ログインรัลภัทรได้รับทิปจากการขับรถตอนกลางคืนจาก 'พ่อของลูก' เป็นเงินหนึ่งพันบาทถ้วน เขาให้เพราะความสงสาร และเธอจะนำเงินไปทำบุญจะได้ไม่ต้องพบเจอกันอีก
もっと見るเวลา 0.30 น.
รัลภัทรขับรถรับผู้โดยสารหนุ่มสาวคู่หนึ่งจากสถานบันเทิงย่านดังไปส่งยังคอนโดมิเนียมตามหมุดหมายที่ผู้โดยสารปักเอาไว้ เสร็จเรียบร้อยเธอก็ขับออกมาจากสถานที่นั้นเพื่อรับผู้โดยสารคนอื่นต่อ ใกล้จะตีหนึ่งแล้วหญิงสาวคิดว่าคืนนี้เพียงพอสำหรับการหารายได้เสริมจากการขับรถรับส่งผู้โดยสารช่วงกลางคืนเข้าเดือนที่ห้าแล้วที่เธอเริ่มมาขับรถ หญิงสาวเริ่มออกมาขับรถตั้งแต่สองทุ่มเป็นต้นมา วันนี้เป็นวันเสาร์เธอได้ลูกค้ามากกว่าวันธรรมดา หลัก ๆ ก็วิ่งเส้นสถานบันเทิง
มีเสียงทอดถอนหายใจดังออกมาอย่างปราศจากความหมาย แอร์ในรถไฟฟ้าเย็นฉ่ำเกินไปจนต้องปรับอุณหภูมิลงนิดหน่อยเมื่ออยู่คนเดียว พลางปล่อยมือออกจากพวงมาลัยเหยียดแขนออกพร้อมบิดตัวเล็กน้อยลดอาการเกร็งจากการขับรถขณะติดไฟแดง ดวงตาคู่สวยหันมองสองข้างทางที่ผู้คนยังคลาคล่ำ ร้านค้าทั้งในตรอกซอกซอยยังมีคนเดินเข้าออกอยู่เรื่อย ๆ แม้เวลาเข้าสู่วันใหม่แล้ว ดูเหมือนพวกนักท่องเที่ยวเหล่านั้นจะสนุกกับการท่องราตรีกันมาก ก่อนที่หน้าจอสมาร์ทโฟนที่ติดอยู่ในที่ตั้งโทรศัพท์ด้านหน้าคอนโซลรถจะสว่างวาบขึ้นเมื่อมีการแจ้งเตือนบางอย่างทำให้เห็นรูปหน้าจอเต็มที่เป็นภาพของเด็กหญิงในวัยขวบครึ่งกำลังยิ้มหวานสองมือชูสองนิ้ว ทำให้คนเป็นแม่ที่ยังหารายได้เลี้ยงลูกอีกทางเผยยิ้มออกมา
แค่ให้ลูกได้กินอิ่มนอนอุ่นในทุก ๆ วันต่อให้เธอต้องเหนื่อยกว่านี้เธอก็ยอม
“แม่กำลังจะกลับไปหาแล้วลูก นอนไปก่อนน้าไลลาของแม่”
เสียงหวานเอ่ยยิ้ม ๆ เธอเตรียมจะกลับบ้านไปนอนกับลูกที่ตอนนี้มีป้าน้อยคอยอยู่เป็นเพื่อนในยามที่เธอออกมาทำงานตอนกลางคืน อนาคตและอิสรภาพที่สูญเสียไปในวัยที่ชีวิตควรจะก้าวไกลกว่านี้เธอไม่คิดเสียดายอีกต่อไปเมื่อต้องมารับผิดชอบชีวิตเด็กคนหนึ่งที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง มันเร็วเกินไปสำหรับชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งที่เกิดตั้งท้องขึ้นมาขณะที่ยังเรียนไม่จบ เธอพลาดพลั้งด้วยน้ำมือของคนที่เกลียดเธอเข้ากระดูกดำ
“ฉันปล่อยเธอไปแล้ว ไปให้พ้น ถ้าเจอเธออีก เธอไม่รอดแน่รัลภัทร”
เป็นประโยคสุดท้ายที่ปีศาจตนนั้นบอกใส่หูกับเธอเบา ๆ ทั้งสร้างความหวาดกลัวและเจ็บปวดหัวใจในคราวเดียวกัน
“ใครจะอยากพบเจอคนอย่างคุณอีก ชาตินี้ก็อย่าให้เจอเหมือนกัน”
ขณะที่ใจเผลอคิดเรื่องเก่า ๆ อย่างลืมตัวก็มีอีกหนึ่งรายการเด้งขึ้นมา เป็นลูกค้าผู้หญิงที่เรียกคนขับผู้หญิง รัลภัทรกดรับทันทีไม่รอช้าเพราะจุดหมายที่ปักไว้เป็นทางเดียวกับทางกลับบ้านพอดี
“แม่ขอลูกค้าอีกคนนะลูก เดี๋ยวก็กลับบ้านแล้ว”
หญิงสาวพูดเพียงลำพังเป็นปกติ ดีจังจะได้เงินเพิ่มแม้สักนิดสักหน่อยก็เป็นเงินค่าใช้จ่ายในบ้าน อีกห้านาทีจะถึงจุดรับลูกค้าซึ่งเป็นผับอยู่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่งจัดว่าเป็นสถานบันเทิงชื่อดังและหรูมีระดับ รัลภัทรคุ้นชินกับเส้นทางแถวนี้ดีจากการขับรถและเคยอยู่อาศัยมาก่อน
ที่หน้าผับแห่งหนึ่ง
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่กำลังยืนประคองร่างบอบบางในชุดเดรสสั้นสีดำเว้าหลังกว้างตัดกับผิวขาวละเอียดของหญิงสาวหุ่นนางแบบ ผมดัดลอนเป็นคลื่นสีดำขลับ เครื่องหน้าสวยเด่นชัด เฟอร์นิเจอร์ในร่างกายไม่ว่าจะเป็น รองเท้า เสื้อผ้า กระเป๋า กำไลข้อมือ นาฬิกา ต่างหู ราคาร่วมล้านบาท
“พี่ซินไปส่งวีที่คอนโดนะคะ วีกลับไม่ไหวแล้ว มึนหัวไปหมด”
เสียงหวานออดอ้อน มือพันกับช่วงแขนล่ำที่พับแขนเสื้อสีเข้มขึ้นไปถึงข้อศอก ดวงตาคมดูล้ำลึกยิ่งกว่าน้ำในมหาสมุทรเพ่งมองริมฝีปากอิ่มสีแดงระเรื่ออย่างเย้ายวนที่กำลังเผยอคล้ายกำลังเชิญชวนเขาอยู่ในทีด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
ปรินวัชร์เป็นเจ้าของผับแห่งนี้รวมถึงโรงแรมด้วยที่อยู่ข้างหลัง เขามีรถแต่ไม่อยากขับไปส่งเธอเพราะคืนนี้เขารู้ตัวว่าตัวเองก็ดื่มไปไม่น้อย แม้ตอนนี้เขาจะไม่ได้รู้สึกเมาเลยสักนิดแต่ก็มีจิตสำนึกเคารพกฎหมาย
การ์ดหญิงที่ดูแลลูกค้าอยู่ไม่ไกลก้าวเข้ามาบอกชายหนุ่มว่า
“รถจะมาถึงอีกสามนาทีค่ะนาย เป็นรถไฟฟ้าสีขาว เลขทะเบียน xxx”
ชายหนุ่มพยักหน้ารอนิ่ง ๆ ทว่าในดวงตาฉายแววความคิดที่ใครก็ไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่ามันกำลังคิดถึงใคร ปล่อยให้สาวสวยหุ่นนางแบบวิกตอเรียคลอเคลียอย่างไม่ปัดป้อง
“นายคะ รถมาแล้วค่ะ เชิญค่ะ”
“วี รถมาแล้ว”
เขาก้มหน้าบอกกับฝ่ายหญิงอีกที
“ไม่เอา พี่ซินจะให้วีณากลับคนเดียวเหรอ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับวีณาจะทำไงคะ” สาวเจ้างอแง
“คนขับเป็นผู้หญิงค่ะ มีประวัติทุกอย่าง”
“เอ๊ะ แล้วยังไง ตอนที่มันเกิดขึ้นจะมีใครมาช่วยฉันทัน” วีรดาหันไปแหวใส่การ์ดหญิงที่จะเข้ามาช่วยดูแล แล้วหันไปพูดกับปรินวัชร์
“ถ้าจะให้วีกลับพี่ซินต้องไปส่ง ไม่งั้นวีก็ไม่กลับ จะกลับพร้อมพี่ซิน”
รัลภัทรเลี้ยวรถเข้ามาจอดรอผู้โดยสารในถนนของโรงแรมซึ่งก็เป็นด้านหน้าผับ มีกลุ่มนักท่องเที่ยวยืนอยู่ประปรายบ้างก็สูบบุหรี่ ขอคอนแท็กสาวหรือจับกลุ่มยืนพูดคุยซึ่งเป็นเรื่องปกติหากไม่ทำความเดือดร้อนให้ใคร เธอมองหาผู้โดยสารที่คิดว่าเป็นคนเรียก จอดรอสักพักก็เห็นคนกลุ่มเล็ก ๆ เดินตรงมาทางนี้ เมื่อแน่ใจว่าเป็นรถที่ตรงตามในแอบพลิเคชันที่เรียกมาผู้หญิงคนหนึ่งก็เปิดประตูให้หนุ่มสาวสองคนเข้าไปนั่งก่อนจะเดินมาเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารด้านหน้าพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาบอกว่า
“ฉันเป็นคนเรียกรถเองค่ะ ช่วยไปส่งที่ปักหมุดไว้เลยนะคะ ค่าโดยสารตัดบัตรแล้ว”
“ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ”
รัลภัทรรับคำเธอกดรับงานก่อนที่สายตาจะมองไปยังผู้โดยสารที่สอดตัวเข้ามานั่งอยู่เบาะหลังแล้วทั้งสองคน... ทันที่ที่เห็นใบหน้าหนึ่งในสองคนนั้นก็ทำเอาร่างบางที่นั่งหลังพวงมาลัยมีอาการมือชาไปชั่วขณะ หัวใจสั่นสะท้านด้วยความตกใจ รีบหันหน้าหลบไปอีกทางอย่างฉับพลันยกมือที่สั่นเทาขึ้นปิดหน้าโชคดีที่เธอสวมหน้ากากอนามัยไว้ก่อนที่ผู้โดยสารจะหันมามองคนขับ
ให้ตายเถอะ อะไรเล่นตลกกับชีวิตเธอเนี่ย ถึงส่งให้ปีศาจร้ายที่เคยทำลายชีวิตเธอมานั่งเป็นเงาทะมึนอยู่ด้านหลัง
สติของเธอวาบหายออกจากร่างชั่วขณะก่อนจะถูกดึงกลับมาด้วยเสียงเข้มกระชากวิญญาณ
“ออกรถได้”
มือบางเกิดการสั่นเกร็งแต่ก็ต้องพยายามกดข่มมันไว้ เขาไม่รู้และยังไม่เห็นหน้าคนขับ มัวแต่พะเน้าพะนอผู้หญิงอยู่ ส่วนเธอก็รีบเรียกสติที่หลุดหายไปกลับคืนมาค่อย ๆ เคลื่อนรถออก
“พี่ซิน งานแต่งของเราพี่ซินอยากไปแต่งที่ไหนดีคะ”
วีรดาที่เอนกายซบกับอกของเขาเงยหน้าขึ้นถาม ขณะที่ชายหนุ่มนั่งเฉยเบือนหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างแววตาทอดมองข้างทางดูเลื่อนลอย คำถามนั้นเข้ามาในโสตคนขับรถที่กำพวงมาลัยแน่นกว่าปกติเพราะพยายามระงับความคิดทางอารมณ์
^
^
^
***โปรดติดตามตอนต่อไป และเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ จะรีบมาอัปตอนต่อไป
คอมเม้น กดหัวใจมาเยอะ ๆ น้า
กลับมาทำงานได้ไม่นานเขาก็ยิ่งคิดถึงเธอกับลูกมากขึ้นจนไม่เป็นอันทำอะไร ทั้งที่เพิ่งจะจากกันมาไม่นาน ชายหนุ่มมองไปที่สมาร์ตโฟนก่อนจะหยิบมันขึ้นมาใช้งาน โทรศัพท์ดังขึ้น รัลภัทรหยิบขึ้นมาดู ก่อนจะนิ่วหน้า พอเธอกดรับเสียงทุ้มก็ดังขึ้นมา“รัล…ทำกับข้าวมาส่งให้พี่หน่อยได้ไหม?”“ทำไมต้องให้ฉันทำให้คุณด้วยล่ะคะ?”“พี่สั่งอาหารนะไม่ได้ขอกินฟรี รัลอยากทำงานไม่ใช่เหรอ จะพาลูกมาด้วยก็ได้นะ… ขึ้นมาส่งถึงห้องเลย เคยมาแล้วไม่ใช่เหรอ?”รัลภัทรลอบเบะปาก ปฏิเสธทันที“ไม่ค่ะ ฉันไม่เอาเงินคุณ! และฉันก็จะไม่ทำ! ทำไมคุณถึงคิดว่าฉันจะยอมง่าย ๆ แบบนั้น?”“ครั้งละหมื่นเลยนะ… เอาไหม? หรืออยากได้มากกว่านั้น”รัลภัทรมือสั่นเล็ก ๆ แต่เธอยังคงกัดฟันแน่น“ฉันไม่เอาค่ะ เชิญไปสั่งกับคนอื่นเถอะ”“จะให้สั่งกับใครล่ะ ถ้าไม่สั่งกับ...เมีย”“หยุดพูดพล่อย ๆ ฉันไม่สนุกด้วยนะและไม่ยอมรับมัน”“จะปฏิเสธยังไงหลักฐานออกเป็นตัวขนาดนั้น”รัลภัทรกลอกตาขึ้นมองบนอย่างไม่ชอบใจ เธอได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ ลอดมาตามสัญญาณ เขาคงกำลังสนุกที่ได้ยั่วยุเธอสินะ“คุณปรินวัชร์ ถ้าคุณจะยัดเยียดอะไรก็ตามในสิ่งที่ฉันไม่ต้องการให้ ต่อไปนี้ก็อย่ามาคุยก
เมื่อไม่มีคนช่วยดูลูกเธอก็ต้องพาลูกสาวเดินออกไปดูด้วย ไม่กล้าปล่อยให้ลูกอยู่ในบ้านคนเดียวหรือคลาดสายตาแม้แต่เสี้ยววินาที สีหน้าและแววตาของเธอตึงเครียดเมื่อเห็นคนที่ยืนสูงกว่ารั้วบ้านกำลังมองมาที่เธอและลูก“รัล พี่ขอเข้าไปในบ้านเพื่อคุย”พลางดวงตาคมหลุบมองเด็กหญิงร่างอวบที่ยืนกอดขาผู้เป็นแม่ ส่งยิ้มให้เขาอย่างเชื้อเชิญ“ลูกยังอยากให้พี่เข้าไป เห็นไหม”รัลภัทรไม่สนใจมอง เธอเบือนหน้าหนีก่อนจะทำใจแล้วเอ่ยออกมา“ฉันยังไม่อยากคุยกับคุณ เชิญกลับไปก่อน”“อย่ากีดกันพี่เลย รัลก็รู้ว่ามันเป็นไม่ได้ พี่แค่อยากคุยเรื่องลูกของเรา เวลานี้รัลเลี้ยงลูกคนเดียวไม่ไหวหรอก”น้ำเสียงมีความอ่อนโยนและแข็งกร้าวกดดันผสมกันอยู่ในที เธอรู้ว่าประตูรั้วแค่นี้ขวางกั้นเขาไม่ได้หรอก แต่หากเปิดให้เข้ามาก็เหมือนว่าเธอเปิดรับความเจ็บปวดรอบใหม่ให้เข้ามาในชีวิตด้วย ร่างบางเผลอเหม่อลอยอยู่ในภวังค์จนในที่สุดกลับเป็นเด็กหญิงเองที่วิ่งไปดึงสลักกุญแจขึ้น แล้วผลักออกด้วยความไร้เดียงสา...ให้เขาก้าวเข้ามาในบ้านเธอ“หนูเปิดประตูให้...” ชายหนุ่มหยุดคำที่เรียกแทนตัวเองว่า ‘พ่อ’ ไว้ ก่อนจะเปิดใจพูดมันออกมา “พ่อเหรอครับ”“ลำบากใจก็ไม่
กว่าสามชั่วโมงที่รัลภัทรหมดสติไป หญิงสาวฟื้นขึ้นมาอีกครั้งในตอนบ่าย เธอถูกพามานอนที่ห้องพักอีกห้องที่ไม่มีใครรบกวนเมื่อรู้สึกตัวแล้วรู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เรื่องราวต่าง ๆ ก็ผุดขึ้นมา ในหัวคนแรกที่นึกถึงก็คือลูกสาว เขารู้แล้วว่าเธอท้อง เด็กคนนั้นเขาก็รู้แล้วว่าเป็นลูก แล้วตอนนี้เขาทำอะไรกับลูกสาวเธอหรือไม่ แล้วยังพี่ชายของเธออีกการที่ได้หลับไปทำให้สมองและร่างกายได้รับการพักผ่อนเพียงพอ ครั้นจะลุกลงจากเตียงประตูห้องก็ถูกเปิดออก ตามมาด้วยคนที่เธอไม่อยากพานพบที่สุดในเวลานี้“รัล”รัลภัทรเบือนหน้าหนี ไม่อยากคุยอะไรด้วยทั้งนั้น เหวี่ยงขาลงจากเตียงจะไปหาลูกสาวแต่ก็ถูกอีกฝ่ายจับข้อมือไว้“จะรีบไปไหน พักก่อนเถอะ”“ปล่อย” เธอเสียงแข็งใส่ มีอีกหลายเรื่องที่เธอต้องจัดการจะให้มานอนอยู่เฉย ๆ ได้อย่างไรอีกฝ่ายมองใบหน้าที่ซีดหม่น ที่ผ่านมาเธอแบกรับอะไรหลายอย่างไว้คนเดียวสินะ“พี่ชายคุณฟื้นแล้วก็หลับไปอีกแล้ว หมอบอกว่าอาการเขาดีขึ้น พรุ่งนี้ค่อยไปหา ส่วนลูก...” เขานิ่งไปอึดใจ “ก็อยู่กับพยาบาลไม่ได้งอแง...ผมอยากให้คุณพักผ่อน”“ไม่ต้องมาออกคำสั่งกับฉัน”รัลภัทรพยายามสลัดข้อมือแต่ก็ไม่พ้นมือหนาที่กุมข้อ
ทันทีที่เห็นร่างบางโอนเอนก่อนจะทรุดฮวบลง วงแขนแกร่งก็รีบเข้าช้อนร่างบางที่ไร้สติไว้ในอ้อมแขนอย่างนุ่มนวล“รัล รัล”เสียงเรียกชื่อเธอดังแผ่วอยู่ในหู ก่อนมันจะไกลออกไปจนไม่ได้ยินพร้อมกับความมืดที่เข้ามาปกคลุมภาพในอดีตที่ยังฝังลึกอยู่ในหัวใจเมื่อประมาณสองปีก่อน ในตอนที่ผู้ชายคนนี้เข้ามาในชีวิตที่แสนโดดเดี่ยวของเธอตอนนั้นหญิงสาวกำลังเรียนอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีชื่อเสียง ในคณะบริหารธุรกิจ แล้วเธอก็ได้รับแจ้งข่าวร้ายว่าพี่ชายคนเดียวขับรถชนจนทำให้มีผู้เสียชีวิต แล้วคนที่เสียชีวิตเป็นแพทย์หญิง ที่ทำคุณประโยชน์ให้กับชาวบ้านผู้ยากไร้ที่เข้ามารักษากับทางโรงพยาบาล เธอคนนั้นเพิ่งเป็นแพทย์จบใหม่ อยากออกมาทำงานช่วยรักษาผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล ก่อนจะกลับไปเรียนต่อเฉพาะทางด้านดวงตา อายุยังน้อยและอนาคตไกลแต่ต้องมาจบชีวิตลงเพราะความประมาทมักง่ายของคนเลวในสังคมเรื่องนี้เป็นข่าวใหญ่โด่งดังอยู่พักหนึ่ง รัลภัทรแทบไม่เชื่อว่าคนที่ขับรถคันนั้นจะเป็นพี่ชายของเธอ แต่เขาก็สารภาพว่าเป็นคนขับจริง ๆ โทษของพี่ชายคือจำคุกสิบปี แต่พี่ชายบอกเธอว่ามีเพื่อนที่พ่อเป็นนายตำรวจใหญ่ช่วยไว้จึงได้รับโทษประมาณห้าปี ส