Share

บทที่ 4

Author: ลิตเติ้ลชูการ์
“ตระกูลโจว?” เจียงหร่านพูดซ้ำอีกครั้ง

“ใช่ ตระกูลโจว หลังจากนี้ก็คือบ้านของคุณ”

เจียงหร่านเงียบไม่กี่วินาที โจวซุนคือพ่อแท้ๆ ของเธอ มรดกแสนล้านตกเป็นของเธอ ช้าเร็วก็ต้องกลับตระกูลโจวอยู่แล้ว เธอหนีไม่พ้น และไม่จำเป็นต้องหนีด้วย

เจียงหร่านพยักหน้า “ก็ดีเหมือนกัน ในเมื่อเป็นบ้านของฉัน ยังไงก็ควรไปดูด้วยตัวเอง”

สิ่งที่จะมาถึง ช้าเร็วก็ต้องมาถึง

ระหว่างทาง ลุงหลีเล่าสถานการณ์ปัจจุบันของตระกูลโจวให้เจียงหร่านฟังคร่าวๆ

ธุรกิจตระกูลโจวยิ่งใหญ่มาก ทรัพย์สินส่วนใหญ่อยู่ในมือโจวซุน ทรัพย์สินส่วนน้อยอยู่ในมือคุณท่านโจวกับพี่ชายโจวซุน

ตอนนี้มรดกทั้งหมดของโจวซุนอยู่ในมือเจียงหร่านแล้ว ซึ่งหมายความว่าเจียงหร่านเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของโจวซื่อกรุ๊ป

ตอนนี้คุณท่านโจวพักรักษาตัวอยู่ที่ต่างประเทศ ปัจจุบันเหยียนหมิงเถาภรรยาของโจวซุน เป็นผู้ดูแลงานของตระกูลแทน ส่วนบริษัทมีลูกบุญธรรมอย่างโจวเฮ่าจิงเป็นผู้รับผิดชอบ

หลังผ่านไปหนึ่งชั่วโมง รถยนต์โรลส์-รอยซ์รุ่นฐานล้อยาวขับเข้ามาในคฤหาสน์ตระกูลโจว

เขตคฤหาสน์กินพื้นที่กว่าพันตารางเมตร ดูโอ่อ่าและน่าเกรงขามมาก จากเขตสวนในคฤหาสน์ไปถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ ขับรถเกือบสิบกว่านาที

รูปแบบสิ่งก่อสร้างของคฤหาสน์ตระกูลโจวก็อลังการกว่าคฤหาสน์หรูทั่วไป ราวกับว่าแม้แต่อิฐใต้เท้าเพียงก้อนเดียวก็มีมูลค่ามหาศาล

เจียงหร่านมาสถานที่หรูหราโอ่อ่าแบบนี้เป็นครั้งแรก ถ้าบอกว่าไม่ประหม่าก็โกหก แต่เธอก็พยายามนิ่งอย่างถึงที่สุด

ลุงหลีพาเธอมาที่ห้องรับแขกของอาคารหลังใหญ่ ประตูบานใหญ่ที่หนาและหนักโดนสาวใช้เปิดออก ข้างหน้าหน้าต่างบานใหญ่ เงาคนที่ดูสง่างามและภูมิฐานปรากฏตรงหน้า

คนรับใช้สองคนยืนอยู่ข้างหญิงวัยกลางคน บนโซฟามีชายหนุ่มสวมสูทสุดเนี๊ยบนั่งอยู่หนึ่งคน

พอเห็นเจียงหร่าน หญิงวัยกลางคนกวาดตามองเธอไม่กี่วินาที แล้วเดินมาหา

ลุงหลีพูดแนะนำให้เจียงหร่านรู้จักด้วยเสียงเบา ผู้หญิงตรงหน้าคือเหยียนหมิงเถา ภรรยาของโจวซุน

ผู้ชายที่นั่งอยู่บนโซฟาคือโจวเฮ่าจิง ลูกบุญธรรมของโจวซุนกับเหยียนหมิงเถา พี่ชายในนามของเจียงหร่าน

เหยียนหมิงเถาช้อนตามอง ลุงหลีพาทุกคนออกไป ทันใดนั้น ในห้องรับแขกขนาดใหญ่เหลือเพียงเจียงหร่านกับเหยียนหมิงเถาและลูกชาย

“เธอชื่อเจียงหร่านเหรอ?”

เจียงหร่านพยักหน้า แม้หญิงวัยกลางคนยิ้มอยู่ แต่เธอสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายไม่เป็นมิตร

“นั่งสิ ไหนๆ ก็กลับมาแล้ว ไม่ต้องเกร็งหรอก”

หลังจากเหยียนหมิงเถาพูดออกมา โจวเฮ่าจิงก็พูดกับเจียงหร่านเช่นกัน แม้น้ำเสียงของเขาสุภาพ แต่ก็ดูห่างเหินด้วย

เจียงหร่านมองทั้งสองคน แล้วนั่งตรงมุมโซฟาฝั่งตรงข้าม “ป้าเหยียน คุณเรียกฉันมา......”

“สรุปสั้นๆ เลยละกัน ที่ฉันเรียกเธอมาวันนี้ เพราะต้องการให้เธอสละสิทธิ์สืบทอดมรดกบางส่วน”

เหยียนหมิงเถาพูดตัดบทเจียงหร่านทันที

เธอมองโจวเฮ่าจิง ชายหนุ่มเอาเอกสารที่เตรียมไว้วางข้างหน้าเจียงหร่าน

“คุณเจียง พ่อฉันเสียชีวิตกะทันหัน เธอสืบทอดมรดกทั้งหมดที่อยู่ภายใต้ชื่อพ่อฉัน แต่ยกสิทธิ์บริหารบริษัทให้เธอไม่ได้ หวังว่าเธอจะเข้าใจ เราจะจ่ายเงินสดห้าร้อยล้านเป็นการชดเชยให้เธอ”

โจวเฮ่าจิงเสียงเฉยเมย ราวกับไม่ใช่การปรึกษา แต่เป็นการแจ้งให้ทราบ

เจียงหร่านชะงักเล็กน้อย แล้วหยิบเอกสารขึ้นมาดู

“ยินยอมสละหุ้นทั้งหมดของตระกูลโจว สิทธิ์บริหารบริษัท รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ภายใต้ชื่อตระกูลโจวทั้งหมด......”

เหยียนหมิงเถาหยิบแก้วชาขึ้นมาจิบ

“ฉันสืบประวัติเธอมาแล้ว แม่เธอกับอาซุนมีความสัมพันธ์แบบฉาบฉวย คิดไม่ถึงว่าจะมีเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ ถูกทิ้งไว้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งแต่สามขวบ ลำบากลำบนมาหลายปี

“เงินห้าร้อยล้านถือว่าไม่น้อยสำหรับเธอ แต่ทายาทตระกูลโจว ต้องไม่ใช่ลูกนอกสมรสที่เร่ร่อนอยู่ข้างนอก ฉันหวังว่าเธอจะรู้ตัวเองในจุดนี้

“แต่ไม่ว่ายังไงเธอก็เป็นลูกของอาซุน เป็นสายเลือดตระกูลโจวของเรา หลังจากนี้เธอยังเป็นคุณหนูในนามของตระกูลโจว ต้องการความช่วยเหลืออะไรบอกฉันได้เลย”

หญิงวัยกลางคนพูดอย่างสุขุมเยือกเย็น ราวกับแน่ใจว่าเจียงหร่านไม่กล้าปฏิเสธ

เจียงหร่านวางเอกสารอย่างไม่สะทกสะท้าน แล้วช้อนตามองเหยียนหมิงเถาอีกครั้ง

หญิงวัยกลางคนหน้าตาสะสวย ดูแลรักษาผิวพรรณเป็นอย่างดีด้วย แทบเดาอายุไม่ออกเลย

“คุณเจียง ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็เซ็นชื่อได้เลย”

โจวเฮ่าจิงดันปากกาบนโต๊ะไปทางเจียงหร่านอีกครั้ง

“ฉันปฏิเสธ”

เจียงหร่านเดาได้นานแล้วว่าตระกูลโจวไม่มีทางยอมรับ 'ลูกนอกสมรส' อย่างเธอง่ายๆ ที่บอกว่าปรึกษา ก็แค่การแย่งชิงทรัพย์สินโดยใช้อำนาจข่มขู่

เจียงหร่านเงียบไม่กี่วินาที แล้วพูดออกมาเสียงเรียบ

เจียงหร่านพูดต่อด้วยเสียงขรึม “ป้าเหยียนบอกว่าฉันเป็น 'ลูกนอกสมรส' แต่กฎหมายยอมรับแค่ความสัมพันธ์ทางสายเลือดเท่านั้น อีกทั้งพ่อเป็นฝ่ายทิ้งพินัยกรรมไว้ แต่งตั้งทนายขึ้นมาเอง และให้ฉันเซ็นเอกสารสืบทอดมรดก พินัยกรรมของพ่อฉันกับผล DNA ยืนยันได้ว่าฉันคือทายาทตามกฎหมาย”

สีหน้าเหยียนหมิงเถาเคร่งขรึมทันที เธอมองเจียงหร่านอย่างละเอียดอีกครั้ง เหมือนเจออะไรแปลกใหม่อย่างไรอย่างนั้น

เธอไม่เคยคิดว่าเจียงหร่านจะปฏิเสธ

“เจียงหร่าน เธอควรรู้ว่าเธอเป็นแค่ลูกนอกสมรส ถึงยกธุรกิจตระกูลโจวให้เธอ เธอก็ไม่มีความสามารถรับช่วงต่อ”

เหยียนหมิงเถาอดแสยะยิ้มไม่ได้

โจวเฮ่าจิงประหลาดใจเล็กน้อยเช่นกัน รู้ไหมว่าทั้งเมืองไห่ ยังไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธแม่ของเขา

“คุณเจียง เธออาจเข้าใจผิด นี่ไม่ใช่การปรึกษา ตระกูลโจวเป็นตระกูลใหญ่ ซับซ้อนกว่าครอบครัวทั่วไปในความเข้าใจของเธอเยอะมาก การตัดสินใจของเธอจะส่งผลต่อทั้งตระกูล แน่นอนว่าเธอเพียงคนเดียว ไม่สามารถต้านทานทั้งตระกูลโจวได้อยู่แล้ว”

คำพูดของโจวเฮ่าจิงค่อนข้างชัดเจน เขากลัวเจียงหร่านไม่เข้าใจ

แต่เจียงหร่านเข้าใจเป็นอย่างดี สองคนนี้แค่กำลังใช้วิธีกดดันตัวเอง

คนรวยมีอำนาจแบบพวกเขา ใช้อำนาจรังแกคนอื่นจนชิน ต้องดูหมิ่นเธออยู่แล้ว คิดว่าเงินห้าร้อยล้านสามารถกำจัดเธอได้

แต่เจียงหร่านดันเป็นคนหัวดื้อ ชอบให้ใช้ไม้อ่อน

“คุณโจวบอกว่าไม่ใช่การปรึกษา แต่เป็นการแจ้งให้ทราบ? น่าเสียดายจัง สิทธิ์สืบทอดมรดกทางกฎหมาย ไม่สามารถเป็นโมฆะเพราะคำพูดเพียงประโยคเดียว”

“สองสามวันนี้ฉันได้ศึกษาประเภททรัพย์สิน โครงสร้างผู้ถือหุ้นของโจวซื่อมาแล้ว อสังหาริมทรัพย์หลักมูลค่าห้าแสนล้าน รายได้ต่อปีของกลุ่มบริษัทเสถียรอยู่ที่สี่แสนล้าน คุณใช้เงินห้าร้อยล้าน 'ชดเชย' ให้ฉัน คำนวณดูแล้ว พอซื้อได้แค่กรรมสิทธิ์ร้านค้าริมทางของกลุ่มบริษัทแค่ร้านเดียว ห้าร้อยล้านกับห้าแสนล้าน ฉันแยกแยะออกนะ นี่ไม่ใช่การชดเชย แต่เป็นการปล้นซึ่งหน้าต่างหาก”

เจียงหร่านยิ้มบางๆ หลังพูดจบก็ปิดเอกสาร คืนให้โจวเฮ่าจิงในสภาพเดิม

“......”

เหยียนหมิงเถากับโจวเฮ่าจิงสบตากัน รู้สึกเหนือความคาดหมายเล็กน้อย

“ถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อน ไม่ว่าจะยึดตามกฎหมายหรือว่าตามกฎเกณฑ์ คุณโจวเฮ่าจิงเป็นลูกบุญธรรมของพ่อฉัน สิทธิ์สืบทอดมรดกตามกฎหมายรองจากฉันอยู่แล้ว อย่าบอกนะว่าตระกูลโจวจะให้ลูกบุญธรรมที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด มาสืบทอดมรดกของพ่อฉัน?”

เจียงหร่านพูดจบแล้วหันหลังเดินออกไป

จนเธอผลักประตูบานใหญ่ เหยียนหมิงเถาถึงส่งสายตาให้โจวเฮ่าจิง โจวเฮ่าจิงพูดเสียงขรึมทันที “หยุด”

บอดี้การ์ดทั้งสองแถวเตรียมพร้อมรอคำสั่งอยู่นอกห้องรับแขก เจียงหร่านกวาดตามองแล้วรู้ทันทีว่าวันนี้คงไม่ได้ออกไปง่ายๆ

เธอไม่ได้ทำอะไร แค่ช้อนตามองเหยียนหมิงเถา “ป้าเหยียนจะใช้กำลังบังคับให้ฉันยอมแพ้เหรอ?”

เหยียนหมิงเถาแสยะยิ้ม เสียงยังดูหมิ่นเหมือนเดิม “เจียงหร่าน เธออาจยังไม่รู้จักนิสัยฉัน ฉันเตือนเธอไว้ก่อน ทางที่ดีควรคุยกันตอนที่ฉันยังมีความอดทนอยู่”

โจวเฮ่าจิงลุกขึ้นแล้วเดินมาใกล้ รูปร่างสูงใหญ่มาพร้อมกับความรู้สึกกดดัน เบะปากเล็กน้อย “ถ้าคุณเจียงไม่พอใจ เสนอตัวเลขมาได้เลย”

เจียงหร่านสบตาเขา ไม่ถอยหลังแม้แต่น้อย น้ำเสียงเด็ดขาด “พวกนายให้ตัวเลขที่ฉันต้องการไม่ได้หรอก มรดกแสนล้านที่พ่อทิ้งไว้ให้ฉัน ห้ามขาดแม้แต่แดงเดียว”

“งั้นเราคงต้องขัดใจเธอแล้วล่ะ” โจวเฮ่าจิงขมวดคิ้ว เจตนาร้ายในดวงตาเผยออกมาอย่างชัดเจน

เมื่อสิ้นเสียง บอดี้การ์ดด้านหลังเจียงหร่านก้าวมาข้างหน้าเล็กน้อย ท่าทางน่ากลัวมาก

เหยียนหมิงเถาหันหลังเดินไปทางหน้าต่างบานใหญ่ ประตูห้องรับแขกค่อยๆ ปิดลง—

เจียงหร่านยืดหลังตรง มองคนที่เข้ามาใกล้ด้วยสายตาเย็นชา

ขณะนั้นเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้นที่ทางเดิน

ชายสวมสูทสีดำขลับสิบกว่าคนก้าวเข้ามา คนที่ตามหลังพวกเขามายังมีลุงหลีด้วย

โจวเฮ่าจิงชะงักไป แต่เห็นการแต่งกายของคนที่มา ในดวงตาเขาสั่นไหว หันไปมองเหยียนหมิงเถาทันที

“คุณนาย”

ลุงหลีวิ่งเหยาะๆ มาข้างเหยียนหมิงเถา เหมือนซุบซิบอะไรกัน สีหน้าของหญิงวัยกลางคนเปลี่ยนไปทันที “นายว่าอะไรนะ?”

“คุณท่านเพิ่งโทรมา ยืนยันแล้ว ตระกูลเจี่ยงเลือกคุณเจียงหร่านแล้ว”

เมื่อสิ้นเสียงลุงหลี ผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ทางฝั่งนี้เดินไปหาเจียงหร่าน

“สวัสดีครับ คุณคือคุณเจียงหร่านใช่ไหม?”

ตอนนี้เจียงหร่านยังตกใจอยู่ แม้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็พยักหน้า

“คุณผู้ชายของเราอยากดินเนอร์กับคุณคืนวันพรุ่งนี้ นี่คือนามบัตรของคุณผู้ชาย”

ผู้ชายยื่นนามบัตรสีดำปั๊มฟอยล์ทองให้เจียงหร่านด้วยสองมือ

เจียงหร่านเพิ่งรับนามบัตรมา ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก อีกฝ่ายก็พาคนออกไปแล้ว

เธอก้มมองนามบัตรอีกครั้ง บนบัตรอันงดงามมีเพียงชื่อกับเบอร์โทรศัพท์

—เจี่ยงอี้

หลังจากชายสวมสูทออกไป บอดี้การ์ดด้านหน้าเจียงหร่านก็มองโจวเฮ่าจิงอย่างขอความเห็น

โจวเฮ่าจิงลังเลเล็กน้อย เห็นเหยียนหมิงเถายกมือให้เขา เขาถึงพยักหน้าบอกให้ปล่อยไป

แม้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เจียงหร่านก็ไม่ได้อยู่ต่อ รีบออกไปทันที

เจียงหร่านเพิ่งก้าวออกไป โจวเฮ่าจิงรีบเดินกลับมาข้างเหยียนหมิงเถา “แม่ ปล่อยเธอไปแบบนี้เหรอ?”

“แล้วจะให้ทำยังไง? นายก็เห็นว่านั่นคือตระกูลเจี่ยง”

เหยียนหมิงเถาเสียงขรึม เล็บจิกเข้าไปในฝ่ามืออย่างแรง

เจียงหร่านเดินอย่างรวดเร็ว เพิ่งก้าวออกจากประตูคฤหาสน์ ก็เห็นขบวนรถค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไป

เป็นรถ MPV สีดำสองสามคัน ป้ายทะเบียนเมืองไห่ ขึ้นต้นด้วยตัว A

มีกระจกรถสีดำขลับกั้นอยู่ เจียงหร่านรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกอย่างประหลาด รู้สึกเหมือนมีสายตาจ้องตัวเองอยู่

“เจียงหร่าน”

เจียงหร่านหันไปมอง รถยนต์เบนท์ลีย์สีขาวขับมาข้างเธอตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้

กระจกรถเลื่อนลง ชายวัยกลางคนสวมชุดวอร์ม แต่งตัวสบายๆ ทักทายเจียงหร่าน

“ขอแนะนำตัวสักเล็กน้อย ฉันโจวเฟิ่งถัง ลุงคนโตของเธอ ขึ้นรถสิ ฉันไปส่ง”

เจียงหร่านมองอย่างละเอียด โครงหน้าของชายวัยกลางคนมีความคล้ายตัวเองจริงๆ

แต่นึกถึงสิ่งที่เจอเมื่อครู่ เธอเอ่ยเสียงเรียบ “ขอบคุณมาก ฉันกลับเองดีกว่า”

“ไม่ต้องกลัว ฉันไม่เหมือนกับคนในนั้น ฉันมาช่วยเธอโดยเฉพาะ”

เจียงหร่านไม่หยุดเดิน โจวเฟิ่งถังขับรถตามข้างๆ เธออย่างเชื่องช้า

เห็นเจียงหร่านไม่ไว้ใจตัวเองเลย ชายวัยกลางคนจำใจต้องพูดอีก

“จู่ๆ ลูกนอกสมรสอย่างเธอมาสืบทอดมรดกแสนล้าน ตระกูลไหนก็ไม่ปล่อยเธอไปหรอก”

“แต่เธอโชคดีมากที่ตระกูลเจี่ยงถูกใจเธอ ขอแค่พวกเธอแต่งงานทางธุรกิจสำเร็จ ฐานะของเธอในตระกูลโจวก็ไม่มีทางสั่นคลอน พวกเหยียนหมิงเถาทำอะไรเธอไม่ได้ด้วย”

ในที่สุดคำพูดของโจวเฟิ่งถังก็ดึงดูดความสนใจของเจียงหร่านได้

“แต่งงานทางธุรกิจอะไรกัน?”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 100

    นั่งรอเฉย ๆ อยู่นานเป็นค่อนวัน ความอดทนในการมาดูละครของโจวเฮ่าจิงก็หมดลงแล้วเขาถอนหายใจเบา ๆ และแววตาเยาะเย้ยก็ยิ่งลึกขึ้น“อย่าเพิ่งรีบไป คนกำลังจะมาถึงแล้ว”เจียงหร่านเหลือบดูเวลาครู่หนึ่ง แล้วตอบกลับอย่างเรียบเฉยพอเธอพูดจบ ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกพอดีร่างที่ผ่อนคลายของโจวเฮ่าจิงแข็งค้างขึ้นทันทีผู้ถือหุ้นหลักของบริษัทมีทั้งหมดเจ็ดคน ไม่นับเขา เหยียนหมิงเถา และเจียงหร่าน อีกสี่คนที่เหลือล้วนเป็นผู้สนับสนุนที่เหนียวแน่นของเหยียนหมิงเถา และเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะออกหน้าเข้าร่วมประชุมแต่คนที่ผลักประตูเข้ามาในตอนนี้ กลับเป็นสองคนจากสี่ผู้ถือหุ้นนั้นพอดีชายวัยกลางคนสองคนที่อายุเกินห้าสิบ แต่งกายด้วยสูทอย่างเป็นทางการ เดินเข้ามาด้วยท่าทางเร่งรีบ พอเข้ามาแล้วก็ไม่กล้าแม้แต่จะเหลือบมองโจวเฮ่าจิงอีก ใบหน้าซีดเผือดก่อนจะไปนั่งลงด้านข้างอย่างเงียบ ๆและยังไปนั่งอยู่ฝั่งข้างตัวของเจียงหร่านอีกด้วย“……”โจวเฮ่าจิงหายใจหนักขึ้นเล็กน้อย ใช้สองมือยันโต๊ะประชุมไว้ รู้สึกเหลือเชื่ออย่างยิ่งนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?พอข่าวที่ว่ามีผู้ถือหุ้นมาร่วมประชุมแพร่ออกไป ไม่ถึงห้า

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 99

    “คุณเจี่ยง…” เจียงหร่านเพิ่งจะอ้าปากจะอธิบายเรื่องของฮั่วจี้หมิงเจี่ยงอี้กลับเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อนว่า “เรื่องส่วนตัวของเธอ ฉันจะไม่ซักถามและไม่ก้าวก่าย แต่ตอนนี้เรามีสัญญาหมั้นกันอยู่ ฉันเชื่อว่าเธอจะจัดการเรื่องในอดีตของเธอให้เรียบร้อยได้”เขาไม่ได้ซักถาม ไม่ได้เรียกร้องอะไร ทำให้เจียงหร่านรู้สึกมีความรู้สึกผิดผุดขึ้นมาในใจเล็กน้อยเดิมทีเธอยังคิดว่า ด้วยสถานะของเจี่ยงอี้ เขาอาจจะใส่ใจเรื่องในอดีตของเธอ หรือถึงขั้นซักถามรายละเอียด แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะไม่ถามอะไรสักคำ“ฉัน… ฉันจะรีบจัดการให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด เชื่อใจฉันนะ!”ตอนนี้เองเจียงหร่านเพิ่งตระหนักได้ว่า คนตรงหน้าให้ความสำคัญกับสัญญาหมั้นนี้จริง ๆ และแม้แต่ท่าทีที่มีต่อเธอก็เต็มไปด้วยความเคารพเจี่ยงอี้พยักหน้ารับ แต่ในใจกลับมีความรู้สึกแปลก ๆ วาบผ่านขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ได้เขาไม่ใช่ไม่เคยตรวจสอบประวัติของเจียงหร่าน ความสัมพันธ์หกปีไม่ใช่ช่วงเวลาสั้น ๆ สำหรับใครก็ตาม แล้วในใจของเธอจะยังปล่อยวางผู้ชายชื่อฮั่วจี้หมิงคนนั้นไม่ได้ไหม?เขากดความหงุดหงิดเล็ก ๆ ที่อธิบายไม่ได้ในใจเอาไว้ แล้วเอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ว่า “

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 98

    เจียงหร่านพยักหน้า นึกขึ้นได้ว่าเจี่ยงอี้ไม่ชอบกินหวาน จึงถามต่อว่าเขากินเผ็ดได้ไหมพอเห็นชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย เธอก็เข้าใจทันทีและพูดต่อว่า “ได้ค่ะ ฉันจำไว้แล้ว คุณเจี่ยงไม่ชอบกินหวาน และกินเผ็ดไม่ได้”“กินบ้างก็ได้ ไม่เป็นไร” เจี่ยงอี้พูดเขาเป็นคนกินง่าย ๆ แต่โดยทั่วไปก็ไม่ค่อยกินรสจัดเท่าไรเจียงหร่านไม่พูดอะไรต่อ สวมผ้ากันเปื้อนแล้วเริ่มลงมือทำอาหารทันทีครัวเป็นแบบกึ่งเปิด ทำให้มองเห็นร่างของหญิงสาวที่กำลังยุ่งอยู่กับการทำอาหารได้ตลอดทั้งขั้นตอนสายตาของเจี่ยงอี้ก็ไม่อาจละไปจากเจียงหร่านได้เลยทันใดนั้น เขาก็เหมือนจะเริ่มเข้าใจความรู้สึกของสองผู้เฒ่าจอมซนที่คอยเป็นห่วงเรื่องแต่งงานของเขามาตลอดในตระกูลใหญ่ ความสัมพันธ์ทางใจมักถูกวางไว้รองจากผลประโยชน์เสมอ พ่อแม่ของเจี่ยงอี้แยกทางกันตั้งแต่เขายังไม่ทันเกิดในตระกูลเจี่ยง มีเพียงคุณปู่กับคุณย่าของเจี่ยงอี้เท่านั้นที่รักกันอย่างแท้จริง และจับมือกันใช้ชีวิตร่วมกันมาเกือบทั้งชีวิต“มีคนที่รู้จักห่วงใย รู้จักใส่ใจ และอยู่เคียงข้างกันไปยาว ๆ มันไม่ดีเหรอ? หรือแกคิดว่าจะทุ่มเทให้กับงานไปได้ทั้งชีวิต? เวลากลับบ้านแล้วเห็นมีคน

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 97

    เจียงหร่านพูดไปพลาง ก็สังเกตเห็นสาวใช้ที่เพิ่งดูแลคุณย่าเมื่อครู่ยืนแอบมองพวกเขาอยู่ด้านข้างเธอส่งสายตาให้เจี่ยงอี้ เจี่ยงอี้เหลือบมองไปทางนั้นเล็กน้อย แต่ถึงไม่ต้องมองเขาก็เดาได้อยู่แล้ว“ปู่กับย่าของฉันก็เป็นแบบนี้แหละ เธอค่อย ๆ ชินไปก็แล้วกัน ครั้งหน้าถ้าไม่สะดวก ก็ปฏิเสธได้ตรง ๆ เลยนะ”เจียงหร่านส่ายหน้า “จริง ๆ แล้ววันนี้ฉันก็อยากพบคุณเจี่ยงเหมือนกันค่ะ โปรเจกต์ของตระกูลโจวฉันจัดการสำเร็จแล้ว การช่วยเหลือของคุณเจี่ยงมีส่วนสำคัญมาก ฉันตั้งใจจะขอบคุณคุณอย่างจริงจังอยู่แล้ว”เจี่ยงอี้เอ่ยเสียงเบา “เรื่องเล็กน้อย ไม่ต้องเกรงใจหรอก”“ไม่ใช่เกรงใจ แต่ฉันตั้งใจจริง ๆ อยากทำอะไรสักอย่างให้คุณเจี่ยงค่ะ ขอฉันคิดก่อนนะ… ฉันควรจะขอบคุณคุณเจี่ยงด้วยอะไรดี?”ประโยคนี้ของเจียงหร่านออกจะเหมือนพูดพึมพำกับตัวเองอยู่เล็กน้อยเจี่ยงอี้ไม่ขาดอะไรเลย ทำให้ชั่วขณะหนึ่งเธอนึกไม่ออกจริง ๆ ว่าควรขอบคุณเขาอย่างไร“ขอบคุณ?”เจี่ยงอี้ไม่คาดคิดว่าเจียงหร่านจะพูดเรื่องนี้ขึ้นมา แต่จู่ ๆ เขากลับรู้สึกมีความคาดหวังบางอย่างขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ได้“คุณเจี่ยงทานข้าวเย็นหรือยังคะ?”เจียงหร่านคิดอยู่ครู่หน

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 96

    เจียงหร่านไม่คิดว่าเจี่ยงอี้จะกลับมากะทันหัน หน้าเธอแดงขึ้นทันที “คุณเจี่ยง… คุณกลับมาตอนไหนคะ…”ทั้งที่คุณย่าเจี่ยงบอกชัด ๆ ว่าคืนนี้เจี่ยงอี้มีงานต้องยุ่งจนดึกแท้ ๆ“บอกว่าอาการหนักไม่ใช่เหรอครับ? ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นหรือยัง”แม้น้ำเสียงของเจี่ยงอี้จะฟังดูเย็นชา แต่ความเป็นห่วงที่มีต่อคุณย่าไม่ใช่ของปลอม เขาเดินเข้าไปหาคุณย่าอย่างรวดเร็วแล้วก้มลงดูสภาพของท่านอย่างละเอียดอีกฝ่ายรีบปล่อยมือที่จับเจียงหร่านอยู่ แต่สีหน้าของคุณย่ากลับดูสดใสมีเลือดฝาด ไม่เหมือนตอนโทรมาบอกว่าแทบจะทนไม่ไหว แถมยังไม่ยอมไปโรงพยาบาล และยืนกรานให้เขารีบกลับมาทันทีเลยสักนิด“ก็… เมื่อกี้มันค่อนข้างหนักจริง ๆ แหละ แต่พอเสี่ยวหร่านอยู่เป็นเพื่อนย่าครึ่งวัน ร่างกายย่าก็รู้สึกสบายขึ้นไปหมดเลย”คุณย่าเจี่ยงกระแอมเบา ๆ แล้วชายตามองเจียงหร่านอย่างเกรงใจ “หลานรัก ต้องช่วยย่าขอบคุณเสี่ยวหร่านดี ๆ นะ เดิมทีเธอมีงาน แต่ยอมยกเลิกเพื่อมานั่งเป็นเพื่อนย่าเลย”“……” เจี่ยงอี้นิ่งไปชั่วครู่ พูดไม่ออกพอเจียงหร่านได้ยินแบบนั้น ก็เข้าใจทันทีว่าที่คุณย่าเจี่ยงเรียกเธอให้มาวันนี้เพราะอะไรประมาทไปแล้วเมื่อกี้คุณย่า

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 95

    “ฉันได้ยินมาว่า งานหมั้นจัดได้ดีมากเลยใช่ไหม ประธานเจี่ยงคงพอใจในตัวน้องเจียงหร่านไม่น้อยสินะ?”โจวเฮ่าจิงแค่พูดไม่กี่คำก็แฝงความเหน็บใส่เจียงหร่านทันทีในโปรเจกต์นี้ มีเงินลงทุนส่วนหนึ่งที่บังเอิญมาจากเครือของเจี่ยงซื่อพอดีคำพูดของเขากำลังสื่อว่าเจียงหร่านพึ่งพาเจี่ยงอี้ไม่ได้พึ่งพาตระกูลโจว แต่กลับพึ่งพาเจี่ยงอี้ ถึงจะไม่ถือว่าผิดสัญญาเดิมพัน แต่ถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไปก็ยังทำให้คนอื่นไม่ยอมรับอยู่ดี ใครจะรู้กันล่ะว่าเจี่ยงอี้ช่วยแค่ครั้งเดียว หรือช่วยมาตั้งแต่ต้นจนจบ“โจวเฮ่าจิง ฉันพาทีมของตัวเองมาทำงานอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา เพื่อช่วยคุณเก็บกวาดปัญหาที่ค้างอยู่ แต่แทนที่ฉันจะได้รับคำขอบคุณจากคุณ กลับถูกคุณตั้งคำถามถึงความสามารถแบบนี้ ฉันรู้สึกผิดหวังมาก ถ้าอย่างนั้นคุณลองโทรไปถามประธานเจี่ยงดูสิว่าเขามองโปรเจกต์นี้อย่างไร เขาลงทุนเพราะตัวโปรเจกต์ หรือเพราะตัวฉันกันแน่”เจียงหร่านฉีกหน้ากากเสียดสีของโจวเฮ่าจิงออกตรง ๆ ทำให้เขาเองก็เสียหน้าอยู่ไม่น้อยโจวเฮ่าจิงยิ้มบาง ๆ เขาไม่มีทางโทรหาเจี่ยงอี้อยู่แล้ว“นี่เป็นเรื่องภายในของพวกเรา จะไปดึงประธานเจี่ยงเข้ามาเกี่ยวได้ยังไง น้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status