Masuk8
“โอ๊ย!”
“บอกมาอิงฟ้าอยู่ไหน” เมื่อมาที่ห้องอยู่ตามลำพังกับเด็กสาวที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเอ็นดูเธอ เพราะเธอนั้นติดตามคนรักเข้ามาอยู่ที่นี่ในช่วงที่คนรักเขามาอยู่กับเขาในไร่แห่งนี้โดยมีเด็กคนนี้มาดูแล แต่ตอนนี้ความหน้ามืดตามัวต่อความรักที่มีต่อว่าที่เจ้าสาวของเขา เขายังคงตั้งหน้าตั้งตาหลอกตัวเองว่าเธอไม่ได้เป็นคนคิดที่จะหนีเขาจะต้องมีใครบงการแน่นอน และอาจจะเป็นคนที่สวมชุดเจ้าสาวแทนเธออยู่
เขาโยนสิ่งของใกล้มือใส่ไปยังร่างเล็กอย่างไม่ออมแรงแม้ร่างกายเขาจะเดินไม่ได้ แต่เขาก็ยังสามารถใช้มือโยนสิ่งของตามอารมณ์โกรธของตัวเองได้ ตอนนี้ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจและพร้อมจะทำลายล้างคนตรงหน้าที่ยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน ราวกับว่ายอมให้เขาทำร้ายเพื่อชดเชยสิ่งที่ครอบครัวเธอทำกับเขา แม้จะไม่ใช่ความผิดของเธอเลยก็ตาม
“หนูไม่ทราบจริง ๆ ค่ะว่าคุณฟ้าไปไหน”
“ตอแหลถ้าเธอไม่ทราบเธอจะเข้าพิธีใส่ชุดเจ้าสาวแทนฟ้าได้ยังไง บอกมาใครสั่งเธอแล้วเอาฟ้าไปไว้ที่ไหน” แม้เขาจะถูกเจ้าสาวทอดทิ้งในวันแต่งงานแต่เขาก็ยังกล่าวหาคนอื่นโดยไม่คิดว่าคนที่เขารักนั่นแหละจะเป็นคนจัดการเองทั้งหมด
“ก็คุณฟ้าเขาหนีพ่อเลี้ยงไปไงคะ หนูเลยต้องมาแต่งงานกับพ่อเลี้ยงแทน เขาหลอกเอาเงินค่าสินสอดไป”
“ฟ้าเขารักฉัน เขาไม่มีวันหนีฉันไปเด็ดขาด”
“พ่อเลี้ยงควรอยู่กับความเป็นจริงนะคะ คุณฟ้าเขาไม่ได้อยากแต่งงานกับพ่อเลี้ยงที่ขาพิการแบบนี้”
“เธอโกหก”
“โอ๊ย หนูเจ็บนะคะ” แม้เขาจะเดินไม่ได้แต่เขากลับสามารถเลื่อนวิลแชร์มาบีบแขนเธอได้อย่างรวดเร็วจนแขนเธอเกิดรอยแดง แต่เธอก็ไม่คิดจะผลักหนีเพราะเจ็บแค่นี้มันน้อยกว่าที่เธอเจอจากคนใจร้ายพวกนั้น
“เจ็บเหรอ ฉันจะทำให้เธอเจ็บมากกว่านี้อีก” พ่อเลี้ยงภูภูมิมองเด็กสาวอย่างไม่พอใจ สายตาแข็งกระด้างที่ใช้มองเต็มไปด้วยความโกรธเคืองและต้องการแผดเผาให้มอดไหม้ หากเขาไม่พิการ เขาคงไม่อยู่ในสภาพเช่นนี้
“แต่ถึงยังไง วันนี้หนูก็แต่งงานกับพ่อเลี้ยงแล้ว ฉะนั้นหนูคือภรรยาของพ่อเลี้ยง”
“นี่สินะ เด็กใจแตกอย่างเธอวางแผนเพื่อจับฉันสินะ”
“หนูไม่ได้อยากจับพ่อเลี้ยง แต่เพราะพวกเขาต้องการให้หนูมาแต่งงานกับพ่อเลี้ยงแทนคุณฟ้า ในเมื่อตอนนี้หนูเป็นเมียพ่อเลี้ยงแล้ว พ่อเลี้ยงต้องรับผิดชอบหนูเพราะแขกในงานเป็นพยานว่าพ่อเลี้ยงแต่งงานกับหนูไม่ใช่ลูกสาวนายกคนดังคนนั้น” และเด็กสาววัยยี่สิบย่างยี่สิบเอ็ดก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่ยอม เธอหนีไปไหนไม่ได้แล้ว หนทางที่เธอจะรอดพ้นคือการอยู่ที่นี่และหนทางที่เธอจะเอาชนะคนพวกนั้นได้คือการเป็นเมียพ่อเลี้ยงให้เขายอมรับเธอให้ได้ ในเมื่อพวกเขาเหล่านั้นปล่อยเธอออกมาเอง เธอก็จะทำให้คนพวกนั้นเห็นว่าคนอย่างเธอที่ถูกกลั่นแกล้งจะทวงความยุติธรรมและเผยธาตุแท้ของครอบครัวใจบุญผู้มีความเมตตาเหล่านั้นให้ได้
“เธอมันเด็กใจแตกอย่างที่ฟ้าบอกจริง ๆ สินะ ชอบจับผู้ชาย มั่วจนถูกจับขังในบ้าน ไร้การศึกษา”
“เหรอคะ คุณฟ้าบอกพ่อเลี้ยงแบบนั้นเหรอคะ เป็นคนรักของพ่อเลี้ยงมากกว่าที่ทำเช่นนี้” อิงไออุ่นรู้ดีว่าพี่สาวต่างมารดานั้นไม่ได้คบกับพ่อเลี้ยงคนนี้คนเดียว มีผู้ชายมากมายที่มารับมาส่งพี่สาวของเธอยิ่งพักหลังมานี้คนที่มาส่งพี่สาวนั้นดูจะรวยพอสมควร
“เด็กตอแหลอย่างเธอ กล้าใส่ร้ายคนรักของฉันงั้นเหรอฮะ!” มือหนาบีบไปที่แขนเรียวเล็กจนแทบจะหัก เพราะแขนของเธอนั่นบอบบางมาก ราวกับคนขาดสารอาหาร จะบอกว่าขาดสารอาหารก็น่าจะได้ เพราะในหนึ่งวันเธอได้ทานอาหารเพียงมื้อเดียวจากบ้านหลังนั้น และอาหารที่ทานคืออาหารเหลือจากในครัวที่เรียกว่าเป็นเศษอาหารมากกว่า สัตว์เลี้ยงในบ้านยังทานอาหารดีกว่าเธอและมารดาเสียอีก ความใจดำของคนตระกูลนี้มันฝังในซอกหัวใจแผ่ไปทุกอณูจนกลายเป็นความแค้น
“หนูไม่ได้ใส่ร้ายค่ะ หนูพูดจริงและมีอีกมากมายที่พ่อเลี้ยงควรเปิดหูเปิดตาเสียที เสียเงินตั้งมากมายเพื่อผู้หญิงคนเดียว”
“นี่เธอหุบปากและออกไปข้างนอก ถ้าฉันไม่สั่งห้ามเข้ามา” และนี่คือสิ่งที่เขาสั่งการกับคนที่ทำให้เขาไม่พอใจ สั่งให้เธอไปยืนนอกบ้านท่ามกลางความหนาวของบรรยากาศหน้าหนาว
และคนที่ไร้ที่พึ่งเช่นเธอที่ต้องอาศัยเขาเป็นที่พึ่ง แต่เพราะความปากไวของเธอที่เผลอพูดมากไปหน่อยจนสร้างความไม่พอใจให้เขา ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นเธอตั้งใจว่าจะทำทุกทางเพื่อให้เขายอมรับเธอให้ได้ แต่ผ่านไปไม่เท่าไหร่เธอกลับสร้างความโกรธแค้นในใจเขาเพิ่มมากขึ้น เธอรู้ว่าเธอยังเด็ก เธอไม่ได้รับการศึกษา เธอเรียนจบแค่มอสาม ที่คนพวกนั้นให้เธอเรียน และตั้งแต่นั้นเธอก็ถูกให้อยู่แค่ในพื้นที่บ้านหลังนั้น ถูกกักบริเวณไม่ให้ออกไปไหน จะออกมาได้ก็คือตามเป็นคนรับใช้พี่สาวต่างมารดาเท่านั้น
ด้านพ่อเลี้ยงภูภูมิ
แก้วเหล้าแก้วแล้วแก้วเล่าถูกกรอกเข้าปากอย่างขมขื่นกับชีวิต วันนี้ควรเป็นวันที่เขามีความสุขที่สุดที่ได้แต่งงานกับผู้หญิงที่เขารักแต่เธอกลับไม่ได้อยู่ในงานแต่ง ทิ้งผู้หญิงคนนั้นให้เข้าพิธีแทน ใบหน้าหล่อคมเต็มไปด้วยความโกรธแค้น ก่อนจะปาแก้วเหล้าทิ้งอย่างไม่สนใจว่าจะไปโดนอะไรบ้าง
เพล้ง
“โธ่เว้ย” เสียงอารมณ์เกรี้ยวกราดของพ่อเลี้ยงหนุ่มที่ดังขึ้นไปทั่วลานหน้าบ้าน ทำให้เหล่าคนสนิทไม่กล้าแม้จะเข้าไปใกล้ ขณะที่คนเข้ามาอยู่ใหม่อย่างอิงไออุ่นนั้นรู้สึกหวาดกลัว มองไปยังพ่อเลี้ยงหนุ่มที่อารมณ์ไม่ปกติอย่างหวาดกลัว
เธอมาอยู่ที่นี่เธอเหมือนถูกทิ้งเพียงลำพัง ไม่มีใครสนใจเธอ อีกทั้งยังเจอสายตาไม่พอใจเพราะคิดว่าเธอเป็นต้นเหตุที่ทำให้พ่อเลี้ยงหนุ่มเป็นเช่นนี้ แต่เล็กจนโตเธอก็ถูกทอดทิ้งให้อยู่เดียวดาย จนมาตอนนี้เธอก็ยังถูกปล่อยในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ต่างผู้คนที่รู้จัก ไม่มีใครมองเธอด้วยสายตาเป็นมิตรเลยสักคน
“ฮึก แม่จ๋า หลิวจะต้องทำยังไง” ต้นหลิวนั่งกอดเข่าอยู่ตรงหน้าบ้านที่ไม่มีใครเห็น มองผู้เป็นเจ้าของบ้านที่ดื่มอย่างเมามาย ขณะที่เธอก็ไม่รู้ว่าเธอจะต้องทำตัวเช่นไรในสถานที่ที่ไม่คุ้นชินเช่นนี้ เธอถึงกับหลั่งน้ำตาร้องไห้กับความอ้างว้างนี้ ชีวิตผ่านมายี่สิบกว่าปีต้องรองรับอารมณ์ของคนที่น่านับถือของคนทั่วไปที่เรียกเขาว่านายกของคนเชียงใหม่ แต่เขาและครอบครัวที่สูงส่งกลับกระทำกับเธอและมารดาราวกับไม่ใช่คน
พอวันนี้ก็ส่งเธอมาให้คนที่นี่เหยียดหยามรังแก รับหน้าแทนพี่สาวต่างมารดาที่ไม่เคยคิดว่าเธอเป็นน้อง ในสายตาพวกเขาเธอก็เป็นแค่เด็กต้อยต่ำที่ต้องคอยรองมือรองเท้าพวกเขาเท่านั้น
พิเศษ 3“เมียจ๋า อย่าเดินมากสิ กำลังท้องอยู่นะ”และเมื่อผู้เป็นสามีรู้ว่าเธอตั้งครรภ์เขาแทบจะไม่ปล่อยให้เธอได้คลาดสายตาแม้กระทั่งไปมหาวิทยาลัยเขาก็ไม่อยากให้เธอไปเรียนเพราะเธอกำลังตั้งครรภ์อ่อน จึงอยากให้เธอหยุดเรียนไปก่อนและคนเป็นภรรยาก็ไม่อยากให้สามีเป็นกังวลจึงหยุดเรียนตามที่เขาต้องการ คราแรกคิดว่าเธอจะไปเรียนได้ แต่เธอลืมคิดไปว่าสามีเธอนั้นห่วงเธอยิ่งกว่าอะไร เขาไม่มีทางยอมให้เธอไปเรียนขณะที่ตั้งครรภ์แน่นอน“หนูเดินเพื่อออกกำลังกายนะคะ อย่ากังวลเลยค่ะ”“ไม่ได้สิพี่เป็นห่วง”และตั้งแต่ที่ภรรยาตั้งครรภ์พ่อเลี้ยงหนุ่มก็แทบจะไม่ปล่อยให้ภรรยาไปไหนเพียงลำพัง เขาจะตามประกบภรรยาตลอดเวลา และตอนนี้ภรรยาเขาอยู่ในช่วงที่แพ้ท้องเธอจะอาเจียนและเหม็นอาหาร นี่คือสิ่งที่เขาเป็นห่วงแต่สิ่งหนึ่งที่เธอชอบทำคือการออดอ้อนและซบใบหน้าลงที่อกเขาอาการเธอจะดีขึ้นซึ่งเป็นสิ่งที่เขาชอบมากเหลือเกิน เขาอยากให้เธอ ออดอ้อนออเซาะเขาแบบนี้ตลอด เขาไม่เคยรำคาญเลยสักนิดกลับชอบเสียด้วยซ้ำ“อยากทานอะไรไหมเด็กดี”และเสียงทุ้มก็เอ่ยถามภรรยาสาวในอ้อมแขนที่กำลังซบกับอกของเขา ตอนนี้อายุครรภ์ของเธอใหญ่ขึ้นและเขาก็ดูแลเธออย
พิเศษ 2“เหนื่อยไหม”หลังจากที่รับแขกเรียบร้อยแล้ว ผู้เป็นสามีก็เอ่ยถามภรรยาสาวอย่างเป็นห่วง หลังจากที่ต้องเดินรับแขกกับเขาไปทั่วงานและยังต้องสวมใส่ส้นสูงอีกด้วย“ไม่ค่ะ”ใบหน้าสวยใสของภรรยาสาวตอบผู้เป็นสามีด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะตักอาหารว่างป้อนให้เขาด้วยความเคยชิน วันนี้เธอและเขาเพิ่งทานอาหารไปมื้อเดียว เนื่องจากว่าตอนเช้าตรู่ก่อนจะออกมาที่งานมัวแต่ทำกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ที่สามีเรียกร้องจนทำให้ออกจากบ้านช้าไปกว่าชั่วโมง แถมช่างแต่งหน้าและช่างทำผมยังต้องรอเธออีก เพราะความหื่นกามของเขาคนเดียว ทั้ง ๆ ที่เมื่อคืนนั้นเขาก็ตักตวงไปเยอะมากแล้ว“เด็กดีทานข้าวบ้าง เดี๋ยวจะเป็นลมอย่ามัวแต่ป้อนผัว”คำสรรพนามที่เขาเรียกแทนตัวเองเธอไม่ค่อยชินเสียเท่าไร ยามที่อยู่กันสองคนเขาจะใช้คำนี้เสมอ ใหม่ ๆ เธอก็เคือง ๆ หูเช่นกัน แต่ตอนนี้เริ่มชินไปเสียแล้วเมื่อเขาจะเรียกเช่นนี้แล้วเธอจะห้ามอย่างไร ในเมื่อมันก็เป็นความจริงที่เขาเป็นสามีและภาษาชาวบ้านเราก็คือผัว แม้มันจะฟังดูหยาบ ๆ ไปบ้างก็ตามส่วนสรรพนามที่เขาเรียกเธอก็จะเป็นเด็กดีบ้าง ที่รักบ้างเมียจ๋าบ้างแล้วแต่ว่าจะอยู่ในช่วงอารมณ์ไหน สถานการณ์ใด ยามบนเตีย
พิเศษ 1ข่าวการหมั้นหมายและพิธีแต่งงานอย่างเรียบง่ายของพ่อเลี้ยงหนุ่มหล่อและเด็กสาวข้างกายดังไปทั่วเมืองเชียงใหม่ เป็นงานมงคลสมรสที่เรียบง่าย แต่ถูกกล่าวขานไปทั่วเพราะภาพในงานพิธีที่แสนอบอุ่นเต็มไปด้วยความน่ารัก และสื่อถึงความรักที่ทั้งสองมีให้แก่กัน ภาพที่พ่อเลี้ยงหนุ่มหล่อยืนในชุดเจ้าบ่าวสีครีมกับเจ้าสาวตัวเล็กที่สวมใส่ ชุดไทยสีเดียวกันถูกเผยแพร่ลงตามสื่อต่าง ๆ อย่างต้องการประกาศให้คนรู้ว่าพ่อเลี้ยงหนุ่มหล่อมีเจ้าของแล้วนั่นเองแต่พ่อเลี้ยงหนุ่มไม่คิดเช่นนั้นการที่เขาลงภาพงานแต่งงานที่ หวานชื่นนั้นเพื่อต้องการประกาศความเป็นเจ้าของว่าเด็กสาวมีสามีแล้วนั่นเองเพื่อป้องกันว่าใครจะมาสนใจเธอ เพราะเขาหวงและนับวันจะ เพิ่มมากขึ้นเขาจึงต้องรีบจัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุด และก็รับเธอมาเป็นอัศวหิรัญอย่างเต็มตัว“เธอคืออัศวหิรัญแล้วนะ ตอนนี้เธอคือภรรยาฉัน เป็นของฉันใครจะมาจีบเธอบอกไปเลยว่าสามีแล้ว สามีหวงมากด้วย”ในค่ำคืนเข้าหอสามีหนุ่มโอบกอดภรรยาสาวในบ้านสวนท้ายไร่ที่ถูกจัดให้เป็นเรือนหอสำหรับเขาและภรรยาสาวตัวน้อย ท่ามกลาง ความมืดที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติและเสียงแมลงยามค่ำคืน หิ่งห้อย
47 จบ“พ่อเลี้ยงจะเดินได้คล่องแล้ว”หลังจากกลับถึงบ้านอิงไออุ่นก็ทำหน้าที่ของตัวเองพาพ่อเลี้ยงฝึกเดินและเป็นที่น่ายินดีว่าพ่อเลี้ยงสามารถประคองตัวเองเดินได้มากขึ้นโดยไม่ต้องใช้ไม้ช่วยพยุง ใบหน้าของเธอจึงเต็มไปด้วยความดีใจ“ฉันก็ไม่คิดว่าฉันจะกลับมาเดินได้อีกครั้ง”พ่อเลี้ยงหนุ่มก็ไม่คิดว่าวันนี้ตัวเขาจะสามารถกลับมาเดินได้“พ่อเลี้ยงไม่เหมาะนั่งวิลแชร์ หนูบอกแล้วว่าพ่อเลี้ยงต้องเดินได้”“ขอบคุณนะที่อยู่ข้างฉันตลอด”“หนูจะเป็นขาเป็นแขนให้พ่อเลี้ยงเอง ถ้าพ่อเลี้ยงเดินไม่ได้หนูก็จะเป็นขาให้พ่อเลี้ยง วันนี้พ่อเลี้ยงเดินได้แล้วหนูก็จะเป็นเพื่อนเดินไปกับพ่อเลี้ยง” คำพูดที่จริงใจไม่เสแสร้งเอ่ยออกมา ทำให้เขามองเธอด้วย แววตาพิเศษ“ฉันจะต้องมีเธอเดินไปกับฉันตลอดชีวิต”“แน่นอนพ่อเลี้ยงต้องมีหนูเดินไปด้วยแน่นอนค่ะ”ขณะที่เธอตอบเขาเธอไม่ได้เอะใจกับประโยคของเขาเพราะเธอกำลังให้ความสนใจกับการนวดเท้าของเขาอยู่สองอาทิตย์ผ่านไปวันนี้เป็นวันหยุดของเธอ เขาจึงเอ่ยชวนเธอเพื่อไปทำธุระบางอย่างที่สำคัญที่สุด“พาฉันไปท้ายไร่หน่อย”“ไปทำไมคะ”“ไปดูที่สักหน่อย”“ได้ค่ะ”“ฉันซื้อชุดมาให้เธอ ไม่รู้ใส่ได้ไหม ไปล
46และนักศึกษาปีที่หนึ่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็ได้เข้าเรียนเป็น วันแรกโดยมีพ่อเลี้ยงหนุ่มไปส่งถึงมหาวิทยาลัย เขาไม่ยอมให้เธออยู่หอพักเขาจะเป็นคนรับส่งเธอเอง แม้ระยะทางระหว่างไร่กับมหาลัยจะห่างกันหลายกิโลแต่มันไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา และหากวันไหนที่เธอต้องทำงานดึกเขาก็เตรียมที่พักให้เธอแล้วเป็นคอนโดใกล้ ๆ มหาวิทยาลัยแห่งนี้หรือจะเป็นโรงแรมของเขาที่เขาเป็นเจ้าของ ซึ่งตอนนี้เขากำลังสร้างโรงแรมสาขาที่สองเป็นโรงแรมระดับห้าดาวในตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเขาเคยบอกแล้วว่าเขาไม่ได้มีแค่ไร่ภูภูมิเพียงอย่างเดียวธุรกิจของเขามีอีกมากมาย เพียงแค่คนภายนอกไม่รู้เท่านั้น และโรงแรมสาขา ที่สองจะเปิดใช้งานได้อีกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า“ตั้งใจเรียนเลิกเรียนฉันจะมารับ”“พ่อเลี้ยงไม่ต้องลำบากก็ได้นะคะ หนูนั่งรถแดงได้”“ไม่ต้องเถียงไปเรียนได้แล้ว”“ค่ะ สวัสดีค่ะ อ่อ พ่อเลี้ยงอย่าลืมทานข้าวให้ตรงเวลา ทานยาให้ครบด้วยนะคะ อย่าหักโหมอย่าเดินมาก และอย่าแอบชิมไวน์เด็ดขาดและ…”เด็กสาวกำลังย้ำเตือนพ่อเลี้ยงหนุ่มเป็นรอบที่เท่าไรก็จำไม่ได้ เพราะวันนี้จะเป็นวันแรกที่เธอจะห่างกายเขาหลายชั่วโมงเธอจึงต้องย้ำให้เขาไม่ล
45และสุดท้ายศาลตัดสินให้อิงฟ้าแพ้คดีและชดใช้ค่าเสียหายที่พ่อเลี้ยงหนุ่มเรียกร้องและคืนสินสอดทั้งหมดให้เขาและข่าวนี้ดังไปทั่วจังหวัดและถูกสื่อนำไปเผยแพร่จนอิงฟ้าแทบจะไม่อยากพบเจอผู้คน อีกทั้งเวลานี้บิดาของเธอก็กำลังถูกดำเนินคดีมากมาย ถูกปลดออกจากตำแหน่งนายกอบจ.ขณะที่ชีวิตของอิงไออุ่นกำลังดีขึ้น เธอกำลังจะเตรียมเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อทำตามความฝันของตัวเอง เป็นนักศึกษาปีที่หนึ่งของมหาวิทยาลัยดัง รอยยิ้มเกิดขึ้นใบหน้าอย่างภาคภูมิใจ“แม่ขา หนูกำลังจะเรียนได้ทำตามความฝันของหนูแล้วนะคะ แม่รอดูความสำเร็จของหนูด้วยนะคะ”ใบหน้าสวยสดใสมองรูปถ่ายมารดาพร้อมเอ่ยกล่าวถึงสิ่งที่เธอกำลังทำ“คนพวกนั้นเขาได้รับกรรมที่ตัวเองทำแล้วนะคะ หนูไม่อยาก จองเวรพวกเขาไปมากกว่านี้แล้ว”ตอนนี้เธอกำลังละทิ้งความโกรธความเกลียดเพื่อเริ่มต้นใหม่กับชีวิตของตัวเองที่กำลังดีขึ้น“แม่หนูคิดถึงแม่นะคะ…อุ๊บ”ขณะที่อิงไออุ่นพูดไม่ทันจบประโยคอาการบางอย่างที่กำลังตีขึ้นมาที่คอหอยจนเธอต้องวิ่งเข้าห้องน้ำทันทีทันใด“แหวะ แหวะ” เสียงอาเจียนของเธอดังไปทั่วห้องนอนจนคนที่ทำงานอยู่ในห้องทำงานต้องรีบเดินออกมาดูโดยมีไม้เท้าสามขาพยุงเข







