไม่ต่างกัน” “นิสัยน่ารักเหรอคะ?” จูนเอียงคอ เงยหน้ามองเขา ท่าทางที่เธอทำอยู่ในตอนนี้มันชั่งน่าเอ็นดูเหลือเกิน “ซนเหมือนแมว” ชายหนุ่มเอ่ย ก่อนที่จะปล่อยมือออกจากเธอ ทันทีที่เธอเป็นอิสระ เธอก็รีบสาวเท้ายาว ๆ แล้วเดินออกจากห้องไปในทันที คนตัวเล็กเดินลงมาที่ชั้นลง แล้วเดินออกจากคลับไป เธอไม่มีอะไรติดตัวเลย กระเป๋าโทรศัพท์มือถือหรือแม้แต่เงินก็ไม่มี เพราะเมื่อคืนที่เดินไปเข้าห้องน้ำ เธอเดินไปตัวเปล่า “หายไปแบบนี้ไอ้สองตัวนั้นเป็นห่วงแย่เลย ไหนจะพ่อกับแม่อีก ตาย ๆ!” จูนยืนบ่นพึมพำอยู่ที่หน้าคลับ เธอกำลังพยายามหาทางกลับบ้าน “หัวก็ปวด เงินก็ไม่มีสักบาท” ปี๊น! ปี๊น! เสียงแตรรถดังขึ้น ทำให้เธอรีบหันไปมองที่ต้นเสียงนั่นทันที ก่อนที่จะเห็นว่ามีรถหรูคนสีดำจอดอยู่ เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาบีบแตรรถให้ใคร แต่คงไม่ใช่เธอแน่นอน เธอเลยไม่ได้สนใจอะไรมากนัก “แดดก็ร้อนแล้วด้วย” ปี๊น! ปี๊น! เสียงแตรคันเดิมดังขึ้นอีกสองครั้ง ฉุดให้เธอหันไปมองที่รถคันเดิมอีกครั้ง ก่อนที่กระจกรถฝั่งคนขับ จะลดต่ำลงเผยให้เห็นคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย “คนหล่ออีกแล้ว” จูนเอ่ยก่อนที่จะเดินตรงเข้าหารถหรูคันสีดำนั้น “ห่างกันยังไม่ถึงสิบนาทีเลย คิดถึงจูนแล้วเหรอคะ” เธอเอ่ยน้ำเสียงหยอกล้อเล็กน้อย “คำพูดคำจา” คิงเอ่ยขึ้น พร้อมส่ายหน้าไปมา “ก็คุณบีบแตรเรียกจูน แสดงว่าจูนก็คงอยู่ในสายตาคุณไม่หน่อยเลย” เธอยังคงหยอกล้อใส่เขา “ฉันอายุเยอะกว่าเธอหลายปี” “อ๋อ~ งั้นหนูเห็นพี่บีบแตรเรียกหนู...” ร่างเล็กยังเอ่ยไม่ทันจบประโยค คิงก็เอ่ยแทรกขึ้นเสียก่อน “ขึ้นรถ เดี๋ยวไปส่ง” “ใจดีจัง” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงดีใจ ก่อนที่จะรีบเดินไปอีกฝั่งเพื่อเปิดประตูขึ้นไปนั่งอยู่บนรถ นั่งอยู่ข้าง ๆ คนขับด้วยความดีใจ อย่างน้อยก็ไม่ต้องเสียเงินค่ารถกลับบ้านแล้ว แถมยังมีคนหล่อไปส่งที่บ้านอีกด้วย “จะให้ไปส่งที่ไหน” คิงเอ่ยถามพร้อมกับเคลื่อนรถออกจากที่จอดรถ “ไปส่งในใจพี่ได้ไหมคะ” เธอเอ่ยถามด้วยท่าทางที่น่าเอ็นดู “ไฟมันร้อน เธอไม่กลัวเหรอ” “หนูเป็นน้ำค่ะ ดับไฟได้แน่นอน” เธอเอ่ยตอบยิ้ม ๆ ก่อนที่จะนั่งตัวตรง มองตรงออกไปข้างหน้า คนตัวเล็กบอกทางไปมหาลัยแทนการบอกทางไปบ้าน เธอไม่อยากที่จะกลับบ้านด้วยสภาพแบบนี้เลย ถ้าแม่เห็นคงมีโดนบ่นหูกันแน่ ๆ ขอเลือกที่จะไปมหาลัยแล้วกัน อย่างน้อยบ้านไอ้เลย์ก็อยู่ข้างมหาลัย ไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่ที่นั่นก็ได้บทที่39 ใช้ชีวิตร่วมกันหลังจากที่เรื่องของบลูจบลงแล้ว คิงก็ตรงมาที่มหาลัยทันที เพราะตอนนี้ก็เริ่มเย็นมากแล้วเสียงรถสปอร์ตคันหรูค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาจอดที่หน้าตึกคณะ สายตาของนักศึกษาหลายคนจับจ้องมาที่รถทันที เพราะเห็นทุก ๆ วันจนจำได้แล้วว่าคนขับคือใคร แล้วมารับใคร“พี่คิงมาอีกแล้ว...”“แฟนพี่คิงนี่ดวงดีชะมัดเลยว่ะ”“แหม ก็เขารักกันนี่นา”เสียงซุบซิบดังขึ้นเป็นระลอก ๆ ก่อนที่เจ้าของรถจะเปิดประตูลงมาอย่างสง่างาม ใบหน้าคมเรียบนิ่ง แต่รอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปากกลับทำให้ทุกอย่างดูอบอุ่นขึ้นในทันทีคิงพิงรถ รอเพียงครู่เดียว ร่างเล็กในชุดนักศึกษาก็เดินออกมาพร้อมกระเป๋าใบโต ใบหน้าเธอยังมีเหงื่อบาง ๆ จากการพรีเซนต์งานเมื่อบ่าย แต่พอเห็นเขา เธอก็ยิ้มกว้างทันที“พี่คิง~” เสียงเรียกสดใสทำให้เขาอดยิ้มตามไม่ได้“เหนื่อยไหมครับวันนี้”“เหนื่อยมากเลยค่ะ พรีเซนต์ตั้งแต่เที่ยงยันบ่าย”“แล้วเป็นยังไงบ้าง”“ผ่านฉลุยค่ะ” จูนยิ้มจนตาหยี “แต่เหนื่อยจนอยากกลับไปนอนแล้วเนี่ย”“ไม่ได้สิ วันนี้พี่จะพาไปกินข้าว”“แต่หนู...”“ไม่มีแต่” เขาพูดแทรกเสียงเรียบ แววตาอบอุ่น “วันนี้พี่มีอะไรจะบอก”จูนชะงักไปเล็กน้อย มองหน้า
บทที่38 วันแห่งรอยยิ้มหลังจากที่คิงเคลียร์เสร็จแล้ว เขาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนที่จะยืดเส้นยืดสาย แล้วหยิบกุญแจรถบนโต๊ะขึ้นมา ก่อนที่จะหันไปมองที่บลูที่มันกำลังก้มหน้าก้มตาเล่นมือถืออยู่บนโซฟา“ไปได้ยัง” เขาเอ่ยน้ำเสียงเรียบ ๆ“ไปดิ รอนานจนรากงอกอยู่แล้ว” บลูลุกขึ้นทันทีทั้งคู่เดินออกจากคลับแล้วขึ้นรถสปอร์ตคันเดิม เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากของคิง ขณะขับรถออกไปยังห้างดังใจกลางเมืองห้างสรรพสินค้าชื่อดังเสียงเพลงเบา ๆ ลอยคลอไปทั่วบริเวณภายในห้างดัง ชั้นสองของห้างเป็นโซนร้านดอกไม้หรูที่จัดแต่งไว้อย่างสวยงาม กลิ่นหอมของดอกกุหลาบ ดอกลิลลี่ และดอกไฮเดรนเยียอบอวลอยู่ทั่วพื้นที่“โห... ร้านนี้แม่งอย่างหรูอะ ดอกไม้แต่ละช่อเหมือนจะซื้อได้แค่เศรษฐี” บลูพูดพลางยักไหล่ ก่อนจะเดินเข้าไปยืนตรงแถวช่อดอกไม้คิงไม่ตอบ เขาแค่ยกมือขยับข้อมือดูนาฬิกา ก่อนจะเดินตามเข้าไปภายในร้านอย่างเงียบ ๆพนักงานหญิงในร้านรีบเข้ามาต้อนรับทันที“สวัสดีค่ะ คุณลูกค้าต้องการดอกไม้แบบไหนคะ?”“มึงเลือกเลย กูไม่รู้รสนิยมผู้หญิงมึงหรอก”“กูกะจะเลือกกุหลาบขาวผสมทิวลิปว่ะ สื่อว่าขอโทษกับความจริงใ
บทที่37 เธอแม่งดื้อหลายอาทิตย์ผ่านไปทุกอย่างดูเหมือนจะกลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์คืนนั้น คลับบ้านเลขที่ 0 ก็กลับมาตามปกติ ไม่มีใครกล้าก่อเรื่องอีก ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางดีไปหมด ทั้งธุรกิจ ชีวิต และความสัมพันธ์ของเขากับจูนบ้านหลังใหม่ของคิงที่เพิ่งซื้อไปได้ไม่นาน ตอนนี้มันเข้าที่เข้าทางแล้ว ของทุกอย่างถูกย้ายเข้ามาหมดแล้ว ข้าวของเครื่องใช้ก็ถูกย้ายถูกซื้อเข้ามาติดตั้งจนครบทุกอย่างเช้าวันนี้...แสงแดดอ่อน ๆ ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้องนอน กระทบเข้ากับปลายเท้าของคนที่ยังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง ไม่ใช่ใคร เขาคืนเจ้าของบ้านที่ตอนนี้กำลังนอนกอดหมอนข้างอย่างสบายใจเหมือนคนไม่มีธุระ ไม่มีอะไรให้ทำในชีวิตแล้วสภาวะทิ้งตัวเว่อร์ในขณะที่อีกฝั่งของเตียง กำลังวุ่นวายสุดชีวิตกับการรีบลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวไปมหาลัย“ตาย! ตายแน่! สายแล้วด้วย จะทันไหม”เธอพูดพลางวิ่งวุ่นรอบห้อง เปิดตู้เสื้อผ้าเสียงดังปัง แล้วหยิบผ้าขนหนูออกมาทันที เสียงตู้ดังจนคิงขมวดคิ้วในขณะที่ยังนอนหลับตาอยู่“ทำไมเสียงดังแต่เช้าเลยครับ...” น้ำเสียงงัวเงียดังขึ้นพร้อมกับมือใหญ่ที่คว้าหมอนมากอดแน่นกว่าเดิม“พี่
บทที่36 ถิ่นกูปัง!!เสียงปืนดังสนั่นจนทุกคนในคลับแทบหยุดหายใจ เสียงกรีดร้องของสาว ๆ แทรกขึ้นมาทันที ก่อนจะตามมาด้วยความเงียบงันที่ชวนขนลุกทุกคนต่างย่อตัวลงกับพื้นตามสัญชาตญาณ มีเพียงคิงที่รีบหันกลับไปกอดคนตัวเล็กเอาไว้แน่น เขากอดเธอไว้ในอ้อมแขนจนร่างเล็กแทบจมหายไปกับอกของเขา“ไม่เป็นไรนะ… พี่อยู่นี่” เสียงทุ้มกระซิบข้างหูเธอเบาๆทว่าเธอกลับไม่พูดอะไรเลย คนตัวเล็กสั่นทั้งตัว มือเย็นเฉียบจนเขารู้สึกได้ คิงกอดเธออยู่นานจนเสียงของใครบางคนดังขึ้นจากทางด้านหลัง“เห้ย! กอดพอได้แล้วมั้งมึง จะกอดกันจนเช้าเลยไง!”เสียงแซวที่เต็มไปด้วยความโล่งอกดังขึ้นมาจากอีกฝั่ง ทำให้คิงรีบหันกลับไปมองที่ผู้ชายคนนั้นที่มีปัญหาทันทีไอ้สัส! ไอ้ไรอัน!คิงเหลือบตาขึ้นมองเพื่อน ก่อนสายตาคมกริบของเขาจะเหลือบไปเห็นร่างของชายที่ล้มลงไม่ไหวติง กระสุนเจาะเข้ากลางหน้าผาก หนึ่งนัดจอดสนิทเลือดแดงสดไหลนองพื้นจนกลิ่นคาวตีขึ้นจมูก แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปแตะแม้แต่เพียงปลายนิ้วพวกคนที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างนิ่งเงียบ ไม่มีใครพูดอะไรสักคำ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบหนักของหลายคนที่ยังไม่หายตกใจ“อยู่ตรงนี้ อย่าขยับนะ” คิงหันกลับมาเอ่ยก
บทที่35 รักนะครับกลางคืนค่อยๆ คลี่คลายตัวลง เบื้องนอกถูกปกคลุมด้วยความมืดสนิท แต่แสงไฟนวลจากโคมไฟระย้ากลางห้องสะท้อนบนพื้นเงางาม สร้างเงารูปทรงประหลาดที่กระจายไปทั่วห้อง ทำให้บรรยากาศอบอุ่นและชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่ดังแผ่วผสมกับเสียงดนตรีเบา ๆ ทำให้ความรู้สึกทั้งหรูหราและเป็นกันเองผสมผสานกันอย่างลงตัวกลางโต๊ะยาว ถูกจัดวางด้วยจานชามและถ้วยแก้วอย่างเรียบร้อย แต่ละจานล้นไปด้วยอาหารหลากหลาย ทั้งสลัดสดสีเขียวสลับแดง ปลาย่างหนังกรอบร้อน ๆ ที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย ข้าวอบหม้อดินร้อนฉ่า และเมนูเนื้อที่นุ่มจนแทบละลายในปาก น้ำจิ้มรสจัดจ้านวางอยู่ข้าง ๆ เติมเต็มกลิ่นอายของมื้อค่ำให้สมบูรณ์แบบ“กินกันเยอะ ๆ นะ แม่ทำสุดฝีมือเลยนะเด็ก ๆ” แม่ของจูนเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มสดใส“วันนี้หนูจะกินให้อิ่มจนลุกไม่ขึ้นเลยค่ะ” คนตัวเล็กเอ่ยน้ำเสียงติดเล่นเล็กน้อย“ถ้าเป็นแบบนั้น พี่ก็ต้องอุ้มหนูกลับบ้านใช่ไหม” คิงเอ่ยถามน้ำเสียงอ่อนโยน“บ้า! จูนหมายถึงอิ่มแบบแน่นพุงเฉย ๆ ไม่ได้จะให้พี่คิงมาอุ้มกลับสักหน่อย” เธอเอ่ยเถียงเสียงอ่อน“ยังไงพี่ก็อุ้มกลับอยู่แล้วครับ” คิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มมุมปาก
บทที่34 ป๋ามาก18:25 น.แสงอาทิตย์ยามเย็นเริ่มคล้อยต่ำ เส้นขอบฟ้าแต้มด้วยสีส้มอมชมพู สะท้อนบนกระจกของรถสปอร์ตคันหรูที่จอดอยู่หน้าคลับ คิงสวมเสื้อเชิ้ตสีดำเข้ม กางเกงขายาวเข้ารูป ดูเรียบแต่เท่จนใครเห็นก็ต้องเหลียวมองส่วนจูนอยู่ในเดรสผ้าพลิ้วสีครีมอ่อนที่เขาเลือกให้เองตั้งแต่บ่าย รอยยิ้มบางแต้มอยู่บนใบหน้าเธอขณะยืนเช็คตัวเองหน้ากระจกรถ“สวยมากครับ” เสียงทุ้มของคิงดังขึ้นจากด้านหลัง“พี่คิงพูดแบบนี้ทุกครั้งเลยนะคะ” เธอพูดพลางหัวเราะเบา ๆ“ก็เพราะมันเป็นความจริงทุกครั้งไงครับ” เขายื่นมือมาจับมือเธอ“พร้อมหรือยังครับ”“พี่คิงจะพาหนูไปไหนเหรอคะ” เธอถามเสียงเบา แอบมีแววกังวล“ความลับครับ”“ตลอดเลยนะคะ ความลับตลอดเลย” คนตัวเล็กมุ่ยหน้าน้อย“ฮ่า ๆ ความลับก็คือความลับครับ” เขาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ แต่แฝงรอยยิ้มในแววตา“แต่หนูอยากรู้...”“อดทนเอานะครับ”“ชิ!”คิงหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินไปเปิดประตูรถให้กับคนตัวเล็ก แล้วเขาก็เดินมาขึ้นรถฝั่งคนขับทันที ทันทีที่คิงขึ้นมานั่งอยู่บนรถ เขาก็เอื้อมมือมาหยิบอะไรบางอย่างจากที่เบาะข้างหลัง เป็นผ้าบาง ๆ ผืนหนึ่ง สีแดงสด“พี่คิง... จะทำอะไรค







