Masukดวงตาแดงก่ำแต่ไร้หยดน้ำตาที่ไหลออกมาจ้องมองดวงตาที่บวมแดงจากการร้องไห้ของน้องสาว ความผิดพลาดนี้เขาไม่โทษเธอ รัลภัทรเป็นคนสวยมีผู้ชายเข้ามาหาเยอะ ช่วงที่เขาไม่อยู่เธออาจจะเหงาและคุยกับใครสักคน แต่ไม่คิดว่ามันจะเลยเถิดเกินควบคุม แต่ภูมินทร์ไม่รู้ว่าระหว่างน้องสาวกับผู้ชายที่เธอคบด้วยตอนที่เขาไม่อยู่มีเรื่องอะไรก่อนจะแยกทาง หญิงสาวถึงได้แสดงออกมาว่าเกลียดลูกที่กำลังจะเกิดมามากขนาดนี้
“เก็บเขาไว้ พี่ไม่อยากให้รัลมานั่งเสียใจทีหลังถ้าจะทำกับเขาแบบนี้”
“เลี้ยงเด็กคนหนึ่งมันไม่ง่ายนะพี่ภู”
“พี่เลี้ยงเขาได้ พี่จะเลี้ยงเขาเอง”
“แต่รัลอยากเรียนต่อ รัลจะไปเรียนได้ยังไงถ้ามีลูก”
“ดร็อปไว้ก่อน”
รัลภัทรมองหน้าพี่ชายด้วยดวงตาสั่นไหว ก่อนจะโผเข้าหาอ้อมกอดสะอึกสะอื้น
“ฮือ รัลกลัว”
“ไม่ต้องกลัว มีพี่อยู่ทั้งคนพี่จะดูแลทั้งรัลทั้งหลานเอง”
จากนั้นสองพี่น้องก็ปรึกษากันตลอด...พี่รู้แล้วว่าพี่จะทำงานอะไร ที่จะหาเงินได้เยอะ ๆ มาช่วยรัลเลี้ยงหลาน
งานอะไร
พี่ชายหายหน้าไปหนึ่งสัปดาห์ก็โอนเงินมาเข้าบัญชีเธอตั้งหนึ่งแสน ตอนแรกหญิงสาวตกใจมาก ไม่กล้ารับเพราะไม่อยากให้พี่ชายต้องไปทำเรื่องผิดกฎหมาย แต่พี่ชายเธอก็ยอมรับว่าได้เข้าสู่เส้นทางบาร์โฮส ทำงานวันแรกก็มีแขกมาเปย์ให้ตั้งหลายดื่มแถมมีทิปส่วนตัวให้อีก
“พี่ภูอยากทำงานนี้เหรอคะ”
ที่รัลภัทรถามแบบนี้เพราะเธอรู้นิสัยของคนเป็นพี่ว่าเขาค่อนข้างเก็บตัว ไม่ได้ชอบเข้าสังคม เขาบอกว่าเขาอยากเป็นวิศวกรจะได้มีเงินเยอะ ๆ มาเลี้ยงเธอให้สุขสบายหลังจากที่พ่อกับแม่เสียจากอุบัติเหตุเรืออับปางกลางทะเลขากลับจากเกาะ
“มันเป็นงานสุจริตนะรัล พี่ทำได้ รัลไม่ต้องคิดมาก ตอนนี้เป้าหมายชีวิตพี่คือทำยังไงก็ได้ให้รัลกับลูกอยู่อย่างสบายแค่นี้ก็พอแล้ว พี่ไม่เหนื่อยหรอก ทำไปก็สนุกดี ได้ทำอะไรใหม่ ๆ ชีวิตมีสีสัน”
เป็นคำบอกจากปากพี่ชายของเธอ ผ่านมาสองปีเหมือนพี่ชายของเธอจะเอาดีในด้านนี้ สามารถซื้อรถให้เธอได้ใช้ขับพาลูกสาวไปหาหมอ ดาวน์บ้านหลังที่อยู่กันปัจจุบันเพื่อให้หญิงสาวออกมาจากสภาพแวดล้อมอันน่าหดหู่ จ้างแม่บ้านมาช่วยเลี้ยงลูกเพราะน้องสาวยังขาดประสบการณ์ทั้งหมดนี้มาจากเงินที่พี่ชายทำงานเป็นบาร์โฮส
“รัล ตอนนี้ไลลาก็หนึ่งขวบแล้วรัลกลับไปเรียนสิ ที่บ้านก็มีป้าน้อยคอยดูให้”
หญิงสาวที่เป็นแม่คนมาได้หนึ่งปีนอนเท้าคางมองหน้าลูกสาวที่หลับปุ๋ยตาไม่กะพริบ เรียวปากมีรอยยิ้มบาง ๆ
“รัลว่ายังดีกว่าค่ะ รอให้ยัยหนูสักสองขวบค่อยเรียนก็ได้ ตอนนี้รัลไม่คิดถึงอนาคตตัวเองอีกแล้ว รัลอยากหาเงินช่วยพี่ภูมากกว่า”
ตอนนี้เป้าหมายในชีวิตของเธอเปลี่ยนไปแล้วเหมือนกัน จากที่เคยคิดถึงแต่ตัวเองบัดนี้มีแต่ลูกเท่านั้น อนาคตของเธอจะเป็นอย่างไรช่างมันขอแค่ให้ลูกได้เติบโตขึ้นอย่างมีความสุขและปลอดภัยก็พอ
“ไม่ต้องเลย เรื่องหาเงินไว้เป็นหน้าที่พี่คนเดียวเถอะ กลับไปเรียนพี่อยากพาไลลาไปงานรับปริญญาของรัล วันนั้นคงเป็นวันที่พี่มีความสุขมาก”
พี่ชายบอกเสียงเข้มไม่จริงจังแต่น้องสาวหันมายิ้ม แล้วส่ายหน้า
“หึ หลงลูกจนไม่อยากออกไปไหนแล้วสิ”
“ก็มันน่าหลงมั้ยล่ะคะ ลูกสาวของรัล ให้ไลลาโตกว่านี้อีกหน่อยนะพี่ภู รัลจะกลับไปเอาใบปริญญามาให้พี่ภูแน่นอนค่ะ”
รัลภัทรเก็บของกินที่พี่ชายซื้อมาฝากเข้าตู้เย็น ดูจากเมนูและพัสดุที่ใส่เป็นของดีมาจากร้านดังทั้งนั้น หญิงสาวปิดตู้เย็นเมื่อเก็บของเรียบร้อยหันหน้าออกไปทางประตูเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะดังของลูกสาวที่กำลังมีความสุขที่ได้เล่นกับคุณลุงพลอยให้เธอเผลอยิ้มออกมาด้วย
คืนนี้รัลภัทรอยากจะออกไปรับงานขับรถมาช่วยค่าใช้จ่ายภายในบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยังดี เธอรู้ว่าพี่ชายไม่ได้ชอบทำสิ่งที่ทำอยู่สักเท่าไหร่ แม้ปากจะยิ้มบอกเธอว่ามันก็สนุกดี พูดติดตลกให้เธอหัวเราะด้วยว่ามีแต่สาว ๆ มาแย่งตัวพี่ พี่ฮอตมากนะบอกเลย รัลไม่ต้องห่วงหรอก พี่ขอทำงานนี้อีกสักพักเก็บเงินได้สักหน่อยพี่ก็จะหยุด
รัลภัทรเดินออกมานั่งมองลุงหลานเล่นกัน คืนนี้ป้าน้อยไม่ได้มานอนด้วยเพราะเป็นวันหยุดของแก
“เหนื่อยมั้ยรัล” พี่ชายหันมาถาม ขณะที่แม่ครัวตัวจิ๋วกำลังทอดไข่เจียวแบบเด็ก ๆ ของแก น้องสาวยิ้มให้
“เหนื่อยไม่เท่าพี่ภูหรอกค่ะ รัลแค่เลี้ยงลูกอยู่บ้าน ทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ เอง”
“พี่รู้ว่ารัลไปขับแกร็บ ไม่จำเป็นต้องไปทำแบบนั้นเราเป็นผู้หญิงมันอันตราย พี่เป็นห่วง แล้วขับกลางคืนด้วย”
พี่ชายพูดด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจัง เรื่องนี้ป้าน้อยเป็นคนบอกแน่ ๆ
“ไม่อันตรายมากหรอกค่ะ รัลก็รับแต่ผู้โดยสารที่เป็นผู้หญิงเหมือนกัน”
“จะยังไงก็ช่างเถอะ ขับทั้งคืนจะได้กี่บาทกัน อยู่เฉย ๆ เลี้ยงลูกก็พอแล้ว”
ชายหนุ่มมองใบหน้าสะสวยของน้องสาว ตอนนี้รัลภัทรควรออกไปใช้ชีวิตตามความฝันของเธอ ไปเรียนต่อต่างประเทศตามที่เธอฝันกลับมาทำงานในบริษัทใหญ่โต ใช้ชีวิตดี ๆ เหมือนผู้หญิงที่โลกสวยคนหนึ่งเขาในฐานะพี่ชายก็อยากเห็นชีวิตแบบนั้นของน้องสาว ทว่าตอนนี้รัลภัทรเหมือนดอกไม้ที่ยังไม่แย้มกลีบที่สวยงามบานออกเต็มที่เธอก็ถูกรดด้วยสารเคมีทำให้ความงามที่สะพรั่งเหี่ยวเฉาลงก่อนวัยอันควร ใครกันนะไอ้ผู้ชายสารเลวคนนั้นที่มันไม่มีความรับผิดชอบต่อผู้หญิง ทำร้ายชีวิตน้องสาวเขาทางอ้อม อยากจะเห็นหน้ามันจริง ๆ จะประเคนให้ทั้งหมัด ศอก ฝ่าเท้า เน้น ๆ ให้สาแก่ใจสักครั้ง
“รัลควรกลับไปเรียนได้แล้ว”
ดวงตาที่หลุบมองลูกสาวเหลือบมองหน้าพี่ชาย ภูมินทร์พยักหน้าให้เธอแววตาสื่อความหมาย รัลภัทรยิ้มหม่นให้กับความปรารถนาดีต่อชีวิตของเธอจากพี่ชายนับครั้งไม่ถ้วน
“ขอให้ไลลาเข้ารับการรักษาก่อนแล้วกันค่ะ รัลจะกลับไปเรียน”
“อืม”
“คืนนี้พี่ภูจะค้างกับพวกเรามั้ยคะ”
ภูมินทร์ส่ายหน้า “ไม่ละ พี่กลับไปค้างที่คอนโด”
น้องสาวยิ้มล้อ “แหม มีคอนโดสูง ๆ ดูวิวสวย ๆ อยู่แล้วก็ไม่อยากมาค้างบ้านกับหลานนะ มีใครรออยู่รึเปล่าคะ”
“ใครว่าล่ะ พี่นอนคนเดียว”
“แน่เหรอคะ ก็เห็นบอกว่าเพิ่งไปกินข้าวกับสาวมา”
“กินข้าวก็ส่วนกินข้าวครับ เสร็จงานก็ต่างคนต่างไป พี่น่ะตัวท็อปวีไอพีนะจะบอกให้”
“โห ตัวท็อปเลยเหรอคะ”
“ใช่สิ ฮ่า ๆ”
สองพี่น้องคุยกันไปหัวเราะกันไป สลับกับเสียงหัวเราะของยัยหนูไลลาที่ดังขึ้นเพิ่มสีสัน สายตาสองคู่มองภาพเด็กหญิงตัวอวบผิวขาวโพลนที่กำลังนิ่วหน้าตอกไข่ในชุดของเล่นแล้วก็พากันหัวเราะให้กับความพยายามของหนูน้อย
“ถ้าไม่มีพี่ภู วันนี้รัลคงไม่ได้เจอกับไลลา ขอบคุณนะคะพี่ภู”
ภูมินทร์วาดมือไปโอบไหล่น้องสาวที่พูดให้บรรยากาศซึ้งจนมีน้ำตาซึม
คนที่ให้คอยติดตามดูความเคลื่อนไหวของรัลภัทรกับลูก โทรรายงานว่าหญิงสาวพาลูกขับรถออกไปจากบ้าน ปลายทางคือโรงพยาบาลที่พี่ชายของเธอรักษาตัวอยู่ ชายหนุ่มบอกให้เฝ้าติดตามต่อและโทรบอกเขาอยู่เรื่อย ๆภายในห้องพักฟื้น รัลภัทรอุ้มลูกสาวเดินเข้ามาพอเห็นพี่ชายเริ่มนั่งพิงหัวเตียงได้แล้ว สีหน้ามีเลือดฝาดมากขึ้นกว่าเมื่อครั้งก่อนหญิงสาวก็โล่งอกทันที ดวงตาที่เคยหม่นเศร้าเปลี่ยนเป็นประกายสดใส“พี่ภู… ดีขึ้นเยอะเลยค่ะ” เสียงของเธอสั่นเครือด้วยความดีใจเด็กหญิงไลลาส่งยิ้มออกมาพร้อมยื่นแขนจะมาจับ แต่คนเป็นแม่ยังไม่ให้ถูกตัวลุงมากนักเกรงจะกระทบกระเทือนถึงแผล จึงให้นั่งบนขอบเตียง รอยยิ้มอบอุ่นผุดขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่มผู้ป่วย เขาค่อย ๆ ยกมืออีกข้างขึ้นลูบศีรษะเด็กน้อยอย่างแผ่วเบา “เป็นยังไงบ้างไลลาหลานรักของลุงภู”รัลภัทรมองภาพนั้น น้ำตาซึมด้วยความตื้นตันใจที่เห็นพี่ชายอาการดีขึ้นตามลำดับ มือเรียวกุมมือพี่ชายไว้แน่นพลางเอ่ยเสียงสั่นแผ่ว“อีกไม่นานก็กลับบ้านเราได้แล้วนะคะ… รัลจะดูแลพี่ภูต่อที่บ้านเอง ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว”พี่ชายมองหน้าน้องสาว ดวงตาสะท้อนถึงความซาบซึ้งและความเจ็บปวดที่ยังฝังอยู่ในใจ เขารู้ดีว
วันต่อมาปรินวัชร์ก็มาคุยกับรัลภัทรเรื่องลูก เขาขออนุญาตเธอเข้ามาคุยในบ้านซึ่งตอนนี้ก็มีเพียงเธอกับลูกสาวชายหนุ่มยืนเงียบอยู่ครู่หนึ่ง สายตามองเด็กหญิงที่ตอนนี้เล่นอยู่กับเพื่อนตุ๊กตาหลายตัว ริมฝีปากอมยิ้มให้กับความน่าเอ็นดูนั้น ก่อนจะหันมามองเธอ“รัล…” เสียงเขาเรียกแผ่วเบา แต่หนักแน่นในความรู้สึก “พี่อยากจะขอร้องอะไรรัลสักอย่าง”หญิงสาวขมวดคิ้ว มองเขาอย่างระแวง “เรื่องอะไรอีกคะ?”เขากลืนน้ำลาย ฝืนยิ้มจาง ๆ แต่ดวงตากลับสั่นไหวเต็มไปด้วยความกังวล“พี่อยากพาลูก… อยากพาลูกไปพบคุณแม่ของพี่สักครั้ง”รัลภัทรชะงักไป ดวงตาเบิกกว้าง เขาจึงรีบเสริม“ตอนนี้คุณแม่พี่… ป่วยหนักมาก” เสียงเขาแผ่วลง มือที่กำแน่นสั่นน้อย ๆ “ท่านไม่มีกำลังใจในการรักษา เพราะคิดถึงลูกสาวคนเล็ก แต่ถ้าท่านได้รู้ว่ายังมีหลานสาวที่น่ารักอยู่ท่านคงมีกำลังใจขึ้น”เขาสบตาเธอด้วยแวววิงวอน เหมือนเธอเป็นที่พึ่งสุดท้าย“พี่ไม่ได้ขออะไรเพื่อตัวเอง…แต่เพื่อแม่ พี่ขอร้องนะรัล ให้ลูกไปเจอท่านสักครั้งเถอะ”รัลภัทรกัดริมฝีปากแน่น เธอมองเขาด้วยดวงตาสั่นระริก แต่ยังคงส่ายหัวหนักแน่น“ไม่ค่ะ… ฉันไม่ให้ลูกไป” น้ำเสียงเธอสั่น แต่เต็มไปด้วยควา
ค่ำคืนนี้รัลภัทรไม่ได้ออกไปขับรถเพราะไม่มีใครคอยอยู่กับลูกสาว และมันคงเป็นแบบนี้ไปอีกหลายวัน เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของร่างเล็กที่นอนขดกอดตุ๊กตาตัวโปรด คนเป็นแม่นั่งมองอย่างเพลิดเพลิน เรื่องการรักษาของลูกเธอหมดกังวลเปลาะหนึ่ง เมื่อเขาคนนั้นยื่นมือเข้ามาช่วยรับผิดชอบในฐานะ ‘พ่อ’ ในเช้าของวันต่อมา ขณะที่รัลภัทรกำลังนั่งรับประทานอาหารกับลูกสาว ก็มีโทรศัพท์โทรเข้ามาในเครื่องของพี่ชายที่เธอสแตนด์บายไว้ตลอด เพราะบางทีอาจมีเรื่องงานของพี่ เธอกดรับสายแทน คนในสายก็เอ่ยถาม“ใช่น้องสาวภูมินทร์หรือเปล่า”“ใช่ค่ะ”“พี่แอนดริวเองนะ ที่เคยไปเยี่ยมเจ้าภูแล้ว จำได้ไหม”“ค่ะ หนูจำได้”“แล้วตอนนี้เจ้าภูมันฟื้นหรือยัง”“ฟื้นแล้วค่ะพี่”“เหรอ ๆ งั้นพี่ขอไปเยี่ยมมันได้ไหม อยากไปดูอาการมันหน่อย”“...ได้ค่ะ พี่จะมากี่โมงคะ”“ก็บ่ายนี้ เจอกันที่โรงพยาบาลนะ”“...ค่ะ” รัลภัทรตอบรับด้วยสีหน้าหนักใจเล็กน้อย หันไปมองลูกสาว คราวนี้เธอต้องพาลูกไปโรงพยาบาลด้วยเพราะไม่มีคนช่วยดู“ไลลา เดี๋ยวเราไปเยี่ยมลุงภูกันนะคะ เผื่อว่าลุงภูลืมตาขึ้นมาแล้วเจอหนูต้องดีใจมากแน่ ๆ เลย”ดวงตากลมแป๋วเงยมองผู้เป็นแม่ หัวฟู ๆ พยักหน้าหงึก ๆ
กลับมาทำงานได้ไม่นานเขาก็ยิ่งคิดถึงเธอกับลูกมากขึ้นจนไม่เป็นอันทำอะไร ทั้งที่เพิ่งจะจากกันมาไม่นาน ชายหนุ่มมองไปที่สมาร์ตโฟนก่อนจะหยิบมันขึ้นมาใช้งาน โทรศัพท์ดังขึ้น รัลภัทรหยิบขึ้นมาดู ก่อนจะนิ่วหน้า พอเธอกดรับเสียงทุ้มก็ดังขึ้นมา“รัล…ทำกับข้าวมาส่งให้พี่หน่อยได้ไหม?”“ทำไมต้องให้ฉันทำให้คุณด้วยล่ะคะ?”“พี่สั่งอาหารนะไม่ได้ขอกินฟรี รัลอยากทำงานไม่ใช่เหรอ จะพาลูกมาด้วยก็ได้นะ… ขึ้นมาส่งถึงห้องเลย เคยมาแล้วไม่ใช่เหรอ?”รัลภัทรลอบเบะปาก ปฏิเสธทันที“ไม่ค่ะ ฉันไม่เอาเงินคุณ! และฉันก็จะไม่ทำ! ทำไมคุณถึงคิดว่าฉันจะยอมง่าย ๆ แบบนั้น?”“ครั้งละหมื่นเลยนะ… เอาไหม? หรืออยากได้มากกว่านั้น”รัลภัทรมือสั่นเล็ก ๆ แต่เธอยังคงกัดฟันแน่น“ฉันไม่เอาค่ะ เชิญไปสั่งกับคนอื่นเถอะ”“จะให้สั่งกับใครล่ะ ถ้าไม่สั่งกับ...เมีย”“หยุดพูดพล่อย ๆ ฉันไม่สนุกด้วยนะและไม่ยอมรับมัน”“จะปฏิเสธยังไงหลักฐานออกเป็นตัวขนาดนั้น”รัลภัทรกลอกตาขึ้นมองบนอย่างไม่ชอบใจ เธอได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ ลอดมาตามสัญญาณ เขาคงกำลังสนุกที่ได้ยั่วยุเธอสินะ“คุณปรินวัชร์ ถ้าคุณจะยัดเยียดอะไรก็ตามในสิ่งที่ฉันไม่ต้องการให้ ต่อไปนี้ก็อย่ามาคุยก
เมื่อไม่มีคนช่วยดูลูกเธอก็ต้องพาลูกสาวเดินออกไปดูด้วย ไม่กล้าปล่อยให้ลูกอยู่ในบ้านคนเดียวหรือคลาดสายตาแม้แต่เสี้ยววินาที สีหน้าและแววตาของเธอตึงเครียดเมื่อเห็นคนที่ยืนสูงกว่ารั้วบ้านกำลังมองมาที่เธอและลูก“รัล พี่ขอเข้าไปในบ้านเพื่อคุย”พลางดวงตาคมหลุบมองเด็กหญิงร่างอวบที่ยืนกอดขาผู้เป็นแม่ ส่งยิ้มให้เขาอย่างเชื้อเชิญ“ลูกยังอยากให้พี่เข้าไป เห็นไหม”รัลภัทรไม่สนใจมอง เธอเบือนหน้าหนีก่อนจะทำใจแล้วเอ่ยออกมา“ฉันยังไม่อยากคุยกับคุณ เชิญกลับไปก่อน”“อย่ากีดกันพี่เลย รัลก็รู้ว่ามันเป็นไม่ได้ พี่แค่อยากคุยเรื่องลูกของเรา เวลานี้รัลเลี้ยงลูกคนเดียวไม่ไหวหรอก”น้ำเสียงมีความอ่อนโยนและแข็งกร้าวกดดันผสมกันอยู่ในที เธอรู้ว่าประตูรั้วแค่นี้ขวางกั้นเขาไม่ได้หรอก แต่หากเปิดให้เข้ามาก็เหมือนว่าเธอเปิดรับความเจ็บปวดรอบใหม่ให้เข้ามาในชีวิตด้วย ร่างบางเผลอเหม่อลอยอยู่ในภวังค์จนในที่สุดกลับเป็นเด็กหญิงเองที่วิ่งไปดึงสลักกุญแจขึ้น แล้วผลักออกด้วยความไร้เดียงสา...ให้เขาก้าวเข้ามาในบ้านเธอ“หนูเปิดประตูให้...” ชายหนุ่มหยุดคำที่เรียกแทนตัวเองว่า ‘พ่อ’ ไว้ ก่อนจะเปิดใจพูดมันออกมา “พ่อเหรอครับ”“ลำบากใจก็ไม่
กว่าสามชั่วโมงที่รัลภัทรหมดสติไป หญิงสาวฟื้นขึ้นมาอีกครั้งในตอนบ่าย เธอถูกพามานอนที่ห้องพักอีกห้องที่ไม่มีใครรบกวนเมื่อรู้สึกตัวแล้วรู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เรื่องราวต่าง ๆ ก็ผุดขึ้นมา ในหัวคนแรกที่นึกถึงก็คือลูกสาว เขารู้แล้วว่าเธอท้อง เด็กคนนั้นเขาก็รู้แล้วว่าเป็นลูก แล้วตอนนี้เขาทำอะไรกับลูกสาวเธอหรือไม่ แล้วยังพี่ชายของเธออีกการที่ได้หลับไปทำให้สมองและร่างกายได้รับการพักผ่อนเพียงพอ ครั้นจะลุกลงจากเตียงประตูห้องก็ถูกเปิดออก ตามมาด้วยคนที่เธอไม่อยากพานพบที่สุดในเวลานี้“รัล”รัลภัทรเบือนหน้าหนี ไม่อยากคุยอะไรด้วยทั้งนั้น เหวี่ยงขาลงจากเตียงจะไปหาลูกสาวแต่ก็ถูกอีกฝ่ายจับข้อมือไว้“จะรีบไปไหน พักก่อนเถอะ”“ปล่อย” เธอเสียงแข็งใส่ มีอีกหลายเรื่องที่เธอต้องจัดการจะให้มานอนอยู่เฉย ๆ ได้อย่างไรอีกฝ่ายมองใบหน้าที่ซีดหม่น ที่ผ่านมาเธอแบกรับอะไรหลายอย่างไว้คนเดียวสินะ“พี่ชายคุณฟื้นแล้วก็หลับไปอีกแล้ว หมอบอกว่าอาการเขาดีขึ้น พรุ่งนี้ค่อยไปหา ส่วนลูก...” เขานิ่งไปอึดใจ “ก็อยู่กับพยาบาลไม่ได้งอแง...ผมอยากให้คุณพักผ่อน”“ไม่ต้องมาออกคำสั่งกับฉัน”รัลภัทรพยายามสลัดข้อมือแต่ก็ไม่พ้นมือหนาที่กุมข้อ
“ฉันนำช่อดอกไม้มาส่งค่ะ”เสียงหวานเอ่ยพร้อมกับหมุนตัวกลับมาช่อดอกไม้ขนาดใหญ่บดบังใบหน้าคนตรงหน้าจนเธอต้องเอียงตัวออกด้านข้างเพื่อมอง พร้อมกันนั้นหัวใจที่ลอยสูงกับทัศนียภาพเบื้องหน้าก็วูบตกลงสู่ความว่างเปล่า มือกำช่อดอกไม้ไว้แน่นจนอยากจะปล่อยมันหลุดร่วงลงพื้นเหมือนหัวใจของเธอตอนนี้เขา!ในขณะที่ใบหน
เช้าวันต่อมารัลภัทรก็ออกจากบ้านก่อนเวลาสองชั่วโมงกลัวรถติดไปส่งไม่ทัน เธอเข้าไปรับดอกไม้ร้านดังที่เหล่าบรรดาคนมีชื่อเสียงสั่งกัน รู้จากชื่อร้านที่สกรีนในลิบบิ้น เป็นช่อดอกกุหลาบสีแดงสดล้วน ๆ ช่อใหญ่จนเธอแทบจะอุ้มไม่ไหว มันบังเธอได้ทั้งตัว พนักงานในร้านช่วยยกมาใส่ในรถก่อนจะให้หญิงสาวขับรถออกไป กลิ่น
ที่ตึกสูงในย่านกลางเมืองเป็นที่ตั้งของสำนักงานหลายบริษัท หนึ่งในนั้นคือบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศและเป็นเจ้าของตึก เป็นเวลาพักกลางวันของพนักงานส่วนหนึ่งลงมารับประทานอาหารในส่วนแคนทีนอีกส่วนก็เดินออกไปหาของกินที่ร้านอาหารที่มีอยู่รายลอบ ในระหว่างที่ผู้บริหารหนุ่มกำลังเดินลงบันไดเลื่อนมาสา
ถวายสังฆทานเรียบร้อยแล้วรัลภัทรก็พาลูกสาวออกมานั่งคุยที่โต๊ะหินอ่อนใต้ร่มไม้กับหญิงใจดี ปานใจหยิบถุงแดงเล็ก ๆ ออกมาจากกระเป๋าส่วนตัวรูดเชือกเปิดปากถุงแล้วนำสิ่งที่อยู่ในนั้นออกมา เป็นตลับสีแดงดูเป็นสิ่งของมีค่า รัลภัทรเหลือบตามองเธอคิดว่าหากสิ่งที่ผู้หญิงคนนี้มอบให้มีค่ามากเธอก็จะไม่รับไว้ให้ลูกปา







