INICIAR SESIÓN“ใครบอกล่ะ นอนลงแหกแคมออก”
“ได้ค่ะ”
เธอนอนหงายอ้าขาออกกว้างทำตามอย่างว่าง่าย
“แหกให้กว้างอีก”
“ค่ะๆ”
ท่อนเอ็นใหญ่พรวดเข้าไปร่องเยิ้มอีกครั้ง ทั้งสองครวญครางประสานกัน
“เดี๋ยวกูออกไป” แม้จะคาด้ายคาเข็มอยู่ เขายังไม่ลืมสั่งลูกน้องเสียงสั่นพร่า
“ตื่นเต้นจังเลยค่ะ”
“กูรู้น่า” ภาษากายที่ตอดเขาหนุบหนับมันบอกแทนแล้ว จังหวะท่อนเอ็นสอยเข้าออกนั้นเป็นไปอย่างหนักหน่วง นางแบบสาวหัวสั่นหัวคลอนกรีดร้องเสียแหลมเมื่อใกล้จะแตะขอบสวรรค์ เธอร่ำร้องไม่ขาดปากทั้งคำหวานและคำหยาบโลนอย่างไม่อาย
“อูย เสียวรู”
“ขยี้ติ่งให้ฉันดูสิ”
“ค่ะ”
เธอทำตามพร้อมสูดปากครวญครางจนเขาเอานิ้วแหย่เข้าปากให้เธอดูด
เสียงน้ำอาบรูที่ถูกเอ็นใหญ่กระแทกบวกกับเสียงดูดนิ้วและเสียงสะโพกปะทะโหนกนูนเกิดขึ้นพร้อมกันดังสนั่น ทำเอาลูกน้องที่ยืนหน้าห้องพลอยงุ่นง่านไปตามกัน
ดาวิเด้สาวท่อนเอ็นออกจากร่องเลื่อนกายขึ้นไปจ่อใบหน้าให้น้ำขาวขุ่นพุ่งกระฉูดจนเลอะเต็มไปหมด แม่โมนิก้าอ้าปากเลียน้ำพลางใช้มือลูบไล้ใบหน้าเปื้อนน้ำสีขุ่นของเขาอย่างลุ่มหลง
“มีอะไร” ดาวิดออกมาหาลูกน้องที่รออยู่หน้าประตู
“เอ่อ คนของเราตายแล้วครับ คาดว่าพวกนั้นจะรู้แล้วว่านายสั่งมัน”
“Shitt!! ..อยู่เฉยๆว่าเพิ่งเคลื่อนไหวอะไร”
เขาสบถเสียงดังลั่น เดินหันหลังกลับเข้าห้อง แล้วก็ต้องตื่นตัวอีกรอบเมื่อเห็นนางแบบสาวยังอยู่ที่เดิมแถมเธอยังช่วยตัวเองด้วยนิ้วทั้งสาม
“โอ้วว โมนิก้า เธอกำลังจะปั่นหัวฉัน”
เธอสาวเข้าออกพร้อมส่งสายตาชักชวนมาเฟียหนุ่ม เจอแบบนี้มีเหรอเขาจะอดใจไหว
เขาเคลื่อนใบหน้าคมสันจ่อปากแอ่งสวาทที่มีน้ำไหลเยิ้ม...มันน่าชิมชะมัด
แต่เขาไม่ทำ แถมยังใช้สามนิ้วยัดเข้าแทน
“โอ๊ย เสียวรู”
หล่อนกระเด้งขึ้นสู้มือที่ชักเข้าชักออกรุนแรง
“อู้ย อย่าขบแรง”
โมนิก้าหวีดจนเสียงแหบแห้งก่อนเกร็งกระตุกเฮือกใหญ่
“ต่อกันอีกรอบก่อนค่อยพัก กูจะเอาให้รูมึงบานเลย”
พูดจบเขาเสือกลำดุ้นใหญ่พรวดเดียวมิดลำ
“โอ้ว ฟัค”
แล้วสาวออกจนเกือบหลุด หล่อนยกสะโพกขึ้นตามกลัวจะหลุด
เขาเสียบเข้าๆออก จนโมนิก้าแทบสำลักรสสวาทที่ถูกปลุกเร้าปั่นป่วนจวนจะขาดใจตาย
“ขมิบสิ เร็ว”
เขาออกคำสั่งเมื่อเครื่องกำลังร้อนได้ที่ แต่ติดตรงที่ร่องฉ่ำเยิ้มของหล่อนยังแน่นไม่พอ คาดว่านี่จะเป็นวันสุดท้ายที่จะใช้บริการหล่อน เขายกร่างเปลือยไปนั่งบนหัวเตียงแล้วสั่งให้เธอขยำนมตนเอง
“โมนิก้า ฉันจะส่งท้ายเธอให้หนัก ไหวมั้ย?”
“แทงมาค่ะ แทงมาเลยฉันยังไหว”
สะโพกสอบอัดเข้าใส่โหนกเนื้อไร้ขนอย่างเอาเป็นเอาตายกระทั่งใกล้เสร็จ
“ดูดกินน้ำฉัน” เขาฟาดแก้มให้อ้าปากรอรับ เธอรีบลุกนั่งอ้าปากหวอปล่อยให้น้ำขาวพุ่งเข้าปากกระเด็นกระดอนเต็มหน้าอีกครั้ง
“สบายตัวเป็นบ้า” เขาสบถออกมาหลังสิ้นเกมสวาท ร่างสูงเดินไปหยิบเช็คให้นางแบบสาว
“ถ้าเธออยากได้มากกว่านี้สองเท่าและมีงานเดินแบบตลอดปีช่วยอะไรหน่อยได้มั้ย?”
“หูยได้อยู่แล้วค่ะรับสั่งมาเลยฉันจะทำให้คุณทุกอย่าง” โมนิก้าตาโตกับข้อเสนอที่เธอจะได้รับ
“พยายามเข้าหา ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล่แล้วหาทางแบล็กเมล์มัน นั่นคืองานของเธอ”
พูดจบก็เดินตรงมายังหล่อนแล้วจับร่างอ่อนเปลี้ยจัดแจงหันหลังในท่าหมา
“ฉันจะเอาเธอให้หลวมเลยแม่ร่านสวาทของฉัน” เขาได้ที่ระบายความโกรธชั้นดีแล้วคืนนี้อย่าหวังว่าโมนิก้าจะได้นอน เวลาที่เธอจะเป็นอิสระคงเป็นเวลารุ่งสางเท่านั้น
สามวันแล้วที่พิมรภาหวาดกลัวจนไม่ไปทำงานที่โรงแรมนั่นอีก ไม่กล้าแม้แต่จะเดินเข้าไปลาออกด้วยตนเองถึงรู้ว่าไม่เหมาะสมที่เลือกลาออกผ่านทางโทรศัพท์จนใครต่อใครค่อนขอดว่าเธอทำไม่ถูกก็ช่างเถอะ
สิ่งที่ต้งการคืออยากทำงานที่ไกลๆเผื่อสภาพจิตใจเธอจะดีขึ้นและที่สำคัญเธอต้องการหนีไอ้คนใจโหดคนนั้น
“สู้สิพิม จะมาเศร้าอะไรมากมาย” พิมรภายิ้มให้ตัวเองในกระจกแล้วรีบวิ่งลงบันไดไปหาพ่อหมูแม่อ้อยอย่างอารมณ์ดี
“อ้าว หายดีแล้วสินะลูกถึงได้ยิ้มหน้าบานขนาดนั้น” แม่อ้อยเห็นลูกสาวอาการดีขึ้นก็พลอยดีใจไปด้วย
“วันนี้ไม่ห่มผ้าห่มอีกเหรอลูก สองสามวันก่อนนี่ห่มผ้าเดินรอบบ้าน พ่อนึกว่าคนบ้า” คนพ่อเอ่ยติดตลก
“พ่อก็แซวลูกสาวเราจัง ดูสิเมื่อกี้หน้าบานตอนนี้หน้าบูดเป็นตูดเป็ดแล้ว”
“พ่อคะแม่คะ มาๆนี่มาหนูมีเรื่องจะขอพ่อแม่หน่อยค่ะ”หญิงสาวยิ้มหวานให้ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ท่านทั้งสองคงไม่อนุญาต
“หนูได้ลาออกจากที่ทำงานเก่าแล้วนะคะ ข่าวดีคืองานใหม่ที่จะทำนั้นอยู่ในญี่ปุ่นค่ะ”
“ห๊ะ ทำไมอ่ะ” คนเป็นพ่อสงสัย
“หรือว่าหนูโกหกพ่อกับแม่ว่าหนี้ของฟ้าใสที่ทำงานมันมากกว่าสองแสนใช่มั้ยลูก รถหนูที่เอาไปขายมันไม่พอใช้ใช่มั้ย” คนเป็นแม่เค้นถามและคาดเดาไปต่างๆนาๆอย่างเป็นห่วง
“ถ้ามันไม่พอจริง ที่หลังบ้านเราก็เกือบสิบไร่พ่อจะเอาไปจำนอง ไม่ก็ขายมันเล้ย เนอะแม่เนอะ”“แล้วครอบครัวฟ้าใสเค้าไม่คิดจะช่วยหนูใช้หนี้สักแดงเลยหรือลูก พ่อแท้ๆเค้าก็อยู่ทำไมไม่สงสารเราเลย”“โหยพ่อ เราอุตส่าห์บากหน้าไปพร้อมลูกเค้าปัดป่ายไม่ใยดีแถมโบ้ยว่าเราโกหกอีก ใบสัญยงสัญญาอะไรก็ไม่มีแล้วจะเอาหลักฐานที่ไหนไปให้เขาดู เฮ้อ” คนเป็นแม่บ่น“ไปกันใหญ่แล้วค่ะพ่อกับแม่เนี่ย” เธอกรอกตา พลางยกมือห้ามให้ทุกคนฟังเธอก่อน “พอๆค่ะ ฟังหนูนะคะ หนูขายรถใช้หนี้แทนฟ้าใสหมดแล้ว แต่หนูแค่อยากไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ และอยากลืมเรื่องราวไม่ดีด้วยค่ะ เผื่อ หิมะกับอากาศหนาวๆ อาจทำให้หนูดีขึ้นก็ได้นะคะ”“นะๆ พ่อแม่เนอะ กอดกันๆ” เธอออดอ้อนอย่างหนัก“ที่สำคัญที่นั่นปลอดภัยล้านเปอร์เซ็น เจ้าของเป็นคนไทย เพื่อนที่เรียนคณะเดียวกันก็อยู่นั่นได้สองปีแล้ว ที่สำคัญที่สุดคือรายได้ดีด้วยค่ะ นะคะพ่อแม่”“ทำงานอะไร” ทั้งสองเอ่ยถามพร้อมกันโดยบังเอิญ“เป็นพนักงานต้อนรับค่ะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติหนูเก่งภาอังกฤษพอดี นะๆพ่อแม่เนอะ”“หนูสัญญาจะโทรหาทุกวันเลย”“เอาไงแม่” พ่อหมูหันไปถามภรรยา“ไม่รู้ ไปตลาดกันป่ะพ่อ ขอเวลาพ่อแม่คิด
“ใครบอกล่ะ นอนลงแหกแคมออก”“ได้ค่ะ”เธอนอนหงายอ้าขาออกกว้างทำตามอย่างว่าง่าย“แหกให้กว้างอีก”“ค่ะๆ”ท่อนเอ็นใหญ่พรวดเข้าไปร่องเยิ้มอีกครั้ง ทั้งสองครวญครางประสานกัน“เดี๋ยวกูออกไป” แม้จะคาด้ายคาเข็มอยู่ เขายังไม่ลืมสั่งลูกน้องเสียงสั่นพร่า“ตื่นเต้นจังเลยค่ะ”“กูรู้น่า” ภาษากายที่ตอดเขาหนุบหนับมันบอกแทนแล้ว จังหวะท่อนเอ็นสอยเข้าออกนั้นเป็นไปอย่างหนักหน่วง นางแบบสาวหัวสั่นหัวคลอนกรีดร้องเสียแหลมเมื่อใกล้จะแตะขอบสวรรค์ เธอร่ำร้องไม่ขาดปากทั้งคำหวานและคำหยาบโลนอย่างไม่อาย“อูย เสียวรู”“ขยี้ติ่งให้ฉันดูสิ”“ค่ะ”เธอทำตามพร้อมสูดปากครวญครางจนเขาเอานิ้วแหย่เข้าปากให้เธอดูดเสียงน้ำอาบรูที่ถูกเอ็นใหญ่กระแทกบวกกับเสียงดูดนิ้วและเสียงสะโพกปะทะโหนกนูนเกิดขึ้นพร้อมกันดังสนั่น ทำเอาลูกน้องที่ยืนหน้าห้องพลอยงุ่นง่านไปตามกันดาวิเด้สาวท่อนเอ็นออกจากร่องเลื่อนกายขึ้นไปจ่อใบหน้าให้น้ำขาวขุ่นพุ่งกระฉูดจนเลอะเต็มไปหมด แม่โมนิก้าอ้าปากเลียน้ำพลางใช้มือลูบไล้ใบหน้าเปื้อนน้ำสีขุ่นของเขาอย่างลุ่มหลง“มีอะไร” ดาวิดออกมาหาลูกน้องที่รออยู่หน้าประตู“เอ่อ คนของเราตายแล้วครับ คาดว่าพวกนั้นจะรู้แล้วว่านายสั่งม
‘นี่ ฉันล้อเล่นทำเป็นหวงจริงจังไปได้แหม่ ชอบก็ชอบอยู่หรอกแต่เห็นเป็นแฟนเพื่อน ก็อดดีใจแทนไม่ได้ ชีวิตที่เหมือนซินเดอเรล่า หูยยอิจฉาจริง’ เธอพูดจบพร้อมพนมมือไหว้ทักทายในแบบฉบับชาวไทยให้กับมาเฟียหนุ่มที่ยืนมองอยู่อีกฝั่งถนนเขม็งเพ่งสายตามาทางเธอและฟ้าใสรอยยิ้มทักทายแสนหวานปนใสซื่อทำให้หัวใจเต้นเร็วผิดปกติแต่เขาก็สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีด้วยการตึงสีหน้าเรียบเฉยขณะพยักหน้ารับไหว้“สาวไทยนี่เสน่ห์แรงทุกคนสินะ” ราฟาเอลพึมพำกับตนเองก่อนโบกมือลาฟ้าใส สาวน้อยผู้กุมหัวใจเขาตั้งแต่แรกเจอ ก่อนขึ้นรถยังไม่ลืมส่งสัญญาณมือเชิงสัญลักษณ์ว่าเขาจะโทรหาเป็นระยะ เขาหวง และเป็นห่วงหล่อนยิ่งกว่าไข่ในหินภาพหวานของคู่รักยังอยู่ในสายตาพิมรภาที่มองเพื่อนสาวกับแฟนหนุ่มแล้วย่นจมูกอัตโนมัติเพราะรู้สึกหมั่นไส้อย่างเสียไม่ได้ แต่เธอในใจก็ยินดีกับเพื่อนรัก ดีใจที่ชีวิตของฟ้าใสจะได้สบายสักทีจะเหลือก็แต่ ..เรื่องพัฒน์‘เอ่อ แล้วแกจะบอกพัฒน์ตอนไหน ฉันสงสารว่ะ’‘ก็วันนี้แหละพิม ฉันจะทำให้ทุกอย่างจบสิ้นสักที’ เธอจะต้องจัดการจากแฟนหนุ่มที่คบกันมานานเสียที นอกจากจะเสียเวลาและเสียเงินที่แฟนหนุ่มขูดรีดเธอไปเข้าบ่อนและเล่นพ
จูบหนักหน่วงจากริมฝีปากหนายังควานหาความหวานทั่วโพรงปากพร้อมตวัดลิ้นรัดอย่างเผ็ดร้อนจนหญิงสาวแทบขาดใจตาย เขาไม่เปิดทางให้หล่อนได้พักหายใจหายคอ“อะอื้อ”เธอพยายามขัดขืนแล้วแต่สู้แรงคนตัวใหญ่ไม่ไหว ได้แต่ภาวนาให้ใครก็ได้ได้ช่วยเข้ามาดึงเธอออกไปจากสถานการณ์นี้ทีปากหยักได้รูปไล่ลงมาขบกัดลำคอระหงจนเป็นรอยทั่วซอกคอ"อ๊ะ! อือ ไม่"แคว๊กกก เสียงเสื้อเชิ้ตตัวข้างนโดนฉีกทึ้งออกจนกระดุมกระเด็นหลุดไม่เหลือชิ้นดี หญิงสาวไม่มีคำร้องขอใดๆนอกจากน้ำตาเต็มดวงหน้าหวานที่ตอนนี้ดูน่าเวทนายิ่งนัก หน้าอกอวบใหญ่ถูกมือหนาบีบเคล้นอย่างแรง ส่วนหวนมสีชมพูโดนปากร้อนคาบงับจนเป็นรอย เธอร้องเสียงหลงเมื่อถูกรุกราน แต่คนกระทำเธอนั้นกลับยิ้มเยาะหยัน “นังร่าน โดนแค่นี้ครางใหญ่เลยนะ” เขารีบถอดกางเกงออกจากความตุงที่คับแน่นตรงกลางกาย จ่อที่ปากทำเอาเธอตกตะลึง นี่คือครั้งแรกที่เธอได้พานพบกับสิ่งที่เรียกว่า องคชาติ “ดูดมันซะ” พูดจบเขายัดความเป็นชายเข้าปากเธออย่างแรงจนมิดลำมีเพียงเสียงต่อต้านอู้อี้จากหล่อน น้ำตาไหลอาบหน้าเมื่อปากคับแน่นไปด้วยบุรุษความเป็นชายที่เธอไม่เคยประสบมันเขาเร่งซอยความอวบใหญ่เข้าออกปากเธออย่างเมามัน
พิมรภา พนักงานสาวฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโรงแรมหรูระดับห้าดาวรับคำสั่งจากเจ้านายเพื่อเข้าพบกับแขกห้องวีไอพีที่อ้างว่ารู้จักกับเธอเป็นการส่วนตัว ร่างอรชรในชุดสีเข้มตัดกับผิวขาวอมชมพูความยาวกระโปรงเลยเข่า สวมคัชชูสีดำก้าวเท้ากระฉับกระเฉงเดินขึ้นลิฟต์ไปพลางคาดเดาถึงแขกคนนั้นอย่างสงสัย‘มีแขกขอพบพิมจ้ะ เห็นเค้าบอกว่าเป็นคนรู้จักพิมน่ะ’ “ใครกัน?”เธอเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาเติบโตในครอบครัวที่หาเช้ากินค่ำซึ่งไม่มีญาติหรือคนรู้จักฐานะดีถึงขั้นยอมควักกระเป๋าจ่ายค่าที่พักห้องวีไอพีราคาแพงหูฉี่ขนาดนี้? พิมรภาเดินไปพลางขบคิดไปมาอย่างสงสัย จะสั่งให้แขกคนนั้นลงมาหาเธอเองก็ไม่ได้ เพราะผู้จัดการเป็นคนสั่งการมาอีกที เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ เธอทำงานตำแหน่งนี้มาได้สองปีกว่าหลังจากเรียนจบและไม่มีแพลนจะหางานที่อื่น เพราะเธอยังมีความสุขกับเพื่อนร่วมงานและงานที่ทำอยู่เรื่องเปลี่ยนงานจึงไม่จำเป็นนัก ความสามารถด้านภาษาอังกฤษเธอที่ดีเยี่ยมแต่ยังคงมีความอ่อนน้อมนั้นจึงทำให้ทุกคนรักเธอใบหน้าเรียวถอดสี ริมฝีปากบางอ้าค้างหวอ“คุณ..?”และแล้วความสงสัยปนกับลางไม่ดีต่างๆที่เธอคิดอยู่ในหัว ก็คลายคำตอบให้เธอได้ดีเมื่อไ







