تسجيل الدخول“ฉันนำช่อดอกไม้มาส่งค่ะ”
เสียงหวานเอ่ยพร้อมกับหมุนตัวกลับมาช่อดอกไม้ขนาดใหญ่บดบังใบหน้าคนตรงหน้าจนเธอต้องเอียงตัวออกด้านข้างเพื่อมอง พร้อมกันนั้นหัวใจที่ลอยสูงกับทัศนียภาพเบื้องหน้าก็วูบตกลงสู่ความว่างเปล่า มือกำช่อดอกไม้ไว้แน่นจนอยากจะปล่อยมันหลุดร่วงลงพื้นเหมือนหัวใจของเธอตอนนี้
เขา!
ในขณะที่ใบหน้าของเธอดูซีดสลดตัดกับสีของของดอกกุหลาบแดงฉ่ำแววตาเขากลับมีรอยยิ้มเพิ่มขึ้น ร่างสูงในชุดสูทราคาแพงระยับของผู้บริหารก้าวเดินเข้ามาทีละก้าวอย่างใจเย็นต่างกับเธอที่มือสั่นตัวชาจนก้าวขาไม่ออก
“อ้าว...บริการส่งดอกไม้เป็นเธอเองเหรอ บังเอิญจริง ๆ นะ”
มีความเยาะเย้ยผ่านออกมาในน้ำเสียชัดแจ้ง
“รับงานเสริมเหรอ นึกว่าจะไปได้ไกลกว่านี้”
หญิงสาวสะกดกลั้นความกดดันและอดสูเอาไว้ เปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก
“จะให้ฉันวางช่อดอกไม้ไว้ตรงไหน หมดหน้าที่ของฉันแล้ว”
“ไหน ๆ ก็ได้เจอกันอีก ดอกไม้ช่อนี้ก็ให้เธอแล้วกัน ยินดีต้อนรับการกลับมา”
น้ำเสียงมีแววยั่วเย้า แต่แววตายังคงอยากอาฆาตแค้นเธอไม่สร่างซา
“ใครยินดีไปกับคุณ ฉันไม่อยากได้ ถ้าไม่บอกว่าวางตรงไหนฉันจะปล่อยมันลงตรงนี้”
“ก็ตามใจ” เขาไม่ยี่หระ
ดอกไม้นี้แค่ซื้อมาเล่น ๆ เขาก็ไม่สนใจอะไรอยู่แล้ว เพราะจุดประสงค์หลักของเขาไม่ใช่ช่ออกไม้ตั้งแต่ต้น รัลภัทรจ้องหน้าคนใจร้ายกับเธอ อยากร้องไห้แต่ต้องอดกลั้น กลีบดอกกุหลายตัดกับสีแก้มซีดและแววตาเชือดเฉือนก่อนที่เธอจะปล่อยมือทั้งสองข้างก้าวถอยหลัง เพียงกะพริบตาช่อดอกกุหลาบใหญ่ก็ถูกทิ้งลงกับพื้นอย่างน่าเสียดาย หญิงสาวก้าวเท้าจะเดินออกไปจากห้องนี้ให้ไวที่สุดแต่กลับถูกมือหนาคว้าตัวไว้ดึงกลับมาเผชิญหน้าเอ่ยถามเสียงเข้ม
“ทำไมอยู่แค่นี้ รับจ้างส่งของเหมือนพวกหาเช้ากินค่ำ”
หญิงสาวชะงักจากการขัดขืน มือที่ยังสั่นจากแรงอารมณ์เมื่อครู่กำแน่น จ้องเข้าไปดวงตาคมที่อยากล้างผลาญเธอคู่นั้น
“แล้วไม่สะใจหรอกเหรอ ที่เห็นฉันเป็นแบบนี้”
“ก็สะใจอยู่หรอก แต่ถ้าจะให้สะใจกว่านี้มันต้องทำอะไรไม่ได้เลยต่างหาก”
“คนเลว ทำไมไม่ปล่อยเราไปซักที”
“ปล่อยแล้ว แต่เธอดันกลับมาเจอฉันเอง”
“ฉันไม่เคยคิดอยากกลับมาเจอคุณ ไม่เคยมีในสมอง”
“เหรอ แต่ก็แปลกนะที่ในบางอารมณ์ฉันก็โคตรคิดถึงเธอเป็นบ้า รู้ใช่มั้ยว่ามันเวลาไหน”
แววตาเขาส่อถึงความกระหายจนเธออยากจะควักลูกตานั้นออกมาไม่ให้เขามองเห็นโลกอีกเลย
“สาระเลว”
“ด่าได้เจ็บถึงกระดูกเลยนะ แต่ก็ถึงใจเธอดีไม่ใช่เหรอ โทษของเด็กใจแตกมีผัวตอนเรียนไม่จบก็เป็นแบบนี้แหละ”
“คุณเข้ามาหลอกฉัน”
“ก็เธอมันง่าย” คำพูดที่เปล่งออกมาจากปากผู้ชายที่เธอเคยมอบใจให้ไม่ต่างจากหนามของดอกกุหลาบที่กำลังทิ่มแทงเธออยู่ แต่มันก็จริงอย่างที่เขาพูด เธอใจง่าย หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่นไม่เถียง ไม่เอื้อนเอ่ยคำใด ปล่อยให้มวลน้ำขึ้นมาเอ่อที่ขอบตาแต่ดวงหน้ายังฉายถึงความเด็ดเดี่ยว
“ถ้าลำบากมากสนใจรับงานจากฉันเพิ่มมั้ยล่ะ รับรองเงินดี”
“ไม่” ตอบเสียงแข็งกร้าว
“ตอบแบบไม่คิดก่อนเลยเหรอ” น้ำเสียงเยาะ
“ถึงฉันใกล้ตาย แล้วเหลือคุณคนเดียวบนโลกฉันก็ไม่ร้องขอความช่วยเหลือจากคุณแน่นอน”
“ปากดีแบบนี้ ต้องโดนปิดปากด้วยอะไรน้า”
เขาทำท่ายื่นหน้าเข้าไปจูบ เธอก็ออกแรงขัดขืนอย่างสุดความสามารถดิ้นจนหลุดพร้อมกับผลักออกแถมฝ่ามือตวัดลงที่แก้มข้างหนึ่งเต็มแรงจนชายหนุ่มหันไปตามแรงตบ
รัลภัทรตกใจกับสิ่งที่ตัวเองทำเมื่อสักครู่ แต่เธอก็ไม่เสียใจกับมัน
“หึ แรงดี ฉันชอบ ไว้จะเอาคืนทีหลังในท่านอนนะ”
“ฝันไปเถอะ ชาตินี้ขออย่าได้เจอกันเลย”
พูดจบหญิงสาวก็รีบวิ่งออกไปจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด เขาไม่ตามเธอในตอนนี้ เพราะรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน เอาไว้ถ้าอยากสนุกค่อยตามไปหา
ดวงตาคมหลุบมองมองช่อดอกกุหลาบแดงสดนอนแน่นิ่งกับพื้น สิ่งเดียวที่เขาสนใจหยิบมันขึ้นมาคือการ์ดใบเล็กที่มีข้องความพิมพ์ไว้นั่น...ก่อนที่ดวงตาจะดำดิ่งลง
รัลภัทรกลับเข้ามาในรถได้สำเร็จก็รีบขับรถออกไปจากที่นี่ทันที ไม่เคยมีความคิดอยู่ในหัวเลยว่าจะได้เจอกับเขาอีกและก็ไม่คิดอยากเจอด้วย มันเป็นไปได้อย่างไรกันนะ คุณศศิทำงานในบริษัทของเขาแล้วบังเอิญเรียกใช้บริการเธอ แค่นั้นหรือ
รัลภัทรยังใจเต้นแรงไม่หายเมื่อเห็นแววตาของเขาที่ยังมีแววอาฆาตเธออยู่เรืองรองและยิ่งมีความหวาดหวั่นเข้ามาเมื่อคิดไปถึงใครอีกคนที่เขายังไม่พบเจอ
“พี่ซินขา” ร่างบางของรัลภัทรเมื่อสองปีก่อนเกยศีรษะไว้บนอกแกร่งเปล่าเปลือยหลังจากเสร็จกิจกามที่บ้านพักริมทะเล
“ฮึ”
รัลภัทรยกศีรษะขึ้นมองเมื่อเขาเอ่ยตอบรับ มือหนานุ่มจึงลูบไล้พวงแก้มขาวเล่นเบา ๆ
“มีอะไรจะพูดกับพี่ครับคนสวยของพี่”
“รัลเรียนจบมหาลัยแล้ว รัลจะไปเรียนต่อต่างประเทศพี่ซินจะรอรัลมั้ยคะ”
“รอสิคะ พี่รอรัลได้เสมอแหละ”
หญิงสาวยิ้มกว้างหัวใจพองโต ก่อนโน้มใบหน้าลงมาจุ๊บริมฝีปากเขาเร็ว ๆ แล้วผละออกมาชื่นชม
น่ารักที่สุดเลยค่ะ รัลรักพี่ซิน
ในความขมมีความหวานอย่างลึกซึ้งมาก่อน ช่วงที่เขาทำให้เธอตกหลุมรักมันเป็นช่วงเวลาที่เธอมีความสุขจนไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้น ไม่คิดด้วยซ้ำว่าแท้จริงแล้วผู้ชายคนนี้เข้าหาเธอเพื่ออะไร
^
^
^
อ่านไปก่อนนะคะ เป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วย
กลับมาทำงานได้ไม่นานเขาก็ยิ่งคิดถึงเธอกับลูกมากขึ้นจนไม่เป็นอันทำอะไร ทั้งที่เพิ่งจะจากกันมาไม่นาน ชายหนุ่มมองไปที่สมาร์ตโฟนก่อนจะหยิบมันขึ้นมาใช้งาน โทรศัพท์ดังขึ้น รัลภัทรหยิบขึ้นมาดู ก่อนจะนิ่วหน้า พอเธอกดรับเสียงทุ้มก็ดังขึ้นมา“รัล…ทำกับข้าวมาส่งให้พี่หน่อยได้ไหม?”“ทำไมต้องให้ฉันทำให้คุณด้วยล่ะคะ?”“พี่สั่งอาหารนะไม่ได้ขอกินฟรี รัลอยากทำงานไม่ใช่เหรอ จะพาลูกมาด้วยก็ได้นะ… ขึ้นมาส่งถึงห้องเลย เคยมาแล้วไม่ใช่เหรอ?”รัลภัทรลอบเบะปาก ปฏิเสธทันที“ไม่ค่ะ ฉันไม่เอาเงินคุณ! และฉันก็จะไม่ทำ! ทำไมคุณถึงคิดว่าฉันจะยอมง่าย ๆ แบบนั้น?”“ครั้งละหมื่นเลยนะ… เอาไหม? หรืออยากได้มากกว่านั้น”รัลภัทรมือสั่นเล็ก ๆ แต่เธอยังคงกัดฟันแน่น“ฉันไม่เอาค่ะ เชิญไปสั่งกับคนอื่นเถอะ”“จะให้สั่งกับใครล่ะ ถ้าไม่สั่งกับ...เมีย”“หยุดพูดพล่อย ๆ ฉันไม่สนุกด้วยนะและไม่ยอมรับมัน”“จะปฏิเสธยังไงหลักฐานออกเป็นตัวขนาดนั้น”รัลภัทรกลอกตาขึ้นมองบนอย่างไม่ชอบใจ เธอได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ ลอดมาตามสัญญาณ เขาคงกำลังสนุกที่ได้ยั่วยุเธอสินะ“คุณปรินวัชร์ ถ้าคุณจะยัดเยียดอะไรก็ตามในสิ่งที่ฉันไม่ต้องการให้ ต่อไปนี้ก็อย่ามาคุยก
เมื่อไม่มีคนช่วยดูลูกเธอก็ต้องพาลูกสาวเดินออกไปดูด้วย ไม่กล้าปล่อยให้ลูกอยู่ในบ้านคนเดียวหรือคลาดสายตาแม้แต่เสี้ยววินาที สีหน้าและแววตาของเธอตึงเครียดเมื่อเห็นคนที่ยืนสูงกว่ารั้วบ้านกำลังมองมาที่เธอและลูก“รัล พี่ขอเข้าไปในบ้านเพื่อคุย”พลางดวงตาคมหลุบมองเด็กหญิงร่างอวบที่ยืนกอดขาผู้เป็นแม่ ส่งยิ้มให้เขาอย่างเชื้อเชิญ“ลูกยังอยากให้พี่เข้าไป เห็นไหม”รัลภัทรไม่สนใจมอง เธอเบือนหน้าหนีก่อนจะทำใจแล้วเอ่ยออกมา“ฉันยังไม่อยากคุยกับคุณ เชิญกลับไปก่อน”“อย่ากีดกันพี่เลย รัลก็รู้ว่ามันเป็นไม่ได้ พี่แค่อยากคุยเรื่องลูกของเรา เวลานี้รัลเลี้ยงลูกคนเดียวไม่ไหวหรอก”น้ำเสียงมีความอ่อนโยนและแข็งกร้าวกดดันผสมกันอยู่ในที เธอรู้ว่าประตูรั้วแค่นี้ขวางกั้นเขาไม่ได้หรอก แต่หากเปิดให้เข้ามาก็เหมือนว่าเธอเปิดรับความเจ็บปวดรอบใหม่ให้เข้ามาในชีวิตด้วย ร่างบางเผลอเหม่อลอยอยู่ในภวังค์จนในที่สุดกลับเป็นเด็กหญิงเองที่วิ่งไปดึงสลักกุญแจขึ้น แล้วผลักออกด้วยความไร้เดียงสา...ให้เขาก้าวเข้ามาในบ้านเธอ“หนูเปิดประตูให้...” ชายหนุ่มหยุดคำที่เรียกแทนตัวเองว่า ‘พ่อ’ ไว้ ก่อนจะเปิดใจพูดมันออกมา “พ่อเหรอครับ”“ลำบากใจก็ไม่
กว่าสามชั่วโมงที่รัลภัทรหมดสติไป หญิงสาวฟื้นขึ้นมาอีกครั้งในตอนบ่าย เธอถูกพามานอนที่ห้องพักอีกห้องที่ไม่มีใครรบกวนเมื่อรู้สึกตัวแล้วรู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เรื่องราวต่าง ๆ ก็ผุดขึ้นมา ในหัวคนแรกที่นึกถึงก็คือลูกสาว เขารู้แล้วว่าเธอท้อง เด็กคนนั้นเขาก็รู้แล้วว่าเป็นลูก แล้วตอนนี้เขาทำอะไรกับลูกสาวเธอหรือไม่ แล้วยังพี่ชายของเธออีกการที่ได้หลับไปทำให้สมองและร่างกายได้รับการพักผ่อนเพียงพอ ครั้นจะลุกลงจากเตียงประตูห้องก็ถูกเปิดออก ตามมาด้วยคนที่เธอไม่อยากพานพบที่สุดในเวลานี้“รัล”รัลภัทรเบือนหน้าหนี ไม่อยากคุยอะไรด้วยทั้งนั้น เหวี่ยงขาลงจากเตียงจะไปหาลูกสาวแต่ก็ถูกอีกฝ่ายจับข้อมือไว้“จะรีบไปไหน พักก่อนเถอะ”“ปล่อย” เธอเสียงแข็งใส่ มีอีกหลายเรื่องที่เธอต้องจัดการจะให้มานอนอยู่เฉย ๆ ได้อย่างไรอีกฝ่ายมองใบหน้าที่ซีดหม่น ที่ผ่านมาเธอแบกรับอะไรหลายอย่างไว้คนเดียวสินะ“พี่ชายคุณฟื้นแล้วก็หลับไปอีกแล้ว หมอบอกว่าอาการเขาดีขึ้น พรุ่งนี้ค่อยไปหา ส่วนลูก...” เขานิ่งไปอึดใจ “ก็อยู่กับพยาบาลไม่ได้งอแง...ผมอยากให้คุณพักผ่อน”“ไม่ต้องมาออกคำสั่งกับฉัน”รัลภัทรพยายามสลัดข้อมือแต่ก็ไม่พ้นมือหนาที่กุมข้อ
ทันทีที่เห็นร่างบางโอนเอนก่อนจะทรุดฮวบลง วงแขนแกร่งก็รีบเข้าช้อนร่างบางที่ไร้สติไว้ในอ้อมแขนอย่างนุ่มนวล“รัล รัล”เสียงเรียกชื่อเธอดังแผ่วอยู่ในหู ก่อนมันจะไกลออกไปจนไม่ได้ยินพร้อมกับความมืดที่เข้ามาปกคลุมภาพในอดีตที่ยังฝังลึกอยู่ในหัวใจเมื่อประมาณสองปีก่อน ในตอนที่ผู้ชายคนนี้เข้ามาในชีวิตที่แสนโดดเดี่ยวของเธอตอนนั้นหญิงสาวกำลังเรียนอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีชื่อเสียง ในคณะบริหารธุรกิจ แล้วเธอก็ได้รับแจ้งข่าวร้ายว่าพี่ชายคนเดียวขับรถชนจนทำให้มีผู้เสียชีวิต แล้วคนที่เสียชีวิตเป็นแพทย์หญิง ที่ทำคุณประโยชน์ให้กับชาวบ้านผู้ยากไร้ที่เข้ามารักษากับทางโรงพยาบาล เธอคนนั้นเพิ่งเป็นแพทย์จบใหม่ อยากออกมาทำงานช่วยรักษาผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล ก่อนจะกลับไปเรียนต่อเฉพาะทางด้านดวงตา อายุยังน้อยและอนาคตไกลแต่ต้องมาจบชีวิตลงเพราะความประมาทมักง่ายของคนเลวในสังคมเรื่องนี้เป็นข่าวใหญ่โด่งดังอยู่พักหนึ่ง รัลภัทรแทบไม่เชื่อว่าคนที่ขับรถคันนั้นจะเป็นพี่ชายของเธอ แต่เขาก็สารภาพว่าเป็นคนขับจริง ๆ โทษของพี่ชายคือจำคุกสิบปี แต่พี่ชายบอกเธอว่ามีเพื่อนที่พ่อเป็นนายตำรวจใหญ่ช่วยไว้จึงได้รับโทษประมาณห้าปี ส
เมื่อลูกสาวเรียกหาคนเป็นแม่ก็ไม่อาจปฏิเสธอ้อมกอดนั้นได้ ตอนนี้เธอไม่สนอะไรทั้งนั้น เป็นตายร้ายดีก็ต้องคว้าลูกเข้ามาในอ้อมกอดไว้ก่อน รัลภัทรเข้าไปหาลูกสาวปลอบโยนเมื่อเห็นว่าลูกกำลังเบ้หน้าจะร้องไห้“แม่อยู่นี่ลูก แม่มาแล้ว”หัวใจชายหนุ่มสะท้านวูบ ความรู้สึกประหลาดไหลวาบเข้ามาในอก ใช่จริง ๆ ถ้าเด็กคนนี้เป็นลูกของเธอ...สมองของชายหนุ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว ระยะเวลาที่เขารู้จักกับเธอกับอายุของเด็กหญิงมีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่แกจะเป็นลูกของเขา“เจ็บไหมลูก หนูเจ็บมากไหม”ร่างเล็กถูกกอดไว้ในอ้อมอกผู้เป็นแม่อย่างหวงแหนดวงตากลมแป๋วมองแขนป้อมของตัวเองข้างที่มีผ้าพันไว้ แล้วชี้ให้ผู้เป็นแม่ดูอย่างไร้เดียงสา“ผ้าพันแผลลูก พันไว้ก่อนนะ อย่าเพิ่งแกะออก”“ออก”“ยังค่ะ ยังไม่เอาออก รอหายดีก่อนค่อยแกะออกนะ แม่จะแกะให้”น้ำเสียงที่เอ่ยกับลูกสาวแผ่วเบาแต่อ่อนโยน ราวกับมีกันแค่สองแม่ลูกในขณะนี้ รัลภัทรไม่หันไปมองคนที่ยืนจ้องมองเธอกับลูก ไม่อยากเห็นสายตาที่เอาแต่ขู่บังคับเธอ เขาคงอยากแล่เนื้อเถือหนังเธอออกเป็นชิ้น ๆ แล้วกระมังที่มาสร้างรอยด่างพร้อยในชีวิตให้เขา“ทำไมไม่บอกว่าเธอมีลูก ทำไมถึงไม่บอกให้เร็
“แล้วตอนนี้คนชนอยู่ไหนคะ”หญิงสาวคาดคั้น ใครที่มันทำลูกเธอเจ็บเธอต้องเอามันมารับโทษให้ได้ ขับรถในเขตชุมชนทำไมถึงได้ประมาทไม่มีความระมัดระวังระหว่างที่รอคำตอบจากปากป้าน้อยประตูห้องพักก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง ตามเข้ามาด้วยร่างสูงใหญ่ของผู้ชายคนหนึ่งที่รัลภัทรเห็นก็ต้องตกตะลึง เป็นเขาอีกได้อย่างไร เช่นเดียวกับปรินวัชร์ที่สีหน้าแปรเปลี่ยนทันทีที่เห็นเธอ“คุณ มาที่นี่ได้ยังไง” เธอเอ่ยถามเสียงตะกุกตะกัก “คุณเป็นคนขับรถชน...ผู้หญิงกับเด็กเหรอ” เธอกลืนน้ำลายลงคอ น้ำตารื้น ดวงตาสั่นระริก“ผมจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง” เขาเอ่ยเสียงต่ำ“ฉัน...ถามว่าคุณเป็นคนขับรถชนเหรอ” หญิงสาวถามเสียงลอดไรฟัน แววตาแข็งกร้าวขึ้น เขารู้อะไรมาก่อนงั้นหรือถึงได้มาเอาคืนเธอด้วยวิธีนี้ เขารู้แล้วหรือไม่ว่าเด็กที่นอนอยู่บนเตียงข้าง ๆ นี้คือใครเขารู้หรือยังปรินวัชร์จ้องมองดวงตาที่ยิ่งฉายแววกร้าวกระด้าง เขาไม่คิดว่าหลานสาวของป้าน้อยที่เป็นแม่ของเด็กหญิงจะเป็นเธอคนนี้ หัวใจชายหนุ่มสั่นสะท้านรุนแรง ก่อนจะยืนยันคำตอบ“ใช่”ราวกับมีค้อนหนัก ๆ ทุบลงกลางอกของหญิงสาว หัวใจเธอแทบสลาย ก่อนแววตาจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นและ







