Mag-log inถวายสังฆทานเรียบร้อยแล้วรัลภัทรก็พาลูกสาวออกมานั่งคุยที่โต๊ะหินอ่อนใต้ร่มไม้กับหญิงใจดี ปานใจหยิบถุงแดงเล็ก ๆ ออกมาจากกระเป๋าส่วนตัวรูดเชือกเปิดปากถุงแล้วนำสิ่งที่อยู่ในนั้นออกมา เป็นตลับสีแดงดูเป็นสิ่งของมีค่า รัลภัทรเหลือบตามองเธอคิดว่าหากสิ่งที่ผู้หญิงคนนี้มอบให้มีค่ามากเธอก็จะไม่รับไว้ให้ลูก
ปานใจเปิดตลับออกให้ดูจึงเห็นว่าข้างในนั้นเป็นพระองค์เล็กที่แขวนไว้กับสร้อยคอ
“ป้านำติดตัวมาด้วยทุกครั้งที่มาวัดนี้ หวังว่าจะได้เจอหนูกับลูกแล้วจะให้ยัยหนูตัวเล็กใส่ ให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองแต่ก็ไม่เจอหนู ครั้งนี้ถือว่าบุญหนุนนำให้ได้เจอสักทีนะ นี่ ป้ามอบให้หนูตัวเล็กนะลูกสวมติดตัวไว้”
รัลภัทรให้หญิงใจดีสวมสร้อยพระให้ลูกสาวกับมือ ตัวเธอก็พนมมือไหว้ขอบคุณด้วย
“ขอบคุณนะคะคุณป้าที่เมตตาเอ็นดูยัยหนู”
“ก็หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักขนาดนี้จะไม่ให้เอ็นดูได้ยังไงล่ะจ๊ะ ดูซิตัวกลมเชียวลูก จ้ำม่ำ น่ารัก”
รัลภัทรยิ้ม เอ่ยว่า “กินเก่งมากค่ะ เอาอะไรให้ก็กินหมด”
“เด็กกำลังโตก็แบบนี้แหละจ้ะ ก็ต้องดูเรื่องสารอาหาร”
รัลภัทรนั่งคุยเรื่องทั่วไปกับปานใจพลางมองดูลูกสาวที่วิ่งเล่นอยู่ใกล้ ๆ ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน
ปรินวัชร์ขับรถจากคอนโดส่วนตัวมาหามารดาที่บ้านแถวชานเมือง รถยุโรปสมรรถนะเยี่ยมขับผ่านประตูรั้วทึบเข้ามาในบ้านปูนสองชั้นสีงาช้าง ภายในบริเวณบ้านที่ใครก็ไม่สามารถมองจากภายนอกเข้ามาเห็นกว้างขวาง ด้านหน้าเป็นสนามหญ้าสีเขียวโล่ง ต้นไม้ใหญ่ถูกปลูกไว้ด้านหลังหรือจัดโซนไว้ด้านข้างไม่ให้บดบังตัวบ้าน
ร่างสูงก้าวลงมาจากรถด้วยชุดลำลองสบาย ๆ เสื้อคอจีนสีเข้มกับกางเกงขายาวตัวโคร่ง ผมไม่ถูกเซตแต่ก็ยังเป็นทรงรับกับใบหน้าที่มีเครื่องหน้าชัดเจน ใบหน้าคมคลายความเคร่งขรึมลงเมื่อพบกับคนที่อยู่ในบ้านของมารดา
นายพล ที่ไม่ได้เป็นตำแหน่งทางราชการ แต่เป็นพ่อบ้านที่อายุน้อยกว่าเขาไม่กี่ปีมายืนกุมมือต้อนรับ
“สวัสดีครับนาย วันนี้ดูหน้านายสว่างสดใสดีนะครับ”
ชายหนุ่มกระตุกยิ้มกับคำพูดแปร่ง ๆ ของมัน เอ่ยถาม
“อืม แล้วคุณแม่อยู่ไหน”
“คุณผู้หญิงออกไปทำบุญให้คุณซินไงครับ”
“ฮึ? ออกไปทำบุญให้ฉัน”
“ครับ คุณผู้หญิงบอกว่า เห็นคุณซินเครียด ๆ คงทำงานหนักเลยอยากทำบุญให้คุณซิน ปัดเป่าสิ่งไม่ดีที่กำลังครอบงำอยู่ให้ออกไปครับ ดูสิ หน้าอิ่มบุญมาเลยเจ้านายเรา”
คนที่ได้บุญกุศลที่มีคนกรวดน้ำอุทิศมาให้สองต่อโคลงศีรษะยิ้ม ๆ แล้วว่า
“แล้วทำไมแกไม่ขับรถให้คุณแม่”
“ผมจะขับให้แล้วครับ แต่คุณผู้หญิงบอกจะขับไปเอง ไม่ยอมให้ผมตามไปครับ คุณแม่ของผมก็ไม่ให้ไปด้วย”
“เหรอ แล้วไปนานรึยัง”
“ก็ราวสามชั่วโมงได้แล้วครับ”
“แกรู้มั้ยว่าคุณแม่ไปวัดไหน”
“รู้ครับ น่าจะวัดที่ไปบ่อย ๆ”
“อ้อ”
จากนั้นปรินวัชร์ก็เดินเข้าไปรอมารดาในบ้าน เขาหยุดยืนมองรูปถ่ายครอบครัวสามคนที่ถ่ายไว้เมื่อหลายปีที่แล้ว ในรูปมีมารดาแต่งตัวสวยสวมชุดสีชมพูนั่งอยู่บนเก้าอี้ ด้านหลังเป็นชายหนุ่มและน้องสาวที่ส่งยิ้มหวานให้กล้อง
เขาจำได้ว่ากลับมาถ่ายภาพครอบครัวกับมารดาและน้องสาวก่อนที่จะได้รับข่าวร้ายภายในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา เมื่อปานชีวาที่เดินทางกลับไปเป็นหมอที่จังหวัดหนึ่งซึ่งมีพื้นที่ติดชายแดนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือถูกรถชนขณะเดินข้ามทางม้าลายซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโรงพยาบาลแล้วเสียชีวิตในเวลาต่อมา
น้องสาวที่กำลังออกมาใช้ทุนรักษาผู้ป่วยที่โรงพยาบาลต่างจังหวัดแล้วจะกลับไปเรียนต่อเฉพาะทางด้านจักษุต้องมาจบชีวิตด้วยน้ำมือของคนที่ไร้ความรับผิดชอบต่อสังคม มันชนแล้วไม่หยุดให้ความช่วยเหลือ ยังดีที่มีพลเมืองดีมีหลักฐานแล้วส่งให้กับทางตำรวจจึงถูกจับกุมได้ในเวลาต่อมา
มันถูกตัดสินจำคุกและชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินที่ชาตินี้คนอย่างมันคงไม่มีปัญญาหามาชดใช้ได้ แม้มันจะถูกตัดสินโทษจำคุกห้าปีแต่เขาเชื่อว่าไม่นานมันก็คงได้ออกมา
และก็เป็นจริงตามนั้น มันถูกลดหย่อนโทษทุกปีเพราะทำตัวเป็นประโยชน์ต่อเรือนจำ คนที่ทำให้คนอื่นต้องตายเพราะความประมาทของตัวเองได้รับโทษเพียงเท่านี้หรือ ชีวิตของน้องสาวเขาทั้งคนที่จะทำคุณประโยชน์ต่อผู้คนอีกนับพันนับหมื่นต้องดับสลายภายในเสี้ยววินาที แต่ไอ้คนทำมันยังสามารถออกมาดำเนินชีวิตได้อย่างคนปกติ
มันไม่ยุติธรรม
ปรินวัชร์ให้คนไปสืบประวัติของคนที่ขับรถชนน้องสาวคนเดียวของเขา จึงได้รู้ว่ามันก็มีน้องสาวอยู่เหมือนกัน ชื่อ...รัลภัทร
ชีวิตของน้องสาวเขาดับลง ชีวิตของน้องสาวมันก็ต้องดับสลายลงเหมือนกัน!
สามปีที่ผ่านมา เขาทำมันสำเร็จแล้ว
“ซิน มานานรึยังลูก”
เสียงของมารดาดังมาจากข้างหลัง เขาคงจมอยู่ในภวังค์ลึกเกินไปจึงไม่ได้ยินเสียงรถของมารดา
“ไม่นานครับ เพิ่งมาถึง”
ร่างสูงหันมายิ้มรับพลางเดินไปประคองมารดามานั่งคุยกันที่โซฟา ปรินวัชร์อาศัยอยู่ที่ประเทศจีนดูแลธุรกิจร่วมกับบิดาเป็นหลัก เขาเพิ่งกลับมาดูงานที่ประเทศไทยได้สองสัปดาห์และยังไม่มีกำหนดกลับจีน อีกทั้งอยากอยู่กับมารดานาน ๆ
“แม่ครับ ผมมีเรื่องจะบอก”
“เรื่องอะไรลูก”
“ผมคงจะต้องแต่งงานแล้ว”
มารดามองหน้าลูกชาย ไม่มีรอยยิ้ม แต่พยักหน้ารับรู้
“เมื่อไหร่ กับใครเหรอ”
“วันแต่งยังไม่แน่ครับ แต่จะหมั้นในอีกสองเดือน”
ทุกอย่างคงถูกกำหนดไว้โดยอดีตสามี บิดาของลูกชาย ปานใจเข้าใจดี
“จัดที่ไหนล่ะ”
“ที่ไทยนี่แหละครับ ผมอยากให้คุณแม่ไปร่วมด้วย”
ถ้าไปก็ต้องเจอหน้าอดีตสามีที่ปานใจบอกตัวเองว่าชาตินี้ไม่อยากพบเจอผู้ชายคนนี้อีก นางขออยู่อย่างสงบ ๆ คนเดียวตลอดไป
“จ้ะ แม่จะไป”
ปรินวัชร์มีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ยิ้มไม่บึ้ง แล้วชวนมารดาพูดคุยเรื่องทั่วไปก่อนจะออกไปเดินชมสวนดอกไม้ที่มารดาปลูกไว้ เขาอยู่เป็นเพื่อนคุยกับท่านจนถึงทานข้าวด้วยกันก่อนจะกลับ
^
^
^
***ฝากเอ็นดูไลลาด้วยค่า
หลังมื้ออาหารในห้างสรรพสินค้าผ่านไป ปรินวัชร์ก็ขับรถมาส่งสองแม่ลูกที่บ้านและอยู่เล่นกับลูกสาว รวมถึงนั่งรับประทานมื้อเย็นต่อ พาลูกเข้านอนเสร็จเขาถึงได้เตรียมตัวกลับบ้านเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับดูอ้อยอิ่งและเชื่องช้านานกว่าปกติ ร่างสูงเดินมาหยุดอยู่หน้าประตูบ้าน ยกมือลูบศีรษะตัวเองไปมาเหมือนคนพยายามคุมความรู้สึก ระบายลมหายใจออกอย่างแผ่วเบาจนกระทั่งเสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นด้านหลัง“ลืมอะไรหรือเปล่าคะ”เสียงหวานเอ่ยถาม เมื่อยังเห็นเขายืนรอนาน เธอเองก็จะเดินไปล็อกประตูหน้าบ้านหลังจากเขาออกไป ร่างสูงหันกลับมาทำให้หญิงสาวสบตากับพ่อของลูกที่คราวนี้มองเธออยู่ด้วยแววตาหวานซึ้ง“รัล…”“คะ”ปรินวัชร์สูดลมหายเข้าลึก เหมือนกำลังคิดเรื่องสำคัญอยู่ในใจก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยมั่นใจนัก แต่ก็อยากพูดมันออกมาอีกครั้ง และอีกครั้ง“ลูกมีพ่อแล้ว…” หยุดไปเสี้ยววินาที เหมือนให้เธอได้ตั้งตัว“แล้วเมื่อไหร่…รัลจะยอมมีพี่”รัลภัทรหายใจสะดุด ใบหน้าร้อนวูบ เขาจึงลุกคืบเข้าไปหาเธออีก“พี่ไม่อยากอยู่เป็นลมข้างกายรัลไปตลอดหรอกนะ พ่อมีลูก เมียก็ต้องมีผัว” เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ยกยิ้มกรุ้ม
ไลลามองช่อดอกกุหลาบใหญ่ในอ้อมแขนของผู้เป็นพ่อด้วยตาแป๋วแหววของแก กลีบกุหลาบแดงซ้อนแน่นส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ไปทั่วห้อง เด็กหญิงยกมือแตะปลายกลีบเบา ๆ แล้วเงยหน้าขึ้นถามด้วยน้ำเสียงใส“พ่อพ่อ ไลลาขอดอกหนึ่งได้ไหมคะ”ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ย่อตัวลงมาสบตาลูกสาว“ขอดอกเดียวเหรอคะ จะเอาไปทำอะไรเอ่ย”เด็กหญิงยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกาย“จะเอาไปใส่แจกันให้คุณแม่ค่ะ จะได้อยู่ได้นาน ๆ เหมือนในรูปที่ไลลาเห็นในหนังสือค่ะ”รัลภัทรที่ยืนมองอยู่ข้าง ๆ อมยิ้มอย่างเอ็นดูที่ลูกสาวรู้จักขอดอกกุหลาบจากผู้เป็นพ่อ เมื่อรู้ว่าไม่ใช่ของตัวเอง ชายหนุ่มจึงดึงกุหลาบดอกหนึ่งจากช่อส่งให้มือน้อย ๆ ของลูกสาวอย่างระมัดระวัง“ดอกกุหลาบดอกนี้ให้ไลลาคนสวยของพ่อพ่อค่ะ”เขาจะเป็นผู้ชายคนแรกที่ให้ดอกไม้ลูกสาว ก่อนที่ในอนาคตเห็นท่าว่าต้องมีหนุ่ม ๆ ต่อแถวกันมาให้อย่างแน่นอน“ขอบคุณค่ะพ่อพ่อ”เด็กหญิงรับดอกไม้จากมือพ่อมาอย่างทะนุถนอมราวกับของมีค่าจากนั้นหันไปวิ่งหาป้าน้อย ให้เอาไปปักแจกัน“ป้าน้อยขา ไลลาได้ดอกไม้จากพ่อพ่อด้วย จะใส่แจกันตรงโต๊ะกินข้าวนะคะ”“ได้จ้าหนูไลลาของป้า”กุหลาบดอกหนึ่งอยู่ในแจกันแล้ว รัลภัทรหันไปเลิกคิ
เสียงผู้คนที่ต่างมาแสดงความยินดีกับบัณฑิตซาลงมากเมื่อเหล่านักศึกษาเดินขึ้นหอประชุม ตอนนี้ในรั้วมหาวิทยาลัยคนที่มารอดูความสำเร็จของลูกหลานตัวเองก็หาที่นั่งพัก รวมถึงปรินวัชร์ที่ยังรอเธออยู่คนเดียว เขามีช่อดอกไม้พิเศษที่สั่งไว้เตรียมมอบให้เธอ ซึ่งจะมีคนมาส่งให้ในเวลาอีกไม่นานนี้ ก็น่าจะเป็นเวลาที่รัลภัทรลงมาจากหอประชุมเมื่อเสร็จสิ้นพิธีการตามกำหนดเขาได้ยินเสียงประกาศชื่อนักศึกษาที่เป็นชื่อของเธอชัดเต็มสองหูก็ถึงกับยิ้มออกมาด้วยความดีใจ“รัลทำสำเร็จแล้ว”จนกระทั่งเวลาผ่านไปจนเสร็จสิ้นพิธีการรัลภัทรก็เดินลงมาจากหอประชุมในชุดครุยสีดำ ผมถูกรวบเรียบร้อย ใบหน้าอ่อนล้าเล็กน้อย แต่แววตายังคงมีความสดใส หญิงสาวไม่ได้คาดหวังว่าจะยังมีคนมารอเธออยู่ คิดว่าเมื่อเสร็จพิธีก็จะถอดชุดคืนแล้วก็กลับบ้านเลย แต่ทว่าขณะที่กำลังจะเดินไปคืนชุดครุยก็มีใครคนหนึ่งเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า พร้อมกับช่อดอกกุหลาบสีแดงสดช่อโต มีการ์ดเล็ก ๆ สีขาวลายหัวใจเสียบไว้พร้อมตัวอักษรภาษาอังกฤษเขียนไว้ว่า“3 words, 8 letters.”สามคำ แปดตัวอักษรแต่ความหมายแฝงที่ลึกซึ้งของมันก็คือ“I Love You”ก่อนคนที่ยืนอยู่จะเอียงหน้าออกมาให้เห็น
ไลลาเข้าโรงเรียนเตรียมอนุบาลครั้งแรกพ่อกับแม่ก็มาส่ง และเฝ้าดูลูกสาวตัวน้อยเกาะรั้วโรงเรียนเหมือนเช่นผู้ปกครองหลายคน พอถึงเวลาเลิกเรียนปรินวัชร์ที่ใจจดจ่อก็ชวนรัลภัทรมารับลูกสาวกลับบ้าน แล้วกลับไปเล่นที่บ้านกันต่อเสียงหัวเราะของไลลาในวัยสามขวบเต็มดังแว่วจากสนามหญ้า เด็กหญิงในชุดนักเรียนอนุบาลวิ่งเล่นกับคนที่เป็นพ่อ โดยมีรัลภัทรยืนมองอยู่หน้าบ้าน ยิ้มบาง ๆ อย่างคนที่พอใจในความเรียบง่ายของชีวิต ก่อนที่เธอจะเดินออกมาพร้อมกับน้ำเปล่าให้พ่อลูกที่เล่นกันจนเหนื่อย “ไลลา มาดื่มน้ำก่อนลูก” “ค่า คุณแม่” เด็กหญิงหัวฟูเหมือนสิงโตในวันนั้นตอนนี้มีกิ๊บสีชมพูติดอยู่บนผมเปียทั้งสองข้าง พวงแก้มยุ้ยขึ้นสีชมพูจากความเหนื่อย ร่างเล็กจูงมือชายหนุ่มเดินมานั่งที่ม้าหินอ่อนดื่มน้ำ“ตอนนี้ลูกก็เข้าโรงเรียนแล้ว…”ปรินวัชร์หยุดคำพูดไว้ครู่หนึ่ง ก่อนหันมามองเธอ“แล้วรัลไม่อยากกลับไปเรียนเหรอ”หญิงสาวชะงัก หันมามองหน้าเขา ดวงตาสะท้อนทั้งความตกใจและความลังเล เหมือนเธอจะลืมความฝันของตัวเองไปแล้วเสียสิ้นในเวลานี้“เรียนเหรอคะ รัลก็เคยคิดนะ แต่ตอนนั้นมันไม่มีโอกาส”ชายหนุ่มยิ้มอ่อน สายตาอบอุ่นเหมือน
รัลภัทรทอดถอนลมหายใจยาว เธอตั้งใจแล้วว่าจะออกไปขับรถแน่ ๆ ในคืนนี้ ถึงจะมีเขาคอยขับตามก็ปล่อยให้เขาขับไป เธอทำงานของเธอ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวขับรถออกไปปรินวัชร์ก็ขับตามห่าง ๆ เห็นว่าเธอรับผู้โดยสารรายแรกเป็นผู้หญิงก็เบาใจ และคอยขับตามเธอไปทุกที่ไม่ว่าเธอจะไปที่ไหน และเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่หญิงสาวออกไปขับรถ เสมือนว่าทุกครั้งที่เธอออกไปทำงานตอนดึก จะมีคนคอยติดตามไปคุ้มครองความปลอดภัยให้เสมอปรินวัชร์มาหาหญิงสาวกับลูกทุกวันแทบไม่ขาด ภูมินทร์ที่อาการดีขึ้นตามลำดับเขาก็อยากออกไปหางานทำเป็นของตัวเอง ไม่คิดจะนั่งนอนอยู่เฉย ๆ เป็นภาระคนอื่นแบบนี้ตลอดไปแน่ ชายหนุ่มที่ดูแลน้องสาวกับหลานมาอย่างดี ในวันนี้จึงได้คุยกับคนที่ทำให้หลานเกิดมาตรง ๆ อยากรู้ว่าผู้ชายที่เคยทำร้ายจิตใจน้องสาวเขาด้วยความเข้าใจผิด จะกลับมารักและดูแลเธอได้จริงไหมช่วงบ่ายหลังจากที่บ้านกลับมาเงียบลง ไลลานอนหลับบนโซฟาใต้ผ้าห่มลายกระต่าย รัลภัทรอยู่ในครัวกับป้าน้อย เหลือเพียงปรินวัชร์กับภูมินทร์ยืนอยู่หน้าบ้าน ลมเย็นพัดเอื่อย สองชายยืนเงียบอยู่พักหนึ่ง ก่อนภูมินทร์จะเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนา“คุณรู้ใช่ไหมว่ารัลผ่านอะไรมาบ้าง”ปรินวัชร์หั
หลังจากการผ่าตัดเนื้องอกในสมองผ่านไปได้ด้วยดี บ้านหลังใหญ่ที่เคยเงียบสงัดก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง จางหมินมาอยู่ดูแลอดีตภรรยาที่ตัวเองละเลยมาหลายปี แม้จะไม่ได้รับการยินยอมแต่ก็ใช้ความหน้าทนอยู่ต่อ วันนี้ปรินวัชร์พารัลภัทรกับลูกสาวมาเยี่ยมมารดาที่บ้านเป็นครั้งแรกเมื่อก้าวเข้ามาในห้องรับแขก บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นยาจาง ๆ และความอบอุ่น ปานใจนั่งพิงหมอนอยู่บนโซฟา มีผ้าคลุมไหล่บาง ๆ ห่มไว้ให้คลายหนาว แม้สีหน้าจะยังอิดโรย แต่ดวงตากลับเปล่งประกายเมื่อเห็นลูกชายและครอบครัวเล็ก ๆ เดินเข้ามา“คุณแม่…ดูสิครับว่าผมพาใครมา”น้ำเสียงอันอบอุ่นเอ่ยเรียกให้มารดารู้ตัว“ไลลา หลานย่า หนูรัล”เมื่อเข้ามาใกล้ ๆ ผู้เป็นย่า เด็กน้อยในอ้อมแขนโผเข้าหา ยกมือเล็ก ๆ ตบไหล่ย่าเบา ๆ พร้อมเสียงหัวเราะไร้เดียงสา“ขอบใจมากหนูรัลที่พาไลลามาเยี่ยมป้า”“ยินดีค่ะคุณป้า รัลก็อยากมาเยี่ยมคุณป้าเหมือนกันค่ะ ขอให้คุณป้าหายเร็ว ๆ นะคะ”“จ้ะ ป้าจะรีบหาย มาเลี้ยงไลลานะจ๊ะ”“ค่ะ”“มาแล้ว อย่าเพิ่งรีบกลับนะจ๊ะ อยู่ทานมื้อเที่ยงก่อน”“ค่ะคุณป้า”หญิงสาวไม่อยากขัดใจคนป่วยจึงตอบตกลง ไลลาเห็นชบาแล้วเหมือนแกจะชอบมาก เข้าไปหาเจ้าขนทองอย
“ฉันนำช่อดอกไม้มาส่งค่ะ”เสียงหวานเอ่ยพร้อมกับหมุนตัวกลับมาช่อดอกไม้ขนาดใหญ่บดบังใบหน้าคนตรงหน้าจนเธอต้องเอียงตัวออกด้านข้างเพื่อมอง พร้อมกันนั้นหัวใจที่ลอยสูงกับทัศนียภาพเบื้องหน้าก็วูบตกลงสู่ความว่างเปล่า มือกำช่อดอกไม้ไว้แน่นจนอยากจะปล่อยมันหลุดร่วงลงพื้นเหมือนหัวใจของเธอตอนนี้เขา!ในขณะที่ใบหน
เช้าวันต่อมารัลภัทรก็ออกจากบ้านก่อนเวลาสองชั่วโมงกลัวรถติดไปส่งไม่ทัน เธอเข้าไปรับดอกไม้ร้านดังที่เหล่าบรรดาคนมีชื่อเสียงสั่งกัน รู้จากชื่อร้านที่สกรีนในลิบบิ้น เป็นช่อดอกกุหลาบสีแดงสดล้วน ๆ ช่อใหญ่จนเธอแทบจะอุ้มไม่ไหว มันบังเธอได้ทั้งตัว พนักงานในร้านช่วยยกมาใส่ในรถก่อนจะให้หญิงสาวขับรถออกไป กลิ่น
ที่ตึกสูงในย่านกลางเมืองเป็นที่ตั้งของสำนักงานหลายบริษัท หนึ่งในนั้นคือบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศและเป็นเจ้าของตึก เป็นเวลาพักกลางวันของพนักงานส่วนหนึ่งลงมารับประทานอาหารในส่วนแคนทีนอีกส่วนก็เดินออกไปหาของกินที่ร้านอาหารที่มีอยู่รายลอบ ในระหว่างที่ผู้บริหารหนุ่มกำลังเดินลงบันไดเลื่อนมาสา
ดวงตาแดงก่ำแต่ไร้หยดน้ำตาที่ไหลออกมาจ้องมองดวงตาที่บวมแดงจากการร้องไห้ของน้องสาว ความผิดพลาดนี้เขาไม่โทษเธอ รัลภัทรเป็นคนสวยมีผู้ชายเข้ามาหาเยอะ ช่วงที่เขาไม่อยู่เธออาจจะเหงาและคุยกับใครสักคน แต่ไม่คิดว่ามันจะเลยเถิดเกินควบคุม แต่ภูมินทร์ไม่รู้ว่าระหว่างน้องสาวกับผู้ชายที่เธอคบด้วยตอนที่เขาไม่อยู่ม







