LOGIN7
กลับมาปัจจุบันในวันแต่งงาน
“อิงฟ้าไม่เข้าแต่งงาน แกต้องแต่งแทนเข้าใจไหมยายหลิว”
“คุณท่านคะ แต่วันนี้คือวันแต่งงานคุณอิงฟ้ากับพ่อเลี้ยงภูภูมินะคะ” ต้นหลิวแย้งออกมาตามที่คิด สรรพนามที่เธอเรียกบิดานั้นคือสรรพนามที่พวกเขาบอกให้เธอเรียก แม้คนตรงหน้าจะเป็นบิดาผู้ให้กำเนิด แต่สำหรับลูกนอกคอกเช่นเธอไม่มีสิทธิ์เรียกเขาว่าพ่อ
“ฉันสั่งให้แกเข้าพิธีแทน เพราะลูกของฉันไม่มีวันเอาอนาคตมาไว้กับผู้ชายพิการแบบนี้หรอก”
“แต่คุณฟ้าตกลงแต่งงานกับพ่อเลี้ยงและรับสินสอดมาแล้วนะคะ”
“แกหุบปากแกไปซะ และนี่คือคำสั่งแกเข้าพิธีแต่งงานไป และพวกฉันจะไม่เข้าร่วมงาน”
“คุณท่าน”
“ไม่ต้องมาเรียกฉัน ลูกของฉันไม่มีวันเข้าแต่งงานกับผู้ชายพิการแบบนั้นแน่นอน”
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเอ่ยกับลูกสาวนอกคอกของตัวเองที่เกิดจากคนใช้ในบ้าน ซึ่งลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเขาตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว เพราะได้นำสินสอดร้อยล้านรวมทั้งเพชรและทองที่ฝ่ายชายได้ให้ไว้เข้ากรุงเทพไปแล้ว และคนที่ต้องเข้าพิธีแทนคือเด็กคนนี้ แม้ตอนแรกเขาจะไม่เห็นด้วยที่ปล่อยให้เด็กคนนี้ออกไปอยู่ข้างนอก เพราะกลัวความลับจะถูกเปิดเผย แต่บุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนบอกว่าเด็กคนนี้ไม่มีทางนำความลับมาทำลายครอบครัวแน่นอน เขาจึงเชื่อบุตรสาวแล้วให้เด็กนอกคอกคนนี้สวมชุดวิวาห์แทนบุตรสาวของเขา แม้จะเสียดายพ่อเลี้ยงภูภูมิหากเป็นปกติเขาไม่มีวันให้ลูกสาวปล่อยมือเด็ดขาด แต่เพราะพ่อเลี้ยงนั่นพิการเขาก็ไม่มีวันยอมให้บุตรสาวมีสามีพิการเดินไม่ได้เด็ดขาด
ขณะที่อิงไออุ่นหรือต้นหลิว เธอกำลังจะต้องสวมรอยเป็นพี่สาวต่างมารดาเพื่อเข้าพิธีแต่งงานแทนพี่สาว และแน่นอนว่าจะต้องเกิดเรื่องขึ้นอย่างแน่นอนเพราะว่าเจ้าสาวที่แท้จริงนั้นไม่ใช่เธอ บิดาเธอคิดว่าจะหลอกคนเช่นเขา เห็นเขาเป็นอะไรกัน เธอได้แต่มองทั้งบิดาและแม่เลี้ยงตัวเองอย่างไม่มีอะไรจะพูดกับสิ่งที่พวกเขากระทำเช่นนี้ รู้เห็นเป็นใจให้พี่สาวต่างมารดาหลอกเอาสินสอดจากเขาและหนีไป แล้วกลายเป็นเธอที่ต้องรับหน้าที่แทนเช่นนี้เหรอ
ตอนนี้เธอไม่รู้จะเห็นใจใครดีระหว่างตัวเองและเจ้าบ่าวที่ถูกผู้หญิงที่เขารักหนีไปในวันแต่งงาน
ด้านพ่อเลี้ยงภูภูมิที่ตอนนี้เริ่มรู้สึกร้อนใจเป็นอย่างมากที่เจ้าสาวของเขารวมทั้งครอบครัวของเธอยังไม่ปรากฏตัวเสียทีจึงให้คนไปตาม
“เจ้าสาวมาแล้วค่ะ” และไม่นานหญิงสาวในชุดเจ้าสาวที่สั่งตัดมาอย่างดีมูลค่าชุดราคาหกหลักก็ปรากฏกายขึ้น และเมื่อเจ้าสาวเดินเข้ามา ทำให้ใบหน้าของพ่อเลี้ยงภูภูมิขมวดอย่างสงสัยว่าเหตุใดเจ้าสาวของเขาถึงเป็นเธอคนนี้ไม่ใช่ผู้หญิงที่เขารัก
“นี่มันอะไรกัน” พ่อเลี้ยงภูภูมิเข็นรถเข็นวิลแชร์ของตัวเองไปยังหญิงสาวที่อยู่ในชุดเจ้าสาวที่เดินเข้ามาพร้อมถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ แต่ไม่ได้เสียงดังมากมายเพราะแขกเหรื่อในงานค่อนข้างมาก
“คือหลิว”
“ฉันถามว่าเกิดอะไรขึ้นอิงฟ้าไปไหน”
“คุณฟ้าไปแล้วค่ะ” อิงไออุ่นก้มหน้าตอบด้วยอาการสั่นกลัว เธอยืนขาสั่นเพียงลำพังไม่มีใครเคียงข้างเธอสักคน ทุกคนปล่อยให้เธอเผชิญชะตากรรมเพียงลำพัง รถของที่บ้านนายกคนดังมาส่งเธอที่หน้างานและขับออกไป ทิ้งให้เธอต้องยืนสั่นอยู่ตรงนี้
“อิงฟ้าไปไหน”
“มะ...ไม่ทราบค่ะ” เสียงตะกุกตะกักของอิงไออุ่นยังคงสั่นกลัวกับบุคคลตรงหน้าที่มองเธอด้วยดวงตาวาวโรจน์
“เกิดอะไรขึ้นลูก” คุณกรกนกรีบเข้ามาหาบุตรชายเมื่อรู้สึกว่าจะเกิดเรื่องราวสักอย่าง
“คือคุณฟ้าหายไปค่ะ” เด็กในไร่คนหนึ่งเป็นคนบอกแก่คุณกนกอรแทนเจ้าของไร่ที่ตอนนี้ใบหน้าบูดบึ้ง
“หายไปงั้นเหรอ แล้วหนูคนนี้”
“หนูเป็นคนในบ้านค่ะ พวกเขาให้หนูมาแต่งงานแทนคุณฟ้าค่ะ หนู....” และอิงไออุ่นก็เลือกจะบอกความจริงไปถึงสาเหตุที่เธอต้องมาสวมชุดเจ้าสาวในเวลานี้
“แล้วหนูไม่รู้เหรอว่าหนูฟ้าไปไหน” เสียงเอ่ยถามของคุณกร-กนกทำให้อิงไออุ่นยิ่งเกิดสั่นกว่าเดิม
“หนูไม่ทราบค่ะ” อิงไออุ่นยังคงก้มหน้าตอบด้วยอาการสั่นกลัว แม้ในใจจะพยายามระงับความกลัวแล้วก็ตาม
ขณะที่คนที่นั่งวิลแชร์นั้นเต็มไปด้วยความโกรธและมองคนตรงหน้าที่อยู่ในชุดเจ้าสาวที่เขาสั่งตัดพิเศษให้เจ้าสาวที่เขารักอย่างแค้นเคือง
“เอาไงดีลูก แขกมาเยอะขนาดนี้ แม่ว่าแต่งก่อนไหม” คุณกร-กนกเอ่ยขึ้นอย่างถามความเห็นบุตรชายที่ตอนนี้ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เธอรู้ว่าบุตรชายนั้นรักหญิงคนรักมาก รักจนยอมทำทุกอย่าง แม้เธอจะไม่ได้อยู่กับบุตรชาย แต่เธอก็พอรู้เรื่องราวที่นี่ดี
ใจของพ่อเลี้ยงภูภูมินั้นอยากจะยกเลิกงานแต่งแล้วออก ตามหาคนรักเขาเหลือเกินเพราะเชื่อว่าเธอรักเขาและไม่มีวันหนีเขาไปเช่นนี้ สายตาไม่พอใจจึงมองคนที่กล้าสวมใส่ชุดเจ้าสาวพร้อมที่จะทำลายล้าง แต่เมื่อตอนนี้เพื่อกู้หน้าตัวเองเพราะแขกที่มาในงานล้วนเป็นแขกที่เขาเชิญมาเขาจึงจำต้องเข้าพิธีวิวาห์กับผู้หญิงคนนี้
พิธีแต่งงานผ่านไปอย่างฝืดเคืองแม้แขกในงานจะสงสัยถึงตัวเจ้าสาวที่ถูกเปลี่ยนแต่ก็ไม่มีใครกล้าถามอะไรจนงานต่าง ๆ จบลงด้วยใบหน้าบึ้งตึงของคนเป็นเจ้าบ่าวที่นั่งวิลแชร์ เจ้าบ่าวรูปหล่อ มีฐานะร่ำรวย มีความรักที่สวยงาม และกำลังแต่งงานกับผู้หญิงที่เขารักวาดฝันถึงการมีลูกกับเธอ แต่ทุกอย่างกลับพังทลายเมื่อคนที่เขารักและไว้ใจไม่ได้เข้าพีวิวาห์ในครั้งนี้ แต่กลับเป็นใครก็ไม่ทราบที่มาเข้าพิธีแทน
เขามันโง่เองสินะ ที่หลงเชื่อใจคิดว่าเธอรักผู้ชายพิการเช่นเขาและพร้อมเคียงข้างเป็นภรรยาเขา โง่ซ้ำโง่ซ้อน ให้ผู้หญิงหลอก เพราะคิดว่าเธอยังอยู่กับเขาไม่ทิ้งเขาไปไหน เคียงข้างเขาแม้เขาจะพิการ เขาจึงรักเธอมากกว่าเดิม แต่ที่ไหนได้เธอตั้งใจหลอกเอาเงินเขาเพราะใช้ความโง่ของเขามาหลอกเอาทุกอย่างไป เป็นถึงพ่อเลี้ยงที่ได้รับการขนานนามว่าเก่ง แต่สุดท้ายก็ตกม้าตายเพราะผู้หญิง
พิเศษ 3“เมียจ๋า อย่าเดินมากสิ กำลังท้องอยู่นะ”และเมื่อผู้เป็นสามีรู้ว่าเธอตั้งครรภ์เขาแทบจะไม่ปล่อยให้เธอได้คลาดสายตาแม้กระทั่งไปมหาวิทยาลัยเขาก็ไม่อยากให้เธอไปเรียนเพราะเธอกำลังตั้งครรภ์อ่อน จึงอยากให้เธอหยุดเรียนไปก่อนและคนเป็นภรรยาก็ไม่อยากให้สามีเป็นกังวลจึงหยุดเรียนตามที่เขาต้องการ คราแรกคิดว่าเธอจะไปเรียนได้ แต่เธอลืมคิดไปว่าสามีเธอนั้นห่วงเธอยิ่งกว่าอะไร เขาไม่มีทางยอมให้เธอไปเรียนขณะที่ตั้งครรภ์แน่นอน“หนูเดินเพื่อออกกำลังกายนะคะ อย่ากังวลเลยค่ะ”“ไม่ได้สิพี่เป็นห่วง”และตั้งแต่ที่ภรรยาตั้งครรภ์พ่อเลี้ยงหนุ่มก็แทบจะไม่ปล่อยให้ภรรยาไปไหนเพียงลำพัง เขาจะตามประกบภรรยาตลอดเวลา และตอนนี้ภรรยาเขาอยู่ในช่วงที่แพ้ท้องเธอจะอาเจียนและเหม็นอาหาร นี่คือสิ่งที่เขาเป็นห่วงแต่สิ่งหนึ่งที่เธอชอบทำคือการออดอ้อนและซบใบหน้าลงที่อกเขาอาการเธอจะดีขึ้นซึ่งเป็นสิ่งที่เขาชอบมากเหลือเกิน เขาอยากให้เธอ ออดอ้อนออเซาะเขาแบบนี้ตลอด เขาไม่เคยรำคาญเลยสักนิดกลับชอบเสียด้วยซ้ำ“อยากทานอะไรไหมเด็กดี”และเสียงทุ้มก็เอ่ยถามภรรยาสาวในอ้อมแขนที่กำลังซบกับอกของเขา ตอนนี้อายุครรภ์ของเธอใหญ่ขึ้นและเขาก็ดูแลเธออย
พิเศษ 2“เหนื่อยไหม”หลังจากที่รับแขกเรียบร้อยแล้ว ผู้เป็นสามีก็เอ่ยถามภรรยาสาวอย่างเป็นห่วง หลังจากที่ต้องเดินรับแขกกับเขาไปทั่วงานและยังต้องสวมใส่ส้นสูงอีกด้วย“ไม่ค่ะ”ใบหน้าสวยใสของภรรยาสาวตอบผู้เป็นสามีด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะตักอาหารว่างป้อนให้เขาด้วยความเคยชิน วันนี้เธอและเขาเพิ่งทานอาหารไปมื้อเดียว เนื่องจากว่าตอนเช้าตรู่ก่อนจะออกมาที่งานมัวแต่ทำกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ที่สามีเรียกร้องจนทำให้ออกจากบ้านช้าไปกว่าชั่วโมง แถมช่างแต่งหน้าและช่างทำผมยังต้องรอเธออีก เพราะความหื่นกามของเขาคนเดียว ทั้ง ๆ ที่เมื่อคืนนั้นเขาก็ตักตวงไปเยอะมากแล้ว“เด็กดีทานข้าวบ้าง เดี๋ยวจะเป็นลมอย่ามัวแต่ป้อนผัว”คำสรรพนามที่เขาเรียกแทนตัวเองเธอไม่ค่อยชินเสียเท่าไร ยามที่อยู่กันสองคนเขาจะใช้คำนี้เสมอ ใหม่ ๆ เธอก็เคือง ๆ หูเช่นกัน แต่ตอนนี้เริ่มชินไปเสียแล้วเมื่อเขาจะเรียกเช่นนี้แล้วเธอจะห้ามอย่างไร ในเมื่อมันก็เป็นความจริงที่เขาเป็นสามีและภาษาชาวบ้านเราก็คือผัว แม้มันจะฟังดูหยาบ ๆ ไปบ้างก็ตามส่วนสรรพนามที่เขาเรียกเธอก็จะเป็นเด็กดีบ้าง ที่รักบ้างเมียจ๋าบ้างแล้วแต่ว่าจะอยู่ในช่วงอารมณ์ไหน สถานการณ์ใด ยามบนเตีย
พิเศษ 1ข่าวการหมั้นหมายและพิธีแต่งงานอย่างเรียบง่ายของพ่อเลี้ยงหนุ่มหล่อและเด็กสาวข้างกายดังไปทั่วเมืองเชียงใหม่ เป็นงานมงคลสมรสที่เรียบง่าย แต่ถูกกล่าวขานไปทั่วเพราะภาพในงานพิธีที่แสนอบอุ่นเต็มไปด้วยความน่ารัก และสื่อถึงความรักที่ทั้งสองมีให้แก่กัน ภาพที่พ่อเลี้ยงหนุ่มหล่อยืนในชุดเจ้าบ่าวสีครีมกับเจ้าสาวตัวเล็กที่สวมใส่ ชุดไทยสีเดียวกันถูกเผยแพร่ลงตามสื่อต่าง ๆ อย่างต้องการประกาศให้คนรู้ว่าพ่อเลี้ยงหนุ่มหล่อมีเจ้าของแล้วนั่นเองแต่พ่อเลี้ยงหนุ่มไม่คิดเช่นนั้นการที่เขาลงภาพงานแต่งงานที่ หวานชื่นนั้นเพื่อต้องการประกาศความเป็นเจ้าของว่าเด็กสาวมีสามีแล้วนั่นเองเพื่อป้องกันว่าใครจะมาสนใจเธอ เพราะเขาหวงและนับวันจะ เพิ่มมากขึ้นเขาจึงต้องรีบจัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุด และก็รับเธอมาเป็นอัศวหิรัญอย่างเต็มตัว“เธอคืออัศวหิรัญแล้วนะ ตอนนี้เธอคือภรรยาฉัน เป็นของฉันใครจะมาจีบเธอบอกไปเลยว่าสามีแล้ว สามีหวงมากด้วย”ในค่ำคืนเข้าหอสามีหนุ่มโอบกอดภรรยาสาวในบ้านสวนท้ายไร่ที่ถูกจัดให้เป็นเรือนหอสำหรับเขาและภรรยาสาวตัวน้อย ท่ามกลาง ความมืดที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติและเสียงแมลงยามค่ำคืน หิ่งห้อย
47 จบ“พ่อเลี้ยงจะเดินได้คล่องแล้ว”หลังจากกลับถึงบ้านอิงไออุ่นก็ทำหน้าที่ของตัวเองพาพ่อเลี้ยงฝึกเดินและเป็นที่น่ายินดีว่าพ่อเลี้ยงสามารถประคองตัวเองเดินได้มากขึ้นโดยไม่ต้องใช้ไม้ช่วยพยุง ใบหน้าของเธอจึงเต็มไปด้วยความดีใจ“ฉันก็ไม่คิดว่าฉันจะกลับมาเดินได้อีกครั้ง”พ่อเลี้ยงหนุ่มก็ไม่คิดว่าวันนี้ตัวเขาจะสามารถกลับมาเดินได้“พ่อเลี้ยงไม่เหมาะนั่งวิลแชร์ หนูบอกแล้วว่าพ่อเลี้ยงต้องเดินได้”“ขอบคุณนะที่อยู่ข้างฉันตลอด”“หนูจะเป็นขาเป็นแขนให้พ่อเลี้ยงเอง ถ้าพ่อเลี้ยงเดินไม่ได้หนูก็จะเป็นขาให้พ่อเลี้ยง วันนี้พ่อเลี้ยงเดินได้แล้วหนูก็จะเป็นเพื่อนเดินไปกับพ่อเลี้ยง” คำพูดที่จริงใจไม่เสแสร้งเอ่ยออกมา ทำให้เขามองเธอด้วย แววตาพิเศษ“ฉันจะต้องมีเธอเดินไปกับฉันตลอดชีวิต”“แน่นอนพ่อเลี้ยงต้องมีหนูเดินไปด้วยแน่นอนค่ะ”ขณะที่เธอตอบเขาเธอไม่ได้เอะใจกับประโยคของเขาเพราะเธอกำลังให้ความสนใจกับการนวดเท้าของเขาอยู่สองอาทิตย์ผ่านไปวันนี้เป็นวันหยุดของเธอ เขาจึงเอ่ยชวนเธอเพื่อไปทำธุระบางอย่างที่สำคัญที่สุด“พาฉันไปท้ายไร่หน่อย”“ไปทำไมคะ”“ไปดูที่สักหน่อย”“ได้ค่ะ”“ฉันซื้อชุดมาให้เธอ ไม่รู้ใส่ได้ไหม ไปล
46และนักศึกษาปีที่หนึ่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็ได้เข้าเรียนเป็น วันแรกโดยมีพ่อเลี้ยงหนุ่มไปส่งถึงมหาวิทยาลัย เขาไม่ยอมให้เธออยู่หอพักเขาจะเป็นคนรับส่งเธอเอง แม้ระยะทางระหว่างไร่กับมหาลัยจะห่างกันหลายกิโลแต่มันไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา และหากวันไหนที่เธอต้องทำงานดึกเขาก็เตรียมที่พักให้เธอแล้วเป็นคอนโดใกล้ ๆ มหาวิทยาลัยแห่งนี้หรือจะเป็นโรงแรมของเขาที่เขาเป็นเจ้าของ ซึ่งตอนนี้เขากำลังสร้างโรงแรมสาขาที่สองเป็นโรงแรมระดับห้าดาวในตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเขาเคยบอกแล้วว่าเขาไม่ได้มีแค่ไร่ภูภูมิเพียงอย่างเดียวธุรกิจของเขามีอีกมากมาย เพียงแค่คนภายนอกไม่รู้เท่านั้น และโรงแรมสาขา ที่สองจะเปิดใช้งานได้อีกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า“ตั้งใจเรียนเลิกเรียนฉันจะมารับ”“พ่อเลี้ยงไม่ต้องลำบากก็ได้นะคะ หนูนั่งรถแดงได้”“ไม่ต้องเถียงไปเรียนได้แล้ว”“ค่ะ สวัสดีค่ะ อ่อ พ่อเลี้ยงอย่าลืมทานข้าวให้ตรงเวลา ทานยาให้ครบด้วยนะคะ อย่าหักโหมอย่าเดินมาก และอย่าแอบชิมไวน์เด็ดขาดและ…”เด็กสาวกำลังย้ำเตือนพ่อเลี้ยงหนุ่มเป็นรอบที่เท่าไรก็จำไม่ได้ เพราะวันนี้จะเป็นวันแรกที่เธอจะห่างกายเขาหลายชั่วโมงเธอจึงต้องย้ำให้เขาไม่ล
45และสุดท้ายศาลตัดสินให้อิงฟ้าแพ้คดีและชดใช้ค่าเสียหายที่พ่อเลี้ยงหนุ่มเรียกร้องและคืนสินสอดทั้งหมดให้เขาและข่าวนี้ดังไปทั่วจังหวัดและถูกสื่อนำไปเผยแพร่จนอิงฟ้าแทบจะไม่อยากพบเจอผู้คน อีกทั้งเวลานี้บิดาของเธอก็กำลังถูกดำเนินคดีมากมาย ถูกปลดออกจากตำแหน่งนายกอบจ.ขณะที่ชีวิตของอิงไออุ่นกำลังดีขึ้น เธอกำลังจะเตรียมเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อทำตามความฝันของตัวเอง เป็นนักศึกษาปีที่หนึ่งของมหาวิทยาลัยดัง รอยยิ้มเกิดขึ้นใบหน้าอย่างภาคภูมิใจ“แม่ขา หนูกำลังจะเรียนได้ทำตามความฝันของหนูแล้วนะคะ แม่รอดูความสำเร็จของหนูด้วยนะคะ”ใบหน้าสวยสดใสมองรูปถ่ายมารดาพร้อมเอ่ยกล่าวถึงสิ่งที่เธอกำลังทำ“คนพวกนั้นเขาได้รับกรรมที่ตัวเองทำแล้วนะคะ หนูไม่อยาก จองเวรพวกเขาไปมากกว่านี้แล้ว”ตอนนี้เธอกำลังละทิ้งความโกรธความเกลียดเพื่อเริ่มต้นใหม่กับชีวิตของตัวเองที่กำลังดีขึ้น“แม่หนูคิดถึงแม่นะคะ…อุ๊บ”ขณะที่อิงไออุ่นพูดไม่ทันจบประโยคอาการบางอย่างที่กำลังตีขึ้นมาที่คอหอยจนเธอต้องวิ่งเข้าห้องน้ำทันทีทันใด“แหวะ แหวะ” เสียงอาเจียนของเธอดังไปทั่วห้องนอนจนคนที่ทำงานอยู่ในห้องทำงานต้องรีบเดินออกมาดูโดยมีไม้เท้าสามขาพยุงเข







