Share

บทที่ 4

Author: ลิตเติ้ลชูการ์
“ตระกูลโจว?” เจียงหร่านพูดซ้ำอีกครั้ง

“ใช่ ตระกูลโจว หลังจากนี้ก็คือบ้านของคุณ”

เจียงหร่านเงียบไม่กี่วินาที โจวซุนคือพ่อแท้ๆ ของเธอ มรดกแสนล้านตกเป็นของเธอ ช้าเร็วก็ต้องกลับตระกูลโจวอยู่แล้ว เธอหนีไม่พ้น และไม่จำเป็นต้องหนีด้วย

เจียงหร่านพยักหน้า “ก็ดีเหมือนกัน ในเมื่อเป็นบ้านของฉัน ยังไงก็ควรไปดูด้วยตัวเอง”

สิ่งที่จะมาถึง ช้าเร็วก็ต้องมาถึง

ระหว่างทาง ลุงหลีเล่าสถานการณ์ปัจจุบันของตระกูลโจวให้เจียงหร่านฟังคร่าวๆ

ธุรกิจตระกูลโจวยิ่งใหญ่มาก ทรัพย์สินส่วนใหญ่อยู่ในมือโจวซุน ทรัพย์สินส่วนน้อยอยู่ในมือคุณท่านโจวกับพี่ชายโจวซุน

ตอนนี้มรดกทั้งหมดของโจวซุนอยู่ในมือเจียงหร่านแล้ว ซึ่งหมายความว่าเจียงหร่านเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของโจวซื่อกรุ๊ป

ตอนนี้คุณท่านโจวพักรักษาตัวอยู่ที่ต่างประเทศ ปัจจุบันเหยียนหมิงเถาภรรยาของโจวซุน เป็นผู้ดูแลงานของตระกูลแทน ส่วนบริษัทมีลูกบุญธรรมอย่างโจวเฮ่าจิงเป็นผู้รับผิดชอบ

หลังผ่านไปหนึ่งชั่วโมง รถยนต์โรลส์-รอยซ์รุ่นฐานล้อยาวขับเข้ามาในคฤหาสน์ตระกูลโจว

เขตคฤหาสน์กินพื้นที่กว่าพันตารางเมตร ดูโอ่อ่าและน่าเกรงขามมาก จากเขตสวนในคฤหาสน์ไปถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ ขับรถเกือบสิบกว่านาที

รูปแบบสิ่งก่อสร้างของคฤหาสน์ตระกูลโจวก็อลังการกว่าคฤหาสน์หรูทั่วไป ราวกับว่าแม้แต่อิฐใต้เท้าเพียงก้อนเดียวก็มีมูลค่ามหาศาล

เจียงหร่านมาสถานที่หรูหราโอ่อ่าแบบนี้เป็นครั้งแรก ถ้าบอกว่าไม่ประหม่าก็โกหก แต่เธอก็พยายามนิ่งอย่างถึงที่สุด

ลุงหลีพาเธอมาที่ห้องรับแขกของอาคารหลังใหญ่ ประตูบานใหญ่ที่หนาและหนักโดนสาวใช้เปิดออก ข้างหน้าหน้าต่างบานใหญ่ เงาคนที่ดูสง่างามและภูมิฐานปรากฏตรงหน้า

คนรับใช้สองคนยืนอยู่ข้างหญิงวัยกลางคน บนโซฟามีชายหนุ่มสวมสูทสุดเนี๊ยบนั่งอยู่หนึ่งคน

พอเห็นเจียงหร่าน หญิงวัยกลางคนกวาดตามองเธอไม่กี่วินาที แล้วเดินมาหา

ลุงหลีพูดแนะนำให้เจียงหร่านรู้จักด้วยเสียงเบา ผู้หญิงตรงหน้าคือเหยียนหมิงเถา ภรรยาของโจวซุน

ผู้ชายที่นั่งอยู่บนโซฟาคือโจวเฮ่าจิง ลูกบุญธรรมของโจวซุนกับเหยียนหมิงเถา พี่ชายในนามของเจียงหร่าน

เหยียนหมิงเถาช้อนตามอง ลุงหลีพาทุกคนออกไป ทันใดนั้น ในห้องรับแขกขนาดใหญ่เหลือเพียงเจียงหร่านกับเหยียนหมิงเถาและลูกชาย

“เธอชื่อเจียงหร่านเหรอ?”

เจียงหร่านพยักหน้า แม้หญิงวัยกลางคนยิ้มอยู่ แต่เธอสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายไม่เป็นมิตร

“นั่งสิ ไหนๆ ก็กลับมาแล้ว ไม่ต้องเกร็งหรอก”

หลังจากเหยียนหมิงเถาพูดออกมา โจวเฮ่าจิงก็พูดกับเจียงหร่านเช่นกัน แม้น้ำเสียงของเขาสุภาพ แต่ก็ดูห่างเหินด้วย

เจียงหร่านมองทั้งสองคน แล้วนั่งตรงมุมโซฟาฝั่งตรงข้าม “ป้าเหยียน คุณเรียกฉันมา......”

“สรุปสั้นๆ เลยละกัน ที่ฉันเรียกเธอมาวันนี้ เพราะต้องการให้เธอสละสิทธิ์สืบทอดมรดกบางส่วน”

เหยียนหมิงเถาพูดตัดบทเจียงหร่านทันที

เธอมองโจวเฮ่าจิง ชายหนุ่มเอาเอกสารที่เตรียมไว้วางข้างหน้าเจียงหร่าน

“คุณเจียง พ่อฉันเสียชีวิตกะทันหัน เธอสืบทอดมรดกทั้งหมดที่อยู่ภายใต้ชื่อพ่อฉัน แต่ยกสิทธิ์บริหารบริษัทให้เธอไม่ได้ หวังว่าเธอจะเข้าใจ เราจะจ่ายเงินสดห้าร้อยล้านเป็นการชดเชยให้เธอ”

โจวเฮ่าจิงเสียงเฉยเมย ราวกับไม่ใช่การปรึกษา แต่เป็นการแจ้งให้ทราบ

เจียงหร่านชะงักเล็กน้อย แล้วหยิบเอกสารขึ้นมาดู

“ยินยอมสละหุ้นทั้งหมดของตระกูลโจว สิทธิ์บริหารบริษัท รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ภายใต้ชื่อตระกูลโจวทั้งหมด......”

เหยียนหมิงเถาหยิบแก้วชาขึ้นมาจิบ

“ฉันสืบประวัติเธอมาแล้ว แม่เธอกับอาซุนมีความสัมพันธ์แบบฉาบฉวย คิดไม่ถึงว่าจะมีเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ ถูกทิ้งไว้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งแต่สามขวบ ลำบากลำบนมาหลายปี

“เงินห้าร้อยล้านถือว่าไม่น้อยสำหรับเธอ แต่ทายาทตระกูลโจว ต้องไม่ใช่ลูกนอกสมรสที่เร่ร่อนอยู่ข้างนอก ฉันหวังว่าเธอจะรู้ตัวเองในจุดนี้

“แต่ไม่ว่ายังไงเธอก็เป็นลูกของอาซุน เป็นสายเลือดตระกูลโจวของเรา หลังจากนี้เธอยังเป็นคุณหนูในนามของตระกูลโจว ต้องการความช่วยเหลืออะไรบอกฉันได้เลย”

หญิงวัยกลางคนพูดอย่างสุขุมเยือกเย็น ราวกับแน่ใจว่าเจียงหร่านไม่กล้าปฏิเสธ

เจียงหร่านวางเอกสารอย่างไม่สะทกสะท้าน แล้วช้อนตามองเหยียนหมิงเถาอีกครั้ง

หญิงวัยกลางคนหน้าตาสะสวย ดูแลรักษาผิวพรรณเป็นอย่างดีด้วย แทบเดาอายุไม่ออกเลย

“คุณเจียง ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็เซ็นชื่อได้เลย”

โจวเฮ่าจิงดันปากกาบนโต๊ะไปทางเจียงหร่านอีกครั้ง

“ฉันปฏิเสธ”

เจียงหร่านเดาได้นานแล้วว่าตระกูลโจวไม่มีทางยอมรับ 'ลูกนอกสมรส' อย่างเธอง่ายๆ ที่บอกว่าปรึกษา ก็แค่การแย่งชิงทรัพย์สินโดยใช้อำนาจข่มขู่

เจียงหร่านเงียบไม่กี่วินาที แล้วพูดออกมาเสียงเรียบ

เจียงหร่านพูดต่อด้วยเสียงขรึม “ป้าเหยียนบอกว่าฉันเป็น 'ลูกนอกสมรส' แต่กฎหมายยอมรับแค่ความสัมพันธ์ทางสายเลือดเท่านั้น อีกทั้งพ่อเป็นฝ่ายทิ้งพินัยกรรมไว้ แต่งตั้งทนายขึ้นมาเอง และให้ฉันเซ็นเอกสารสืบทอดมรดก พินัยกรรมของพ่อฉันกับผล DNA ยืนยันได้ว่าฉันคือทายาทตามกฎหมาย”

สีหน้าเหยียนหมิงเถาเคร่งขรึมทันที เธอมองเจียงหร่านอย่างละเอียดอีกครั้ง เหมือนเจออะไรแปลกใหม่อย่างไรอย่างนั้น

เธอไม่เคยคิดว่าเจียงหร่านจะปฏิเสธ

“เจียงหร่าน เธอควรรู้ว่าเธอเป็นแค่ลูกนอกสมรส ถึงยกธุรกิจตระกูลโจวให้เธอ เธอก็ไม่มีความสามารถรับช่วงต่อ”

เหยียนหมิงเถาอดแสยะยิ้มไม่ได้

โจวเฮ่าจิงประหลาดใจเล็กน้อยเช่นกัน รู้ไหมว่าทั้งเมืองไห่ ยังไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธแม่ของเขา

“คุณเจียง เธออาจเข้าใจผิด นี่ไม่ใช่การปรึกษา ตระกูลโจวเป็นตระกูลใหญ่ ซับซ้อนกว่าครอบครัวทั่วไปในความเข้าใจของเธอเยอะมาก การตัดสินใจของเธอจะส่งผลต่อทั้งตระกูล แน่นอนว่าเธอเพียงคนเดียว ไม่สามารถต้านทานทั้งตระกูลโจวได้อยู่แล้ว”

คำพูดของโจวเฮ่าจิงค่อนข้างชัดเจน เขากลัวเจียงหร่านไม่เข้าใจ

แต่เจียงหร่านเข้าใจเป็นอย่างดี สองคนนี้แค่กำลังใช้วิธีกดดันตัวเอง

คนรวยมีอำนาจแบบพวกเขา ใช้อำนาจรังแกคนอื่นจนชิน ต้องดูหมิ่นเธออยู่แล้ว คิดว่าเงินห้าร้อยล้านสามารถกำจัดเธอได้

แต่เจียงหร่านดันเป็นคนหัวดื้อ ชอบให้ใช้ไม้อ่อน

“คุณโจวบอกว่าไม่ใช่การปรึกษา แต่เป็นการแจ้งให้ทราบ? น่าเสียดายจัง สิทธิ์สืบทอดมรดกทางกฎหมาย ไม่สามารถเป็นโมฆะเพราะคำพูดเพียงประโยคเดียว”

“สองสามวันนี้ฉันได้ศึกษาประเภททรัพย์สิน โครงสร้างผู้ถือหุ้นของโจวซื่อมาแล้ว อสังหาริมทรัพย์หลักมูลค่าห้าแสนล้าน รายได้ต่อปีของกลุ่มบริษัทเสถียรอยู่ที่สี่แสนล้าน คุณใช้เงินห้าร้อยล้าน 'ชดเชย' ให้ฉัน คำนวณดูแล้ว พอซื้อได้แค่กรรมสิทธิ์ร้านค้าริมทางของกลุ่มบริษัทแค่ร้านเดียว ห้าร้อยล้านกับห้าแสนล้าน ฉันแยกแยะออกนะ นี่ไม่ใช่การชดเชย แต่เป็นการปล้นซึ่งหน้าต่างหาก”

เจียงหร่านยิ้มบางๆ หลังพูดจบก็ปิดเอกสาร คืนให้โจวเฮ่าจิงในสภาพเดิม

“......”

เหยียนหมิงเถากับโจวเฮ่าจิงสบตากัน รู้สึกเหนือความคาดหมายเล็กน้อย

“ถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อน ไม่ว่าจะยึดตามกฎหมายหรือว่าตามกฎเกณฑ์ คุณโจวเฮ่าจิงเป็นลูกบุญธรรมของพ่อฉัน สิทธิ์สืบทอดมรดกตามกฎหมายรองจากฉันอยู่แล้ว อย่าบอกนะว่าตระกูลโจวจะให้ลูกบุญธรรมที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด มาสืบทอดมรดกของพ่อฉัน?”

เจียงหร่านพูดจบแล้วหันหลังเดินออกไป

จนเธอผลักประตูบานใหญ่ เหยียนหมิงเถาถึงส่งสายตาให้โจวเฮ่าจิง โจวเฮ่าจิงพูดเสียงขรึมทันที “หยุด”

บอดี้การ์ดทั้งสองแถวเตรียมพร้อมรอคำสั่งอยู่นอกห้องรับแขก เจียงหร่านกวาดตามองแล้วรู้ทันทีว่าวันนี้คงไม่ได้ออกไปง่ายๆ

เธอไม่ได้ทำอะไร แค่ช้อนตามองเหยียนหมิงเถา “ป้าเหยียนจะใช้กำลังบังคับให้ฉันยอมแพ้เหรอ?”

เหยียนหมิงเถาแสยะยิ้ม เสียงยังดูหมิ่นเหมือนเดิม “เจียงหร่าน เธออาจยังไม่รู้จักนิสัยฉัน ฉันเตือนเธอไว้ก่อน ทางที่ดีควรคุยกันตอนที่ฉันยังมีความอดทนอยู่”

โจวเฮ่าจิงลุกขึ้นแล้วเดินมาใกล้ รูปร่างสูงใหญ่มาพร้อมกับความรู้สึกกดดัน เบะปากเล็กน้อย “ถ้าคุณเจียงไม่พอใจ เสนอตัวเลขมาได้เลย”

เจียงหร่านสบตาเขา ไม่ถอยหลังแม้แต่น้อย น้ำเสียงเด็ดขาด “พวกนายให้ตัวเลขที่ฉันต้องการไม่ได้หรอก มรดกแสนล้านที่พ่อทิ้งไว้ให้ฉัน ห้ามขาดแม้แต่แดงเดียว”

“งั้นเราคงต้องขัดใจเธอแล้วล่ะ” โจวเฮ่าจิงขมวดคิ้ว เจตนาร้ายในดวงตาเผยออกมาอย่างชัดเจน

เมื่อสิ้นเสียง บอดี้การ์ดด้านหลังเจียงหร่านก้าวมาข้างหน้าเล็กน้อย ท่าทางน่ากลัวมาก

เหยียนหมิงเถาหันหลังเดินไปทางหน้าต่างบานใหญ่ ประตูห้องรับแขกค่อยๆ ปิดลง—

เจียงหร่านยืดหลังตรง มองคนที่เข้ามาใกล้ด้วยสายตาเย็นชา

ขณะนั้นเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้นที่ทางเดิน

ชายสวมสูทสีดำขลับสิบกว่าคนก้าวเข้ามา คนที่ตามหลังพวกเขามายังมีลุงหลีด้วย

โจวเฮ่าจิงชะงักไป แต่เห็นการแต่งกายของคนที่มา ในดวงตาเขาสั่นไหว หันไปมองเหยียนหมิงเถาทันที

“คุณนาย”

ลุงหลีวิ่งเหยาะๆ มาข้างเหยียนหมิงเถา เหมือนซุบซิบอะไรกัน สีหน้าของหญิงวัยกลางคนเปลี่ยนไปทันที “นายว่าอะไรนะ?”

“คุณท่านเพิ่งโทรมา ยืนยันแล้ว ตระกูลเจี่ยงเลือกคุณเจียงหร่านแล้ว”

เมื่อสิ้นเสียงลุงหลี ผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ทางฝั่งนี้เดินไปหาเจียงหร่าน

“สวัสดีครับ คุณคือคุณเจียงหร่านใช่ไหม?”

ตอนนี้เจียงหร่านยังตกใจอยู่ แม้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็พยักหน้า

“คุณผู้ชายของเราอยากดินเนอร์กับคุณคืนวันพรุ่งนี้ นี่คือนามบัตรของคุณผู้ชาย”

ผู้ชายยื่นนามบัตรสีดำปั๊มฟอยล์ทองให้เจียงหร่านด้วยสองมือ

เจียงหร่านเพิ่งรับนามบัตรมา ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก อีกฝ่ายก็พาคนออกไปแล้ว

เธอก้มมองนามบัตรอีกครั้ง บนบัตรอันงดงามมีเพียงชื่อกับเบอร์โทรศัพท์

—เจี่ยงอี้

หลังจากชายสวมสูทออกไป บอดี้การ์ดด้านหน้าเจียงหร่านก็มองโจวเฮ่าจิงอย่างขอความเห็น

โจวเฮ่าจิงลังเลเล็กน้อย เห็นเหยียนหมิงเถายกมือให้เขา เขาถึงพยักหน้าบอกให้ปล่อยไป

แม้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เจียงหร่านก็ไม่ได้อยู่ต่อ รีบออกไปทันที

เจียงหร่านเพิ่งก้าวออกไป โจวเฮ่าจิงรีบเดินกลับมาข้างเหยียนหมิงเถา “แม่ ปล่อยเธอไปแบบนี้เหรอ?”

“แล้วจะให้ทำยังไง? นายก็เห็นว่านั่นคือตระกูลเจี่ยง”

เหยียนหมิงเถาเสียงขรึม เล็บจิกเข้าไปในฝ่ามืออย่างแรง

เจียงหร่านเดินอย่างรวดเร็ว เพิ่งก้าวออกจากประตูคฤหาสน์ ก็เห็นขบวนรถค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไป

เป็นรถ MPV สีดำสองสามคัน ป้ายทะเบียนเมืองไห่ ขึ้นต้นด้วยตัว A

มีกระจกรถสีดำขลับกั้นอยู่ เจียงหร่านรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกอย่างประหลาด รู้สึกเหมือนมีสายตาจ้องตัวเองอยู่

“เจียงหร่าน”

เจียงหร่านหันไปมอง รถยนต์เบนท์ลีย์สีขาวขับมาข้างเธอตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้

กระจกรถเลื่อนลง ชายวัยกลางคนสวมชุดวอร์ม แต่งตัวสบายๆ ทักทายเจียงหร่าน

“ขอแนะนำตัวสักเล็กน้อย ฉันโจวเฟิ่งถัง ลุงคนโตของเธอ ขึ้นรถสิ ฉันไปส่ง”

เจียงหร่านมองอย่างละเอียด โครงหน้าของชายวัยกลางคนมีความคล้ายตัวเองจริงๆ

แต่นึกถึงสิ่งที่เจอเมื่อครู่ เธอเอ่ยเสียงเรียบ “ขอบคุณมาก ฉันกลับเองดีกว่า”

“ไม่ต้องกลัว ฉันไม่เหมือนกับคนในนั้น ฉันมาช่วยเธอโดยเฉพาะ”

เจียงหร่านไม่หยุดเดิน โจวเฟิ่งถังขับรถตามข้างๆ เธออย่างเชื่องช้า

เห็นเจียงหร่านไม่ไว้ใจตัวเองเลย ชายวัยกลางคนจำใจต้องพูดอีก

“จู่ๆ ลูกนอกสมรสอย่างเธอมาสืบทอดมรดกแสนล้าน ตระกูลไหนก็ไม่ปล่อยเธอไปหรอก”

“แต่เธอโชคดีมากที่ตระกูลเจี่ยงถูกใจเธอ ขอแค่พวกเธอแต่งงานทางธุรกิจสำเร็จ ฐานะของเธอในตระกูลโจวก็ไม่มีทางสั่นคลอน พวกเหยียนหมิงเถาทำอะไรเธอไม่ได้ด้วย”

ในที่สุดคำพูดของโจวเฟิ่งถังก็ดึงดูดความสนใจของเจียงหร่านได้

“แต่งงานทางธุรกิจอะไรกัน?”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 30

    เขาไม่เคยไว้หน้าใครอยู่แล้ว ไม่สนใจเรื่องผู้หญิงด้วยดังนั้นแม้ถึงวัยที่แต่งงานมีลูกได้แล้ว ก็ไม่มีใครกล้าพูดกับผู้ใหญ่ตระกูลเจี่ยงคนระดับนี้โดนเจียงหร่านแย่งที่นั่ง คิดไม่ถึงว่าเขาไม่ต่อว่า กลับถามวิธีแก้ไขอย่างเป็นมิตร?เจียงหร่านรู้สึกได้ถึงสายตาของชายหนุ่ม ความกดดันเพิ่มขึ้นทันที แต่เธอสูดหายใจลึก ยังคงพูดต่อด้วยเสียงเบา“เคารพเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว เอาข้อผิดพลาดมาแก้ไขให้ดีกว่าเดิม”เธอเงียบครู่หนึ่ง กวาดตามองโต๊ะงานเลี้ยงที่กว้างพอสมควร“พื้นที่ตรงนี้เหลือเฟือ เพิ่มเก้าอี้หนึ่งตัวไม่ใช่เรื่องยาก“ผู้จัดงานสามารถจัดที่นั่งแบบเดียวกันให้คุณเจี่ยงนั่งข้างฉันได้ทันที“ทำเช่นนี้ ทั้งรักษาหน้าตระกูลโจวได้ และแสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจของคุณเจี่ยงอย่างชัดเจน แล้วก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความจริงใจและความยืดหยุ่นในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของผู้จัดงาน“ดีกว่าดึงดันให้ฉันออกจากที่นั่ง สร้างความขัดแย้งและกระอักกระอ่วนให้ทั้งสามฝ่ายเยอะไม่ใช่เหรอ?”เมื่อสิ้นเสียงของเธอ ทั้งโถงงานเลี้ยงเงียบกริบทันทีทุกคนตกตะลึงกับคำพูดอย่างใจเย็นถึงที่สุด แล้วก็มีไหวพริบเป็นอย่างมากของเจียงหร่าน!นี่ใช่ลู

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 29

    แต่เจียงหร่านยังนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ความสุขุมบนใบหน้าไม่เหมือนแสร้งทำแม้แต่น้อยผู้จัดงานเห็นเจียงหร่านไม่ยอมง่ายๆ แทบจะพูดอ้อนวอน “คุณเจียง เราทำงานพลาดจริงๆ! เราสามารถประสานงานเรื่องที่นั่งแขกคนสำคัญให้คุณได้ทันที รับรองว่าไม่ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจแน่นอน!”“แต่ที่นั่งตรงนี้......ได้สำรองไว้นานแล้ว แขกคนสำคัญท่านนั้นจะถึงแล้ว ได้โปรดอย่าทำให้ผู้จัดการตัวเล็กๆ อย่างฉันลำบากใจเลย......”ยิ่งเจียงหร่านยื้อต่อไป ก็ยิ่งกระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัด เธอจะไปหรือไม่ไป สถานการณ์ก็ไม่สู้ดีอยู่แล้วรอยยิ้มได้ใจบนใบหน้าเหอซื่อเยว่ไม่สามารถซ่อนไว้ได้แล้ว เธอพูดอีกครั้ง “บางคนอวดดี สุดท้ายดันเสียหน้าเอง น่าอายจริงๆ”คำพูดของเหอซื่อเยว่มีความปลุกปั่นมาก คนจำนวนไม่น้อยเริ่มวิจารณ์ด้วยเสียงเบาทันที เห็นพ้องต้องกันว่าเจียงหร่านยอมให้ที่นั่งดีกว่าอย่างน้อยสามารถให้เหตุผลว่าไว้หน้าผู้จัดงาน พอรักษาภาพลักษณ์ได้เล็กน้อยถ้าสุดท้ายโดนเชิญออกไป หรือดึงดันอยู่ต่อแล้วเกิดความขัดแย้ง แบบนั้นจะดูไม่ดีมากเจียงหร่านยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย จัดท่านั่งนิดหน่อย รีบเรียบเรียงความคิด แล้วพูดอย่างใจเย็น“ฉันเข้าใ

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 28

    เหอหว่านไม่ได้อยากช่วยเจียงหร่าน แต่ตอนอยู่ในห้องน้ำได้ยินเหอซื่อเยว่คุยกับคนอื่นเธอแค่ไม่อยากให้เหอซื่อเยว่ทำสำเร็จเท่านั้น......อีกอย่าง เจียงหร่านเป็นน้องสาวโจวเยี่ยนด้วยท่าทางปกป้องเจียงหร่านของโจวเยี่ยนเมื่อคืน เหมือนเธอจะทำอะไรเจียงหร่านอย่างไรอย่างนั้น“ขอบคุณความหวังดีของคุณเหอ แต่......ฉันอยากนั่งตรงนี้”เจียงหร่านหันมาดึงเก้าอี้ตรงตำแหน่งที่ว่าง แล้วนั่งลงทันที“เจียงหร่าน ใครให้เธอนั่งตรงนั้น เธอเป็นคนบ้านนอกหรือเปล่า ไม่รู้จักมารยาทเลยสักนิด!”เหอซื่อเยว่โมโหจนทนไม่ไหวแล้ว ลุกขึ้นมาพูดเสียงดังใส่เจียงหร่านโดยไม่สนใจภาพลักษณ์แม้แต่น้อย“ฉันไม่ค่อยเข้าใจหรอก เพราะฉันมาร่วมงานเลี้ยงแบบนี้ครั้งแรกจริงๆ”เจียงหร่านพูดด้วยท่าทีเหมาะสม เธอยิ้มบางๆ ว่าไปตามคำพูดของเหอซื่อเยว่เหอซื่อเยว่พูดไม่ออกเจียงหร่านยอมรับตรงๆ ว่าตัวเองขาดความรู้ ทำให้เธอไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ“แต่ตอนที่ฉันมา ผู้จัดงานกับตระกูลโจวบอกฉันแล้ว ในฐานะที่เป็นมหาเศรษฐีเมืองไห่ ฉันต้องนั่งที่แขกคนสำคัญ ที่นั่งวีไอพี ไม่งั้นก็ถือว่าไม่ไว้หน้า"“ตรงนี้เป็นที่แขกคนสำคัญ ไม่มีป้ายชื่อด้วย ฉันหาป้ายชื่อขอ

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 27

    แต่คิดไม่ถึงว่าเจียงหร่านหาที่นั่งจนทั่วแล้ว ก็ไม่เห็นชื่อของตัวเองตอนนี้ทุกคนนั่งกันหมดแล้ว เจียงหร่านที่ยืนเด่นคนเดียวอยู่ด้านข้าง ดูกระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัดผู้จัดการที่รับผิดชอบเรื่องเสิร์ฟอาหารเดินเข้ามาเตือนด้วยความหวังดี “คุณเจียง ใกล้ทานอาหารแล้ว เชิญคุณรีบไปนั่งเถอะ”“โอเค”เจียงหร่านเห็นโต๊ะหนึ่งเหลือที่นั่งอยู่หนึ่งที่ เป็นที่นั่งของแขกคนสำคัญ เธอจึงเดินไป“ขอโทษนะ ที่นั่งตรงนี้นั่งไม่ได้”ขณะที่เจียงหร่านกำลังจะนั่ง เสียงผู้หญิงห้ามเธอไว้เจียงหร่านเงยหน้าขึ้น โลกกลมจริงๆ คนพูดคือเหอซื่อเยว่เธอยกยิ้มมุมปาก ปรายตามองเจียงหร่านอย่างมีเลศนัย คุณหนูสองสามคนที่นั่งอยู่ข้างๆ รีบก้มหน้าแอบขำ“ฉันหาที่นั่งไม่เจอ ตรงนี้ไม่มีชื่อไม่ใช่เหรอ?”เจียงหร่านมองอย่างละเอียด ตรงที่นั่งว่างไม่มีป้ายชื่อวางอยู่“เป็นที่สำรองไว้ สำหรับแขกคนสำคัญที่ไม่แน่ใจว่าจะมาหรือเปล่า ไม่วางชื่อไว้ก่อน ฉันนึกว่าทุกคนจะรู้เรื่องพวกนี้ซะอีก”เหมือนเหอซื่อเยว่อธิบายให้เจียงหร่านฟังอย่างใจเย็น แต่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยแอบแซะว่าเจียงหร่านไร้ความรู้เมื่อสิ้นเสียงของเธอ คนรอบๆ หัวเราะ

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 26

    เจียงหร่านเจอสถานการณ์แบบนี้เป็นครั้งแรก ถึงพยายามปรับตัวขนาดไหนก็ประหม่าอยู่ดี“เธอคือใครเหรอ? ตัวแทนของโจวซื่อควรเป็นโจวเฮ่าจิงหรือไม่ก็คุณนายโจวไม่ใช่เหรอ?”“นายไม่รู้หรือไง เธอคือลูกสาวนอกสมรสของโจวซุน ว่ากันว่าฟลุกได้สืบทอดมรดกแสนล้าน”“ตระกูลโจวไม่มีคนอื่นแล้วเหรอ เธอมีความรู้เรื่องธุรกิจไหม ขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีได้ด้วยเหรอ?”“ว่ากันว่าตอนนี้ตระกูลโจววุ่นวายไปหมดแล้ว คนนอกที่ไม่รู้อะไรสักอย่างเป็นทายาทสืบทอดตระกูล ดูเหมือนตระกูลโจวใกล้พังพินาศแล้ว......”“ดูเธอแต่งตัวอลังการหรูหรา น่าจะคิดว่าที่นี่เป็นแคตวอล์กแน่ๆ......”“......”เจียงหร่านลังเลไม่กี่วินาที ไม่รู้ว่าเสียงวิจารณ์ดังมาจากส่วนไหนของงาน เสียงวิจารณ์เยอะขึ้นเรื่อยๆขณะที่เธอทำตัวไม่ถูกอยู่ด้านหน้าไมค์ เสียงปรบมือเสียงหนึ่งดังขึ้นโจวเยี่ยนเขาปรบมือขึ้นมาเป็นคนแรก พอเห็นการกระทำของเขา คนรอบๆ จำนวนไม่น้อยก็ปรบมือตามในที่สุดเสียงปรบมือประปรายก็ดึงความคิดของเจียงหร่านกลับมาเธอรีบตั้งสติ มองจอแสดงสคริปต์ที่อยู่ตรงหน้า คิดไม่ถึงว่าหน้าจอว่างเปล่า!เจียงหร่านรู้ทันทีว่าต้องมีคนแอบทำอะไรบางอย่าง ต้องการให

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 25

    ทุกครั้งที่เขาพูดจบ เสียงปรบมือดังก้องไปทั่วงาน แม้แต่เจียงหร่านก็ปรบมือโดยไม่รู้ตัวคนที่มีความสามารถเฉพาะทางยอดเยี่ยม มีเสน่ห์เหลือล้นจริงๆเห็นๆ อยู่ว่าชายหนุ่มยืนอย่างเย็นชาอยู่บนเวที เหมือนรูปปั้นที่อยู่ไกลเกินเอื้อม แต่เจียงหร่านกลับรู้สึกว่าเขาหล่อและมีเสน่ห์ดึงดูดมากพอดูถ่ายทอดสดจบ เจียงหร่านคิดว่าเจี่ยงอี้เป็นคนเข้าถึงยากเล็กน้อยก็ปกติมากคนดีเลิศแบบนั้น ให้คนอื่นยกย่องชื่นชมก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าสังคม ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องมีความรักไม่มีข้อความส่งมาในมือถืออีกเช่นกันในที่สุดเจียงหร่านเริ่มง่วงแล้ว นอนคลุมโปงแล้วหลับไปงานเลี้ยงวันรุ่งขึ้น โจวเฟิ่งถังอยู่ในงานสังสรรค์กับเจียงหร่านถึงกลางงาน ก่อนจะมีธุระให้ต้องกลับก่อนโจวเยี่ยนก็ยุ่งอยู่ตลอด ถ้าไม่มีคนโทรมา ก็มีคนเข้ามาคุยด้วยตรงกันข้ามกับเจียงหร่าน แม้เป็นทายาทตระกูลโจว นอกจากอยู่ข้างๆ โจวเฟิ่งถังกับโจวเยี่ยน แทบไม่มีใครเป็นฝ่ายเข้ามาคุยกับเธอเลย มีแต่ให้นามบัตรและทักทายตามมารยาทเจียงหร่านรู้ว่าคนที่มางานเลี้ยงเป็นคนใหญ่คนโตในวงการธุรกิจ ถึงพวกเขาเคารพตระกูลโจว แต่ส่วนใหญ่เคารพโจวซุนรวมถึงคนตระกูลโจว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status