LOGINรัลภัทรได้รับทิปจากการขับรถตอนกลางคืนจาก 'พ่อของลูก' เป็นเงินหนึ่งพันบาทถ้วน เขาให้เพราะความสงสาร และเธอจะนำเงินไปทำบุญจะได้ไม่ต้องพบเจอกันอีก
View Moreคนที่ให้คอยติดตามดูความเคลื่อนไหวของรัลภัทรกับลูก โทรรายงานว่าหญิงสาวพาลูกขับรถออกไปจากบ้าน ปลายทางคือโรงพยาบาลที่พี่ชายของเธอรักษาตัวอยู่ ชายหนุ่มบอกให้เฝ้าติดตามต่อและโทรบอกเขาอยู่เรื่อย ๆภายในห้องพักฟื้น รัลภัทรอุ้มลูกสาวเดินเข้ามาพอเห็นพี่ชายเริ่มนั่งพิงหัวเตียงได้แล้ว สีหน้ามีเลือดฝาดมากขึ้นกว่าเมื่อครั้งก่อนหญิงสาวก็โล่งอกทันที ดวงตาที่เคยหม่นเศร้าเปลี่ยนเป็นประกายสดใส“พี่ภู… ดีขึ้นเยอะเลยค่ะ” เสียงของเธอสั่นเครือด้วยความดีใจเด็กหญิงไลลาส่งยิ้มออกมาพร้อมยื่นแขนจะมาจับ แต่คนเป็นแม่ยังไม่ให้ถูกตัวลุงมากนักเกรงจะกระทบกระเทือนถึงแผล จึงให้นั่งบนขอบเตียง รอยยิ้มอบอุ่นผุดขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่มผู้ป่วย เขาค่อย ๆ ยกมืออีกข้างขึ้นลูบศีรษะเด็กน้อยอย่างแผ่วเบา “เป็นยังไงบ้างไลลาหลานรักของลุงภู”รัลภัทรมองภาพนั้น น้ำตาซึมด้วยความตื้นตันใจที่เห็นพี่ชายอาการดีขึ้นตามลำดับ มือเรียวกุมมือพี่ชายไว้แน่นพลางเอ่ยเสียงสั่นแผ่ว“อีกไม่นานก็กลับบ้านเราได้แล้วนะคะ… รัลจะดูแลพี่ภูต่อที่บ้านเอง ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว”พี่ชายมองหน้าน้องสาว ดวงตาสะท้อนถึงความซาบซึ้งและความเจ็บปวดที่ยังฝังอยู่ในใจ เขารู้ดีว
วันต่อมาปรินวัชร์ก็มาคุยกับรัลภัทรเรื่องลูก เขาขออนุญาตเธอเข้ามาคุยในบ้านซึ่งตอนนี้ก็มีเพียงเธอกับลูกสาวชายหนุ่มยืนเงียบอยู่ครู่หนึ่ง สายตามองเด็กหญิงที่ตอนนี้เล่นอยู่กับเพื่อนตุ๊กตาหลายตัว ริมฝีปากอมยิ้มให้กับความน่าเอ็นดูนั้น ก่อนจะหันมามองเธอ“รัล…” เสียงเขาเรียกแผ่วเบา แต่หนักแน่นในความรู้สึก “พี่อยากจะขอร้องอะไรรัลสักอย่าง”หญิงสาวขมวดคิ้ว มองเขาอย่างระแวง “เรื่องอะไรอีกคะ?”เขากลืนน้ำลาย ฝืนยิ้มจาง ๆ แต่ดวงตากลับสั่นไหวเต็มไปด้วยความกังวล“พี่อยากพาลูก… อยากพาลูกไปพบคุณแม่ของพี่สักครั้ง”รัลภัทรชะงักไป ดวงตาเบิกกว้าง เขาจึงรีบเสริม“ตอนนี้คุณแม่พี่… ป่วยหนักมาก” เสียงเขาแผ่วลง มือที่กำแน่นสั่นน้อย ๆ “ท่านไม่มีกำลังใจในการรักษา เพราะคิดถึงลูกสาวคนเล็ก แต่ถ้าท่านได้รู้ว่ายังมีหลานสาวที่น่ารักอยู่ท่านคงมีกำลังใจขึ้น”เขาสบตาเธอด้วยแวววิงวอน เหมือนเธอเป็นที่พึ่งสุดท้าย“พี่ไม่ได้ขออะไรเพื่อตัวเอง…แต่เพื่อแม่ พี่ขอร้องนะรัล ให้ลูกไปเจอท่านสักครั้งเถอะ”รัลภัทรกัดริมฝีปากแน่น เธอมองเขาด้วยดวงตาสั่นระริก แต่ยังคงส่ายหัวหนักแน่น“ไม่ค่ะ… ฉันไม่ให้ลูกไป” น้ำเสียงเธอสั่น แต่เต็มไปด้วยควา
ค่ำคืนนี้รัลภัทรไม่ได้ออกไปขับรถเพราะไม่มีใครคอยอยู่กับลูกสาว และมันคงเป็นแบบนี้ไปอีกหลายวัน เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของร่างเล็กที่นอนขดกอดตุ๊กตาตัวโปรด คนเป็นแม่นั่งมองอย่างเพลิดเพลิน เรื่องการรักษาของลูกเธอหมดกังวลเปลาะหนึ่ง เมื่อเขาคนนั้นยื่นมือเข้ามาช่วยรับผิดชอบในฐานะ ‘พ่อ’ ในเช้าของวันต่อมา ขณะที่รัลภัทรกำลังนั่งรับประทานอาหารกับลูกสาว ก็มีโทรศัพท์โทรเข้ามาในเครื่องของพี่ชายที่เธอสแตนด์บายไว้ตลอด เพราะบางทีอาจมีเรื่องงานของพี่ เธอกดรับสายแทน คนในสายก็เอ่ยถาม“ใช่น้องสาวภูมินทร์หรือเปล่า”“ใช่ค่ะ”“พี่แอนดริวเองนะ ที่เคยไปเยี่ยมเจ้าภูแล้ว จำได้ไหม”“ค่ะ หนูจำได้”“แล้วตอนนี้เจ้าภูมันฟื้นหรือยัง”“ฟื้นแล้วค่ะพี่”“เหรอ ๆ งั้นพี่ขอไปเยี่ยมมันได้ไหม อยากไปดูอาการมันหน่อย”“...ได้ค่ะ พี่จะมากี่โมงคะ”“ก็บ่ายนี้ เจอกันที่โรงพยาบาลนะ”“...ค่ะ” รัลภัทรตอบรับด้วยสีหน้าหนักใจเล็กน้อย หันไปมองลูกสาว คราวนี้เธอต้องพาลูกไปโรงพยาบาลด้วยเพราะไม่มีคนช่วยดู“ไลลา เดี๋ยวเราไปเยี่ยมลุงภูกันนะคะ เผื่อว่าลุงภูลืมตาขึ้นมาแล้วเจอหนูต้องดีใจมากแน่ ๆ เลย”ดวงตากลมแป๋วเงยมองผู้เป็นแม่ หัวฟู ๆ พยักหน้าหงึก ๆ
กลับมาทำงานได้ไม่นานเขาก็ยิ่งคิดถึงเธอกับลูกมากขึ้นจนไม่เป็นอันทำอะไร ทั้งที่เพิ่งจะจากกันมาไม่นาน ชายหนุ่มมองไปที่สมาร์ตโฟนก่อนจะหยิบมันขึ้นมาใช้งาน โทรศัพท์ดังขึ้น รัลภัทรหยิบขึ้นมาดู ก่อนจะนิ่วหน้า พอเธอกดรับเสียงทุ้มก็ดังขึ้นมา“รัล…ทำกับข้าวมาส่งให้พี่หน่อยได้ไหม?”“ทำไมต้องให้ฉันทำให้คุณด้วยล่ะคะ?”“พี่สั่งอาหารนะไม่ได้ขอกินฟรี รัลอยากทำงานไม่ใช่เหรอ จะพาลูกมาด้วยก็ได้นะ… ขึ้นมาส่งถึงห้องเลย เคยมาแล้วไม่ใช่เหรอ?”รัลภัทรลอบเบะปาก ปฏิเสธทันที“ไม่ค่ะ ฉันไม่เอาเงินคุณ! และฉันก็จะไม่ทำ! ทำไมคุณถึงคิดว่าฉันจะยอมง่าย ๆ แบบนั้น?”“ครั้งละหมื่นเลยนะ… เอาไหม? หรืออยากได้มากกว่านั้น”รัลภัทรมือสั่นเล็ก ๆ แต่เธอยังคงกัดฟันแน่น“ฉันไม่เอาค่ะ เชิญไปสั่งกับคนอื่นเถอะ”“จะให้สั่งกับใครล่ะ ถ้าไม่สั่งกับ...เมีย”“หยุดพูดพล่อย ๆ ฉันไม่สนุกด้วยนะและไม่ยอมรับมัน”“จะปฏิเสธยังไงหลักฐานออกเป็นตัวขนาดนั้น”รัลภัทรกลอกตาขึ้นมองบนอย่างไม่ชอบใจ เธอได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ ลอดมาตามสัญญาณ เขาคงกำลังสนุกที่ได้ยั่วยุเธอสินะ“คุณปรินวัชร์ ถ้าคุณจะยัดเยียดอะไรก็ตามในสิ่งที่ฉันไม่ต้องการให้ ต่อไปนี้ก็อย่ามาคุยก
“ฉันนำช่อดอกไม้มาส่งค่ะ”เสียงหวานเอ่ยพร้อมกับหมุนตัวกลับมาช่อดอกไม้ขนาดใหญ่บดบังใบหน้าคนตรงหน้าจนเธอต้องเอียงตัวออกด้านข้างเพื่อมอง พร้อมกันนั้นหัวใจที่ลอยสูงกับทัศนียภาพเบื้องหน้าก็วูบตกลงสู่ความว่างเปล่า มือกำช่อดอกไม้ไว้แน่นจนอยากจะปล่อยมันหลุดร่วงลงพื้นเหมือนหัวใจของเธอตอนนี้เขา!ในขณะที่ใบหน
เช้าวันต่อมารัลภัทรก็ออกจากบ้านก่อนเวลาสองชั่วโมงกลัวรถติดไปส่งไม่ทัน เธอเข้าไปรับดอกไม้ร้านดังที่เหล่าบรรดาคนมีชื่อเสียงสั่งกัน รู้จากชื่อร้านที่สกรีนในลิบบิ้น เป็นช่อดอกกุหลาบสีแดงสดล้วน ๆ ช่อใหญ่จนเธอแทบจะอุ้มไม่ไหว มันบังเธอได้ทั้งตัว พนักงานในร้านช่วยยกมาใส่ในรถก่อนจะให้หญิงสาวขับรถออกไป กลิ่น
ที่ตึกสูงในย่านกลางเมืองเป็นที่ตั้งของสำนักงานหลายบริษัท หนึ่งในนั้นคือบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศและเป็นเจ้าของตึก เป็นเวลาพักกลางวันของพนักงานส่วนหนึ่งลงมารับประทานอาหารในส่วนแคนทีนอีกส่วนก็เดินออกไปหาของกินที่ร้านอาหารที่มีอยู่รายลอบ ในระหว่างที่ผู้บริหารหนุ่มกำลังเดินลงบันไดเลื่อนมาสา
ดวงตาแดงก่ำแต่ไร้หยดน้ำตาที่ไหลออกมาจ้องมองดวงตาที่บวมแดงจากการร้องไห้ของน้องสาว ความผิดพลาดนี้เขาไม่โทษเธอ รัลภัทรเป็นคนสวยมีผู้ชายเข้ามาหาเยอะ ช่วงที่เขาไม่อยู่เธออาจจะเหงาและคุยกับใครสักคน แต่ไม่คิดว่ามันจะเลยเถิดเกินควบคุม แต่ภูมินทร์ไม่รู้ว่าระหว่างน้องสาวกับผู้ชายที่เธอคบด้วยตอนที่เขาไม่อยู่ม






reviews