INICIAR SESIÓNจูบหนักหน่วงจากริมฝีปากหนายังควานหาความหวานทั่วโพรงปากพร้อมตวัดลิ้นรัดอย่างเผ็ดร้อนจนหญิงสาวแทบขาดใจตาย เขาไม่เปิดทางให้หล่อนได้พักหายใจหายคอ
“อะอื้อ”
เธอพยายามขัดขืนแล้วแต่สู้แรงคนตัวใหญ่ไม่ไหว ได้แต่ภาวนาให้ใครก็ได้ได้ช่วยเข้ามาดึงเธอออกไปจากสถานการณ์นี้ที
ปากหยักได้รูปไล่ลงมาขบกัดลำคอระหงจนเป็นรอยทั่วซอกคอ
"อ๊ะ! อือ ไม่"
แคว๊กกก เสียงเสื้อเชิ้ตตัวข้างนโดนฉีกทึ้งออกจนกระดุมกระเด็นหลุดไม่เหลือชิ้นดี หญิงสาวไม่มีคำร้องขอใดๆนอกจากน้ำตาเต็มดวงหน้าหวานที่ตอนนี้ดูน่าเวทนายิ่งนัก หน้าอกอวบใหญ่ถูกมือหนาบีบเคล้นอย่างแรง ส่วนหวนมสีชมพูโดนปากร้อนคาบงับจนเป็นรอย เธอร้องเสียงหลงเมื่อถูกรุกราน แต่คนกระทำเธอนั้นกลับยิ้มเยาะหยัน
“นังร่าน โดนแค่นี้ครางใหญ่เลยนะ” เขารีบถอดกางเกงออกจากความตุงที่คับแน่นตรงกลางกาย จ่อที่ปากทำเอาเธอตกตะลึง นี่คือครั้งแรกที่เธอได้พานพบกับสิ่งที่เรียกว่า องคชาติ
“ดูดมันซะ” พูดจบเขายัดความเป็นชายเข้าปากเธออย่างแรงจนมิดลำ
มีเพียงเสียงต่อต้านอู้อี้จากหล่อน น้ำตาไหลอาบหน้าเมื่อปากคับแน่นไปด้วยบุรุษความเป็นชายที่เธอไม่เคยประสบมัน
เขาเร่งซอยความอวบใหญ่เข้าออกปากเธออย่างเมามันในขณะที่มือยังกอบกุมบีบบี้ปลายปทุมของเธอสร้างความเจ็บปวดปนหวาดกลัวให้เธอยิ่งนัก
“ซี้ดด เสียวชิบ” เสียงแหบพร่าสบถหยาบอย่างพอพึงขณะกระแทกถี่ยิบเมื่อใกล้ถึงขอบสวรรค์ เสียงครางราวกับสัตว์ร้ายเปล่งออกมาพร้อมลาวาสีขาวขุ่นพุ่งเข้าเต็มปากหญิงสาว มันไหลลงลำคอโดยที่เธอไม่ต้องการกลืนมันลงด้วยซ้ำ เขาจัดการเช็ดคราบและใส่กางเกงให้เข้าที่ โดยไม่สนใจใยดีหล่อนที่นั่งร้องไห้ไปมือเช็ดปากอย่างพะอืดพะอม
“หยุดมารยาแกล้งร้องไห้ได้แล้ว"
เธอรีบควานหาสูทตัวนอกมาสวมอย่างรนราน
"คงค้างเติ่งอยู่สินะ แต่เสียใจด้วยแค่นี้ก็มากเกินพอแล้ว"
เธอกำหมัดแน่น
"เห็นว่าแอบชอบฉันอยู่ไม่ใช่หรือพิมรภา? เหอะ น่าขันจริง เธอไม่มีสิทธ์เทียบขั้นฟ้าใสหรอกนะ จำไว้”
เขาเดินออกจากห้องอย่างไม่สะทกสะท้าน เธอปล่อยโฮออกมาอย่างสุดขีด นี่หรือผู้ชายที่เธอเคยใฝ่ฝันอยากเจอตัวจริงสักครั้ง..
‘ยัยฟ้า ดูนี่แฟนในอนาคตของฉัน หุ่นเซ็กซี่มาก หน้าก็หล่อยิ้มทีนี่โอ๊ยฉันจะละลาย’
“ไหนๆ ขอดูโปรไฟล์ซิ อาห์ ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล่ มาเฟียอิตาลี ทายาทเจ้าพ่อมาเฟีย ดาเรนโด้ ลีโอนาร์ด สเป็กแกนี่อินเตอร์เลยนะยัยพิม ว่าแต่ฝันเกินตัวไปมั้ยเนี่ย”
ฟ้าใสหันไปมองดูรูปพร้อมอ่านประวัติชายในฝันของเพื่อนสาวผ่านอินเตอร์เน็ต
“นี่ถ้าฉันได้เจอตัวจริงเค้าได้ถ่ายรูปคู่กันคงดีนะ” หญิงสาวพร่ำเพ้อให้เพื่อนฟังอย่างลมๆแล้งๆ
“ฮ่าๆๆ พอเหอะยัยพิม ไหนล่ะข้อมูลโปรเจคที่ฉันให้แกหา ก่อนอื่นคือทำโปรเจคให้เสร็จไวๆจะได้เรียนจบ แล้วแกจะได้ทำงานหาเงินขอเค้าแต่งงานซะ” เสียงสนทนาอย่างสนุกสนานของสองสาวช่างมีความสุขเหลือเกินเมื่อในอดีต
..แต่ดูสภาพเธอตอนนี้สิ เธอร้องไห้จนตัวโยนภายในห้องอันเวิ้งว้าง ถูกชายผู้ตนเองแอบปลื้มข่มเหงย่ำยีราวกับเธอไม่ใช่คน
เธอคงอ่อนแอเกินไปใช่ไหม เขาถึงได้ทำร้ายจิตใจเธอขนาดหนักแบบนี้
อย่างน้อยเขาควรสงสารและเห็นใจในฐานะความเป็นมนุษย์เช่นเดียวกัน เธอไม่เคยหวังให้เขามารักเธอตอบเพราะมันคงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เธอรู้
ขอเหอะชาตินี้อย่าได้เจอะเจอกันอีกเลย
พิมรภาพยายามรวบรวมสติ ดึงผ้าคลุมโต๊ะมาไว้บนไหล่ตนเองแทนเพื่อปกปิดร่องรอยตามซอกคอ และเสื้อผ้าที่ขาดวิ่น
จะไม่ให้ใครเห็นเธอสภาพนี้เด็ดขาด สภาพที่...เหมือนโดนรุมโทรม
เธอรีบวิ่งออกไปทางบันไดหนีไฟโบกรถแท็กซี่กลับบ้าน โดยไม่สนใจเรื่องงานที่เธอทำมากว่า2ปี ไม่มีอีกแล้ว นี่คือครั้งแรกที่เธอคิดอยากลาออก
“อ้าวหนูพิมลูกมาพอดีเลยมาๆ นั่งนี่มาโซ้ยส้มตำกะพ่อมา แม่แกทำเพิ่งเสร็จรสชาตินี่แซ่บเวอร์” ผู้พ่อกวักมือเรียกลูกสาวพลางตบเก้าอี้รอ เมื่อสังเกตดูอาการของลูกสาวกับผ้าคลุมไหล่ลายแปลกตาแล้วจึงอดถามไม่ได้ “เอ่อ หนูหนาวเหรอลูก?”
“ค่ะพ่อหนูไม่สบายทานข้าวทานยาเรียบร้อยแล้ว หนาวมากค่ะ บอกแม่ไม่ต้องห่วงนะคะ ขอตัวไปนอนพักผ่อนก่อนนะคะพ่อ” เธอรีบร่ายยาวก่อนวิ่งขึ้นบันได
“ไอ้ลูกคนนี้เนี่ย ห่มผ้าหนาๆนะ” พ่อผู้อารมณ์ดีตะโกนไล่หลังบอกลูกสาวคนเดียวอย่างห่วงใย
ครอบครัวที่แสนอบอุ่นอาศัยอยู่ร่วมกันสามคนพ่อแม่ลูกในบ้านสองชั้นหลังเล็กกะทัดรัด ด้านหลังบ้านมีสวนผักหลากหลายชนิดให้พ่อแม่เธอได้เก็บไปขายในตลาดได้ตลอดปี พ่อแม่ลูกรักใคร่อบอุ่น อารมณ์ดีกันทั้งบ้าน จนบ้านใกล้เรือนเคียงต่างอิจฉาในความน่ารักของบ้านนี้ ร่างบางนั่งกอดเข่าบนเตียงเล็กในห้องสีชมพูหวานแหวว ช่างขัดกับสภาพจิตใจในตอนนี้นัก
‘พิม’ เสียงเรียกอันคุ้นหูที่เธอไม่ได้ยินนานหลายเดือน ทำให้เธอหันมามองด้วยความดีใจ
‘ยัยฟ้า’ สองสาวโผเข้าหากันด้วยความดีใจ ‘แกมาทำไมไม่โทรบอกฉันล่วงหน้าจะได้รอรับที่สนามบินล่ะ’
‘ไม่อยากรบกวนแกไง อีกอย่างฉันไม่ได้มาแท็กซี่’ เธอพยักเพยิดสายตาไปที่รถหรูคันนั้น
‘นั่งคันนั้นมาเหรอ?’ พิมรภาเบิกตาโต
‘อืมใช่ คุณราฟเค้ามีธุระที่เมืองไทยพอดี ฉันเลยขอมากับเค้าน่ะ’
‘หวานจริงนะ’ เธอแซวพลางเอนกายชนสีข้างเพื่อนรัก ‘ว่าแต่จะไม่ให้ฉันขอถ่ายรูปด้วยจริงหรือ แหม ทำเป็นหวงไปได้’
ฟ้าใสหุบยิ้มลงพลัน
“ถ้ามันไม่พอจริง ที่หลังบ้านเราก็เกือบสิบไร่พ่อจะเอาไปจำนอง ไม่ก็ขายมันเล้ย เนอะแม่เนอะ”“แล้วครอบครัวฟ้าใสเค้าไม่คิดจะช่วยหนูใช้หนี้สักแดงเลยหรือลูก พ่อแท้ๆเค้าก็อยู่ทำไมไม่สงสารเราเลย”“โหยพ่อ เราอุตส่าห์บากหน้าไปพร้อมลูกเค้าปัดป่ายไม่ใยดีแถมโบ้ยว่าเราโกหกอีก ใบสัญยงสัญญาอะไรก็ไม่มีแล้วจะเอาหลักฐานที่ไหนไปให้เขาดู เฮ้อ” คนเป็นแม่บ่น“ไปกันใหญ่แล้วค่ะพ่อกับแม่เนี่ย” เธอกรอกตา พลางยกมือห้ามให้ทุกคนฟังเธอก่อน “พอๆค่ะ ฟังหนูนะคะ หนูขายรถใช้หนี้แทนฟ้าใสหมดแล้ว แต่หนูแค่อยากไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ และอยากลืมเรื่องราวไม่ดีด้วยค่ะ เผื่อ หิมะกับอากาศหนาวๆ อาจทำให้หนูดีขึ้นก็ได้นะคะ”“นะๆ พ่อแม่เนอะ กอดกันๆ” เธอออดอ้อนอย่างหนัก“ที่สำคัญที่นั่นปลอดภัยล้านเปอร์เซ็น เจ้าของเป็นคนไทย เพื่อนที่เรียนคณะเดียวกันก็อยู่นั่นได้สองปีแล้ว ที่สำคัญที่สุดคือรายได้ดีด้วยค่ะ นะคะพ่อแม่”“ทำงานอะไร” ทั้งสองเอ่ยถามพร้อมกันโดยบังเอิญ“เป็นพนักงานต้อนรับค่ะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติหนูเก่งภาอังกฤษพอดี นะๆพ่อแม่เนอะ”“หนูสัญญาจะโทรหาทุกวันเลย”“เอาไงแม่” พ่อหมูหันไปถามภรรยา“ไม่รู้ ไปตลาดกันป่ะพ่อ ขอเวลาพ่อแม่คิด
“ใครบอกล่ะ นอนลงแหกแคมออก”“ได้ค่ะ”เธอนอนหงายอ้าขาออกกว้างทำตามอย่างว่าง่าย“แหกให้กว้างอีก”“ค่ะๆ”ท่อนเอ็นใหญ่พรวดเข้าไปร่องเยิ้มอีกครั้ง ทั้งสองครวญครางประสานกัน“เดี๋ยวกูออกไป” แม้จะคาด้ายคาเข็มอยู่ เขายังไม่ลืมสั่งลูกน้องเสียงสั่นพร่า“ตื่นเต้นจังเลยค่ะ”“กูรู้น่า” ภาษากายที่ตอดเขาหนุบหนับมันบอกแทนแล้ว จังหวะท่อนเอ็นสอยเข้าออกนั้นเป็นไปอย่างหนักหน่วง นางแบบสาวหัวสั่นหัวคลอนกรีดร้องเสียแหลมเมื่อใกล้จะแตะขอบสวรรค์ เธอร่ำร้องไม่ขาดปากทั้งคำหวานและคำหยาบโลนอย่างไม่อาย“อูย เสียวรู”“ขยี้ติ่งให้ฉันดูสิ”“ค่ะ”เธอทำตามพร้อมสูดปากครวญครางจนเขาเอานิ้วแหย่เข้าปากให้เธอดูดเสียงน้ำอาบรูที่ถูกเอ็นใหญ่กระแทกบวกกับเสียงดูดนิ้วและเสียงสะโพกปะทะโหนกนูนเกิดขึ้นพร้อมกันดังสนั่น ทำเอาลูกน้องที่ยืนหน้าห้องพลอยงุ่นง่านไปตามกันดาวิเด้สาวท่อนเอ็นออกจากร่องเลื่อนกายขึ้นไปจ่อใบหน้าให้น้ำขาวขุ่นพุ่งกระฉูดจนเลอะเต็มไปหมด แม่โมนิก้าอ้าปากเลียน้ำพลางใช้มือลูบไล้ใบหน้าเปื้อนน้ำสีขุ่นของเขาอย่างลุ่มหลง“มีอะไร” ดาวิดออกมาหาลูกน้องที่รออยู่หน้าประตู“เอ่อ คนของเราตายแล้วครับ คาดว่าพวกนั้นจะรู้แล้วว่านายสั่งม
‘นี่ ฉันล้อเล่นทำเป็นหวงจริงจังไปได้แหม่ ชอบก็ชอบอยู่หรอกแต่เห็นเป็นแฟนเพื่อน ก็อดดีใจแทนไม่ได้ ชีวิตที่เหมือนซินเดอเรล่า หูยยอิจฉาจริง’ เธอพูดจบพร้อมพนมมือไหว้ทักทายในแบบฉบับชาวไทยให้กับมาเฟียหนุ่มที่ยืนมองอยู่อีกฝั่งถนนเขม็งเพ่งสายตามาทางเธอและฟ้าใสรอยยิ้มทักทายแสนหวานปนใสซื่อทำให้หัวใจเต้นเร็วผิดปกติแต่เขาก็สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีด้วยการตึงสีหน้าเรียบเฉยขณะพยักหน้ารับไหว้“สาวไทยนี่เสน่ห์แรงทุกคนสินะ” ราฟาเอลพึมพำกับตนเองก่อนโบกมือลาฟ้าใส สาวน้อยผู้กุมหัวใจเขาตั้งแต่แรกเจอ ก่อนขึ้นรถยังไม่ลืมส่งสัญญาณมือเชิงสัญลักษณ์ว่าเขาจะโทรหาเป็นระยะ เขาหวง และเป็นห่วงหล่อนยิ่งกว่าไข่ในหินภาพหวานของคู่รักยังอยู่ในสายตาพิมรภาที่มองเพื่อนสาวกับแฟนหนุ่มแล้วย่นจมูกอัตโนมัติเพราะรู้สึกหมั่นไส้อย่างเสียไม่ได้ แต่เธอในใจก็ยินดีกับเพื่อนรัก ดีใจที่ชีวิตของฟ้าใสจะได้สบายสักทีจะเหลือก็แต่ ..เรื่องพัฒน์‘เอ่อ แล้วแกจะบอกพัฒน์ตอนไหน ฉันสงสารว่ะ’‘ก็วันนี้แหละพิม ฉันจะทำให้ทุกอย่างจบสิ้นสักที’ เธอจะต้องจัดการจากแฟนหนุ่มที่คบกันมานานเสียที นอกจากจะเสียเวลาและเสียเงินที่แฟนหนุ่มขูดรีดเธอไปเข้าบ่อนและเล่นพ
จูบหนักหน่วงจากริมฝีปากหนายังควานหาความหวานทั่วโพรงปากพร้อมตวัดลิ้นรัดอย่างเผ็ดร้อนจนหญิงสาวแทบขาดใจตาย เขาไม่เปิดทางให้หล่อนได้พักหายใจหายคอ“อะอื้อ”เธอพยายามขัดขืนแล้วแต่สู้แรงคนตัวใหญ่ไม่ไหว ได้แต่ภาวนาให้ใครก็ได้ได้ช่วยเข้ามาดึงเธอออกไปจากสถานการณ์นี้ทีปากหยักได้รูปไล่ลงมาขบกัดลำคอระหงจนเป็นรอยทั่วซอกคอ"อ๊ะ! อือ ไม่"แคว๊กกก เสียงเสื้อเชิ้ตตัวข้างนโดนฉีกทึ้งออกจนกระดุมกระเด็นหลุดไม่เหลือชิ้นดี หญิงสาวไม่มีคำร้องขอใดๆนอกจากน้ำตาเต็มดวงหน้าหวานที่ตอนนี้ดูน่าเวทนายิ่งนัก หน้าอกอวบใหญ่ถูกมือหนาบีบเคล้นอย่างแรง ส่วนหวนมสีชมพูโดนปากร้อนคาบงับจนเป็นรอย เธอร้องเสียงหลงเมื่อถูกรุกราน แต่คนกระทำเธอนั้นกลับยิ้มเยาะหยัน “นังร่าน โดนแค่นี้ครางใหญ่เลยนะ” เขารีบถอดกางเกงออกจากความตุงที่คับแน่นตรงกลางกาย จ่อที่ปากทำเอาเธอตกตะลึง นี่คือครั้งแรกที่เธอได้พานพบกับสิ่งที่เรียกว่า องคชาติ “ดูดมันซะ” พูดจบเขายัดความเป็นชายเข้าปากเธออย่างแรงจนมิดลำมีเพียงเสียงต่อต้านอู้อี้จากหล่อน น้ำตาไหลอาบหน้าเมื่อปากคับแน่นไปด้วยบุรุษความเป็นชายที่เธอไม่เคยประสบมันเขาเร่งซอยความอวบใหญ่เข้าออกปากเธออย่างเมามัน
พิมรภา พนักงานสาวฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโรงแรมหรูระดับห้าดาวรับคำสั่งจากเจ้านายเพื่อเข้าพบกับแขกห้องวีไอพีที่อ้างว่ารู้จักกับเธอเป็นการส่วนตัว ร่างอรชรในชุดสีเข้มตัดกับผิวขาวอมชมพูความยาวกระโปรงเลยเข่า สวมคัชชูสีดำก้าวเท้ากระฉับกระเฉงเดินขึ้นลิฟต์ไปพลางคาดเดาถึงแขกคนนั้นอย่างสงสัย‘มีแขกขอพบพิมจ้ะ เห็นเค้าบอกว่าเป็นคนรู้จักพิมน่ะ’ “ใครกัน?”เธอเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาเติบโตในครอบครัวที่หาเช้ากินค่ำซึ่งไม่มีญาติหรือคนรู้จักฐานะดีถึงขั้นยอมควักกระเป๋าจ่ายค่าที่พักห้องวีไอพีราคาแพงหูฉี่ขนาดนี้? พิมรภาเดินไปพลางขบคิดไปมาอย่างสงสัย จะสั่งให้แขกคนนั้นลงมาหาเธอเองก็ไม่ได้ เพราะผู้จัดการเป็นคนสั่งการมาอีกที เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ เธอทำงานตำแหน่งนี้มาได้สองปีกว่าหลังจากเรียนจบและไม่มีแพลนจะหางานที่อื่น เพราะเธอยังมีความสุขกับเพื่อนร่วมงานและงานที่ทำอยู่เรื่องเปลี่ยนงานจึงไม่จำเป็นนัก ความสามารถด้านภาษาอังกฤษเธอที่ดีเยี่ยมแต่ยังคงมีความอ่อนน้อมนั้นจึงทำให้ทุกคนรักเธอใบหน้าเรียวถอดสี ริมฝีปากบางอ้าค้างหวอ“คุณ..?”และแล้วความสงสัยปนกับลางไม่ดีต่างๆที่เธอคิดอยู่ในหัว ก็คลายคำตอบให้เธอได้ดีเมื่อไ


![ไฟรักเพลิงสวาท [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




