เข้าสู่ระบบ“ฉันนำช่อดอกไม้มาส่งค่ะ”
เสียงหวานเอ่ยพร้อมกับหมุนตัวกลับมาช่อดอกไม้ขนาดใหญ่บดบังใบหน้าคนตรงหน้าจนเธอต้องเอียงตัวออกด้านข้างเพื่อมอง พร้อมกันนั้นหัวใจที่ลอยสูงกับทัศนียภาพเบื้องหน้าก็วูบตกลงสู่ความว่างเปล่า มือกำช่อดอกไม้ไว้แน่นจนอยากจะปล่อยมันหลุดร่วงลงพื้นเหมือนหัวใจของเธอตอนนี้
เขา!
ในขณะที่ใบหน้าของเธอดูซีดสลดตัดกับสีของของดอกกุหลาบแดงฉ่ำแววตาเขากลับมีรอยยิ้มเพิ่มขึ้น ร่างสูงในชุดสูทราคาแพงระยับของผู้บริหารก้าวเดินเข้ามาทีละก้าวอย่างใจเย็นต่างกับเธอที่มือสั่นตัวชาจนก้าวขาไม่ออก
“อ้าว...บริการส่งดอกไม้เป็นเธอเองเหรอ บังเอิญจริง ๆ นะ”
มีความเยาะเย้ยผ่านออกมาในน้ำเสียชัดแจ้ง
“รับงานเสริมเหรอ นึกว่าจะไปได้ไกลกว่านี้”
หญิงสาวสะกดกลั้นความกดดันและอดสูเอาไว้ เปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก
“จะให้ฉันวางช่อดอกไม้ไว้ตรงไหน หมดหน้าที่ของฉันแล้ว”
“ไหน ๆ ก็ได้เจอกันอีก ดอกไม้ช่อนี้ก็ให้เธอแล้วกัน ยินดีต้อนรับการกลับมา”
น้ำเสียงมีแววยั่วเย้า แต่แววตายังคงอยากอาฆาตแค้นเธอไม่สร่างซา
“ใครยินดีไปกับคุณ ฉันไม่อยากได้ ถ้าไม่บอกว่าวางตรงไหนฉันจะปล่อยมันลงตรงนี้”
“ก็ตามใจ” เขาไม่ยี่หระ
ดอกไม้นี้แค่ซื้อมาเล่น ๆ เขาก็ไม่สนใจอะไรอยู่แล้ว เพราะจุดประสงค์หลักของเขาไม่ใช่ช่ออกไม้ตั้งแต่ต้น รัลภัทรจ้องหน้าคนใจร้ายกับเธอ อยากร้องไห้แต่ต้องอดกลั้น กลีบดอกกุหลายตัดกับสีแก้มซีดและแววตาเชือดเฉือนก่อนที่เธอจะปล่อยมือทั้งสองข้างก้าวถอยหลัง เพียงกะพริบตาช่อดอกกุหลาบใหญ่ก็ถูกทิ้งลงกับพื้นอย่างน่าเสียดาย หญิงสาวก้าวเท้าจะเดินออกไปจากห้องนี้ให้ไวที่สุดแต่กลับถูกมือหนาคว้าตัวไว้ดึงกลับมาเผชิญหน้าเอ่ยถามเสียงเข้ม
“ทำไมอยู่แค่นี้ รับจ้างส่งของเหมือนพวกหาเช้ากินค่ำ”
หญิงสาวชะงักจากการขัดขืน มือที่ยังสั่นจากแรงอารมณ์เมื่อครู่กำแน่น จ้องเข้าไปดวงตาคมที่อยากล้างผลาญเธอคู่นั้น
“แล้วไม่สะใจหรอกเหรอ ที่เห็นฉันเป็นแบบนี้”
“ก็สะใจอยู่หรอก แต่ถ้าจะให้สะใจกว่านี้มันต้องทำอะไรไม่ได้เลยต่างหาก”
“คนเลว ทำไมไม่ปล่อยเราไปซักที”
“ปล่อยแล้ว แต่เธอดันกลับมาเจอฉันเอง”
“ฉันไม่เคยคิดอยากกลับมาเจอคุณ ไม่เคยมีในสมอง”
“เหรอ แต่ก็แปลกนะที่ในบางอารมณ์ฉันก็โคตรคิดถึงเธอเป็นบ้า รู้ใช่มั้ยว่ามันเวลาไหน”
แววตาเขาส่อถึงความกระหายจนเธออยากจะควักลูกตานั้นออกมาไม่ให้เขามองเห็นโลกอีกเลย
“สาระเลว”
“ด่าได้เจ็บถึงกระดูกเลยนะ แต่ก็ถึงใจเธอดีไม่ใช่เหรอ โทษของเด็กใจแตกมีผัวตอนเรียนไม่จบก็เป็นแบบนี้แหละ”
“คุณเข้ามาหลอกฉัน”
“ก็เธอมันง่าย” คำพูดที่เปล่งออกมาจากปากผู้ชายที่เธอเคยมอบใจให้ไม่ต่างจากหนามของดอกกุหลาบที่กำลังทิ่มแทงเธออยู่ แต่มันก็จริงอย่างที่เขาพูด เธอใจง่าย หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่นไม่เถียง ไม่เอื้อนเอ่ยคำใด ปล่อยให้มวลน้ำขึ้นมาเอ่อที่ขอบตาแต่ดวงหน้ายังฉายถึงความเด็ดเดี่ยว
“ถ้าลำบากมากสนใจรับงานจากฉันเพิ่มมั้ยล่ะ รับรองเงินดี”
“ไม่” ตอบเสียงแข็งกร้าว
“ตอบแบบไม่คิดก่อนเลยเหรอ” น้ำเสียงเยาะ
“ถึงฉันใกล้ตาย แล้วเหลือคุณคนเดียวบนโลกฉันก็ไม่ร้องขอความช่วยเหลือจากคุณแน่นอน”
“ปากดีแบบนี้ ต้องโดนปิดปากด้วยอะไรน้า”
เขาทำท่ายื่นหน้าเข้าไปจูบ เธอก็ออกแรงขัดขืนอย่างสุดความสามารถดิ้นจนหลุดพร้อมกับผลักออกแถมฝ่ามือตวัดลงที่แก้มข้างหนึ่งเต็มแรงจนชายหนุ่มหันไปตามแรงตบ
รัลภัทรตกใจกับสิ่งที่ตัวเองทำเมื่อสักครู่ แต่เธอก็ไม่เสียใจกับมัน
“หึ แรงดี ฉันชอบ ไว้จะเอาคืนทีหลังในท่านอนนะ”
“ฝันไปเถอะ ชาตินี้ขออย่าได้เจอกันเลย”
พูดจบหญิงสาวก็รีบวิ่งออกไปจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด เขาไม่ตามเธอในตอนนี้ เพราะรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน เอาไว้ถ้าอยากสนุกค่อยตามไปหา
ดวงตาคมหลุบมองมองช่อดอกกุหลาบแดงสดนอนแน่นิ่งกับพื้น สิ่งเดียวที่เขาสนใจหยิบมันขึ้นมาคือการ์ดใบเล็กที่มีข้องความพิมพ์ไว้นั่น...ก่อนที่ดวงตาจะดำดิ่งลง
รัลภัทรกลับเข้ามาในรถได้สำเร็จก็รีบขับรถออกไปจากที่นี่ทันที ไม่เคยมีความคิดอยู่ในหัวเลยว่าจะได้เจอกับเขาอีกและก็ไม่คิดอยากเจอด้วย มันเป็นไปได้อย่างไรกันนะ คุณศศิทำงานในบริษัทของเขาแล้วบังเอิญเรียกใช้บริการเธอ แค่นั้นหรือ
รัลภัทรยังใจเต้นแรงไม่หายเมื่อเห็นแววตาของเขาที่ยังมีแววอาฆาตเธออยู่เรืองรองและยิ่งมีความหวาดหวั่นเข้ามาเมื่อคิดไปถึงใครอีกคนที่เขายังไม่พบเจอ
“พี่ซินขา” ร่างบางของรัลภัทรเมื่อสองปีก่อนเกยศีรษะไว้บนอกแกร่งเปล่าเปลือยหลังจากเสร็จกิจกามที่บ้านพักริมทะเล
“ฮึ”
รัลภัทรยกศีรษะขึ้นมองเมื่อเขาเอ่ยตอบรับ มือหนานุ่มจึงลูบไล้พวงแก้มขาวเล่นเบา ๆ
“มีอะไรจะพูดกับพี่ครับคนสวยของพี่”
“รัลเรียนจบมหาลัยแล้ว รัลจะไปเรียนต่อต่างประเทศพี่ซินจะรอรัลมั้ยคะ”
“รอสิคะ พี่รอรัลได้เสมอแหละ”
หญิงสาวยิ้มกว้างหัวใจพองโต ก่อนโน้มใบหน้าลงมาจุ๊บริมฝีปากเขาเร็ว ๆ แล้วผละออกมาชื่นชม
น่ารักที่สุดเลยค่ะ รัลรักพี่ซิน
ในความขมมีความหวานอย่างลึกซึ้งมาก่อน ช่วงที่เขาทำให้เธอตกหลุมรักมันเป็นช่วงเวลาที่เธอมีความสุขจนไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้น ไม่คิดด้วยซ้ำว่าแท้จริงแล้วผู้ชายคนนี้เข้าหาเธอเพื่ออะไร
^
^
^
อ่านไปก่อนนะคะ เป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วย
หลังมื้ออาหารในห้างสรรพสินค้าผ่านไป ปรินวัชร์ก็ขับรถมาส่งสองแม่ลูกที่บ้านและอยู่เล่นกับลูกสาว รวมถึงนั่งรับประทานมื้อเย็นต่อ พาลูกเข้านอนเสร็จเขาถึงได้เตรียมตัวกลับบ้านเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับดูอ้อยอิ่งและเชื่องช้านานกว่าปกติ ร่างสูงเดินมาหยุดอยู่หน้าประตูบ้าน ยกมือลูบศีรษะตัวเองไปมาเหมือนคนพยายามคุมความรู้สึก ระบายลมหายใจออกอย่างแผ่วเบาจนกระทั่งเสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นด้านหลัง“ลืมอะไรหรือเปล่าคะ”เสียงหวานเอ่ยถาม เมื่อยังเห็นเขายืนรอนาน เธอเองก็จะเดินไปล็อกประตูหน้าบ้านหลังจากเขาออกไป ร่างสูงหันกลับมาทำให้หญิงสาวสบตากับพ่อของลูกที่คราวนี้มองเธออยู่ด้วยแววตาหวานซึ้ง“รัล…”“คะ”ปรินวัชร์สูดลมหายเข้าลึก เหมือนกำลังคิดเรื่องสำคัญอยู่ในใจก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยมั่นใจนัก แต่ก็อยากพูดมันออกมาอีกครั้ง และอีกครั้ง“ลูกมีพ่อแล้ว…” หยุดไปเสี้ยววินาที เหมือนให้เธอได้ตั้งตัว“แล้วเมื่อไหร่…รัลจะยอมมีพี่”รัลภัทรหายใจสะดุด ใบหน้าร้อนวูบ เขาจึงลุกคืบเข้าไปหาเธออีก“พี่ไม่อยากอยู่เป็นลมข้างกายรัลไปตลอดหรอกนะ พ่อมีลูก เมียก็ต้องมีผัว” เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ยกยิ้มกรุ้ม
ไลลามองช่อดอกกุหลาบใหญ่ในอ้อมแขนของผู้เป็นพ่อด้วยตาแป๋วแหววของแก กลีบกุหลาบแดงซ้อนแน่นส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ไปทั่วห้อง เด็กหญิงยกมือแตะปลายกลีบเบา ๆ แล้วเงยหน้าขึ้นถามด้วยน้ำเสียงใส“พ่อพ่อ ไลลาขอดอกหนึ่งได้ไหมคะ”ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ย่อตัวลงมาสบตาลูกสาว“ขอดอกเดียวเหรอคะ จะเอาไปทำอะไรเอ่ย”เด็กหญิงยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกาย“จะเอาไปใส่แจกันให้คุณแม่ค่ะ จะได้อยู่ได้นาน ๆ เหมือนในรูปที่ไลลาเห็นในหนังสือค่ะ”รัลภัทรที่ยืนมองอยู่ข้าง ๆ อมยิ้มอย่างเอ็นดูที่ลูกสาวรู้จักขอดอกกุหลาบจากผู้เป็นพ่อ เมื่อรู้ว่าไม่ใช่ของตัวเอง ชายหนุ่มจึงดึงกุหลาบดอกหนึ่งจากช่อส่งให้มือน้อย ๆ ของลูกสาวอย่างระมัดระวัง“ดอกกุหลาบดอกนี้ให้ไลลาคนสวยของพ่อพ่อค่ะ”เขาจะเป็นผู้ชายคนแรกที่ให้ดอกไม้ลูกสาว ก่อนที่ในอนาคตเห็นท่าว่าต้องมีหนุ่ม ๆ ต่อแถวกันมาให้อย่างแน่นอน“ขอบคุณค่ะพ่อพ่อ”เด็กหญิงรับดอกไม้จากมือพ่อมาอย่างทะนุถนอมราวกับของมีค่าจากนั้นหันไปวิ่งหาป้าน้อย ให้เอาไปปักแจกัน“ป้าน้อยขา ไลลาได้ดอกไม้จากพ่อพ่อด้วย จะใส่แจกันตรงโต๊ะกินข้าวนะคะ”“ได้จ้าหนูไลลาของป้า”กุหลาบดอกหนึ่งอยู่ในแจกันแล้ว รัลภัทรหันไปเลิกคิ
เสียงผู้คนที่ต่างมาแสดงความยินดีกับบัณฑิตซาลงมากเมื่อเหล่านักศึกษาเดินขึ้นหอประชุม ตอนนี้ในรั้วมหาวิทยาลัยคนที่มารอดูความสำเร็จของลูกหลานตัวเองก็หาที่นั่งพัก รวมถึงปรินวัชร์ที่ยังรอเธออยู่คนเดียว เขามีช่อดอกไม้พิเศษที่สั่งไว้เตรียมมอบให้เธอ ซึ่งจะมีคนมาส่งให้ในเวลาอีกไม่นานนี้ ก็น่าจะเป็นเวลาที่รัลภัทรลงมาจากหอประชุมเมื่อเสร็จสิ้นพิธีการตามกำหนดเขาได้ยินเสียงประกาศชื่อนักศึกษาที่เป็นชื่อของเธอชัดเต็มสองหูก็ถึงกับยิ้มออกมาด้วยความดีใจ“รัลทำสำเร็จแล้ว”จนกระทั่งเวลาผ่านไปจนเสร็จสิ้นพิธีการรัลภัทรก็เดินลงมาจากหอประชุมในชุดครุยสีดำ ผมถูกรวบเรียบร้อย ใบหน้าอ่อนล้าเล็กน้อย แต่แววตายังคงมีความสดใส หญิงสาวไม่ได้คาดหวังว่าจะยังมีคนมารอเธออยู่ คิดว่าเมื่อเสร็จพิธีก็จะถอดชุดคืนแล้วก็กลับบ้านเลย แต่ทว่าขณะที่กำลังจะเดินไปคืนชุดครุยก็มีใครคนหนึ่งเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า พร้อมกับช่อดอกกุหลาบสีแดงสดช่อโต มีการ์ดเล็ก ๆ สีขาวลายหัวใจเสียบไว้พร้อมตัวอักษรภาษาอังกฤษเขียนไว้ว่า“3 words, 8 letters.”สามคำ แปดตัวอักษรแต่ความหมายแฝงที่ลึกซึ้งของมันก็คือ“I Love You”ก่อนคนที่ยืนอยู่จะเอียงหน้าออกมาให้เห็น
ไลลาเข้าโรงเรียนเตรียมอนุบาลครั้งแรกพ่อกับแม่ก็มาส่ง และเฝ้าดูลูกสาวตัวน้อยเกาะรั้วโรงเรียนเหมือนเช่นผู้ปกครองหลายคน พอถึงเวลาเลิกเรียนปรินวัชร์ที่ใจจดจ่อก็ชวนรัลภัทรมารับลูกสาวกลับบ้าน แล้วกลับไปเล่นที่บ้านกันต่อเสียงหัวเราะของไลลาในวัยสามขวบเต็มดังแว่วจากสนามหญ้า เด็กหญิงในชุดนักเรียนอนุบาลวิ่งเล่นกับคนที่เป็นพ่อ โดยมีรัลภัทรยืนมองอยู่หน้าบ้าน ยิ้มบาง ๆ อย่างคนที่พอใจในความเรียบง่ายของชีวิต ก่อนที่เธอจะเดินออกมาพร้อมกับน้ำเปล่าให้พ่อลูกที่เล่นกันจนเหนื่อย “ไลลา มาดื่มน้ำก่อนลูก” “ค่า คุณแม่” เด็กหญิงหัวฟูเหมือนสิงโตในวันนั้นตอนนี้มีกิ๊บสีชมพูติดอยู่บนผมเปียทั้งสองข้าง พวงแก้มยุ้ยขึ้นสีชมพูจากความเหนื่อย ร่างเล็กจูงมือชายหนุ่มเดินมานั่งที่ม้าหินอ่อนดื่มน้ำ“ตอนนี้ลูกก็เข้าโรงเรียนแล้ว…”ปรินวัชร์หยุดคำพูดไว้ครู่หนึ่ง ก่อนหันมามองเธอ“แล้วรัลไม่อยากกลับไปเรียนเหรอ”หญิงสาวชะงัก หันมามองหน้าเขา ดวงตาสะท้อนทั้งความตกใจและความลังเล เหมือนเธอจะลืมความฝันของตัวเองไปแล้วเสียสิ้นในเวลานี้“เรียนเหรอคะ รัลก็เคยคิดนะ แต่ตอนนั้นมันไม่มีโอกาส”ชายหนุ่มยิ้มอ่อน สายตาอบอุ่นเหมือน
รัลภัทรทอดถอนลมหายใจยาว เธอตั้งใจแล้วว่าจะออกไปขับรถแน่ ๆ ในคืนนี้ ถึงจะมีเขาคอยขับตามก็ปล่อยให้เขาขับไป เธอทำงานของเธอ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวขับรถออกไปปรินวัชร์ก็ขับตามห่าง ๆ เห็นว่าเธอรับผู้โดยสารรายแรกเป็นผู้หญิงก็เบาใจ และคอยขับตามเธอไปทุกที่ไม่ว่าเธอจะไปที่ไหน และเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่หญิงสาวออกไปขับรถ เสมือนว่าทุกครั้งที่เธอออกไปทำงานตอนดึก จะมีคนคอยติดตามไปคุ้มครองความปลอดภัยให้เสมอปรินวัชร์มาหาหญิงสาวกับลูกทุกวันแทบไม่ขาด ภูมินทร์ที่อาการดีขึ้นตามลำดับเขาก็อยากออกไปหางานทำเป็นของตัวเอง ไม่คิดจะนั่งนอนอยู่เฉย ๆ เป็นภาระคนอื่นแบบนี้ตลอดไปแน่ ชายหนุ่มที่ดูแลน้องสาวกับหลานมาอย่างดี ในวันนี้จึงได้คุยกับคนที่ทำให้หลานเกิดมาตรง ๆ อยากรู้ว่าผู้ชายที่เคยทำร้ายจิตใจน้องสาวเขาด้วยความเข้าใจผิด จะกลับมารักและดูแลเธอได้จริงไหมช่วงบ่ายหลังจากที่บ้านกลับมาเงียบลง ไลลานอนหลับบนโซฟาใต้ผ้าห่มลายกระต่าย รัลภัทรอยู่ในครัวกับป้าน้อย เหลือเพียงปรินวัชร์กับภูมินทร์ยืนอยู่หน้าบ้าน ลมเย็นพัดเอื่อย สองชายยืนเงียบอยู่พักหนึ่ง ก่อนภูมินทร์จะเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนา“คุณรู้ใช่ไหมว่ารัลผ่านอะไรมาบ้าง”ปรินวัชร์หั
หลังจากการผ่าตัดเนื้องอกในสมองผ่านไปได้ด้วยดี บ้านหลังใหญ่ที่เคยเงียบสงัดก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง จางหมินมาอยู่ดูแลอดีตภรรยาที่ตัวเองละเลยมาหลายปี แม้จะไม่ได้รับการยินยอมแต่ก็ใช้ความหน้าทนอยู่ต่อ วันนี้ปรินวัชร์พารัลภัทรกับลูกสาวมาเยี่ยมมารดาที่บ้านเป็นครั้งแรกเมื่อก้าวเข้ามาในห้องรับแขก บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นยาจาง ๆ และความอบอุ่น ปานใจนั่งพิงหมอนอยู่บนโซฟา มีผ้าคลุมไหล่บาง ๆ ห่มไว้ให้คลายหนาว แม้สีหน้าจะยังอิดโรย แต่ดวงตากลับเปล่งประกายเมื่อเห็นลูกชายและครอบครัวเล็ก ๆ เดินเข้ามา“คุณแม่…ดูสิครับว่าผมพาใครมา”น้ำเสียงอันอบอุ่นเอ่ยเรียกให้มารดารู้ตัว“ไลลา หลานย่า หนูรัล”เมื่อเข้ามาใกล้ ๆ ผู้เป็นย่า เด็กน้อยในอ้อมแขนโผเข้าหา ยกมือเล็ก ๆ ตบไหล่ย่าเบา ๆ พร้อมเสียงหัวเราะไร้เดียงสา“ขอบใจมากหนูรัลที่พาไลลามาเยี่ยมป้า”“ยินดีค่ะคุณป้า รัลก็อยากมาเยี่ยมคุณป้าเหมือนกันค่ะ ขอให้คุณป้าหายเร็ว ๆ นะคะ”“จ้ะ ป้าจะรีบหาย มาเลี้ยงไลลานะจ๊ะ”“ค่ะ”“มาแล้ว อย่าเพิ่งรีบกลับนะจ๊ะ อยู่ทานมื้อเที่ยงก่อน”“ค่ะคุณป้า”หญิงสาวไม่อยากขัดใจคนป่วยจึงตอบตกลง ไลลาเห็นชบาแล้วเหมือนแกจะชอบมาก เข้าไปหาเจ้าขนทองอย
ถวายสังฆทานเรียบร้อยแล้วรัลภัทรก็พาลูกสาวออกมานั่งคุยที่โต๊ะหินอ่อนใต้ร่มไม้กับหญิงใจดี ปานใจหยิบถุงแดงเล็ก ๆ ออกมาจากกระเป๋าส่วนตัวรูดเชือกเปิดปากถุงแล้วนำสิ่งที่อยู่ในนั้นออกมา เป็นตลับสีแดงดูเป็นสิ่งของมีค่า รัลภัทรเหลือบตามองเธอคิดว่าหากสิ่งที่ผู้หญิงคนนี้มอบให้มีค่ามากเธอก็จะไม่รับไว้ให้ลูกปา
คนที่ให้ค่าเลี้ยงดูลูกแบบไม่รู้ตัวหนึ่งพันบาทถ้วนประคองคู่หมั้นสาวแสนสวยขึ้นไปส่งถึงในห้องนอน ก่อนที่ชายหนุ่มจะค่อย ๆ แกะมือเรียวที่สอดประสานกันแน่นยิ่งกว่าหนวดปลาหมึกออก“ถึงห้องแล้ววี”“พี่ซิน คืนนี้นอนกับวีนะคะ นะ วีเหงา”“ผมไม่สะดวก”“ยังไงเราก็จะแต่งงานกันอยู่แล้ว พี่ซินไม่ต้องมัวเกรงใจคุณพ่อค
“ยังไม่คิด” เขาตอบ“เราน่าจะคิดกันได้แล้วนะคะ ยังไงก็ต้องภายในปีนี้”ไม่พูดเปล่า แต่สาวเจ้ายังยกริมฝีปากมาจุ๊บปลายคางสากก่อนจะซบหน้ากับอกออดอ้อน“เพิ่มแอร์หน่อยได้มั้ย ผมร้อน”มีเสียงสั่งการมา รัลภัทรแม้จะควบคุมสติไว้ดีแล้วก็เผลอสะดุ้งอยู่ข้างใน เธอพยักหน้าเงียบ ๆ แล้วยื่นมือไปปรับเครื่องปรับอากาศใ
เวลา 0.30 น.รัลภัทรขับรถรับผู้โดยสารหนุ่มสาวคู่หนึ่งจากสถานบันเทิงย่านดังไปส่งยังคอนโดมิเนียมตามหมุดหมายที่ผู้โดยสารปักเอาไว้ เสร็จเรียบร้อยเธอก็ขับออกมาจากสถานที่นั้นเพื่อรับผู้โดยสารคนอื่นต่อ ใกล้จะตีหนึ่งแล้วหญิงสาวคิดว่าคืนนี้เพียงพอสำหรับการหารายได้เสริมจากการขับรถรับส่งผู้โดยสารช่วงกลางคืนเข







