Share

บทที่ 4

Penulis: ลิตเติ้ลชูการ์
“ตระกูลโจว?” เจียงหร่านพูดซ้ำอีกครั้ง

“ใช่ ตระกูลโจว หลังจากนี้ก็คือบ้านของคุณ”

เจียงหร่านเงียบไม่กี่วินาที โจวซุนคือพ่อแท้ๆ ของเธอ มรดกแสนล้านตกเป็นของเธอ ช้าเร็วก็ต้องกลับตระกูลโจวอยู่แล้ว เธอหนีไม่พ้น และไม่จำเป็นต้องหนีด้วย

เจียงหร่านพยักหน้า “ก็ดีเหมือนกัน ในเมื่อเป็นบ้านของฉัน ยังไงก็ควรไปดูด้วยตัวเอง”

สิ่งที่จะมาถึง ช้าเร็วก็ต้องมาถึง

ระหว่างทาง ลุงหลีเล่าสถานการณ์ปัจจุบันของตระกูลโจวให้เจียงหร่านฟังคร่าวๆ

ธุรกิจตระกูลโจวยิ่งใหญ่มาก ทรัพย์สินส่วนใหญ่อยู่ในมือโจวซุน ทรัพย์สินส่วนน้อยอยู่ในมือคุณท่านโจวกับพี่ชายโจวซุน

ตอนนี้มรดกทั้งหมดของโจวซุนอยู่ในมือเจียงหร่านแล้ว ซึ่งหมายความว่าเจียงหร่านเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของโจวซื่อกรุ๊ป

ตอนนี้คุณท่านโจวพักรักษาตัวอยู่ที่ต่างประเทศ ปัจจุบันเหยียนหมิงเถาภรรยาของโจวซุน เป็นผู้ดูแลงานของตระกูลแทน ส่วนบริษัทมีลูกบุญธรรมอย่างโจวเฮ่าจิงเป็นผู้รับผิดชอบ

หลังผ่านไปหนึ่งชั่วโมง รถยนต์โรลส์-รอยซ์รุ่นฐานล้อยาวขับเข้ามาในคฤหาสน์ตระกูลโจว

เขตคฤหาสน์กินพื้นที่กว่าพันตารางเมตร ดูโอ่อ่าและน่าเกรงขามมาก จากเขตสวนในคฤหาสน์ไปถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ ขับรถเกือบสิบกว่านาที

รูปแบบสิ่งก่อสร้างของคฤหาสน์ตระกูลโจวก็อลังการกว่าคฤหาสน์หรูทั่วไป ราวกับว่าแม้แต่อิฐใต้เท้าเพียงก้อนเดียวก็มีมูลค่ามหาศาล

เจียงหร่านมาสถานที่หรูหราโอ่อ่าแบบนี้เป็นครั้งแรก ถ้าบอกว่าไม่ประหม่าก็โกหก แต่เธอก็พยายามนิ่งอย่างถึงที่สุด

ลุงหลีพาเธอมาที่ห้องรับแขกของอาคารหลังใหญ่ ประตูบานใหญ่ที่หนาและหนักโดนสาวใช้เปิดออก ข้างหน้าหน้าต่างบานใหญ่ เงาคนที่ดูสง่างามและภูมิฐานปรากฏตรงหน้า

คนรับใช้สองคนยืนอยู่ข้างหญิงวัยกลางคน บนโซฟามีชายหนุ่มสวมสูทสุดเนี๊ยบนั่งอยู่หนึ่งคน

พอเห็นเจียงหร่าน หญิงวัยกลางคนกวาดตามองเธอไม่กี่วินาที แล้วเดินมาหา

ลุงหลีพูดแนะนำให้เจียงหร่านรู้จักด้วยเสียงเบา ผู้หญิงตรงหน้าคือเหยียนหมิงเถา ภรรยาของโจวซุน

ผู้ชายที่นั่งอยู่บนโซฟาคือโจวเฮ่าจิง ลูกบุญธรรมของโจวซุนกับเหยียนหมิงเถา พี่ชายในนามของเจียงหร่าน

เหยียนหมิงเถาช้อนตามอง ลุงหลีพาทุกคนออกไป ทันใดนั้น ในห้องรับแขกขนาดใหญ่เหลือเพียงเจียงหร่านกับเหยียนหมิงเถาและลูกชาย

“เธอชื่อเจียงหร่านเหรอ?”

เจียงหร่านพยักหน้า แม้หญิงวัยกลางคนยิ้มอยู่ แต่เธอสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายไม่เป็นมิตร

“นั่งสิ ไหนๆ ก็กลับมาแล้ว ไม่ต้องเกร็งหรอก”

หลังจากเหยียนหมิงเถาพูดออกมา โจวเฮ่าจิงก็พูดกับเจียงหร่านเช่นกัน แม้น้ำเสียงของเขาสุภาพ แต่ก็ดูห่างเหินด้วย

เจียงหร่านมองทั้งสองคน แล้วนั่งตรงมุมโซฟาฝั่งตรงข้าม “ป้าเหยียน คุณเรียกฉันมา......”

“สรุปสั้นๆ เลยละกัน ที่ฉันเรียกเธอมาวันนี้ เพราะต้องการให้เธอสละสิทธิ์สืบทอดมรดกบางส่วน”

เหยียนหมิงเถาพูดตัดบทเจียงหร่านทันที

เธอมองโจวเฮ่าจิง ชายหนุ่มเอาเอกสารที่เตรียมไว้วางข้างหน้าเจียงหร่าน

“คุณเจียง พ่อฉันเสียชีวิตกะทันหัน เธอสืบทอดมรดกทั้งหมดที่อยู่ภายใต้ชื่อพ่อฉัน แต่ยกสิทธิ์บริหารบริษัทให้เธอไม่ได้ หวังว่าเธอจะเข้าใจ เราจะจ่ายเงินสดห้าร้อยล้านเป็นการชดเชยให้เธอ”

โจวเฮ่าจิงเสียงเฉยเมย ราวกับไม่ใช่การปรึกษา แต่เป็นการแจ้งให้ทราบ

เจียงหร่านชะงักเล็กน้อย แล้วหยิบเอกสารขึ้นมาดู

“ยินยอมสละหุ้นทั้งหมดของตระกูลโจว สิทธิ์บริหารบริษัท รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ภายใต้ชื่อตระกูลโจวทั้งหมด......”

เหยียนหมิงเถาหยิบแก้วชาขึ้นมาจิบ

“ฉันสืบประวัติเธอมาแล้ว แม่เธอกับอาซุนมีความสัมพันธ์แบบฉาบฉวย คิดไม่ถึงว่าจะมีเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ ถูกทิ้งไว้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งแต่สามขวบ ลำบากลำบนมาหลายปี

“เงินห้าร้อยล้านถือว่าไม่น้อยสำหรับเธอ แต่ทายาทตระกูลโจว ต้องไม่ใช่ลูกนอกสมรสที่เร่ร่อนอยู่ข้างนอก ฉันหวังว่าเธอจะรู้ตัวเองในจุดนี้

“แต่ไม่ว่ายังไงเธอก็เป็นลูกของอาซุน เป็นสายเลือดตระกูลโจวของเรา หลังจากนี้เธอยังเป็นคุณหนูในนามของตระกูลโจว ต้องการความช่วยเหลืออะไรบอกฉันได้เลย”

หญิงวัยกลางคนพูดอย่างสุขุมเยือกเย็น ราวกับแน่ใจว่าเจียงหร่านไม่กล้าปฏิเสธ

เจียงหร่านวางเอกสารอย่างไม่สะทกสะท้าน แล้วช้อนตามองเหยียนหมิงเถาอีกครั้ง

หญิงวัยกลางคนหน้าตาสะสวย ดูแลรักษาผิวพรรณเป็นอย่างดีด้วย แทบเดาอายุไม่ออกเลย

“คุณเจียง ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็เซ็นชื่อได้เลย”

โจวเฮ่าจิงดันปากกาบนโต๊ะไปทางเจียงหร่านอีกครั้ง

“ฉันปฏิเสธ”

เจียงหร่านเดาได้นานแล้วว่าตระกูลโจวไม่มีทางยอมรับ 'ลูกนอกสมรส' อย่างเธอง่ายๆ ที่บอกว่าปรึกษา ก็แค่การแย่งชิงทรัพย์สินโดยใช้อำนาจข่มขู่

เจียงหร่านเงียบไม่กี่วินาที แล้วพูดออกมาเสียงเรียบ

เจียงหร่านพูดต่อด้วยเสียงขรึม “ป้าเหยียนบอกว่าฉันเป็น 'ลูกนอกสมรส' แต่กฎหมายยอมรับแค่ความสัมพันธ์ทางสายเลือดเท่านั้น อีกทั้งพ่อเป็นฝ่ายทิ้งพินัยกรรมไว้ แต่งตั้งทนายขึ้นมาเอง และให้ฉันเซ็นเอกสารสืบทอดมรดก พินัยกรรมของพ่อฉันกับผล DNA ยืนยันได้ว่าฉันคือทายาทตามกฎหมาย”

สีหน้าเหยียนหมิงเถาเคร่งขรึมทันที เธอมองเจียงหร่านอย่างละเอียดอีกครั้ง เหมือนเจออะไรแปลกใหม่อย่างไรอย่างนั้น

เธอไม่เคยคิดว่าเจียงหร่านจะปฏิเสธ

“เจียงหร่าน เธอควรรู้ว่าเธอเป็นแค่ลูกนอกสมรส ถึงยกธุรกิจตระกูลโจวให้เธอ เธอก็ไม่มีความสามารถรับช่วงต่อ”

เหยียนหมิงเถาอดแสยะยิ้มไม่ได้

โจวเฮ่าจิงประหลาดใจเล็กน้อยเช่นกัน รู้ไหมว่าทั้งเมืองไห่ ยังไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธแม่ของเขา

“คุณเจียง เธออาจเข้าใจผิด นี่ไม่ใช่การปรึกษา ตระกูลโจวเป็นตระกูลใหญ่ ซับซ้อนกว่าครอบครัวทั่วไปในความเข้าใจของเธอเยอะมาก การตัดสินใจของเธอจะส่งผลต่อทั้งตระกูล แน่นอนว่าเธอเพียงคนเดียว ไม่สามารถต้านทานทั้งตระกูลโจวได้อยู่แล้ว”

คำพูดของโจวเฮ่าจิงค่อนข้างชัดเจน เขากลัวเจียงหร่านไม่เข้าใจ

แต่เจียงหร่านเข้าใจเป็นอย่างดี สองคนนี้แค่กำลังใช้วิธีกดดันตัวเอง

คนรวยมีอำนาจแบบพวกเขา ใช้อำนาจรังแกคนอื่นจนชิน ต้องดูหมิ่นเธออยู่แล้ว คิดว่าเงินห้าร้อยล้านสามารถกำจัดเธอได้

แต่เจียงหร่านดันเป็นคนหัวดื้อ ชอบให้ใช้ไม้อ่อน

“คุณโจวบอกว่าไม่ใช่การปรึกษา แต่เป็นการแจ้งให้ทราบ? น่าเสียดายจัง สิทธิ์สืบทอดมรดกทางกฎหมาย ไม่สามารถเป็นโมฆะเพราะคำพูดเพียงประโยคเดียว”

“สองสามวันนี้ฉันได้ศึกษาประเภททรัพย์สิน โครงสร้างผู้ถือหุ้นของโจวซื่อมาแล้ว อสังหาริมทรัพย์หลักมูลค่าห้าแสนล้าน รายได้ต่อปีของกลุ่มบริษัทเสถียรอยู่ที่สี่แสนล้าน คุณใช้เงินห้าร้อยล้าน 'ชดเชย' ให้ฉัน คำนวณดูแล้ว พอซื้อได้แค่กรรมสิทธิ์ร้านค้าริมทางของกลุ่มบริษัทแค่ร้านเดียว ห้าร้อยล้านกับห้าแสนล้าน ฉันแยกแยะออกนะ นี่ไม่ใช่การชดเชย แต่เป็นการปล้นซึ่งหน้าต่างหาก”

เจียงหร่านยิ้มบางๆ หลังพูดจบก็ปิดเอกสาร คืนให้โจวเฮ่าจิงในสภาพเดิม

“......”

เหยียนหมิงเถากับโจวเฮ่าจิงสบตากัน รู้สึกเหนือความคาดหมายเล็กน้อย

“ถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อน ไม่ว่าจะยึดตามกฎหมายหรือว่าตามกฎเกณฑ์ คุณโจวเฮ่าจิงเป็นลูกบุญธรรมของพ่อฉัน สิทธิ์สืบทอดมรดกตามกฎหมายรองจากฉันอยู่แล้ว อย่าบอกนะว่าตระกูลโจวจะให้ลูกบุญธรรมที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด มาสืบทอดมรดกของพ่อฉัน?”

เจียงหร่านพูดจบแล้วหันหลังเดินออกไป

จนเธอผลักประตูบานใหญ่ เหยียนหมิงเถาถึงส่งสายตาให้โจวเฮ่าจิง โจวเฮ่าจิงพูดเสียงขรึมทันที “หยุด”

บอดี้การ์ดทั้งสองแถวเตรียมพร้อมรอคำสั่งอยู่นอกห้องรับแขก เจียงหร่านกวาดตามองแล้วรู้ทันทีว่าวันนี้คงไม่ได้ออกไปง่ายๆ

เธอไม่ได้ทำอะไร แค่ช้อนตามองเหยียนหมิงเถา “ป้าเหยียนจะใช้กำลังบังคับให้ฉันยอมแพ้เหรอ?”

เหยียนหมิงเถาแสยะยิ้ม เสียงยังดูหมิ่นเหมือนเดิม “เจียงหร่าน เธออาจยังไม่รู้จักนิสัยฉัน ฉันเตือนเธอไว้ก่อน ทางที่ดีควรคุยกันตอนที่ฉันยังมีความอดทนอยู่”

โจวเฮ่าจิงลุกขึ้นแล้วเดินมาใกล้ รูปร่างสูงใหญ่มาพร้อมกับความรู้สึกกดดัน เบะปากเล็กน้อย “ถ้าคุณเจียงไม่พอใจ เสนอตัวเลขมาได้เลย”

เจียงหร่านสบตาเขา ไม่ถอยหลังแม้แต่น้อย น้ำเสียงเด็ดขาด “พวกนายให้ตัวเลขที่ฉันต้องการไม่ได้หรอก มรดกแสนล้านที่พ่อทิ้งไว้ให้ฉัน ห้ามขาดแม้แต่แดงเดียว”

“งั้นเราคงต้องขัดใจเธอแล้วล่ะ” โจวเฮ่าจิงขมวดคิ้ว เจตนาร้ายในดวงตาเผยออกมาอย่างชัดเจน

เมื่อสิ้นเสียง บอดี้การ์ดด้านหลังเจียงหร่านก้าวมาข้างหน้าเล็กน้อย ท่าทางน่ากลัวมาก

เหยียนหมิงเถาหันหลังเดินไปทางหน้าต่างบานใหญ่ ประตูห้องรับแขกค่อยๆ ปิดลง—

เจียงหร่านยืดหลังตรง มองคนที่เข้ามาใกล้ด้วยสายตาเย็นชา

ขณะนั้นเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้นที่ทางเดิน

ชายสวมสูทสีดำขลับสิบกว่าคนก้าวเข้ามา คนที่ตามหลังพวกเขามายังมีลุงหลีด้วย

โจวเฮ่าจิงชะงักไป แต่เห็นการแต่งกายของคนที่มา ในดวงตาเขาสั่นไหว หันไปมองเหยียนหมิงเถาทันที

“คุณนาย”

ลุงหลีวิ่งเหยาะๆ มาข้างเหยียนหมิงเถา เหมือนซุบซิบอะไรกัน สีหน้าของหญิงวัยกลางคนเปลี่ยนไปทันที “นายว่าอะไรนะ?”

“คุณท่านเพิ่งโทรมา ยืนยันแล้ว ตระกูลเจี่ยงเลือกคุณเจียงหร่านแล้ว”

เมื่อสิ้นเสียงลุงหลี ผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ทางฝั่งนี้เดินไปหาเจียงหร่าน

“สวัสดีครับ คุณคือคุณเจียงหร่านใช่ไหม?”

ตอนนี้เจียงหร่านยังตกใจอยู่ แม้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็พยักหน้า

“คุณผู้ชายของเราอยากดินเนอร์กับคุณคืนวันพรุ่งนี้ นี่คือนามบัตรของคุณผู้ชาย”

ผู้ชายยื่นนามบัตรสีดำปั๊มฟอยล์ทองให้เจียงหร่านด้วยสองมือ

เจียงหร่านเพิ่งรับนามบัตรมา ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก อีกฝ่ายก็พาคนออกไปแล้ว

เธอก้มมองนามบัตรอีกครั้ง บนบัตรอันงดงามมีเพียงชื่อกับเบอร์โทรศัพท์

—เจี่ยงอี้

หลังจากชายสวมสูทออกไป บอดี้การ์ดด้านหน้าเจียงหร่านก็มองโจวเฮ่าจิงอย่างขอความเห็น

โจวเฮ่าจิงลังเลเล็กน้อย เห็นเหยียนหมิงเถายกมือให้เขา เขาถึงพยักหน้าบอกให้ปล่อยไป

แม้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เจียงหร่านก็ไม่ได้อยู่ต่อ รีบออกไปทันที

เจียงหร่านเพิ่งก้าวออกไป โจวเฮ่าจิงรีบเดินกลับมาข้างเหยียนหมิงเถา “แม่ ปล่อยเธอไปแบบนี้เหรอ?”

“แล้วจะให้ทำยังไง? นายก็เห็นว่านั่นคือตระกูลเจี่ยง”

เหยียนหมิงเถาเสียงขรึม เล็บจิกเข้าไปในฝ่ามืออย่างแรง

เจียงหร่านเดินอย่างรวดเร็ว เพิ่งก้าวออกจากประตูคฤหาสน์ ก็เห็นขบวนรถค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไป

เป็นรถ MPV สีดำสองสามคัน ป้ายทะเบียนเมืองไห่ ขึ้นต้นด้วยตัว A

มีกระจกรถสีดำขลับกั้นอยู่ เจียงหร่านรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกอย่างประหลาด รู้สึกเหมือนมีสายตาจ้องตัวเองอยู่

“เจียงหร่าน”

เจียงหร่านหันไปมอง รถยนต์เบนท์ลีย์สีขาวขับมาข้างเธอตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้

กระจกรถเลื่อนลง ชายวัยกลางคนสวมชุดวอร์ม แต่งตัวสบายๆ ทักทายเจียงหร่าน

“ขอแนะนำตัวสักเล็กน้อย ฉันโจวเฟิ่งถัง ลุงคนโตของเธอ ขึ้นรถสิ ฉันไปส่ง”

เจียงหร่านมองอย่างละเอียด โครงหน้าของชายวัยกลางคนมีความคล้ายตัวเองจริงๆ

แต่นึกถึงสิ่งที่เจอเมื่อครู่ เธอเอ่ยเสียงเรียบ “ขอบคุณมาก ฉันกลับเองดีกว่า”

“ไม่ต้องกลัว ฉันไม่เหมือนกับคนในนั้น ฉันมาช่วยเธอโดยเฉพาะ”

เจียงหร่านไม่หยุดเดิน โจวเฟิ่งถังขับรถตามข้างๆ เธออย่างเชื่องช้า

เห็นเจียงหร่านไม่ไว้ใจตัวเองเลย ชายวัยกลางคนจำใจต้องพูดอีก

“จู่ๆ ลูกนอกสมรสอย่างเธอมาสืบทอดมรดกแสนล้าน ตระกูลไหนก็ไม่ปล่อยเธอไปหรอก”

“แต่เธอโชคดีมากที่ตระกูลเจี่ยงถูกใจเธอ ขอแค่พวกเธอแต่งงานทางธุรกิจสำเร็จ ฐานะของเธอในตระกูลโจวก็ไม่มีทางสั่นคลอน พวกเหยียนหมิงเถาทำอะไรเธอไม่ได้ด้วย”

ในที่สุดคำพูดของโจวเฟิ่งถังก็ดึงดูดความสนใจของเจียงหร่านได้

“แต่งงานทางธุรกิจอะไรกัน?”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 370

    ยิ่งไปกว่านั้น ระหว่างโจวเยี่ยนกับเหอหว่านก็มีอุปสรรคในความเป็นจริงอยู่ โจวเฟิ่งถังน่าจะไม่เห็นด้วยให้เหอหว่านกับโจวเยี่ยนคบกันโจวเยี่ยนเป็นคนรักเดียวใจเดียว กว่าจะวางความรู้สึกลงได้ไม่ง่ายเลย หากเหอหว่านปฏิบัติต่อเขาให้ดีไม่ได้...คนที่เจ็บปวดก็จะเป็นทั้งสองคนความรักนี่มันเป็นเรื่องแปลกจริง ๆไม่รักก็ไม่ได้ รักมากเกินไปก็ไม่ได้เจียงหร่านเองก็ยกแก้วขึ้นดื่มไปครึ่งแก้วเดิมทีเธอมาดื่มเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ แต่พอโดนเหอหว่านพาอารมณ์ไปด้วย เธอก็เริ่มอ่อนไหวตามไปด้วยบอกว่าจะดื่มแค่แก้วเดียว สุดท้ายเจียงหร่านก็ดื่มติดกันไปสามแก้วเหล้าที่เธอสั่งดีกรีไม่แรง เห็นว่าใกล้ได้เวลาแล้ว เธอจึงเรียกคนมาขับรถแทน ก่อนเดินไปเข้าห้องน้ำเหอหว่านฟุบอยู่บนโต๊ะ ถือโทรศัพท์ไว้พลางเลื่อนดูรายชื่อผู้ติดต่อแล้วนิ้วก็เลื่อนไปแตะที่เบอร์ของโจวเยี่ยนอีกครั้งทันใดนั้น เสียงเครื่องสั่นก็ดึงสติของเหอหว่านกลับมามือถือของเจียงหร่านวางอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอไม่ได้หยิบติดตัวไปด้วยเหอหว่านหรี่ตามอง เห็นชื่อสายเข้าเป็น "เจี่ยงอี้"ไม่นานหน้าจอก็ดับลง แต่ปลายสายไม่ยอมแพ้ โทรเข้ามาอีกครั้งติด ๆ กันเหอหว่านมีอา

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 369

    "นั่นก็เพราะฉันต้องแต่งงาน..." เหอหว่านพูดขึ้นมาอย่างขุ่นเคืองเรื่องนี้เธอก็พูดยากเหมือนกัน!ในพินัยกรรมของแม่มีอีกข้อหนึ่งระบุไว้ ขอเพียงเธอแต่งงาน ก็จะออกจากตระกูลเหอได้ทันที และรับมรดกส่วนหนึ่งที่คนตระกูลเหอเก็บรักษาไว้กลับคืนมาตอนนั้นเหอหว่านยังเด็ก ไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้พอโตขึ้น เธอถึงได้รู้ว่าแม่ผิดหวังในตัวเธอและไม่เชื่อมั่นในตัวเธอมากแค่ไหน ถึงได้ยกสิทธิ์ในการกำหนดชีวิตของเธอให้คนอื่นไม่ใช่ตระกูลเหอ ก็เป็นสามีราวกับถ้าไม่มีใครให้พึ่งพา เธอก็ไม่มีค่าพอจะอยู่ในสังคมนี้เหอหว่านเคยแค้นแม่มากเหมือนกัน หรือเพียงเพราะพ่อของเธอแย่ เธอจึงต้องแย่ตามไปด้วยงั้นเหรอ?ดังนั้นยิ่งแม่กำหนดตัวตนของเธอไว้แบบนั้น เธอก็ยิ่งปล่อยตัวเองให้ตกต่ำ ยิ่งไม่คิดจะขวนขวายถ้าอย่างนั้นก็เป็นคนเหลวแหลก เป็นโคลนเลน ให้ทุกคนด่าทอรังเกียจไปเสียเลยแต่หลายปีผ่านไป การแก้แค้นแบบคิดเองเออเองของเธอ ไม่อาจได้รับการตอบสนองหรือการเยียวยาอีกแล้ว ในใจเธอเหลือเพียงความเกลียดชังต่อตัวเอง ความผิดหวังที่แม่มีต่อเธอ ถูกเธอสลักลงไปในกระดูกและวิญญาณของตัวเองด้วยมือของเธอเอง"แต่งงาน?"เจียงหร่านดูเหมือนจะนึกอะไ

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 368

    "ใช่" เหอหว่านยังคงคาดคั้น เจียงหร่านจึงยอมพูดตรง ๆ "คุณเหอ ในเมื่อรู้อยู่แล้วจะถามทำไม ในเมื่อคุณไม่อยากติดหนี้บุญคุณ อีกฝ่ายก็ไม่อยากให้คุณติดหนี้บุญคุณ คุณก็ไม่ต้องถามแล้ว อีกอย่างตอนนี้คิดมากไปก็ไม่มีประโยชน์ สิ่งสำคัญที่สุดของคุณตอนนี้คือออกจากตระกูลเหอ ในเมื่อมีเป้าหมายแล้ว ก็ควรเติบโตขึ้นอย่างกล้าหาญ"ปกติเจียงหร่านไม่ค่อยชอบสั่งสอนคน อาจเป็นเพราะช่วงนี้สภาพจิตใจของตัวเองก็ไม่ค่อยดี คำพูดเลยออกแนวครูฝ่ายปกครองนิด ๆเหอหว่านไม่ถือสา ปกติเธอได้ยินคำพูดร้าย ๆ มามากแล้ว คำเตือนด้วยความหวังดีของเจียงหร่านแบบนี้ กลับทำให้รู้สึกอบอุ่นใจเธอยกเหล้าดื่มอึกใหญ่ "โจวเยี่ยนใช่ไหม เขารีบตอบแทนน้ำใจฉันขนาดนั้นเลยเหรอ?"เจียงหร่านรู้สึกหนักอึ้งในอก ก่อนจะตอบรับเบา ๆ "อืม เขาไม่ให้ฉันพูด คุณรู้ก็พอ"นิสัยตรงไปตรงมาของเหอหว่านทำให้คนอยู่ด้วยรู้สึกผ่อนคลายเจียงหร่านรับปากจะช่วยโจวเยี่ยนจริง แต่คำโกหกที่ปิดไม่มิดแบบนี้ เธอพูดต่อไม่ไหวแล้วครั้งนี้เหอหว่านช่วยโจวเยี่ยนไว้ แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังน่าอึดอัด โจวเยี่ยนไม่อยากออกหน้าเอง คิดว่าเหอหว่านคงไม่ยอมรับการดูแลจากเขาเจียงหร่านเป็นเ

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 367

    "ไม่เกินหนึ่งชั่วโมง"ก่อนออกไป เจียงหร่านส่งข้อความหาเจี่ยงอี้ บอกให้เขารีบพักผ่อน ไม่ต้องรอเธอ เธอจะอยู่กับเพื่อนสักพักแล้วค่อยกลับพอเห็นข้อความ เจี่ยงอี้ก็ตอบกลับแทบจะทันทีว่า "ได้"เจียงหร่านรู้สึกอึดอัดใจอยู่บ้างเจี่ยงอี้เฝ้ารอเธออยู่ตลอด เธอเองก็รู้สึกผิด แต่พอนึกถึงซูหนิง ก็เหมือนมีหนามเล็ก ๆ ทิ่มอยู่ในใจช่างเถอะ ให้เธอปรับอารมณ์ก่อนแล้วกัน จะได้ไม่กลับไปให้เจี่ยงอี้จับพิรุธได้และทำให้เขาเป็นห่วงเพิ่มเปล่า ๆอีกด้านหนึ่ง เจี่ยงอี้มองข้อความบนหน้าจอ แววตาก็ค่อย ๆ หม่นลง…………"ฉันจองห้องใหญ่ไว้ สำหรับสิบคน"ดึกแล้ว ที่เคาน์เตอร์ของร้านนั่งดื่มสไตล์ย้อนยุคแห่งหนึ่ง มีกลุ่มชายหญิงเดินเข้ามาคู่สามีภรรยาที่เดินนำหน้าเข้าไปสั่งพนักงาน เพื่อเปิดห้องส่วนตัวที่จองไว้พนักงานพาทุกคนเข้าไปในห้อง ส่วนสามีภรรยาคู่นั้นก็แยกไปคนละทาง ภรรยาพาเพื่อน ๆ เข้าไปก่อน ส่วนสามีเดินออกมารับคนที่หน้าประตู"พี่จี้หมิง"ฮั่วจี้หมิงกำลังยืนสูบบุหรี่อยู่หน้าประตู พอเห็นอีกฝ่ายเดินมา ก็รีบดับก้นบุหรี่ที่เหลืออยู่ทันทีเมื่อครู่นี้ทุกคนเพิ่งกินข้าวด้วยกันเสร็จ ตอนนี้เป็นรอบสอง จะมานั่งดื่ม ค

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 366

    เจียงหร่านรู้ว่าการพูดละเมอไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่ถึงอยากปล่อยมันผ่านไป แต่ในใจก็ยังปล่อยวางไม่ได้อยู่ดีแต่จะให้บอกเจี่ยงอี้ตรง ๆ ว่าเธอโกรธ เธอก็พูดไม่ออกเจียงหร่านรู้ดีว่าอีกฝ่ายจะมีปฏิกิริยาแบบไหน ทั้งกังวล ทั้งรู้สึกผิด แล้วก็ขอโทษไม่รู้จบอีกอย่าง...ต่อให้ในใจเขาจะมีที่ให้ซูหนิงจริง ๆ ...เขาก็คงไม่มีทางยอมรับออกมาตรง ๆ ใช่ไหม?เจียงหร่านลังเลอยู่นาน สุดท้ายก็ลุกเก็บของ เตรียมกลับแต่พอเปิดประตูห้องทำงานออกไป ก็เห็นเหอหว่านยืนอยู่หน้าประตูไม่รู้ว่าเธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ร่างทั้งร่างจมหายอยู่ในความมืดพอเจียงหร่านเดินออกมา ไฟทางเดินก็ติดขึ้นอัตโนมัติ เหอหว่านถึงค่อยเดินเข้ามาสองก้าวอย่างเก้ ๆ กัง ๆ"ทำไมคุณยังอยู่ล่ะ วันนี้เริ่มงานราบรื่นไหม?"เจียงหร่านเดินเข้าไปหาเหอหว่าน แล้วถามด้วยความเป็นห่วงเหอหว่านพยักหน้า "คุณจัดการไว้แล้ว ทุกอย่างก็ราบรื่น ทุกคนดีกับฉัน""เดี๋ยวก็มีอบรม คุณค่อย ๆ เรียนรู้ ไม่ต้องรีบ" เจียงหร่านปลอบสบาย ๆ "กลับด้วยกันไหม?"เหอหว่านตอบเพียง "อืม" พูดแค่นั้น แล้วก็เดินอยู่ข้างเจียงหร่านทั้งสองเดินเข้าไปในลิฟต์ด้วยกันตอนนี้คนในบริษัทกลับกัน

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 365

    ใบหน้าของชายหนุ่มมีโครงชัด ยิ่งมองนานก็ยิ่งหล่อเหลาแต่สำหรับเซี่ยหนาน ใบหน้านี้เป็นใบหน้าที่น่าชังเสมอบรรยากาศเงียบงัน โจวเฮ่าจิงจึงเปิดเพลงขึ้นมาตามสบายพอถึงท่อนฮุก เขาก็ฮัมตามอยู่สองสามท่อนเขาร้องเป็นภาษาอังกฤษ สำเนียงเป๊ะเหมือนเจ้าของภาษา เสียงทุ้มมีเสน่ห์ ฟังเพราะไม่แพ้นักร้องต้นฉบับแต่โจวเฮ่าจิงร้องอยู่ตั้งนาน เซี่ยหนานก็ไม่ตอบสนองเลยสักนิด"เซี่ยหนาน" ในที่สุดโจวเฮ่าจิงก็เรียกเธอ"หือ?" เซี่ยหนานไม่หันมา"ฉันร้องเพลงเพราะไหม?"พอดีรถแล่นผ่านแยกไฟแดง โจวฮ่าวจิงวางมือข้างหนึ่งบนพวงมาลัย อีกข้างแตะปลายจมูกเซี่ยหนานกดมุมปากลงเล็กน้อยนกยูงเริ่มรำแพนหางอวดแล้วเธอไม่ได้ตอบเขาตรง ๆ "ฉันชอบผู้ชายแบบคุณเจี่ยง"“?”โจวเฮ่าจิงขมวดคิ้วเหลือบมองเซี่ยหนาน เหมือนกำลังมองคนบ้า"เฮ้ ฉันถามว่า ฉันร้องเพลงเพราะไหม?"ในที่สุดเซี่ยหนานก็หันมามองโจวเฮ่าจิง "คุณโจวตามฉันมาถึงที่นี่ ช่วยฉันแก้สถานการณ์ ยังพยายามดึงความสนใจจากฉันอีก ไม่ใช่เพราะมีใจให้ฉันเหรอคะ? แต่ฉันบอกแล้วว่า ฉันกับคุณโจวไม่ใช่คนประเภทเดียวกัน และฉันไม่มีทางเป็นคนคุยคลุมเครือ หรือเป็นผู้หญิงที่คุณเอาไว้ระบายความใ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status